ข้าคือ Sa'kyo
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
1 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 

~Secret Love~ ตอนที่ 3


ปิรัญนั่งมองไอรดาเข้าฉากอยู่มุมหนึ่งของบ้านที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ เขามองไอรดาที่สวมบทบาทเป็นพิมพร นางร้ายของละครน้ำเน่าหลังข่าวที่ใคร ๆ ชอบดูนักหนา.....

ปิรัญอึ้งกับบทบาทที่ไอรดากำลังแสดงอยู่ ถ้าผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างที่เธอกำลังแสดงอยู่จริง ๆ เขาคงเกลียดเธอเข้าไส้เป็นแน่..... แต่ปิรัญนับถือไอรดาจริง เธอแสดงได้จนเขาเกือบจะเชื่อว่าเธอเป็นแม่สาวร้อนรักจอมขี้อิจฉาที่ชื่อว่า พิมพร

“เบื่อมั้ยรัญ?”

เสียงของไอรดาถามปิรัญพร้อม ๆ กับที่เธอนั่งลงที่เก้าอี้ข้างกายของเขา

“นิดหน่อย”

“หน้าของรัญบอกว่าเบื่อมาก ๆ เลยนะ”

ไอราดาเอ่ยแซว มือข้างหนึ่งของเธอรับขวดน้ำที่ปิรัญส่งให้มาพร้อมกับหลอดดูด เธอจัดการมันอย่างกระหาย

“เป็นอย่างนี้ทุกครั้งเลยเหรอ” ไอรดาเลิกคิ้ว สายตามีคำถามของเธอทำให้ปิรัญต้องรีบอธิบาย

“หมายถึงมาถึงตั้งแต่ 8 โมงเช้า กว่าจะได้ถ่ายก็เที่ยง”

“ก็.......เกือบ ๆ นะ”

“หิวยัง?” ปิรัญเอ่ยถามไอรดา เขาเห็นเธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า แถมยังมาก่อนใครเพื่อน พระเอก – นางเอก กว่าจะมา เล่นเอาเกือบ 11 โมง เป็นอย่างนี้สิน่า ถึงไม่ไปถึงไหนกันสักที

“เดี๋ยวพาออกไปกินข้างนอกนะ แต่ไม่รู้ว่าพี่เขาจะเริ่มฉากต่อไปอีกเมื่อไหร่ เดี๋ยวขอไปถามเขาก่อนนะ”

ปิรัญปล่อยให้ไอรดาเดินไปถามผู้ชายคนหนึ่ง ดูจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นผู้กำกับ จากเท่าที่คุยกันดูท่างานนี้คงไม่ได้ไปไหนไกลแน่ เพราะดูท่าจะเร่งถ่ายกันซะจริง

ไอรดาเดินหน้าตูมกลับมาหาปิรัญ

“ถ้าเราจะไปกินข้างนอก เราต้องกลับมาก่อนบ่าย 2 นะรัญ แล้วนี้มันจะบ่ายอยู่แล้ว กินอะไรทันล่ะ”

“แล้วดาอยากกินอะไรล่ะ รัญกินแถว ๆ นี้ก็ได้ อาหารในกองถ่ายก็มี”

“ไม่ได้หรอก บอกว่าจะเลี้ยงไง อย่างนี้ก็ไม่เรียกเลี้ยงสิ”

ไอรดาเอ่ยขัดทันที เพราะเกรงใจ ปิรัญ เขาต้องตื่นแต่เช้าแล้วก็มานั่งเบื่อในกองถ่ายกับเธออีก แล้วอย่างนี้ ใครจะไม่เกรงใจละ

“แล้วจะกินอะไรที่ทันตอนบ่ายสองล่ะ?.......”

“ก็....”

“ไม่ต้องเถียงรัญแล้ว เอาอย่างนี้ เดี๋ยวดารอรัญที่นี่นะ รัญจะออกไปข้างนอก หาอะไรมาให้กินก็ได้ ดาจะได้ไม่ต้องเกรงใจว่าจะเลี้ยงรัญด้วยข้าวที่กองถ่าย แล้วเดี๋ยวค่อยเคลียร์กันที่มื้อเย็น โอเค๊....ไม่ต้องเถียงค่ะ ไปนั่งรอเลย เดี๋ยวรัญมา”

ปิรัญตัดบทไอรดา พร้อมกับเดินออกจากบริเวณกองถ่าย ความจริงเขาไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ก็ได้ เพียงแต่เขาไม่อยากให้หญิงสาวรู้สึกเกรงใจเขา เขาอยากให้เธออยู่สบาย ๆ มากกว่า....

ปิรัญไม่รู้เลยว่าการที่เขามาที่กองถ่าย และเทคแคร์ไอรดาอย่างนี้จะทำให้เกิดเรื่องที่ทำให้ฝ่ายของไอรดาต้องลำบาก

“นี่ ๆ เธอเห็นมั้ย คนที่มากับยัยไอรดานะ.......”

“ทำไมเหรอ?”

“ดูยังไงก็ไม่ใช่ผู้ชายนะยะ ไม่ยักรู้ว่าชอบประเภทนี้”

“อ้าว........แล้วเรื่องข่าวกับนายอนุวัฒิ อะไรนั่นอีกละ แม่คนนี้นี่เป็นแม่พวงมาลัยจริง ๆ เชียว”

ไอรดาได้ยินเต็มสองหู แต่เธอก็นิ่ง มันเป็นเรื่องปรกติ เธอได้ยินจนชินแล้ว แต่เธอไม่รู้ว่าถ้าปิรัญมาได้ยินเขาจะว่ายังไงบ้าง เขาจะแคร์หรือเปล่านะกับสังคมแบบนี้

ไอรดาคิดถึงใบหน้าของปิรัญ หากเข้าได้ยินเรื่องซุบซิบอย่างนี้ คนหน้าเป็นอย่างเขาจะทำหน้ายังไงนะ ยังยิ้มอยู่ได้ หรือจะบึ้งตึงนะ แต่ไอรดาก็คิดถึงใบหน้าตอนปิรัญโกรธไม่ออกเลย

คนหน้าสวยอย่างปิรัญ ต่อให้โกรธยังไงก็คงจะยังดูดี ครั้งแรกที่เธอเห็นเขาที่บ้านของมัลลิกา เธอรู้สึกว่าจิตใจของเธอกระตุกวูบ ปิรัญมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ เจ้าตัวอาจจะรู้ดี แต่ไอรดาก็ยังคงชื่นชมเขาแต่เพียงในใจ

รูปร่างที่สูงเพรียวนั้น ไม่ได้ทำให้เขาดูเก้งกาง เพราะเขาไม่ได้ผอมจนเป็นกุ้งแห้ง ทรงผมซอยสั้นจัดทรงทันสมัยนั้นเข้ากับรูปหน้าของเขาเป็นอย่างดี

ดวงตาดำขลับ รับได้ดีกับคิ้วเข้มสวยของเขา จมูกโด่งได้รูปนั่นอีก มันช่างทำให้ใบหน้าของเขาดูมีเสน่ห์มากขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ไอรดาต้องเก็บอาการชื่นชมมากที่สุดก็คงจะเป็นริมฝีปากได้รูปของปิรัญ ทุกครั้งที่เธอมองมัน เธอรู้สึกอยากให้มันสัมผัสเธอเหลือเกิน เธออยากจะสัมผัสริมฝีปากนั้นด้วยริมฝีปากของเธอ

ไอรดารู้สึกว่าตัวเองกำลังคิดฟุ้งซ่านในเรื่องของปิรัญ เธอสลัดไล่เรื่องของเขาออกจากหัว และจัดการเปิดบทละครของตัวเองขึ้นมาอ่านฆ่าเวลารอปิรัญ ฉากต่อไปเป็นฉากที่เธอไม่อยากจะแสดงที่สุดในละครเรื่องนี้

เลิฟซีน โอ้ย!!! ยัยดาเอ้ย!! จะเอาอย่างไงดีนะ ขอให้ ผกก.ใช้มุมกล้องท่าจะได้มั้ยนะ.......

ไอรดาขบคิดปัญหาของตนเอง จนต้องสะดุ้งเมื่อมีเสียง ๆ หนึ่งเอ่ยทัก

“คุณดา...เป็นไงบ้างครับ? สบายดีมั้ย?”

ไอรดาเงยหน้ามองคนที่เข้ามาทัก

โอ้ย.....ไอ้คนที่อยากอยู่ใกล้ ๆ ดันชิ่งไปซื้อข้าวซะได้ ส่วนไอ้คนที่อยากให้หายออกไปจากโลกคนนี้ทำไมมันไม่ไปให้ห่างชีวิตฉันนะ เจอแล้วเจออีกอยู่ได้....

แต่สุดท้ายไอรดาก็ทำได้แค่ยิ้มแกน ๆ ตอบกลับไป และแอบถอนใจทิ้งเมื่ออนุวัฒิทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างเธอ

“ก็ดีค่ะ? แล้วคุณนุละคะ? สบายดีมั้ย?”

“สบายดีครับ....เอ่อ....เรื่องข่าว..........”

หัวข้อที่เธอไม่อยากพูดถึงโผล่มาจนได้ แต่ไอรดายังคงใส่หน้ากากยิ้มให้อนุวัฒิที่ทำหน้ากังวลเมื่อเอ่ยถึงเรื่องข่าว

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราก็รู้กันอยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ อีกอย่างวันนี้ดาก็จะแถลงข่าวเรื่องนี้อยู่แล้วด้วย”

“ที่ไหนครับ?”

“พี่เชอร์รี่นัดให้นักข่าวมาที่นี่แหละค่ะ ตอนแรกว่าจะจัดสถานที่ แต่จะดูเอิกเกริกเกินไป เลยนัดมาที่กองถ่ายนะค่ะ ถือว่าเป็นการโปรโมทละครไปด้วย”

พูดจบไอรดาก็ทำท่าก้มหน้าก้มตาตั้งใจอ่านบทต่อ แต่ดูเหมือนอนุวัฒิจะแกล้งทำเป็นไม่รับรู้ถึงกิริยานั้นของไอรดา เขายังคงนั่งนิ่ง ชวนเธอคุยไปเรื่อย ๆ

“อืม.......ความจริงไม่เห็นจะต้องแก้ข่าวเลยนะครับ ให้เขาตาม ๆ ข่าวจะได้โปรโมทละครกันทางอ้อมอีกต่อ”

ไอรดาเงยหน้าขึ้นมาสบตาอนุวัฒิอีกครั้ง สายตาของเธอฉายแววไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน

“นั่นเป็นการหลอกผู้ชมค่ะ และอีกอย่าง ดาเสียหายกับข่าวนี้มาก หลายคนไม่พอใจที่เกิดข่าวนี้ขึ้น”

“แต่ผมพอใจ และอยากให้เรื่องข่าวระหว่างเราเป็นอย่างนั้นจริง ๆ”

“แต่ฉันไม่ พอใจ......”

อนุวัฒิหันมาทางต้นเสียงที่จงใจพูดขัดเขา รวมไปถึงไอรดาที่มองตามด้วย หลังจากอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของอนุวัฒิ

ปิรัญเดินก้าวเข้ามา เขาคว้าเอาเก้าอี้อีกตัวมาตั้งระหว่างไอรดาและอนุวัฒิ การหย่อนตัวลงนั่งแทรกระหว่างคนทั้งสอง ไม่บอกก็รู้ว่าต้องการจะขัดคออย่างเต็มที่ เขาวางอาหารที่ไปซื้อมาบนโต๊ะตรงหน้า สายตาไม่เป็นมิตรของปิรัญถูกส่งไปให้อนุวัฒิอย่างเปิดเผย

หมอนี่นี่เองที่เป็นต้นเหตุ เป็นพระเอกได้ไงวะ ไม่เห็นจะหล่อตรงไหน............

“เอ่อ........”

อนุวัฒิอยากจะให้ไอรดาแนะนำตัวเขากับบุคลที่จงใจมาขัดจังหวะระหว่างเขากับเธอ แต่ดูเหมือนไอรดาจะไม่ได้รับรู้ถึงอาการนั้นของเขา เขาจึงตัดสินใจเอ่ยปากพูดออกไปเอง

“สวัสดีครับ ผมอนุวัฒิครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”

อนุวัฒิส่งมือไปทักทายปิรัญ แต่เขาก็ต้องรีบชักมือกลับมาลูบผมอย่างเก้อ ๆ เมื่อกิริยาของปิรัญมิได้นำพาคำว่า ยินดีที่ได้รู้จัก มาทางเขาเลย

ปิรัญพียงแค่ผลุบตาลงมองมือที่ส่งมานั้นก่อนจะมองสบตากับอนุวัฒิ แขนตั้งสองข้างของปิรัญยังกอดนิ่งอยู่ที่อก สายตาของเขายังคงสบกับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ลดละ

“สวัสดีค่ะ ฉันปิรัญ”

มีเพียงคำพูดทักทายเป็นมารยาทกับอนุวัฒิเท่านั้น ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงนั่นดี แต่เพราะอะไรสาวหล่อคนนี้ถึงไม่พอใจในการพบเจอครั้งแรกระหว่างคนทั้งสอง

“คุณนุคะ ปิรัญเป็น....พะ...เพื่อ....”

“เป็นแฟนของดาค่ะ”

เสียงของไอรดาที่พยายามจะเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียดของคนทั้งสองหายไปกับคำตอบของปิรัญ

เธอหันขวับไปมองหน้าของปิรัญที่ยังคงจ้องมองอยู่ที่อนุวัฒิด้วยความตกใจกับประโยคคำพูดของปิรัญ เธอกำลังจะอ้าปากเถียงแต่การเดินเข้ามาสมทบของเชอร์รี่ทำให้เธอต้องหุบปากเงียบ

“อ้าว!!! วันนี้น้องรัญมาด้วยหรือคะ? ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ สบายดีมั้ยเอ่ย?”

เชอร์รี่เอ่ยทักทายกับปิรัญอย่างสนิทสนมราวคนรู้จักกันมานาน ทำให้ไอรดางงเป็นไก่ตาแตก

ไปรู้จักกันตอนไหนเนี่ย ฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย.......

“ค่ะ...วันนี้รัญว่างเลยมากับดาเขาน่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องมีใครมาแจกขนมจีบเรี่ยราดใกล้ ๆ ดาไงคะ พี่เชอร์รี่สบายดีนะคะ?”

“ค้า......พี่สบายดี....ว่าแต่....อุ้ยต๊าย!!! ไม่ทันได้สังเกตเห็นคุณนุ สวัสดีค่ะ เป็นไงบ้างคะ วันนี้แฟนคุณนุไม่มาด้วยเหรอคะ?”

เชอร์รี่ผู้จัดการสาว (ประเภทสอง)ของไอรดายิงคำถามที่เล่นเอาอนุวัฒิที่กำลังแจกขนมจีบให้ไอรดาหน้าหงายไปเลยทีเดียว เขาจึงได้แต่ยิ้มแกน ๆ

“ก็สบายดีครับ อืม.....เดี๋ยวผมขอตัวไปทางโน้นดีก่อนนะครับ”

ว่าแล้วอนุวัฒิก็เลี่ยงออกจากวงสนทนาไป เชอร์รี่จึงทรุดลงนั่งแทนที่ และจ้องเขม่งไปที่ไอรดา

“หนูดา เจ๊บอกว่ายังไงยะ บอกว่าให้หนู อยู่ห่าง ๆ เจ้านี้ไม่ใช่เหรอแล้วนี้อะไรจ๊ะ”

เชอร์รี่จีบปากจีบคอจิกไอรดาทั้งคำพูดและสายตา

“ดาไม่ได้ไปยุ่งกับหมอนี่นะคะ เขาเข้ามาวุ่นวายกับดาเอง ว่าแต่ว่าสองคนนี้รู้จักกันได้ไง? ส่วนนาย....มาเป็นแฟนฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ยะ? นายรัญ”

ไอรดาพูด พร้อม ๆ กับมือที่คอยกระตุกแขนของปิรัญ แต่เจ้าตัวกลับทำเป็นเมินหน้าหนีไม่ยอมหันกลับมาตอบคำถาม ไม่ว่าสาวสวยจะพยายามดึงยังไงก็ไม่ยอมหันมา จนสุดท้ายเชอร์รี่ต้องเอ่ยปากเอง

“เจ๊รู้จักกับรัญมานานโขแล้วละ ตั้งแต่สมัยเจ้านี่ไปม่อหนูมิว หนูส้ม หนูจ๋า จนสุดท้ายหนูเกรท นางแบบในสังกัดที่พี่ดู ๆ อยู่ละ บังเอิญเจอกันตอนที่รัญจะออกไปซื้อข้าวพอดี เลยได้คุยกัน”

“เดี๋ยวนะ สาว ๆ น้อง ๆ ของเจ๊นะ เขาชิ่งรัญไปหมดแล้วนะ ตอนนี้รัญลอยตัวนะครับขอบอก”

ปิรัญรีบแก้ต่าง ทั้งที่ความจริงเขาไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจกับคำพูดของเชอร์รี่เลย แต่ไม่รู้ทำไม..วูบหนึ่งในความคิดของเขาไม่อยากให้หญิงสาวที่กระตุกแขนของเขาคิดว่าเขามีใครอยู่

ปิรัญหันไปมองหน้าไอรดาที่อยู่ ๆ ก็ปล่อยแขนจากมือของเขาทันที แถมยังมองเขาด้วยสายตาขุนมัวอีกต่างหาก

ตายละหว่า.....อะไรเข้าสิงคุณเธออีกละนั่น.....................

“เอ่อ......”

“ส่วนเรื่องเป็นแฟนน่ะ เจ๊เป็นคนต้นคิดเองละจ๊ะ”

พูดถึงตอนนี้เชอร์รี่ก็พูดด้วยเสียงอันเบา เพราะไม่ต้องการให้ใครมาได้ยินคำสนทนาของพวกเธอ

“ทำไมคะ? ทำไมต้องพูดกันอย่างนี้ด้วย”

เชอร์รี่หันมาสบตากับปิรัญ เขาพยักหน้าให้กับเชอร์รี่เป็นนัยว่าให้เธอพูด

“คืออย่างนี้นะ พี่ชายสุดหล่อของรัญนะเขาเป็นนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ดาไปแจ้งความไว้นะ แต่เห็นว่าเบื้องบนบอกให้ปล่อยเรื่องนี้ไว้ อย่างที่พี่บอก พวกที่ก่อกวนเรานะ เป็นคนที่ทำตามคำสั่งของยัยวีนา ลูกนักการเมือง เรื่องนี้เลยเข้าทางตำรวจยาก”

“คงไม่ต้องบอกนะว่าระบบเส้นสายนะมันใหญ่กันขนาดไหน พี่รุตน์พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยคดีของดา พี่เขาเกลียดคนจำพวกนี้นะ แต่พี่เขาก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะถูกกันอยู่ พอเขารู้ว่าดาอยู่กับรัญ ที่บ้านของไอ้ไหมเขาก็พอวางใจ แล้วก็บอกให้รัญอยู่กับดาตลอด”

“แต่การที่จะให้เจ้ารัญอยู่กับดาตลอดโดยไม่มีข้อกังขาเราจะมาอ้างว่าเป็นเพื่อน เหตุผลก็เชยแหลก พวกนักข่าวก็คงตามจิกแหลกแน่ สู้บอกไปว่าดากับเจ้ารัญเป็นแฟนกันเลยดีกว่า เป็นการสร้างกระแสให้ตัวเองด้วย......”

“ถูกต้อง...รัญเห็นด้วยอย่างแรง.....อะ...โอ้ยยยย!!!”

ปิรัญร้องขึ้นทันทีเมื่อมือเรียวเล็กของไอรดาหยิกเข้ากับสีข้างของตัวเอง เขารีบตะบบมือน้อยนั้นทันที ก่อนที่มันจะประทุษร้ายร่างกายเขามากกว่านี้......แถมจับไว้ไม่ปล่อยด้วย

“อย่าเพิ่งตีกันสิยะ.....ยังไม่ทันไรเลย ตอนที่เจ๊เจอรัญข้างนอกเมื่อกี้นะ เราคุยกันเรื่องนี้แล้ว เจ๊เห็นว่ามันก็เข้าท่าดีนะ การที่ดาเปิดตัวว่าเป็นแฟนกับรัญ มันจะตัดเรื่องของดากับเจ้าพระเอกนั้นซะ แถมยังกันท่าพวกผู้ชายที่คอยจะงาบดาอีกเป็นขบวนด้วยนะ....”

“แล้วรัญยังสามารถช่วยดูแลดาช่วงที่พี่ชายของรัญยังยื่นมือเข้ามาช่วยไม่ได้ไปในตัวด้วย”

ปิรัญรีบเสริมให้เชอร์รี่ เพื่อที่จะช่วยให้เหตุผลการเป็นแฟนหลอก ๆ ของเขากับไอรดาดูน่าเชื่อถือขึ้น

“ว่าแต่นายรู้ได้ไงว่าพี่ชายของนายทำคดีของฉันอยู่”

“ก็...ช่วงนี้พี่รุตน์บ่นกับที่บ้านบ่อย ๆ ว่าคดีที่ทำมีปัญหา พอถามเขาก็บอกมาคร่าว ๆ ตอนที่ได้ยินเรื่องของดาเลยเอะใจว่าเรื่องเดียวกันหรือเปล่า? เลยโทรไปถาม......แจ็กพ็อตเลยแตก”

“เรื่องนั้นไว้ที่หลังนะหนูดา แต่ตอนนี้หนูดากับรัญทานข้าวก่อน แล้วจะได้เข้ากองกัน รีบ ๆ ถ่ายแล้วจะได้แถลงข่าว เจ๊นัดนักข่าวมาที่นี่ตอน 5 โมงเย็น ถ้านักข่าวถามอะไร ไม่จำเป็นอย่าพูด เดี๋ยวเจ๊จัดการเอง”

พูดเสร็จเชอร์รี่ก็ดันอาหารที่ปิรัญถ่อออกไปซื้อเข้ามาให้ แล้วก็ลุกเดินกรีดกรายออกไป ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอไปหาบรรดาช่างแต่งหน้าแต่งตัวที่เป็นคนประเภทเดียวกันกับเธอเพื่อเมาท์กระจาย นัยหนึ่งก็เพื่อปล่อยข่าวระหว่างไอรดากับปิรัญทางอ้อม

“ปล่อยได้แล้ว....จะกินข้าว” ไอรดาพูดเบา ๆ เมื่อไม่มีท่าทีว่าคนตรงหน้าจะปล่อยมือที่กุมมือเธอไว้

ปิรัญปล่อยมือของไอรดาอย่างแสนเสียดายในความนุ่มนั้น เขามองเธอแกะกล่องอาหารตรงหน้า

“ไม่กินหรือไง?”

ไอรดาถามปิรัญที่ยังคงนั่งนิ่ง ไม่มีท่าทีว่าจะกินข้าวด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ

“อ่าว!! ก็นึกว่าจะป้อนซะอีก”

ปิรัญแซวไอรดายิ้ม ๆ แต่ก็เล่นเอาคนสวยอย่างไอรดาเขินหน้าแดงไปได้เหมือนกัน

“บ้า....”

ไอรดาแสร้งทำไมสนใจปิรัญอีกทั้งที่ใจยังเต้นโครมครามเพราะสายตากรุ่มกริ่มของสาวหล่อนามว่าปิรัญอยู่

ว๋าย!!!! รัญจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นมั้ยเนี่ย...............









“คัท ๆ !!!! คุณดา เข้าให้ถึงอารมณ์ยั่วยวนหน่อยเถอะคุณ.....คนนะไม่ใช่ตอไม้ แข็งทื่ออย่างนั้นใครเขาจะมาดู!!!”

เสียงต่อว่าของชายร่างใหญ่ ที่ใคร ๆ ก็เรียกเขาว่าผู้กำกับพุ่งตรงมาตำหนิไอรดาอย่างแรง เขาไม่พอใจกับการแสดงฉากเลิฟซีนของไอรดาอย่างมาก เธอแสดงได้ไม่ถึงอารมณ์ของเขา

ไอรดาเมื่อถูกต่อว่าตรง ๆ หลาย ๆ ครั้งเธอก็รู้สึกฉุนกึกขึ้นมาเหมือนกัน แต่ดีว่าเธอสงบสติอารมณ์ได้ดีเลยไม่ปล่อยให้อารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตัวเองทำงานเสีย

“ดาบอกพี่แล้วไงคะ ว่าดาไม่เคยเล่นเลิฟซีนที่ต้องจูบจริง ๆ อย่างนี้ แล้วอีกอย่างฉากนี้เราใช่มุมกล้องก็ได้”

“คุณอย่างเถียงผมนะไอรดา ผมบอกว่าเลิฟซีนจูบจริง ๆ ก็คือต้องจูบจริง ๆ ถ้าใช้มุมกล้องมันจะดึงอารมณ์คนดูได้ยังไง เอาละ ไม่ต้องเถียงผม ไปพัก 30 นาที แล้วมาแสดงใหม่”

เมื่อสั่งเสร็จ ผกก.ร่างมหึมาก็เดินกระแทกเท้าออกไป ก่อนที่เขาจะเหวี่ยงม้วนกระดาษที่ถืออยู่ลงที่โต๊ะ

“โธ่เอ้ย!!! ไม่มีความเป็นมืออาชีพเลย.............”

ไอรดาฉุนกึกจนต้องรีบเดินออกจากที่ตรงนั้น เธออยู่ในวงการนี้มานาน เข้าใจว่าการแสดงต้องการความสมจริง แต่การที่เธอต้องมากอดมาจูบใครที่ไหนก็ไม่รู้ โดยที่ไม่มีความจำเป็นเธอก็รับไม่ได้เช่นกัน

เธอเดินผ่านปิรัญที่ยืนพิงผนังประตูดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ ออกไปด้านนอก ปิรัญหมุนตัวเดินตามเธอออกไป ส่วนเชอร์รี่ที่ยื่นอยู่ไม่ห่างกับปิรัญเดินตรงรี่ไปหาผู้กำกับปากร้ายที่นั่งสูบบุหรี่อยู่........................

ฮึ่ม ๆ มาว่าหนูดาของฉันงั้นเร๊อะ ต้องเจอนังเชอร์รี่สักตั้งแล้ว....................





“ดูหงุดหงิดนะ”

ปิรัญเอ่ยถามไอรดา เมื่อเขาเดินมาหยุดที่ด้านหลังของเธอจนเกือบจะชิดแผ่นหลังเปล่าเปลือยที่โผล่พ้นจากชุดที่ใช้ในการแสดง ครั้งแรกที่เขาเห็น ภายในจิตใจของปิรัญพลุ่งพล่านไปหมด

ใจหนึ่งก็คิดว่ามันสวยดี แต่อีกใจหนึ่งเขาก็อยากจะเดินเข้าไปลากเธอให้ไปเปลี่ยนใส่ชุดที่คลุมตั้งแต่ต้นคอ ถึงปลายเท้า เขาไม่ต้องการให้ใครเห็นเนื้อหนังมังสาของเธอ

ไอรดาหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับปิรัญ แต่เพราะระยะที่ปิรัญยืนอยู่มันใกล้กับเธอมากเกินไป ทำให้เธอตกใจ ถึงกับผงะไปด้านหลัง แต่ปิรัญก็คว้าตัวของเธอไว้ได้ด้วยสองแขนของเขา ร่างของหญิงสาวอยู่ในอ้อมกอดของปิรัญอย่างช่วยไม่ได้

“ไม่เป็นไรนะ”

ปิรัญถามเธอด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ คลายอ้อมแขนที่กอดร่างของไอรดาออก

“ไม่เป็นไรหรอก”

พูดแล้วไอรดา ก็เดินเลี่ยงไปด้านหลังของบ้านที่ใช้ในการถ่ายทำ........

“ใช้มุมกล้องไม่ได้เหรอ.....จำเป็นต้องแสดงจริงขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ปิรัญยังคงเอ่ยถามเสียงนุ่ม ไอรดาหยุดเดินหันกลับมาจ้องหน้าสาวหล่อที่เดิมตามหลังเธอมา

“ฉันไม่มีทางเลือกหรอกนะ แต่ฉันไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่เราสามารถใช้มุมกล้องก็ได้ แต่ทำไม........ฮึ้ย!!!”

ไอรดาสะบัดแขนฮึดฮัดเมื่อไม่ได้ดังใจ ปิรัญมองกิริยานั้นอย่างขำขัน ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้หญิงสาวตรงหน้าดูไม่สบายใจจริง ๆ ละก็เขาต้องกวนประสาทของเธอเป็นแน่

“ดา.........ดาเคยแสดงฉากพวกนี้มาเยอะแล้วนี่นา ไม่น่าจะมีปัญหานะ ยังไม่ชินอีกเหรอ”

“ฉากพวกนั้นนะใช้มุมกล้องช่วยทั้งหมดนะแหละ ฉันไม่เคยจูบจริง ๆ ในละครหรอก แม้แต่ในชีวิตจริง ก็..........”

“อาฮะ.............ก็....อะไรละ”

แม้น้ำเสียงที่ถามของปิรัญจะดูเรียบเฉย แต่ตอนนี้ภายในจิตใจของเขากำลังเต้นระบำ เขามั่นใจอะไรบางอย่างในแววตาและท่าทางของไอรดา

ดายังไม่เคยจูบใครมาก่อน ให้ตาย..........อิจฉาไอ้บ้านั่นเป็นบ้าเลย.......................

“มะ......มะ.....ไม่มีอะไร”

ไอรดาติดอ่างพร้อมกับทำท่าว่าจะเดินเลี่ยงไป แต่ปิรัญไวกว่า เขาคว้าแขนของเธอไว้ แล้วดึงเธอให้เดินด้านหลังของบ้านที่ลับตาอีกนิด

“มาทางนี้ดีกว่า”

“จะทำอะไรนะรัญ”

“จะเป็นคู่ซ้อมบทจูบให้ไงละ” -0-

>

>

>

“จะยืนอึ้งอีกนานมั้ยนั่น”

“กะ....กะ...ก็....ก็.....”

“ติดอ่างอีก.....บอกแล้วไงจะเป็นคู่ซ้อมบทจูบให้ เลือกเอาจูบแรกกับรัญ หรือจูบแรกกับไอ้หน้าเห่ยนั่น”

ปิรัญยืนพิงกำแพงรั้วบ้าน มองไอรดานิ่ง

“จะ...จูบแรกอะไร”

ไอรดาขึ้นเสียงใส่ปิรัญ แต่สีหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายนั้นทำให้ปิรัญยิ้มขำ

“ยิ้มอะไร?”

ไอรดายังคงให้น้ำเสียงที่แหลมดังข่มความอายของตนเอง ยิ่งเห็นอย่างนั้น ปิรัญก็ขำ จนไอรดานึกฉุนจนทนไม่ได้ เธอยกมือขึ้นทุบไหล่ของปิรัญสองสามที โดยที่ปิรัญคอยปัดป้อง เขายังคงยิ้มอยู่

“นายนี่มัน”

ปิรัญรวบร่างของไอรดาเข้ามาในอ้อมกอด ก่อนจะหุบยิ้มแล้วสบตาของเธอนิ่ง

“เอาละ จะซ้อมบทไหม?”

“........................”

ไอรดาตีบทเงียบใส่ปิรัญพร้อมกับหันสายตาหนี ปิรัญถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“O.K. ถ้าอยากได้ประสบการณ์จูบแรกแบบหาความโรแมนติกไม่ได้ก็ตามใจ น่าเศร้านะ จูบแรกทั้งที ต้องจูบกับคู่กรณีแถมเป็นเรื่องงานอีก เศร้า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ รันทด”

ปิรัญปล่อยแขนออกจากร่างของไอรดา พลางยกมือขึ้นโบกไปมากลางอากาศ ไอรดายืนนิ่ง

เธอไม่อยากสูญเสียจูบแรกไปกับการทำงาน แถมยังต้องเกี่ยวข้องกับคนที่เธอไม่อยากจะเข้าใกล้อีกด้วย เธอมองหน้าปิรัญอย่างใช่ความคิด

พ่อเจ้าแม่เจ้า.......ถ้ายัยนี่หันหลังเดินออกไปนะ จะลากกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องทงต้องถ่ายมันแล้ว.......

แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นทำให้ปิรัญอยากจะทรุดเป็นลม หรือไม่ก็กระโดดดีใจไปพร้อม ๆ กันเลยทีเดียว

“อะ....อืม...........จูบกับรัญต้องดีกว่าจูบกับเจ้านั่นแน่........เริ่มกันเถอะ”

ปิรัญถึงกับอึ้ง เอาละทีนี้ แม่สาวใจกล้ายอมขนาดนี้แล้วจะทำยังไงต่อไปละปิรัญ

“อะ...อืม”

แม้จะดูเงอะงะไปบ้างแต่ปิรัญก็พยายามอย่างยิ่งยวดในการควบคุมตัวเองไม่ให้จับร่างในอ้อมกอดที่เริ่มซ้อมบทอยู่ตอนนี้กดลงกับพื้น จัดการให้เธอเป็นของเขาเสีย........

ปลายนิ้วเรียวสวยของไอรดาไล้ไปตามลำแขนของเขาขึ้นไปที่หัวไหล่ ก่อนที่เธอลากวนปลายนิ้วอยู่ตรงนั้น ฝ่ามืออีกข้างที่วางทาบทับอยู่ที่อกของเขาค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปที่ต้นคอของปิรัญ ก่อนที่มันจะเลื้อยไปสัมผัสที่กกหู

ไอรดาเอ่ยคำพูดอะไรอีกมากมายออกมา แต่ตอนนี้ปิรัญอยู่ในสภาวะหูอื้อตาลายไปซะแล้ว มือที่แค่ตั้งใจว่าจะโอบกอดไว้เฉย ๆ มันกลับกลายค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนของไอรดาช้า ๆ และแผ่วเบา

ไอรดาสะดุ้งนิด ๆ กับฝ่ามือที่ปิรัญลูบไล้อยู่อย่างแผ่วเบานั้น แต่เธอก็ยังคงท่องบทไปเรื่อย ๆ สายตาสบนิ่งอยู่กับใบหน้าของปิรัญ แต่ปิรัญไม่ได้สบตาของเธอ เขาจ้องมองที่ริมฝีปากสวยของไอรดา เขากำลังวาดหวังว่ามันจะหอมหวานขนาดไหนนะถ้าได้สัมผัสริมฝีปากที่เย้ายวนนั้น

บทบาทของ “พิมพร” ที่ไอรดากำลังแสดงนั้น ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ เธอค่อย ๆ พรมจูบไปตามซอกคอของปิรัญ ที่รับบทเป็นพระเอกจำเป็น

เขากำลังจะคลั่งกับการแสดงของหญิงสาว ริมฝีปากของเธอแตะแผ่ว ๆ เบาที่ติ่งหูของเขา เธองับเบา ๆ และขบเม้มมัน ปิรัญที่ถูกตรึงอยู่กับมนต์สะกดของการสัมผัสของไอรดาถึงกับมือไม้สั่น เขาอยากครอบครองเธอ

“คุณ....ต้องการฉันใช่ไหม?”

แม้มันจะเป็นคำพูดตามบทละคร แต่ทว่าทั้งสองกลับไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นแค่บทละคร......แต่มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น

ไอรดาเบียดร่างกายเข้าหาปิรัญ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอาการนั้น กลับต้อนรับเป็นอย่างดี ไอรดาอยากใกล้ชิดคนตรงหน้านี้มากกว่านี้...........ความรู้สึกของเธอมันเกินกว่าการซ้อมบทละครแล้ว

ริมฝีปากของไอรดาจุมพิตเบา ๆ ที่เรียวปากของปิรัญเป็นเชิงหยอกล้อ แต่ปิรัญรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้า ไม่กล้าที่จะสัมผัสมากกว่านี้แล้ว

เรียวปากที่สั่นน้อย ๆ ของไอรดาชิดอยู่กับริมฝีปากล่างของปิรัญ ปิรัญค่อย ๆ ขยับปากช้า ๆ ให้ริมฝีปากของทั้งสองทำความรู้จักกัน เขาขยับเม้ม งับเรียวปากของเธอเบา ๆ และขยับปากกระซิบด้วยเสียงอันเบา

“รัญต้องการดาค่ะ”

ไอรดาหลับตาพริ้ม เผยอปากรับสัมผัสที่ปิรัญค่อย ๆ บดเบียดเข้ามาที่ริมฝีปาก ทั้งคู่ต่างเดินจังหวะไปช้า ๆ จากที่เพียงแค่ริมฝีปากแตะกัน ตอนนี้ปิรัญห้ามใจไม่ได้ที่จะไม่ส่งลิ้นเข้าไปทักทายความหวานภายในอุ้งปากของเธอ

ไอรดาไม่ขัดขืนต่อการกระทำของปิรัญ แม้จะไม่ได้เก่งกล้าเหมือนสาว ๆ คนอื่นที่ปิรัญเคยจูบ แต่ด้วยความที่ไม่ประสาของไอรดานี่แหละที่ทำให้เขาอยากกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว

ปลายลิ้นของปิรัญทักทายหยอกล้อกับลิ้นของไอรดา ที่ยังคงอยู่ในสภาวะกึ่ง ๆ ว่าจะลิ้มลองดีหรือไม่ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่อาจห้ามใจ เมื่อความหวานมันช่างเย้ายวนยิ่งนัก เธอส่งปลายลิ้นออกมาลิ้มลองความหวานนั้น และมันก็เป็นดังคาดคิด เมื่อลิ้มลองแล้ว ก็มิอาจหยุดได้

ไอรดาส่งเสียงเบา ๆ ภายในลำคอแสดงความพึงพอใจกับรสจูบแสนหวานของปิรัญที่บรรจงแต่งแต้มให้กับเธอ เขาจารึกความวาบหวามและความหลงใหลใน “จูบ”ให้กับเธอ จนเธอถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว

ริมฝีปากของทั้งสองค่อย ๆ แยกออกจากกัน แต่ปิรัญยังคงวนจุมพิตเบา ๆ ไล้อยู่ตามริมฝีปากที่แดงเรื่อของไอรดา และเธอก็งับเรียวปากของเขาเล่นเช่นเดียวกัน เป็นการหยอกล้อเล็ก ๆ ที่สร้างความพึงพอใจแก่คนทั้งสอง

หน้าผากของทั้งสองชนกันอยู่ ปลายจมูกอยู่ห่างกันไม่กี่เซนต์เท่านั้น สายตาของคนทั้งคู่ต่างจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย ต่างฝ่ายต่างพร้อมถ้าจะให้มันสัมผัสกันอีกครั้ง..............

“รัญ....”

“หืม”

“จูบ............อีกครั้ง.........ได้มั้ย?”

คำร้องขอกล้า ๆ กลัว ๆ เรียกรอยยิ้มจากเรียวปากของปิรัญได้ไม่ยาก มีหรือเขาจะปฏิเสธ

“ไม่ขัดข้องอยู่แล้ว...................ที่รัก”









ร่างบางของมัลลิกาค่อยขยับช้า ๆ อยู่บนเตียงนุ่ม ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ กระพริบตาเพื่อให้สายตาชินกับแสงสว่างที่เล็ดลอดเข้ามาในห้องของพัก

ร่างของมัลลิกาควานหาอีกร่างที่นอนก่ายกอดกับเธอเมื่อคืนทันที แต่ที่เธอได้พบมีเพียงความว่างเปล่า เธอจึงค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นแล้วหันมองหาร่างของศรัญรัตน์ แต่ก็ไร้ร่างของนักร้องคนสวย

“ไปไหนของเขานะ”

เสียงพึมพำอย่างขัดใจของมัลลิกาดังขึ้น เมื่อไม่พบคนที่ต้องการ และเธอก็ได้คำตอบในเวลาต่อมาว่าศรัญรัตน์ไปไหน เมื่อเธอเหลือบเห็นข้อความสั้น ๆ ที่ศรัญรัตน์โน้ตไว้บนกระดาษที่วางอยู่บนหัวเตียง

......เห็นหลับสบายไม่อยากปลุกค่ะ พี่ไปทำงานก่อนนะ มีถ่าย MVที่ชายหาด หาอะไรกินเองก่อนก็ได้นะคะ.........ใบหม่อน.......

มัลลิกาวางโน้ตไว้ที่เดิม แล้วจึงเดินเข้าห้องน้ำไป.........




---------------------**********----------------------



มัลลิกาหยุดยืนมองดูภาพการทำงานของศรัญรัตน์ที่ชายหาด สายลมของท้องทะเลพัดเข้ามาปะทะกับร่างของทีมงานและศรัญรัตน์แต่ที่สามารถดึงดูดสายตาของมัลลิกามีเพียงร่างของศรัญรัตน์เท่านั้น

ร่างเพรียวบางของศรัญรัตน์ขยับไปมาบนชาดหาดสีขาว เธอกำลังเต้นด้วยทางทางยั่วยวนเหมือนกับที่มัลลิกาเคยเห็นเธอในโทรทัศน์ เธอดูมีชีวิตชีวา มัลลิกาชอบเวลาที่ศรัญรัตน์ยิ้ม เธอดูงดงาม แต่ไม่ใช่เวลาที่มีคนเฝ้ามองและจับจ้องเธอเช่นนี้

มัลลิกาอยากจะเดินไปกระชากร่างของศรัญรัตน์ออกมาจากตรงที่ที่เธอกำลังยืนอยู่ ผู้คนมากมายเฝ้ามองเธอ หลายคนอยากเป็นเจ้าของศรัญรัตน์...............ศรัญรัตน์เป็นของเธอเพียงคนเดียว......

“พี่เป็นของไหมคนเดียว”

มัลลิกาพึมพำเบา ๆ โดยที่สายตาของเธอยังคงจับจ้องที่ร่างของศรัญรัตน์ มัลลิกาไม่รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้ เธอตกอยู่ในสายตาของใครอีกคน ที่เฝ้ามองเธออยู่

.......เพิ่งจะตื่นหรือไงนะ ดูทำหน้าเข้า ใครไปทำอะไรให้หงุดหงิดอีกละนั่น.....

ศรัญรัตน์ที่หยุดพักแล้ว มองมาทางมัลลิกาที่ยืนอยู่ที่ขั้นบันไดก่อนถึงชายหาด ร่างสูงเพรียวของมัลลิกาเด่นสะดุดตาเสมอ ผมยาวสวยของมัลลิกาที่รวบเป็นหางม้าปลิวไปตามลม มือทั้งสองข้างล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์พอดีตัว

“เดี๋ยวหม่อนมานะคะ”

ศรัญรัตน์เอ่ยกับทีมงาน ก่อนที่จะยิ้มหวาน แล้วเดินเลี่ยงออกมา

“ใบหม่อนครับ อีก 15 นาทีเราจะถ่ายต่อนะครับ”

“ค่ะ”

ศรัญรัตน์เดินตรงมายังร่างของมัลลิกาที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะขยับเขยื้อนไปไหน สายตาของคนทั้งสองสบกันนิ่ง

“ว่าไงคะ? ตื่นนานแล้วเหรอคะ? แล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้นละคะไหม?”

มัลลิกาไม่ตอบคำถามของศรัญรัตน์ แต่กลับหมุนตัวกลับ เดินไปทางสวนย่อมหน้าบ้านพัก มัลลิกาเลือกที่จะนั่งตรงบริเวณที่ทางกองถ่ายมองไม่เห็นจุดที่เธอนั่ง และเป็นจุดที่ค่อนข้างจะลับตาสักนิด

“เงียบอีกแล้ว......หงุดหงิดอะไรอยู่คะ?”

ศรัญรัตน์ยังคงยิงคำถามใส่มัลลิกา เธอรู้ว่าคงไม่ได้คำตอบจากร่างของมัลลิกา แต่กระนั้นก็ยังคงถามเรื่อย ๆ

“จะรู้มั้ยคะว่าโกรธอะไรอยู่.....”

“เมื่อไหร่จะเลิกเป็นนักร้อง?”

มัลลิกาไม่ตอบคำถามของศรัญรัตน์ แต่กลับเปลี่ยนเป็นฝ่ายถามกลับมาซะเอง

“ทำไมถามอย่างนี้คะ???...”

“ไหมเคยบอกแล้วใช่มั้ย? ว่าไม่ชอบให้หม่อนมาเป็นนักร้อง ไหมไม่ชอบ”

คิ้วสวยของมัลลิกาขมวดเข้าหากัน เธอสบตากับศรัญรัตน์ที่จ้องมองเธออยู่แล้ว ก่อนจะเป็นฝ่ายหันหน้าหนี

“ตัวไหมคะ....ถ้าพี่ขอให้ตัวไหมเลิกงานสถาปนิกตัวไหมจะยอมมั้ย?”

“นั่นเป็นความฝันของไหม”

มัลลิกาสวนกลับทันทีที่ศรัญรัตน์กล่าวจบ ใบหน้าที่เคยเมินหนีเมื่อสักครู่หันกลับมามองสบตากับศรัญรัตน์อย่างไม่พอใจ แต่คำพูดต่อไปของศรัญรัตน์ก็ทำให้คนหน้าหวานถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเสียไม่ได้

“คำตอบเดียวกันกับคำถามของตัวไหมคะ.....งานเพลงคือความฝันของพี่ พี่เลิกไม่ได้”

“ไหม.....ไหมไม่ชอบเวลาที่มีคนมองพี่มาก ๆ ไม่ชอบที่มีใครมาสนใจ ไม่ชอบที่ใคร ๆ ก็มารุมล้อม.....ไหมหวง ไหมหึง....ไหมรักพี่หม่อน”

ศรัญรัตน์ยิ้มน้อย ๆ กับคำพูดของมัลลิกา มีสักกี่ครั้งที่คนหน้าหวานปากหนักอย่างมัลลิกาจะพูดความในใจออกมา เธอจุมพิตแผ่วเบาที่มุมปากของมัลลิกา มัลลิกาหลับตาซึมซับความเอาความหวานที่ก่อเกิดเก็บไว้ในใจเงียบ ๆ

“พี่ทำไหมใจสั่นนะ....”

มัลลิกาหันมาบอกกล่าวกับศรัญรัตน์ มัลลิกาเกือบจะจุมพิตศรัญรัตน์เสียแล้ว แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไหวตัวทัน จึงเลี่ยงถอยใบหน้าออกมา จนมัลลิกาทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ

“กลางวันนี้ทานข้าวด้วยกันมั้ยคะ”

“มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนี่”

มัลลิกาตอบศรัญรัตน์ แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ ศรัญรัตน์ยิ้มกับอาการนั้น เธอยกมือขึ้นมาแตะที่เรียวปากของมัลลิกา เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเอียงใบหน้าเข้ามาหา

“ไม่ใช่เวลานี้ค่ะ....”

“ไหนบอกว่าจะตามใจ”

“นั่นมันเมื่อคืนค่ะ...ไม่ใช่ตอนนี้ เดี๋ยวพี่ต้องเข้าฉากต่อแล้วนะคะ.....ไปนั่งที่โน้นมั้ยจะได้ดูใกล้ ๆ”

“ไม่บอกก็ไปอยู่แล้ว” มัลลิกาตอบ พร้อม ๆ กับลุกขึ้นยื่น และดึงร่างของศรัญรัตน์ขึ้นมา

ทั้งสองก้าวไปยังสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายฉากต่อไป การเดินเคียงคู่มาของศรัญรัตน์และมัลลิกาดึงความสนใจของทีมงานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะมัลลิกา เธอถูกจับจ้องมากเป็นพิเศษ แต่คนอย่างเธอหรือจะสนใจสายตาแห่งคำถามเหล่านั้น

“มาแล้วเหรอหม่อน เดี๋ยวเราต้องไปถ่ายที่สระว่ายน้ำที่โรงแรมนะ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทางโน้นเลย.....แล้ว............”

พิภพ ผู้กำกับหนุ่มมองด้วยสายตาเป็นคำถามมาทางมัลลิกา ที่ไม่ได้สนใจจะมองเขาเลย เธอเสมองบรรยากาศโดยรอบมากกว่า

“อ่อ.....ตัวไหม....นี่คุณพิภพผู้กำกับ MV ตัวนี้ค่ะ พี่ภพนี่ ตัวไหม น้องสาวของหม่อนเองค่ะ”

ตัวไหมยกมือไหว้พิภพ สายตาที่บ่งบอกความไม่พอใจ ไม่สบอารมณ์ของมัลลิกาฉายออกมาอย่างชัดแจ้ง เธอไม่ได้ไม่ชอบหน้าผู้ชายตรงหน้า แต่ที่เธอไม่พอใจก็คือ คำแนะนำของศรัญรัตน์ต่างหาก

“หวัดดี ๆ หน้าตาดีนะเนี่ย สวยทั้งพี่ทั้งน้องเลย สนใจอยากเข้าวงการมั้ย?”

“ไม่ค่ะ” มัลลิกาตอบทันที โดยแทบจะไม่ทิ้งระยะเวลาในการคิดเลย เรื่องในวงการมายา มันอยู่คนละโลกกับเธอ ในสมองของเธอตอนนี้ ทำยังไงให้ศรัญรัตน์ยอมทิ้งเรื่องงานเพลงเท่านั้น

“เดี๋ยวหม่อน ไปเตรียมตัวทางโน้นก่อนนะคะ ตัวไหมไปทางโน้นเถอะ”

พิภพมองตามร่างของทั้งสองที่เลยผ่านไป

“ใครนะพี่ภพ?? ที่มากับหม่อน”

“เห็นบอกว่าน้องว่ะ”

“หม่อนมีน้องด้วยเหรอ???” ทีมงานหนุ่มที่เข้ามาถามเอ่ยถามอย่างสงสัย พิภพหันมามองหน้าคนถาม

“ก็เคยเห็นให้สัมภาษนะว่ามีน้องสาวคนหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าจะใช่คนนี้หรือเปล่า? แต่ก็คงใช่แหละ”

“สวยทั้งพี่ทั้งน้องเลยเนอะ”

“แล้วนี้ไม่มีอะไรทำหรือไงถึงมามองชาวบ้านเนี่ย ไป ๆ ไปทำงาน ไอ้พวกนี้นี่” พิภพจัดการไล่ทีมงาน ภายในใจของเขาครุ่นคิดอะไรบางอย่างที่เข้ามารบกวนจิตใจของเขา

สายตาของมัลลิกาที่มองเขา ไม่ใช่สายตาที่โกรธ หรือไม่พอใจเขา แต่เธอไม่พอใจอะไร ? ใบหม่อนก็แค่แนะนำว่าเธอเป็นน้องสาวแค่นั้น หรือว่ามัลลิกาไม่ถูกชะตากับเขา ก็ไม่น่าใช่?

โอ้ย......ช่างหัว ทำงาน ๆ อย่าเกิดพายุอารมณ์ในงานของข้าก็พอ...................

“ไหมคะ? หน้าหงิกเกินไปแล้ว”

ศรัญรัตน์ทักมัลลิกาเบา ๆ แต่ดูเหมือนความไม่สบอารมณ์ของมัลลิกาจะไม่ลดหย่อนลง คิ้วสวยยังคงขมวดอยู่จนร่างบางของศรัญรัตน์เริ่มรู้สึกหวั่นใจ

เป็นอะไรของเขานะ......

“พี่หม่อน.....ทำไมต้องบอกว่าไหมเป็นน้อง”

เสียงเรียบ ๆ ของมัลลิกาเอ่ยขึ้นเบา ๆ ศรัญรัตน์หันขวับมามองใบหน้าที่เปลี่ยนจากหงุดหงิดเป็นเย็นชาจนเธอใจหาย

“ก็............ตัวไหม ความจริงเป็นยังไงตัวไหมย่อมรู้ดีนะค่ะ พี่คิดว่านั่นคือสิ่งที่ควรทำมากที่สุด”

มัลลิกาหันมาสบตาศรัญรัตน์ แววตาที่ส่อแววตัดพ้อถูกส่งให้ศรัญรัตน์ ความจริงบางอย่างที่มัลลิกาไม่อยากจะคิดถึงระหว่างเธอกับศรัญรัตน์โผล่เข้ามาในหัว

“ไปแต่งตัวเถอะค่ะ.....ไหมนั่งรอที่นี่แหละ”

มัลลิกาเอ่ยตัดบทพร้อม ๆ กับนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเล็ก ๆ ศรัญรัตน์เมื่อเห็นว่าคนหน้าหวานตัดบทง่าย ๆ ก็เดินหันหลังจากไป แต่ก่อนที่เธอจะไปคำพูดของเธอก็เปล่งออกมา

“เดี๋ยวถ่ายเสร็จไปกินข้าวกลางวันกันนะคะ.....พี่รักตัวไหมมากนะคะ”

มัลลิกามองตามร่างของศรัญรัตน์ไป......สายตาของเธอจดจ้องเพียงแต่ร่างของศรัญรัตน์ หลายปีมาแล้วที่ในสายตาของเธอมีเพียงศรัญรัตน์ จิตใจของเธอมีเพียงศรัญรัตน์เท่านั้นที่ครอบครอง และเป็นหลายปีมาแล้วที่ความจริงทางสังคม สิ่งรอบกาย แม้แต่กระทั้งครอบครัว ก็เป็นอาวุธชั้นดีที่คอยทิ่มแทงทำร้ายความรู้สึกของเธอตลอดมา

ศรัญรัตน์เดินไปไกลเกินกว่าที่จะได้ยินเสียงที่แผ่วเบาของมัลลิกาที่เอ่ยกับเธอ คำพูดไม่กี่ประโยคของมัลลิกา หากแม้ใครได้ยินก็คงจะสะท้อนใจกับความรู้สึกของคนทั้งสอง

“ไหมก็รักพี่หม่อนค่ะ........รักมากกว่าใคร ๆ”

“พี่หม่อนอย่าทำร้ายไหมด้วยคำว่าน้องอีกเลยนะคะ.......แค่เกิดมามีสายเลือดเดียวกัน ไหมก็เจ็บเกินพอแล้ว.....”









สวัสดีค่ะ..........

ดูเหมือนจะรู้กันแล้วนะว่าใครเป็นคนเขียนเรื่องนี้......

แต่เอาเถอะค่ะ ตอนนี้เอาตอนที่ 3 มาฝากแล้วนะคะ....

อ่านแล้วเป็นไงบ้างค่ะ ติชมกันได้นะ......

ทั้งอัคจังและเจ้าของเรื่องนี้พร้อมที่จะรับฟังเสมอค่ะ.........

อัคจังอ่านตอนนี้แล้วนะคะ....ยิ้มกับคู่ของ ปิรัญกับไอรดาค่ะ

แต่.....................

คู่ของตัวไหม กับ ใบหม่อนนี่ ยิ้มไม่ออกเลยค่ะ

คนเขียนวางระเบิด........ตูมมมมมมมมมมมมม..........เต็ม ๆ เลยค่ะ เศร้า......

~Mibu Akari~




"......อย่าลืมเม้นต์กันนะจ๊ะ....."


< ตอนที่ 2




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2550
0 comments
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2550 17:29:23 น.
Counter : 641 Pageviews.


samurai_KYO
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ข้าคือ...มิบุ ซา'เคียว"

Friends' blogs
[Add samurai_KYO's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.