เด็กน้อยไม่ยอมโต
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 มกราคม 2554
 
 
บ้านเกิด

คราวที่แล้วทดสอบเขียนblogโดยใช้ภาษาจีนไป อยากรู้ว่าพอเรียนไปอีกหลายๆปี กลับมาดูจะรู้สึกกับตัวเองยังไง แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าทักษะภาษาจีนเริ่มจะนำหน้าอังกฤษแล้วล่ะสิ (เพราะอังกฤษมันอยู่กับที่และถอยหลัง ฮ่าๆ)

ไม่รู้พันทิปมีปัญหาอะไร บล็อกที่เคยเขียนไว้หายหมด แต่ไม่ค่อยเสียดายเท่าไร ก็ดีเหมือนกัน จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ลืมอะไรเลวร้ายเก่าๆไปบ้าง

ช่วงนี้หยุดกีฬามหาวิทยาลัย ปีนี้จุฬาฯเป็นเจ้าภาพ เลยได้หยุดสองสัปดาห์ กะว่าจะพักผ่อนสักหน่อย อาจารย์ผู้แสนเมตตาทั้งหลายก็สั่งการบ้านมหาศาลมาเพื่อให้นิสิตได้ทบทวนกันแม้กระทั่งเวลาที่ควรจะพักผ่อนอย่างเต็มที่ แหม ช่างดีจริงๆ- -"

ใช้เวลาวันหยุดไปครึ่งหนึ่งแล้ว การบ้านยังไม่ทำสักชิ้น มัวแต่ดูซีรี่จีนกำลังภายใน ดูจบเป็นเรื่องที่ห้าละนับจากเดือนตุลา รู้สึกว่ามันเป็นข้ออ้างมากๆเลยที่คิดว่าจะดูเพื่อฝึกภาษาจีน แต่ก็ดีอะ ไม่รู้สึกผิดเท่าไร ฮ่าๆๆ ฟังรู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่ง สนุกดี

หยุดตั้งหลายวันแล้วก็ไม่ได้ทำไรนอกไปจาก นอน กิน เล่นกับหมา ดูซีรี่ ทั้งๆที่ยืมหนังสือห้องสมุดมาตั้งสามเล่ม ยังไม่ได้เปิดเลย โอ้ ช่างขยันเสียนี่กระไร (ทำไมรู้สึกประชดบ่อยจังช่วงนี้)

รู้สึกยังไม่พร้อมจะเปิดเรียน เพราะการบ้านเยอะเกินไป ไม่แน่ใจว่าจะสะสางเสร็จหมดมั้ย(กลัวมากๆว่าจะไม่เสร็จ) เปิดมาก็ต้องพบกับการเรียนที่หนักหนาสาหัส ไม่รู้คิดไปเองมั้ยที่การเรียนตั้งแต่แปดโมงถึงหกโมงเย็นสองวันต่อสัปดาห์ อีกสามวันเรียนถึงสี่โมงเย็น มันเป็นการเรียนที่ค่อนข้างหนัก ความจริงก็หาเรื่องใส่ตัวด้วยแหละ ไปซิทอิน (เข้าเรียนโดยไม่ลงทะเบียนเรียน) สองวิชานั่นเอง คงโทษใครไม่ได้นอกจากความใฝ่รู้(?) จนอาจจะเกินพอดีของตัวเอง จะโทษใครได้

บ่นไปอย่างนั้นเอง ก็แค่อยากให้อาจารย์สั่งการบ้านน้อยๆ ถึงเรียนหนักแค่ไหน ก็เรียนด้วยใจรักใจชอบ มันช่างมีความสุขจริงๆนะการเรียนสิ่งที่ชอบเนี่ย จริงๆก็เจออะไรไม่พอใจหลายอย่าง ทั้งอาจารย์ หลักสูตร เพื่อน สิ่งแวดล้อม ฯลฯ แต่มันก็ถือว่าเล็กน้อยแหละ

เขียนครั้งนี้รู้สึกไม่ค่อยมีประเด็น และไม่เข้ากับหัวข้อเลยแฮะ หรือว่าเป็นงี้ทุกครั้ง(ฮา)

เข้าสู่หัวข้อบ้างละกัน คือรู้สึกว่าการกลับบ้านครั้งนี้เหมือนได้สมใจแค่ได้อยู่กับหมากับได้กินของดีๆเท่านั้นเอง กินแพงทุกวันเลยอะ เริ่มรู้สึกเกรงใจแม่ขึ้นมา แต่พอกลับไปกรุงเทพก็คงได้กินแต่อาหารราคาถูกสำหรับนิสิตนักศึกษา(โรงอาหารนั่นแหละ) เพื่อความอยู่รอดไปวันๆ แน่ล่ะ ชีวิตคนไม่ได้อยู่เพื่อกินซะหน่อย

แล้วคนเราอยู่เพื่ออะไรกันนะ เริ่มเข้าปรัชญาอีกละ เอาไว้ก่อนๆ

ประเด็นคือเราเริ่มรู้สึกผูกพันกับบ้านเกิดน้อยลงเรื่อยๆ ตอนนี้สิ่งเดียวที่ยึดเราไว้กับบ้านก็คือหมา สิ่งเดียวที่ทำให้เราอยากกลับบ้านจริงๆ มันน่าเบื่อนะ เวลาที่ความคิดของเราไม่เหมือนคนอื่น เหมือนเราอยู่ผิดที่อะ ที่นี่มันไม่ใช่ที่ของเรา เบื่อพวกแม่ๆป้าๆพูดกันแต่เรื่องคนนั้นคนนี้เป็นหมอ ได้เงินเท่านั้นเท่านี้ พูดอย่างสัตย์จริงเลยว่าเราไม่อิจฉาเลยสักนิดกับคนที่ได้เงินเดือนเยอะๆ ไม่เสียใจเลยสักนิดที่สอบไม่ติดหมอตามที่พ่อแม่ต้องการ

สิ่งที่เราเสียใจมาก เสียดายมาก จนบัดนี้ก็ยังไม่อาจลบเลือนไปจากความทรงจำก็คือตอนม.สามเราดันตัดสินใจพยายามเป็นลูกที่ดี เลือกเรียนสายวิทย์ตามที่พ่อแม่ต้องการ เป็นการตัดสินใจผิดพลาดสำหรับเราครั้งใหญ่ๆเลยทีเดียว

สามปีม.ปลายเราเสียเปล่าจริงๆ เราทั้งเครียดทั้งกดดัน เรียนวิทย์คณิตทั้งๆที่ไม่ถนัด เรียนได้ไม่ดี แต่เราก็ยังพยายาม เพื่อให้พ่อแม่พอใจ เสียค่าเรียนพิเศษมากมาย เสียดายตังจริงๆ แล้วแทนที่เราจะไปเรียนภาษาญี่ปุ่นตามที่ชอบ เรากลับเรียนพิเศษวิทย์ คณิต ที่เราไม่ถนัด(คิดว่าเรียนแล้วจะเก่งขึ้น แต่ไม่เลย ยิ่งเลขเนี่ย เรียนเยอะมากๆ แต่เหมือนแทบไม่ได้อะไรเลย)

อะไรดลใจให้เราทำอย่างนั้นนะ เป็นลูกที่ดีมันทำได้ตั้งหลายอย่าง ทำไมเรายอมทำอะไรที่ตัดสินอนาคตทั้งชีวิตของเราแบบนั้น

แม้ว่าตอนนี้เราจะได้เรียนอักษรศาสตร์ตามที่ต้องการแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เรียนเอกญี่ปุ่นตามที่ใฝ่ฝันอยู่ดี เห็นเด็กเอกญี่ปุ่นทีไรก็รู้สึกอิจฉาทุกที ได้เรียนสิ่งที่ชอบ เรียนจบก็มีงานรองรับเยอะแยะ เงินเดือนก็ดี

ถ้าหากตอนนั้นเราเลือกศิลป์ญี่ปุ่น ตอนนี้เราก็คงได้เติมเต็มความใฝ่ฝันไปนานแล้ว แต่นี่เราก็ยังต้องเก็บความฝันนี้ไว้ต่อไป ไม่รู้ว่าเมื่อไรเราถึงมีเวลาเรียนญ๊่ปุ่นอย่างจริงๆจังๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องเรียนอีกนานเท่าไรถึงจะเก่งญี่ปุ่นจนอ่านออกเขียนได้ บางที มันอาจจะไม่มีโอกาสอีกเลยทั้งชีวิตที่เหลือของเราก็ได้ เพราะบางอย่าง ตัดสินใจไปแล้วก็กลับไปแก้ไขไม่ได้ซะด้วยสิ

บ่นเรื่องเดิมๆทุกที มันเป็นเรื่องติดค้างในใจจริงๆ แม้ว่าเรียนภาษาจีนเราก็ชอบเหมือนกัน (และถ้าสมมติได้เรียนศิลป์ญี่ปุ่น เราก็คงอยากเรียนภาษาจีนด้วยเหมือนกัน) แต่เหมือนว่าเอกนี้จะมีงานน้อยกว่า เงินน้อยกว่า แล้วประเทศจีนก็เจริญน้อยกว่าญี่ปุ่นละมั้ง ก็เลยแอบเปรียบเทียบ (คนญี่ปุ่นนิสัยดีกว่าด้วย)

สิ่งที่ทำเอาเราผิดหวังมากๆๆๆกับการกลับบ้านครั้งนี้ก็คือ แม่มาพูดทำลายกำลังใจเราอีกแล้ว เรื่องที่เราอยากเป็นนักวิชาการ อยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย คือจะคิดไม่เหมือนกัน มองกันคนละมุม อุดมคติของชีวิตต่างกัน หรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าเลยนะ แต่อย่ามาพูดกันอย่างนี้ได้ปะ เบื่ออะ อะไรๆก็สนใจแต่เงิน บอกว่าเป็นอาจารย์เงินเดือนไม่พอใช้หรอก บลาๆ โหย ถ้าไม่พอใช้แล้วพวกอาจารย์เค้ามีชีวิตอยู่กันได้ไงล่ะ

เราสงสัยจริงๆ อะไรหล่อหลอมให้แม่เป็นคนที่เห็นเงินเป็นเรื่องสำคัญขนาดนี้ (ในความเห็นของเรา เงินสำคัญก็จริง แต่ไม่ได้สำคัญไปกว่าอุดมการณ์กับสิ่งที่ชอบหรอก) แต่เป็นความสงสัยที่ขี้เกียจจะหาคำตอบ บางทีคนส่วนใหญ่ก็คิดกันเหมือนแม่นั่นแหละ เรามันนอกคอกเอง

เบื่ออะ กลับมาแล้วหดหู่กับชีวิตทุกที รู้สึกเหมือนบรรยากาศที่นี่มันแบบมีเงินเยอะแล้วเป็นคนประสบความสำเร็จอะ ไอ้เรามันดันเป็นคนที่ชอบยกย่องคนมีอุดมการณ์ แต่รังเกียจพวกเห็นแก่เงินซะด้วยสิ

เราได้คิดทบทวนหลายครั้งแล้วที่จะเลือกเส้นทางนี้ ไม่ใช่อารมณ์ประสาวัยรุ่น เราไม่สามารถมีชีวิตอยู่แบบหาเงินไปวันๆได้จริงๆ เพราะความสุขของเราไม่ได้อยู่ที่การมีบ้านใหญ่ๆ มีรถหรูๆ มีเงินเยอะๆ ได้ไปเที่ยว ซื้อของนู่นนี่ ฯลฯ ความสุขของเราคือการได้เรียนรู้เยอะๆ ซึ่งมันไม่ได้ต้องใช้เงินมากมายขนาดนั้น

จุดยืนต่างกัน มันก็อยู่ด้วยกันยาก อยู่ไปก็ไม่มีความสุข คือโอเคว่าเราเข้าใจเค้าได้ว่าเค้าจุดยืนเป็นแบบนี้นะ เราแบบนี้นะ แต่เราก็เข้ากันไม่ได้จริงปะ

พูดจริงๆที่คณะก็ไม่ใช่จะมีพวกอุดมการณ์มากมายอะไรหรอกนะ ในรุ่นเราเจอแค่คนเดียวเท่านั้นแหละ แต่แค่คนเดียวก็ทำให้เรารู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีเราแค่คนเดียวที่คิดแบบนี้ แค่คนเดียวก็เปิดมุมมองให้เราได้มากมายแล้ว

เค้าทำให้เราพบว่า คำกล่าวที่ว่าเรียนสายวิทย์จะทำให้คิดได้เป็นระบบ มีเหตุมีผลกว่าเรียนสายศิลป์ ไม่ใช่คำกล่าวที่จริงแท้เสมอไป เพราะเค้าเรียนสายศิลป์ภาษามา แต่คิดอะไรได้เป็นเหตุเป็นผลมากๆ ไม่เชื่ออะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งๆที่เด็กวิทย์เองก็งมงายเยอะแยะไป

ยิ่งตอกย้ำให้เรารู้สึกว่า เวลาที่เราเสียไปในการเรียนสายวิทย์มันสูญเปล่าจริงๆ

เขียนอะไรไร้สาระไปเยอะแยะ แต่ก็รู้สึกเหมือนได้ระบายความอัดอั้นใจไปบ้าง อาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้นมั้ง สกลนครหนาวมากกกก มากจริงๆอะ ช่างแตกต่างกับกรุงเทพจริงๆ ถ้ากรุงเทพหนาวได้ขนาดนี้บ้างก็คงดีนะ





Create Date : 16 มกราคม 2554
Last Update : 16 มกราคม 2554 7:27:52 น. 21 comments
Counter : Pageviews.

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: แม่ออมบุญ วันที่: 16 มกราคม 2554 เวลา:7:32:05 น.  

 
สวัสดีครับ ขอข้ามาอ่านหน่อยนะ สำหรับผม ผมว่าเรายืนอยู่ในจุดที่เรา สบายใจ ดีกว่าครับ ทุกอย่างมีเหตุ และมีผมในตัวของมันเองอยู่แล้วผมว่า ขึ้นอยู่กับว่าเรารับกับเหตุผล นั้นได้หรือป่าว


โดย: samazone วันที่: 16 มกราคม 2554 เวลา:7:54:25 น.  

 
Photobucket


โดย: panwat วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:32:39 น.  

 
Happy birthday ka

ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยๆ และได้เป็นที่รักของทุกๆคนนะคะ


โดย: Sugar lip วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:40:25 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดครับ ขอให้มีสุขภาพร่างกายเเข็งเเรง
คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาเเละมีความสุขในทุกๆวันครับ


โดย: Don't try this at home. วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:42:02 น.  

 


โดย: veerar วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:54:47 น.  

 


ป้าเชิญนางฟ้า...มาอวยพรวันเกิดค่ะ
ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ คนที่ดีมีจิตใจดี
และเหตุการณ์ดีๆรวมทั้ง...
ความรักที่ดีที่สุดในชีวิตนะคะ
หวังว่าคงจะไม่ช้าไปนะคะ
*********
*******
*****
***
*





โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:1:03:15 น.  

 

สุขสันต์วันเกิด ขอให้พบกับสิ่งดีๆ ในชีวิตนะค่ะ




โดย: brackleyvee วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:1:32:03 น.  

 



ขอให้มีความสุขดั่งใจหวัง
ขอให้มีพลังก้าวมั่นอย่าหวั่นไหว
ขอให้คนรอบข้างจงรักมั่นฤทัย
ขอให้สุขภาพใจสุขภาพกายแข็งแรงเทอญ

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดนะคะ มีเพลงเพราะ ๆ มาฝากด้วยจ้า






โดย: KeRiDa วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:5:28:14 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ


โดย: บาร์บี้แสนสวย วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:37:59 น.  

 


โดย: bigtiger.crochet วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:46:24 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: kobnon วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:53:30 น.  

 
Photobucket

สุขสันต์วันเกิดค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ ทำสิ่งใดก็ขอให้ประสบความสำเร็จทุกประการค่ะ


โดย: แม่น้องแปงแปง วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:01:44 น.  

 


โดย: nootikky วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:41:27 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: nu pang new วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:08:32 น.  

 



สุขสันต์วันเกิด จ้า

พรใดที่เป็นของชาวโลก

สุขใดที่ช่วงโชติของชาวสวรรค์

รักใดที่อมตะและนิรันดร์

ขอรักนั้นและพรนั้น จงเป็นของ จขบ. จ้า



โดย: หน่อยอิง วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:43:39 น.  

 


โดย: จีนี่ในกระจกแก้ว วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:26:50 น.  

 
สุข สราญงามสรรพชีวิต
สันต์ สถิตสมมารถปรารถนา
วัน คืนลับ ทุกข์คลายหายพริบตา
เกิด ปัญญา รับวันใหม่ ผ่องแผ้วเอย




โดย: ทัสนะ (atruthoflife10 ) วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:41:17 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

สุขสันต์วันเกิดนะค่ะ


โดย: Hanlanlaa วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:46:39 น.  

 
Photobucket


โดย: pinkyrose วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:29:09 น.  

 
ยืนยันทำสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ มีความมั่นใจในตัวเอง ณ ปัจจุบัน อาชีพอาจารย์คืองานที่มั่นคงที่สุด และมีโอกาสก้าวหน้ามาก คนเป็นหมอบางทีใช่จะมีความสุข ตีสองตีสาม ต้องโดนโทรตามไปรักษาคนไข้ อยากจะลาพักร้อนหนะเหรอ เมินซะเถอะ คนไข้รอจะให้ช่วยอยู่ จะหนีไปเที่ยว ไม่มีทาง..

คุณทำถูกแล้ว ที่เลือกเรียนตามที่ตัวเองต้องการ สักวันคนที่จะอยู่กับคุณก็คือตัวคุณ งานคุณต้องทำทั้งชีวิต ถ้าคุณไม่รู้สึกรักหรือชอบมัน ชีวิตที่เหลือก็เหมือนตายทั้งเป็น

เอาใจช่วยค่ะ สักวันพ่อแม่คุณก็จะเข้าใจในตัวคุณ อดทนนะคะ


โดย: ipatty IP: 223.205.216.143 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2554 เวลา:10:08:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 
~\MINKU/~
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add ~\MINKU/~'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com