。◕‿◕。••.•´¯`•.•• ~My Time is Still Going On!~••.•´¯`•.••。◕‿◕。
Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
27 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
ฉันก็เป็น...ยุวฯคนหนึ่ง

วันนี้ได้ยินทีวีสักช่องกำลังถ่ายทอดการสวนสนามของเหล่ายุวกาชาด เลยนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันสถาปนายุวกาชาดนี่หน่า เลยทำให้เรานึกย้อนสมัยที่ยังเรียนมัธยมอยู่ว่าเราก็เป็นยุวกาชาดคนหนึ่งเหมือนกัน^^

เราได้เรียนยุวกาชาดมาตั้งเเต่ประถม พอเข้ามัธยม....ตอนนั้นเข้าใจเอาเองว่าคงได้เปลี่ยนไปเรียนเนตรนารี พอเข้าไปเรียนถึงได้รู้ว่าที่โรงเรียนนี้เขาเเบ่งเป็น ห้องเลขคู่เรียนยุวกาชาด ห้องเลขคี่เรียนเนตรนารี ตอนม.1 มี12ห้อง เราอยู่ 1/10 ...เลขคู่ ก็ต้องยุวกาชาดสิ ....ก็ดี ไม่ต้องเปลืองชุด ใส่ชุดที่มีมาตั้งเเต่ประถมนั่นเเหละ เพิ่งจะซื้อใหม่ตอนป.5 จะเอามาใช้ต่ออีกสักสามปีคงไม่เป็นไร


กิจกรรมวิชายุวกาชาดที่ทางโรงเรียนเรากำหนดก็คือ ระดับชั้นม.1 เดินทางไกล ม.2 บำเพ็ญประโยชน์ เเละ ม.3 เข้าค่ายยุวกาชาด (อันนี้ต้องบอกว่าเป็นกิจกรรมในหลักสูตรที่เราเรียนอยู่ขณะนั้นนะ ไม่รู้ว่าตอนนี้จะมีอะไรเปลี่ยนเเปลงหรือเปล่า) ....ก็เอาล่ะค่ะ ม.1 เดินทางไกล...เดินไปทางไหนก็จำไม่ได้ล้ะ ผ่านบ้านตัวเองหรือเปล่าก็ไม่รู้(บ้านกับโรงเรียนใกล้กัน) เเต่เวลาเดินเนี่ย ก็จะสวนกับอีกหมู่หนึ่งที่เดินย้อนทางมา เเต่เด็กม.1อะ ความอดทนยังต่ำอยู่ เพื่อนใหม่ก็ไม่คุ้นเคย เดินก็ไม่ค่อยเป็นระเบียบ มีปากเสียงบ้างประปราย ใช้เวลาทำกิจกรรมก็ครึ่งวันเองมั้ง พอเดินเสร็จกลับมาถึงโรงเรียนทุกหมู่เเล้วก็มีประชุมสรุปผลอะไรเถือกๆนั้นเเหละ เเล้วก็เเยกย้ายกันกลับบ้าน


ม.2 กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์...ทำอะไรบ้างจำไม่ได้เหมือนกัน กวาดโรงเรียน? หรือว่านั่งอบรมอย่างเดียว? อ่า เเต่ที่จำได้เเน่ๆคือ ตอนม.2นี่เเหละที่ได้ไปร่วมเดินสวนสนามวันสถาปนายุวกาชาด อาจารย์หัวหน้ากิจกรรมยุวกาชาดก็ประกาศหาอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมการสวนสนามครั้งนี้ เเล้วเรากับเพื่อนก็เป็นพวกกิจกรรมอยู่เเล้วไง อะไรที่ทำได้ ไปได้ก็จะไป ลากๆกันไปได้สองสามคนมั้ง จำได้เเค่ว่ามีเรากับซาร่านี่เเหละ55 อาจารย์ให้พี่ม.3 เป็นคนดูเเลการฝึกซ้อม..เหนื่อยเหมือนกันนะ ต้องเดินขาให้ตรง หลังตรง เเล้วตอนเดินเลี้ยวหัวมุมเนี่ยต้องไม่กว้างมาก ไม่เเตกเเถว ...พอไปถึงวันจริงที่สนามศุภชลาศัย เเอบตื่นตาตื่นใจ นี่หรือบางกอก 5555...ก็เรามันเด็กชานเมืองนี่หน่า เเทบไม่เคยได้ออกไปไหนกับใครเขา(ปานนั้น?)เห็นรถเห็นคนเยอะๆก็เเปลกตาเป็นธรรมดา....ทางโรงเรียนก็จัดรถให้เหล่ายุวฯเดินทางไปยังสนามด้วยรถคันใหญ่เลยค่ะ....เเท่น เเท๊นน รถเมล์สาย 113 นั่นเอง!!


อธิบายกันนิดนึง คือสาย113 เนี่ย จากต้นสายคือโรงเรียนเรา ไปปลายทางที่หัวลำโพง ระหว่างทางก็จะมีคนที่รอตามป้ายโบกตลอด เราก็ต้องปิดประตู เเละบอกไปตลอดทางว่าไม่ได้รับผู้โดยสาร ...ก็เเย่เหมือนกันนะ เห็นใจคนเดินทาง เพราะเค้าไม่ได้มารู้เรื่องว่าเราเหมารถมา

เดินทางมาถึงสนามศุภชลาศัย...ตั้งเเถวซ้อมเล็กน้อย กินข้าวให้อิ่ม ดูกิจกรรมในสนาม เเล้วก็ไปตั้งเเถวเตรียมตัว คือ ตื่นเต้นอะ เราไม่เคยทำอะไรอย่างนี้ด้วยไง ....พอมาถึงสนามจริงเลยรู้เลยว่าที่เราทำน่ะ ยังไม่ดีพอนะ เห็นโรงเรียนอื่นเขาเดินกันเป๊ะมาก สวยเลยเเหละ เเต่เราก็ทำดีที่สุดของเราเเล้วล่ะ^^' เอ้อ...มารู้ที่หลังว่า ผอ.สุพรรณี ไปนั่งดูอยู่ด้วย เเกมาเล่าว่าตอนที่โรงเรียนเราเดินผ่านหน้าอัฒจรรย์มีอาจารย์โรงเรียนอื่นๆชมเด็กถือป้ายโรงเรียนกับเด็กที่ถือธงว่าน่ารักดี ....555 ก็นะ อาจารย์เเกเลือกตุ๊ก-ติ๊ก ฝาเเฝดของรุ่นเราไปถือป้ายนี่ สองคนนี้เค้าออกจะตุ้ยนุ้ยนิดนึง เเล้วเดินคู่กันจะน่ารักดี ...... หลังจากที่เดินสวนสนามเสร็จ ก็เตรียมขึ้นรถกลับ.... ตอนจะกลับนี่เเหละมีเรื่องขำๆกันอยู่เรื่องหนึ่ง ...อย่างที่บอกเรามานี่ก็เป็นครั้งเเรก เเล้วก็เห็นโรงเรียนอื่นๆเยอะเเยะ ทีนี้ตรงที่จอดรถอะ มันก็มีรถของโรงเรียนราชินีจอดอยู่ใกล้กัน เเล้วเด็กราชินีเค้าก็ดูคุณหนู๊คุณหนู ตัวขาว น่ารัก ถักเปียเรียบร้อยใส่หมวกกันเป๊ะทุกคนกำลังเดินขึ้นรถกลับโรงเรียนเช่นกัน รถเขานั้นเป็นรถบัสโรงเรียนติดกระจกอย่างดี มีเเอร์เย็นฉ่ำ มีม่านบังเเดด โอ้ววว...หันกลับมามองด้านหลัง....รถตูล่ะ! 113!!


มันจะฮาก็ตรงนี้เเหละ พี่ๆเพื่อนๆเค้าก็เเซว "เอ้า เฮ้ยๆ ขึ้นรถได้เเหล้ะ..รถเราน่ะอยู่นี่"

เเล้วก็ไปถามอาจารย์ว่าทำไมเราถึงไม่มีรถโรงเรียนอย่างนี้บ้าง ก็นะ...ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณ


ขึ้น ม.3 ก็ไปเข้าค่ายตามที่หลักสูตรกำหนดที่ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ...ไปวันเเรกอยากจะกลับ! ให้วิ่งไปเข้าเเถวให้ทัน เเล้วก็ให้นอนราบเเล้วกลิ้งอะ! นึกสภาพเด็กยุวฯใส่กระโปรงเเล้วต้องนอนกลิ้งกลางพื้นซีเมนต์ร้อนๆ...บางคนกลิ้งไปเอามือจับกระโปรงไป เพราะไม่ได้ใส่กางเกงขาสั้นไว้ข้างใน เเต่เราเป็นคนที่ติดการใส่กางเกงขาสั้นทับอีกทีอยู่เเล้วไง กลิ้งได้ไม่มีปัญหา^__^
อยู่ค่ายสามวัน กิจกรรมเยอะเเยะสนุกสนานกันไป จากตอนเเรกที่อยากจะกลับ กลายเป็นว่าพอถึงวันสุดท้ายไม่อยากกลับซะงั้น พอเปิดเทอมมาเรื่องที่จะเอามาคุยกันก็ไม่พ้นเรื่องเข้าค่าย เเต่ทว่า...ตอนม.3เเยกสายการเรียนเเล้ว ก็จะมีเด็กหลายๆห้องมารวมกัน เเล้วห้องเรามียุวกาชาดอยู่ 8 คนถ้วน! นั่งเป็นติ่งของห้องมาก อีก30กว่าคนที่เหลือเป็นเนตรนารีกันหมดเลย พอจะคุยเรื่องเข้าค่ายของยุวฯ เนตรนารีก็จะเกทับด้วยเรื่องเข้าค่ายของเหล่าเนตรฯทันที ชริ! ทำให้ยุวกาชาดกลุ่มน้อยของห้อง ม.3/4 อย่างเรา ต้องระเห็จไปเม้าท์มอยกับยุวกาชาดที่เคยเรียนด้วยกันมาตอน ม.1-ม.2 ที่ห้องอื่นเเทน

จากการที่ได้ทำกิจกรรมกับยุวฯบ่อยนี่เเหละ อาจารย์หัวหน้าวิชายุวฯก็เลยเรียกใช้พวกเราบ่อย หลักๆก็เรากับซาร่า ตอนนั้น อ.มาลี เป็นหัวหน้ายุวฯ (หลังๆพวกเราเรียกว่าเเม่....) คือ พอมีกิจกรรมอะไรเกี่ยวกับยุวฯเนี่ยเเม่ก็จะให้เรากับซาร่าไปหาอาสาสมัครมาช่วยกัน ก็ได้บ้างไม่ได้บ้างส่วนมากก็เพื่อนๆกัน ขึ้นม.ปลายปุ๊ป เเกก็เรียกใช้เหมือนเดิม ตอนม.4เลยได้กลายเป็นพี่เลี้ยงคุมเเถวน้องยุวฯม.1 เดินทางไกล ตูก็ไปทะเลาะกับเด็กอีกเล็กน้อย ที่มาทำงานช่วยเเม่ได้เพราะว่าตอนม.3 เเกสอนสังคมเด็กม.3เกือบทุกห้อง เลยเห็นว่าเด็กคนไหนพอจะช่วยได้เเกก็จะเรียก ...เหมือนเดิมค่ะ เค้าให้ช่วยก็ช่วย ไปๆมาๆ เลยกลายเป็นตั้งชมรมอาสายุวกาชาดไปเลย ม.5-ม.6 เราก็ปักหลักกันอยู่ที่ชมรมนี้เเหละ นอกจากจะมีเรามีซาร่า-กุ้ง-ชุ เเล้ว ก็ยังมี เบนจี้ ต่าย สา นก เตย มาช่วยด้วยเหมือนกัน จริงๆกลุ่มนี้เป็นเนตรนารีทั้งหมด เเต่ก็เพราะตอนม.3นั่นเเหละ เลยทำให้พอรู้จักกันบ้างคนนี้ เพื่อนคนนั้น โยงๆกันไป เเล้วก็เลยมาสนิทกันทุกวันนี้ (จริงๆก็มีประเด็นอื่นมาเกี่ยวข้องเลยทำให้สนิทด้วยเเหละ 55)
นอกจากจะช่วยงานของชมรมอาสายุวกาชาดเเล้ว พวกเรายังช่วยงานหมวดสังคมด้วย เรียกว่าเป็นเด็กของเเม่ไปเลยอะ... มีงานอะไรของหมวดสังคมก็จะเป็นพวกเราไปจัดการ ตรวจข้อสอบ เข้าสอนยุวฯเเทนบางคาบ.... ส่วนเราก็โดนจับขึ้นเวทีเป็นพิธีกรประกาศรางวัลเวลาหมวดสังคมไปทำกิจกรรมอะไรเเล้วได้รางวัลมา ผลจากงานนี้เเหละก่อนจบเลยได้ใบประกาศจากหมวดสังคมมากันยกเเก๊งค์

ถามว่าดีใจมั้ยที่เราได้ทำอะไรกับยุวกาชาดเยอะขนาดนี้ ก็ดีใจนะ ภูมิใจด้วย เราได้รู้จักเพื่อน ได้รู้จักการทำกิจกรรมหลายอย่าง ได้ช่วยเหลือสังคม เรียนรู้การปฐมพยาบาล.....เคยมีพี่เราคนนึงบอกไว้ว่า เนตรนารีอะลุย! ต้องออกสนาม ดูถึกๆ ไม่เหมือนพวกยุวฯหรอก นั่งเป็นคุณหนูอยู่บนหอประชุม..... ไอ้ที่นั่งๆนั่นก็เข้าอบรมการช่วยเหลือคน ช่วยเหลือสังคมนะ ถ้าเนตรนารีทำหน้าที่เเบบลูกเสือ ถึกๆลุยๆ ยุวฯก็ขอเป็นนางพยาบาลคอยช่วยเหลือคนอยู่ในสังคมก็เเล้วกัน^^






Create Date : 27 มกราคม 2554
Last Update : 27 มกราคม 2554 23:03:26 น. 5 comments
Counter : 529 Pageviews.

 
จะบอกว่าสมัยเรียน
ตอนประถมเราเรียนเนตรนารี ม.ต้นเรียน ยุวกาชาดน่ะ

อ่านนี้แล้วคิดถึงความหลังของตัวเองเหมือกันแฮะมั


โดย: rommunee วันที่: 27 มกราคม 2554 เวลา:23:36:10 น.  

 
ยุว กับ เนตรนารี และลูกเสือมันต่างกัน อย่างไรเหรอ ครับ ถ้าทราบช่วยไขกระจ่างให้ทีครับ


โดย: billabong11 วันที่: 27 มกราคม 2554 เวลา:23:47:55 น.  

 
^
^
^
จริงๆก็ไม่ทราบเท่าไหร่หรอกค่ะว่าต่างกันอย่างไร
ทั้งสามเหล่านี่ก็จุดมุ่งหมายเดียวกัน..ช่วยเหลือเเละบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
เพียงเเต่พอเค้าพูดอย่างนั้นออกมา เค้ามองในมุมของเค้าว่าเนตรฯ
เค้าออกสนามมากกว่ายุวฯ
เราก็เลยคิดในมุมของเราว่าถ้าเธอลุย ชั้นก็ขอเป็นพยาบาลช่วยเหลือเธอก็เเล้วกัน^^


โดย: Bai Ning IP: 125.24.211.52 วันที่: 28 มกราคม 2554 เวลา:0:41:36 น.  

 
ยุวกาชาติเรียนเป็นยังไงอะคะ แตกต่างจากเนตรนารีหรือป่าวคะ


โดย: v IP: 125.25.18.63 วันที่: 13 พฤษภาคม 2556 เวลา:17:13:44 น.  

 
อิอิ


โดย: v IP: 125.25.18.63 วันที่: 13 พฤษภาคม 2556 เวลา:17:15:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bai Ning
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...เสียดายเล็กน้อยที่ชื่อlog inไม่ได้ใช้ชื่อ ที่ใช้ประจำคือ Bernadette เพราะว่ามีคนใช้ไปเเล้ว เลยได้log in Bai Ning มา ^^เเละก็ไม่เข้าใจตัวเองว่า จะตั้งให้เยอะทำไมชื่อbloggang กลายเป็นอีกชื่อซะงั้น เเล้วก็...การใช้ภาษาภายในบล๊อกนี้ จะเป็นอะไรที่ค่อนข้าง จะเป็นตัวเรามากๆ อ่านๆไปจะรู้เองว่ามันไม่ค่อยอยู่กับร่อง กับรอยเท่าไหร่ (หรือเราไม่ค่อยเต็ม?) ก็อย่าไปซีเรียสอะไรกันมาก ฮ่าฮ่า^^
Friends' blogs
[Add Bai Ning's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.