เรื่องราวแย่ๆ มันก็แค่ฝันไป

ช่วงนี้ รู้สึกชีวิตไม่ค่อยราบเรียบ....


จริงๆเราห่างหายจากการพิมพ์ไดอารี่ไปนานโขมากนัก
แต่เพราะหนังเรื่อง #คิดถึงวิทยา ทำให้เรารู้สึกอยากกลับมาพิมพ์ๆอะไรทิ้งไว้ให้กลับมาอ่าน


ชีวิตมันแย่ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภา'57 เห็นจะได้
ตอนแรกยังวี๊ดว้ายไม่หายกับการที่พชรเผลอกดฟอลทวิตเตอร์

แต่วันต่อมาเท่านั้นล่ะ
อยู่ๆไอ้ไอโฟน 4s เพื่อนยากก็เกิดประท้วงขึ้นมา
คือดับ....ดับอ่ะดับ!


ดับแบบให้กู้เป็นโหมด Recovery
แล้วยังไง!? นี่ก็โคตรจะโลวเทค เอาไปให้ร้านที่มาบุญครองดู
ทุกร้านส่ายหน้าปนระอาแบบ มันกู้ไมไ่ด้หรอกน้อง
ทำใจซะนะ แล้วลงใหม่ (อันนี้เขาไม่ได้พูด เราคิดเอง)



หลังจากคร่ำครวญไป เห็นว่าคงไม่มีอะไรดีขึ้น ก็เอาวะ
Restore ใหม่เลย โชคยังดีบ้างที่เคย back Up ไว้
มันก็เลยกู้รูปเ้ก่าๆได้มากสุดคือเดือนตุลา'56 ที่ผ่านมา



น้องโฟนกลับมาใช้ได้พร้อมกับการที่เราได้รู้นิสัยคนบางคน
จริงๆก็รู้มานานแล้ว แต่คิดเอาเองว่าถ้าเราจริงใจ ซักวันเขาจะเข้าใจ
มันก็คงจริง แต่ไม่ใช่กับสังคมปัจจุบัน


เราไม่เคยคิดว่าปัญหาแฟนคลับทะเลาะกันจะเกิดขึ้นกับเรา
บางทีก็อยากถามนะ บอกเหตุผลมาซัก 3 ข้อ ถ้าไม่พอให้ 10 ข้อเลย

'เราไปทำอะไรให้เหรอ...? ทำไมต้องมาแซะตลอดเวลา'


ทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่ไป แต่คิดว่าถามไปก็คงไม่ได้คำตอบ
ก็เลยช่างแม่ง



ที่ตลกร้ายกว่าคือ
ระหว่างนั้น ในทวิตเตอร์เรารับรูไ้ด้ตลอดถึงการแซะ
แต่ไม่ใช่จากคนที่มีเรื่องด้วยนะ

คนๆนี้เป็นคนกลาง เรารู้จักกันมาก่อนสนิทกันพอตัวในช่วงระยะเวลานึง
ตลอดเวลาที่รู้จักกัน เราไม่เคยทำอะไรให้คนๆนี้ ไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง
แต่พอมีเหตุการณ์ด้านบน เขากลับมาแซะ เออ...อาจจะเข้าข้างคนนั้น
เพราะเขาไม่ได้แสดงออกมาตรงๆ ถึงเราจะรู้สึกก็ไม่มีอะไรยืนยัน


จนมาถึงกลางเดือนมีนาที่ผ่านมา
มีแอคลึกลับในทวิต เพิ่งสมัครมาเลย สมัครมาเพื่อด่า
ในใจคิดล่ะว่าต้องเป็นคนใกล้ตัวแน่ๆ ถึงต้องทำแอคใหม่ขึ้นมา
เรื่องที่ด่านี่ทำนองน้ำผึ้งหยดเดียวมาก คือศลป.ทวิตอวยพรวันเกิดให้
นี่ก็มาเลย ทำไมต้องอวยพรคนนี้คนเดียวหรือเพราะแฟนคลับมีคนเดียว


เอาจริงๆเขาอวยพรวันเกิดเรามา 3 ปีแล้วตั้งแต่เขายังไม่ดัง
พอมาปีนี้ดังเลยมีปัญหาเหรอ? แล้วถ้าจะด่าทำไมไม่เมนชั่นมาด่าเราคนเดียววะ
คุยไปคุยมา ปรากฏว่าเป็นคนใกล้ตัวจริงๆ คุณคนกลางนั่นแหละ



พอเลย พอกันที



คุณหาว่าเราเยอะ คุณจำกัดความคำว่าเยอะไว้แค่ไหน
แบบไหนถึงเรียกว่าเยอะ? แบบไหนถึงพอดี เอาอะไรวัด


เรายอมรับว่าบางทีเรารู้ตัวว่าเราเยอะไป พอรู้ตัวเราจะเฟดตัวเองออกมา
แต่คุณจะรู้ตัวมั้ยว่าคุณเองก็เยอะในสายตาคนอื่น
หรือการที่คุณและเพื่อนทำไม่ถือว่าเยอะ?
เอาอะไรเป็นเกณฑ์



ด้านบนคืออารมณ์ตอนนั้นนะ
ถามว่าตอนนี้เคืองมั้ย? ก็ไม่แล้ว
รู้สึกโล่งใจซะมากกว่าที่รู้เช่นเห็นชาติว่าบางคนนิสัยยังไง


เรารู้สึกอิจฉาคนสมัยก่อน ที่พูดอะไรออกมาแล้วหมายความตามนั้นจริงๆ
คนสมัยนี้มันซับซ้อน พูดจาดีแต่ไม่รู้มีอะไรเคลือบแฝงหรือเปล่า


เราไม่ใช่คนดี เราก็เยอะ เราขี้อวด
แต่เรายอมรับว่าเราเป็นและพยายามลดลง
อย่างน้อยมีอะไรมาพูดกับเราตรงๆเราพร้อมปรับตัวถ้ามันไม่ดี


แต่ไอ้การต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่างนี่ไม่ไหวอ่ะ




ไมไ่ด้พิมพ์อะไรยาวๆแบบนี้นานมากกกกกกกกก
อีกซัก 5 ปีกลับมาอ่านคงขำน่าดูว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น



ขอบคุณพื้นที่ตรงนี้






Create Date : 26 มีนาคม 2557
Last Update : 26 มีนาคม 2557 17:16:14 น.
Counter : 212 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

g i n g e r m o *
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



I'm AB type
มีนาคม 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31