ดารารับเชิญในชีวิต..คนแปลกหน้าที่ได้รับความไว้วางใจ




แอบอ่านคลีโอที่เมททิ้งไว้หน้าห้องน้ำ

ข้างในมีเขียนเกี่ยวกับ "ดารารับเชิญในชีวิตจริง"
คนที่เดินผ่านมาในชีวิตเรา อาจไม่มีความสัมพันธ์กันจริงจัง
เดินเข้ามา แล้วก็เดินจากไป
แต่เค้าทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่าง
อาจทำให้เกิดแรงบันดาลใจ

เหมือนอย่างดารารับเชิญในซีรีส์ทีวี
ที่มาตอนเดียว แต่ก็เป็นคนดำเนินเรื่องราวในตอนนั้น
เป็นจุดสำคัญ ในช่วงเวลาหนึ่ง

ในคลีโอยกตัวอย่างไว้ดีมากๆอันหนึ่ง
เค้าว่าเกิดกับคนในกองบก.คลีโอเอง
วันหนึ่งที่เครียด จนไม่ไหวแล้ว เลยตัดสินใจไปหานิตติ้งมาถักกัน
พนักงานขายไหมพรม ก็อธิบายเรื่องไหมพรมไป
ว่าจะถักนิตติ้ง สำคัญคือการปลดห่วง ต้องปลดทีละห่วง
ปลดทีละหลายห่วงจะทำให้ยุ่ง
แล้วเวลาดึงก็อย่าให้หลวมเกิน ที่ถักไปจะเป็นรู
อย่าแน่นเกิน ที่ถักไว้จะไม่สวย

พนักงานขายคงไม่รู้ตัว
ว่าสิ่งที่พูดออกมา ซึ่งอาจจะเป็นหลักการให้ความรู้ลูกค้า
พูดกับทุกคน และลูกค้าทั่วไป คงไม่ได้คิดอะไร
แต่สำหรับคนคลีโอที่ไปซื้อครั้งนั้น
เค้าได้อะไร...มากกว่าไหมพรมกลับมา

คิดกลับไปดีๆ ชีวิตเราคงจะมีเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆเหมือนกัน
เค้าว่าโลกเราเป็นโรงละครโรงใหญ่
ต่างคนก็ต่างมีบทของตัวเอง ที่ต้องเล่นกันไป
คงมีอยู่บ้างแหละน่า ที่ไปเป็นดารารับเชิญให้ฉากของคนอื่นๆบ้าง



วันนี้วันที่สิบหกแล้ว
สามวันที่ผ่านมาไม่ได้โทรกลับบ้านเลย
เพราะพ่อเพิ่งโทรมาวันที่สิบเอ็ด อยากโทรนะ แต่รู้สึกว่าไม่มีเรื่องคุย
ไม่รู้เป็นอะไร แต่เรารู้สึกว่า ยิ่งกับคนใกล้ชิดยิ่งมีเรื่องคุน้อยลง
เท่าที่เห็นมา สาวๆส่วนมากมักจะชอบเล่าเรื่องราวให้ที่บ้านฟัง
เพื่อนแถวนี้ซื้อบัตรโทรศัพท์กันเป็นว่าเล่น
เราเป็นพวกไม่ชอบคุยน่ะสิ
มีเพื่อนคนหนึ่งบอกเราว่า เวลาเจอเรา ได้คุยกับเรา
เค้ารู้สึกสนิทใจ อยากคุยด้วย
เราเองก็อยากจะดีใจ ที่ได้รับเกียรตินั้น
แต่อีกใจก็กลัวว่า ถ้าเกิดสนิทกันจริงๆแล้วเนี่ย...
เราจะยังทำให้เค้ารู้สึกแบบนั้นได้อยู่รึเปล่า

แปลกดีที่หลายครั้ง เราเลือกให้ความไว้วางใจคนแปลกหน้า หรือคนที่ไม่สนิทกันเท่าไหร่มากกว่า
บางครั้งก็เล่าเรื่องราว...ที่กับคนรอบข้าง ไม่เคยคิดจะเล่าเลย
มีคนบอกว่า เรามีกำแพงสูง
เลือกที่จะเดินออกนอกกำแพงมาพบปะผู้คน
แต่พอเค้าอยากเข้ามาหาบ้าง
เรากลับหนีปิดประตู ทิ้งเค้าไว้ข้างนอกซะอย่างนั้น

ขอหาข้ออ้างให้ตัวเอง(ไม่รู้ว่าเป็นเหตุผลได้รึเปล่า แต่ข้ออ้างน่ะ เป็นได้แน่ๆ)
เวลาเล่าให้คนไกลฟัง มุมมองเค้าก็ย่อมต่างจากเรา
เค้าจะกลายเป็นผู้ฟังที่สมบูรณ์แบบ เพราะเค้าจะฟังเฉยๆ และจะไม่เปลี่ยนทัศนคติของเค้าที่มีต่อเรา
คนใกล้บางทีสัมผัสเหตุการณ์เดียวกันแบบตรงๆ
แต่เค้าคิดไปอีกแบบ
ถ้าเราจะเล่า ก็ไม่สะดวกใจ เพราะรู้ว่าเค้าคิดอีกแบบหนึ่ง
ถึงเล่าไป เค้าก็เข้าไม่ถึงความคิดเรา
เพราะเค้ามีความคิดของเค้าอยู่แล้ว


พล่ามมาซะยาวไกล
ทำไมช่วงนี้ชอบเขียนอะไรแบบนี้ก็ไม่รู้สินะ


เมื่อไหร่จะเลิกได้ซะที



Create Date : 16 เมษายน 2549
Last Update : 16 เมษายน 2549 11:06:32 น.
Counter : 504 Pageviews.

27 comments
  
ข้อเสียของคนใกล้ตัว คือ เราก็รู้ว่าเค้าเป็นคนยังไง คิดยังไง จะพูดอะไร

หลายครั้งที่เราเลยตัดสินใจเองโดยไม่ฟังคนรอบข้าง

โดย: keyzer วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:11:14:57 น.
  
เรื่องนิตติ้งตรงกับชีวิตจริงดีนะครับ... ปลดทีละห่วง ปลดหลายห่วงมันจะยุ่ง...

ก็จริงแฮะ...

งั้นตอนนี้เลิกเครียดเรื่องเอนท์ชั่วคราวดีกว่า - -
โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:11:46:38 น.
  
คนแปลกหน้าที่ว่านี่ แบบว่าเป็นแฟนอะเปล่าจ้ะน้อง

โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:11:49:50 น.
  
"เค้าว่าโลกเราเป็นโรงละครโรงใหญ่
ต่างคนก็ต่างมีบทของตัวเอง ที่ต้องเล่นกันไป
คงมีอยู่บ้างแหละน่า ที่ไปเป็นดารารับเชิญให้ฉากของคนอื่นๆบ้าง"
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ
โลกเป็นโรงละครโรงใหญ่จริง ๆ
เราก็เหมือนตัวละครตัวหนึ่งที่โลดแล่นไปตามบทบาทที่ตัวเองกำหนด

เขียนดีค่ะ อ่านสบาย ๆ ในวันหยุด

โดย: ซออู้ วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:13:05:23 น.
  
อืมมม เรื่องบางเรื่อง คุยกับคนที่ไม่รู้เรื่องเลยจะสบายใจที่สุด เพราะ คุยเสร็จ เราก็สบายใจได้ระบาย คนฟังก็สบายใจไม่คิดมากเพราะมันไม่รู้เรื่อง ^ ^

สวัสดีปี๋ใหม่เมืองเจ้า
โดย: จริง วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:13:35:01 น.
  
การปลดห่วงควรค่อยๆ ปลดทีล่ะห่วง
โดย: rebel วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:13:39:03 น.
  
อย่าลืมไปหาขนุนมาทานนะคร๊า... ไปเล่นน้ำที่ไหนมาบ้างเอ่ยยยยยย
โดย: HACKER HUNTING in The City วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:14:07:24 น.
  
เรื่องบางเรื่องคุยกะคนไกลตัวดีที่สุดค่ะ เพราะเราได้ระบายแบบสบายใจ
โดย: asariss วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:15:00:49 น.
  
แวะมาเยี่ยมครับ
โดย: Christian Chang วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:15:47:13 น.
  
การเล่าอะไรให้คนอื่นฟังก็ทำให้เราหายเครียดพอๆกับการมาบ่นใน Blog แหล่ะจ้ะ
โดย: immyjang วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:16:13:29 น.
  
มังคุดเป็นคนไม่ค่อยคุยโทรศัพท์เหมือนกันค่ะ
คงเป็นเพราะด้วยวัยีที่เปลี่ยนไป
เพราะตอนอยู่มัธยม
เคยคุยจากสามทุ่มถึงตีห้าอ่ะ
ย่าด่าบ้านแตกเลย
3 บาท คุยคุ้มเลย

แต่ตอนนี้
เวลาขึ้นกรุงเทพ
คุณแฟนจะโทรหาทุกวัน
ตอนสี่ทุ่ม (เพราะมันลดราคาอ่ะ)
แล้วก็คุยประมาณนาทีนึง
แบบว่า
ไม่ค่อยมีอะไรจะคุย
แต่ก็อยากให้ได้ยินเสียงกันวันละครั้งก็ยังดี
ถึงแม้ว่ากลับพัทยาแล้วจะเจอหน้ากันทั้งวันทั้งคืนก็เถอะ


โดย: mungkood วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:16:48:26 น.
  
ปลดทีละห่วง อืมใช่เลยถูกต้องมากๆ จัดความสำคัญของปัญหาทีละเรื่องแล้วค่อยๆแก้แหละครับ

ส่วนเรื่องคนใกล้คนไกล อาจไม่ใช่เรื่องความไว้วางใจ แต่เป็นเรื่องของคนใกล้รู้อยู่แล้วว่าจะพูดอะไรเพราะรู้นิสัยใจคอ คุยกับคนห่างๆจะได้มุมที่ไม่คาดฝัน อีกอย่างคนไกล้ เพราะใกล้กันพอได้รับรู้อาจมามีส่วนได้เสียกับปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังด้วย
โดย: นายเบียร์ วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:17:01:53 น.
  
ครับ ผมก็เป็นนะ บางครั้งสำหรับคนที่ใกล้ตัว เรากลับพูดอะไรยากกว่าคนที่เราไม่ได้สนิทมาก ม้แต่คำว่าขอบคุณ หรือ ไม่เป้นไรอะไรประมาณนั้นน่ะครับ อาจจะเป็นเพราะเราใกล้กันมาก เลยคิดว่าไม่เป็นไรมั้งเค้าคงรู้สึกอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆแล้ว ผมมว่ามันสำคัญมากเลย ยิ่งคนที่ใกล้เรามาก ก็น่าจะแคร์ความรุ้สึกให้มากๆ แหะๆๆผมเองก็แบบนี้ครับ ตอนนี้พยายามอยู่ผมเปิดตัวเองกับคนที่บล็อกมากกว่าเปิดตัวเองกับคนในครอบครัวผมซะอีก แปลกดีครับ


มาทักทายครับ มัวแต่งานยุ่งอยู่นานเลย วันนี้ต้องแวะมาหน่อยแล้ว เดี๋ยวเพื่อนๆจะเคืองเอาครับ พอดีเพิ่งหายไข้ด้วย


ไว้แวะมาใหม่ครับ

โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:17:28:41 น.
  
สวัสดีค่ะ ตามมาอ่านบล้อกด้วยคนนะคะ

เมื่อก่อนก็ชอบอ่านคลีโอค่ะ มีเรื่องเล่าน่าติดตามหลากหลายดี แต่หลังๆ ติดอ่านการ์ตูนกับพ้อกเก็ตบุ้ค เลยไม่ได้อ่านพวกนิตยสารมาหลายเดือนมากแล้วค่ะเนี่ยะ

เย็นนี้ทานอะไรคะ
โดย: สาวหน้าใส วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:17:56:28 น.
  
อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงเรื่อง Negotiater ขึ้นมาทันใดเลยค่ะ ... ตัวเอกที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์บอกว่า เหตุการณ์อย่างนี้ถ้าใครจะเป็นคนที่เค้าไว้ใจได้มากที่สุด คงจะต้องเลือกคนแปลกหน้าสักคนแล้วล่ะ เพราะถือว่าเค้าไม่รู้จักเรา เค้าจะไม่เอนเอียง จะสามารถเข้าใจเรื่องราวได้มากกว่าคนอื่นชัวร์ค่ะ
โดย: JewNid วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:17:56:33 น.
  
อ่านแล้วพยักหน้าตามเลย
อิอิ คุณเจ้าของบล็อกเขียนได้ชวนติดตามมากค่ะ

นึกว่าเป็นอยู่คนเดียวนะคะเนี่ย ที่ว่า กับคนใกล้ชิดมากๆ บางทีก็ไม่อยากเล่าอะไรให้ฟัง เพราะรู้อยู่แล้วว่าเค้าคิดยังไง
โดย: ~มณีลัลลา~ วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:18:18:43 น.
  
แวะมาเยี่ยมค่ะ

คิดคล้าย ๆ กันเลยค่ะ เรื่องบางเรื่องอยากคุยกับเพื่อนกลุ่มนี้ บางเรื่องก็อยากคุยกับเพื่อนอีกคน บางทีก็ไปพล่ามให้คนไม่รู้จักทางอินเตอร์เน็ตฟัง เพราะฉะนั้นใครจะมาคุ้ยหาความลับคงต้องทำงานหนักหน่อย
โดย: Little Bella วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:18:33:05 น.
  
ใช่ๆๆ แต่ละ chapter ก้อมีคนดำเนินร่วมกะเรา

นี่เลย เรามาขอรูปค่ะ รูปจขบ. จะไปทำเสื้อ
เพื่อน แก้งค์คูทิง ค่ะ
แบบ ใครเพื่อนเรา เราขอรูปมาใส่หมด ถ้าไม่อยากเผยก้อขอโลดก้ค่ะ
แล้วแต่นะคะ
แต่ ขอออออ
แบบ ทำตาปริบๆๆๆๆ
โดย: Tinglish วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:20:05:53 น.
  
ไม่ชอบคุยโทรศัพท์ง่ะ

เห็นฮ่าวหม่า มี่หม่า อั้นหม่าที่ต้องกดในการโทรแต่ละครั้ง จะเป็นลม

อัตราเฉลี่ยการโทรกลับเมืองไทย : สองปีต่อหนึ่งครั้ง (ให้เพื่อนต่อสายให้ด้วย เอิ๊กกกกก)
โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:20:19:15 น.
  
ชอบฟังเรื่องพวกการเปรียบเทียบ คำคม และการดำเนินชีวิตโดยศึกษาจากสิ่งของที่มีให้เห็นโดยทั่วไป

เรื่องการถักนิตติ้ง พอได้อ่านก็รู้สึกว่า มันมีความคิดดีๆ อยู่ในนั้นนะ... แต่ไม่ได้คิดเรื่องดารารับเชิญแฮะ..

บล๊อกก็คือไดอารี่ เอาไว้บ่นสิ่งที่คิดและอยากเล่าหรือระบาย... เพื่อนแปลกหน้าก็อาจเป็นคนเอาไว้ระบายได้ เพราะมันคงไมรู้จักกับใครที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเรา คงจะไปแบล๊กเมล์เราไม่ได้แน่
โดย: biggg วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:20:36:47 น.
  
โดย: Bluejade วันที่: 17 เมษายน 2549 เวลา:6:00:04 น.
  
มีความสุขกับการทำงานนะคร๊าบ

โดย: อ้วนดำปื๊ดปื๊อ วันที่: 17 เมษายน 2549 เวลา:10:08:09 น.
  
อ่านแล้วต้องไปหานิตติ้งมาถักดีกว่า อิอิ
น้องปอยสบายดีนะคะ^^


...
โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 17 เมษายน 2549 เวลา:10:53:54 น.
  
ไม่อยากคุย ก็เขียนได้นิ
เพราะต้องไม่ลืมว่า
สิ่งที่ครอบครัวอยากรู้
ไม่ใช่ว่าเราไปทำอะไรมาบ้าง
แต่คือ เราสบายดีไหม
Image hosting by Photobucket
โดย: พี่เอก Marvel' Boy IP: 203.154.242.2 วันที่: 17 เมษายน 2549 เวลา:11:21:46 น.
  
ต่างคนก็ต่างมุมมองครับ

เรื่องคนแปลกหน้า ก็ไม่แปลกหรอกครับพี่ว่า
บางครั้งนึกๆไปมันก็เหมือนกับการที่เราไปเล่าอะไรๆให้จิตแพทยืฟังเวลามีปัญหาน่ะ..

เห็นด้วยกับเอกครับ..จริงๆแล้วรายละเอียดกิจกรรมไม่ใช่สิ่งที่คนทางบ้านอยากรู้ที่สุด แต่สิ่งที่เค้าอยากรู้ก็คือเรายังสบายดีหรือเปล่าเท่านั้นเองครับ
โดย: กุมภีน วันที่: 17 เมษายน 2549 เวลา:15:33:31 น.
  



มองต่างมุมเน๊าะคุณ..เพราะคนเรามีความต้องการแตกต่างกัน
โดย: อุ้มสี วันที่: 18 เมษายน 2549 เวลา:0:10:01 น.
  
อยากเจอคนแปลกหน้าที่ได้รับความไว้วางใจมั้งจัง


สุขสันต์วันธรรมดานะค่ะ
โดย: Michiyo วันที่: 18 เมษายน 2549 เวลา:9:35:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

PADAPA--DOO
Location :
Beijing  China

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



จะแมวสีขาว หรือว่าแมวสีดำ
จับหนูได้
ก็ถือว่าเป็นแมวดีหมดนั่นล่ะ















สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด










เมษายน 2549

 
 
 
 
 
 
1
2
3
5
7
9
10
11
13
14
15
17
19
21
23
24
25
27
29
 
 
All Blog