THIS IS MY WORLD
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
9 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
If I Stay ทางเลือกของชีวิตยามที่ต้องสูญเสีย


“ปู่ก็เลยแค่อยากจะบอกกับหนูว่าเข้าใจถ้าหนูจะจากไป มันโอเคถ้าหนูต้องทิ้งพวกเราไว้ 
มันโอเคถ้าหนูไม่อยากจะสู้ต่อไปแล้ว”(หน้า 144-145)


สุดสัปดาห์นี้ได้กลับมาสัมผัสลมหนาวที่บ้านเกิดค่ะหยิบหนังสือมาเล่มหนึ่งตั้งใจว่าจะอ่านให้จบ พออ่านจบปุ๊บเลยว่าจะเขียนถึงหนังสือเรื่องนี้“If I Stay” ที่ได้รับการปันมาจากเพจใจดีนามว่า“หนังสือปันกันอ่าน: Immortalbook”ที่มีวัตถุประสงค์น่ารักๆ คือปันหนังสือที่น่าสนใจระหว่างแฟนเพจด้วยกันใครอยากยืมก็ยืม ใครอยากให้ยืมก็ยืม เดิมทีพระจันทร์ไม่เคยได้ยินชื่อหนังสือเล่มนี้มาก่อนค่ะแต่พอเห็นหน้าปกแล้วเกิดสนใจเลยลงชื่อขอยืม ผ่านไปนานเหมือนกันก็ถึงคิวได้อ่านสมใจ


If I Stay มีชื่อไทยว่า ถ้าฉันอยู่ ผลงานการเขียนของเกล เฟอร์แมน (Gayle Forman)คอลัมนิสต์ที่ผันตัวมาเขียนหนังสือ ตอนที่เห็นหน้าปกครั้งแรก บวกกับชื่อเรื่องแล้วแอบคิดไปว่าเป็นหนังสือแนววัยรุ่นมีปัญหาแนวๆ เดียวกับ “แตงดองแกล้มช็อกโกแลต (Descornichons au chocolat)” ซึ่งแตกต่างจากหลายๆคนที่คิดว่าเป็นหนังสือรัก เมื่ออ่านจบก็ยังคิดว่า If I Stayเหมือนกับแตงดองแกล้มช็อกโกแลต ในทำนองที่ว่า นี่คือชีวิตวัยรุ่นที่ต้องเผชิญทางเลือกการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ If I Stay ไม่ได้ชวนหดหู่แม้จะนำเสนอด้วยการเปิดเรื่องด้วยความตาย


If I Stayเปิดเรื่องด้วยเช้าวันที่มีหิมะตก ทำให้โรงเรียนประกาศหยุดมีอาและเท็ดดี้ไม่ต้องไปโรงเรียนพ่อที่ผันตัวจากหนุ่มนักดนตรีวงร็อกมาเป็นคุณครูก็ไม่ต้องไปสอนแม่จึงขอลางานด้วยและทั้งครอบครัวก็ตกลงกันว่าจะขับรถไปหาเพื่อนของพ่อเพื่อเยี่ยมเจ้าตัวน้อยแต่แล้วทุกอย่างก็ต้องจบลงเมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง พ่อกับแม่เสียชีวิตทันทีมีอาวิญญาณออกจากร่าง แต่สภาพร่างกายของเธอก็บอบช้ำมากทั้งภายนอกและภายในแต่ด้วยเหตุการณ์นี้เองที่เราจะได้เห็นชีวิตของวัยรุ่นอายุ 17 ที่จะค่อยๆ เล่าย้อนให้เราได้อ่านและทำความรู้จักกับเธอ


"ปฏิกิริยาของพ่อแม่ก็ยังทำให้เจ็บๆ คันๆ อยู่...ฉันดูไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ในครอบครัวเลย...
ไม่เหมือนกับพ่อที่ชอบสังคมและเฮฮา หรือว่าเป็นสาวใจเด็ดอย่างแม่...
แทนที่จะหัดเล่นกีตาร์ไฟฟ้า ฉันก็ดันเลือกเล่นเชลโล" (หน้า 32-33)


มีอาเกิดในครอบครัวนักดนตรีร็อกพ่อของเธอรักพังก์เป็นชีวิตจิตใจ เขามีวงเล็กๆ ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากนักแต่ก็ต้องยกนิ้วว่าเป็นวงที่เจ๋งส่วนแม่ของเธอก็เป็นสาวเท่และซ่าที่รักดนตรีร็อกเป็นชีวิตจิตใจแต่มีอากลับฉายพรสวรรค์ในด้านดนตรีคลาสสิก ทีแรกพ่อกับแม่ไม่ค่อยเชื่อนักว่ามีอาจะชอบเชลโลจริงๆแต่เมื่อเห็นเธอซ้อมจริงจังและฝีมือก็ดีขึ้นเรื่อยๆ พ่อกับแม่จึงซื้อเชลโลให้มีอาไว้ฝึกซ้อมแต่การที่เด็กสาวชอบดนตรีคลาสสิกที่ไม่ใช่ร็อกนั้นทำให้เธอรู้สึกแตกแยกจากครอบครัวอย่างเงียบๆแม้ว่าพ่อกับแม่จะไม่เคยออกอาการว่าต่อต้านเลยก็ตามที


“ทุกๆ ความสัมพันธ์ยากทั้งนั้นแหละก็เหมือนกับดนตรี บางครั้งลูกก็เจอเสียงที่ประสานกันดี 
บางครั้งก็เจอเสียงที่ไม่ประสานกัน” (หน้า 164)


เนื้อเรื่องจะเล่าสลับไปมาระหว่างชีวิตที่ผ่านมาของมีอาทั้งความสุข การมีแฟน มีความรัก การซ้อมดนตรีเพื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้านดนตรี ปู่ย่า เพื่อนๆ ขาร็อกของพ่อ และคิมเพื่อนสนิทของมีอากับการนอนป่วยอย่างสาหัสของมีอาและการมาเยี่ยมของคนสำคัญเพื่อให้กำลังใจมีอา เดิมทีเธอเลือกที่จะตัดใจและตายไปจากโลกอันว้าเหว่เมื่อรู้ว่า เท็ดดี้ น้องชายคนเล็กของเธอก็จากไปแล้วเช่นกัน ขอไม่เฉลยตอนจบละกัน อยากให้ไปลองหามาอ่านดู


“ฉันกำลังจะส่ายหัวอีกครั้งเพื่อยืนยันอีกครั้งว่าเชลโลไม่มีที่ทางให้อยู่ท่ามกลางหมู่กีตาร์
ไม่มีที่ทางในโลกพังก์ร็อก...แต่ทุกคนมองตาไม่กะพริบต้องการให้ฉันร่วมวงด้วยมากๆ...
ดังนั้นฉันก็เลยเล่น แม้ว่าคุณคงจะไม่คาดคิดเชลโลไม่ได้ฟังดูแย่สักนิดกับพวกกีตาร์เหล่านั้น
จริงๆ แล้ว มันฟังดูค่อนข้างดีเลยทีเดียว”(หน้า 176)


สิ่งที่ได้จากหนังสือ If I Stay นี้แน่นอนว่าเหมือนได้กลับไปอยู่ในช่วงวัยรุ่นอีกครั้งวัยที่จำเป็นจะต้องก้าวข้ามจากคำว่าเด็กไปสู่ชีวิตของผู้ใหญ่วัยที่ต้องเผชิญกับความแตกต่าง รู้สึกแปลกแยกจากคนอื่นๆ ในครอบครัวจนบางครั้งก็มานึกน้อยใจว่าเราเป็นลูกเก็บมาเลี้ยงหรือเปล่า นอกจากนี้หนังสือยังเอ่ยถึงวงร็อกและคีตกวีมากมาย คาดว่าผู้เขียนคงหลงใหลดนตรีเอามากๆ ตรงนี้พอรู้จักเพลงคลาสสิกและคีตกวีเป็นบางคนแต่สารภาพว่าไม่รู้จักวงร็อกเลย (รู้จักแค่The Smiths วงเดียว) แต่ประเด็นนี้ก็ไม่ได้ทำให้หนังสือหมดความน่าสนใจไปแต่อย่างใดแต่ถ้าใครรู้จักคงจะสนุกที่จะได้อ่านถึงวงที่รู้จักมากขึ้น

If I Stay เอ่ยถึงประเด็นความสูญเสีย แต่ก็ยังทำให้มองเห็นว่า แม้เราจะสูญเสียคนที่เรารักไปแต่อย่างน้อยเราน่าจะยังมีคนที่รักเราพร้อมที่จะคอยโอบอุ้มและให้กำลังใจเราเสมอเพื่อให้สามารถก้าวผ่านความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญไปให้ได้อย่างน้อยก็ไม่ต้องอดทนเพียงลำพัง

If I Stayฉบับภาษาไทยเป็นผลงานการแปลของ ศุภิกา กุญชร ณ อยุธยา แต่พระจันทร์ยังรู้สึกว่าสำนวนแปลออกมาเป็นรูปแบบประโยคในภาษาอังกฤษจนเกินไปทำให้อ่านไปแล้วขัดใจหน่อยๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำให้เนื้อหาของหนังสือพร่องไปเท่าไรนัก

แม้ If I Stay จะไม่หม่นมัวเหมือนหนังสือแนว Comingof age หรือ หนังสือเกี่ยวกับความตายเล่มอื่นๆ แต่พระจันทร์เชื่อว่าผู้อ่านจะได้รับอะไรกลับไปแน่ๆ เมื่ออ่านหนังสือไปจวบจนถึงหน้าสุดท้าย

หนังสือได้รับการถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์แล้ว คาดว่าจะฉายในปีหน้านี้ โดยได้นักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง Chloë Grace Moretz มารับบทเป็นมีอา อย่างนี้ต้องรอชมแล้วค่ะ


ป.ล. มาเพิ่มเนื้อหานิดหน่อยค่ะ หลังจากอ่านหนังสือจบ พระจันทร์ลองหาเพลงของ โย-โย หม่า
(Yo-Yo Ma) นักเชลโลเชื้อสายอเมริกัน-จีน ที่มีอาชื่นชอบมาฟังดู ทำให้เข้าใจได้เลยค่ะว่า
เหตุใดมีอาถึงได้หลงรักเจ้าเครื่องดนตรีชนิดนี้ จะว่าไปแล้วก็ไม่เคยได้ฟังเสียงดนตรีจากเชลโล่
แบบเดี่ยวๆ เลย ส่วนใหญ่ก็ฟังเปียโน ไวโอลินมากกว่า พอได้ฟังเสียงทุ้มๆ ดูอบอุ่นของเชลโล่แล้ว
แอบหลงรักเลยค่ะ








Create Date : 09 ธันวาคม 2556
Last Update : 28 สิงหาคม 2557 17:59:17 น. 15 comments
Counter : 13467 Pageviews.

 
เคยเห็นเล่มนี้ผ่านๆ ชอบชื่อเรื่อง ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ (เราก็เคยร่วมปันหนังสือกับเพจนี้เหมือนกัน เป็นเพจที่น่ารักดี )


โดย: kunaom วันที่: 9 ธันวาคม 2556 เวลา:9:42:51 น.  

 
ใช่ สนพ. สันสกฤต หรือเปล่าฮะ สนพ. แปลแต่หนังสือดีๆ


โดย: Boyne Byron วันที่: 9 ธันวาคม 2556 เวลา:10:20:19 น.  

 
หนังสือน่าสนใจจังค่ะ ไปกด like ที่เพจมาด้วยค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 10 ธันวาคม 2556 เวลา:18:19:34 น.  

 
พี่ก๋ายังไม่เคยเห็นปกเลยครับ
น่าสนใจดีครับ
จะทำเป็นหนังแล้วด้วย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 ธันวาคม 2556 เวลา:22:48:14 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:6:28:58 น.  

 
เป็นโครงการที่น่าสนใจนะครับ
"หนังสือแบ่งปันกันอ่าน"
เมื่อก่อนก็ติดต่อกันผ่านหลังไมค์
แต่เดี๋ยวนี้ เข้าหน้าเฟซเป็นกลุ่มก้อนทั่วถึงมากกว่า

พูดถึงหนังสือเล่มที่ว่า if l stay
ฟังชื่อแล้วคล้ายจะเป็นหนังสือประเภท
วัยรุ่นโศกเพราะผ่านศึกมาโชก
แต่ฟังที่เล่าแล้ว เหมือนจะไปอีกทาง
ถ้ามีเอ่ยถึงพวกดนตรีมาประกอบด้วย
งานสร้างที่ทำเป็นหนัง น่าจะติดต่อลิขสิทธิ์กันหลายเจ้า


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:19:42:39 น.  

 
ทักทายสวัสดีครับ

หนังสือเล่มนี้คงไม่ได้อ่านกันมาก่อน แต่หน้าปกก็ดูคุ้นๆ ตาอยู่เหมือนกันครับ


โดย: ถปรร วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:23:32:26 น.  

 
คิดถึงมากมายค่ะคุณน้อง
แต่กว่าจะได้แวะมาตอบ
ก็ล่วงมาหลายเพลา
ต้องขอโทษด้วยนะคะ
......สำหรับโครงการ
แบ่งปันหนังสือ เพิ่งเคยได้ยิน
ชักอยากใช้บริการแล้วสิ
ว่างๆรบกวน ช่วยไปสอน
เจ๊ใช้บริการนี้ด้วยนะคะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
คุณน้องรักษาสุขภาพด้วยนะคะ




โดย: ขึ้น15ค่ำ วันที่: 13 ธันวาคม 2556 เวลา:0:29:28 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ครับ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 มกราคม 2557 เวลา:6:29:15 น.  

 
สวัสดีปีม้า ม้าพาให้เบิกบาน
Happy New Year 2014 ค่ะ
หนังสือเนือหาแนวและน่าอ่านดีค่ะ


รอดูหนังแล้วกันนะคะ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 1 มกราคม 2557 เวลา:10:38:59 น.  

 
นั่งฟังเพลง Yo-Yo Ma
อืมมมมมมม เชลโล มีเสน่ห์จริงๆ ครับ คลาสสิคมากๆ

อ่านที่คุณพระจันทร์เกริ่นถึงหนังสือเล่มนี้แล้ว
อยากดูหนังเลยครับ

Chloë Grace Moretz น่ารัก
คงจะน่าดูน่าชมไม่แพ้หนังสือครับ

สวัสดีปีใหม่
มีความสุขมากๆ ครับ


โดย: bayesian วันที่: 2 มกราคม 2557 เวลา:16:51:11 น.  

 
ขอให้น้องพระจันทร์มีความสุขมากๆเช่นกันครับ

คิดหวังสิ่งใด
ขอให้ได้ดังใจปรารถนานะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 มกราคม 2557 เวลา:12:36:30 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 มกราคม 2557 เวลา:6:09:41 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 5 มกราคม 2557 เวลา:4:26:08 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะ แวะมาทักทายค่ะ
รีวิวได้อรรถรสมากเลยค่ะ อยากอ่านบ้าง มีประโยคดีๆหลายประโยคเลยนะคะ


โดย: narumol_tama วันที่: 6 มกราคม 2557 เวลา:23:54:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พรายพระจันทร์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Instagram
New Comments
Friends' blogs
[Add พรายพระจันทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.