เมื่อเธอรักตัวเองเธอจะรักการอ่าน เมื่อเธอรักคนอื่น เธอจะรักการเขียน – เป้ สีน้ำ ...
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2560
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
8 พฤษภาคม 2560
 
All Blogs
 
Ender's game-เพราะเราสื่อสารกันไม่ได้






            เกมส์ของเอนเดอร์เป็นหนังสือที่อ่านครั้งแรกเมื่อสองสามปีก่อน  แล้วก็ถูกหลอกซะสนิทเลย จำได้ว่าอ่านครั้งแรก ยังต้องพลิกกลับไปดูว่าเขาเนียนซ่อนการบอกไว้เป็นนัยๆไว้ตั้งแต่ตรงไหน จะว่าไป ความรู้สึกแรกก็คือโหวงๆ รู้สึกเห็นใจเอนเดอร์ที่ทั้งเรื่องผ่านอะไรมามากมาย ถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือของผู้ใหญ่   แต่ถามว่าสงสารพวกแมงไหม-ก็ไม่นะ อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นอ่าน rainbow six (ที่เป็นแนวแอคชั่นชิงตัวประกันจากผู้ก่อการร้าย นำโดยจอห์น คล้ากและดิงผู้ห้าวหาญจากหน่วยรบพิเศษ)ควบคู่ไปด้วย(เคยเป็นไหม เวลาอ่านหนังสือเล่มไหนที่เปิดตัวแบบช้าๆปูยาวๆ เราจะหาหนังสืออีกเล่มมาอ่านไปด้วย จะได้เปลี่ยนอารมณ์ แล้วอ่านทั้งสองเล่มได้ง่ายขึ้น)   



         จนกระทั่งขวนขวายหาเล่มต่อมาอ่านจนจบซีรีย์นี้ก็กลับมาอ่านเล่มแรกอีกรอบ  อุ้ย มันสนุกและเข้าใจขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว เราว่าคนเขียนมีจินตนาการสำหรับสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่แปลกไปจากมนุษย์โลกอย่างสิ้นเชิงได้ดี เป็นวิทยาศาสตร์ที่ผสมกับมนุษยศาสตร์ได้ลงตัวมากๆ  ตัวละครมีตื้นลึกหนาบาง โดยเฉพาะเอนเดอร์กับโคโลเนลกราฟฟ์ก็แสดงออกมาได้อย่างเข้าถึงความเป็นมนุษย์



          ส่วนครึ่งเรื่องแรกเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก  ได้แก่ครอบครัวของเอนเดอร์ ปีเตอร์กับวาเลนไทน์ พี่สาวกับพี่ชายของเอนเดอร์ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าสองคนนี้จะเป็นแค่ตัวประกอบธรรมดา แต่ปรากฏว่าสองคนนี้ไปได้ไกลมากจริงๆ  ตอนอ่านครั้งแรกคิดว่าปีเตอร์ออกจะโหดร้าย  แต่เอาจริงๆแล้วนั่นอาจจะเป็นแค่ตอนเด็กๆก็เป็นได้ เพราะเรื่องนี้เล่าจากมุมมองของเอนเดอร์กับวาเลนไทน์ แม้แต่ตอนที่ปีเตอร์เด็กๆมาแกล้งเอนเดอร์ ตกดึกเขาก็รู้สึกเสียใจมาขอโทษน้องชาย



        ส่วนเรื่องสติลสัน กับ บอนโซ  เด็กที่เอนเดอร์สู้กลับจนตาย   กรณีแรก สติลสัน เอนเดอร์ก็แค่หกขวบเองนะ ยังงงอยู่เลยว่าแกถูกกระทืบตายได้ไง หรือว่าเตะไปถูกจุดตาย   ส่วนกรณีที่สอง บอนโซ เอนเดอร์สักสิบขวบได้ เกือบจะโดนรุมแล้ว แต่ก็สู้จนเอาชนะได้
บางทีคงใช้แรงมากเกินไปมั้ง  แต่ประเด็นคือ เรื่องพวกนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำถ้ามีผู้ใหญ่คอยดูแล  แต่พวกนายทหารต้องการเลี้ยงให้เอนเดอร์เกิดความสิ้นหวัง เกิดความคิดที่ว่าเมื่อคราวคับขัน มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นจะไม่มีใครช่วยเขาได้ทั้งนั้น  เอนเดอร์ต้องช่วยตัวเอง  ยิ่งเอนเดอร์เป็นเด็กที่ถูกพี่ชายรังแก พี่ชายเขาบอกว่าคนอ่อนแอจะตกเป็นเหยื่อของคนที่เข้มแข็งกว่าเสมอ  เขาก็จะมีแนวคิดที่ว่า ถ้าจะเอาคืน ก็เอาซะทีเดียวเลยให้เด็ดขาด ไม่งั้นก็จะมีคนมารังแกอยู่เรื่อย
   ประเพณีตีงูให้หลังหัก                 มันก็มักทำร้ายเมื่อภายหลัง
จระเข้ใหญ่ไปถึงน้ำมีกำลัง           เหมือนเสือขังเข้าถึงดงก็คงร้าย
อันแม่ทัพจับได้แล้วไม่ฆ่า            ไปข้างหน้าศึกจะใหญ่ขึ้นใจหาย
ต้องตำรับจับให้มั่นคั้นให้ตาย        จะทำภายหลังยากลำบากครัน
แต่ถามว่าเสียใจไหม เขาก็เสียใจ เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าใคร เขาอยากให้มีคนมารักเขา เขาไม่ได้อยากทำร้ายคนอื่นด้วยซ้ำ แล้วทำไมคนอื่นต้องมายุ่งกับเขาด้วย  หากไม่มีความแค้นข้ออาฆาต ก็ไม่เข่นฆ่าทำร้าย โลกนี้คงสงบสุขไปแล้ว   ต่อให้เอนเดอร์อยู่เฉยๆก็ยังมีคนที่หมันไส้และมุ่งร้ายต่อเขาอยู่ดี  พวกนี้ไม่เคยรักใคร เราว่าเด็กอย่างสติลสันและบอนโซนี่แหละที่จะโตมาเป็นคนไม่ดีได้ง่ายๆ ถ้าไม่ได้ผู้ใหญ่คอยสอน  



ส่วนโรงเรียนการสงครามก็ลุ้นจริงๆ ถึงจะจินตนาการห้องต่อสู้ไม่ค่อยออก เป็นการแสดงความอัจฉริยะของเอนเดอร์ได้ดีมากทั้งการคบเพื่อน ยุทธวิธีผูกใจคน ผูกใจลูกน้อง หาทางแสดงความสามารถให้ผู้บังคับบัญชาเห็น  แม้จะเจอการฝึกหนักแต่ก็ยังดีที่เอนเดอร์ยังได้เจอเพื่อนดีๆอยู่บ้าง  อย่างที่เด็กคนนึงบอก ว่าคนอื่นน่ะถูกจัดฉากล่อหลอกจนไปให้ความสำคัญกับเกมส์ การเอาชนะ การแข่งขันมากจนเกินไป  แทนที่จะจดจ่ออยู่กับว่าทำไมเราถึงต้องมาเล่นเกมส์นี้     แต่ยังดีที่เอนเดอร์เป็นคนที่แบ่งส่วนชีวิตได้ดี เขาสนุกและเรียนรู้ไปกับเกมส์ แต่ก็ไม่ถลำลึกจนเกินไป เขาไม่ปล่อยให้เกมส์มาเล่นเขาได้  เมื่อกฏกติกามันโหดจนเกินไป เขาก็รู้จักการปฏิเสธและปล่อยวาง


การอ่านอีกรอบทำให้เราเข้าใจมุมมองของแต่ละฝ่ายได้มากขึ้น โดยเฉพาะฝ่ายนายทหารผู้ใหญ่ที่หลอกใช้เอนเดอร์ คือถ้าเอนเดอร์ไม่ได้รับการฝึกแบบนั้น เขาก็จะไม่มีทางเอาชนะพวกแมงได้แน่  เริ่มจากที่ครั้งแรกพวก แมง สิ่งมีชีวิตนอกโลก ได้บุกทำลายยานของมนุษย์  และการบุกครั้งที่สองที่หวังจะยึดโลกเป็นอาณานิคมแต่ก็ล้มเหลวเพราะได้เมเซอร์ แร็คแฮม  ฮีโร่ผู้หาทางทำลายยานของพวกแมงได้ก่อน ทีนี้ต่อให้ชนะ พวกมนุษย์ก็เริ่มไม่ไว้ใจแล้วว่าพวกแมงจะมาบุกโลกอีกรอบหรือเปล่า  เพราะฉะนั้นเลยต้องหาทางไปทำลายพวกมันให้สิ้นซาก  



ปัญหาก็คือว่า พวกแมงไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ภาษา สัญลักษณ์ หรือข้อความใดๆเลย การสื่อสารของพวกมันเป็นการส่งกระแสจิตแบบทันควัน(hive mind)   นางพญาเป็นแมงตัวเดียวที่มีความรู้สึกนึกคิด  เวลามันคิดอะไรพวกมดงาน(ความจริงมันไม่ใช่มดซะทีเดียวหรอก แต่เรียกให้เข้าใจง่ายๆ) ก็จะได้เห็นภาพนั้นพร้อมกันหมด  และพวกมดงานก็เป็นเพียงเศษเล็บ เศษผมที่ไว้ใช้งานเท่านั้น ไม่ได้มีชีวิตจิตใจเป็นของตัวเองเลย สามารถฆ่าแล้วใช้เป็นอาหารของตัวอ่อนได้โดยไม่มีความเสียใจว่าเป็นการฆ่าพวกเดียวกัน(ดังจะพบในเล่มต่อๆไป) แล้วพอมันมาพบยานของมนุษย์ ความผิดพลาดแรกของมันก็เกิดขึ้น นั่นคือ พวกมันทึกทักเอาเองว่ามนุษย์นั้นเหมือนพวกมัน  การทำลายยานสักลำก็เป็นเพียงการส่งสัญญาณบอกถึงการมาถึงเท่านั้น     แต่สำหรับมนุษย์แล้วการทำลายยานของผู้บริสุทธิ์ย่อมเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความมุ่งร้าย  มีคนเป็นๆและตายจริงๆ  นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง 



อย่างที่พันเอกกราฟฟ์บอกเอนเดอร์ ถ้าเราคุยกันไม่ได้ เราก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจะมาฆ่าเราหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆคือพวกมันเคยฆ่าเราไปสองหนแล้ว แล้วทำไมต้องรอหนที่สามล่ะ บุกไปฆ่าพวกมันก่อนดีกว่า(ยังดีที่หนังสือไม่ได้สร้างให้พันเอกกราฟฟ์มีพ่อที่ถูกพวกแมงฆ่าตาย  ไม่งั้นคงดราม่าล้างแค้นน่าดู)  
เอนเดอร์แย้งว่า พวกมันอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นการฆ่า  
  การไม่รู้ว่าเป็นการฆ่าก็ไม่ได้ทำให้การฆ่าที่ผ่านมาผิดน้อยลงหรอกนะ กราฟฟ์ว่า และสงครามครั้งนี้พวกมันเริ่มก่อน 
 /นี่เป็นอีกประเด็นที่เอนเดอร์ไปพูดในเล่มต่อไปเมื่อพวกเขาไปเจอสถานการณ์เดียวกัน  การจะปฏิบัติกับเผ่าพันธุ์อื่นที่สื่อสารกันได้ เคารพกันได้ เราจะต้องไม่ทำกับพวกเขาเหมือนเป็นสัตว์ เสือกินคน ช้างเหยียบคนตาย เราไม่จับมันเข้าคุก ถูกไหม(อาจมียิงทิ้งเลยมากกว่า 555)เพราะมันทำไปตามสัญชาตญาณ  แต่ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกเวลาเขาทำอะไร เขาจะต้องรับผิดชอบ/  และมนุษย์น่ะต้องการเป็นผู้อยู่รอดในท้ายที่สุดเสมอ  




  เราสงสัยว่าพวกแมงก็คงเคยจะพยายามสื่อสารกับพวกผู้ใหญ่ในเรื่องแต่น่าจะเป็นเรื่องของความถี่ที่ไม่ตรงกัน ทำให้คุยกันไม่ได้ และประเด็นนี้เองที่เป็นประเด็นหลักของซีรีย์นี้เลยที่ว่า

เมื่อเราเจอผู้ที่ต่างไปจากเรา 
เราพยายามหาทางสื่อสารกันหรือยัง 

ถ้ายังคุยกันไม่ได้ 
แล้วเราใช้ความอดทนมากพอหรือเปล่า
ที่จะใช้สันติในการเจรจา หาทางเข้าใจกันและกัน

เพราะที่พวกแมงสื่อสารกับเอนเดอร์ได้ในช่วงแรกก็ผ่านทางความฝันและเป็นภาพที่ไม่ชัดเจน  กว่าจะสื่อสารกันได้ชัดก็ตอนเอนเดอร์เอาชนะและทำลายพวกแมงจนสิ้นซากและไปได้ดักแด้นางพญามาแล้ว  เอนเดอร์ถึงได้รู้ว่าพวกแมงคิดยังไง พวกมันเพิ่งจะรู้ว่ามนุษย์แต่ละคนเป็นปัจเจก มีความคิดเป็นของตัวเอง มีครอบครัว เพื่อนฝูง ทำร้ายคนคนเดียวก็เหมือนทำร้ายคนอื่นไปด้วย พวกมันจึงขอโทษ(แต่ถ้ามันชนะ มันอาจจะไม่พูดแบบนี้ก็ได้ 555) ต่างกับที่พวกมนุษย์ทำลายพวกแมง สิ่งมีชีวิตที่มีความหมายจะมีเฉพาะตัวนางพญาเท่านั้น


 เพราะฉะนั้นจะโทษผู้ใหญ่ที่มีโลกทรรศน์ มีทัศนคติแบบแผนความคิดทางทหาร  คิดปกป้องโลกมาเป็นอันดับหนึ่งก็ไม่ได้ เขาเป็นทหารไม่ใช่นักสิทธิมนุษยชน(โดยเฉพาะสิทธิของมนุษย์ต่างดาว)
อย่างที่เมเซอร์เคยบอกให้เอนเดอร์รู้จักป้องกันความสูญเสียที่ไม่จำเป็น
แต่เอนเดอร์แย้งว่า มันจำเป็น กองทัพจะชนะโดยไม่เสียกำลังพลเลยมันเป็นไปไม่ได้หรอก เสียน้อยเสียมาก เสียยากเสียง่าย  พวกเขาถึงได้เลือกเด็กอัจฉริยะอย่างเอนเดอร์มารบแทน  เพราะถ้าคนจริงๆรู้ว่าเป็นเรื่องจริง เวลารบก็จะห่วงโน่นห่วงนี่ ไม่ได้รบเพื่อชัยชนะไม่ว่าจะต้องเสียอะไรไป อย่างที่เอนเดอร์ทำเพราะคิดว่าเป็นการเล่นเกมส์




แม้กระทั่งตอนที่เอนเดอร์มารับรู้ว่าสิ่งที่เขาทำลงไปมันเป็นเป็นความจริงตอนนั้นเขาอายุราว 12 ขวบได้มั้ง ไม่ใช่เรื่องยากที่จะถูกหลอก เราว่าเขาไม่ผิดด้วยซ้ำไป แม้แต่ตัวพวกนายทหารก็บอกกับเอนเดอร์แล้วว่า "พวกผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว"  เอนเดอร์เป็นแค่ปืน เป็นอาวุธ แต่สิ่งที่ฆ่าคนไม่ใช่อาวุธ สิ่งที่ฆ่าคนคือคน และพวกนายทหารต่างก็คิดว่าตัวเองทำถูกแล้วที่ใช้เอนเดอร์แบบนั้น เพื่อปกป้องโลก  แต่เอนเดอร์ก็ยังคงรู้สึกผิดว่าต้องร่วมรับผิดชอบอยู่ดี  เพราะเขามีส่วนทำให้พวกเเมงเกือบสิ้นเผ่าพันธุ์  เขาจึงนำนางพญาในดักแด้ติดตัวไปยังดาวต่างๆเพื่อหาบ้านใหม่ให้พวกมัน  





Create Date : 08 พฤษภาคม 2560
Last Update : 8 พฤษภาคม 2560 16:12:16 น. 0 comments
Counter : 196 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สมาชิกหมายเลข 2412014
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 2412014's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.