welcome to my world
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
24 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Maria-sama ga Miteru:Volume1 แปลไทย(ส่วนที่4)

Maria-sama ga Miteru:Volume1 (ส่วนที่ 4)

สิบนาทีต่อมา ยูมิยืนอยู่หน้าประตูของ ที่ทำการของยามายูริไค

สุดท้ายแล้ว ท่าไม้ตายของซีทาโกะซัง "ไม่อยากได้รูปรึไง" ก็เป็นตัวผลักดันให้ยูมิรับหน้าที่เจรจากับซาจิโกะซามะ

คณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนสตรีลิลเลียน ได้รับการตั้งชื่อว่า ยามายูริไค(คณะกรรมการดอกลิลลี่ภูเขา) เพื่อแสดงความภักดีแด่จิตวิญญาณแห่งพระแม่มารี

จิตวิญญาณแห่งพระแม่มารีคือฟ้าคราม ต้นโอ๊คเขียวชอุ่ม นกน้อยไนติงเกล ดอกลิลลี่ภูเขา และ ไพลิน นี่คือเพลงที่เรียนกันมาตั้งแต่สมัยอนุบาล

แต่ทำไมต้องไพลินด้วยล่ะ?

ยูมิสงสัยในเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว และยังเก็บเอาความสงสัยนั้นมาจนถึงปัจจุบัน ฟ้าสีคราม ต้นโอ๊คเขียวชอุ่ม นกน้อยไนติงเกล ดอกลิลลี่ภูเขา แล้วก็ไพลินที่ไม่เข้ากันเลย

เธอเข้าใจถึงการเปรียบเทียบจิตวิญญาณแห่งพระแม่มารีกับสิ่งต่างๆที่งดงามเหล ่านั้น แต่กับสัญลักษณ์ที่เป็นวัตถุอย่างอัญมณีนั้นออกจะแตกต่างจากความงามตามธรรมช าติอย่างท้องฟ้า พันธุ์พืชและสัตว์อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นแล้วไพลินนั้นยังมีราคาค่างวดที่แพงจนเกินเอื้อม ใครก็ตามอาจจะมองไปยังท้องฟ้าและซาบซึ้งกับความงามนั้นได้ แต่จะมีสักกี่คนที่จะได้รับรู้ความงดงามของไพลิน

(แต่กับคุณหนูผู้สูงศักดิ์อย่างซาจิโกะซามะ อาจจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้นะ)

ยูมิคิดอย่างใจลอยขณะที่ยืนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์กุหลาบ

โรงเรียนสตรีลิลเลียนนั้น อาจจะเรียกได้ว่าเป็นโรงเรียนสำหรับสตรีชั้นสูงที่เต็มไปด้วยบุตรสาวของเหล่ าคหบดีผู้มั่งคั่ง ยูมิที่เรียนโรงเรียนนี้มาตั้งแต่สมัยอนุบาลก็มีบิดาเป็นประธานบริษัทรับออก แบบ จึงนับได้ว่าเป็นลูกสาวของประธานบริษัทคนหนึ่งเหมือนกัน

โดยทั่วไปแล้วการพูดคุยเกี่ยวกับงานของผู้ปกครอง ไม่ใช่เรื่องที่จะพึงกระทำกันในเวลาเรียน แต่อย่างไรก็ดี ในบางครั้งก็อาจจะได้ยินเรื่องนี้บ้างจากบทสนทนาทั่วไป ซึ่งพอจะทราบได้ว่าเป็นงานหลากหลายอย่าง เช่น แพทย์ นักกฎหมาย ประธานบริษัท ผู้จัดการแผนก อาจารย์มหาวิทยาลัย และอาชีพอื่นๆที่ได้รับการนับหน้าถือตาในสังคม

อย่างไรก็ตาม สำหรับโอกาซาวาระ ซาจิโกะแล้ว ก็ยังพูดได้ว่า เธอนั้นอยู่คนละระดับกับคุณหนูเหล่านั้น เพราะว่าเธอนั้นเป็นหลานสาวของประธานเครือบริษัทโอกาซาวาระ ผู้มีกิจการทั้งห้างสรรพสินค้า สวนสนุก และธุรกิจอีกหลายอย่าง นอกจากนั้นแล้ว มารดาของเธอยังเป็นราชนิกูลเก่าอีกด้วย นั่นยิ่งทำให้เธอเป็นดั่งเจ้าหญิงจากตระกูลผู้ดี

คฤหาสน์กุหลาบ ถึงจะเรียกว่าคฤหาสน์ แต่จริงๆแล้วมันเป็นเพียงอาคารหลังเล็กๆที่ตั้งอยู่ตรงมุมสวนของโรงเรียน และมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของห้องเรียนเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี เมื่อมันเป็นที่เฉพาะของคณะกรรมการนักเรียนและเป็นตึกที่ทำจากไม้ทั้งหลัง จึงควรแล้วที่จะขนานนามมันว่าคฤหาสน์

"ซาจิโกะซามะจะอยู่ที่นี่หรือเปล่านะ"

ยูมิลดมือที่กำลังจะเคาะประตูลงแล้วถามซึทาโกะซัง

"ก็เธอไม่อยู่ในห้องเรียน แล้วทุกคนต่างก็บอกเหมือนกันว่า คณะกรรมการยามายูริไคจะมารวมตัวกันที่คฤหาสน์กุหลาบทุกเย็นหลังเลิกเรียนเพื ่อเตรียมงานเทศกาลโรงเรียนนี่นา"

แล้วซึทาโกะซังก็จับยูมิหันไปที่ประตูอีกครั้ง ดูท่าว่าเธอจะแค่ตามมาเป็นเพื่อนเท่านั้น ส่วนยูมิก็ยังคงจะต้องเป็นคนรับหน้าที่หลักต่อไป ยูมิอยากจะบ่นว่าเพราะใครกันล่ะ ที่ทำให้เธอต้องมาถึงที่นี่ แต่เธอก็ต้องเงียบไว้ก่อน จนกว่าจะได้รูปถ่ายสองใบนั้นมานั่นแหล่ะ นอกจากนั้นแล้ว ซึทาโกะซังยังย้ำอีกว่า ถ้าทุกอย่างไปได้สวย เธอก็จะลบภาพพจน์ที่ไม่งามของเธอ หรือยิ่งไปกว่านั้นก็อาจจะตกลงเรื่องเงื่อนไขนั้นได้อีกด้วย

"พวกเธอมาที่นี่ทุกวัน..."

พูดอีกนัยหนึ่ง ไม่มีทางที่จะย้อนกลับไปได้แล้ว

ยูมิยกมือขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่อาจที่จะยื่นมันไปเคาะประตูได้

(ทำไมฉันถึงได้อ่อนแออย่างนี้นะ)

ถึงอย่างไรแล้ว เมื่อเทียบกับนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งโดยทั่วไป ยูมิก็ไม่ได้ต่างกับคนอื่นเท่าไรนักหรอก มันต้องใช้ความกล้าอย่างมากเพื่อที่จะเคาะประตูนี้ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมซึทาโกะซังถึงได้ไม่เร่งเธอ ถ้าซึทาโกะซังพูดว่า"รีบๆเคาะซะทีสิ" ยูมิก็เตรียมที่จะตอบกลับอยู่แล้วว่า "งั้นเธอก็มาทำเองซะสิ"

เหงื่อซึมออกมาที่มือ แปลกจัง อากาศก็ไม่ร้อนสักหน่อย

หัวใจเริ่มเต้นแรงและขาก็เริ่มสั่น

โลกหลังประตูนี้เหมือนจะเป็นดินแดนแปลกหน้า

ในขณะที่เธอเริ่มจะหมดหวัง มือลดลง ก็มีเสียงดังมาจากข้างหลัง

"มีธุระกับยามายูริไคหรือจ๊ะ?"

"ว๊ายยย"

ยูมิกับซึทาโกะซังสะดุ้งราวกับสปริงที่หลุดกระเด็นออกมาจากเครื่องยนต์

"อุ๊ย ขอโทษที่ทำให้พวกเธอตกใจนะจ๊ะ"

โทโด ชิมาโกะซัง ยืนอยู่ตรงนั้น

ยูมิถอนหายใจ โล่งอก ถ้าซาจิโกะซามะมายืนอยู่ตรงนั้นขณะที่เธอยังไม่พร้อมจะทำใจ เธอคงจะสลบไปทันที ถึงจะบอกว่าสลบไปเลย ก็เกินไปหน่อย แต่เธอคงต้องรู้สึกอายมากกว่าตอนที่เป็นเมื่อเช้านี้แน่ๆ

"ชิมาโกะซัง...ทำไม?"

ยูมิซังถาม แต่ซึทาโกะซังที่ยืนอยู่ข้างๆถองเธอเบาๆ "ถามอะไรแบบนั้น"

"ชิมาโกะซังเป็น โรชา จิกองเต ออง บูตอง เธอก็ต้องมาที่นี่อยู่แล้วนี่"

"จริงด้วย"

เธอไม่ใช่"นักเรียนปีหนึ่งธรรมดา"

"ฉันกับยูมิซังอยากจะคุยกับ โรซา ชินองซี ออง บูตอง , ชิมาโกะซัง เธอช่วยเป็นตัวแทนให้พวกเราหน่อยได้ไหม?"

กำลังคิดอยู่เลยว่า เวลาช่างเหมาะเจาะอะไรประมาณนี้ แต่ซึทาโกะซังก็ขอร้องชิมาโกะซังไปแล้ว แม้ว่าทั้งสองคนนั้นจะเป็น ออง บูตองเหมือนกัน แต่ความสะดวกใจในการคุยกับกุหลาบขาวและแดงก็ต่างกันเหลือเกิน

"ถ้าอย่างนั้นแล้ว ทำไมไม่เข้ามาข้างในด้วยกันก่อนล่ะจ๊ะ คิดว่าซาจิโกะซามะน่าจะอยู่ที่ชั้นสอง"

ชิมาโกะซังเปิดประตู แล้วก็พยักหน้าเรียกเพื่อนทั้งสองคนที่ยังยืนนิ่งอยู่นอกประตู ผมเป็นลอนของเธอพริ้วไสว

โทโด ชิมาโกะซัง ไม่เพียงแค่สวยเท่านั้น แต่ยังใจดีและน่ารักอีกด้วย ยูมิถึงกับประหม่าไปชั่วครู่หนึ่ง

และด้วยเหตุนี้ จึงเข้าใจได้ง่ายเลยว่า ทำไมทั้งซาจิโกะซามะและโรซ่า จิกองเต จึงต้องการตัวเธอ คนที่ชวนให้อยากอยู่ใกล้ ได้ไปไหนต่อไหนด้วยกัน สะอาด บริสุทธิ์ ผมสีน้ำตาลเป็นลอน นุ่ม สลวย

แม้จะมีผมสีเดียวกัน แต่กับยูมิแล้ว มันตรงกันข้ามกันเลย ผมที่ชี้ไปชี้มา ถูกมัดแกละไว้สองข้างด้วยริบบิ้น เหมือนกับลูกผสมระหว่างขนมสายไหมกับหญ้าในทุ่งสะวันนา

"เข้ามาสิจ๊ะ"

ชิมาโกะซัง เรียกพวกเธออีกครั้ง ประตูนั้นเปิดค้างอยู่

"เข้าไปกันเถอะ ยูมิซัง"

ซึทาโกะซัง คล้องแขนยูมิแล้วก็ออกแรงดึง ถ้ามันจะพลาดก็พลาดไปด้วยกันหมดนี่แหล่ะ

เมื่อก้าวเข้าไป ความรู้สึกอัศจรรย์ก็โอบรอบตัว

"ว้าว..."

ข้างในนั้นมีพื้นที่เป็นช่อง เมื่อหันไปทางซ้ายก็จะพบกับบันไดสูงยาว ที่ชั้นสองนั้นก็มีกระจกสีขนาดเท่าประตู แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านนั้น ดูราวกับว่ามันกำลังไต่ระเรื่อยไปตามขั้นบันได

ไม่มีใครอยู่ที่นั่น ทางขวาและตรงหน้านั้นมีห้องอยู่ แต่ชิมาโกะซังบอกว่าดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ที่ชั้นหนึ่ง เพราะงั้นถึงยูมิจะเคาะประตูไปก็คงจะไม่มีใครได้ยิน เมื่อรู้แบบนั้นแล้วก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยใจ แม้ว่าจะยังมีงานที่หนักหนากว่านั้นรออยู่อีก

"เชิญทางนี้จ้ะ"

ชิมาโกะซัง เดินขึ้นบันไดอย่างคล่องแคล่ว จับจีบกระโปรงเอาไว้ ไม่ให้มันระบันได

ยูมิกับซึทาโกะซังสบตากันแล้วก็พยักหน้า เดินตามเธอไป

แม้ว่ายูมิจะขึ้นมัธยมปลายมาได้กว่าครึ่งปีแล้ว แต่คฤหาสน์กุหลาบก็ยังเป็นสถานที่ต้องห้ามเช่นเดียวกับที่พำนักของซิสเตอร์อยู่ดี

"เอ่อ...ชิมาโกะซัง?"

"จ๊ะ?"

ยูมิชักรู้สึกเป็นกังวล

"พาพวกเราที่เป็นคนนอก เข้ามาง่ายๆแบบนี้จะดีเหรอจ๊ะ?"

ชิมาโกะซังหยุดตรงบันไดขั้นสูงสุดแล้วหันกลับมามองยูมิด้วยความประหลาดใจ แล้วก็พูดขึ้นว่า"โถ"

"ทำไมถึงคิดว่าตัวเองเป็นคนนอกแบบนั้นล่ะจ๊ะ? อาคารหลังนี้เป็นที่ทำการของยามายูริไค ซึ่งคณะกรรมการจะมาประจำที่นี่ก็จริง แต่นักเรียนคนอื่นๆก็เป็นสมาชิกของยามายูริไคด้วยเหมือนกันนี่จ๊ะ พวกเรายินดีต้อนรับทุกคนเสมอ แต่ถ้ามากันเป็นร้อย พื้นก็อาจจะพังได้นะ"

ชิมาโกะซังหัวเราะ ไหล่ลดลงเล็กน้อย

จริงอย่างที่พูด อาคารไม้เก่าๆแบบนี้คงพอรับได้ไม่เกินห้าสิบคนเท่านั้น

ยูมิสงสัยว่า ตึกนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยไหนกัน ถึงแม้ว่าอาคารอื่นของโรงเรียนจะไม่ใหม่นัก แต่บันไดก็ไม่ส่งเสียงดังแบบนี้

เมื่อเดินมาถึงชั้นบน ก็มองเห็นประตูรูปร่างเหมือนขนมปังกรอบอยู่ด้านขวามือ พวกเธอตามชิมาโกะซังไปที่ประตู แล้วก็ได้ยินเสียงลอดออกมา

"ถึงงั้นก็เถอะ ทำไมหนูต้องแสดงด้วยล่ะคะ?"

เสียงนั้นดังจนได้ยินออกมานอกห้อง ขณะที่ยูมิกำลังคิดว่า เสียงดังเช่นนี้ไม่เข้ากันกับคฤหาสน์กุหลาบเลยนะ เสียงเดิมก็โวยออกมาอีกครั้ง

"เผด็จการ ท่านพี่ใจร้าย"

คำว่า"ใจร้าย" กับป้ายที่มีข้อความว่า "กำลังประชุม โปรดเงียบ" ซึ่งแขวนไว้ที่หน้าประตูนั้น ช่างดูไม่เข้ากันซะเลย

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคนที่กล้าพูดว่า"ใจร้าย" ต่อหน้ารุ่นพี่อีกเหรอ

แน่ละว่าที่นี่คือคฤหาสน์กุหลาบ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ข้างในนั้นต้องเป็นสมาชิกกุหลาบผู้ทรงเกียรติแน่นอน

นักเรียนธรรมดา คงไม่สามารถจะเข้าร่วมประชุมและกล่าวหาว่า "ท่านพี่ใจร้าย"ได้

"ดีจัง ดูเหมือนว่าซาจิโกะซามะ จะอยู่ด้วยนะจ๊ะ"

ชิมาโกะบิดลูกบิดประตู

"เอ๋?"

"นั่นเสียงของซาจิโกะซามะ..."

ยูมิอึ้ง ซาจิโกะซามะคนนั้นน่ะนะที่ขึ้นเสียงกับท่านพี่ ใช้คำว่า"ใจร้าย"ด้วยน้ำเสียงโกรธกริ้ว ดูเหมือนว่าซึทาโกะซังก็พูดอะไรไม่ออกเหมือนกัน

ส่วนชิมาโกะซังนั้นยิ้ม แล้วพูดว่า "เธอก็เป็นแบบนี้เสมอแหล่ะจ้ะ" เธอเปิดประตูโดยที่ไม่ได้เคาะ

แล้วในตอนนั้นเอง

"หนูเข้าใจแล้วค่ะ ถ้าท่านพี่ต้องการเช่นนั้น หนูจะพาเธอมาที่นี่ เดี๋ยวนี้"

โดยที่ไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อน ใครคนหนึ่งถลันออกมานอกห้อง มันเกิดขึ้นเพราะว่าเธอกำลังจะจับลูกบิดประตูหมุน แต่แล้วประตูบานนั้นก็ถูกเปิดออกจากภายนอก

"อุ๊ย"

"ว๊าย"

ทันทีที่ยูมิเห็นคนๆนั้นพุ่งออกมา เธอก็รู้สึกถึงแรงกระแทกเบาๆจากข้างหน้า จากนั้นสายตาเธอก็พลิกกลับไปเห็นเพดาน รู้สึกเจ็บปวดที่ข้างหลัง

ชิมาโกะซังนั้นยืนอยู่ข้างหลังประตู และซึทาโกะซังก็ยืนอยู่เป็นคนสุดท้าย ดังนั้นเธอจึงชนเข้ากับยูมิ ที่ยืนเป็นคนที่สอง เข้าอย่างจัง

และนั่นคือที่มาของเสียง "อุ๊ย" ของเธอคนนั้น และเสียง "ว๊าย" ของยูมิ

"เป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ?"

เธอได้ยินเสียงของชิมาโกะซังและซึมาโกะซัง

"อืมมม"

ในสถานการที่ยุ่งเหยิงเช่นนี้ ยูมิไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทราบแต่เพียงว่า สะโพกของเธอไปกระแทกกับอะไรบางอย่าง แต่ที่ท้องและหน้าอก กลับรู้สึกนุ่มนิ่มเหลือเกิน และเพราะมีผมยาวคลุมปรกหน้า เธอจึงรู้แต่เพียงว่าตอนนี้เธอกำลังนอนหงาย แต่ไม่รู้ว่ากำลังหันไปในทิศทางไหน

"อูย"

คนที่อยู่ข้างบนพึมพำ แล้วพยุงตัวขึ้น เมื่อไม่มีอะไรมาบังแล้ว สิ่งแรกที่ยูมิเห็นก็ไม่ใช่ใครอื่น โรซ่า ชินองซี ออง บูตอง, โอกาซาวาระ ซาจิโกะซามะนั่นเอง เธอกำลังส่ายหัวช้าๆ ท่าทางยังคงงงๆอยู่

ผมยาวตรงสีดำนั้นปลิวไสวราวกับผมของนางแบบในโฆษณา ผิดก็แต่คราวนี้มีกลิ่นหอมของดอกไม้อยู่ด้วย

"อา...ช่างเป็นการล้มที่เลิศหรูอะไรปานนี้"

"โดนซาจิโกะที่หนัก 50 โล ชนเข้า น่าสงสารจัง"

"นี่เธอ ยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า?"

คนอื่นที่อยู่ในห้องเมื่อได้ยินเสียงคนชนกัน ก็ทยอยกันออกมาจากห้อง เป็นการรวมตัวกันที่จะได้เห็นเฉพาะในการประชุมของยามายูริไคเท่านั้น โรซ่า ชินองซี ,โรซ่า ฟัวติดา ,โรซ่า จิกองเต ถัดไปก็คือโรซ่า ฟัวติดา ออง บูตง และน้องสาว

"เอ๋? ฉันวิ่งชนคนเหรอเนี่ย? เธอเป็นอะไรไหม?"

เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ซาจิโกะซามะก็รีบเข้าไปพยุงตัวยูมิ

"ซาจิโกะ อย่าพึ่งไปขยับตัวเธอ ถ้าหัวกระแทกอาจจะเป็นอันตรายได้"

โรซ่า ฟัวติดา ออง บูตง ก้าวออกมาข้างหน้า นักเรียนปีสองห้องดอกเบญจมาศ ที่นั่งหมายเลย 30 , ฮาเซกุระ เรย์ซามะ ด้วยความที่เธอเป็นลูกสาวของตระกูลที่สืบทอดศิลปะการป้องกันตัว จึงพอจะรู้วิธีดูแลผู้ที่ถูกกระทบกระเทือนอยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม ผ้าพันคอแบบกลาสีและกระโปรงเอวต่ำนั้น กลับทำให้เธอเหมือนชายหนุ่มรูปงามมากกว่า ซึ่งภาพลักษณ์แบบนี้หาได้ยากยิ่งในโรงเรียนลิลเลียน รูปร่างที่ผอมเพรียว ผมที่สั้นมาก ถึงเครื่องแบบนี้จะเหมือนกับชุดที่ใส่ให้กับตุ๊กตาโบราณ แต่เมื่อเธอใส่แล้วกลับดูเหมือนเสื้อเชิร์ตของผู้ชาย

"หนูไม่เป็นไรค่ะ แค่หลังกระแทกแค่นั้นเอง"

ยูมิรีบลุกขึ้นยืน ถึงก้นจะยังเจ็บอยู่นิดหน่อย แต่ก็ท่าทางจะค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว

"แน่ใจนะ"

ซาจิโกะซามะมองเธอด้วยความกังวล

อาา อยากจะวิ่งหนีซะตอนนี้ อย่ามองหนูอย่างนั้นเลยค่ะ จะทำให้สายตาของพี่แปดเปื้อนซะเปล่า

"ค่ะ ไม่เป็นไรจริงๆ"

เมื่อทนไม่ไหวกับสถานะการณ์ที่น่าอึดอัดแบบนี้ ยูมิก็ลุกขึ้นกระโดดเหยงๆไปรอบๆเหมือนนกฟินิกซ์ที่พึ่งจะฟื้นคืนชีพ เธอไม่อยากจะทำท่าตลกๆแบบนี้เท่าไรนักหรอก แต่ก็ดูเหมือนว่าถ้าเธอไม่ทำ คนอื่นคงจะไปเรียกรถพยาบาลมาเป็นแน่

"โล่งอกไปที"

อาจจะเป็นเพราะความโล่งใจ ซาจิโกะซามะจึงกอดยูมิไว้แน่น ยูมิรู้สึกได้ถึงหน้าอกของเธออีกครั้ง อา...ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย...หน้าอกของซาจิโกะซามะ เพราะโครงสร้างของเครื่องแบบนักเรียน จึงยากที่จะบอกได้ถึงความแตกต่างของรูปร่างนักเรียนแต่ละคน แต่หน้าอกของเธอนี่ช่างเหลือเฟือจริงๆ...นี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องแบบนี้เลย นะ ซาจิโกะซามะกำลังกอดเธออย่างอ่อนโยนอยู่แท้ๆ

"ว่าแต่ว่า"

ซาจิโกะซามะกระซิบข้างหูยูมิขณะที่กำลังกอดเธออยู่

"เธออยู่ปีหนึ่งใช่ไหมจ๊ะ?มีคนให้เรียกว่าท่านพี่แล้วรึยัง?"

"คะ?"

ตอนนั้นเอง ยูมิคิดไปถึงนักเรียนปีหนึ่งที่ทำลายตัวเองโดยมัดโบว์หลวมๆ แล้วซาจิโกะซามะก็เรียกท่านพี่ของเด็กคนนั้นมาตำหนิแทน

อย่างไรก็ดี

นี่เธอจะเอาเรื่องกับท่านพี่ด้วยเหรอ แล้วกรณีนี้น่ะมันเป็นอุบัติเหตุ แถมซาจิโกะซามะเองก็เป็นคนวิ่งมาชนยูมิเองด้วย

"ว่าไงจ๊ะ?"

ซาจิโกะซามะกระซิบเร่ง

"ไม่มีค่ะ ทำไมเหรอคะ?"

เพราะว่านี่เป็นบทสนทนาอย่างลับๆ ยูมิจึงลดเสียงตอบด้วยเหมือนกัน และแล้ว...

"วิเศษมาก..."

"เอ่อ อะไรเหรอคะ?"

"ไม่ต้องห่วง ทำตามที่พี่บอกเถอะ"

โดยที่ไม่ได้บอกเหตุผล ยูมิก็ถูกลากออกมายืนหน้าสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย

"หนูพาเธอมาแล้วค่ะ"

น้ำเสียงของซาจิโกะซามะกลับมาเยียบเย็นเหมือนอย่างเคย ไม่เหมือนกับน้ำเสียงดื้อดึงที่ได้ยินลอดออกมาจากประตูก่อนหน้านี้

"โธ่เอ้ย คิดจะทำอะไรอีกแล้วล่ะสิ?"

โรซา ชินองซี พูดพร้อมกับยิ้มอย่างรู้ทัน สมแล้วที่เป็นท่านพี่ของซาจิโกะซามะ ถ้าเป็นเธอคงจะสามารถสั่งให้คนอย่างซาจิโกะซามะเต้นระบำปลายเท้าได้แน่

"เด็กคนนี้..."

เมื่อออกตัวเช่นนั้นแล้ว ซาจิโกะซามะก็กระซิบบอกยูมิว่า"แนะนำตัวเธอสิจ๊ะ" เธอพึ่งจะรู้ตัวว่ายังไม่ได้ถามชื่อยูมิเลย

"เอ่อ..ปีหนึ่งห้องลูกท้อ หมายเลข 35 ฟุคุซาว่า ยูมิ ค่ะ"

เธอจะแนะนำตัวกับซาจิโกะซามะ แต่ก็ถูกจับหันหน้าออกไป ดูเหมือนว่าเธออยากให้ยูมิแนะนำตัวกับเหล่ากุหลาบคนอื่นๆมากกว่า

"อืมม ฟุคุซาว่า ยูมิซัง ชื่อของเธอเขียนเป็นคันจิว่าไงจ๊ะ?"

ฟุคุซาว่าจากฟุคุซาว่า ยูคิจิค่ะ ส่วนยูเขียนคำว่าขวาต่อจากคำว่าชิเมสุ และมิจากปีมะโรงค่ะ"

"เป็นชื่อที่ดีนี่นะ"

โรซ่า จิกองเต ยิ้มกว้าง

"แล้ว?"

โรซ่า ฟัวติด้า มองยูมิจากหัวจรดเท้า คล้ายกับว่ากำลังวิเคราะห์เธออยู่

"ฟุคุซาว่า ยูมิซัง มีอะไรเหรอจ๊ะ?"

ในตอนนี้ยูมิถูกห้อมล้อมไว้ด้วยเหล่ากุหลาบทั้งสามคน

กบที่ถูกงูจ้อง คงจะรู้สึกแบบนี้เองสินะ แม้ว่าชื่อของยูมิจะมีคำว่า"งู"อยู่ด้วย แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย และถึงแม้จะไม่ใช่งูก็คงจะเป็นกุหลาบป่า กุหลาบงามย่อมมีหนามแหลม แล้วตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่ากุหลาบงามยังเทียบไม่ได้กับท่านพี่แสนงามเหล่านี้ ได้เลย

ถึงจะโดนชนแค่ก้นกระแทก แต่ศีรษะของเธอกลับเหมือนกับโดนแรงกดที่มองไม่เห็นบีบเอาไว้ ซาจิโกะซามะวางแผนจะทำอะไรกับเด็กปี 1 ที่อ่อนแอคนนี้ล่ะเนี่ย?

"ท่านพี่คะ เลิกจ้องอย่างนั้นซะทีเถอะค่ะ ดูสิ ยูมิกลัวไปหมดแล้ว"

(ยะ...ยูมิ..?)

หวะ...หวะ...หว๋า

เธอพึ่งจะรู้จักชื่อยูมิเมื่อกี้เองนะ แล้วเธอก็เรียกชื่อของยูมิห้วนๆเลยเหรอ ยูมิควรจะแย้ง แต่เมื่อเป็นซาจิโกะซามะแล้ว ในหัวของเธอจึงขาวโพลนไปหมด

ยูมิ

ตามมาตรฐานของโรงเรียนลิลเลียนแล้ว จะต้องเติมคำว่าซังต่อท้ายชื่อเสมอ การเรียกชื่อห้วนๆนั้น จะใช้เฉพาะผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากเท่านั้น ขนาดพ่อ-แม่ของเธอยังเรียกเธอด้วยชื่อแบบที่เรียกกันในครอบครัวหรือในหมู่เพ ื่อนว่า ยูมิจัง เลย คนเดียวที่เรียกเธอว่ายูมิเฉยๆก็คือน้องชายที่ออกจะทะลึ่งซักหน่อย

แต่ยังไงก็เถอะ มันก็ยังฟังดูดีที่ซาจิโกะซามะเรียกเธอว่า "ยูมิ"

และถึงแม้เธอจะยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแต่มันก็รู้สึกดี ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะตามน้ำไปกับซาจิโกะซามะ ถ้าเธอจะมีประโยชน์อะไรบ้าง เธอก็ยินดี

"จริงด้วย ขอโทษที่เสียมารยาทนะจ๊ะ...เอ่อ ฟุคุซาว่า ยูมิซัง"

โรซ่า จิกองเต ก้มศีรษะให้เล็กน้อย เธอคนนี้เป็นท่านพี่ของชิมาโกะซัง ใบหน้านั้นแม้จะมีความงดงามที่แตกต่างจากชิมาโกะซัง แต่ก็เป็นความงามที่มองเห็นได้แม้ในระยะใกล้ ผมสลวยที่ไม่สั้นไม่ยาวนั้นพริ้วไหวและดูเงางามยิ่งนัก

"แต่ยังไง พี่ก็หวังว่าเธอคงจะเข้าใจนะว่า เราจำเป็นต้องใส่ใจกับพฤติกรรมของซาจิโกะ ในฐานะที่เป็นโรซา ชินองซี อองบูตงด้วย"

"ค..ค่ะ.."

ยูมิพอจะเข้าใจว่าทำไมเหล่ากุหลาบทั้งหลายจึงต้องสนใจซาจิโกะซามะ แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมพวกพี่ๆถึงต้องมองเธออย่างพินิจพิเคราะห์แบบนั้นด้วย

"โรซา จิกองเต หนูเกรงว่า พี่ไม่ควรพูดกับยูมิแบบนั้นนะคะ"

ซาจิโกะซามะก้าวเข้ามายืนข้างหน้ายูมิเพื่อคุ้มกันเธอ

"อ้อ...แล้วยูมิซังไปอยู่ในความดูแลของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะจ๊ะ?"

โรซา จิกองเตเลิกคิ้วแล้วหัวเราะคิกคัก แม้ว่ายูมิจะยืนอยู่ข้างหลังซาจิโกะซามะ แต่เธอก็บอกได้เลยว่า ซาจิโกะซามะกำลังโกรธ เพราะคำร้องของเธอตกไป

"เอาน่า โรซา จิกองเต ลองฟังว่าซาจิโกะจะว่ายังไงก่อนก็แล้วกัน""

"อ้อ ใช่แล้ว เธอว่ามีอะไรจะรายงานสินะ"

เพราะคำพูดของโรซา ชินองซีและโรซา ฟัวติด้า ซาจิโกะซามะก็ดูเหมือนจะใจเย็นลงได้ เธอปรับท่าทางแล้วพยักหน้า

"หนูอยากจะให้พี่ๆ ช่วยรักษาสัญญาเมื่อสักครู่นี้ด้วยค่ะ"

"สัญญาอะไร?"

โรซา ชินองซีถามกลับ

"ถ้าหนูจะเลือกตอนนี้ ทุกอย่างก็เรียบร้อยใช่ไหมคะ? งั้นหนูเลือกยูมิค่ะ"

ซาจิโกะซามะจับไหล่ของยูมิไว้ แล้วดันเธอออกมายืนข้างหน้า ราวกับว่าเธอกำลังอวดของเล่นชิ้นใหม่

"เอ่อ..."

เนื่องจากยูมิไม่ทราบว่า ที่บอกว่า "เมื่อสักครู่นี้" หมายถึงอะไร เธอเลยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น พูดอีกอย่างก็คือ เธอเข้ามาอยู่ในสถานะการณ์ยุ่งๆโดยที่ไม่รู้อะไรเลย

เธอมองไปที่ซึทาโกะซังและชิมาโกะซังเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ทั้งคู่ก็ส่ายหน้า ทั้งสองคนเข้ามาพร้อมกับยูมิ ดังนั้นพวกเธอก็ไม่เข้าใจเรื่องราวด้วยเหมือนกัน

"ที่ว่า"เมื่อสักครู่นี้" หมายถึงที่เธอร้องบอก ก่อนจะเดินออกจากห้องน่ะเหรอ?"

เหล่ากุหลาบทั้งสามจ้องตรงไปที่ซาจิโกะซามะ

"ใช่แล้วค่ะ"

ซาจิโกะซามะโปรยยิ้มอย่างมีชัย กล่าวคำพูดที่เต็มไปด้วยพลังให้ทั้งห้องได้ยิน

"หนูขอประกาศให้ ฟุคุซาว่า ยูมิ เป็นน้องสาวของหนูค่ะ"

Maria-sama ga Miteru:Volume1 (จบส่วนที่ 4)


Create Date : 24 กันยายน 2551
Last Update : 24 กันยายน 2551 21:59:57 น. 0 comments
Counter : 421 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

คนรักมิวฟิล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คนรักมิวฟิล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.