ข้าคือ Sa'kyo
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
20 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 

^^Project Love^^ "รักซึ้งๆ" ตอน เขาคือเธอใช่ไหม?

"...ข้าฆ่าเจ้าแน่ ถ้าเจ้าไม่เม้นต์..."





ฉันค้นหาใครสักคนที่ฉันฝัน
และใครคนนั้นเขามีจริงไหม
ฉันไม่รู้ว่าจะเจอเขาที่ไหน
ที่ผ่านมาก็เจอคนไม่จริงใจ ให้ใจดวงนี้ที่มีต้องบอบช้ำ

ฉันกล้าๆ กลัวๆ ไม่รู้เพราะอะไร
ทุกทีที่อยู่ใกล้ๆ เธอ ฉันก็ได้แต่หวังไป

เขาคือเธอใช่ไหม เขาคือเธอใช่ไหม
คนที่รักฉันทั้งใจ และไม่ทำให้เสียใจ
เขาคือเธอใช่ไหม เขาคือเธอใช่ไหม
คือใช่ไหม ที่จะไม่เดินจากฉันไป เหมือนใครๆ ที่แล้วมา

ฉันแค่ขอมีสักคนให้คิดถึง มองตาให้ซึ้งให้ฉันอุ่นใจ
ไม่ต้องเหงา ไม่ต้องทนนอนเดียวดาย
ให้ฉันรู้ว่าฉันนั้นยังมีใคร ที่คอยห่วงใยสักคนก็พอแล้ว

ฉันกล้าๆ กลัวๆ ไม่รู้เพราะอะไร
ทุกทีที่อยู่ใกล้ๆ เธอ ฉันก็ได้แต่หวังไป

เขาคือเธอใช่ไหม เขาคือเธอใช่ไหม
คนที่รักฉันทั้งใจ และไม่ทำให้เสียใจ
เขาคือเธอใช่ไหม เขาคือเธอใช่ไหม
คือใช่ไหม ที่จะไม่เดินจากฉันไป เหมือนใครๆ ที่แล้วมา

เขาคือเธอใช่ไหม เขาคือเธอใช่ไหม
คนที่รักฉันทั้งใจ และไม่ทำให้เสียใจ
เขาคือเธอใช่ไหม เขาคือเธอใช่ไหม
คือใช่ไหม ที่จะไม่เดินจากฉันไป เหมือนใครๆ ที่แล้วมา
ที่จะไม่เดินจากฉันไป เหมือนใครๆ ที่แล้วมา

ดาวนั่งถอนใจอย่างอ่อนใจเมื่อเห็นสภาพของใบบัว...ร่างไร้วิญญาณชัดๆ วันนี้เธอมาเยี่ยมใบบัวที่ได้ข่าวว่าอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะตุ่นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมมีโอกาสผ่านมาเยี่ยมเยียนไปบอกเล่าอาการของใบบัว ที่ตุ่นมารู้สาเหตุที่หลังว่าเพราะอะไร...สรุปแล้วตอนนี้เพื่อนในกลุ่มทุกคนรู้กันแล้วว่าใบบัวรู้สึกยังไงกับเดหลี... มีเพียงคนเดียวที่ไม่รู้ก็คงมีเพียงเดหลีนั่นแหละ

ยิ่งการเจอหน้ากันครั้งล่าสุดนี้ยิ่งทำให้ใบบัวเหมือนตายทั้งเป็น งานแต่งงานของดาว เดหลีทิ้งระยะห่างจากใบบัวอย่างเห็นได้ชัด เกาะติดปรมินทร์ราวกับแฝดอินจันทร์ ตอกย้ำความรู้สึกของใบบัวจนไม่เหลือดีว่า ไม่มีทางแล้วที่เพื่อนสาวร่างเล็กจะเป็นเดหลีของใบบัว...

แต่ที่ใครๆ ไม่รู้ก็คือ...เดหลีรู้แล้วว่าใบบัวคิดยังไงกับตัวเอง...

ดังนั้นเมื่อเธอวางสายจากดาวที่โทรมาบอกข่าวว่าใบบัวไม่สบาย หากว่างก็มาเยี่ยมด้วยแล้ว เดหลีก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่รู้ว่าเหนื่อยอะไรเหมือนกัน รู้เพียงแต่ว่าไม่อยากขยับตัวแม้แต่เศษเสี้ยวของมิลลิเมตร...ทั้งๆ ที่ตอนนี้เธอควรจะหมุนตัวเพื่อดูชุดแต่งงานสีขาวสะอาดนั้น

ดวงตากลมโตของเดหลีจับจ้องอยู่ที่กระจกเงาบานใหญ่ ภาพของเธอในชุดแต่งงาน คอปาดลายลูกไม้ฝรั่งเศสที่สั่งตัดพิเศษให้เธอยิ่งดูเหมือนกับตุ๊กตาที่แสนเลอค่ายิ่งขึ้นไปอีก...เพียงแต่ตอนนี้ดวงตาของเธอนั้นไม่ได้จับจ้องไปทั้งภาพสะท้อนนั้น...แต่เธอจับจ้องอยู่แต่กับริมฝีปากอวบอิ่มของตัวเอง...

คืนนั้น...

ปรมินทร์กลับไปหลังจากเธอให้คำตอบเรื่องแต่งงานไม่นาน เธอเดินเข้ามาในห้องนอนของตัวเองกะจะบอกเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับเพื่อนรักของตัวเองรับฟัง...แต่เธอเห็นใบบัวคุยโทรศัพท์อยู่ท่าทางไม่ค่อยดีนักเลยนั่งรอในห้อง จนแล้วจนรอดใบบัวก็ยังไม่เข้ามาในห้องเธอเลยเผลอหลับไปก่อน

มาสะลึมสะลืออีกครั้งก็ช่วงดึกมากแล้ว...เธอรู้สึกเหมือนใครกำลังเรียกชื่อเธออยู่ พอนิ่งฟังก็คลับคลายคลับคราว่าเป็นเสียงของใบบัว เธอเกือบจะขานรับไปแล้ว ถ้าไม่ติดว่าได้ยินประโยคต่อมานั้น...

“ฉันรักแกนะหลี...รักมาตลอด...รักมาก...ทำไมแกมองไม่เห็นความรักของฉันบ้างหลี...” คำพูดนั้นมันสะกดเธอให้นอนนิ่ง พร้อมกับสัมผัสของปลายนิ้วที่ลูบเบาๆปัดปอยผมของเธอออก

เดหลีนอนนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว จนรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แนบลงแผ่วเบาที่ริมฝีปากของตัวเอง...เธอเกือบจะผลักสัมผัสนั้นออกไปแล้ว หากไม่รับรู้ถึงอาการสั่นไหวของริมฝีปากบางเฉียบนั้น...

มันทำให้เธอสะท้านไปทั้งใจ...นอนนิ่ง เพียงแผ่วเบาและแค่เพียงชั่ววูบเดียวเท่านั้น...ความอบอุ่นก็จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยของสัมผัสที่เศร้าสร้อยสั่นอารมณ์อย่างประหวาดเท่านั้น...








เดหลีไม่ได้มาเยี่ยมใบบัวอย่างที่ดาวต้องการ... ซึ่งนั่นทำให้เธอไม่พอใจมากทำเอาฟาดหัวฟาดหางกับสามีไปหลายครั้งจนผู้เป็นสามีตามใจไม่ถูกสุดท้ายเลยโทรไปปรึกษากับชุตินัย รายนั้นก็เอาแต่ถอนหายใจเฮือกๆ ทำได้เพียงแต่นัดเพื่อนออกมาสังสรรค์กันแก้เครียด ไม่ว่าจะเป็นดาว ตุ่น ใบบัวและเดหลี คู่กรณีทั้งสอง

“ทำไมแกไม่ไปเยี่ยมไอ้บัวมันบ้างวะหลี...มันยุ่งอะไรเยอะแยะว่ะ” เมื่อเดหลีมาถึงดาวก็ใส่ให้ทันที ไหนๆ ใบบัวก็ยังไม่มาขอสักยกเถอะ

“ฉันไม่ว่าง เตรียมงานแต่งอยู่”

“งั้นคงว่างตอนงานเผาไอ้บัวมันเลยสินะ...”

“เฮ้ย! ไอ้ดาวแรงไป ไอ้บัวมันตายซะที่ไหน” ตุ่นรีบขัดเมื่อเห็นว่าดาวใส่อารมณ์ไม่ยั้ง ชุตินัยเองก็ทำได้แต่ถอนหายใจเฮือกๆ

“แล้วมันจริงมั้ย? ที่ฉันพูดนี่ผิดตรงไหน? แกเห็นแก่ตัวแล้วก็ใจร้ายมากเลยนะไอ้หลี ว่าที่สามีแกสอนให้แกทำนิสัยอย่างนี้หรือไง”

“มากไปแล้วนะไอ้ดาว พี่ปอร์เขาเกี่ยวอะไรด้วย ฉันไม่ว่างไปเยี่ยม...บัว เองต่างหาก” เดหลีกลืนน้ำลายไปอึกหนึ่งกว่าจะเอ่ยชื่อของใบบัวออกมาได้...

“แตะต้องไม่ได้เลยใช่มั้ยไอ้แฟนไฮโซของแกเนี่ย”

“เฮ้ย! ไอ้ดาว! พอได้แล้ววันนี้นัดมาสังสรรค์กันแก้เหนื่อยแก้เครียดนะเว้ย!”

“ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้นนั่นแหละ” ดาวหันมาตวาดแว๊ดใส่ชุตินัยที่เริ่มทำหน้าปั้นยาก เดหลีกำมือแน่นก่อนจะลุกขึ้นค้ำโต๊ะ ดาวเลยลุกขึ้นบ้าง

“เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับพี่ปอร์นะ...ฉันไม่ว่างก็คือไม่ว่าง”

“แล้วไอ้บัวมันว่างนักเหรอไง งานวาดท้วมหัวมันขนาดนั้น แต่พอแกเรียกให้ไปนั่นไปนี่ อย่างนั้นอย่างนี้ มันยังพยายามไสหัวตัวเองไปหาแกจนได้...เคยนึกถึงบ้างมั้ยล่ะว่ามันทำอย่างนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่” ดาวสวนกลับ เธอมั่นใจว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง เดหลี...เพื่อนที่เธอรู้จักไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนี้ เมื่อก่อนพอรู้ว่าใบบัวไม่สบาย ยัยตัวเล็กคนนี้นี่แหละที่โผล่ไปก่อนเพื่อนและคอยอยู่ข้างๆ เพื่อนตลอดเวลา...

“ถ้าแกจะคุยเรื่องนี้ฉันจะกลับ...”

“เอาเลยซี่...กลับไปเลยจะได้ไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก แกไม่ต้องห่วงเลยว่าจะได้เห็นหน้าฉันโผล่ไปงานแต่งไฮโซของแก ขี้เกียจทำข่าวผู้หญิงบื่อกับไอ้...”

“ไอ้ดาว!” ชุตินัยขัดขึ้นก่อนที่ดาวจะพูดอะไรอีก บางเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาพูดกันในที่ที่มีคนจับตาดูมากขนาดนี้

“แกหมายความว่าไงดาว... นี่แค่ฉันไม่ว่างไปเยี่ยมไอ้บัวมันทำให้แกโกรธฉันขนาดนั้นเลยเหรอ... มากขนาดแกจะไม่ไปงานแต่ง ขนาดแกจะตัดเพื่อนกับฉันเลยเหรอ... นี่ฉันมันไม่น่าคบขนาดนั้นเลย...นั่นสิ...ไอ้บัวป่วยจนน่าสงสารต่างกับฉันที่มันดูหน้าระรื่นมาจนไม่อยากคบเลยใช่มั้ย?”

“ไอ้หลี!” เพื่อนๆ ต่างพากันเรียกชื่อของเดหลี แต่ตอนสาวร่างเล็กไม่ฟังอะไรแล้ว เธอสติหลุดไม่ต่างกับบัวก่อนหน้านี้เท่าไหร่หรอก...คงเป็นเพราะความรู้สึกในอกที่มันกรุ่นๆ จนจะประทุออกมาหลายวันแล้ว...

“ไอ้บัวมันน่าสงสารนักใช่มั้ย? ได้ฉันจะได้ไปเยี่ยมอย่างที่พวกแกต้องการ...จะได้สุขสมใจพวกแกสักที...พอใจหรือยัง? พอใจมั้ย?” ทุกคนตะลึง แต่ไม่ใช่เพราะคำพูดของเดหลี เป็นเพราะคนที่มายืนอยู่ด้านหลังของร่างเล็กนั่นต่างหาก

“ไม่ต้องหรอก...” เสียงราบเรียบเรียบของใบบัวทำเอาเดหลีหันขวับไปมอง เธอเบิ่งตาด้วยความตกใจที่เห็นใบบัวมายืนอยู่ตรงนี้... มาได้จังหวะพอดีเลย...

“ฉันไม่ได้อยากได้ความสงสารจากแกหรอกนะ... เพราะถ้าแกไม่รู้สึกอะไรเลย... คงดีกว่าทำอะไรให้ฉันเพราะสงสาร เก็บมันไว้เถอะ...มัน...ไม่...จำ...เป็น...” พูดจบใบบัวก็พาร่างสูงที่ดูจะซูบผอมลงไปเยอะออกจากร้านไปโดยไม่หันกลับมามองหน้าของเดหลีที่ซีดราวกับไม่มีสีเลือดอย่างนั้นก่อนที่เธอจะเซ ดีว่าคว้าพนักเก้าอี้นั่งได้เลยทรุดลงนั่งราวกับคนไร้เรี่ยวแรง...

“ไอ้บัว” ชุตินัยวิ่งตามใบบัวออกไป ทิ้งให้เดหลีอยู่กับตุ่นและดาวที่เริ่มมีสติขึ้นมาบ้างแล้ว... แต่เขาก็ไม่เจอใบบัวอย่างที่หวังในเวลาต่อมาก็กลับมาที่ร้านแต่ก็ไม่พบเพื่อนๆ จึงโทรหาดาว...

ตุ่นและดาวพาเดหลีมาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้า เดหลีไม่พูดไม่จา เอาแต่ร้องไห้โฮอยู่ที่เบาะหลังของรถ ใบหน้าเปรอะเปื้อนด้วยเครื่องสำอางจนดูแทบไม่ได้ ชุตินัยส่ายหน้าช้าๆ มองดาวอย่างคาดโทษ

“จะให้ฉันทำไงล่ะ...ฉันโมโหนี่” ดาวบ่นอุบ หันไปมองเดหลีที่ร้องไห้อยู่

“เอาเถอะน่า...หลีอย่าร้องเลยแก เดี๋ยวไปขอโทษไอ้บัวแป๊บๆ มันก็หายโกรธแล้ว...” ตุ่นปลอบใจเดหลี แต่เธอส่ายหน้าอย่างเดียว...

“เอาไงดีล่ะเนี่ย”ดาวหันมามองชุตินัยที่ยืนค้างอยู่ด้านนอกรถ ก่อนที่ชายหนุ่มจะรีบพรุบตัวเข้ามานั่งในรถคันเดียวกัน

“อะไรของแก...”ดาวถาม แต่ชายหนุ่มไม่ใสดกลับยกมือขึ้นจุ๊ปาก พยักพเยิดไปทางด้านรถฝั่งที่ดาวนั่งอยู่ เธอเลยมองตามไป มองผ่านรถที่จอดอยู่ไปสองสามคันเธอจึงได้เห็น...

“ตายๆ วันนี้มันวันอะไรเนี่ย”

“วันอาทิตย์ย่ะ” ตุ่นหันมาตอบ ดาวกรอกตาไปมาชุตินัยเลยสวนกลับมาว่า...

“ใช่เวลาเล่นมั้ยเนี่ย...” ก่อนจะมุ่ยหน้าไปทางเดียวกับที่บอกใบ้ให้ดาว และตุ่นก็มีอาการเดียวกันกับดาว

“เอาไงกันดีล่ะไอ้ชุ ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” ดาวบ่นอุบ ชุตินัยส่ายหน้าอย่างจนใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร ตุ่นก็พลอยหน้าแหยไปด้วย...

ไม่ร้ายเท่าเดหลีที่อยู่ๆ ก็ออกจากรถไปยืนด้านนอก... และเมื่อเธอหันไปในทิศทางที่ไม่ควรหันเธอก็ถึงกับแข็งค้างกลางอากาศไปเลยทีเดียว

“ตายห่_ ไอ้ตุ่นทำไมไม่รั้งมันไว้วะ” ดาววี๊ดขึ้น ตุ่นตกใจไม่น้อยไปกว่ากัน มีเพียงชุตินัยที่ตั้งตัวได้ รีบออกจากรถแล้วจับร่างของเพื่อนกดให้มุดหัวเข้าไปนั่งในรถ...พร้อมกับที่ตัวเองเบียดกายเข้ามานั่งด้วย

“ดาวออกรถไปเลย...” ไม่ต้องรอให้บอกรอบสองดาวติดเครื่องแล้วเหยียบคันเร่งถอยรถออกตัวอย่างรวดเร็ว เร็วจนตอนผ่านร่างของปรมินทร์ที่ยืนอยู่มุมหนึ่งของลานจอดรถไม่ทันได้เห็น






“บะ...บอกฉันทีสิว่ามันเรื่องอะไร” เดหลีเอ่ยถามเสียงแผ่ว ใบหน้ายังเลอะจนดูแทบไม่ได้ ทุกคนถอนหายใจทิ้ง ก่อนที่ชุตินัยจะเป็นคนเอ่ยขึ้น

“ความจริงว่าจะบอกแกตั้งแต่พวกฉันรู้เรื่องแล้วนะ...แต่แบบ...เรื่องนี้มันพูดอยาก...”

“รู้? หมายความว่าพวกแกรู้เรื่องงั้นเหรอ” เดหลีหันมองใบหน้าเพื่อนทุกคน ดาวพยักหน้าทั้งที่ยังขับรถอยู่

“ก็ตั้งแต่วันที่ไอ้บัวไปค้างกับแกครั้งสุดท้ายนั่นแหละ”

“แล้วทำไมไม่มีใครบอกฉัน...” เดหลีถามเสียงแผ่ว...

“แกจะรับได้เหรอวะ คลั่งรักขนาดนั้น” ดาวพูดขึ้น ก่อนจะตั้งใจขับรถต่อไป

“แต่ก็ควรบอกฉัน...ฉันจะได้...”

“จะได้อะไรวะไอ้หลี... แกรับได้หรือไงถ้าบอกตอนนั้น... พวกฉันมันคนนอกนะเว้ย สนิทกับแกขนาดไอ้บัวยังโดนเมินเลย เกิดแกไม่เชื่อเราขึ้นมาล่ะ ได้มองหน้ากันไม่ติด” ตุ่นพูดขึ้นบ้าง ทำเอาเดหลีตาเขียวปั๊ด น้ำตงน้ำตาหายหมดไม่มีเหลือ รีบควานหาทิชชูมาเช็ดคราบที่เลอะแทบไม่ทัน

“พวกแก...กรี๊ดดด” เดหลีกรี๊ดออกมาลั่นรถจนทุกคนหูเกือบหนวก ก่อนจะพยายามเช็ดคราบน้ำตาออกพร้อมกับปากพูดบ่นไม่หยุด

“ดูถูกฉันมากไปแล้วนะ ทั้งเรื่องสองคนนั่น เรื่องไอ้บัวก็ด้วย...ทำไมต้องมองผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันติดลบแบบนั้น...บ้าๆ ๆ เป็นเพื่อนกันจริงหรือเปล่าเนี่ยเฮอะ... โอ้ย...นี่ถ้าฉันรู้นะว่าไอ้พี่ปอร์นั่นมันมี...” เดหลีหายใจติดขัดจนดาวเป็นฝ่ายเสริมเองว่า

“เมีย”

“ใช่” เดหลีว่า เช็ดหน้าไม่หยุด

“เป็นผู้ชายด้วย” ชุตินัยพูดบ้าง

“โอ้...ถูกต้อง” เดหลีเปลี่ยนทิชชู

“คู่เกย์” ตุ่นเสริม

“แน่นอนที่สุด” เช็ดคราบเปื้อนต่อ ไม่มีร่องรอยความเสียใจให้เห็นสักนิด จะเสียใจอะไรกับไอ้ผู้ชายที่เห็นผู้ชายด้วยกันดีกว่าผู้หญิงอย่างเธอล่ะ...ภาพที่ยืนกอดกันกลางลานจอดรถนั่นมันฟ้องได้ดี เพื่อนกันใครมันจะสะบัดสะบิ้งให้คู่หมั้นเธอคอยงอนง้อด้วยการตระกองกอดขนาดนั้น...คิดแล้ว...องค์จะลง!

“แกทำไงต่อล่ะเดหลี...” ไม่มีคำตอบจากเดหลี มีเพียงเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเท่านั้น ทำเอาเพื่อนๆ เป็นห่วง

“แม่จะพังงานให้คว่ำเลยน่ะสิ...พวกแกเตรียมทำข่าวได้เลย... ไอ้พี่...ไม่สิ...อิพี่ปอร์มันต้องได้รับการตอบแทนอย่างสาสมที่มาหลอกลวงผู้หญิงไร้ทางสู้อย่างฉัน...หน๋อยยยยย แต่งงานกับพี่นะครับ...นังเกย์แอบ!!! กรี๊ดดดด” แล้วทุกคนก็ต้องอุดหู ที่ทรมานที่สุดคงเป็นดาวนั้นแหละเพราะขับรถอยู่

“แกโกรธที่พี่เขาหลอกแกเหรอ” ตุ่นถามเดหลีที่เห็นคนตัวเล็กเช็ดหน้าไม่หยุด

“เป็นแก...มาจับได้ว่าคนที่แต่งงานด้วยเป็นเกย์แกจะว่าไงยัยตุ่น นี่ฉันยังไม่รวมเรื่องที่ทำให้ฉันสับสนกับไอ้บัวอีกนะ...โอ้ย!!!”

“ไอ้บัว!” ทั้งสามอุทานขึ้นพร้อมกัน

“ใช่! เดี๋ยว...ไอ้บัวรู้เรื่องนี้หรือเปล่าเนี่ย?” ทั้งหมดส่ายหน้าหน้าหวือ...

“มันรับรู้อะไรได้บ้างล่ะ แค่รู้แกจะแต่งงานมันก็แทบจะตรอมใจตายแล้ว”

“ไอ้ดาว!” ทั้งตุ่นและชุตินัยร้องห้ามแต่ไม่ทันแล้ว เพราะคนตัวเล็กนิ่งขึงเป็นหินไปอีกแล้ว แถมยังทำท่าเหมือนน้ำตาจะคลออีกต่างหาก

“เรื่องนี้พวกแกก็รู้อยู่แล้วใช่มั้ย?” ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน

“ทำไมพวกแกทำอย่างนี้วะ...ฉันไม่ใช่เพื่อนแกหรือไงหื้อ... รู้มั้ยฉันจะเป็นบ้าตายตอนที่รู้ว่าไอ้บัวมันรักฉันน่ะ แถมยังสั่นไม่หยุดตอนที่มันแอบจูบฉันอีก...ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว” โวยวายเสร็จก็ปล่อยโฮออกมาพร้อมๆ กับเพื่อนที่ร้องเฮ้ยออกมาพร้อมกันอีก

“แกหมายความว่าไงวะไอ้หลี...ที่ว่ารู้ว่าไอ้บัวรักน่ะ แล้ว...แล้ว” ดาวรีบจอดรถข้างทาง แล้วหันมาถามเดหลีที่ทำหน้าแหยเกจะร้องไม่ร้องแหล่อยู่แล้ว

“ก็วันที่ไอ้บัวไปค้างกับฉันไง...มันบอกว่ารักฉันเพราะนึกว่าฉันหลับไปแล้ว แถมยังจูบฉันอีก...” ทุกคนตาโต แต่เดหลีปล่อยโฮออกมาอีก...

“แล้วพวกแกก็หาว่าฉันใจร้าย เห็นแก่ตัวอีกที่ไม่ไปเยี่ยมมัน พวกแกไม่รู้หรอกว่าฉันรู้สึกยังไง แค่คิดถึงหน้าไอ้บัวฉันก็สั่นอย่างกับจับไข้แล้ว...แล้วถ้าฉันไปเจอมัน...ตัวฉันไม่ระเบิดเลยหรือวะ...” ทุกคนปล่อยให้เดหลีฟูมฟาย แต่ความจริงพูดให้ถูกคือ ใบ้กินกันชั่วคราว

“ฉันน่ะ แค่คิดถึงไอ้บัว คิดถึงคำบอกรักของมัน จูบที่มันจูบ อีพี่ปอร์นั่นก็ปลิวหายไปไหนหมดก็ไม่รู้...แล้วนี่มันก็โกรธฉันอีก แล้วแกคิดดูสิ...ชาตินี้ฉันจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีไอ้บัว...ฉันต้องขึ้นคานตลอดชีวิตแน่ๆ” ไม่รู้ควรจะดีใจหรือเสียใจดี แต่ที่แน่ๆ คำพูดที่พรั่งพรูออกมาของเดหลีนั่นทำเอาความหวังของเพื่อนๆ เป็นประกายขึ้น อย่างน้อยใบบัวก็ไม่ต้องช้ำใจตายแล้ว...

“เอาล่ะๆ เรื่องนี้ต้องคุยกันยาว บ้านใคร” ชุตินัยเอ่ยขึ้น

“บ้านฉัน ใกล้สุด...” ตุ่นพูด ดาวไม่รอช้ารีบออกรถอีกครั้ง เป้าหมายคือบ้านของตุ่น...งานนี้ทุ่มสุดตัวเว้ย!!

...........

บ่ายวันต่อมา...

“ต๊าย!!ไม่น่าเชื่อเลย...ไม่น่าจะเป็นไปได้”

“เป็นไปแล้วค่ะคุณแม่ขา ดูสิคะไอ้หลีร้องไห้จนตาบวมไปหมดอย่างนี้แล้ว พวกดาวเองก็เห็นกันเต็มตานะคะ” ดาวรีบย้ำชัดกับเรื่องก่อนหน้านี้ให้แม่ของใบบัวฟัง คุณแม่เพื่อนรักถึงกับตบเข่าฉาดใหญ่

“เป็นแม่หน่อยไม่ได้ จะจับตอนมันให้หมด มีอย่างที่ไหนมาหลอกลวงหนูหลีของแม่ ไหนลูกมาให้แม่กอดสิ...โอ๋ ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูก มาอยู่กับแม่ก่อนนะ...เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง” นางปัทมาปลอบซ้ายปลอบดาหลี

โดยส่วนตัวแล้วนางสนิทกับเพื่อนลูกๆ ทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มนี้เพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ยิ่งเดหลีนางยิ่งเอ็นดูกว่าใคร เพราะสนิทกับใบบัว แถมเดหลียังช่างพูดช่างคุย ไม่เหมือนลูกสาวแท้ๆ ของนางที่ประหยัดคำพูดเหลือเกิน

“หลีขอรบกวนสักพักนะคะคุณแม่ ไว้ได้ห้องพักห้องใหม่หลีจะรีบย้ายออก”

“โอ้ย...ไม่ต้องรีบ อยู่กับแม่นานๆ ก็ได้...แม่มีลูกสองคนเหมือนไม่มี ตาเบิร์ดก็ไปเรียนต่างประเทศ ยัยบัวก็ชอบหมกตัวอยู่แต่สตูดิโอ หลีมาอยู่กับแม่น่ะดีแล้ว...แม่จะได้ไม่เหงา”

ดาวหันไปแอบหยักคิ้วกับตุ่นที่มาด้วยอย่างถูกใจ

“ตอนแรกดาวก็ว่าจะให้หลีอยู่กับดาวน่ะค่ะ...แต่ว่าช่วงนี้ดาวกับแฟนก็แบบ...เกรงใจหลีด้วยน่ะค่ะ คงไม่อยากเห็นภาพข้าวใหม่ปลามัน จะปล่อยให้อยู่บ้านของตัวเอง หรือห้องพักเดิมก็กลัวพี่ปอร์มาตอแย”

“ตุ่นเอง...ก็คงไม่เหมาะค่ะช่วงนี้ตุ่นเข้าเวรที่โรงพยาบาลกลางคืนซะด้วย ให้หลีอยู่กับแฟนตุ่นสองคนชาวบ้านจะมองไม่ดีเอาซะเปล่าๆ ชุเองแฟนก็ขี้หวง เดี๋ยวจะมีปัญหากัน เห็นก็มีแต่ที่นี่แหละค่ะที่พอจะเป็นที่พักใจให้หลีได้” นางปัทมาพยักหน้าเห็นด้วยมือข้างหนึ่งก็ลูบศีรษะของเดหลี ไม่ได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเธอ

“ดีแล้วลูก พวกหนูน่ะแต่งงานแต่งการกันแล้ว มันจะเป็นขี้ปากชาวบ้านกันเปล่าๆ มาอยู่นี่ก็ดีแล้ว เป็นเพื่อนยัยบัวด้วย ช่วงนี้ไม่รู้เป็นยังไง หมองหม่นเหลือเกิน” ปัทมาพูดถึงลูกสาว จนคนฟังอย่างเดหลีสลด

“แล้วนี่บัวไปไหนคะแม่” ตุ่นถามขึ้นเมื่อไม่เห็นเพื่อนรักในบ้าน

“อ่อ...ไปราชบุรีน่ะลูก เขาจ้างให้วาดรูปตกแต่งโรงแรมอะไรอย่างนี้แหละ เขาเลยไปดูสถานที่ แม่ไม่อยากให้ไปเลย เมื่อวานกลับจากข้างนอกมาก็ซึม หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่รู้อกหักหรือเปล่า”

ทุกคนกลืนน้ำลายลงคอกับคำบอกเล่าของมารดาเพื่อนรักตอบคำถามในใจว่า...มากกว่าอกหักอีกค่ะแม่

“ไหนๆ ก็มาแล้วอยู่ทานข้าวเย็นกับแม่ก่อนนะ...วันนี้พ่อยัยบัวมีสังสรรค์ข้างนอก แม่คงกินคนเดียวมันเหงา”

“ได้ค่ะแม่...”ตุ่นกับดาวพูดขึ้นพร้อมกัน ไม่เสียแรงที่ลางานมา

“น่าเสียดายนะตาชุไม่ได้มาด้วย ไม่ได้เจอหน้าเจอตานานแล้ว”

“เมียหวงค่ะแม่” ดาวเป็นคนตอบ แต่ความจริงแล้ว วันนี้ชุตินัยติดงานด่วน นั่นก็คืองานแฉเบื้องหลังของปรมินทร์ต่างหาก ดูเอาเถอะ พรุ่งนี้นะ...หน้าหนึ่งยังไม่พอลง

“เขาหวงแปลว่าเขารักนา” นางปัทมาว่า มือยังคงลูบหัวเดหลีไม่หยุด ทุกคนยิ้มแหย่ ไอ้ที่ว่า เมียหวงน่ะไม่จริงสักนิด


ภรรยาของชุตินัยน่ะสนิทกับพวกเธอจะตาย เฮไหนเฮนั่น...ไปก๊งกันออกบ่อย ถ้าเอ่ยชื่อพวกเธอแล้วไม่มีหรอกที่จะติดไฟแดง...แค่ข้ออ้างให้เดหลีมาอยู่ที่นี่ได้เท่านั้นแหละ

“มัวแต่ชวนคุย เดี๋ยวแม่ไปเตรียมของทำข้าวเย็นดีกว่า หลีก็ทำตัวตามสบายนะลูก พักห้องยัยบัวเหมือนเดิมนะลูก” ว่าแล้วนางปัทมาก็เดินเฉิดฉายไปในห้องครัวโดยมีตุ่นอาสาเป็นลูกมือ...ส่วนดาวช่วยเดหลีขนของขึ้นห้องของใบบัว

“เอาล่ะ เรามาเตี้ยมกันก่อน...ไอ้บัวกลับมา ไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้องแผ่นดินจะแยก ไฟจะไหม้อะไรก็แล้วแต่ แกต้องบอกมันไปว่าแกรู้สึกยังไงกับมันโอเคมั้ย” เดหลีพยักหน้า

“แต่บัวไม่เหนื่อยแย่เหรอวะ เพิ่งกลับมาแล้วมาเจอเรื่องของฉัน”

“โอ้ย...เหนื่อยแหละดี อย่างไอ้บัวน่ะ...ยิ่งเหนื่อยยิ่งมึน พอมึนมันก็งง พองง ก็นิ่งนั่นแหละ นั่งฟังอย่างเดียวแน่”เดหลีพยักหน้า เรื่องนี้พอรู้อยู่

“แล้วถ้าบัวไม่หายโกรธละแก”

“ฉันมีตัวช่วย” ดาวเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าของเดหลีมาเปิดออก แล้วหยิบผ้าบางๆ ชิ้นใหญ่ขึ้นมาหนึ่งชิ้น “มันใช้อย่างนี้” ดาวสาธิตวิธีการผูกผ้าเนื้อบางเบานั้น เดหลีมองแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่

“เอาจริงเหรอแก”

“เออสิวะ...ไม่ได้ด้วยวิธีไหนสักวิธีก็ยั่วมันซะเลย ถ้ามันหยิ่งนักแกก็ปล้ำมันซะ...จบ แฮปปี้เอนดิง” เดหลีพยักหน้าอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่เอาวะ มาถึงขึ้นนี้แล้ว

“ได้ๆ...พูดไม่รู้เรื่อง ฉันก็จะปล้ำเลย...จับกดกับเตียงแบบนี้ใช่มะ... กอดแบบนี้เลยใช่มะ” เดหลีประสาทหลุดนิดๆ ลงทุนทำท่ากดกับกอดให้ดาวดูซึ่งคุณเพื่อนก็พยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วย

“แบบนั้นแหละ...ไอ้บัวมันใจอ่อนกับแกอยู่แล้ว อ้อนๆ หน่อย”

“อืม...อืม...” เดหลีพยักหน้าในใจก็พยามสะกิดจิตตัวเองว่าให้สู้ๆ หน่อย

ใบบัวทำเพื่อเธอมาเยอะแยะมากมาย... ใบบัวคือคนที่เธอตามหามาตลอด แต่เธอกลับมองข้ามไป... ต้องขอบคุณที่เธอไม่ใช่คนหลับลึกถึงได้รับรู้ความรู้สึกของใบบัว...

เดหลียอมรับว่าตกใจ...แต่จังหวะหัวใจที่เต้นระทึกนั้นมันบอกเดหลีได้ดีว่าคืออะไร? เป็นจังหวะที่ไม่เคยเต้นกับพี่ปอร์... แต่สิ่งที่เธอรู้ดีที่สุดคือ...เดหลีดีใจที่รู้สึกแบบนั้นกับใบบัว...

“ที่ผ่านมาฉันเอาตาไปไว้ที่ไหนไม่รู้สินะ...ถึงได้มองไม่เห็นความรู้สึกของบัว บ้าเนอะ” ดาวยิ้ม

“แล้วแกล่ะ...รักไอ้บัวมันหรือเปล่า” เดหลีไม่ได้ตอบในทันที เธอทรุดตัวลงนั่งที่เตียงนอนของใบบัว

“ฉันนะตอนที่คนที่ชอบสมัยก่อนบอกรักน่ะ ใจมันเต้นโครมๆ ดีใจ รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งตัวเลย แบบ...บอกไม่ถูก แกเคยเป็นใช่มั้ยดาว ตอนที่สามีแกขอคบหรือขอแต่งงานน่ะ” ดาวพยักหน้า

“ตอนที่พี่ปอร์ขอคบกับฉันนะ... ไอ้ความรู้สึกแบบนั้นมันไม่มีว่ะ ดีใจน่ะดีใจอยู่แล้ว แต่แบบ...ไงล่ะ มันไม่ตื่นเต้น ไม่อบอุ่น ไม่อ่อนโยน ทั้งๆ ที่พี่ปอร์เป็นผู้ชายอ่อนโยน ยิ่งตอนที่ขอแต่งงานยิ่งแล้วใหญ่...ฉันโง่ไปเลยแก มันสับสนลังเล แต่ก็ยังบ้าจี้หลอกตัวเองอีกนะว่ารักเขา เพิ่งจะมาคิดได้ก็ตอนที่เห็นพี่ปอร์อยู่กับผู้ชายนั่นแหละ

ฉันโมโหนะแก...แต่ไม่เสียใจสักนิด กลับรู้สึกว่า ดีแล้ว...ดีแล้ว... แล้วก็คิดถึงแต่คำพูดของไอ้บัวคืนนั้น ความจริงแล้วฉันคิดถึงแต่ไอ้บัวตลอดตั้งแต่รู้ว่ามันคิดยังไงกับฉันนั่นแหละดาว... มันดูขัดแย้งในหัวไปหมด แต่มีอยู่อย่างเดียวที่มันชัดที่สุดในใจของฉัน” เดหลีเงียบ ไม่พูดต่อ...ดาวก็ยืนฟังอย่างลุ้นระทึก

“ตอนที่ไอ้บัวบอกว่ารักฉัน... ฉันตกใจก็จริงแต่...ตรงนี้...” เดหลียกมือแตะที่อกซ้าย “มันเต้นรัว มันอบอุ่น...มันมีชีวิตชีวา แกเข้าใจใช่มั้ยดาว...ว่าฉันเป็นอะไร” ดาวพยักหน้าเข้าใจ โผกอดเพื่อนรักที่นั่งอยู่บนเตียง

“ฉันดีใจว่ะ ที่มันลงเอยอย่างนี้... ดีใจจริงๆ นะ”

“ขอบใจนะ...” เดหลีพูดแค่นั้น น้ำตาซึมกับความรู้สึกที่ได้พูดออกมา และขอบคุณความห่วงใยของเพื่อนรัก

และก็มีอีกคนที่ที่น้ำตาซึมอยู่นอกห้อง เพราะกลับจากดูสถานที่เร็วกว่าที่คิดไว้ เลยได้ฟังอะไรที่ทำให้หัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง...

........................................

อาหารเย็นที่ศาลาริมคลองหน้าบ้านเป็นไปอย่างคึกครื้น เพราะชุตินัยรีบจัดการธุระและพาภรรยามาร่วมโต๊ะด้วย ส่วนใบบัวที่ทำเนียนไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ไม่ได้มีสีหน้าอึดอัดแต่อย่างไรเมื่อเดหลีมานั่งข้างกาย ตรงข้ามเธอกลับเทคแคร์เดหลีดีกว่าปรกติด้วยซ้ำ นั่นทำให้เดหลีงงงวย

“ไม่เป็นไรแก...ถือว่าเป็นลางดี” ดาวกระซิบบอกระหว่างพูดคุยกันหลังทานอิ่ม เดหลีพยักหน้า หวังว่าเป็นลางดีจริงๆ นะ ไม่ใช่ลางสังหาร

จนเวลาล่วงเลยไปจนถึงสี่ทุ่มกว่า แม่ของใบบัวขอตัวขึ้นนอนตั้งแต่ยังไม่สามทุ่มด้วยซ้ำ ชุติและอ้อกลับไปก่อน ดาวและตุ่นขอตัวกลับหลังจากนั้นนิดหน่อย...

ช่วงเวลาที่น่าอึดอัดก่อตัวขึ้นทันที เพราะใบบัวขอตัวไปอาบน้ำอาบท่า เดหลีจึงคว้างอยู่ที่ศาลาริมคลอง สุดท้ายเลยเดินขึ้นบ้านบ้าง...

เดหลีไม่รู้จะทำอะไรจริงๆ เหลือบไปมองผ้าเผด็จศึกของดาวก็กลืนน้ำลาย จะใส่ก็ทำใจไม่ได้ เลยเลือกที่จะเอามาคลุมไหล่แทนละกัน...

เดหลีออกมายืนที่ระเบียงห้องนอน มันยื่นออกมาจนใกล้กับคลองหน้าบ้าน สายลมที่โชยมาปะทะร่างทำให้นึกขอบคุณไอ้ผ้าบางๆ นี้ขึ้นมา เพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยไม่ให้เธอต้องห่อไหล่

“เดี๋ยวไม่สบายนะ” เสียงราบเรียบของใบบัวทำให้เดหลีหันไปมอง เธอตกใจเล็กน้อย

“มะ...ไม่เป็นไร” เธอตะกุตะกักตอบไปว่าอย่างนั้น แต่เอาเข้าจริงๆ เธอกลับเริ่มสั่นไปทั้งตัว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่สองต่อสองหลังจากที่รู้ว่าใบบัวคิดอย่างไรกับตนเอง...

“จะไม่บอกฉันเหรอว่ามีปัญหาอะไรกับพี่ปอร์จนต้องหนีมาหลบที่บ้านฉันเนี่ย” ใบบัวแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าเพราะอะไร...

เดหลีเม้มปาก...เธอควรจะบอกดีไหมหนอว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ถ้าบอกไปใบบัวจะคิดว่าเธอโลเลหรือเปล่า พอพลาดจากพี่ปอร์แล้วก็มาหาใบบัว

เดหลีทรุดลงนั่งกับพื้นข้างๆ ใบบัว มองดูแม่น้ำในลำคลองที่ปกคลุมด้วยความมืดมิดไปหมด ส่วนใบบัวกลับเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า...ท้องฟ้าอาบไปด้วยแสงจันทร์ที่เริ่มจะเต็มดวง...

อืม...คืนนั้นที่อยู่ห้องของเดหลี มันเป็นพระจันทร์เสี้ยวที่กำลังจะเริ่มขึ้นสินะ ไม่ใช่คืนเดือนแรมที่ดวงจันทร์จะหายไปจากท้องฟ้า...

เหมือนความรักของใบบัวหรือเปล่า ตอนนี้มันกำลังจะสว่างเหมือนพระจันทร์เต็มดวง ไม่ใช่พระจันทร์ยิ้มที่สุดท้ายหายไปกับความมืดของท้องฟ้า

ใบบัวยิ้มกับความคิด ยิ่งนึกถึงภาพวาดติดผนังในห้องสตูดิโอของตัวเองก็ยิ่งยิ้ม คิดถูกจริงๆ ที่วาดรูปของเดหลีกับพระจันทร์ยิ้มไว้เต็มทั้งผนัง...ถ้าเดหลีได้เห็นจะว่าไงบ้างน้า... น่าเสียดายที่พระจันทร์นั้นเป็นพระจันทร์ยิ้ม

ก็ตอนนั้นใบบัวเป็นแค่พระจันทร์ยิ้มอยู่นี่นา...


เดหลีมองภาพใบหน้าด้านข้างที่กำลังยิ้มเล็กยิ้มน้อยของใบบัว บ้าหรือเปล่า? อยู่ก็นั่งยิ้มคนเดียว แต่แม้จะคิดอย่างนั้น ก็อดทึ่งไม่ได้ ที่เดหลีกำลังใจสั่นระรัว วูบวาบไปกับใบหน้านั้นของใบบัว...

ใบบัวที่กำลังยิ้มอ่อนหวานอยู่นั้น มีแสงจันทร์อาบไปทั้งตัวดูสวยจนเดหลีอดใจขยับตัวเข้าไปใกล้ไม่ได้... วงแขนเล็กของเดหลี ค่อยโอบไปรอบเอวบอบบางของใบบัว ก่อนจะซบใบหน้าตัวเองกับไหล่บางไว้นิ่งๆ

“หลี” ใบบัวเอียงใบหน้ามาทางศีรษะของเดหลีที่ซบอยู่

“ฉันขอโทษนะ...เรื่องวันนั้น...ที่ฉันว่าแกแรงๆ” ใบบัวยิ้มส่ายหน้าทั้งทีเดหลีไม่ได้มอง

“อือ...ไม่เป็นไร” ใบบัวรู้สึกได้ว่า เดหลีกำลังพยักหน้า

อ้อมแขนเล็กๆ นั้นกอดเธอแน่นเข้าไปอีก ใบบัวก็ยิ่งยิ้ม อ้อมกอดนั้นมันอบอุ่น จนใบบัวอยากให้เดหลีกอดเธอไว้อย่างนี้ตลอดไป

“ฉันรักแกนะบัว” คำบอกรักทื่อๆ ที่อยู่ๆ ก็โผล่มานั้นทำเอาใบบัวนิ่งขึง อาการเกร็งตัวของใบบัวทำให้เดหลีใจเสียจนเกือบจะผละอ้อมกอดออก แต่...ไหนๆ ก็มาถึงขึ้นนี้แล้วนี่...

“ฉันพยายามหามาตลอด...ว่าใครจะเป็นคนที่รักฉัน ใครเป็นคนที่มาดูแลฉัน... แต่ผลสุดท้าย ทุกคนที่เข้ามาก็ทำให้ฉันเสียใจ... โดยที่ไม่ได้มองเลยว่าแกที่อยู่ข้างๆ คือคน...คนที่ฉันตามหามาตลอด”

“หลี”

“ให้ฉันพูดให้จบนะบัว...ถึงแกจะโกรธฉันก็เถอะ” เดหลีพูดแทรก

“ฉันไม่ได้โกรธแกนะ...แค่น้อยใจ...” ใบบัวอ้อมแอ้มว่า เดหลีจึงใจชื่นขึ้นมา

“แกจะไม่เดินจากฉันไปไหนใช่มั้ยบัว? แกจะเป็นคนที่รักฉันใช่มั้ย? ฉันรักแกแล้ว แกจะรักฉันเหมือนเดิมใช่มั้ย?” เดหลีพูด

“ฉันไม่เคยเปลี่ยนนะหลี” ใบบัวตอบก่อนจะพยายามหันตัวมาเผชิญหน้ากับเดหลี “ฉันกลัวมาตลอดว่าถ้าบอกแกแล้วฉันจะเสียแกไป เราเป็นเพื่อนกันมาตลอด...แต่พอแกไปเป็นของคนอื่นฉันก็เสียใจ”

“ตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นของใคร ถ้าจะเป็น... ฉันก็เป็นของแกคนเดียวนะ” เดหลีพูดหนักแน่น...ใบบัวยิ้ม ทั้งที่ที่หางตามีน้ำตาคลอแล้ว

“ฉันจะไม่ตามหาใครอีกแล้ว...พี่ปอร์ก็อยู่ส่วนของเขา...แล้วแกจะได้รู้อีกไม่นาน ว่าฉันกับพี่ปอร์ไม่มีทางหวนกลับมาอีก...” ใช่...เรื่องของพี่ปอร์ ไว้ให้เป็นเรื่องของอนาคตที่จะบอกทุกอย่างเอง แต่ตอนนี้เธอต้องบอกคนที่อยู่ในอ้อมแขนเล็กๆ ของเธอนี่ก่อนว่าเธอรู้สึกยังไง

“เขา...ที่ฉันตามหามาตลอด...คนที่รัก คนที่ฉันฝันถึงตลอดว่าจะอยู่ข้างๆ กันตลอดไป คือแก..ใช่มั้ย?”

ใบบัวยิ้ม ก่อนที่จะค่อยโอบวงแขนรอบกายเล็กๆ ของเดหลีไว้ รวบให้เข้าหาตัวด้วยจังหวะที่เชื่องช้า อ่อนหวาน อย่างที่เดหลีไม่เคยได้รับจากใคร...

“บัวเป็นได้แล้วใช่มั้ย? เป็นคนที่หลีรัก? ได้เป็นใบบัวของเดหลีแล้วใช่มั้ย” เสียงของใบบัวสั่นเครือทำเอาน้ำตาในดวงตากลมโตของเดหลีคลอ...

“เป็นใบบัวของเดหลีนะ..นะบัวนะ” ไม่มีคำตอบจากใบบัวมีเพียงอาการพยักหน้าของเธอและอ้อมกอดที่รัดรึงมากขึ้น

“เขา?...คือบัวจริงๆ”

ใช่แล้ว...และเขา จะไม่จากเธอไปไหนด้วย...

“บัวรักหลีนะ” เสียงพึมพำแผ่วเบานั้นทำหัวใจของเดหลีอุ่นวาบ

“หลีก็รักบัว...เดหลีของใบบัว”

เดหลีของใบบัว...คำๆ นี้ใบบัวพูดกับตัวเองในใจเสมอมา แต่จากวินาทีต่อไปเธอสามารถพูดออกมาได้แล้ว...

“ถ้าไอ้พวกนั้นได้ยินเราพูดหวานๆ กันแบบนี้คงขำกันเนอะ” ใบบัวเอ่ยขำๆ เดหลีถอยตัวออกเล็กน้อย หน้าผากชนกับหน้าของใบบัว

“ก็อย่าให้พวกมันได้ยินสิ...แค่เราสองคนก็ได้” เดหลีพูดเสียงเจ้าเล่ห์

“นั่นสินะ...”

“ว่าแต่ทำไมบัวดูไม่ตกใจเลยตอนหลีบอกว่ารักน่ะ” ใบบัวขยับตัวออกห่างเล็กน้อย ยืดตัวตรง กรอกสายตาไปมา อมยิ้มเล็กน้อย...ทำไมน้า...เดหลีไม่เห็นความน่ารักตรงนี้ของใบบัวนะ...เอาตาไปไว้ที่ไหนเนี่ย

“ก็...บัวกลับมาเร็ว...ละก็...” ใบบัวหน้าแดงเล็กน้อย ยิ้มน่ารัก แต่เดหลีกลับตาโต

“อย่าบอกนะว่าได้ยิน” ใบบัวยิ้มแต้ พยักหน้าทันที

“อ๋าย...งั้นที่คุยกันทั้งหมด...” ใบบัวก็รู้อยู่แล้วน่ะสิ...แถม...

“บัวแอบเสียดายนิดหนึ่งที่...หลีไม่ได้มาพูดพร้อมกับชุดเผด็จศึก” ใบบัวทำสายตากรุ่มกริ่มมองไปที่ผ้าเนื้อบางเบาที่คลุมไหล่ของเดหลีอยู่

“บ้า” คนอะไรทำสายตาเจ้าชู้ก็เป็น... “ไม่มีทางทำหรอกนะ” เดหลีว่า ใบบัวจุ๊ปากอย่างเสียดายแต่ก็ยิ้มร่า

“คนนิสัยไม่ดี...” เดหลีต่อว่าเธอ อย่างไม่รู้จะทำอะไรกับความเขินอายที่เจ้าตัวรู้ถึงแผนการ

“แต่บัวยินดีนะ ถ้าหลีจะจับบัวกดแล้วก็...” ใบบัวยิ้มพร้อมกับมองเดหลีด้วยสายตาหวานเยิ้ม

เดหลีทำเมิน แต่ก็ไม่ได้นาน เพราะจมูกโด่งๆ ใบบัวที่มาคลอเคลียที่แก้มนวลของเธอนั่น ทำให้เธอต้องหันมามองค้อน และได้สบกับด้วยตาหวานซึ้งของใบบัว

อารมณ์รักหวานๆ ที่โอบอุ้มหัวใจอยู่นั้นมันเป็นเชื่อเพลิงขับเคลื่อนที่มีประสิทธิ์ภาพที่จะทำให้คนรักกันตกไปในห้วงความละมุนหวาน ยิ่งเมื่อริมฝีปากได้แตะต้องกัน แม้จะแผ่วเบา แต่ก็ดูเร้าร้อนในความรู้สึกจนยากจะห้ามใจ...

“พรุ่งนี้บัวจะบอกทุกคนว่าหลีจับบัวกดใช่มั้ย” เดหลีพึมพำถาม เสียงเบาแทบไม่ได้ยิน

“เปล่า” ใบบัวที่ตอนนี้ซุกใบหน้าอยู่กับซอกคอหอมกรุ่นของเดหลีปฏิเสธ ก่อนจะเลื่อนใบหน้าขึ้นมา ริมฝีปากชิดอยู่กับเรียวปากของเธอ

“บัวต่างหากที่จับหลีกด”

เพียงสิ้นเสียงนั้นเดหลีก็ถูกปิดปากสนิทด้วยความเต็มใจ เธอปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปโดยเธอทำได้เพียงโอบกอดใบบัวไว้ด้วยอ้อมแขนที่มีความรักของเธอโอบล้อมเท่านั้น...เธอทำเพียงเท่านั้นจริงๆ

เธอได้เจอแล้ว...ความรักที่ตามหา...

เขาคือเธอใช่ไหม?...

คำตอบก็คือ... “ใช่”

“ใบบัวของเดหลี”


ด้วยความที่ซาน้อยใสซื่อ ดังน้านนน จึงเปงฉากที่ระเบียงห้อง...อิอิ...โล่งไปหน้อยมะคร้า...

อิอิ...

ระเบียงห้อง....เร้าใจเกิ๊น...แต่...

>>>>จบ.









 

Create Date : 20 ตุลาคม 2552
2 comments
Last Update : 20 ตุลาคม 2552 1:18:50 น.
Counter : 528 Pageviews.

 

อ๊างงงงงงง
-0-

 

โดย: Zaniitax IP: 112.142.91.128 24 ตุลาคม 2552 12:15:59 น.  

 



การที่เรารักคายสักคนไม่ต้องบอกไห้เขารู้

เเต่สี่งที่เราควรรู้คือเรารักเขาด้วยใจ

เเต่ถ้าเขาไม่รักเราเรายังดีที่เราได้รักเขา

เราควรจะรักเขขต่อไปนะ

 

โดย: รักมีงว่ะ IP: 114.128.61.232 24 ตุลาคม 2552 19:45:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


samurai_KYO
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ข้าคือ...มิบุ ซา'เคียว"

Friends' blogs
[Add samurai_KYO's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.