เมษายน 2558

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
 
Bride Diary Part 1 : DIY Prewedding กับภาพที่หยิบมาดูกี่ครั้งก็ยิ้มได้เสมอ


สวัสดีค่ะ เพิ่งลองเขียน Blog เป็นครั้งแรก ผิดถูกยังไงขออภัยด้วยนะคะ 

เนื่องจากเราได้มีโอกาสทำ Prewedding ด้วยตัวเอง ได้เตรียมการหลายๆอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งมันสนุกมาก ผลออกมาก็ชอบมากและที่สำคัญประหยัดมากค่ะ 555+ เลยตั้งใจอยากแบ่งปันประสบการณ์ของเราให้เพื่อนๆที่กำลังจะทำ Prewedding ด้วยตัวเอง และอยากได้ภาพสไตล์เดียวกับเรา                       เผื่อข้อมูลนี้จะพอเป็นประโยชน์บ้าง ก็ดีใจแล้วค่ะ

เนื่องจากเราและแฟนเป็นคนชอบอะไรง่ายๆ สบายๆ เหมือนกัน เลยเห็นตรงกันว่าอยากทำ Prewedding เอง ให้มีความเป็นตัวเราทั้งคู่ ไม่เอาหวาน ห้ามโรแมนติค ไม่แฟนซี เพราะขนลุก (อันนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลนะคะ) คือเราสองคนเริ่มมาจากความเป็นเพื่อน คบกันแบบเพื่อน เลยคิดว่า สิ่งสำคัญของรูป Prewedding คือความเป็นตัวเองและความเป็นธรรมชาติในแบบที่เราเป็น     ดังนั้นรูปถ่ายเราจะไม่มีซีนหวานหรือโรแมนติคใดๆนะคะ เมื่อสรุปได้แล้วว่าจะถ่ายเอง ก็เริ่มหาข้อมูล โดยสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำ Prewedding ด้วยตัวเองมีดังนี้

1. ช่างภาพ

เริ่มถามจากเพื่อนๆหรือคนรู้จักเลยค่ะ สมัยนี้ช่างภาพอิสระ เก่งๆ ราคาไม่แพงที่รับงานมีเยอะมาก ลองถามๆเพื่อนดู รับรองต้องได้คำแนะนำแน่นอนค่ะ ของเราก็มีเพื่อนแนะนำมา เป็นช่างภาพที่ถ่ายให้เพื่อนตอนรับปริญญา ชื่อพี่วุฒิซึ่งพี่เค้าก็น่ารัก Alert และตามใจเรามากค่ะ ทำให้ได้ภาพที่ชอบหลายภาพเลยราคาอยู่ที่ 6,000 บาท เต็มวัน พร้อมผู้ช่วย 1 คนค่ะ (ราคาช่างภาพอิสระ จะไม่เท่ากัน   แต่เท่าที่ทราบไม่ห่างจากนี้มากค่ะ) และส่วนใหญ่ช่างภาพก็จะมี Prop มาให้เล่นตอนถ่ายด้วยค่ะ เราไม่ต้องเตรียมอะไรเลย เอาเวลาไปเตรียมอย่างอื่นดีกว่าค่ะ

2. สถานที่

แรกๆ เรากะแฟนอยากถ่ายในสตูฯ ฉากขาวๆเรียบๆเลย อยากเน้นอารมณ์ภาพและคน ไม่เน้นสถานที่ แต่ก็กลัวภาพจะน่าเบื่อไป เพราะโพสต์ท่าไม่เก่งทั้งคู่ เลยเริ่มหาข้อมูลและจบลงที่ เอแบค บางนา  เพราะเราเป็นศิษย์เก่า เลยได้ถ่ายฟรี (เหตุผลหลัก คือ งก!!!) ก็ตัดสินใจขับรถไปจองสถานที่เองเลย เพราะอยากไปสำรวจด้วย ว่ามีมุมไหนใหม่ๆจะถ่ายชุดไหน ได้บ้าง ประกอบกับช่างภาพจะทยอยส่งรูปสถานที่แต่ละมุมมาให้เราดูก่อนว่าอยากได้มุมไหน ซึ่งเราสองคนอยากได้มุมที่เป็นฉากขาวๆ ได้อารมณ์สตูดิโอบ้างตามที่ตั้งใจไว้ตอนแรก และก็ไม่ผิดหวังเลย ที่เอแบคมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมากๆและมีตึกใหม่ที่มีฉากขาวๆเป๊ะ คือ เราอยากได้มุมที่เรียบๆดูสบายๆ เน้นที่คนมากกว่าสถานที่ เลยได้มุมที่คนอื่นเค้าไม่ถ่ายกัน มุมยอดนิยมของเอแบคที่คนอื่นถ่ายเราไม่มีเลยค่ะ ซึ่งก็ขัดใจช่างภาพเล็กน้อย จนแอบบ่นว่า มาถ่ายที่นี่ทำไมถ่ายอยู่บ้านก็ได้มั้ง555 ก็เค้าชอบเรียบๆนี่นา และนี่ก็ฟรี 555

3. ตัวอย่างภาพที่ชอบ

เมื่อได้คอนเซปต์และสถานที่ในหัวแล้ว ก็เริ่มหาตัวอย่างภาพตาม Google, Pinterest แล้วเซฟรูปไว้ แล้วก็นั่งวางแผนว่า ภาพไหน โพสต์ท่าไหนจะถ่ายมุมไหนที่เอแบคได้บ้าง เพราะวันที่ไปถ่ายจริงจะได้เร็วขึ้น กลัวไปถึงแล้วไม่รู้จะทำท่าไหน จะไม่รอดทั้งคู่ค่ะ

4. เสื้อผ้าหน้าผม

แน่นอนว่า เสื้อผ้าต้องให้แมทช์กับมุมที่ถ่ายและท่าตัวอย่างที่เลือกไว้ ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะไม่ใส่ชุดเจ้าสาวถ่ายรูป ใส่เป็นชุดราตรีเกาะอกเรียบๆ แล้วติดเวลก็พอ แต่เนื่องด้วยตัวเองเปิดร้านเช่าชุดราตรี ชุดแต่งงาน ก็เลยจัดซะหน่อย ถือโอกาสโปรโมทร้านเบาๆและก็ฟรีอยู่แล้วด้วย แต่ถ้าเพื่อนๆที่ไม่มีชุดราตรี หรือชุดแต่งงาน เราแนะนำว่าหาชุดสีขาวเรียบๆกระโปรงยาว แล้วติดเวล ก็พอนะคะ    น่ารักดี เพราะยังไงชุดแต่งงานก็ได้ใส่วันแต่งงานอยู่แล้วเนอะ ไม่เปลืองด้วย แต่สิ่งสำคัญคือ ทุกชุดต้องเป็นชุดที่เราใส่แล้วมั่นใจ ดูเข้ากันกับมุมที่ถ่ายเพราะชุดที่ใส่มีผลต่อการแสดงอารมณ์ตอนถ่ายภาพด้วยนะคะ เรื่องชุดเราเลยสรุปได้ว่ามี 4 เซท เป็นชุดราตรี ชุดแต่งงาน ชุดไปรเวท และชุดนักศึกษา ส่วนหน้าผม เราพอแต่งหน้าทำผมเป็นบ้าง เลยจัดเองหมดเลยค่ะ 

5. เพื่อนที่ดีที่สุด 1 คน

สุดท้ายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการถ่ายภาพครั้งนี้ค่ะ คือเพื่อนรักของเรา 1 คนสำคัญมากๆนะคะ เราเรียกเค้าว่า แม่นม 555+ เพราะตลอดการถ่ายวันนั้นเค้าจะคอยดูแลปรนนิบัติพัดวีเรา คอยช่วยถือของ ดูความเรียบร้อย เสื้อผ้าหน้าผมดูท่าโพสต์ ซื้อน้ำ ซื้อขนม เนื่องจากเราทำเองทั้งหมด และที่เหลือก็เป็นหนุ่มๆ จึงต้องมีเพื่อนสาวหนึ่งคนไว้คอยช่วยเหลือเราค่ะ

          การถ่ายทำวันนั้นสนุกมากๆๆๆ เราว่า ความทรงจำของการถ่าย Prewedding มันอยู่ที่ตอนเตรียมตัว จากสิ่งที่คิดไว้จนได้ภาพจริงออกมานี่ล่ะค่ะ ด้วยความเขินของเราและความแข็งทื่อของแฟน เลยเหมือนไปถ่ายรูปเล่นกัน ไปถ่ายตั้งแต่เช้าถึงเย็นจนแสงหมด เหนื่อยมากแต่ก็สนุกมากเช่นกัน 

ขอขอบคุณทุกๆคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการถ่ายครั้งนี้ ถึงแม้ว่า รูปทั้งหมดที่ได้อาจจะไม่ใช่รูปที่ดีที่สุด  สวยที่สุดเมื่อเทียบกับการจ้างช่างภาพหรือสตูดิโอแพงๆหลายหมื่น แต่เรามั่นใจว่ารูปที่ได้จะเป็นรูปที่มีความทรงจำดีๆ เป็นตัวของตัวเอง เป็นในแบบที่เราสองคนชอบ ที่เมื่อหยิบมาดูกี่ครั้งก็จะมีความสุขและยิ้มได้เสมอ สุดท้ายนี้แอบเอาผลงานมาให้ชมกันนะค๊า



















Create Date : 25 เมษายน 2558
Last Update : 1 ตุลาคม 2559 14:43:39 น.
Counter : 1115 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Minimalista
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเจอกันนะคะ

ขอแค่สิ่งที่แยมเขียน ข้อมูลที่แบ่งปัน ได้มีประโยชน์กับผู้ที่เข้ามาอ่าน ก็ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์แล้วค่ะ

Minimalista Diary