Bloggang.com : weblog for you and your gang

W-inds[สีม่วง]จงเจริญ

Group Blog

 
<<
เมษายน 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
13 เมษายน 2551

 
All Blogs

 

 

Mondai 1



อากาศยามเช้าทางด้านนอกหน้าต่างที่ปิดสนิทลมพัดอ่อนๆไปกระทบกับโมบายใสๆทรงกลมที่ติดไว้ริมระเบียงส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งไปมาเพื่อเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นหน้าร้อนแต่มันช่างขัดกับบ้านทรงยุโรปหลังนี้เหลือเกินเนื่องด้วยเจ้าของเป็นเพียงชายหนุ่มขี้เล่นรักสนุก มีรสนิยมที่แปลกแหวกแนวจึงมักจะมีอะไรที่ไม่เข้ากันเลยกับบ้านสุดหรูสไตล์ยุโรป ที่ห่างจากตัวเมืองเล็กน้อยหลังนี้...เสียงกรุ้งกริ๊งไปมายังคงดังต่อไปไม่หยุดหย่อนแต่ไม่ทำให้คนที่อยู่ในห้วงภวังค์แห่งความฝันรู้สึกตัวสักนิดจนกระทั่ง
ผ้าห่มลายสก็อตดำ ผืนใหญ่คลุมร่างหนุ่มหน้าตาใสซื่อที่เปี่ยมไปด้วยความสุขกำลังขยับกายเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งที่อยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ บนตัวของเค้าเจ้าของร่างพลิกตัวเล็กน้อย
ปากบางสีอมชมพูอ่อนกล่าวออกมาอย่างไม่เคอะเขิน

“อืม....อะ....จักกะจี๋...น่า....ไม่เอา....อะ....เคตะ....เลิกเล่นได้แล้วน่า”
สิ่งที่ดุกดิ๊กอยู่ใต้ผ้าห่มอันอบอุ่นเป็นการปลุกรับอรุณสวัสดิ์ที่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากสุนัขตัวโปรด
ริวอิจิเปิดผ้าห่มออกก็พบกับเจ้าสุนัขหน้าตาเท่ห์ๆปนทะเล้นนอนเกลือกกลิ้งทับอยู่บนตัวของเค้าอย่างสนุกสนาน
และเมื่อผมเปิดผ้าห่มออก มันก็จะกระโจนมาเลียปากผมอย่างนุ่มนวลและถูจมูกมันไปมาบนจมูกของผมมันจะทำแบบนี้ทุกครั้งที่มันรู้สึกดีใจ

“จ้า....ตื่น...แล้ว...ว่าไง...หืม....”
ริวอิจิกล่าวพลางลูบหัวสุนัขสุดที่รักไปพลาง
ผมพูดจบมันก็จะลุกจากตัวผมทันทีและวิ่งไปคาบเสื้อคลุมอาบน้ำมาให้......อ้อผมคงลืมบอก เคตะเนี่ยเป็นสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ เพศผู้ที่สวยงามตั้งแต่ลูกตายันเส้นขนทุกเส้น มันเป็นสุนัขที่หล่อมากใครๆก็ว่าอย่างนั้น
ผมละสุดจะภูมิใจ ตาที่ติดขี้โกงเล็กๆของมันเนี่ยแหละ ที่ผมหลงรักนัก5555+

“โฮ่งๆ”

“คร้าบๆๆๆไปอาบน้ำแล้วคร๊าบบบบบ”
เคตะจะไม่ยอมให้ผมไปทำงานสายเด็ดขาดเพราะถ้าผมไปทำงานสาย
ก็เท่ากับมันจะไม่ได้รับการแปรงขนจากผม
....................................................
....................................
.................
“เคตะมานี่ม่ะ....”
ผมนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ในห้องโถงเคตะก็กระโจนพรวดขึ้นมานั่งข้างๆพร้อมกับนั่งเชิดคอรอผมเอาแปรงมาแปรงที่ขนมันอย่างใจจดใจจ่อเมื่อสิ้นสุดเท่านั้นแหละเคตะก็จะหันมาถูจมูกกับผมสักเล็กน้อยและวิ่งไปคาบกระเป๋าถือของผม
หึหึคุณคงกำลังคิดอิจฉาผมละซิที่มีสุนัขที่ฉลาดลึกล้ำขนาดนี้...ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละมันฉลาดซะจนผมคิดว่ามันเป็นคนซะด้วยซ้ำ

“เคตะ...มาหาพ่อมะ.....อืม....วันนี้พ่อกลับดึกนะเคตะต้องไม่ดื้อรู้ไหม....”

“โฮ่งๆ”ริวอิจิกอดเจ้าสุนัขสุดที่รักอีกครั้งพร้อมกับลูบหัวมันอย่างเบามือและแบมือขอของที่มันคาบอยู่ เคตะจะวางกระเป๋าถือไว้ใกล้ๆมือของผมและจะวิ่งไปที่ตู้รองเท้าต่อ ดูมันซิฉลาดมากๆน่าจะเอามันไปลง กินเนสบุ๊คจริงๆ
ก็อย่างที่คุณเห็น เคตะจะไม่ให้ผมคนนี้นอกใจจากมันได้เลย
ใครจะว่าผมบ้าก็ได้นะเพราะผมรักแต่เคตะสุนัขที่รักของผมเท่านั้นแหละ
***********************************************************************************
เมื่อเสียงลิฟท์ที่โดยสารมานั้นหยุดลง บนชั้นที่สูงที่สุดของอาคารสุดหรู หนุ่มรูปงามก้าวขาออกมาทำหน้าเซ็งอารมณ์อีกครั้งก่อนจะซุกมือไว้ที่ข้างลำตัวแล้วเดินอาดๆเข้ามายังข้างใน ทำให้ชั้น ทั้งชั้นเต็มไปด้วยเสียงวี๊ดว๊ายกับการที่เจ้าของร่างเดินผ่านไปอย่างช้าๆสายตาของสาวๆในชั้นมองกันตาแทบค้าง คงจะเป็นเพราะไม่ค่อยจะเห็นหนุ่มรูปงามหน้าตาสำอางคนนี้ปรากฎกายมาให้เชยชมสักเท่าไหร่
เมื่อเสียงประตูปิดลงไปพร้อมๆกับเสียงอื้ออึงของพนักงานในบริษัท

“ว่าไงล่ะริว...บ้านหลังใหม่ถูกใจลูกไหม...”
ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้น ทั้งๆที่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อชมทิวทัศน์ของตึกรอบข้างที่ดูเตี๊ยกว่าลิบลับอย่างสบายอกสบายใจและหันเก้าอี้กลับมามองหน้าลูกชาย

“ก็ดีครับ...ผมนะยังไงก็ได้ แต่ดูท่าเคตะจะชอบ”
“เห้อ...แกนี่ก็น้า....ทุกครั้งทุกเรื่องให้มัน ไม่ต้องมี เคตะหลุดออกมาจากแกปากบ้างได้ไหม....ชั้นก็รู้ว่าแกเอ็นดูไอ้หมาตัวนี้มาก...แต่หัดเลิกมองหมา แล้วมามองสาวๆได้แล้ว ปีนี้อายุอานามก็22เข้าไปแล้ว พ่อยังไม่เคยเห็นแกพาสาวคนไหนมาให้พ่อเห็นสัก....คน ไปไหนมาไหนก็มีแต่เจ้าเคตะของแกตลอดชั้นละกลุ้มใจจริงๆ.....เนี่ยดีเท่าไหร่และที่แกไม่พามันมาทำงานด้วย...เฮ้ออออ”

ท่าทางคุณพ่อผมจะเริ่มร่ายยาวอีกนานถ้ายังไงซะรีบตัดบทท่าจะดีกว่า

“อ่ะ...พ่อเลยเวลาพักแล้วเนี่ย...ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมครับ... ผมนัดลูกค้าไว้ไปก่อนนะครับ”

“เออ....เอาเหอะ แกน่ะเป็นอย่างนี้ทุกที พูดเรื่องผู้หญิงไม่ได้เลย.....”
ร่างบางรีบเดินสาวเท้าออกจากห้องท่านประทานอย่างเร็วและรีบมุ่งไปยังทางเดิน ตรงดิ่งไปยังลิฟท์ท่ามกลางเสียง...วี๊ด...ว๊าย...ไปตลอดทาง
ก็ไม่ใช่ว่าพูดเรื่องผู้หญิงไม่ได้หรอกครับเพียงแต่ผมไม่ชอบ....ไม่ชอบอะไรนะหรอ...
ก็ผมไม่ชอบผู้หญิงนะซิ....อ่าวตกใจกันทำไมล่ะครับ...ก็ผู้หญิงน่ะ
น่ารำคราญจะตายไป.................
**********************************************

ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบ5ทุ่มได้ผมทำOTนานเกินไปไม่รู้ว่าเจ้าเคตะของผมจะดื้อหรือเปล่า
ที่ผมยังไม่กลับบ้านไปดูแล ป่านนี้จะกินอาหารที่เทไว้ในจานทิ้งไว้หมดแล้วหรอเปล่า จะหิวหรือยังนะ
ขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆไปพร้อมกับสาระวนกับการเก็บของบนโต๊ะทำงาน เสียงหวานๆอ้อนๆที่เกือบจะดังเสียดหูก็ดังขึ้น

“ท่านผู้จัดการริวอิจิคร้า”ผมขนลุกเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปตอบกลับเธอ

“อ้อครับ..”

“คือว่าวันนี้แผนกการเงินของบริษัทเราน่ะค่ะมีกินเลี้ยงส่งเลขาคนเก่านะคร้าท่านผู้จัดการริวอิจิพอจะมีเวลาว่างไปด้วยกันได้ไหมล่ะคร้า”
เลขาสาวของผมกล่าวด้วยปากอันมันเยิ้มด้วยลิปกลอส เธอยิ้มอย่างยั่วยวนและยืนอยู่ในท่าที่เซ็กซี่ อวดเนินอกที่ใหญ่สะท้านใจชายทั้งหลายอย่างไม่คิดจะปกปิดและวาดนิ้วสวยไล้ผ่านหน้าอกตัวเองอย่างอ้อยอิ่งและหยุดอยู่เม็ดกระดุมที่จะปริอยู่มะลอมมะล่อ ผมรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกกับการให้ท่า ที่เปอร์เซนต์ความเป็นไปได้มากกว่า100%ของผู้ชายทุกคนแบบนี้ แต่สำหรับผมรู้สึกเพียงแค่ว่ามันมากจนเกินไป หรืออาจจะเป็นเพราะ ผมเจอแต่คนประเภทนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ทำให้รู้สึกเบื่อเอียนผู้หญิงที่ยิ่งนับวันจะพยายาม หาข้ออ้างร้อยแปดพันเก้าที่จะอ่อยผม จนอยากจะประชดชีวิตคบผู้ชายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะ แต่ถ้าผมทำแบบนั้น ผมก็คงจะไม่ต่างจากคนวิปริตกันพอดี
“เอออ...คือ...”
ผมยังไม่ทันจะกล่าวปฎิเสธเป็นชิ้นเป็นอันสาวๆจากไหนไม่รู้ก็เริ่มกรูกันเข้ามาซะแล้ว

“นะคร้าท่านผู้จัดการ.....”
ทั้งสาวเล็กสาวใหญ่พากันโถมตัวเข้ามาใกล้ผู้จัดการหนุ่มรูปงาม พ่อรวยเจ้าของกิจการที่ใหญ่โตหลายแห่งในกรุงโตเกียวและปัจจัยหลักที่มีความสำคัญเป็นที่สุด....ในสายตาของผู้หญิงเหล่านี้คือความโสดสนิท....มดไม่ไต่ไรไม่มีโอกาสตอม....ทั้งยังความสามารถ สรรพคุณที่เป็นเลิศทุกอย่างประกอบกันจนเรียกว่าperfect guyแต่ในความperfectที่ไม่มีใครรู้นั่นก็คือเค้าเกลียดผู้หญิงและรักสัตว์เป็นชีวิตจิตใจสาเหตุอะไรกันนะที่ทำให้ผู้จัดการรูปงามคนนี้ไม่สนผู้หญิงเพราะเหตุผลง่ายๆคือน่ารำคราญแต่คงจะแสดงอออกมาว่ารังเกียจไม่ได้ใช่ไหมล่ะโอกาตะ ริวอิจิคุง และถ้าคุณทำอย่างนั้นคุณก็.....ไม่ต่างกับ........คนนึง
“นั่นใครน่ะ!!!!!”ริวอิจิส่งเสียงตวาดลั่น.....ทำให้สาวๆที่พยายามจะหาโอกาสซบไหล่ในตลอดเวลาที่มีโอกาสอยู่แล้วพากันกรูเข้าไปมากยิ่งขึ้น
นั่นมันเป็นหลายครั้งแล้วที่ผมเห็นเงาประหลาดตะคุ่มตะคุ่มในสถานที่ลับสายตา แต่ไม่มีใครมองเห็นนอกจากผม มันต้องเป็นอะไรสักอย่างแน่ๆ
ใครจะอยู่ให้คุณเห็นกันล่ะครับแล้วเจอกันใหม่นะผมไปล่ะเสียง”ป๊อป”ดังเบาๆและเงามืดที่ริวอิจิเห็นก็หายไป
“ใครอะไรหรอคร้าคุณผู้จัดการ...น่ากลัวจังเลย...ว๊ายยยย”สาวๆพยายามจะโอบและซบไหล่คุณผู้จัดการที่ทำหน้าเบเหยเก ว่าซะอิดซะเอียนเต็มที..
ก่อนที่จะพยายามแกะแขนตัวเองออกจากหน้าอกอุ่นๆที่ล้นหลามจนมากเกินบรรยายเค้าก็กล่าวต่ออย่างเริ่มหมดความอดทนกับความยิ่งหนียิ่งเจอ ที่บั่นทอนกำลังใจอย่างสงบเรียบ

“ผมรู้สึกเวียนหัวแล้วขอตัวกลับก่อนล่ะกัน.....แล้วก็นี่น้ำใจจากผมให้ทดแทนที่ผมไม่ได้งานเลี้ยงส่งด้วย...ฝากขอโทษด้วยนะครับ”
ว่าแล้วผู้จัดการหนุ่มก็เดินจากไป ทิ้งให้สาวๆเจ็บช้ำใจที่พลาดโอกาสงาม มีแต่เสียงสบถเล็กๆว่า“ชิ..อดกินเลย”ไปตลอดทางก็ตาม

มีบางสิ่งบางอย่างที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่ในห้องโถงอันกว้างใหญ่ที่ประดับประดาไปด้วยของมีค่าความเงียบทำให้ทุกอย่างว่างเปล่าจนไม่เสียงอะไรแต่แล้วเสียงดัง”ป๊อป”ก็ดังผ่าความเงียบขึ้นมาพร้อมกับลำแสงสีขาวที่ทำเอาสิ่งที่นอนแน่นิ่งอยู่กับฟื้นตื่นขึ้น.....ด้วยความหวาดกลัวทำให้มันพยายามต่อสู้โดยการขู่ที่ดังเอาเรื่องแต่แล้วสายฟ้าดั่งคำสาปก็ฟาดเอาตรงหน้าทำให้มันเงียบลง

“เงียบน่าไอ้หนู.......แกรู้ไหมว่าแกเหลือชะตาอีกสักกี่เพลา ที่พอจะมาเห่าหอนใส่ข้า...ยมทูตคนนี้....”
สุนัขตัวโตจ้องมองบุคคลที่เข้ามาเยือนอย่างเงียบเชียบนี้ตาไม่กระพริบ
ผมไม่ได้กลิ่นที่แสดงถึงการมีชีวิตเลยกับคนตรงหน้าเค้าว่าเค้าคือ ยมทูต แต่ดูยังไงมองยังไง ก็เหมือนมนุษย์ที่ใส่เชิ้ตดำกางเกงดำผิดแต่ตาสีแดงที่กลิ้งกลอกไปมาอย่างรื่นเริงกับเส้นผมสีทองที่สยายละอยู่ที่ต้นคออันขาวนวล ดวงหน้าที่ขาวสะอาดไร้มลทินแบบนั้น ตัดกับสีชุดที่เค้าใส่ยิ่งขับเน้นความเปล่งประกายมากยิ่งขึ้น และสิ่งต่อมาที่ให้ความรู้สึกประหลาดใจพอกันก็คือ....ปีก...ไม่ผิดแน่ๆปีกที่สีดำสนิทแบบนั้นเจ้านายเคยบอกว่านั่นคือยมทูตคนที่เห็นยมทูตปรากฎตัวก็คือคนที่ใกล้จะตายและตอนนี้ผมเห็นเค้างั้นก็หมายความว่า

“แกกำลังจะตายไง....”
เค้าต่อคำให้ผม....ทำเอาหมาอย่างผมตกใจหวาดผวาเลยทีเดียว เอาน่าคงจะแค่บังเอิญหมาน้อยคิดปลอบใจตัวเอง

“หึหึ...กำลังตื่นตกใจกับความเท่ห์ของข้าละซิ.....”ถึงเค้าจะว่าอย่างนั่นแต่ผมคิดว่าเป็นคนประสาทมากกว่า

“ห้ามด่าข้าในใจเยี่ยง...นั้นนะเจ้าหมาบ้า.....ข้าอ่านใจแกออกนะ....”เค้าเดินเข้ามาใกล้ผม ผมได้แต่เดินถอยหลัง คอยตั้งหลักและแล้วเค้าก็เงยหน้าขึ้นหัวเราะชอบออกชอบใจ และควักสมุดเล่มบางสีดำขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะอย่างคนจิตไม่ปรกติ...ที่ขัดกับหน้าตาเท่ห์ขาวสะอาดไร้ที่ติ.....ดูแล้ว....น่ารังเกลียดชะมัด..

“....หึหึ....ว่าไงแกรู้ไหมว่าแกจะตายเมื่อไหร่”เค้าเอื้อมมือมาพยายามจะลูบหัวผมแต่ผมก็เอี้ยวหัวหลบไม่ใช่ริวอิจิผมก็ไม่ให้ใครมาลูบหัวหรอก

“ผมจะรู้ได้ยังไง....เฮ๊ย...ผมพูดได้...โฮ่ง.......นี่เราพูดได้....”ผมอึ้งไปในทันทีความรู้สึกดีใจยิ่งนัก แซงโค้งความหงุดหงิดกับยมทูตตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ต่อไปนี้ก็สามารถสื่อสารกับเจ้านายได้แล้ว

“จุ๊ ๆ อย่าเพิ่งหลงดีใจไป.....ที่เจ้าพูดได้เพราะเวทย์ของข้าต่างหาก ยังคิดจะคุยกับริวอิจิไม่ได้หรอก...”

“ทำไมคุณถึงรู้ว่าผมอยากคุยกับใครล่ะ”

“ข้าเป็นยมทูตนี่...เอาล่ะเพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลา.........เจ้าเหลือชะตาชีวิตอีกเท่าไหร่นะ...เดี๊ยวขอเปิดดูก่อน....อืม.......อีก15วันได้......ไม่ซิ.ตั้ง15วันแน่ะ.......นอนรอความตายอย่างช้าๆล่ะกันนะ...หึหึ....”

“ทำไมมันน้อยเยี่ยงนั้นล่ะ.....ท่านยมทูต....ผมยังกระปรี่กระเปร่าอยู่เลยนะ”
สิ่งมีชีวิตที่ว่าพยายามแสดงให้ดูว่ายังแข็งแรง

“ไม่รู้ก็เค้าเขียนไว้ในสมุดเล่มนี่นี้.....ข้าก็แค่จะมาบอกแก ร่วงหน้าว่าถัดจากนี้ไปอีก15วันแกก็จะตายและคนที่จะมารับวิญญาณของแกก็คือข้ายมทูตสุดเท่ห์..คนนี้แหละ”
ฟังแล้วก็รู้สึกปลงตกขึ้นมาทันทีนี่ผมกำลังจะตายแล้วงั้นหรอ ทำไมกันล่ะผมเป็นสุนัขที่ดีไม่เคยกัดกับใคร เล่นเปียโนก็ได้ แถมเจ้านายก็รัก ฉลาดก็ฉลาด ฟังภาษาคนก็รู้เรื่อง มารยาทก็ดี มีนิสัยรักสงบผมดีขนาดนี้ยังต้องตายด้วยหรอ

“ยังไงผมก็จะต้องตายใช่ไหม”

“ใช่”เป็นเสียงตอบกลับที่หนักแน่นยิ่งนัก
ทำเอาสุนัขผู้ซื่อสัตย์ หูหางตกทันที และถ้าผมตายเจ้านายจะอยู่กับใครล่ะเจ้านายยิ่งไม่ชอบยุ่งกับคนอื่นอยู่
เจ้านายที่รักของผมจะอยู่ได้ไหม...เหลือเวลาอีกแค่15วันเท่านั้นนะหรอ...ฮึก...ฮึก...ผมร้องไห้ไม่ออกเลยครับ

“เอาน่า...รีบๆทำบุญกับเจ้านายแกไว้มากๆซิ เพื่อชาติหน้าเทพพระเจ้าเค้าจะเห็นใจ ให้แกเกิดมาเจอเจ้านายอีกไง...หุ หุ”
คำพูดของเค้าฟังแล้วไม่เห็นจะเป็นคำปลอบใจสักนิด

“ไม่ทราบว่าท่านยมทูตมีนามว่าอะไรหรอครับ”ผมถามออกไปด้วยใจไม่คิดอะไรมากไปกว่าอย่างน้อยก็อยากรู้ชื่อคนที่จะมาเอาวิญญาณดวงน้อยไปจากชีวิตตัวเองสักหน่อย

“ว่ะ....ฮ่าๆห้า.....นี่มันตั้งกี่ร้อยปีกันนะที่ไม่เคยมีใครถามชื่อของข้า”
ยมทูตคนที่ว่านั่งหัวเราะชอบอกชอบใจหัวเราะไปพลางตบโซฟาที่นั่งอยู่ไปพลาง
จนกระทั่งเสียงหัวเราะที่ชวนน่าขนลุกจบลง ท่านยมทูตจึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสนุกสุดแสนที่ฟังดูน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง

“มีแต่พวกน่ารังเกลียดเดียจฉันฑ์ที่ไม่อยากตาย คอยแต่ด่า ว่าทอข้า..... เจ้านี่เป็น......ความหฤหรรที่แปลกใหม่เสียจริงๆงั้นข้าจะให้รางวัลแก่เจ้าที่ทำให้ ข้ายมทูตเรียวเฮ...ผู้นี้ทึ่ง........เอาล่ะเจ้าสามารถขอพรได้หนึ่งความประสงค์จากข้าอะไรก็ได้ แต่ห้ามขอว่าอยากมีชีวิตอยู่ต่อนะ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ข้าไม่ให้เจ้ามีแต่จะ พรากไปจากเจ้าต่างหาก...ฮ่าๆๆๆๆ......เอา.....ขอมาเร็วดิเดี๋ยวเปลี่ยนใจ”
ยมทูตเรียวเฮควักอะไรสักอย่างที่หน้าตาเหมือนMDสีดำสนิทเค้าลุกขึ้นจากโซฟาและเริ่มต้นเต้นเบรกแดนซ์ไปพร้อมๆกับเพลงเมโลดี้ทำนองหลอนประสาทที่ดังขึ้นจากMDสีดำสนิทและเต้นไปพลางรอคำตอบจากผมไปพลาง ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกประหลาดล้ำจริงๆ
ขออะไรก็ได้อย่างนั้นนะหรอ....หลังจากใช้ความคิดอยู่นาน
ชีวิตของผมมีเพียงเพื่อเจ้านายเท่านั้นถ้าสามารถทำอะไรที่เป็นการช่วยเหลือเจ้านายได้มากขึ้นผมก็ขอไม่ปฏิเสธที่จะกระทำก่อนชีวิตที่แสนสั้นนี้ของผมจะหมดลง

“ผมอยากเป็นมนุษย์......”

“หืม...ทำไมล่ะ....”ถึงเค้าจะทำเสียงสงสัย และหยุดเต้นเบรกแดนซ์ที่เต้นจนเกือบจะจบท่อนแรกของเพลงอย่างเมามันส์นั้น
ก็กวาดสายตามองมายังผม....ประกอบกับดวงตาที่ฉายออกมาว่า ดูสนุกสุดแสนจนน่าขนลุกทีเดียว

“คือ.....ผมอยากอยู่กับเจ้านาย....”เค้าเดาะลิ้นเล็กๆ เหมือนกับยังต้องการให้พูดต่อ

“คือ....ผมอยากไปเดินซื้อของด้วยกันโดยไม่ต้องล่ามผมไว้ข้างนอกห้าง”ถึงตอนนี้เค้าจะกลับมานั่งที่โซฟาตัวเดิมแล้วยังคงเหม่อมองอะไรสักอย่างด้วยสายตาลอยๆอย่างคนจิตไม่ปรกติ ก่อนที่จะทำหน้าเครียดแล้วหันกลับมาถามผมต่อ

“แล้วไงอีก”เค้าถามผมต่อจนผมตัดสินใจกล่าวสิ่งที่เป็นความรู้สึกจากใจจริงจะได้จบๆคำถามไป

“อยากไปเที่ยวอยากปกป้องเจ้านายจากไอ้พวกน่ารำคราญทั้งหลายแล้วก็.....อยากเดินจับมือกันเหมือนอืม....คู่รัก.....คือ ยังไงดีผมรักเจ้านายนะครับ และ....ก็อยากอาบน้ำให้เจ้านายเหมือนที่เจ้านายอาบน้ำให้ผม”

“ฮ่า....ฮ้า......งั้นหรอ.......”ท่านยมทูตกล่าวแค่นั้นแล้วก็เงียบสนิทไม่กล่าวต่อจนกระทั่งดวงตาที่กลิ้งกลอกไปมาเป็นสีแดงทั้งดวงตาและหันมากล่าวด้วยใบหน้าอันจริงจัง ที่ตั้งแต่มายังไม่เคยแสดงการกระทำแบบนี้สักครั้ง

“งั้นข้าก็จะให้เจ้า15วันเลยจนกว่าเจ้าจะตาย......จากเค้าไปดีไหมล่ะ..”ถึงฟังแล้วจะรู้สึกดีใจแต่บทสรุปสุดท้ายความตายก็ต้องมาถึง ไม่ว่ายังไงก็ต้องจากเจ้านายแสนสวยอันเป็นที่รักของผมไปอยู่ดี

“หึหึ.....แต่มีข้อแม้นะว่าห้ามพูดเรื่องที่เจ้ากำลังจะตายต่อหน้าเจ้านายแสนสวยของเจ้าเป็นอันขาด”ผมมองตาขวางเค้าอ่านความคิดของผมอีกแล้ว

“ไม่เช่นนั้น.เจ้าก็จะกลับร่างเดิมกลายเป็นเจ้าหมาน้อยไซบีเรียนฮัสกี้ของเจ้านายเจ้าเหมือนเดิม............”

“ครับ...ท่าน...ยมทูตเรียวเฮ...ผมให้สัญญา”หูผมกระดิกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงรถที่กำลังแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน....เจ้านายกลับมาแล้ว

“เปรี้ยง!!!!!”เสียงสายฟ้าที่ออกมาจากปลายนิ้วของท่านยมทูตทำเอาผมกระเด็นไปหลายเมตร แต่แปลกที่ผมไม่รู้สึกเจ็บ ท่านยมทูตหายตัวไปด้วยวิธีเดิมที่เค้าปรากฏตัว โดยที่ผมยังไม่เวลากล่าวลาท่านก็หายไปซะแล้ว
ผมรีบวิ่งออกไปรับเจ้านายอย่างไม่คิดชีวิตและนั่งรออยู่ที่พรมเช็ดเท้าตรงหน้าทางเข้าบ้านอย่างเคร่งขรึม

นี่ผมเสียเวลามานานเกินไปจริงๆป่านนี้เคตะของผมยังตื่นอยู่รอผมกลับไปลูบหัวมันไหมนะ

“กลับมาแล้ว....เคตะ!!!!โอ๋....มาหาพ่อมะ....หิวข้าวไหมชั้นขอโทษที่ปล่อยให้นายอยู่คนเดียวนะ”
มันส่ายหัวไปมาแล้วเลียที่แก้มผมเบาๆ

“ไม่โกรธชั้นจริงๆด้วยน่ารักจริงๆ”ดูมันซิครับเป็นหมาที่ฉลาดที่สุดน่ารักที่สุดและยังหล่อเหมือนผมด้วย

เจ้านายโผเข้ากอดผมทันที...พร้อมๆกับกลิ่นน้ำหอมเหม็นๆมาจากเสื้อนอกของเจ้านายทำให้ผมเดาเหตุการณ์ได้ว่าเจ้านายคงโดนยายแก่ทั้งหลายที่ทำงานสวมกอดเข้าให้อีกแล้ว

“ชั้นซื้อขนมมาฝากด้วยนี่ๆๆหอมไหมชอบละซิเจ้าเคตะ”

“ครับ....เจ้านาย”

“เฮ๊ยยยยย!!!!!~นี่ๆชั้นฝันไปซินะ...ว่านายพูดได้”ริวอิจิคลายการกอดและจ้องมองสุนัขแสนรักของตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา

“เจ้านายไม่ได้ฝันผมพูดได้จริงๆ”เห้อ....สงสัยผมจะทำงานหนักเกินไปจนเริ่มเบลอๆ
ริวอิจิที่กำลังจะหยิกแก้มตัวเองให้ตื่นจากความคิด
นาฬิกาดิจิตอลที่ข้อมือเริ่มดังขึ้นเตือนว่าเป็นเวลาเที่ยงคืนตรง…..สิ่งที่ผมไม่เคยคาดคิดก็เกิดขึ้น
สุนัขที่รักของผมเริ่มบิดตัวไปมาจากเบาก็เริ่มแรงยิ่งขึ้นผมเริ่มกรีดร้องเหมือนคนเสียสติ

“เคตะ!!!!”ผมร้องเสียงหลงเมื่อสุนัขไซบีเรียนสุดหล่อของผมกำลังจะเป็นอะไรสักอย่างมันกระตุกตัวไปมาอย่างแรง ตัวของมันลอยคว้างอยู่บนอากาศร่างกายมันเริ่มปูดบวมขึ้นอย่างต่อเนื่อง เส้นขนที่สวยงามก็เริ่มหดตัวหายกลับเข้าไปในลำตัว มองแล้วเกิดความรู้สึกสงสารจับจิต เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างที่อดีตเคยเป็นสุนัขของผม ก็ตกลงมาที่ยังฟื้นนอนแน่นิ่งอยู่กับที่และเริ่มมีร่างกายที่คล้ายกับ.....มนุษย์!!!!!!!!!
ถึงตอนนั้นผมก็ได้ก้าวออกห่างสุนัขสุดที่รักของผมแล้ว แต่เมื่อทุกอย่างหยุดการเคลื่อนไหวผมจึงค่อยๆลอบกลืนน้ำลายในคออย่างยากลำบากพร้อมกับสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆสิ่งมีชีวิตที่อดีตคือสุนัขสุดที่รักของผม
มันยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ทั้งยังส่งเสียงหายใจหอบถี่ๆผมมีความรู้สึกว่าน่าจะเกิดเพราะความเจ็บปวด สิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่ดูนี้ก็คือมนุษย์ผู้ชายธรรมดา ที่ไม่หลงเหลือความเป็นสุนัขสักนิดขนที่เคยฟูก็หายไปราวกับล่องหนเหลือเพียงร่างสีเนื้ออมชมพูจัดไปทั้งตัว
ร่างบางยืนพิจารณาอยู่นานสองนานจึงกล่าวเรียกอดีตสุนัขของเค้าอย่างกล้าๆกลัวๆ

“นั่นเคตะ...ใช่ไหม”ร่างที่นอนแน่นิ่งมานานลุกขึ้นมามองหน้าผมนิ่ง สายตาที่มองตอบกลับผมมา อย่างน่าสงสารราวกับอยากจะร้องไห้

“มานี่มะ...”ผมเรียกเค้าอย่างเช่นเคย
เคตะมองผมจ้องตาแป๊วแต่ก็ทำให้ผมพูดไม่ออกเหมือนกัน เมื่อเห็นหมาตัวเองกลายเป็นคนต่อหน้าต่อตาแบบนี้
เค้าลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาใกล้ๆผมอย่างสง่าผ่าเผยติดตรงที่มันเปลือยเปล่าเกินไป ทำเอาผมอึ้งไปเหมือนกันกับสรีระของร่างกายที่เหนือกว่าผม โดยเฉพาะความสูง

เสียงเจ้านายผมริวอิจิ สั่นเล็กๆแต่ฟังแล้วก็ยังมีความอบอุ่นเหมือนเช่นเคยเจืออยู่ในน้ำเสียง เค้ากำลังตกใจ สีหน้าเจ้านายของผมดูไม่ดีเอาซะเลยผมก็รู้สึกแปลกๆที่ร่างๆทั้งร่างอยู่ดีๆก็กลายเป็นแขน ขา และร่างกายของมนุษย์มันจะดีแล้วหรอที่ผมเป็นแบบนี้

“เจ้านาย....ผม....เคตะ...คือ เจ้านายตกใจหรือเปล่า.....”ผมถามไปทั้งที่คอตกไปนั่นแหละเพราะผมยังไม่รู้ว่าเจ้านายจะเอายังไงกับผมคำขอที่ผมคิด มันอาจจะทำให้ผมตกม้าตายก็ได้ ถ้าเจ้านายผม รับไม่ได้


“อืม....ตกใจซิ...แล้วนาย...อืมเคตะทำไมถึงเป็นคนได้ล่ะ....”ด้วยความที่ผมโตแล้วด้วยมั้งจึงทำให้ผมไม่คิดจะโวยวายหรือกระโตกกระตากเกินจำเป็น กับสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเพราะยังไงสิ่งต่างๆบนโลกใบนี้ มันก็เปลี่ยนแปลงกันได้ ถึงจะเป็นหมาที่อยู่ดีก็กลายเป็นคนก็เถอะ แต่เคตะก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ผมเลี้ยงมากับมือจะให้ผมทำดีดดิ้นรับไม่ได้หรือยังไงกันทั้งๆที่ เห็นอยู่กับตาแท้ๆว่าเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นได้ยังไง ผมไม่กลัวมันหรอกไม่มีทาง

“ผมก็ไม่รู้.....”คำโกหกคำโตได้หลุดออกจากปากของผมไปแล้วเจ้านายจะเชื่อผมไหม

“ป่ะไปอาบน้ำเถอะชั้นว่านายควรจะอาบน้ำแล้วก็......ใส่เสื่อผ้า”
ความคิดแรกที่ออกจากสมอง ผมที่ไม่รู้จะจัดการยังไงต่อกับชีวิต ที่จับได้ถึงลางบอกเหตุของความยุ่งเหยิงที่ลอยมาใกล้ๆแล้วก็เถอะ และยิ่งมองอดีตสุนัขของผม ผมก็ยิ่งรู้สึกแพ้หมดรูปอย่างบอกไม่ถูกแม้แต่รูปร่างหน้าตาเจ้าหมาน้อยเคตะของผมที่เป็นมนุษย์แล้วยังหล่อราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายปรัมปราในฝันของสาวน้อยวัยแรกรุ่นยังไงอย่างนั้น
ริวอิจิส่ายหัวไปมาเบาๆ.............นี่ไม่ใช่ฝันนี่คือความจริง

“ครับ...เจ้านาย”เค้าตอบกลับผมอย่างดีใจผมรู้สึกได้ด้วยหน้าตาที่ซื่อตรงที่มองมายังผม
ผมให้เคตะนั่งลงในอ่างอาบน้ำ ส่วนผมก็พับแขนเสื้อขึ้นมืออีกข้างก็คว้าเอาแชมพูสุนัขด้วยความเคยชินแต่ก็วางลงและเอื้อมมือไปหยิบแชมพูของผมเอง เส้นผมที่นุ่มนิ่มแบบนี้เป็นเพราะผมหวีและแปรงขนให้ทุกวันในตอนเช้าก่อนออกไปทำงาน เอาน่าถึงเคตะของผมจะกลายเป็นคนไปแล้วแต่ความรักความเอาใจใส่ที่ผมมีให้ก็ยังเหมือนเดิมน่า.....

“จริงๆก็ดีนะ...นายเป็นคนได้น่ะชั้นจะได้พาไปไหนมาไหนก็ได้ ดีไหม”บทจะเอาจมูกถูกันเหมือนเมื่อก่อนเวลาที่มีความสุข ผมก็เกิดหยุดชะงักลง เคตะกลายเป็นคนแล้วก็เป็นผู้ชายซะด้วย ผมคงจะถูจมูกหรือว่าจะให้เลียปากเหมือนเมื่อก่อนก็คงจะไม่ได้ นี่ผมกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย
เคตะหันหน้าเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ทำเอาร่างบางที่คิดอะไรไปเรื่อยชะงัก จนเผลอส่งสายตาตกใจกลับไปอย่างไม่ปิดบัง ดวงตากลมสวยยังคงจ้องอยู่อย่างนั้นจนร่างสูงกล่าวขึ้นทำลายความเงียบ

“เจ้านาย...ไม่อยากถูจมูกกับผมแล้วหรอครับ”น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความน้อยใจอย่างมาก บวกกับริมฝีปากที่เม้มเล็กๆที่ดูแล้วสุดจะอ้อน ร่างบางหลบสายตาทันทีและกล่าวต่ออย่างเบาๆ

“เอาไว้ก่อนนะ...ตอนนี้นายตัวเปียกแล้ว” ถึงจะกล่าวไปอย่างนั้นก็ไม่ทำให้ร่างสูงที่จ้องมองอยู่นั้นคิดเป็นอื่นไปได้นอกจากเจ้านายของเค้า ได้คิดกับเค้าเป็นคนอื่นซะแล้ว
กับผู้ชายด้วยกันผมคงจะทำไม่ได้จริงๆ
เพียงแค่ผมเอื้อมมือไปหยิบสบู่แล้วหันกลับเท่านั้นอยู่ดีๆเคตะเข้ามาเลียที่ข้างแก้มผมทำเอาหน้าผมร้อนวูบผมจึงรีบก้มหน้าก้มตาถูหลังให้ต่อ
พอเริ่มถูไปมาเค้าก็หันหน้ามาให้ผมถูกที่ลำตัวต่อ...แผ่นอกอันกว้างขวางนี้ ยิ่งผมสัมผัสยิ่งมองคนแปลกหน้านี้ใกล้ๆก็ยิ่งรู้สึกว่าใจมันเต้นๆแปลกๆและเหมือนกับโดนรังแกขึ้นทุกที

“เจ้านายเป็นอะไรหน้าแดงๆ”ก่อนที่เคตะ ทำท่าจะก้มลงมองหน้าผมให้ชัดๆผมก็รีบพูดชิงตัดหน้าก่อน

“คือห้องน้ำมันร้อนน่ะ....เคตะอาบต่อเองนะ...เสื้อผ้าชั้นวางไว้ตรงนี้ใส่ด้วยล่ะ”และผมก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกแปลกๆนี่เราเป็นอะไรไปนะ
ริวอิจิโซซัดโซเซกลับมานั่งที่โซฟาตัวใหญ่พร้อมกับระลึกถึงภาพวันเก่าๆที่สุนัขแสนน่ารักของเค้าหมอบหลับอยู่ข้างๆ ที่ปัจจุบันทันด่วนกลับกลายเป็นมนุษย์ไปแล้ว
ผมนั่งทำใจอยู่นานผมควรจะทำยังไงดี อดีต สุนัขแสนรักของผมกลายเป็นคนไปแล้ว เรื่องมันหนักหนาสาหัสมากกว่าการที่มันตายจากผมไปซะอีก แล้วต่อไปผมจะทำยังไงกับชีวิตที่ไม่ว่า จะคิดสารตะยังไงก็ได้ข้อสรุปตายตัวว่าไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ผมควรจะทำยังไงดี......ใจลึกๆแล้วนี่ผมคิดอะไรอยู่นะ

“เจ้านาย...กลัวผมใช่ไหม....”อยู่ดีๆเคตะในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีขาวกับกางเกงผ้าร่มสีเทาเข้มๆที่อดีตตัวใหญ่สำหรับผม เมื่อประกอบอยู่บนร่างของหนุ่มหล่อที่ว่าก็ดูจะตัวเล็กลงไปถนัดตา..เค้าเอนตัวลงมองผมในขณะที่มืออีกข้างท้าวอยู่ที่พนักโซฟาเพื่อสังเกตุสีหน้าผมให้ชัดๆ....ผ้าเช็ดผมผาดอยู่ที่บ่ากว้างเส้นผมที่เปียกชื้นหยาดหยดน้ำออกมาตามปลายเส้นผมไหลลงมาที่คอเสื้อยืดที่หย่อนคล้อยลงมายันแผ่นอกแกร่ง สายตาที่มองจ้องเข้ามาในดวงตาของผม เศร้าสร้อยหม่นหมองเป็นที่สุดถึงจะมีบ้าง ที่ไหวเล็กน้อย เพราะอาการแข็งตัวชาของผมทำให้ ปากเป็น กระจับนั้นเม้มเล็กน้อยอย่างออดอ้อนเชิงขอคำตอบ
ผมรู้สึกตื่นตกใจกับภาพตรงหน้าที่เห็นทำให้รู้สึกอยากตายเป็นที่สุด กว่าจะหลุดจากอาการตกตะลึงผมก็เสไปมองทางอื่นช้าๆราวกับตัวเองกำลังจะเป็นหุ่นยนต์ ในมือเค้าถือเสื้อคลุมอาบน้ำของผมและยื่นให้อย่างไมตรีจิต ผมรับมันไว้แต่ก็วางเอาไว้ข้างๆเพราะผมยังไม่ได้ตอบคำถามของเค้าที่กัดกินใจผมไปแล้วก็ว่าได้ เค้าเข้ามานั่งข้างๆและกดรีโมทเปิดทีวี พลาสม่าจอใหญ่ ขึ้นเหมือนทุกๆวันที่ผมมานั่งที่โซฟาตัวนี้

“เคตะ....ชั้น.....ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีไอ้กลัวน่ะมันไม่กลัวหรอก”เพราะผมกลัวใจตัวเองมากกว่าที่จะรู้สึกอะไรแปลกๆกับผู้ชายตรงหน้าที่ทำเอาหลุดลอยไปอยู่กับความหล่อในฝันอยู่มะลอมมะล่อ
ร่างบางส่ายหัวยิกๆราวกับกำลังสะบัดความคิดบ้าๆแทน

“คือ...มันแปลกๆ...นี่ทุกวันชั้นต้องได้กอดนายหอมนายฟัดนายแปรงขนทุกวันแต่สภาพนายตอนนี้”ริวอิจิที่พูดไปพลางนั่งนับนิ้วแต่ละนิ้วตามกิจกรรมไป ก็รู้สึกถึงการยุบยวบตัวของโซฟาที่นั่งอยู่ทันที
ผมพูดยังไม่ทันจะจบคำเคตะก็เข้ามาสวมกอดผมเข้าให้ไม่ซิเหมือนจะซุกมากกว่า เสียงทีวีที่กำลังดังอยู่นั้นเหมือนจะเงียบไปในทันทีเมื่อความสนใจของผมมุ่งตรงไปยังไอ้หล่อที่กอดผมอยู่

“เจ้านายก็คือเจ้านายจะให้ผมเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น ถ้าเจ้านายไม่ชอบให้ผมพูดผมก็จะไม่พูด ถ้าเจ้านายไม่ชอบถูจมูกผมก็จะไม่ทำอีก ถ้าเจ้านายไม่อยากกอดผมผมก็จะตัดใจไม่กอดเจ้านาย ถ้าเจ้านายเบื่อ ผมก็จะทำทุกอย่างให้เจ้านายหายเบื่อ และถ้า....เจ้านายไม่ต้องการผมผมก็จะไปให้ห่างจากเจ้านาย......ผมจะทำทุกๆอย่าง อะไรก็ได้ขอเพียงเจ้านายพอใจผมก็จะทำ ผมจะเป็นอะไรก็ได้สำหรับเจ้านาย....”เค้าเงียบอยู่นานจนเงยหน้าขึ้นจากไหล่ของผมและหันมามองหน้าผมตรงๆปลายจมูกโด่งนั้นชนกับปลายจมูกผมอยู่ในตอนนี้นัยตาสีเข้มที่แวววาวของเค้ามีเพียงแต่หน้าของผม เค้ายังคงจ้องมองอยู่อย่างนั้นพร้อมกับคำพูดเบาๆที่เหมือนกับกระซิบ

“ ผมจะซื่อสัตย์กับ...คุณ....ริวอิจิ....ไปจนกว่าชีวิตนี้ของผมจะไม่เหลือแม้...กระทั่งลมหายใจ”หน้าของเคตะใกล้แค่คืบลมหายใจกระทบกับเส้นขนบางๆบนใบหน้า ดวงหน้าที่เคลื่อนเข้าใกล้เรื่อยๆมันใกล้เอามากๆจนริมฝีปากสัมผัสกันจริงๆ สมองยังรับรู้อยู่ทุกอย่าง ทุกการกระทำแต่ก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้มากไปกว่า หลับตาลงช้าๆตามคลื่นอารมณ์ที่มาจากสัมผัสที่นิ่มนวลหรือเพราะ ใจของผมโดนสะกดจากคำพูดของคนตรงหน้าก็ไม่รู้ ไม่นานเรียวลิ้นอุ่นๆได้แทรกเข้ามาในกลีบปากทำให้รู้สึกแปลกประหลาดถึงตกใจอยู่บ้างกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันแต่ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าปล่อยให้อารมณ์นำพาไปยังจุดสิ้นสุดของจิตใต้สำนึก

บอกตามตรงผมไม่กล้าผลักเคตะออกถ้าผมทำอย่างนั้นก็จะเท่ากับกำลังปฏิเสธเค้าจนทำให้เคตะจะต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจทั้งๆที่เมื่อก่อนผมไม่เคยบ่นจะจุ๊บเล่นๆหรือว่าจะเลียปากเป็นเรื่องธรรมดาของผมกับเค้าแต่ตอนนี้เหตุการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วเคตะที่น่ารักของผมกลายเป็นมนุษย์ มนุษย์ผู้ชายซะด้วย แล้วผมควรจะทำยังไงดีล่ะ

 

Create Date : 13 เมษายน 2551
Last Update : 13 เมษายน 2551 21:05:08 น.

Counter : Pageviews.
0 comments

Add to Share/Save/Bookmark Share/Save/Bookmark Share/Save/Bookmark

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

minaki_naoki

Location :

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

http://i54.photobucket.com/albums/g117/minaki_1412/w-inds-1.jpg
 
Friends' blogs
[Add minaki_naoki's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.