มินตรานรี-นกค่ะ คำเตือน : ที่นี่คนแก่เอาไว้บ่นเรื่อยเปื่อยไร้สาระ หากต้องการความรู้ด้านวิชาการแน่นปั๋งละก็ คุณมาผิดบล็อคแล้วจ้า
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
16 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
เมื่อมินตราหัดทำฝนหลวง (2)

ความรู้สั้นๆเกี่ยวกับฝนหลวงค่ะ คัดลอกมาจากบางส่วนของเอกสารแจกเป็นแผ่นพับของสำนักฝนหลวง

ที่มาของพระราชดำริฝนหลวง

“ฝนหลวง” เป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้มีการศึกษา ค้นคว้า วิจัยหากรรมวิธีดัดแปรสภาพที่เหมาะสมกับประเทศไทยในการบังคับให้เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่เป้าหมายที่ต้องการ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอันเนื่องมาจากภัยแล้ง ซึ่งในปี 2512 จึงได้มีการทดลองทำฝนหลวงครั้งแรกขึ้นในประเทศไทย และจากความสำเร็จในขั้นบุกเบิกการทดลองทำฝน ภายใต้การนำของหม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้รับสนองพระราชดำริ ระหว่างปี พ.ศ. 2512-2514 รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงน้อมรับวิธีการทำฝนหลวงมาปฏิบัติการแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามการร้องขอของประชาชน ควบคู่ไปกับการพัฒนากรรมวิธีการทำฝนหลวงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเป็นลำดับมาถึงปัจจุบัน

วิธีการทำฝนหลวง

ขั้นตอนที่ 1 ก่อกวน Triggering
ก่อเมฆโดยใช้เครื่องบินเมฆอุ่นโปรยสารเกลือแป้งบริเวณต้นลมพื้นที่เป้าหมาย ที่ระดับความสูง 7,000-8,000 ฟุต โดยสารเกลือแป้งจะทำหน้าที่เป็นแกนกลั่นตัวในการดูดซับความชื้นที่มีอยู่ในอากาศ เกิดการควบแน่นเป็นเม็ดน้ำและรวมตัวกันเป็นเมฆ

ขั้นตอนที่ 2 เลี้ยงให้อ้วน Fattening
เลี้ยงเมฆให้อ้วนโดยเครื่องบินเมฆอุ่นโปรยสารแคลเซียมคลอไรด์เข้าไปที่เมฆที่ระดับ 8,000 ฟุต ความร้อนที่เกิดจากปฏิกริยาทางเคมีของสารแคลเซียมคลอไรด์ เมื่อละลายน้ำหรือดูดซับความชื้นหรือเม็ดน้ำในเมฆ จะเร่งหรือเสริมแรงยกตัวของมวลอากาศภายในเมฆ ทำให้เมฆเจริญเติบโตต่อไปได้ดีและก่อยอดสูงขึ้น

ขั้นตอนที่ 3 โจมตี Attacking : โจมตีเมฆอุ่นแบบ “แซนด์วิช”
โจมตีเมฆอุ่นด้วยเทคนิคแซนด์วิช โดยใช้เครื่องบินเมฆอุ่น 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งโปรยสารเกลือโซเดียมคลอไรด์ ทับยอดเมฆหรือไหล่เมฆที่ระดับ 9,000-10,000 ฟุต ทางด้านเหนือลมของก้อนเมฆ อีกเครื่องหนึ่งโปรยสารยูเรีย ที่ระดับชิดฐานเมฆทางด้านใต้ลม

ขั้นตอนที่ 4 เสริมการโจมตี Enhancing
ใช้เครื่องบินเมฆอุ่นโปรยเกล็ดน้ำแข็งแห้งที่บริเวณต่ำกว่าฐานเมฆประมาณ 1,000 ฟุต เพื่อปรับลดอุณหภูมิของอากาศใต้ฐานเมฆ และทำให้อากาศมีความชื้นสัมพัทธ์สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการระเหยของน้ำออกจากเม็ดฝนลง

ขั้นตอนที่ 5 โจมตีเมฆเย็นด้วยซิลเวอร์ไอโดไดด์
โจมตีเมฆเย็นด้วยสารซิลเวอร์ไอโอไดด์ โดยใช้เครื่องบินเมฆเย็น 1 เครื่อง ยิงพลุสารซิลเวอร์ไอโอไดด์เข้าสู่ยอดเมฆ ที่ระดับประมาณ 21,500 ฟุต

ขั้นตอนที่ 6 โจมตีแบบ “ซูเปอร์แซนด์วิช”
ใช้เครื่องบินอย่างน้อย 3 เครื่อง โจมตีในส่วนที่เป็นเมฆเย็น ด้วยการยิงพลุสารซิลเวอร์ไอโอไดด์จากเครื่องบินเมฆเย็นเข้าสู่ยอดเมฆ ในขณะเดียวกันก็โจมตีเมฆอุ่นเบื้องล่างด้วยการโจมตีแบบแซนด์วิช โดยใช้เครื่องบินเมฆอุ่น 2 เครื่องโปรยสารเกลือแป้งที่ไหล่เมฆ

หลังการปฏิบัติการขั้นตอนที่ 4-6 จะมีฝนตกจากฐานเมฆได้เร็วขึ้น และเป็นเม็ดฝนขนาดใหญ่ ฝนจึงตกหนักขึ้น และให้ปริมาณน้ำฝนสูงกว่าการปล่อยให้ตกเองตามธรรมชาติ

ดูภาพกันต่อค่ะ

ภาพที่มองจากเครื่องบินทำฝนหลวง ผ่านไร่นาของเกษตรกรที่เริ่มพลิกฟื้นขึ้นสู่ความเขียวชอุ่มในช่วงต้นฤดูฝนค่ะ พื้นที่ในแถบนี้ส่วนใหญ่ทำนา ไร่มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงานค่ะ หลายๆคนอาจสงสัยว่า หน้าฝนต้องทำฝนหลวงด้วยหรือ? คำตอบคือ ทำค่ะ เพื่อให้ฝนตกสม่ำเสมอไม่ทิ้งช่วง ฝนหลวงมีการทำเกือบตลอดปี ยกเว้นในฤดูหนาวที่ปริมาณความชื้นในอากาศน้อยค่ะ


ดูภาพตัวเมืองโคราชยามบ่ายกันต่อค่ะ จะเห็นได้ว่าโคราชเป็นเมืองหน้าด่านสู่ภาคอีสาณที่มีขนาดใหญ่และกำลังขยายตัวออกไปเรื่อยๆ ใครบ้านอยู่แถวนี้ก็ดูกันเองเน้อ


เครื่องจะลงแล้วค่ะ ด้านหน้าคือลานบิน ท่านผู้โดยสารกรุณารัดเข็มขัดนั่งประจำที่ด้วยค่า


ดูกันให้ชัดๆ กระสุนซิลเวอร์ไอโอไดด์ค่ะ ขนาดประมาณหนึ่งคืบได้


โฉมหน้าเหล่านักรบผู้ต่อสู้ภัยแล้งให้กับเราคนไทย ชุดติดกันสีเขียวคือพี่ๆนักบิน(เรียกลุงมีเคือง) เสื้อเหลืองคือเจ้าหน้าที่สำนักฝนหลวงค่ะ ทำงานทุกวันไม่มีหยุด ขึ้นบินทำฝนหลวงกันวันละ 2 รอบ เช้า-บ่าย ค่ะ


สถานีเรดาร์ที่พิมาย โคราชค่ะ ที่เห็นเป็นกลมๆอยู่บนสุด คือตัวเรดาร์ ทำหน้าที่ตรวจสภาพอากาศเพื่อเป็นข้อมูลในการทำฝนหลวง


ปิดท้ายด้วยภาพสุดโปรดของเรา ที่ชอบจนเอามาทำแบล็กกราวด์บล็อกนี้
ขอตั้งชื่อว่า "เรือบินน้อยกลางทะเลเมฆ" ค่ะ
(ภาพตีกับแบล็กกราวน์ไปหน่อย ขอเวลามินตราไปเรียนวิธีใส่กรอบก่อนเด้อค่า)





Create Date : 16 สิงหาคม 2550
Last Update : 16 สิงหาคม 2550 11:10:45 น. 9 comments
Counter : 770 Pageviews.

 
มาดูคนหัดทำฝนหลวงค่ะ
คิดว่าพูดเล่นๆซะอีก


โดย: สเลเต วันที่: 16 สิงหาคม 2550 เวลา:13:06:40 น.  

 
พี่นก แถวบ้านเหมียวไม่ต้องแวะนะคะ ฝนตกทั้งวันเลยอ่ะ


โดย: ธีรารัศมี วันที่: 16 สิงหาคม 2550 เวลา:13:44:58 น.  

 
พี่โน๊กกกกกกกกกกก คราวหน้าไปอีก เหน็บหนูไปอีกคนได้ป่ะ อยากเห็นกะตาง่ะ ว่าทำฝนเนี่ย ทำไง นะ นะ นะ


โดย: ฝน (joruno_jostar ) วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:7:44:09 น.  

 
ส่งข่าวคราวถึงพระน้องนางอีกคนให้แล้วเด้อค่ะ


โดย: เนเน่ IP: 210.1.12.100 วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:9:20:36 น.  

 
โคราช ตามหลัง เชียงใหม่ มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ถ้าใครอยากรู้ ก็ค้นดูในกูเกิล ภาพเมืองเชียงใหม่ แล้วความจริงก็จะปรากฏ ว่าเชียงใหม่ใหญ่กว่าโคราช หลายเท่า


โดย: บอม เชียงใหม่ IP: 58.147.94.172 วันที่: 25 สิงหาคม 2550 เวลา:12:47:23 น.  

 
คุณสเลเต - ยินดีที่มาเยี่ยมเยียนค่ะ

เหมียว - ไม่ไปก็ได้จ้า งอนแระ

ฝน - อยากทำจัง "ทำฝน" ฮี่ๆๆ

เนเน่จัง - ขอบใจจ้า



โดย: นก (มินตรานรี ) วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:16:21:34 น.  

 
เข้ามาเห็น เลยมาชม ขอบคุณที่ลงเรื่องราวของชาวฝนหลวงบ้าง ขอบใจมาก ๆ ขอให้เจริญ สวย รวย สาธุ


โดย: Rainmaking IP: 61.19.101.98 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:25:39 น.  

 
วี๊ด อยากเห็นบ้านตัวเองอ๊า นี่ๆ ถ่ายมุมสูงแบบนี้มาอีกได้ป๊ะ เอามาให้ดูบ้าง โอ๊ยย คิดถึงโคราชบ้านเอ๊งงง


โดย: Nan IP: 125.25.245.141 วันที่: 4 เมษายน 2551 เวลา:20:46:34 น.  

 
โคราชมีทุกอย่าง บขส.มี 2 แห่ง สนามบินมี 2 แห่ง สถานีรถไฟ 2 ที่ในเมือง มีรถเมล์ ปอ.วิ่งรอบเมือง หลายสาย แท็กซี่มิตเตอร์ก็มี ศูนย์การค้าใหญ่ๆหลายแห่ง มีโรงหนัง EGV THE MELL


โดย: โต้ง IP: 202.149.24.129 วันที่: 20 มิถุนายน 2551 เวลา:18:37:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มินตรานรี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ มินตราค่ะ จะเรียกนก พี่นก ป้านก ก็ตามสบายค่ะ บ้าหนังสือ ทั้งไทย จีน ฝรั่ง และญี่ปุ่น แต่ตอนนี้บ้าสุดๆก็เรื่องนิยายโรมานซ์ฝรั่งค่ะ ชอบสะสมเครื่องสำอาง และสนใจกล้องกับการถ่ายภาพ (แบบจนๆ) ยินดีที่ได้คุยกันค่ะ
Friends' blogs
[Add มินตรานรี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.