หลายเรื่องราว...เล่าเรื่องลูก...ที่คงไม่มีวันเลือนหาย..ในความรู้สึกของแม่
Group Blog
 
 
มีนาคม 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
22 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 
ตาแก่ข้างบ้าน

ฉันได้รับข่าวที่ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับฉัน นั่นก็คือตาแก่ข้างบ้านกำลังจะขายบ้าน ฉันรู้เมื่อวานนี้เอง เพราะพี่แดนพี่ไปรษณีย์คนไทย แกเจอกับตัวแทนขายบ้านที่มาบ้านตาแก่นี่ ซักถามกันพอได้ความ แกก็เลยนำมาคุยให้ฉันฟัง จริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจว่าใครจะขายบ้านไปอยู่ที่ไหน ถ้าไม่ใช่เพราะว่า ฉันกับตาแก่ข้างบ้านเคยมีปัญหากันมาก่อน จนยากที่จะกลับมามองหน้ากันได้เหมือนเดิม

ฉันยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีที่แล้วได้ดี ตาแก่คนนี้อายุห้าสิบต้นๆ เมียอายุ 23 มีลูกที่เกิดจากเมียคนล่าสุดอายุเท่าลูกฉันคือ 7 ปี เมื่อเขาย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ใหม่ๆ ลูกตาแก่คนนี้ก็อยากมาเล่นกับลูกชายฉัน มาเคาะบ้านฉันหลังเลิกเรียนเป็นประจำ ฉันมองไม่เห็นว่า ฉันจะห้ามเด็กเล่นกันไปทำไม อีกทั้งเราเป็นเพื่อนบ้านกัน ฉันจึงเปิดบ้านต้อนรับลูกสาวตาแก่คนนี้ให้มาเล่นกับลูกฉันได้ทุกเมื่อ วันหนึ่งตาแก่คนนี้บอกฉันว่า ลูกเขาเป็นลูกสาว ส่วนลูกฉันเป็นลูกชาย ผู้ชายควรจะไปเล่นที่บ้านผู้หญิงมากกว่า ดูเหมือนว่าเขาปกป้องลูกสาวเขาดี ดูเหมือนว่าการกระทำนั้นก็เพื่อปกป้องลูกสาวที่อาจจะเกิดการอนาจารทางเพศจากเพื่อนบ้านไม่ว่ากรณีใดๆ ฉันจึงปล่อยให้ลูกชายฉันไปเล่นบ้านเขา มากกว่าที่ลูกเขาจะมาบ้านฉัน ซึ่งเท่ากับว่าฉัน
จะต้องไปบ้านเขาบ่อยครั้ง เพื่อรับลูก ดูแลลูกบ้าง ฉันไม่คิดสงสัยการกระทำใดๆที่ตาแก่คนนี้พยายามสร้างสถานะการณ์ขึ้น

ทว่าฉันเกิดความอึดอัดในหลายๆครั้งที่ฉันไปรับลูกจากบ้านเขา เขาต้องรีบวิ่งมาหาฉัน เข้ามาต้อนหน้าต้อนหลัง แตะหลังนิดๆหน่อยๆอยู่บ่อยครั้ง ฉันก็ยังไม่คิดสงสัยอีกเหมือนกัน ด้วยวัยที่แก่คราวพ่อ แถมเมียที่ยังอ่อนวัยกว่า( แต่อ้วนฉุ )ฉันคิดในแง่ที่ดีว่า การแตะนิดแตะหน่อยในแต่ละครั้งนั้นเป็นเพราะสังคม อเมริกันเขาก็มักจะเป็นกันอย่างนั้นเอง ความอึดอัดนี้ทำให้ฉันไม่อยากจะไปบ้านเขาอีก ได้แต่ปล่อยให้สามีฉันไปรับลูกจากบ้านเขา เมื่อฉันไม่ไปบ้านเขา เขาก็มาบ้านฉันซะเอง แม้เพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ฉันมองว่าไม่น่าจะมาเคาะประตูถาม เขาก็ยังมาเคาะถามแบบไม่มีความเกรงใจ ฉันสังเกตุว่าทุกครั้งที่ฉันต้องออกไปรดน้ำหน้าบ้าน เขาต้องรีบออกมาพูดคุยกับฉัน เหมือนรอคอยฉันทุกวัน ไม่ว่าเรื่องใดที่ฉันพูดหรือเอ่ยปากคุย เขาจะต้องรีบทำสิ่งที่ฉันพูดให้ โดยไม่ได้ร้องขอ

ฉันอึดอัดกับการกระทำแบบนี้อยู่นาน ฉันจึงเล่าให้สามีฉันฟัง แต่เราสองคนก็ยังมองโลกในแง่ดีอยู่นั่นเอง ใครเลยจะนึกว่าเขาจะมาคิดอะไรกับฉัน เพราะครอบครัวเขาก็มีอยู่ อีกทั้งเราเป็นเพื่อนบ้านกันด้วย จนวันหนึ่ง ฉันออกไปรดน้ำหน้าบ้านในช่วงบ่าย ในขณะนั้นลูกสาวฉันนอนหลับอยู่ในบ้าน สามีฉันออกไปรับลูกคนโตที่โรงเรียน เขาเดินเข้ามาหาฉัน บอกฉันว่าเครื่องซักผ้าเขาเสีย ให้ช่วยไปดูหน่อย ฉันก็ยังงงๆว่า แล้วมาบอกฉันทำไม ฉันไม่ใช่ช่างซ่อมเครื่องซักผ้าซะหน่อย ฉันจะไปช่วยอะไรได้ อีกทั้งฉันรู้ว่า ขณะนั้นไม่มีใครอยู่บ้านตาแก่นี่ ฉันจึงปฏิเสธและบอกว่าโทรไปเรียกช่างมาซ่อมสิ เขาก็ยังยืนกรานให้ฉันช่วยไปดูให้หน่อย ฉันจึงตัดรำคาญด้วยการตัดสินใจที่จะไปช่วยดูให้ เพราะฉันมองว่า มันเป็นเวลากลางวัน อีกทั้งเครื่องซักผ้าก็อยู่หลังบ้าน ซึ่งเป็นที่โล่ง
ถ้าเขาคิดจะทำอะไรมันคงไม่ง่ายนัก ทั้งๆที่ฉันเกิดความรู้สึกแบบไม่ชอบมาพากล ฉันก็ยังไปจนได้

เขาเปิดประตูข้างบ้านที่ติดกับบ้านของฉัน พาฉันเข้าไปหลังบ้าน เขาเปิดเครื่องซักผ้าให้ทำงานและชี้ให้ฉันดูใกล้ๆ ฉันไม่กล้าชะโงกมองเพราะมันใกล้ตาแก่นี่เกินไป แต่เขาก็ยังชี้ชวนให้ดูอยู่นั่น และจู่ๆทั้งๆที่ไม่มีเหตุอันควรที่จะจับต้องฉัน เขาก็วางมือไว้ที่สะโพกฉันเข้าให้ ฉันถอยกลับทันที แต่ไม่ได้พูดอะไรที่จะเป็นการทำลายน้ำใจกัน ฉันคิดว่าเขาอาจจะติดนิสัยทำอย่างนั้นกับเมียเขาเองก็ได้ ฉันบอกเขาว่า ฉันคงต้องกลับบ้านแล้วล่ะเพราะฉันทิ้ง
ลูกนอนหลับอยู่ในบ้าน ฉันไม่ได้คอยให้เขาตอบหรอก ฉันรีบเดินออกมาทางประตูทันที ตาแก่นี่รีบตามมาข้างหลัง จับสะโพกฉันด้วยมือทั้งสองข้าง เท่านั้นยังไม่พอ มือตาแก่ยังไพล่ขึ้นไปจับไหล่ของฉันแล้วนวดให้ซะอีกสิ

ความอดทนของฉันถึงที่สุดแล้วล่ะ ฉันหันกลับไปหาเขาทันที ถามว่า "ยูทำอย่างนี้หมายความว่าไง ยูไม่อยากจะเป็นเพื่อนบ้านกันอีกแล้วใช่มั๊ย การกระทำอย่างนี้บ้านฉันเมืองฉันไม่ทำกัน ขอให้รู้ไว้ " ตาแก่หน้าถอดสีทันที แต่ก็ยังหน้าด้านพูดว่า "ผมขอโทษ ผมไม่รู้จริงๆว่าทำไมผมถึงได้ทำอย่างนั้นลงไป แต่ผมก็ชอบคุณมากจริงๆ" สีหน้าตาแก่ไม่ได้นึกละอายแม้แต่น้อย แต่เหมือนเกิดความภูมิใจที่ได้บอกรักใครซักคน น่าละอายสิ้นดี ตอนนั้นฉันทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีเหตุการณ์อะไรอย่างนี้เกิดขึ้น โชคดีที่สามีฉันกลับมาซะก่อน ฉันจึงเข้าบ้านแล้วบอกสามีฉันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาให้ฉันตัดสินใจว่าฉันจะจัดการอย่างไร ฉันคิดอยู่เป็นอาทิตย์ จึงให้คำตอบกับตัวเองว่า ฉันจะเห็นแก่เด็กตาดำๆสักครั้งปล่อยให้เรื่องมันผ่านไป แต่ไม่ได้หมายความว่า ฉันจะไม่ตอบโต้การกระทำของตาแก่นี่หรอกนะ

ฉันตัดสินใจเข้าไปพูดกับเมียตาแก่ ขณะที่ตาแก่นั่นไปทำงาน ฉันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หล่อนฟัง บอกหล่อนว่า ฉันก็ไม่อยากจะทำร้ายครอบครัว
เธอหรอกนะ แต่เมื่อเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้น ฉันก็ไม่อยากจะเป็นเพื่อนอีกต่อไป เธออย่าให้ลูกเธอไปเคาะบ้านฉันอีก เพราะถ้าเด็กยังเล่นกัน ฉันก็หนีสามีเธอไม่พ้น ครั้งนี้ฉันจะปล่อยสามีเธอเพื่อเห็นแก่เด็ก เธอเก็บสามีเธอไว้ให้ดีๆ ถ้าเขายังกล้าที่จะทำครั้งต่อไป ครั้งหน้าฉันจะเรียกตำรวจทันที เมียตาแก่เกิดอาการมือสั่นใจสั่นในสิ่งที่ฉันพูด หล่อนขอโทษขอโพยฉัน หล่อนบอกฉันว่าหล่อนยังนึกสงสัยว่าทำไมตาแก่นี่ถึงไม่นอนกับหล่อน ไพล่ไปนอนที่ห้องรับแขก แถมเดินท่อมๆแถวๆข้างบ้านฉันในเวลากลางคืนซะอีกด้วย

หลังจากที่ฉันได้พูดคุยกับเมียตาแก่นั่นให้เข้าใจ ทั้งคู่ก็หลบหน้าหลบตาเรา ฉันเคยได้พูดกับเมียตาแก่นี่อีกครั้งในหลายเดือนต่อมา หล่อนบอกฉันว่าหล่อนคุยกับสามีหล่อนแล้ว แต่เขาไม่ยอมรับ เขาบอกหล่อนว่า ฉันโกหก และเขาไม่ได้คิดจับต้องฉันในแง่ที่ฉันคิด ฉันเลยกลายเป็นคนขี้โกหกไป
แถมหล่อนยังต่อด้วยคำว่า หล่อนไม่รู้ว่าใครโกหกกันแน่ แต่ฉันไม่สนใจหรอก ไม่ว่าเขาทั้งสองจะโกหกตัวเองเพื่ออะไรก็แล้วแต่ แต่ฉันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปแย่งสามีหล่อนมา หรือถ้าแย่งฉันจะแย่งเพื่ออะไรล่ะ ในเมื่อสามีหล่อนเป็นภารโรงโรงเรียน แถมแก่ ฐานะก็ไม่ได้ดีกว่าฉันในทางไหน ฉันสาบานได้เลยว่า ฉันไม่คิดจะกินโคแก่กระจอกอย่างนี้หรอก ถ้าฉันถูกหล่อนประนามว่าเป็นผู้หญิงที่คิดจะแย่งสามีหล่อน สามีฉันก็เป็นคนเสี่ยงที่ฉันจะหักหลังเขาในเวลาที่เขาก้าวขาออกจากบ้าน แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง หล่อนน่ะแหละที่เป็นคนเสี่ยงที่สามีหล่อนจะกระทำการใดๆลับหลัง ในยามที่หล่อนก้าวออกจากบ้านเช่นกัน

ฉันไม่คิดจะอโหสิให้ตาแก่นี่หรอก เขายังเป็นหนี้คำขอโทษฉันอยู่ กรรมที่เขาทำจะต้องสนองเขาไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ฉันเชื่ออย่างนั้น ฉันดีใจที่ตาแก่นี่จะขายบ้านไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่
แต่ที่แน่ๆเขาจะไม่อยู่รกหูรกตาฉันอีกต่อไป


Create Date : 22 มีนาคม 2549
Last Update : 22 มีนาคม 2549 3:40:44 น. 4 comments
Counter : 362 Pageviews.

 
ตายจริง...อ่านแล้วอดโมโหแทนไม่ได้
ที่จริง ควรจะแจ้งตำรวจนะคะ น่ากลัวมากๆ เลย...อย่างน้อยก็ให้มีบันทึกเป็นหลักฐาน...หากไอ้แก่มันคิดจะทำอะไรอีก เป็นการป้องกันตัวเราเองคะ
ถือว่าโชคดีที่มันย้ายไปซะ...
ช่วงนี้ มันยังไม่ไป ก็ระวังๆ ไว้ก่อนนะคะ อย่าประมาท...
คือไม่อยากพูดให้คุณกลัว...แต่ควรนึกหลักปลอดภัยไว้ก่อน เผื่อไอ้แก่มันจะทิ้งลายก่อนไปอะคะ (หวังว่า มันคงไม่ทำอะไร เพราะแก่แล้ว)

ต่อไป จะได้อยู่อย่างมีความสุขเสียทีนะคะ


โดย: มรรคณิชา วันที่: 22 มีนาคม 2549 เวลา:12:57:05 น.  

 
ขอบคุณคุณมรรคณิชาที่แวะเข้ามาเยี่ยม
และความห่วงใยที่มีให้ ไม่ต้องกลัวค่ะ ถ้ามันกล้ามันจะได้รู้ฤทธิ์หญิงไทยไงคะ


โดย: แม่น้องนิก (Mommy and me ) วันที่: 23 มีนาคม 2549 เวลา:0:50:38 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 9 สิงหาคม 2554 เวลา:12:58:33 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:15:16:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Mommy and me
Location :
California United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Mommy and me's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.