"STOP THINKING ABOUT IT! JUST DO IT"
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
5 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
"I'm a Nursing Student"(#2)

ต่อจากตอนแรก หลังจากทีผ่านการเรียน Pre-reqทั้งหลายมาเป็นเวลาประมาณ๒ปี ตกบ้าง(organic chemistry: ครั้งแรกเกลียดมาก ครั้งที่สองปัญญาเพิ่ม เลยโอเค) ผ่านบ้าง และสามารถฉุดเกรดเฉลี่ยอันต่ำต้อยขึ้นมาเกิน ๒.๕ ก็ได้ฤกษ์งามยามดีที่จะไปสอบ PAX-RN ซึ่งก็คือ Pre-Admission Examination (PAX) for Registered Nursing (RN) and Practical/Vocational Nursing (PN/VN or LPN/LVN) แปลเป็นไทยได้ว่าการสอบเข้านั่นแหละ เพื่อที่จะเอาคะแนนสอบมาสมัครเข้าnursing เราเริ่มอ่านและpractice PAX-RN ตั้งแต่เริ่มเรียนใหม่ ๆ เพราะว่ามันต้องสอบvocabularyด้วย จึงต้องท่องแต่เนิ่น ๆ จะได้จำได้มาก ๆ ส่วนเลขกับreading ไม่ยากเท่าไหร่ ส่วนวิทยาศาสตร์ จริง ๆ ก็คล้าย ๆ กับตอนที่เรียนวิทย์กายภาพ จึงพอแถกไถไปได้ แต่ที่ไม่รู้เลยคือ basic biology เดาเอาหมดเลย ไม่เคยเรียนค่ะ บอกแล้วว่าเรียนศิลป์ภาษามา แล้วโรงเรียนเรานั้นถ้าสำหรับ nursing students ไม่ต้องลง Introduction to Biology ก่อนที่จะลง Microbiology ซึ่งเป็นตัวหนึ่งใน pre-req เราก็เลยข้ามชีวะพื้นฐานไปซะ แบบไม่มีพื้นฐานนี่แหละ ผลสอบออกมาอิฉันได้ ๑๒๔ ค่ะ งงอยู่เหมือนกันว่าได้ว่าได้ยังไง

จากนั้นเราก็ส่งใบสมัครที่ nursing devision แล้ววันนึงก็ได้จดหมายมาบอกว่าเราได้เป็น Nursing student เต็มตัวแล้วนะ ดีใจมาก ไม่ได้รู้เลยว่าต่อไปชีวิตตจะรันทดขนาดไหน หลายปีต่อมาจึงคิดได้ว่า nursing faculty เค้ารับเราเพราะอยากจะดูซิว่านักเรียนกะเหรี่ยงอย่างเราจะทนได้นานขนาดไหน

เทอมแรกเรียน Intro to Nursing กับ Phamacology แล้วก็ฝึกหัดการคำนวณยาค่ะ (Drug Calculation) เพราะว่าเทอมต่อไปต้องสอบ drug calculation ก่อนจะเริ่ม clinical ค่ะ แล้วเทอมนี้เองที่เราได้เรียนรู้ว่าถ้าทำข้อสอบได้ ๗๕ จาก ๑๐๐ ตกค่ะ เพราะว่า nursing นั้น ๗๖.๕ ขึ้นไปถึงผ่านค่ะ ฮ่วย!! สอบครั้งแรก ได้ ๗๓มั้ง โล่งอกอยู่สามวินาที แล้วก็ระลึกได้ว่าตูไม่ผ่า...น ๗๖.๕ นี่เกรด C นะจ๊ะ ๗๕ นี่คือ D แต่ว่า nursing นั้นห้ามได้ D ฮ่ะ ต้องCขึ้นไปเท่านั้น เทอมแรกก็ผ่านไปอย่างไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ ผ่านมาได้ปลอดภัยดี

เทอมที่สอง เทอมนี้เรียน Nursing I กับ Health Assessment คราวนี้มี clinical Rotation ด้วย ก่อนไปคลินิคอลก็ต้องมีการเตรียมพร้อมด้วยการทำDemo (คือการไปสาธิตให้ครูดู) ของ nursing skills ทั้งหลายที่เราได้เรียนมาภายในเวลาประมาณ ๓ อาทิตย์ได้มั้ง เท่าที่จำได้ก็จะมี วัด vital signs ปูเตียง พลิกคนไข้ อาบน้ำ ฉีดยา ปรับน้ำเกลือ ใส่ถุงมือ ล้างมือ ประมาณนี้ แล้วก็ยังมีเดโมของ health assessment ซึ่งตัวนี้คือตัวปราบเซียนฮ่ะ เพราะว่าวิชานี้ก็คือวิชาว่าด้วยการตรวจคนไข้นั่นเอง demoของhealt assessment นั้นจะไปเป็นคู่ แล้วก็ผลัดกันเป็นคนตรวจ แล้วก็เขียน nursing note ว่าเจออะไรบ้าง ผลก็คือโดนDEANเรียกไปบอกว่าคะแนนสอบครั้งแรกยูไม่ดีเลp ดร็อปไปสักตัวนะ เพราะว่าถ้าตอนสิ้นเทอมถ้ายูตกทั้งสองตัว ยูต้องออกจาก nursingนะ (ที่โรงเรียนดิฉันนั้นตกได้ ๒ครั้ง แล้วเค้าก็จะขอเชิญไปเรียนอย่างอื่น) เราก็ดร็อป health assessment ไปซะ แต่ว่าเทอมหน้าไม่มีนะฮะ summer ก็ไม่มีค่ะ ต้องรอไปอีกหนึ่งปีแล้วก็ไปเรียนกับ class หลังแทน เทอมนั้นก็เท่ากับเรียน Nursing I ตัวเดียว แค่นั้นก็รากเลือดแล้วค่ะ ท่านผู้ชม เกิดมาชีวิตไม่เคยวุ่นวายขนาดนั้นเลย การบ้าน สอบ เทอมpaper careplan weekly paper ตายอย่างเดียว

สำหรับ clinicalที่โรงพยาบาลนั้นจะเป็นวันอังคาร กับพฤหัสฯ แต่ว่าวันจันทร์ตอนเย็นเราจะต้องไปที่โรงพยาบาลเพื่อที่จะไป pick-up คนไข้ ว่าคนไหนที่ครูเค้ามอบหมายให้เป็นของเรา แล้วก็ไปอ่านchartของคนไข้ แล้วก็กลับไปเตรียมการดูแลคนไข้ว่าเป็นโรคอะไร มียาอะไรบ้าง ยาสำหรับอะไร กินตอนไหน มีนัดว่าจะต้องไปตรวจหรือทำอะไรพิเศษหรือเปล่า (ตอนนี้ ถ้าคนไข้ป่วยมากก็ต้องมีการภาวนาว่า อย่าตายนะคะ ถ้ายูตายคืนนี้ไอ้ที่ทำมาทั้งหมดก็สูญเปล่า แล้วก็ต้องไปหาคนไข้ใหม่ แล้วหาข้อมูลใหม่ทั้งหมด) แล้วตอนเช้าเราก็ต้องไปpresent ใน pre-conferenceให้ครูฟังว่าเรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับคนไข้ เราไปถึงโรงพยาบาลประมาณตีห้าเพราะว่าจะต้องไปอ่าน chart ของคนไข้ที่เราได้assign มาว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และก่อนที่หมอหรือนักเรียนแพทย์จะมาเพราะเค้าจะมาเอา chartไปแล้วเราก็อด แล้วพอ๗โมงเค้าก็เปลี่ยนกะ เราก็จะคอยดูว่าพยาบาลและผู้ช่วย(CNA)คนไหนเป็นคนที่จะดูแลคนไข้ของเรา แล้วเราก็ไปแนะนำตัวกับเค้า บางคนก็ชอบที่มีนักเรียน บางคนก็ไม่ชอบ แต่ส่วนมากก็โอเค ถ้าว่างเราก็หัดเขียน nursing note แต่ส่วนมากไม่ค่อยว่าง อีกอย่างนึงที่เราไม่ชอบมากก็คือการเขียนcareplan ครั้งแรก ๆ นี่ยากมาก เพราะไม่รู้ว่าจะเขียนยังไง แบบไหน แล้วต้องใช้ภาษาแบบไหน ผลก็คือเขียนยังไงก็ไม่ถูก แก้อยู่นั่นแล้ว แต่มันก็ค่อย ๆ ดีขึ้นนะคะ

ส่วนterm paper อันแรกนั้นเกี่ยวกับ colorectal cancer เพราะคนไข้เราเป็น ก็ต้องเขียนใหม่ เพราะถ้าจะให้ครูหักคะแนนไปเรื่อย ๆ นั้นอาจจะติดลบ เนื่องจากว่าอ่านไม่รู้เรื่อง ครูบอกว่าภาษาเขียนยูยังห่วยแตกอยู่นะ เพราะฉะนั้นเขียนแล้ว ช่วยให้ใครก็ได้อ่านซ้ำให้อีกที เราก็เลยให้พี่มะอึกอ่านให้อีกที พี่แกอ่านไปก็บ่นไปว่้าเวลาพูดก็รู้เรื่องดีนี่ แล้วทำไมเวลาเขียนเป็นอย่างนี้ (วะ) การให้คะแนนpaperนั้น ๑๐ คะแนนนะจ๊ะสำหรับการใช้ภาษาและแกรมม่า อ้อ! แล้วรายงานทั้งหมดของnursingนี้ ต้องใช้ APA format (American Psychological Association) ซึ่งก็เป็นอีกที่หนึ่งซึ่งถูกหัดคะแนนย่อยยับ กว่าจะเข้าใจอีฟอร์แมทนี้ก็เป็นปี แล้วในที่สุดเราก็ผ่านnursing I มาได้อย่างสะบักสะบอม บอกพี่มะอึกว่าถ้าตกอีก ไม่เรียนแล้วนะ ยากชิบเป๋งเลย โชคดีว่าเทอมหน้าได้หยุดเรียนวิชาพยาบาล ๑ เทอม เพราะว่าต้องรอเรียนhealth assessment ที่ดร็อปไว้เสียก่อน จึงจะต่อได้ ก็ลงเรียนอะไรไปเล่น ๆ ให้ครบ ๑๒ หน่วยกิต (Visa F1นั้นต้องเป็นฟูลไทม์เท่านั้น ซึ่งก็คือ๑๒หน่วยกิต)ชีวิตก็เลยไม่ค่อยรันทดเท่าไร่




Create Date : 05 ตุลาคม 2551
Last Update : 5 ตุลาคม 2551 3:44:15 น. 5 comments
Counter : 369 Pageviews.

 
ขอบคุณมากค่ะ ที่แบ่งปันประสบการณ์การเรียนพยาบาลที่อเมริกาค่ะ ดิฉันก็เป็นนักเรียนพยาบาลเหมือนกัน เมื่อก่อนมีบล็อก แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่ได้ไปอาศัยการเขียนบล็อกที่บล็อกของพี่เขียด macdreamnurse ค่ะ

โรงเรียนคุณดีจังค่ะ ให้ดร็อปได้ด้วย โรงเรียนองดิฉันต้องเรียนผ่านทุกตัวค่ะ ดิฉันว่าโรงเรียนคุณยุติธรรมดีมากค่ะ

ดิฉันอยู่รัฐอลาบาม่าค่ะ





โดย: Moonlight IP: 207.171.214.170 วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:4:55:53 น.  

 


โดย: joblovenuk วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:8:30:21 น.  

 
แวะมาเยี่ยมพยาบาลสาวคนสวยค่าาา


โดย: magic_rapier วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:17:56:49 น.  

 
ที่จริงคุณดอกขำขันเนี่ย แกเสียดสีไปหมดทุกบล็อกนะคะ ตั้งแต่ก่อนคุณดอกเปลี่ยนชื่อแล้วค่ะ ถ้าสมมติว่าคนในบล็อกตั้งชื่อบล็อกที่น่าสนใจแล้ว เธอก็จะมีเรื่องอัพเดทที่เนื้อหามักจะเกี่ยวข้องกับบล็อกนั้น แม้แต่เพื่อนร่วมบล็อกของเธอที่อยู่เยอรมัน เสียดสีจริงๆ ค่ะ ดิฉันก็เข้าใจว่าเพื่อนเขาไม่รู้หรือคงไม่ถือสาค่ะ

หลายๆ คนค่ะโดน



โดย: Namwaan IP: 207.171.214.170 วันที่: 6 ตุลาคม 2551 เวลา:1:13:13 น.

ถ้าคอมเม้นท์นี้คือของคุณ ดิฉันเข้ามากราบเท้าขอบพระคุณค่ะ ที่อุตส่าห์สละเวลาติดตามเรื่องที่ดิฉันเขียนจนสามารถวิจารณ์ได้เหมือนกับตาเห็น แต่ถ้าคอมเม้นท์นี้ไม่ใช่ของคุณ ต้องขอโทษด้วยนะคะ จะแค่เข้ามาขอบพระคุณคนที่จิตใจงดงามแบบคนที่เค้าคอมเม้นท์ไว้แบบนี้ค่ะ


โดย: Flowerfun วันที่: 6 ตุลาคม 2551 เวลา:3:12:32 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ ที่แบ่งปันประสบการณ์การเรียนพยาบาลที่อเมริกาค่ะ
i am interesting .but i dont know english well.


โดย: wi IP: 69.225.255.214 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:5:21:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

MissMo
Location :
Seattle, Washington United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add MissMo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.