HEALTHY FOOD
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
10 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
สุขภาพ กับ โภชนาการ

สุขภาพ กับ โภชนาการ


“ทุกคนขุดหลุมศพตัวเองด้วยปากและฟันทุกๆ
วัน
”



จากประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง
ได้ตั้งข้อสังเกตว่าวิธีการรักษาโรคมะเร็งที่แพทย์ส่วนใหญ่ปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน
ไม่ว่าจะโดยการผ่าตัด หรือการทำเคมีบำบัดนั้น
ไม่ใช่วิธีรักษาที่ถูกต้อง
เพราะวิธีการดังกล่าวไม่ได้ทำให้คนไข้หายจากโรค
ในทางกลับกัน คนไข้มะเร็งยังคงตายไปเรื่อยๆ
ในขณะที่จำนวนคนไข้ใหม่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน



วิธีรักษาโรคที่ถูกต้อง
ไม่ว่าจะเป็นมะเร็ง หรือโรคอื่นๆ ทุกโรค
คือ “โภชนาบำบัด” เนื่องจาก
ร่างกายทุกส่วนของมนุษย์ถูกสร้างจากสารอาหารที่เรารับประทานเป็นอาหาร ฉะนั้นร่างกายแต่ละส่วนจะทำงานสมบูรณ์แข็งแรงและ สามารถต่อต้านเชื้อโรคต่างๆ ได้
จะต้องได้รับสารอาหารอย่างถูกต้อง
เช่น ข้อต่างๆ ของมนุษย์ถูกสร้างจาก
โปรตีนและซัลเฟอร์ ฉะนั้นการแก้ปัญหาปวดข้อต่างๆ ในทางโภชนบำบัดจะแนะนำให้
ทานขิงวันละหนึ่งช้อนโต๊ะ ทานขมิ้นแคปซูล
2 เม็ดหลังอาหารทุกมื้อ
มะนาวหนึ่งลูกผสมน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว ดื่มหลังมื้ออาหารทุกมื้อ
เพราะอาหารเหล่านี้มีซัลเฟอร์อยู่มาก
และจะต้องงดของหวานเพราะของหวานจะทำให้เลือดเหนียว
ไม่สามารถนำสารอาหารไปซ่อมแซมอวัยวะได้ดี


“You are what you
eat”
ความสมบูรณ์หรือความผิดปกติในร่างกายล้วนสัมพันธ์กับสิ่งที่คนๆนั้นรับประทาน เช่น การดื่มกาแฟเข้ม ในตอนเช้า จะทำให้เกิดอาการหิวจนมือสั่น
ในเวลาประมาณ
11.00 .
ต่อมาประมาณบ่าย
14.00 .
จะรู้สึกง่วง
งง มึน สมองตื้อ ปวดเมื่อย หงุดหงิด นั่งไม่ติด
หรือหากรับประทานของหวานในตอนเที่ยง หลังจากนั้น
2-3 ชม.จะก็เกิดอาการเช่นเดียวกัน อีกตัวอย่างหนึ่งคือถ้ารับประทานของหวานมากๆ หรือของมันมากๆ หลังจากนั้น 48 ชม. จะมีสิวขึ้นรอบปากในรัศมี
2 นิ้ว ร่างกายเราจะแปรปรวนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอาหารที่เรารับประทาน ภายใน 1 ชม. - 2 วันก่อนหน้านั้น



โรคที่เกิดจากการรับประทานผิด


ไขมันในเส้นเลือดสูง
ความดัน หัวใจ อัมพาต สมองเสื่อม ข้อเสื่อม ข้ออักเสบ ติดเชื้อง่าย ภูมิแพ้ มะเร็ง
โรคเล่านี้ปัจจุบันยอมรับกันแล้วว่าเป็นโรคที่เกิดจากการบริโภคอย่างเดียว
อาหารอันตราย 4 ชนิด


1. นมวัว


2. ของหวาน (ขนมหวาน
น้ำอัดลม ผลไม้หวาน และน้ำผลไม้
)


3. เนยเทียม (ขนมปัง
เค้ก คุ้กกี้ ฯลฯ
)


4. น้ำมันที่ทอดซ้ำๆ (ปาท่องโก๋
กล้วยแขก ไก่ทอด หมูทอด มันฝรั่งทอด
) น้ำมันไม่ควรใช้ทอดรับประทานเกิน
2 ครั้ง



ด้านมืดของนมวัว


ปัจจุบันหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ มาเลเซีย
สิงคโปร์
รณรงค์ให้คนเลิกดื่มนมอย่างจริงจัง การวิจัยพบว่านมทำให้เกิดโรคภูมิแพ้
โรคเบาหวาน กระดูกผุ
สมาธิสั้น เด็กปวดท้อง เด็กหูอักเสบ หอบหืด
ฉี่รดที่นอน เลือดกำเดา ปวดหัว ไซนัสอักเสบ ฯลฯ นม ทำให้ร่างกายสูงใหญ่จริง
แต่ไม่ได้เป็นเพราะ แคลเซียม
สิ่งที่ทำให้ร่างกายสูงใหญ่คือ
Growth Hormone ของสัตว์หรือฮอร์โมน ที่เกิดจากการกระตุ้นการเจริญเติบโตของวัว คนจะมี น้ำหนักเพิ่ม 3 กิโลกรัมโดยเฉลี่ย ในเวลา 3 เดือนหลังคลอด แต่ลูกวัวนั้น น้ำหนักจะเพิ่ม 30 กิโลกรัม ในเวลาเท่ากัน
เพราะฉะนั้นสรีระโครงสร้างทั้งหมด และความต้องการอาหารนั้นไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง
วัวเมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักรวม
500
กิโลกรัมขึ้นไป
ในขณะที่คนจะมีน้ำหนักประมาณ
50-60 กิโลกรัม การให้เด็กดื่มนมวัว
ก็คือการให้สารอาหารที่มีไว้กระตุ้นสัตว์ที่มีการเจริญเติบโตมากมายแกเด็ก

ผลคือเด็กมีโครงสร้างที่ผิดปกติไปจากที่เด็กควรจะเป็น และโดยปกติแล้ว ลูกวัวรับประทานนมแค่
1 ปี
แต่ลูกคนรับประทานนมวัวต่อเนื่องเป็นสิบ
ปี ฉะนั้น Growth Hormone จะกระตุ้นการเจริญเติบโตของเด็กอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ร่างกายสูงใหญ่ผิดไปจากเผ่าพันธุ์เดิมของตน และในที่สุด โรคต่าง ที่กล่าวข้างต้นก็จะเกิดขึ้น
แต่อันตรายนี้จะเห็นได้ช้า ฉะนั้นคนส่วนใหญ่จะไม่ตระหนักและคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี อันตรายจากนมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ออทิสติก หรือโรคสมาธิสั้น เด็กจะไม่อยู่เฉย
เพราะถูกกระตุ้นในตื่นตัวเสมอจากสารกระตุ้นที่มีอยู่ในนมวัว
เพราะลูกวัวนั้นโดยธรรมชาติแล้ว คลอดออกมามันจะต้องวิ่งได้ เพื่อที่จะวิ่งหนีศัตรู
เช่น หมาป่า เสือ สิงโต ฉะนั้นในนมวัว จึงมีสารที่จะทำให้ลูกวัวตื่นตัวตลอดเวลา เด็กที่ดื่มนมวัวจึงมีอาการตื่นตัว
อยู่เฉยไม่ได้ เหมือนอยู่ในป่า การถูกกระตุ้นเกินกว่าเหตุ เป็นอันตรายต่อสมอง และพัฒนาการของเด็กและผู้ใหญ่


ประโยชน์ที่คนส่วนใหญ่คาดว่าจะได้จากนมวัว
คือโปรตีนและแคลเซียม ความจริงที่ควรทราบก็คือโปรตีนจากสัตว์เป็นอันตรายต่อร่างกายมาก
และแคลเซียมในนมก็ไม่ได้มีมากอย่างที่หลายคนเชื่อ นมวัว
3 แก้วให้ปริมาณแคลเซียม
เท่ากับหัวปลาทูเพียง
1 หัวเท่านั้น นมวัวมีไว้ให้วัวกิน
นมคนมีไว้ให้คนกิน
คนเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่กินนมข้ามสายพันธุ์
และกินอย่างต่อเนื่อง จึงก่อให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย
ปัจจุบันพบว่าสาเหตุของโรคภูมิแพ้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่คือนมวัว
สาเหตุของโรคกระดูกผุ เวียนศีรษะในผู้สูงอายุ คือนมวัว
แพทย์พบว่าคนไข้ที่มีอาการดังกล่าว ถ้ามีประวัติดื่มนมอย่างต่อเนื่อง หลังจากให้หยุดดื่มนมแล้ว อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด



สำหรับผู้หญิงนั้น
นมถั่วเหลือง เหมาะที่สุด
เพราะในนมถั่วเหลืองนอกจากจะได้
โปรตีนจากพืชซึ่งเป็นโปรตีนที่ถูกต้องแล้ว ในนมถั่วเหลืองก็มีแคลเซียม
และที่สำคัญมีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง จะทำให้ผู้
หญิงมีผิวพรรณ
ดี โดยเฉพาะผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน ซึ่งปริมาณ


เอสโตรเจนในร่างกายจะลดลงนั้น
การดื่มนมถั่วเหลืองจะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้โอกาสที่จะเกิดอาการผิดปกติต่างๆ
ในวัยใกล้หมดประจำเดือนลดน้อยลง ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการดื่มนมถั่วเหลืองคือวันละหนึ่งแก้ว
และหากจะให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรดื่มในเวลาที่ท้องว่าง คือก่อนหรือหลังอาหาร
2-ชั่วโมง
ควรดื่มในเวลาท้องว่าง เพราะในนมถั่วเหลือจะมีไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่แข็งแรงมาก
ฉะนั้นถ้ากินพร้อมมื้ออาหารจะทำให้การย่อยและการดูดซึมสารอาหารในมื้อนั้นๆ
ตกลง



อย่างไรก็ตามนมถั่วเหลืองอาจไม่เหมาะที่จะให้ผู้ชายดื่มทุกๆวัน
เนื่องจะการเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงให้กับผู้ชายในปริมาณมากเกินไป
จะส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนเพศชายทำให้ผลิต สเปิร์มน้อยลงและมีลูกยาก





Free TextEditor


Create Date : 10 มิถุนายน 2552
Last Update : 10 มิถุนายน 2552 13:30:12 น. 0 comments
Counter : 228 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

MOMO_EDWANA_AOKI
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชื่อ โมโม่ อายุ 25ปี ชอบศึกษาเกี่ยวกับอาหารที่มีผลต่อสุขภาพและความงาม
Friends' blogs
[Add MOMO_EDWANA_AOKI's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.