ข้าคือ Sa'kyo
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
Hard core!!!

"...ข้าฆ่าเจ้าแน่ ถ้าเจ้าไม่เม้นต์..."






Hard Core

เราคบกันมาพักใหญ่แล้ว...จะพูดให้ถูกคือผมคบกับเวิร์ลมาสักพักหนึ่งแล้ว... แต่รู้จักกันมาเกือบหนึ่งปี ก่อนที่ผมจะบังคับให้เวิร์ลยอมรับให้ผมเป็นแฟน... ซึ่งมันไม่ง่ายเลย เพราะ(ไอ้เด็ก) เวิร์ล ร้ายยังกับปีศาจเลย... คนอะไรจะร้ายได้มารขนาดนั้น

เอาเถอะ แต่ก็ถือว่าผมมีความบ้ามากพอที่จะคิดสารพัดวิธีทำให้เด็กเวิร์ลยอมเป็นแฟนจนได้...

ผมชื่อ “มิว” เพิ่งเรียนจบ ป.โท ด้านกฎหมาย ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมายหรอกครับ พอไปวัดไปวาได้ ตอนนี้ทำงานอยู่กับบริษัทกฎหมายเอกชนแห่งหนึ่ง พร้อมๆ กับเป็นอาจารย์บรรยายพิเศษอยู่มหา’ลัยของรัฐแห่งหนึ่งเหมือนกัน ก็ลำพังเงินเดือนมันไม่พอใช้

ส่วนแฟนของผม “เวิร์ล” เป็นเด็ก(มั้ง) มหา’ลัย(หรือเปล่า) ผมไม่แน่ใจนัก....บอกตามตรงเลยเถอะ ผมไม่รู้เรื่องส่วนตัวของเวิร์ลแม้แต่นิดเดียว ผมเจอเวิร์ลในผับสองสามครั้ง แล้วก็มีโอกาสคุยกันบ้าง ตอนแรกมันก็ไม่สปาร์คอะไรหรอกครับ เพราะดูเผินๆ เวิร์ลก็เหมือนผม คือเป็น “ทอม” แต่หลังจากนั้นผมถึงรู้ว่าไม่ใช่

เวิร์ลแค่เป็นผู้หญิงห้าว ๆ ชอบแต่งตัวสบายๆ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ และที่มักจะเห็นจนชินตาก็คือ หมวกสารพัดแบบที่เวิร์ลมักจะสวมติดศีรษะเสมอ เหมือนเป็นเครื่องหมายประจำตัวไปแล้ว...

ในผับสาวๆ หลายคนมักคิดว่าเวิร์ลเป็นทอมซะส่วนมาก ไม่ก็เลสเบี้ยนไปเลย แต่เวิร์ลบอกผมสั้นๆ แค่ว่า

“ฉันเป็นผู้หญิง” แค่นั้นเอง...

ผมก็ไม่รู้ว่าไปถูกใจเด็ก เวิร์ล นี่ตรงไหนเหมือนกัน รู้ตัวอีกทีสายตามักจะมองตามร่างสูงเพรียวดูบอบบางของเวิร์ลเสมอ... ไม่ว่าเวิร์ลจะนั่งดื่มเฉยๆ หรือเดินไปเต้นกลางฟลอ... ผมรู้ว่าเวิร์ลมักจะดื่มมาตินี แต่นานๆ ครั้งที่เวิร์ลจะเปลี่ยนเป็น จิน โทนิค

เวิร์ลเต้นเก่ง ไม่ว่าจะเป็นสเต็ปยากๆ เคยขึ้นไปโชว์เบรกแดนซ์กลางเวทีมาแล้ว หรือจะเป็นจังหวะที่แค่โยกสบายๆ เวิร์ลก็ดูดีไปซะหมด เวิร์ลเป็นดีเจจำเป็นให้กับผับแห่งนี้ด้วยมั้ง แต่ไม่บ่อยนัก...ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทันทีที่เวิร์ลขึ้นไป เพลงมันส์ๆ ก็จะทยอยเล่นออกมาไม่ขาดสาย ตามด้วยเสียงกรี๊ด (แรดๆ) ของสาวๆ ที่มาเที่ยว

ผมแอบหมั่นไส้ ไม่แอบหรอก...ต่อหน้าเลยล่ะ....ไม่ใช่ว่าอิจฉาที่แฟนของผมดูดีกว่าผมหรอกนะ(หน้าตาผมก็ใช่จะขี้ๆ นี่) แต่ผมไม่ชอบที่เวิร์ลมักจะอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของผู้คนมากกว่าที่จะมาอยู่ข้างกายของผม

เวิร์ลเป็นผู้หญิงของผมนะ...


วันนี้ก็เหมือนกัน...เวิร์ลอยู่ในชุดเสื้อกล้ามตัวหลวมโครก เว้าแขนจนเห็นเกือบถึงเอวเลยมั้งดีว่าในสวมเสื้อกล้ามรัดรูปอีกตัวซ้อนอยู่ด้านใน กางเกงยีนส์พอดีตัว อวดเรียวขาเพรียวยาวและผิวขาวๆ ที่โผล่มาให้เห็นตามรอยขาดที่ผมจำได้ว่าเจ้าตัวทำเองกับมือ เครื่องประดับไม่ต้องพูดถึง สร้อย แหวน ต่างหู โซ่ ครบเซ็ท ผมซอยสั้นของเวิร์ลถูกบดบังสีผมจริงๆ ไปเพราะหมวกแก๊ปสีดำ...ใบใหม่แน่ๆ แอบไปซื้อตอนไหนนะ

ผมยกเหล้าขึ้นสาดน้ำขมๆ นั้นลงคอเป็นแก้วที่ห้าแล้วมั้ง บาร์เทนเนอร์จัดมาให้ผมใหม่ ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่กับผมอยู่แล้วว่า ผมมานั่งที่นี่ทุกสุดสัปดาห์ นั่งมองเวิร์ลที่อยู่ท่ามกลางผู้คน ทั้งเต้น ทั้งดื่ม สนุกสนาน...ตราบใดที่ผับไม่เลิก ผู้คนไม่หายไปจากร้านนี้จนหมด เวิร์ลจะไม่มีทางเดินมาอยู่ข้างๆ ผมเด็ดขาด...เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่นะ... ตั้งแต่เริ่มคบกับเวิร์ลมั้ง... เวิร์ลก็ไม่เคยมายืนข้างๆ ผมเลย

“คู่เกย์ของแกนี่ไม่เคยมาคลอเคลียแกเลยนะไอ้มิว” เพื่อนของผมเอง โจ... ผมไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่หรอกที่มาว่าผมกับเวิร์ลเป็นคู่เกย์ ผมไม่ใช่ทอมเกย์สักหน่อย ส่วนเวิร์ล...อย่าว่าแต่เกย์เลย ทอมหรือดี้ ก็ไม่ได้เป็นทั้งนั้นแหละ

“โธ่ แค่แซวน่า ไม่ใช่ก็ได้... แต่แกทนไหวได้ไงวะมิว มองแฟนตัวเองลันลากับสาวๆ ขนาดนั้น ฉันเป็นผู้ชายยังนึกเซ็ง”

“เวิร์ลก็เป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร” ผมว่า ก่อนจะหันไปมองร่างของเวิร์ลที่ขยับกายกลางฟลอด้วยจังหวะสบายๆ

“ฉันดูแฟนของแกก็ไม่น่าจะเป็นคนทำงานนะเว้ย แต่เอาเงินที่ไหนมาเที่ยวทุกอาทิตย์วะ เงินแกหรือเปล่าเนี่ย” ผมส่ายหน้าทันที อย่าว่าแต่เพื่อนผมไม่รู้เลย คนเป็นแฟนอย่างผมยังไม่รู้ ว่าเวิร์ล เรียนอยู่อย่างที่ผมคิดหรือเปล่า หรือเป็นผู้ใหญ่หน้าเด็กที่ทำงานแล้ว

ปวดหัว...

“ฉันไม่รู้ว่ะ”

“เฮ้ย! คบกันจะครึ่งปีแล้วนะเว้ย”

“ก็คนมันไม่รู้... ใช่ว่าไม่ถามสักหน่อย” แต่คำตอบที่ได้คือความเงียบ... ไม่ก็คำพูดบั่นทอนความรู้สึกอย่างคำว่า...ยุ่ง!

ผมเคยแกล้งโกรธที่เวิร์ลไม่ยอมบอกอะไรสักสิ่งอย่างกับผม แต่ความจริงก็คือโกรธจริงๆ นั่นแหละ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแฟนของผมต้องงอนง้อ อย่างน้อยๆ ผมก็แฟนล่ะ แต่ที่ไหนได้...ผมไม่โทรหา...เวิร์ลก็ไม่โทรมา... ผมไม่มาเจอ เวิร์ลก็ไม่สนใจ ผมเสียใจ แต่เวิร์ลก็เฉยๆ
สุดท้ายคนที่ทนไม่ไหวก็คือผมเอง...ที่ต้องซมซานกลับมาหาเวิร์ล...แย่ชะมัด

“เอ้ย! นั่นอะไรวะ?” คำถามของโจนั้น มีคำตอบอยู่ในสายตาของผม
ภาพของเวิร์ลกำลังโดนใครสักคนยกแขนขึ้นโอบรอบคอ หน่วงใบหน้าของเวิร์ลลงเพื่อหอมที่แก้มเนียนใสนั้น...นั่นมัน...

ผมกำมือแน่น ดวงตาเหมือนจะลุกเป็นไฟ ผมหึง!

หึงมากซะด้วย

แต่เหมือนเวิร์ลจะไม่รับรู้เลยว่าแฟนของตัวเองนั่งมองอยู่ตลอดเวลา เวิร์ลยังคงดื่ม เต้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนกับว่าผมไม่ได้มีตัวตนอยู่เลย ณ ตรงจุดที่ผมควรจะอยู่

“ใจเย็นไอ้มิว” โจรั้งร่างของผมให้นั่งลงเหมือนเดิม เมื่อผมทำท่าจะพุ่งไปที่กลางฟลอที่เวิร์ลเต้นอยู่

“เดี๋ยวเป็นเรื่องใหญ่” โจยังห้ามผมอยู่...แต่ตอนนี้ร่างกายของผมมันหดเกร็งไปหมด เหมือนกับว่ามันกำลังบีบรัดตัวเองเข้ามา เพื่อระเบิดในเวลาต่อมา

“ทำไมต้องเป็นอย่างนี้วะ...แกเห็นมั้ยไอ้โจ...เวิร์ลเคยสนใจอะไรฉันบ้างวะ” ผมตะคอก เปล่งเสียงแข่งกับเสียงดนตรีที่กำลังดังเร้าอารมณ์ของขาเที่ยว

“เอาน่า...ใจเย็น เข้าไปตอนนี้ใช่ว่าแฟนแกจะสนใจ...” ถูกของโจ ผมเข้าไปตอนนี้ใช่ว่าเวิร์ลจะสนใจ ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยสนใจผมเลยด้วยซ้ำ

“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ...”

“เฮ้ย...ใจเย็นน่า...เอางี้สิวะ! เอาคืนบ้าง” ผมหันควับไปมองโจ ไอ้หมอนี่ต้องคิดอะไรแน่ๆ... “ฉันก็อยากเห็นเหมือนกันว่า แฟนแกหึงมันเป็นยังไง”

พักใหญ่ที่โจหายไป ปล่อยให้ผมนั่งเคว้งอยู่... สายของผมก็ยังคงมองที่เวิร์ลเช่นเดิม ไม่นานโจก็กลับมา แต่ไม่ได้มาคนเดียวเหมือนตอนออกไป โจพาเพื่อนผู้หญิงกลับมาด้วย และวินาทีที่สาวๆ สามคนมารุมล้อมผม ผมก็เข้าใจทันทีว่าโจคิดจะทำอะไร

สาวๆ รุมล้อม...ผมห่างจากคำนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ สมัยเรียน? ทำงานช่วงแรก? หรือ มากกว่านั้น... ไม่รู้สินะ... ตั้งแต่ที่เริ่มสนใจเวิร์ล ผมก็ไม่มีตาไปสนใจอะไรอีกเลย...ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่ช่างเอาอกเอาใจ ผู้หญิงฉอเลาะ ผู้หญิงเปรี้ยวเข็ดฟัน ผู้หญิงเซ็กซี่

ผมรับแก้ววอดก้าจากสาวสวยที่นั่งเบียดชิดอยู่ที่แขนด้านซ้ายขึ้นมาดื่ม ส่วนอีกคนก็คลอเคลียผมไม่ห่าง แต่ผมก็ต้องหันไปทางเวทีที่ตั้งเทิร์นเทเบิลไว้ เพราะมีเสียงประกาศว่า เวิร์ลจะขึ้นจัดเพลง...
ผมมองร่างบางของเวิร์ลที่กำลังหมุนแผ่นเพลงด้วยมือเรียวสวย ที่ผมเคยยกขึ้นมาจุมพิตบ่อยๆ เพลงในจังหวะที่ไม่เร็วมาก แต่มันทำให้ทุกคนในผับขยับตัวตามจังหวะนั้นได้สบายๆ เหมือนกับที่เวิร์ลกำลังทำอยู่

เรือนร่างโปร่งบางของเวิร์ล ผมรู้ดีว่าไม่ได้อ้อนแอ้นอย่างที่ตาเห็น... เธอดูบอบบาง แต่กลับกลมกลึงไปทั้งตัว

ผิวขาวๆ ของเธอ...นุ่ม...เนียน...หอมหวานไปทั้งตัว...

ริมฝีปากบางสวยนั้นมักจะแดงเจ่อเสมอเวลาที่ผมจูบ มันช่วยไม่ได้จริงๆ มันดูยั่วยวน ยิ่งเวลาที่มีเสียงเปล่งผ่านออกมาด้วยเเล้ว...

ผมต้องเม้มปากแน่นเมื่อนึกถึงตอนที่ได้จูบกับเวิร์ล มันทำร่างกายของผมร้อนขึ้นมาเฉยๆ

หัวใจของผมเต้นแรง... เวิร์ลมองมาทางผมแล้ว สายตาของเวิร์ล หวานฉ่ำ เธอเป็นคนตาสวยอยู่แล้ว และเมื่อไหร่ที่ยิ้ม...เวิร์ลก็ยิ้มได้หวาน...หวานจนผมหายใจติดขัดเหมือนตอนนี้ที่เป็นอยู่...

ริมฝีปากของเวิร์ลขยับตามเนื้อเพลง พร้อมๆ กับที่ร่างกายโปรงบางของเธอขยับตามจังหวะสบายๆ นั่นไปเรื่อยๆ จนเพลงจบ และไม่มีเพลงต่อ เวิร์ลไม่ทำอะไรต่อ ยืนยิ้มหวานเฉยๆ แต่สายตาของเวิร์ล มองมาที่ผม... ผมไม่ได้คิดไปเอง... เธอมองผม...มองผมด้วยสายตาที่เธอมักจะใช้เวลาที่อยากให้ผมเข้าไปใกล้ๆ

เวิร์ลหยิบไมค์ขึ้นก่อนจ ะขยับริมฝีปากบางๆ นั้นพูดออกมา ด้วยคำพูดที่ผมไม่คิดว่าจะได้ยิน...

“มิว...” เสียงหวานๆ ของเวิร์ลเงียบหายไป มีเสียงเพลงจังหวะสนุกตามมากลบ และเธอก็เต้นตามเพลงอย่างไม่มีเคอะเขิน

ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น...ไม่สนใจผู้หญิงที่รายล้อมอยู่รอบกาย ไม่สนใจโจที่มารั้งร่างของผมไว้ ผมแกะมือของเพื่อนออก โดยไม่ละสายตาจากร่างของเวิร์ลที่เต้นอยู่บนเวที เธอมองผม...เธอเรียกผม...ผมต้องไปหาเวิร์ลเดี๋ยวนี้

ผมเดินขึ้นไปบนเวที ยืนอยู่ข้างๆ กับเวิร์ลที่เต้นอยู่ มีเสียงโห่ร้องจากด้านล่างเวที ผมไม่สนใจ และผมก็รู้ว่า เวิร์ลไม่สนใจ เพราะเธอเชิดหน้าขึ้น สายตามองด้วยแววหมิ่นๆ ไปที่ด้านล่างเวที ก่อนจะกวักมือให้ดีเจอีกคนที่แสตนบายรอคิวให้ขึ้นมา... เวิร์ลจะไม่อยู่บนเวทีแล้วและผมรู้ว่าเวิร์ลจะไปไหน

และผมจะอยู่กับเวิร์ล



เสียงเพลงยังคงดังกระหึ่ม แต่มันเล็ดลอดเข้ามาในห้องนี้ได้เพียงแต่แรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยเท่านั้น... ห้องพัก วีไอพี กระจกด้านเดียวที่สามารถมองจากด้านใน...มันทำให้ผมรู้สึกเป็นส่วนตัวนิดหน่อย แต่การที่ผมมองเห็นภาพด้านนอกห้องได้ทั้งหมดนั้น...มันทำให้ผมตื่นเต้น

ห้องวีไอพีของเวิร์ลอยู่ห่างจากเวทีหนึ่งห้อง ผับทั้งผับถูกห้อมล้อมด้วยห้องวีไอพีที่มีแขกขาประจำเท่านั้นที่มีสิทธิ์เช่าใช้ ซึ่งเวิร์ลคือหนึ่งในนั้นที่เช่าขาดห้องนี้ไว้...

“ไปที่ห้องไม่ดีกว่าเหรอ”

“ไม่” เสียงของเวิร์ลอู้อี้ เพราะมันชิดอยู่กับริมฝีปากของผม

ผมนอนอยู่บนโซฟานุ่มบุผ้ากำมะหยี มันเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่ใหญ่ที่สุดในห้องอันแสนคับแคบและเย็นเฉียบด้วยเครื่องปรับอากาศ เวิร์ลนั่งคร่อมอยู่บนร่างของผม

เธอเป็นฝ่ายเริ่ม... ตั้งแต่ดันร่างของผมเข้ามาในห้องนี้ ผลักผมลงกับโซฟา และนั่งคร่อมบนร่างของผม จูบผมด้วยความรู้สึกที่ผมไม่แน่ใจนัก... เวิร์ลดูร้อนกว่าทุกครั้ง

“อยากพาเวิร์ลไปที่ห้อง” ผมหมายตามที่พูดจริงๆ ผมอยากให้เวิร์ลไปที่ห้องของผม อยากนอนกอดเธอบนเตียงของตัวเอง ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพร้อมๆ กัน แต่คำตอบที่ผมได้ทุกๆ ครั้งก็คือ...

“ไม่”

เวิร์ลกดริมฝีปากนุ่มนิ่มของตัวเองลงกับปากของผม ทำให้ผมหมดคำพูด... ปลายลิ้นของเวิร์ลตวัดอยู่ในโพลงปากของผม มันอุ่นจัด รู้สึกหวานเมื่อมันรัดรึงกัน

มือของผมลูบไล้ผ่านเสื้อผ้าไล่ไปด้านหลัง ก่อนจะวนเวียนอยู่ที่เอว และสอดมือเข้าไปใต้เสื้อของเธอ... ผมวนเวียนอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเลื่อนมือมาที่เข็มขัดหนังของเวิร์ล มันถอดสลักออกได้ไม่อยากนักหรอก เพราะ เวิร์ลผละร่างขึ้นนั่งตัวตรง...

สายตาของเวิร์ลดูดกลืนผมเมื่อสบตา... ผมปลดกระดุมกางเกงออกจนหมด ลูบไล้ขึ้นไปบนหน้าท้องแบนราบไล่ไปเรื่อยจนอกของเธอ...ซ่อนรูป! ผมพูดได้เท่านี้จริงๆ

ผมเคล้นคลึง สลับกับใช้ปลายนิ้วปัดผ่านเบาๆ เวิร์ลก็แอ่นกายรับสัมผัสนั่นแล้ว และยิ่งผมใช้นิ้วกดคลึงยอดถันที่ชูชันนั้นเธอก็ครางออกมาเบาๆ อย่างพอใจ แต่ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายทนไม่ไหว...

ผมลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าของเราห่างกันไม่ถึงคืบ ริมฝีปากของเธอดูเย้ายวนมากก็จริง แต่ผมมีอย่างอื่นที่อยากทำมากกว่า...

ยอดอกที่หายเข้าไปอยู่ในอุ้งปากของผม มันถูกตวัดไล้ด้วยปลายลิ้นอุ่นจัด และผมก็รับรู้ได้ถึงอาการแอ่นกายเข้าหาของผู้หญิงในอ้อมกอด มืออีกข้างก็กดคลึงหน้าอกของเธออย่างเผลอไผล

ผมดันร่างของเวิร์ลให้นอนลงบนโซฟาแทนตัวผม และจัดการไอ้รองเท้า และกางเกงยีนส์ของเวิร์ลด้วยความรวดเร็ว มันถูกโยนไปอีกทางหนึ่งทันทีที่มันพ้นจากเรียวขาสวยๆ

เรารู้จักกันและกันดี เวิร์ลไม่ขัดขืน แต่กลับให้ความรวมมือเมื่อผมจับขาของเธอแยกออกจากกัน เธอแอ่นกายรับสัมผัสร้อนๆ ของผมทันทีที่มันแตะถูกจุดอ่อนไหวของเธอ... ผมชอบเสียงของเวิร์ล เสียงของเธอหวาน...หวานไปทั้งตัว

สะโพกสวยหยัดขึ้นตามจังหวะปลายลิ้มที่ตวัดลากไปมานั้น ใบหน้าของผมซุกอยู่ตรงนั้น เวิร์ลรับรู้ได้ดีถึงการขยับซ้ายขวา เธอแอ่นกายตามได้ทันที

ผมผละออกจากตรงจุดนั้น ไล่จูบขึ้นไปพร้อมๆ กับถกเสื้อและชั้นในของเธอขึ้นไปจนถึงราวนม ผมครอบครองยอดอกนั้นอีกครั้ง... ปลายลิ้นกดหนักอยู่สองสามครั้งก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นตวัดรัวเร็ว จนเวิร์ลต้องกดหัวของผมลงอีก มือของผมมันก็ยังช่วยปากของผมทำงานได้ดีกับอกสวยที่ไม่มีอะไรปกปิด

เสียงของเธอร้องครางสลับกับพูดคำว่า...ดี... มันทำให้ผมรู้ว่าเธอชอบ จนต้องเร่งจังหวะให้เธออีก...ก่อนจะเลื่อนตัวไปประกบปากกับเธอ... แต่ฝ่ามือของผมกลับเลื่อนไปยังด้านล่างที่เปลือยเปล่าของเธอ

เวิร์ลจูบตอบกับผม พร้อมๆ กับบิดส่ายสะโพกตามปลายนิ้วของผมที่ขยับถูไถอยู่ที่จุดอ่อนไหวของเธอ... เธอครางในลำคอ แอ่นกายขึ้นผมรู้ดีว่าเธอต้องการผม...ซึ่งผมก็ต้องการไม่ต่างกัน

แต่ผมยังไม่ให้เธอหรอก...ผมอยากทรมานเธอให้เหมือนกับที่เธอทำให้ผมหึง...หวง...จนแทบบ้า...

“ยังหรอกเวิร์ล...ยัง...” ผมกระซิบบอกเธออย่างนั้น แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงหัวเราะ หึ เบาๆ ก่อนที่เวิร์ลจะออกแรงผลักจนผมแทบหงายหลัง

ให้ตาย...ผู้หญิงอะไรแรงเยอะเป็นบ้า...

ผมเกือบสบถออกมา แต่ช้าเกินไป เวิร์ลพุ่งตัวมาหาผม เธอผลักจนผมล้มหงายไปกับโซฟา และเธอก็ขึ้นมาคร่อมบนร่างของผมอย่างรวดเร็ว

“อย่ามาขัดใจฉันนะ...นายไม่มีสิทธิ์” เธอก้มลงมากระซิบบอกผม ก่อนที่ผมจะได้ตั้งตัวอีกครั้ง เธอก็ฝั่งจูบลงที่ต้นคอของผม ลมหายใจร้อนๆ ของเวิร์ลที่โดนผิวมันทำให้ผมสะท้าน ยิ่งมือไม้ของเวิร์ลที่เริ่มจะไม่อยู่นิ่งนั่นอีก

มือสวยสอดเข้ามาใต้เสื้อยืดสีเข้มของผม มันลูบไล้ไปมาที่หน้าท้องจนทำให้ผมรู้สึกวูบขึ้นมาในช่องท้อง...ก่อนที่เสื้อยืดจะเริ่มร้นขึ้นมาเพราะฝีมือของเธอ

“อย่านะเวิร์ล...ได้...โปรด” ผมคว้าหมับที่ข้อมือ ก่อนที่มันจะไปไกลมากกว่านั้น...

มือของเธอหยุดก็จริง แต่ปากของเธอไม่หยุด เวิร์ลยังคงไล่จูบไปตามลำคอ ติ่งหู ใบหน้าของผม มันทำให้ผมเหมือนจะหมดแรง หัวใจเต้นแรงแข่งกับจังหวะของเพลงข้างนอก แม้จะได้ยินเสียงไม่มาก...แรงสั่นสะเทือนก็ยังมี แต่นั่นไม่มากเท่ากับสิ่งที่เขย่าหัวใจของผมตอนนี้

เวิร์ลหยุดรุกอย่างที่ผมต้องการ แต่เธอก็เปลี่ยนไปสนใจอย่างอื่นแทน นั่นทำเอาผมแทบหยุดหายใจ เร็วมาก...เธอปลดเข็มขัดของผมออก ตามด้วยกระดุมกางเกงเหมือนกับที่ผมทำกับเธอ ก่อนที่เธอจะดึงมันลง แต่ไม่มากนัก

เวิร์ล ขยับนั่งจนตอนนี้จุดสำคัญของเธอแตะต้องอยู่กับของผมมีเพียงกางเกงชั้นในของผมเท่านั้นที่กั้นอยู่ เธอขยับกายช้าๆ ก่อนจะหันไปคว้าเอารีโมทย์ที่อยู่บนโต๊ะกระจกมากกดสองสามที เสียงเพลงก็กระหึ่มทั่วห้อง วีไอพี

เวิร์ลกระตุกยิ้มหวาน “ฉันชอบเพลง” แล้วก็หลับตาพร้อมขยับกายช้าๆ ให้ร่างกายของเราตรงนั้นเสียดสีกัน...

ผมเม้มปากแน่น ความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังก่อตัวนั้นผมรู้ดีว่ามันคืออะไร เพราะมันคือสิ่งที่ผมมักจะทำให้กับเวิร์ลเสมอๆ ผมรู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังร้องครางในลำคอ...

ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้...ไม่เคยสักครั้ง นี่คือครั้งแรก เวิร์ลขยับกายต่อไป ไม่ช้าไม่เร็ว มันทำให้ผมต้องแอ่นกายขึ้นสลับกันไป มือทั้งสองข้างของผมลูบไล้ไปตามเรียวขาของเวิร์ล ก่อนจะไปกอบกุมสะโพกของเธอไว้เต็มมือ

เวิร์ลใช้มือลูบไล้ไปตามหน้าท้องของผม ไล่ขึ้นมาตามสีข้างมาหยุดที่ชั้นในแบบสปอร์ตของผม...ผมไม่รัดหน้าอก เพราะเป็นคนอกเล็กอยู่แล้ว ประติก็แทบจะมองไม่เห็น มันเลยดูเหมือนเวิร์ลจะชอบใจไม่น้อย เธอยิ้ม ก่อนจะลูบไล้ ปัดผ่านเบาที่หน้าอกของผม โดยที่สะโพกของเธอยังคงขยับไปด้วย....

ผมหลงไปกับสัมผัสที่กำลังก่อตัวไปทั่วท้องน้อยนั้นจนไม่รู้ตัวว่า เวิร์ลก้มลงมาจูบที่อกของผม กว่าผมจะรู้ตัวก็ตอนที่ชั้นในถูกดึงขึ้นไปแล้ว แต่ผมไม่สนใจ...

ความรู้สึกบางอย่างมันกำลังทำให้ผมปั่นป่วน ร่างของเวิร์ลขยับเร็วขึ้น ซึ่งผมก็พอใจ มือที่จับสะโพกอยู่ก็ช่วยในการขยับตัวของเธอ จุดรักของเราสัมผัสกันผ่านเนื้อผ้าบางเบานั้นมันวูบวาบไปทั่วตัว

ผมร้อง...แต่ไม่รู้ว่าเสียงตัวเองเป็นยังไง เพราะมันผสมกับเสียงของเวิร์ลที่กระเส่าไม่ต่างกัน ไหนจะเสียงเพลงจังหวะเร้าอารมณ์ และการขยับตัวนั้นอีกล่ะ

เวิร์ลเหยียดกายขึ้น ทำให้ตรงนั้นของเราแตะต้องกันมากขึ้น...มากจนผมสัมผัสได้ทุกความรู้สึกเสียวซ่าน จนต้องแอ่นร่างขึ้น พร้อมๆ กับที่เวิร์ลกดร่างลงมา...

ผมไม่อยากทนแล้วมือทั้งสองช่วยกระตุ้นให้เวิร์ลขยับตัวเร็วขึ้น ซึ่งมันก็ได้ผล เวิร์ลโยกตัวเร็วขึ้นอีกบดเบียดรุนแรง เร้าร้อนไปหมด ผมเม้มปาก หลับตามแน่น ซึ่งเวิร์ลก็คงไม่ต่างกัน เธอขยับตัวเร็วขึ้นอีก...นั้นยิ่งทำให้ผมเหยียดกายตาม...มันเสียวซ่าน...วูบวาบไปทั่วทั้งท้องน้อย...

“เวิร์ล...” ผมแน่ใจว่าผมเรียกเธอไม่หยุดเมื่อถึงตอนนี้... มันร้อนไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง สะท้านไปหมด เรี่ยวแรงแทบไม่เหลือ อ่อนล้า แต่ไม่เหนื่อยอ่อน

เวิร์ลซบหน้าลงกับซอกคอของผม...ลมหายใจของเธอเป่ารดที่ต้นคอ...อุ่นจัด

“มันคืออะไรเนี่ย?” ผมพึมพำกับตัวเองอย่างกับคนที่ไม่สามารถเรียบเรียงเรื่องราวอะไรได้...เสียงเวิร์ลหัวเราะขำเบาๆ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นนั่ง มือข้างหนึ่งเท้าที่ข้างศีรษะของผม...อีกข้างลูบไล้ที่ต้นคอ...

“ทีหลังก็ควงสาวๆ อีกสิ...ฉันจะได้ทำให้นายเข้าใจ...” ว่าแล้วเวิร์ลก็ลุกขึ้นจากร่างของผมซะเฉยๆ ทำเอาผมงงแตก... เธอไปหยุดยืนที่กระจกด้านเดียว

ผมมองตามอย่างไม่เข้าใจ พยายามคิดถึงคำพูดประโยคเมื่อสักครู่ของเธอ...เวิร์ลหมายความว่ายังไงกันนะ

ผมคิดก่อนจะลุกขึ้นจัดเสื้อผ้า แล้วเดินไปซ้อนอยู่ด้านหลังของเวิร์ล สอดแขนทั้งสองข้างโอบรอบเอวของเธอ รั้งให้เธอแนบกายเข้ามาในอ้อมกอด กดริมฝีปากลงที่ต้นคอของเวิร์ล

“ถ้าทำอย่างที่ทำคืนนี้อีก เวิร์ลก็จะจัดการอย่างเมื่อกี้ใช่มั้ย?” เวิร์ลไม่ได้ตอบ มีแต่เสียงหัวเราะหึๆ กับเสียงเพลงที่กระหึ่มไปทั้งห้อง

“เวิร์ล...พูดบ้างสิ... หึงหรือเปล่า? ตอนเห็นเวิร์ลถูกคนอื่นจูบ...มันหึงแค่ไหนรู้ไหม” ผมพูด เวิร์ลเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะเอื้อมมือขึ้นมารั้งให้ผมก้มหน้าลงไปรับจุมพิตแผ่วเบา

“...” ไม่มีคำตอบจากเวิร์ลอีกตามเคย... แต่มันก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

“ใจร้ายนะ...” ผมว่า...เธอหัวเราะอีก ก่อนจะเบียดกายเข้ามาอีก นั่นทำให้ผมต้องกระชับอ้อมกอดเข้าอีก

เราขยับกายเข้าไปใกล้กับกระจกหนา มองผ่านออกไปด้านนอก เห็นกลุ่มคนกำลังขยับกายตามจังหวะเพลงที่ดังอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครมองเห็นเรา...แม้บางครั้งมีคนมองมาทางนี้มันเหมือนเขามองเห็นเรา...แม้ความจริงเขาจะไม่เห็นก็ตาม

ถ้าผมยืนรักกับเวิร์ลตรงนี้ ก็ไม่มีใครเห็น...ต่อให้พยายามมองแค่ไหน... แค่คิด...มันก็...

“เวิร์ล...” เวิร์ลขยับกาย หมุนตัวมาหาผม ก่อนจะถอยไปพิงกระจก รั้งให้ผมขยับตัวตามไป...แนบชิด...

“เวิร์ล...” ผมคราง เมื่อเธอประคองใบหน้าของผมไว้ด้วยสองมือ และจูบปากของผม...

ความหมายของจูบนั้นผมเข้าใจดี... ดังนั้น ในเวลาต่อมาเมื่อเวิร์ลกดไหล่ของผมให้ต่ำลงไปเรื่อยๆ ผมจึงยอมทำตามใจ...

เมื่อเข่าทั้งสองข้างแตะพื้น ขาข้างหนึ่งของเวิร์ลก็ยกขึ้นมาพาดไปไหล่ของผม ไม่ต้องมีคำพูดอะไรอีก...ผมซุกใบหน้าเข้าหาร่างของเธอทันที ปลายลิ้นของผมเริ่มควานหาความหวานอีกครั้ง และไม่ว่าจะต้องทำอีกกี่ครั้งผมก็ไม่รู้เบื่อ... ต่อให้จะมีร่างของใครสักคนที่อยู่ข้างนอกห้องเซมากระแทกกระจก ผมก็ไม่หยุดกิจกรรมทั้งหมด...เวิร์ลเองก็ไม่สนใจสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวอยู่แล้ว...

ผมซุกไซร้อยู่ตรงนั้นราวกับว่ามันคืออาหารยามที่ผมหิวโหย ไม่รู้จักอิ่ม ทุกครั้งที่ร่างของเธอแอ่นเข้าหา ผมก็ขยับเข้าหา ตวัดไล้ไปทั่ว ซอกซอน กดลงไปและตวัดอยู่อย่างนั้น...ก่อนจะจะถูกดึงให้ขึ้นไปประกบจูบกับริมฝีปากบาง

ปลายลิ้นของผมเกี่ยวพันอยู่กับลิ้นของเธอ แต่ปลายนิ้วกลับกำลังลากไล้ให้ร่างของเธอสั่นมากขึ้นอีกที่ตรงจดนั้น ก่อนที่มันจะจมดิ่งเข้าไปในร่างของเธอ...ความอุ่นซ่านด้านในผมคุ้นเคยดีและชื่นชอบมัน เหมือนกับที่เธอชอบให้ผมรุกเข้าไป

เวิร์ลแอ่นสะโพกเข้าหาผม ขาของเธอตวัดอยู่ที่เอวของผม มันทำให้จมดิ่งเข้าไปอีก ก่อนที่จะขยับช้าๆ เข้า ออก อยู่อย่างนั้น มือข้างที่ว่างของผมมันกำลังบดขยี้ยอดอกของเธอผ่านเสื้อ สลับกับบีบเคล้นมันมือ ก่อนที่ผมจะเลื่อนฝ่ามือมารั้งสะโพกของเธอไว้ เพื่อให้มันแอ่นรับกับสัมผัสของผมที่เริ่มรัวเร็วขึ้น

เวิร์ลเงยหน้าเริ่ด หลังที่เคยพิงกับกระจก ตอนนี้ไม่ติดแล้ว เพราะเธอแอ่นร่างเข้าหาผม ผมประกบปากกับเธอ มือก็ยังคงขยับเร็วเป็นจังหวะ...ช้า...เร็ว...เร่งเร้าเธอไปเรื่อยๆ สะโพกของเวิร์ลส่ายรับจังหวะได้พอเหมาะพอดี นั่นทำให้เธอครางอย่างพึงใจ...

“เร็ว...” คำสั่งสั้นๆ นั้นมันทำให้ผมไม่ชอบใจเล็กน้อย แต่เพราะน้ำเสียงของเธอมันกระเส่า แผ่ว...จนเหมือนกับคนจะขาดใจหากผมไม่ทำตาม...

ผมขยับเข้าออกด้วยจังหวะที่ทำเอาเธอร้องเสียงดังแข่งกับเพลงที่ดังกระหึ่ม เธอก็ขยับสะโพกสวนเข้ามาได้ถูกจังหวะอีก...มันเลยยิ่งทำให้เธอมีใบหน้าที่สุดยอดจริงๆ

“เร็ว...” เสียงของเธอนั้นทำให้ผมรู้สึกถึงความสุดยอดจริง...ให้ตายเถอะ...

ผมขยับเร็วอีก เธอรับไว้หมดทุกครั้ง ไม่นานเธอกระตุกค้างไว้ อาการตอดรัดด้านในทำให้ผมรู้ว่าเธอไปถึงไหนแล้ว... ผมไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอีกแล้ว ทรุดกายลงต่ำอีกครั้ง ซุกหน้าเข้าหาเธอทันทีที่ดึงเอาปลายนิ้วออกมา

“ไม่..” เวิร์ลดันร่างของผมไว้ แต่ผมไม่ยอมและเธอก็ต้านแรงผมไม่ได้ด้วย...วินาทีต่อมาร่างของเวิร์ลเลยต้องสะท้านอีกครั้ง...เธอกรีดร้องดังลั่น ผมรู้ดีว่าเธอทรมาน แต่ไม่นานหรอก...

ผมรัวลิ้นตวัดเร็วซะจนเวิร์ลหายใจแทบไม่ทัน จูบหนักๆ ดูดดุนสลับไปมา ทำให้เธอผวาแล้วผวาอีก...ขัดใจผมดีนัก แกล้งผมดีนัก...ต้องโดนอย่างนี้แหละ

“ไม่...ไม่...” เธอร้อง...ก่อนจะแอ่นกายอีกครั้ง...ผมไม่ทันได้หยัดตัวยืนขึ้น ร่างของเวิร์ลก็ทรุดลงมาตรงหน้าผม

เธอหมดแรง...ซึ่งไม่แปลก... ร่างของเธอหายใจหอบ ริมฝีปากเผยอน้อยๆ ตัวโยนเพราะพยามสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอด...
ผมลูบไล้ไปตามต้นขาเปล่าเปลือย

“จะยั่วให้หึงอีกมั้ย...” ผมถาม แต่เธอไม่ตอบ...แน่นอนว่าผมชินกับการไม่ตอบของเธอ... แต่ผมไม่ได้ยอมทุกครั้งหรอกนะ...ครั้งนี้ก็เหมือนกัน...

ผมเลื่อนมือไปที่จุดอ่อนไหวของเธออีกครั้ง... กะจะเอาให้ตายเลยคราวนี้ ถ้าดื้อนัก... แต่เธอจับหมับที่ข้อมือของผมไว้...แน่นซะด้วย
สายตาหวานของเธอช้อนขึ้นมองสบตากับผม ก่อนจะขยับมาซบที่ไหล่ของผม

“ที่ห้องของนาย...เดี๋ยวนี้...มิว... แล้วไม่ต้องห่วง... นายไม่ได้งานเข้าชิ้นเล็กๆ แน่!”

แต่ผมอยากจะบอกว่า...ผมชอบงานชิ้นนี้นะเนี่ย...เวิร์ลน่าจะรู้ดี...


วู้...







--Love is... Vol.3--

"รักป่วน ๆ ของก๊วนเด็กแสบ ภาค3 ตอนที่20"




"อ่านแล้วก็...เขินจังค่ะ!"


The PASSION ผิดมากมั้ยที่รักเธอ

"เพื่อนๆ คนไหนที่มีหรือยังไม่มีหนังสือเล่มนี้ของซาน้อย วันที่ 18, 20, 22 ตุลาคม 2552 เวลา 15.00 - 16.00 น. มาเจอกับ ซา'เคียว ได้นะคะที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติศิริกิตติ์ โซน แพลนนาลี่ฮอลล์
บูธ J 02 สำนักพิมพ์ อนิศพัลบิชชิ่ง และสำนักพิมพ์ในเครือ (เจ้าสำนัก, ฟรีเลิฟ, D.I.Y, lovejung) นะคะ...ไปให้กำลังใจซาน้อยกันเยอะๆ นะคะ"







เพื่อนมิวนามสมมุติ : ทำไมเวลาเขียนอะไรก็ตามที่ต้องให้ตัวละครบรรยาย แกชอบเขียนฝ่ายทอม หรือผู้ชายมากกว่าผู้หญิงวะ

ซาน้อย : แล้วไม่ได้เหรอ?

เพื่อนมิวนามสมมุติ : เปล่าฉันแค่สงสัย...

ซาน้อย : เหรอ?...

เพื่อนมิวนามสมมุติ : อืม...

แล้วก็เกิดความเงียบขึ้นทันที เพราะไม่มีคำตอบจากซาน้อย เนื่องจากหันไปสนใจเกมส์อักษรไขว่ต่อ

เพื่อนมิวนามสมมุติ : เฮ้ย! ถามไปก็ตอบสิวะ...

ซาน้อย : ตอบ? ตอบอะไร?...

เพื่อนมิวนามสมมุติ : ก็ที่ฉันถามแกเมื่อกี้

ซาน้อย : เมื่อกี้?

เพื่อนมิวนามสมมุติ : เออ!

ซาน้อย : เมื่อกี้เหรอ...(ซาน้อยนิ่งคิด ก่อนจะหันมาสบตาเพื่อน) แกถามว่าไงเหรอ?

เพื่อนมิวนามสมมุติ : “!!!”


จบเถอะ...




Create Date : 12 ตุลาคม 2552
Last Update : 15 ตุลาคม 2552 21:02:30 น. 44 comments
Counter : 203 Pageviews.

 
Hard core ของท่านซาน้อย
สุดยอดแห่งเรื่องสั้นวรรณกรรมจริงๆ
ข้าพเจ้าขอคารวะหนึ่งจอก
อ่านจบพร้อมกับเลือดใกล้หมดตัว ต้องขอไปให้เลือดที่โรงพยาบาลในทันใด

ปล.ท่านซาน้อยพักผ่อนมากๆ นะ อย่าเล่นเน็ตจนนอนดึก (รึว่านอนตอนเช้าหว่า?) ข้าพเจ้าและแฟนคลับเป็นห่วงนิ๊ดนึง..(ให้เพื่อนหญ้าเป็นห่วงมากๆ แล้วกันนะ)






โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.238.243 วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:12:35:27 น.  

 
รู้เวลานอนของซาน้อยได้ไงนิ (ใครบ้างไม่รู้)

ออนไลน์คล้ายเซเว่น...

อิอิ


เพื่อนหญ้าเขามะสนใจซาน้อยหร๊อก

เค้าไปสนใจแต่...นู่น...คนทำยล็อคนุ่น...


ซาน้อยกะไร้คนดูแลอะนะ


กระซิก ๆ

จูล่งมางานหนังสือเป่า...



โดย: ซาน้อย>>>เลือดหมกต้องหาเติมก่อง IP: 124.120.148.103 วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:1:04:14 น.  

 
ท่ามกลางนักเขียนจำนวนไม่น้อย

มีนักเขียนแนวยูริเพียง 3 คนที่ข้าพเเจ้ายอมรับในความสามารถอันสูงส่ง

และ 2 ใน 3 ที่ข้าพเจ้าชื่นชอบในอัธยาศัยไมตรี-ที่สามารถรับรู้ได้ผ่านตัวอักษรที่สื่อสารพูดคุยกับผู้อ่าน

ท่านซาน้อยเป็น 1 ใน 2 ที่ข้าพเจ้าชื่นชอบและประทับใจขอ รับ แม้ข้าพเจ้าพึ่งจะอ่านงานเขียนของท่านก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าย่อมต้องแอบย่องไปเมียงมองหาท่านซาน้อยในงานหนังสืออย่างแน่นอน

เมื่อรู้ว่าคนไหนคือท่านซาน้อย จะเข้าไปทักทายดีมั๊ยน๊า..
(คิดก่อง..คิดก่อง..อิอิ)

Ps ดูเอาเถอะ เป็นเพราะไม่มีคนดูแลท่านซาน้อยนี่เอง

จึงดลบันดาลให้ท่านพรมนิ้วลงบนคีบอร์ดด้วยเพลิงพิโรธ เกิดเป็นสุดยอดเรื่องสั่นวรรณกรรม Hard core
ขึ้นมา...555+++



โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.74.165 วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:20:36:37 น.  

 
มาทักซาน้อยน้า...

อิอิ


จะได้คุยลันลากัง...ซาน้อยไป สามวันอย่างที่พี่ภีมขึ้นไว้ด้านบนน้า...


วนนี้ทำน้ำพริกอ่องกิงกันกะน้องๆ ที่หอ...อิ่มเกิ๊น...

ตบท้ายด้วยการไปกินลาเต้เย็นที่ร้านกาแฟหน้าหอ... อิอิ...ถ่ายรูปมาด้วย

สนุกสนานกังใหญ่...

ตามประสาคนใสซื่ออะนะ...



โดย: ซาน้อย IP: 124.120.151.227 วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:22:25:21 น.  

 


โดย: จอเหมียวอหังกา (samurai_KYO ) วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:20:40:05 น.  

 


โดย: samurai_KYO วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:20:48:05 น.  

 
ท่านซาน้อยสำแดงฝีมือทำน้ำพริกอ่องด้วยยย..

ข้าพเจ้าก็มีเมนูจานเด่นฝีมือตนเองเช่นกัน

มันคือราดหน้าทะเล รสชาติดีมาก (แกโม้ไปเปล่า..ได้ยินว่าแม่บอก ทำสิบครั้ง ฟลุ๊คอร่อยครั้งเดียวนี่หว่า)

ซาน้อยกับเพื่อนๆ ชอบถ่ายรูปอ่ะดิ

หนี่ง..สอง..สาม แชะ!

หนึ่ง..สอง..สาม..แชะ!

มีความสุขๆ รื่นรมย์ยิ่งนัก

ข้าพเจ้าจะไปทักทายท่านซาน้อยในงานหนังสือแน่นอนน...

ปล. ท่านซาน้อยเปลี่ยนเป็นไปงานหนังสือวันที่ 18.20.22 ตุลาคม เวลา 15.00-16.00 น.แล้ว แต่ข้อมูลด้านบนยังเป็น 18.19.20 ตุลาคม

รบกวนท่านพี่ภีมโปรดแก้ไขด้วย

เผื่อแฟนคลับท่านอื่นไม่ทราบแล้วจะไปผิดวัน ไปไม่เจอแล้วจะร้องไห้ฮึกฮึกน๊า..








โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:20:51:10 น.  

 
ซาน้อยชอบกิงราดหน้า...

โย่ว ๆ ๆ

ชอบทำด้วย... แต่นานๆ ทำที...

อิอิ


ทำมาให้ซาน้อยชิมหน่อยยยยย


อยากกิงๆ ๆ

อิอิ


โดย: ซาน้อย>>>แม่ครัวหญ่าย (samurai_KYO ) วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:21:04:44 น.  

 
ตอนที่ข้าพเจ้าโพสต์ข้อความมะกี๊

ยังมิเห็น 2 ภาพบนที่ท่านซาน้อยโพสต์เล๊ยย..

พอโพสต์เสร็จจึงเห็นทั้ง 2 ภาพที่เพิ่งแปะ

ภาพที่ 2 เห็นแล้วในเว็บโน้น

ท่านซาน้อยมีความสามารถเกิ๊นน

แปะภาพเป็นด้วย

ข้าพเจ้าทำไม่เป็น 555+++

ว่าแต่ว่าภาพที่ 2 แอบทำตาหวานซึ้งเพราะคิดถึงใคร เก๊าะส่งภาพนี้ไปให้เค้าเล๊ยย..เชียร์คร๊าฟฟ...


โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:21:08:26 น.  

 
โพสต์ข้อความสวนทางกันอีกแล้ว..

ได้..จัดให้..ข้าพเจ้าจะเอาราดหน้าไปให้ชิม

(ชิมแล้วตัวใครตัวมันว๊า..)


โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:21:12:31 น.  

 
มะก้าส่งอะ...

ไม่ใช่มะก้า...แต่แบบ...ส่งไปเขากะเมินซาน้อย...ฮึก ๆ ฮึกๆ

แอบ(แกล้ง)สลด...

อิอิ...

แบบว่าคิดถึงคนบางคนที่เราปล่อยให้อะไรๆ มันผ่านไปนานแล้วอะน้า...รุปมันเลยฟ้องแบบนั้น

แต่มะเปงไร...

คิดถึงแล้วเรายิ้มได้นี่...มังเปงเรื่องที่ดีเน๊อะ...


โฮ๊ะๆ...ซาน้อยกะแอบซึ้ง...


กิ้วววว...แต่...กิงแล้วภึงขนาดต้องตัวใครตัวมังเลยเหรอ...งี๊ด....


คิกหนักๆ



โดย: ซาน้อย IP: 124.120.153.129 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:21:32:31 น.  

 
เรื่องราวบางอย่างในอดีต

เป็นความงดงามเสมอในลิ้นชักแห่งความทรงจำ

เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เหงา เศร้า ในคราใด

หวนนึกถึงความอบอุ่นที่เคยคุ้น

แล้วก็ยังยิ้มได้

ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปนะ

แต่ถ้ามีอะ-รใหม่เข้ามาในชีวิต

อย่าลังเลที่จะแสดงความรู้สึกจากใจ

ด้วยถ้าเก็บมันไว้เพียงภายใน

ทำร้ายใคร..ถ้ามิใช่ตัวเราเอง



คิกหนักเลยเหรอ?

ไม่รู้หล่ะต้องกิง

กิงให้หมกเหลี๋ยวนี้ 555+++












โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:22:07:33 น.  

 
ซาน้อยกะแอบแว๋บไปร้านกาแฟอีกละ...

ไปนั่งเมาลาเต้อีกครา...

เอิ๊ก...เมามาย...มั่งเกี่ยวกังมะนิ...

ถ้าเอามาให้ซาน้อยกะกิงอะนะ... ด้วยความที่เลี้ยงง่ายไง...

อิอิ... เหงม้า...ว่าซาน้อยน่ะว่าง่าย... เลี้ยงง่าย...โฮ๊ะ ๆ



โดย: ซาน้อย IP: 124.120.153.129 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:22:37:47 น.  

 
ท่านเซาน้อยผู้ใสซื่อ ยังเด็กอยู่

กินกาแฟมากไม่ดี

(ต้องกิงเหล้าถึงจะดี)

ตั้งกะโฆษณาบอก ให้เหล้าเท่ากับแช่ง

ข้าพเจ้ามิกล้าเอาเหล้าไปให้ใคร

กลัวหาว่าแช่ง!

ข้าพเจ้าชอบกินชาเย็นนะ

ไปไหนก็สั่งชาเย็นมันทู๊กกกกที่

นี่กะกลุ้มใจ

ร้านชาเย็นที่ทำงานที่กินอยู่ทุกวัน

น้องคนชงชาเย็นเค้าไปนอนเล่นให้หมอผ่าตัดทีโรง'บาล

(ไม่ได้ผ่าตัดโดยคุณหมอมะเหมี่ยว เพราะอ่านถึงตอนที่ 20 แล้วก็ยังไม่มีตอนหมอมะเหมี่ยวผ่าตัดน้องจิ๊บ-น้องคนชงชาเย็น)

ข้างน้องโอ๋ชงให้กินแทนเมื่อวานนี้ก็อร่อยเทพ

จนวันนี้ไม่กล้าซื้อชาเย็นฝีมือน้องโอ๋

เลยนั่งหลับตอนทำงาน..อิอิ

ซาน้อยผู้แสนจะเลี้ยงง่าย ชอบกินลาเต้เป็นพิเศษเหรอ?




โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:23:00:18 น.  

 
ซาน้อยเหรอ? ความจริงชอบดื่มลาเต้อย่างเดียวอะในบรรดากาแฟ...เพราะรู้สึกว่ารสมันดื่มง่ายกว่าอย่างอื่นอะนะ...

กินแต่ลาเต้อะ...ชอบหรือเปล่าไม่รู้ แต่มันเป็นความเคยชินอะนะ...

แต่นี่ว่าจะเลิกดื่มลาเต้ละ...เพราะมันเมา...(มะเกี่ยวกังรุย)

ความจริงซาน้อยดื่มกาแฟอาทิตย์ละแก้วนะ...มีช่วงสองอาทิตย์นี้แหละที่ซาน้อยดื่มบ่อยมาก...

กรรม...

คงต้องเลิกจริงๆ ละ...ลาเต้มะดีต่อสุขภาพกายต้องไปแย่งชาเย็งจากสหายมาดื่มดีก่า...

ว่าละกะเล็งไปที่แก้วในมือของจูล่ง อิอิ


โดย: ซา'เคียว>>>เหมียวป่วนโลก IP: 124.120.153.129 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:23:45:50 น.  

 
ขอให้ทานซาน้อยนอนหลับฝันดีน๊า..


โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:23:46:04 น.  

 
ลืม....

อยากเหงหมอเหมี่ยวผ่าตัดจริงเหรอ...

อิอิ...

ได้เหงแน่...แต่ผ่าตัดใครนี่สิ...มันน่าลุ้น!! อิอิ

ผ่าใครดีนา... มีให้เลือกตั้งหลายคน...พริก ชมพู่ พ่อ...หรือน้อนหน่าดีหนอ...

หึหึ

ว่าละกะไปจินตนากางต่อ...ลันลา


โดย: ซา'เคียว>>>เหมียวป่วนโลก IP: 124.120.153.129 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:23:49:25 น.  

 
สวนทางกันอีกแล้ว..
ข้าพเจ้านึกว่าท่านกะลังจะไปร้านกาแฟ
งั้นต่อๆ
ส่งข้อความมาบยอก่อง
เดี๋ยวงงว่า ทำไมมันตอบฝันดีเฉยเลย


โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:23:50:06 น.  

 
ซาน้อยไปอิ่มลาเต้มาเรียบร้อยเเล้ว...

อิอิ...

ตอนนี้กะมานั้งเพ้อตอนหวานๆ ของหมอเหมี่ยวกะน้อยหน่าอยู่อะนะ...

แต่ดูจะไม่ค่อยหวานทะไหร่...

หวานแบบประหลาด ตามสไตร์ซาน้อยอะนะ...


พูดเรื่องสไตร์ซาน้อยนี่ก็นึกถึงคำพูดเพื่อนๆ จริง

เขียนได้แบบสไตร์ซา'เคียว มากมาย ทุกวันนี้ซาน้อยกะมานั่งคิด...

สไตร์ซาน้อยมันเป็นไงหว่า... พยายามนึกอยู

แต่นึกไม่ออก เพราะเวลาเขียนกะคิดแค่ว่า...ชอบอ่านนิยายอย่างนี้กะเลยเขียนอย่างนี้ แค่นั้น...

เอิ๊ก...สรุป เมาลาเต้!!


โดย: ซา'เคียว>>>เหมียวป่วนโลก IP: 124.120.153.129 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:00:52 น.  

 
มะเอา..

อย่าให้หมอมะเหมี่ยวต้องมาผ่าตัดพริก ชมพู่ น้อยหน่าน๊า..

ทั้งหมดนี้ สมควรปลอดภัย มีความสุขดีทุกคน

ถ้าจะผ่าตัดก็ให้ผ่าตัดจิ๊บไง

นะ..นะ..นะ

ข้าพเจ้าเกรงจินตนาการของท่านซาน้อยจะทำร้ายจิตใจของข้าพเจ้าจนชอกช้ำ

ข้าพเจ้าบอกความลับก็ได้..เป็นเพราะตอนแรกอ่านในเว็บโน้น ข้าพเเจ้าไม่รู้เรื่องว่าต้องอ่านจากรักป่วนฯ ก่อน

ข้าพเจ้าเริ่มอ่านจาก Love is vol.3 ก่่อน

ข้าพเจ้าจึงทราบว่าจอยตาย

ดังนั้น พออ่าน Love is vol.2 ถึงตอนมะเหมี่ยวกับจอยนอนกอดกันในเปลญวณ

ข้าพเจ้าก็ไม่กล้าอ่านต่ออีกรุย

ค้างไว้แค่นั้น ไม่อยากรับรู้ว่าจอยตายอย่างไร

ท่านซาน้อยกินลาเต้ต้องใจเย็น และใจดี (คงเกี่ยวกันมั๊ง)

แถมชาเย็รนในมือข้าพเจ้าอีก 1 แก้ว

แง..แง




โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:08:12 น.  

 
ซาน้อยชอบตอนนอนในเปลญวน อิอิ

แต่ชอบตอนจบมากก่า...

น่าจะอ่านนะ จะได้รู้ว่าสภาพมะเหมี่ยวที่รัก( เน้นเสียงมาก) เปนอย่างไร...

โอ้ว...แค่คิดซาน้อยกะ....อ๋ายยยย


ภาคสามต้องเอาให้สุดฝีมือ...โฮ๊ะๆ

โหมดบ้ากำเริบ...



โดย: ซา'เคียว>>>เหมียวป่วนโลก IP: 124.120.153.129 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:18:47 น.  

 
สวนทางกันๆ

เฉี่ยวๆ กันแนวุ๊ย ถ้าเป็นรถบนถนน

สไตล์ซาน้อยเป็นอย่างไรหรือ?

สไตล์ซาน้อยในผลงานมาสเตอร์พีชชุดรักป่วนฯ ก็คือ
ตัวละครของซาน้อยมีชีวิตชีวา ทุกตัวละครมีบุคลิกแบบฉบับของตนเอง เหมือนเป็นตัวคนจริงๆ ที่มีเลือดเนื้อ

มิใช่ตัวละครแบนราบตามคาแรคเตอร์ทั่วไปในท้องตลาด

ในสถานการณ์เดียวกัน ซาน้อยบอกเล่ามุมมองของแต่ละคนที่อยุ่ในเหตุการณ์จนน้่ำตาซึมเห็นใจในจุดยืนของแต่ละคนที่มีเหตุผลในการกระทำขอตนเอง
(เห็นการบรรยายลักษณะนี้ชัดในช่วงรักสามเส้าของมะเหมี่ยว X

เลิฟซีนของซาน้อยใส่เข้ามาในแต่ละฉากพอเหมาะพอสม มิใช่สักแต่ใส่เข้ามาเพื่อเรียกเรตติ้ง

ภาษาสวยในการเล่าเรื่องราวเลิฟซีนในแนวอีโรติค
ไม่หื่น โหลๆ เกลื่อนๆไปอย่างที่มักใช้กัน

ไม่นึกว่าจะอ่านเลิฟซีนแล้วน้ำตาไหล ก็ต้องน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งในฉากรักของมะเหมี่ยวและจอย ณ บันไดหนีไฟ

เป็นคำขยายความเล็กๆ ของสไตล์ซา'เคียว!




โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:23:48 น.  

 
ข้าพเจ้าก็จะรวบรวมกำลังใจในวันที่เข้มแข็งอ่านตอนต่อจากนอนในเปลญวณนะ

สวนทางกันอย่้างนี้ก็สนุกดีนะ


โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:29:46 น.  

 
มะต้องห่วง...

ซาน้อยเปงจราจร อิอิ...จัดเส้นทางเก่ง...

อิอิ...

รู้อย่างนี้ซาน้อยกะหยิ่งละ...

กร้ากกก...(มังมะเคยถ่อมตัว)...


อิอิ...

ซาน้อยกะเปงซาน้อยงี้แหละ...แค่คิดว่า...ถ้าเกิดอย่างนี้...จะเปงยังไง...คนๆ หนึ่งจะรู้สึกไง อีกคนละ คนที่เหลือละ...(คิดเยอะเกิ๊น)

ส่วนอีโรติค...ซาน้อย... หื่นตามแบบฉบับของซาน้อยนั่นแหละ...

โฮ๊ะ ๆ

เหมียวจราจร...โย่ว ๆ


โดย: ซา'เคียว>>>เหมียวจราจร IP: 124.120.153.129 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:34:33 น.  

 
อยากกกกให้เรื่องนี้พิมพ์เป็นเล่มวางเห็นเด่นชัด ณ บีทูเอสจังเลย

แต่ข้าพเจ้าช่วยคิดหนักแทนซาน้อยมากมายว่าถ้าพิมพ์ขายในวงกว้างนั้น เขาจะตัดหลายตอนออก โดยเฉพาะฉากเลิฟซีนเพราะเหตุผลงี่เง่าของประเทศเราร้อยแปด

ในฐานะคนที่รักตัวอักษร รักในวรรณกรรม แค่คิดว่าเขาจะตัด ข้าพเจ้าก็เครียดแล้ว

อยากให้เรื่องนี้ตีพิมพ์แบบออริจินอลจริงๆ


โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:46:10 น.  

 
ซาน้อยทำหนังสือทำมืออยู่อะน้า...

อิอิ

อริจินอลของแท้เลย ไม่มีตัดสักกะตอน...

ลันลา...แต่ไม่รู้เสร็จเมื่อไหร่...

อิอิ

ขนาด ชู้ที่ตีพิมพ์ยังโดนตัดหายไปหลายหน้า...รักป่วนๆ คงไม่รอด...อิอิ

ดังนั้น ใสซื่อการพิมพ์จึงถือกำเนิดขึ้น

โฮ๊ะๆ



โดย: ซาน้อย>>>ลองของๆ IP: 124.120.153.129 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:53:29 น.  

 
ข้าพเจ้าถามข้อสงสัยที่อยากรู้นะ

ทำไมซาน้อยแต่งได้หลายเรื่องในเวลาเดียวกัน บางคนเขาต้องแต่งทีละเรื่อง
แต่งหลายเรื่อง ไม่รู้สึกว่าตัวเองกดดันตัวเองเหรอ?

แสดงว่าซาน้อยถ่ายทอดเรื่องราวจากสมองออกมาได้อย่างลื่นไหลด้วยทักษะเฉพาะตัวใช่มั๊ย จึงแต่งหลายเรื่องในเวลาเดียวกันได้

เคยทราบว่า ว.วินิจฉัยกุล เขียนนิยายไปในขณะนั่งคุยกับเพื่ีอนได้เลย!



โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:57:34 น.  

 
พอทราบแล้วว่าซาน้อยจะเป็นหนังสือทำมือ

แต่ข้าพเจ้าอยากให้หนังสือที่ข้าพเจ้าเห็นว่าดีในเนื้อหาเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง

ข้าพเจ้ารำคาญหนังสือที่ไม่เข้าท่าอะไรรุย เขียนก๊อกแก๊กแบบที่่ข้าพเจ้าก็คงเขียนได้ พิมพ์อวดอยู่บนแผงหนังสือแล้วดันขายได้เพราะการตลาดของสำนักพิมพ์ล้วนๆ



โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:1:05:36 น.  

 
ขอแค่เปิอคอมเถอะ...มันกะไหลๆ ไปเรนื่อยนั่นแหละ

ไม่ต้องรอให้มีอารมณ์หรืออะไร ซาน้อยกะเขียนได้เรื่อยๆ นะ...

ถามว่ากดดันมั้ย?

ไม่อะ

แต่ชอบสถานการณ์ที่บีบตัวเองมากๆ มันทำให้สมองซาทำงานได้เร็วขึ้นแล้วก็คมขึ้น...

แบบนั่นก็ต้องทำ นี่ก็ต้องทำ...จะแก้ไขยังไง

เหมือนเล่นเกมส์...แต่จะมีปัญหาตอนที่...งานจริงๆ เข้า...มันจะยุ่งจนไม่ได้จับนิยาย...นั่นแหละจะทำให้นิยายของซาน้อยชะงักอะ....

อย่างตอนพิเศษของจีนกะฟัน ทำต้นฉบับหาย เลยปล่อยไว้ก่อน...

เอิ๊ก...Secret Love ตอนนี้ก็เกือบจบ... แต่อยากเอาให้จบแล้วลงทีเดียวจะได้ไม่ขาดตอน

ดังนั้น...ต่อให้เขียนนิยายทีเดียวหลายเรื่อง หรืออยู่ในสถานการณ์ไหน ถ้าซาน้อยจะเขียนกะเขียนได้อะนะ...

ตอนนี้แต่งสามเรื่องพรน้อมกันอยู่ แต่เอาลงในบอร์ดค้างไว้ เพราะจรอให้จบก่อนแล้วค่อยลงทีเดียว...อิอิ

ลันลา...ร่าเริงมากมาย



โดย: ซาน้อย IP: 124.120.146.145 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:1:08:20 น.  

 
ถามคำถามต่อไปนะ

นักเขียนบางคนบางว่ารักนิยายทุกเรื่องของตัวเองเท่ากัน

ขอถามว่า สำหรับท่านซาน้อย รักนิยายแต่ละเรื่องของตนมากน้อยต่างกันอย่างไร


รู้สึกกำลังเป็นนักข่าวผู้สัมภาษณ์นักเขียนในดวงใจยังไงไม่รู้..อิอิ


โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:1:25:56 น.  

 

เข้าโหมดนักเขียนดังระดับโลก....กร้ากกกก

ไม่เท่าอะ
ซาน้อยรักนิยายไม่เท่ากันอะ...


แต่ซาน้อยแบ่งๆ ไปมากกว่า...ว่าเรื่องนี้รู้สึกแบบนี้ อีกเรื่องรู้สึกอีกอย่าง

อย่างเรื่อง รักป่วนทั้งสามนี่คือความผูกพัน...(ยาวค๊อด)

สาวจิตนี่คือ... เขียนตามกระแส

สะใจสุดๆ ต้อง Secret love

สนองตัณหากะ ชู้ที่ได้ตีพิมพ์...

อย่าง Hard core นี่กะคือ...เขียนตามจังหวะเพลง...

แต่ละเรื่องคือแต่ละความรู้สึกของซาน้อยอะนะ...

มันคือที่สุดของแต่ละอย่าง ไม่สามารถบอกได้หรอกว่ารักได้เท่ากันหรือเปล่า...

รักที่สุดของซาน้อยก็คือ...เพียงแค่ลองรัก...

มันคือนิยายเรื่องแรกที่ซาน้อยแต่ง ตั้งแต่อายุไม่ได้ทำบัตรประชาชนเลย...555

รักมันจริงๆ นะ อาจจะไม่ดังเหมือนเรื่องอื่นๆ แต่ซาก็รักมันที่สุดอะ...อิอิ

ส่วนอีกหลายเรื่องที่ยังอยู่ในคอม แต่ไม่เคยได้เอามาลง ก็อยู่ในฐานะของตัวมันเอง...

ดังน้าน...ทฤษฎี รักนิยายทุกเรื่องเท่ากันนั้นใช้กับซาน้อยมะได้ผลน้า...

แต่ใช้ทฤษฎีที่ว่า... สำคัญต่อความรู้สึกของซาน้อยนั่นได้ผล...อิ้วววว



โดย: ซาน้อย IP: 124.120.146.145 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:1:35:17 น.  

 


โดย: ซาน้อย (samurai_KYO ) วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:1:59:23 น.  

 
เขียนตั้งแต่อายุยังไม่ได้ทำบัตรประชาชนนนน!

แว๊กกกก...

เพียงแค่ลองรักเป็นเรื่องที่อ่านแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่าเหมือนจะสะท้อนชีวิตจริง ออกในโทนหม่นเศร้า ไม่คิดว่าเป็นการเขียนของเด็กน้อยไม่ถึง 15 ขวบ

รักป่วนฯ เป็นเรื่องที่ข้าพเจ้าคิดว่าในขณะนี้เป็นผลงานที่ข้าพเจ้าชื่นชอบมากที่สุด

การที่ตัวละครก้าวจากวัยเยาว์สู่วัยผู้ใหญ่ ได้เห็นความรักผูกพันของพี่น้องผองเพื่อนสะท้อนผ่านมะเหมี่ยว พริก ไอย์ รามิน พัฒน์ รามิน จอย ชมพู่ น้อยหน่า สร้างความผูกพันตัวละครกลุ่มนี้ในใจข้าพเจ้ามาก

Secret love เป็นเรื่องที่ข้าพเจ้าเห็นใจตัวไหม ใบหม่อนมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือตัวไหม ว่าเขาจะก้าว่ผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างไร

สาวจิตฯ อาจจะเป็นเพราะเป็นเรื่องในแนววัยรุ่น สนุกสนาน ไม่ใช่ดรามาเหมือน 2 เรื่องข้างต้น

ความชอบจึงเป็นรอง 2 เรื่องข้างต้น


ถามต่อไปนะ ขอรบกวนเป็นคำถามสุดท้ายของคืนนี้
เพราะจำเป็นต้องนอนเพื่อไปทำงานพรุ่งนี้ ฮึกฮึก

เคยเจอใครเม้นท์ให้เซ็งไม่อยากแต่งเรื่องนั้่นๆ ต่อ มีบ้างมั๊ย



โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:2:10:51 น.  

 
ไม่เหงาๆ
รุููปนี้องค์ประกอบภาพสวยดี

ชิ..ศิลปินเค้าต้องไปดูงานศิลปะที่หอศิลป์เน๊อะ!


โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:2:15:42 น.  

 
ไม่เคยอะ...

ถ้ามีเม้นต์แบบกวนประสาท(ซึ่งเคยโดนมาแล้ว) เม้นต์ป่วน...ซาน้อยจะมองข้ามไปเลย


มีปังญาด่าได้ กะด่าไป...

ซาน้อยยังจะลงต่อไป มีไรเป่า...ทำนองนี้...

มะสนใจซะอย่าง... อิอิ

ถ้าซาไม่คิดจะหยุด ก็ไม่มีใครหยุดซาน้อยได้อะนะ...

แต่สิ่งที่อยากได้จากเม้นต์ ซาคิดว่านักเขียนทุกคนอยากได้นะ คือคำติชม

ซาต้องการมาก....

ไม่ต้องชมซาน้อยกะได้... แต่บางครั้ง เราเขียนเอง เราไม่รู้หรอกว่าเรื่องของเรามันมีจุดบอดตรงไหนบ้าง... คนอ่านสามารถจับผิดตรงนี้ได้ (คำผิดมะเอานะ เยอะเกิ๊น)

ซาอยากให้ติๆ กันมาบ้าง

แต่คนอ่านบางคนเขาไม่กล้าติ...อาจจะเพราะเกรงใจหรืออะไรก็แล้วแต่...

แต่ซาอยากให้ติ...

อิอิ

ปล. เพียงแค่ลองรัก เขียนครั้งแรกตอนอายุ...สิบสอง...กริ้วววว

กี่ปีละเนี่ย... ฮ่าๆ



โดย: ซาน้อย IP: 124.120.146.145 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:2:20:29 น.  

 
ลืมบอก...



ฟันดี ผีรอบเตียงน้า...จูล่ง...


โดย: ซาน้อย IP: 124.120.146.145 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:2:22:37 น.  

 
ต้องการคำติ..

ได้เลย..นึกออก 1 จุด

ต้องออกตัวก่อนว่าเฉพาะในทัศนะของข้าพเจ้าเองนะ

คนอื่นเป็นเปล่าไม่รุ

ใน Secret love ตอนบรรยายฉากเลิฟซีน และขณะตัวไหม ใบหม่อนอยุ่กัน 2 คน

ใช้คำแทนตัวละครโดยเรียกชื่อจริงกันไปมา

ข้าพเจ้าอ่านแล้วมันสะดุด ไม่ชินย้ังไงไม่รุ

ดูมันเหินห่างอะไรบางอย่างบอกไม่ถุก

(บอกไม่ถูกแสดงว่าบอกผิด อิอิ)


ไอ้หย๋า..
รอบเตียงเลยหรือ..

มุมใดมุมหนึ่งไม่ได้เหรอ

จะให้หนีออกได้อีกด้านหนึ่งของเตียง

รอบเตียงเลย หนียังงายยย...

ราตรีสวัสดิ์ท่านซาน้อยนะ ซาหวัดดี


โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:2:36:24 น.  

 
อีกนิดนึง

ขอคุยข่มหน่อย

ท่านซาน้อยเขียนเพียงแค่ลองรักตอนอายุสิบสอง

ชาติหน้าข้าพเจ้าจะเขียน รักจริงเลยไม่ต้องลอง ตอนอายุสองขวบ!

ฟิ้วววว


โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.54.87 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:2:41:05 น.  

 
กล้าคุยข่มเนอะ...

เอิ๊ก ๆ



โดย: ซาน้อย IP: 124.120.146.145 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:3:33:50 น.  

 
มาลันลาในบล็อคตะเองตอนเช้า ๆ

วังนี้ซาน้อยออนไลน์ทั้งคืน...เอิ๊กๆ ทำไปได้...ละกะเพิ่งไปตักบาตรมา...

ยังไม่รู้ว่าจะนอนตอนกี่โมง เพราะวันนี้ไม่ได้ไปไหน...

ว่างเกิ๊น

เอาเปงว่า...ราตรีสวัสก่องละกัน...

อิอิ


โดย: ซาน้อย... IP: 124.120.146.145 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:6:47:55 น.  

 
ท่านซาน้อยช่างเป็นแมวเหมียวไทยใสซื่อมากมาย

ออนไลน์เซเว่น อีเลฟเว่น แล้วก็ตักบาตรตอนเช้า

คงจะนอนแล้วทั้งวัน ในขณะที่ข้าพเจ้าโงนเงนง่วงงุน

ทั้งวัน ฮึกฮึก

ข้าพเจ้าขอส่วนบุญ เอ๊ย..ขอแบ่งบุญเมื่อเช้าด้วยน๊า..

(เห็นแก่ได้ชัดๆ )







โดย: พลทหารของท่านจูล่ง IP: 125.25.36.164 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:21:53:04 น.  

 
ได้นอนตอนจิบโมงก่า ๆ ตื่นตอนบ่ายจ๋ามนิดๆ

งี๊ดดดด

เอาบุญมาฝากก๊าบบบบ


โดย: ซาน้อย IP: 124.120.147.207 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:22:19:30 น.  

 
มะหวาย ๆ

ต้องไปเมามายกะลาเต้ก่อง...

มะงั้น Project "รักซึ้งๆ" มะผ่านแหงๆ

งี๊ดดดด


โดย: ซาน้อย IP: 124.120.147.207 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:22:24:53 น.  

 
ง่า...

ชวนสมุนไปด้วย แต่มังดันสกัดดาวรุ่งด้วยกางไปเมามายก่องซาน้อย...

เตะมังดิ้นเลย...

แง่มๆ

สุกท้ายรุยซื้อกลับมาดื่มที่ห้อง...แง่มๆ



โดย: ซาน้อย IP: 124.120.147.207 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:22:53:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

samurai_KYO
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ข้าคือ...มิบุ ซา'เคียว"

Friends' blogs
[Add samurai_KYO's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.