http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
TRAVIS : THE BOY WITH NO NAME




Travis กลับมาแล้ว!

จากหลังหายไปถึง 4 ปีเต็มๆ Travis ก็กลับมาอีกครั้ง มาคราวนี้พี่ฟราน (นักร้องนำ) ดูแก่ขึ้นเยอะ แต่ทรงผมก็ไม่ทุเรศเหมือนชุดที่แล้ว และเรารู้สึกได้ว่า Travis กลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง



12 Memories


อัลบั้มชุดที่แล้วอย่าง 12 Memories (2003) ดูหลุดโทนจากความเป็น Travis ที่คุ้นเคย ด้วยความที่มันเต็มไปด้วยบทเพลงแห่งความเจ็บปวดจากสงครามอิรักและโลกหลัง 11 กันยา ความหม่นเศร้าแบบพอดีๆ จึงกลายเป็นความมืดทะมึนจนอึดอัด เสียงวิจารณ์ถึงอัลบั้มนี้จึงแบ่งเป็นสองฝ่าย แต่ที่แน่ๆ ยอดขายสู้ชุดก่อนๆ ไม่ได้


เมื่อตอนที่ผมเห็นปกชุด The Boy With No Name ผมก็ใจชื้นทันที เพราะเห็นได้ชัดเลยดีไซน์ปก หรือการใช้ฟอนท์กลับไปเหมือนชุด The Man Who (1999) และ The Invisible Band (2001) และตามวัฏจักรของวงการดนตรี เมื่อศิลปินเปลี่ยนแนวทาง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เขาก็ต้องย้อนรอยกลับไปหารากเหง้าของตัวเอง อาจจะฟังดูน่าเศร้า แต่บางทีมันก็เป็นผลดี (อย่างทีเกิดขึ้นกับ Manic Street Preachers ชุดล่าสุดเช่นกัน)




ยิ่งได้ซิงเกิ้ลเปิดตัวอย่าง Closer ก็ยิ่งมีความสุข ฟังหลายสิบรอบก็ไม่รู้สึกเบื่อ ท่อนฮุคที่ร้องว่า Closer…Closer…Lean On me Now…Lean On Me Now ก็ดังก้องอยู่ในหัว แถมมิวสิกวิดีโอก็น่ารักน่าชังเหลือ ภาพผู้คนร่ายรำไปในซูเปอร์มาร์เก็ตช่างให้ความรู้สึกดี (แถมเอ็มวียังมี Ben Stiller โผล่มาแจมด้วย เค้าเป็นเพื่อนกับวงนี้จ้ะ)








ข้อสังเกตสนุกๆ เกี่ยวกับ สามอัลบั้ม The Man Who - The Invisible Band - The Boy With No Name ก็คือ จะเห็นได้ว่าชื่ออัลบั้มทั้งสาม สื่อถึงความพยายามลบเลือนตัวตน หรือการทำให้ตัวเองดู low profile อย่างที่ฟรานเคยพูดไว้ว่า “คนรู้จักเพลงของเรา แต่พวกเค้าไม่รู้หรอกว่าเราเป็นใคร ซึ่งแน่นอนเพลงของเรา ย่อมสำคัญกว่าวงของเรา” (รูปสมาชิกวงบนหน้าปก จึงเป็นภาพถ่ายจากระยะไกลอยู่เสมอ) เพราะฉะนั้นจะเรียกสามชุดนี้เล่นๆ ว่า The Nobody Trilogy ก็คงไม่ผิดนัก

ฟรานอุทิศอัลบั้มชุดล่าสุดให้กับลูกชายของเขาเอง ที่มาของชื่ออัลบั้มเกิดจากตอนที่เขาฟอร์เวิร์ดรูปลูกไปให้เพื่อนๆ แล้วใส่ชื่อรูปว่า The Boy With No Name ด้วยความเป็นพ่อคนนี้กระมังที่ทำให้ฟรานกลับมแต่งเพลงที่สว่างขึ้น จนทำให้ Travis กลับมาสู่อารมณ์แบบ “หม่นเศร้าแบบน่ารักๆ แต่ก็อมยิ้มได้” อีกครั้ง

แม้เราจะฟัง The Boy With No Name จบไปหลายรอบ เราก็ไม่อาจรู้ชื่อของเด็กชายคนนี้ แต่เราจะจำเสียงหัวเราะและเสียงร้องไห้ของเขาได้แน่นอน






อัลบั้มที่ได้ฟังช่วงนี้




Brett Anderson: Brett Anderson

โซโล่อัลบั้มของอดีตนักร้องนำของวง Suede หนึ่งในวงบริทป๊อปที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อย่าคาดหวังว่าจะได้ฟังอะไรเปรี้ยวๆ แบบ Suede ชุดแรกๆ เพราะอัลบั้มชุดนี้เต็มไปด้วยเพลงจังหวะช้าๆ อารมณ์หม่นเศร้า เจือด้วยเครื่องสายเพราะๆ ถ้าฟังคนอยู่คนเดียว ก็พาลจะจิตตกเอาได้ง่ายๆ เพราะแค่ซิงเกิ้ลเปิดตัวอย่าง Love is Dead ก็หนักเอาการแล้ว ส่วนใครอยากฟังอะไรเข็ดฟันก็รอ The Tears ชุดสองแล้วกัน (จะมีมั้ย?)





Manic Street Preachers : Send Away The Tigers

นี่ก็อีกวงยิ่งใหญ่ตลอดกาล หลังจากชุดที่แล้ว (Lifeblood - 2004) ทำคนฟังหลับสนิท คราวนี้ลุงๆ เลยกลับไปสู่ยุควัยรุ่นอีกครั้ง ใครอยากฟังซาวด์กีต้าร์เปรี้ยวๆ แบบสมัยที่อีตาริชชี่ยังอยู่ ได้สมใจอยากแน่ๆ เพลงเปิดตัวอย่าง Your Love Alone is not Enough ก็เก๋มาก เพราะดูเอ็ทกับ Nina Presson นักร้องนำวง The Cardigans …เอ้อ ว่าแต่ป้าแต๋วแกได้ฟังชุดนี้ยังนะ (ฮา)



อีกอันที่ฟังอยู่ก็คือ ...เอ่อ...



Rain : Rain’s World

แหม มันก็เพราะดีนะ (ชอบเวลา Rain ร้องเพลงเร็ว จะมีเสียง “ซี้ดดด...ซี้ดดด” ด้วย 5555)






อัลบั้มที่อยากฟังใจจะขาด




Bjork : Volta

คุณเตเต้ฟังแล้ว โทรมากรี๊ดสลบกับ จขบ. ทันที พี่แกบอกว่าตอนนี้ Bjork คือ “Joan of arc of digital music” (ว้าว) ที่บ้าบอคือมีเพลงที่เธอได้แรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง Pan’s Labyrinth นอกจากนั้นยังมีเพลงที่เอากลอนมาจากหนังของ Andrei Tarkovsky ด้วย (มันบ้าไปแล้ว!) แผ่นไทยออก 15 พ.ค. นี้จ้ะ





Shitdisco : Kingdom of Fear

วงสุดรั่วที่มาแผลงฤทธิ์เดชไว้ในงานแฟตปีที่แล้ว ออกอัลบั้มเต็มแล้วจ้า





Dream Theater : Systematic Chaos

วงนี้มาแต่ละทีไม่เคยธรรมดา แค่ชื่ออัลบั้มก็น่าเกรงขามแล้ว (ออก 5 มิ.ย.)



Smashing Pumpkins : Zeistgeist

Billy Corgan เรายอมรับว่านายคืออัจฉริยะ และเราขอแนะนำว่านายไม่ต้องไปหาสมาชิกวงเพิ่มแล้วล่ะ ใช้จ้างวงแบ็คอัพเอาแบบอีตา Trent Reznor แห่ง Nine Inch Nails เอาดีกว่า จะได้ไม่ต้องทะเลาะกันเปล่าๆ (อัลบั้มชุดนี้ออก วันที่ 7 เดือน 7 ปี 2007 ...เก๋อีกแล้ว)



Create Date : 13 พฤษภาคม 2550
Last Update : 13 พฤษภาคม 2550 14:00:32 น. 37 comments
Counter : 1173 Pageviews.

 
หนังที่ได้ดูช่วงนี้




1. Spider-Man 3 (2007, Sam Raimi, B-)

เป็นการปิดไตรภาคที่ไม่สวยงามเอาเสียเลย สำหรับไอ้แมงมุม

ตอนแรกเห็นว่าธีมของหนังภาคนี้คือการเข้าสู่อำนาจด้านมืด (drak force) และลุ่มหลงในอำนาจ ก็เข้าใจไปว่านี่จะทำให้ spiderman กลายเป็น the power trilogy เพราะภาคแรกพูดถึง "ความ

อำนาจกับความรับผิดชอบ" ภาคสองพูดถึง "การละทิ้งอำนาจ" และแอบในใจไว้เล็กๆ ว่าความลุ่มหลงในอำนาจในภาคสามอาจมีสารแฝงนัยถึงท่านผู้นำบ้าง (เหมือนที่ The King and the Clown

เคยทำ)

แต่คงลืมไปว่า spiderman เป็นหนังที่ชูทัศนคติแบบ "อเมริก๊า อเมริกา" หนังก็เลยไม่มี context อะไรแบบนั้น หนังกลับแสดงภาพว่าสไปเดอร์แมทนสำคัญต่ออเมริกา (โดยเฉพาะ "นิวบอร์ก"

ขนาดไหน) ฉากท้ายๆ ที่สไปเดอร์กระโดดลงมา โดยมีธงชาติอเมริกาเป็นฉากหลัง อาจจะเป็นฉากที่ฮาที่สุดของปีนี้เลยก็ได้

ส่วนในตัวหนังเอง หนังกลับถ่ายทอดการเข้าด้านมืดของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ด้วยการ ....ให้โทบี้ แม็คไกวร์เขียนขอบตาดำ และมาเมื่อถึงฉากพาร์คเกอร์จีบสาวกลางถนน พร้อมกับเต้นระบำท่า

เดียวของ จอหืน ทราโวต้า ในหนัง Saturday Night Live ทุกอย่างก็ถึงจุดจบสั้น สไปเดอร์แมนจากสองภาคแรก ได้ตายอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

จุดเด่นของสไปเดอร์แมนคือ เขาเป็นฮีโร่ที่มีลักษณะมนุษยนิยมสูง คนดุสามารถ connect กับเขาได้ง่าย (อย่างเช่นชุดแปลงกลายแบบบ้านๆ) ต่างจาก superman (ไม่ใช่มนุย์โลก) และ batman

(ที่เป็นมหาเศรษฐีผู้มีอาการทางจิต - ฮา) จุดที่ผิดพลาดของภาคนี้ก็คือ มันดู "การ์ตูน" เกินไป เปรอะไปด้วย CG จนน่าเวียนหัว และมุกตลกอันพร่ำเพรื่อ

นอกจากนั้นหนังยังโชว์โง่อะไรหลายอย่าง อย่างเช่น ตัวละครของโทเฟอร์ เกรซ มองเห็นพาร์คเกอร์ในโบสถ์ในระยะความสูงขนาดนั้นได้ยังไง? (ถ้าเช่นนั้นเค้าควรไปเป้นนักแม่นปืน ไม่ใช่นักข่าว

กิ๊กก๊อก), ทำไมพ่อบ้านถึงมาบอกความจริงกับแฮร์รี่เอาป่านนั้น และฉากที่วีน่อมเกลี้ยกล่อมแซนด์แมนให้เป็นพวกด้วยคำพูดเพียง 2-3 ประโยค ...โอ้ อะไรๆ มันง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือ

มาถึงตอนนี้เรามีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย - ข่าวดีก็คือ โทบี้ แม็คไกวร์ จะมาต่อสัญญาแล้ว ส่วนข่าวร้ายคือ เค้าประกาศสร้างหนังอีก 3 ภาค!!! ฮ่า ฮ่า ฮ่า



2. Now and Forever (2006, Kim Seong-jung, C)

ไม่น่าเชื่อว่า 5 ปีผ่านไป หนังเมโลดราม่าเกาหลี ไม่มีอะไรพัฒนาขึ้นเลย ด้วยพล็อตสูตรๆ ที่ซ้ำซากยิ่งกว่ารสชาติมาม่า เริ่มต้นด้วยพระเอกนางเอกที่ทะเลาะกัน ไม่ถูกกัน และต้องพัวพันกันด้วยเหตุบังเอิญ (จำพนกวไหนก็ได้ ไม่ต้องน่าเชื่อนักหรอก) จากนั้นเค้าทั้งสองก็รักกัน ...แล้วยังไงต่อ...ใช่แล้ว! นางเอกก็ต้องเป็นโรคร้ายอะไรสักอย่าง จนใกล้ตาย โดยคุณสมบัติของโรคห่านี้ก็คือ โรคอะไรก็ได้ที่ "ไม่แสดงอาการ ก็ร้ายแรงเฉียบพลัน และลุกลามไว" และขอบคุณพระเจ้าที่หนังเรื่องนี้เลิกใช้โรคลูคีเมียแล้ว (ฮา)



3. Valley of Flowers (2006, Pan Nalin, A)

นี่คือ The Fountain ฉบับฮินดู หนังพูดเรื่อง immortality และความน่ากลัวของมัน



4. The Night Time Picnic (2006, Masahiko Nagasawa, B+)

ทำไมพระเอกเรื่องนี้ต้องทำหน้าเหมือนปวดขี้ตลอดเวลา



5. Next (2007, Lee Tamahori, C+)

ดิฉันดูหนังเรื่องนี้ด้วยเหตุผลเดียวคือ จูลี่แอน มัวร์


โดย: merveillesxx วันที่: 13 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:24:41 น.  

 
ฟัง เรน ด้วยเหตุผลเดียวกันแฮะ อื้อ อ่ะ ซี้ด... อ่ะ...


โดย: Zander IP: 125.26.147.80 วันที่: 13 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:49:13 น.  

 
ไปดูมาแล้วทั้ง spiderman3 และ next ค่ะ
ผิดหวังนิดหน่อยกับไอ้แมงมุมภาคนี้ แต่ก็ตามที่คาดไว้แล้ว เพราะส่วนตัวคิดว่าภาคสองเป็นภาคที่ลงตัวมาก คงยากที่ภาคสามจะเป็นแบบเดียวกัน

ส่วนnext .... ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้ว่ายังไง เอาเป็นว่า ขนาดไม่พกความคาดหวังอะไรใดๆทั้งสิ้นเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ ก็ยังรู้สึกว่า นี่มันหนัง...อะไรวะเนี่ยย สิ่งที่ดีที่สุดคือการไปดูหนังเรื่องนี้ก็คือการได้ดูตัวอย่างของ sherk 3 (กับประโยคที่ว่า ฮาจนหูเขียว!!!)


โดย: malancholia IP: 58.8.24.8 วันที่: 13 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:56:25 น.  

 
วงการเพลงไทยเงียบสงบมาก


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 13 พฤษภาคม 2550 เวลา:23:01:09 น.  

 
-*- มือไวจิงๆ

TRAVIS กลับมาแล้วถือว่าเป็นข่าวใหม่...ข้าพเจ้าติดเกมส์นิน่อย เลยไม่ได้ฟังเพลง เท่าไหร่ หนังก็ไม่ได้ดู แต่......วงการเพลงไทยเงียบสงบจริงๆ

หนังที่ได้ดูคือเรื่อง "Be With Me" คาดว่าเป็นหนังที่เก่ามาก รู้สึกว่า จะเป็นหนังไต้หวัน ดูจบไป 2 รอบยัง ไม่เข้าใจว่าเค้าต้องการสื่อถึงอะไร ~~ มีใครเคยดูบ้างไหมเนี่ย เรื่องเนี่ย ~~ ขอโทษนะคะ จขบ..เบลอ+รั่ว ละ





โดย: Chubby_Gook IP: 203.113.17.180 วันที่: 14 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:40:20 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมครับ ฮ่าๆๆ


โดย: RISHADAN PORT IP: 203.113.37.8 วันที่: 14 พฤษภาคม 2550 เวลา:3:25:58 น.  

 
Closer นี่ติดหูในเวลารวดเร็ว

Brett Anderson นี่ก็ชอบมาก มีอยู่ช่วงหนึ่งใส่ชื่อไว้ในเอ็มว่า Love is Death

เมื่อคืนป้าแต๋วเปิด Your Love Alone is not Enough
แถมมีการแดกเล็กๆ ว่าลุงแก (ป้าแกเรียกอย่างงี้) ช่างกระชากวัยหรืออะไรนี่แหล่ะ ไปเอายัยอะไรไม่รู้จำชือ่ไม่ได้จากวง The Cardigans มายืดอายุให้วงตัวเอง
ป้าแกคงหมดรักมานิคแล้วล่ะ พี่ว่า

ช่วงนี้ชอบ soundtrack Marie Antoinette มากๆ ฟังเกือบทุกวัน หนังก็เอามาดูแล้ว เปรี้ยวดี

หนัง ( แผ่น) อีกเรื่องที่ได้ดูแล้วชอบมากคือ Infamous
หนังที่พูดถึงนักเขียนอย่าง Truman Capote ได้มีจริตจก้านและหวือหวามาก คนละเวอร์ชั่นกับ Capote ที่ชิงออสการ์อะไรนั่น( อาจารย์คุณน้องเต้เอามายั่วไว้นิดหนึ่งเลยขวนขวายหามาดู )

กำลังอ่าน "หูหาเรื่อง" อยู่ด้วย จขบ.อ่านอะไรอยู่หรือเปล่า ช่วงนี้


โดย: grappa วันที่: 14 พฤษภาคม 2550 เวลา:7:38:06 น.  

 
ฟังทั้ง Travis, Brett แล้วก็ Manic แล้ว
ชอบ Manic ที่สุดอ่ะ

ส่วนหนัง...ไม่ได้ขยับตัวออกจากบ้านมาเป็นเดือนแล้ว


โดย: MewZik MonZta วันที่: 14 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:00:35 น.  

 
คาดหวังมากไปมั้ง ฉันน่ะกับ Travis ชุดใหม่ เพราะว่า Closer ไพเราะจนแทบขาดใจเช่นนั้น แต่ก็ถือว่าโอเคนะสำหรับเพลงที่เหลือ เพียงแต่รู้สึกว่าเพลงบางเพลงมันโดดขึ้นมาจากเพลงอื่นๆยังไงไม่รู้ ไม่ผิดหวัง แต่ไม่ได้ตามที่คาดไว้ (อ่อ nme ให้ 2/10 กับอัลบั้มนี้ จริงๆ ไม่สนใจหรอก เพราะถ้าฉันชอบก็คือชอบ แต่งงว่า nme มองว่าแย่ขนาดนั้นเลยรึ)

Brett Anderson ชอบมากกกกกกกกกกกก เพลงช้าไพเราะ หม่นๆ ยิ่งมีเสียงเครื่องสาย ขอตายไปเลยดีกว่า ฉันมักแพ้ทางเครื่องสายอยู่แล้ว

Manic ชุดใหม่ก็อะนะ บางเพลงก็ชอบ บางเพลงก็รู้สึกว่าเหมือน Bon Jovi อะ ไปได้ไงเนี่ย

ตอนนี้กำลังชอบ Maroon 5 ชุดใหม่ฮ่ะ แบบว่าไม่ผิดหวังไง ทำเพลงแนวของตัวเองได้เท่ดีแท้ ตลาดแต่เท่ ชอบจัง


โดย: cottonbook วันที่: 14 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:05:14 น.  

 
เป็นอาการเดียวกันตอนดูสไปดี้สาม - -*
กรี๊ดกร๊าดกับฉากเปลี่ยนจากหิมาลัยไปเป็นญี่ปุ่นใน "หุบผาดอกไม้" มากๆ
ส่วน Next นี่ทำไมบักเคจต้องทำผมทรงเดียวกับดาวินชี่โค้ดด้วยฮึ!


โดย: nanoguy วันที่: 14 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:23:14 น.  

 
shitdisco นี่เพิ่งเสาะหาอัลบั้มนี้มาฟังได้ เพลงกระฉึกกระฉักมาก ว่าแต่แผ่นไทยมีขายด้วยหรือ อยากได้อ่ะ

แต่เพิ่งมาสังเกตปกอัลบั้มของ travis ตามที่คุณบอก มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วยแฮะ


โดย: ปืนกล IP: 203.131.217.33 วันที่: 14 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:56:17 น.  

 
รู้สึกว่า Spiderman ภาคนี้ไม่ค่อยลงตัว แต่ก็ยังคงชอบอยู่ เพราะในบรรดาฮีโร่ทั้งหมด เรารู้สึกว่าตัวเอง "ต่อติด" กับ Spiderman อยู่คนเดียวค่ะ :)

ตอนนี้อยากดู Valley of Flowers คงจะได้ดูเสาร์นี้ ถ้าหนังจะยังอยู่น่ะนะ
แล้วนี่ เจ้าของบล็อกจะไปเรียนต่อเมื่อไหร่คะนี่?


โดย: tiktokthailand วันที่: 14 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:50:46 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่

คือหนู search เจอจาก google อ่ะค่ะ หนูค้นคำว่า Mrs.Dolloway แล้วได้อ่านบลอคนี้ของพี่ค่ะ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=merveillesxx&month=07-2005&group=1
เพราะหนูดูหนังเรื่อง The Hours แล้วหนูคลั่งมากๆ มันแปลกๆ ยังไงไม่รู้ค่ะ เพราะดูหล้วหนูนอนไม่หลับเลย เหอๆ ในเรื่อง มีหนังสือเรื่องMrs.Dolloway มา search ดูแล้วมันก็มีจิงๆ อยากอ่านผลงานของ เวอร์จิเนีย วูฟ มากๆ

พี่ช่วยหน่อยนะค๊ะ หนูไปทุกร้านแล้ว ไม่มีร้านไหน มีหนังสือพวกนี้เลยค่ะ ทั้ง The Hours ทั้ง Mrs.Dolloway คือหนูอยู่อุดรธานีด้วยมั๊ง มันเลยหายากซักหน่อย

ที่ให้พี่ช่วยก็แค่อยากถามว่า หนังสือ 2 เล่มนี้ มีแปลเป็นภาษาไทยทั้ง 2 เล่มเลยรึป่าว ถ้ามีแล้วมันชื่อ ไทย ว่าอะไรหรอค๊ะ แล้วถ้าจะหาซื้อต้องไปที่ร้านอะไร จะยอมลงกรุงเทพ เพื่อไปซื้อเลยค่ะ

อยากอ่านจิงๆ

ขอบคุณล่วงหน้านะคะ ^^

ปล.พี่ตอบที่นี่เลยก็ได้ค่ะ เด๋วหนูจะตามมาดู ^^


โดย: http://mew-j.spaces.live.com IP: 203.113.61.107 วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:25:30 น.  

 


สิ่งที่ไดเรียนรู้ในวันนี้

(ขออนุญาตแทนตัวเองว่ากู เพื่ออรรถรส)

1. ไม่น่าเชื่อว่ากูจะสามารถรอผู้หญิงทำสีผม 2 ชั่วโมงได้

2. การรอสองชั่วโมงนั้นอาจไม่เป็นปัญหาชีวิตสำหรับกูมากนัก ถ้าหากว่าร้านมันไม่ได้เต็มไปด้วยเกย์สก๊อย

3. เพิ่งรู้ว่าที่ทาปากของผู้หญิงอันนึงตั้ง 900 กว่าบาท (ซื้อซีดีได้ตั้งสองแผ่นครึ่ง) อืม เกิดเป็นผู้หญิงนี่มันลำบากเหมือนกันนะ

4. เปิดอ่านหนังสือผู้หญิงเล่มนึง คอลัมน์ทำนายดวงชะตา ตรงดวงของเค้า มันทำนายไว้ว่า "คุณจะได้เจอชายหนุ่มอารมณ์ดี แถมเรื่อง XXX ก็ยังเพอร์เฟ็กต์ซะด้วย" เป็นคำทำนายดวงชะตาที่กูฉงนใจมาก แต่ก็ทำให้กูเสียเซลฟ์ไปพอประมาณ

5. ทำไมป้าโดเรมี ต้องทำหน้าแปลกใจ ตอนเห็นกูมากับผู้หญิง (ฮา)

6. อ้อ บียอร์คเลื่อนออก กูเซ็งอย่างแรง

7. ตึก style toyota (ห่าเหวอะไรสักอย่าง) กลายเป็นแหล่งชุมนุมของเด็กสก๊อยไปเสียแล้ว

8. พารากอนมีร้านส้มตำที่ชื่อ "ตำ-แหล" หมูทอดอร่อยดี

9. ชามะนาวของ food court พารากอน รสชาติต่ำทรามในระดับเดียวกับคุณค่าของรายการสตรอเบอรี่ชีสเค้ก

10. ส่งซ่อมมือถือตอนอยู่ในประกัน รอ 2 อาทิตย์ แต่ถ้าเสียตังค์ 2 วันได้!


----------------------------------------------------


ตอบ Chubby_Gook

Be With Me เป็นหนังสิงคโปร์จ้ะ พี่ชอบฉากที่ยัยเด็กผู้หญิงไปนอนกลิ้งๆๆๆ กันตรงบันได เป็นฉากติดตามากๆ



ตอบ พี่ grappa

ฮ่าๆๆๆ ได้งฟังป้าแต๋วเหมือน แกดูไร้เยื่อใยกับ Manics มากๆ เลย แต่เราชอบมากเลยนะ

เมื่อคืนชอบวง Shiny Toy Guns เปรี้ยวดี

วันนี้เจ้าของบล็อกติด The 8 Masters ของฟิล์มไวรัสไปอ่านตอนรอคนทำผมจ้ะ แต่อ่านไม่รู้เรื่อง เพราะมีเกย์สก๊อย 4 ตัว มานั่งข้างๆ =__=''



ตอบ cottonbook

NME มันรู้จักวงอื่นนอกจาก Arctic Monkey ด้วยเหรอ (ฮา)



ตอบ nanoguy

พี่เกลียด นิโคลาส เคจ มากๆ และพี่ก็เกลียดทรงผมอุบาทว์ๆ ในเรื่องนี้ด้วย



ตอบ ปืนกล

Shitdisco มีแต่อิมพอร์ตจ้ะ



ตอบ tiktokthailand

เรื่องเรียนต่ออีกนาน ตอนนี้ยังเรียน GMAT ไม่จบเลย



ตอบ น้อง mew-j

The Hour ถ้าจำไม่ผิดมีแปลไทยนะ Mrs. Dalloway ไม่แน่ใจ แต่คงไม่มี ใครรู้แน่ๆ ก็ช่วยตอบหน่อยนะครับ

Mrs.Dalloway ภาษาอังกฤษ เคยเห็นที่ Kinokuniya สาขาเอ็มโพเรียม และมีนิยายหลายๆ เรื่อง Virginia Woolf เช่น To The Lighthouse และ Orlando (สาขาพารากอน / เซ็นทรัลเวิลด์ ก็คงมี)


หนังที่เกี่ยวข้อง

1. Mrs.Dalloway ฉบับหนัง - มีแผ่นลิขสิทธิ์ขาย

2. To The Lighthouse - มีพูดถึงในหนังเรื่อง In The Cut แต่มันก็ไม่ใช่หนังที่ดีนัก

3. Orlando ของ Sally Potter (มีแผ่นผีขาย)

4. Freak Orlando ของ Ulrike Ottinger (ไม่มีแผ่นขาย)


อยากอ่านงานของ Virginia Woolf เหมือนกัน แต่ไม่กล้า กลัวอ่านแล้วจะเป็นบ้าเสียก่อน


อันนี้คือ จดหมายลาตายของ Virginia Woolf

"I feel certain that I am going mad again. I feel we can't go through another of those terrible times. And I shan't recover this time. I begin to hear voices, and I can't concentrate. So I am doing what seems the best thing to do. You have given me the greatest possible happiness. You have been in every way all that anyone could be. I don't think two people could have been happier till this terrible disease came. I can't fight any longer. I know that I am spoiling your life, that without me you could work. And you will I know. You see I can't even write this properly. I can't read. What I want to say is I owe all the happiness of my life to you. You have been entirely patient with me and incredibly good. I want to say that — everybody knows it. If anybody could have saved me it would have been you. Everything has gone from me but the certainty of your goodness. I can't go on spoiling your life any longer. I don't think two people could have been happier than we have been."


โดย: merveillesxx IP: 161.200.255.162 วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:2:32:02 น.  

 
หวาดดีไม่เจอกันตั้งนานแนะ
เราอยากดู Spider-Man 3 แต่คงไม่ได้ดูแล้ว ไม่มีเวลาเลย


โดย: penguinbear (penguin_bear ) วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:3:00:14 น.  

 
มีเรื่องอยากถามว่า ที่ จูลอเล่นกับนอร์โจน กำกับโดยหว่องกาไว จะมีให้ดูกันไหม มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรเหรอ


โดย: penguinbear (penguin_bear ) วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:3:03:06 น.  

 
ชื่อ My Blueberry Night ครับ
รายละเอียดหนังยังเปิดเผยออกมาไม่มากเท่าไร


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:3:22:18 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดTravis เฝ้ารอมาเนิ่นนาน

พึ่งดู The Science of Sleep จบไป

ทางถนัดเค้าแหละครับ กับการเข้าไปเจาะหัวคน แหกความคิดตัวละคร หรือวนในความฝันกับความจริง

ชอบเพลงประกอบหนังเรื่องนี้ครับ โดยเฉพาะเพลง If You Rescue Me ที่เค้าใส่ชุดแมวตีกลอง นิ่งและเนือยดี ไปลองฟังกันได้ครับ http://www.myspace.com/scienceofsleepsoundtrack


โดย: zoxmok IP: 124.176.72.142 วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:8:09:56 น.  

 
กรี๊ดดดดด พึ่งเห็นว่าไบโอฯแถมดีวีดี

ลืมถามว่าเด็กสกีอยคืออะไรครับ


โดย: zoxmok IP: 124.176.72.142 วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:8:13:39 น.  

 
ดูspuderman ภาค3 มาแล้ว
ผิดหวังตรงที่ตอนโทบี้ โดนด้านมืดครอบงำ แทนที่จะแสดงออกว่าเขาเลวอย่างไร ดันแสดงออกราวกับว่้าคนสติไม่สมประกอบซะอย่างงั้น
แต่ความสนุกของหนังไม่จางหาย

ปล.ดูเรื่องนี้แล้วฉันกลับชอบเจมส์ ฟรังโก้มากขึ้นกว่าเดิมหุหุ
ส่วนnext ก็อยากดูแต่เห็นทรงผมพระเอกก็ถอดใจแล้ว(สู้ตอนเล่นเรื่องโกสต์ ไรเดอร์ไม่ได้ 55)


โดย: initial A IP: 203.209.119.86 วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:14:07 น.  

 
ฝากกระทู้ เด็ก เด็ด เด็ด
คลายเครียดๆ
ดูก่อนที่ป้าเบียบจะสั่งแบน

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5402978/A5402978.html

เคยใช้หรือยังเนี่ย


โดย: initial A IP: 203.209.119.86 วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:23:29 น.  

 
สุดยอดเลยอ่ะพี่ จดหมายลาตาย อ่านแล้วซึ้งจัง

อยากอ่านหนังสือ ของ เวอร์จิเนีย วลูฟ มากกว่าเดิมอีก

ขอบคุนมากๆนะค๊ะ

^________^

God blesS u . . . !!!


โดย: mew-j IP: 203.113.61.107 วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:33:20 น.  

 
จดหมายลาตายชีเก๋ดีน่ะ ว่าแต่มันคิดมากไปเปล่าว่ะ

Travis อัลบั้ม 12 memories พี่ชอบน่ะ พี่ว่ามันดาร์ค ๆ ดี ชุดใหม่ยังไม่เคยฟังสักเพลง ตอนนี้ฟังแต่ breeze fm ไม่รู้จักสักเพลงแต่ก็ยังฟัง

แต่เพลงที่ชอบมากและฟังบ่อยสุด ๆ เลยคือ dowhat you wanna do ของ Acid house kings อ่ะ ฟังได้ฟังดี ฟังได้ไม่มีเบื่อ เพลงเรโทรดีแท้

สุดท้ายจะบอกว่า เรียนจบแล้วโว้ย จบสิ้นกันเสียทีกับคณะนี้


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:44:47 น.  

 
Mrs.Dalloway ยังไม่มีแปลเป็นภาษาไทยจ้า
ภาษาอังกฤษ คิโนคุนิยะ หรือ เอเชียบุ้คมีขาย

แต่ว่า อย่าเพื่งรีบร้อนอ่านตอนนี้เลยนะ
ชีวิตจะได้รื่นรมย์


โดย: grappa IP: 58.9.201.129 วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:48:55 น.  

 
เราขอแนะนำน้องเขาหน่้อยได้เปล่า

ถ้ายังอยากมีชีวิตที่สดใสในวัยรุ่น อย่าอ่าน หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว พี่น้องคารามาซอฟ 2001:A Space Odyssey

อ่านแล้วมันดูดพลังอย่างแรง แถมยาวมากจนอาจจะไม่อยากอ่านหนังสือไปอีกนาน (โดยเฉพาะเล่มที่สอง)

ป.ล. ต่อ แกเคยเจอหนังสืออะไรดูดพลังไปบ้างเปล่า


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:23:54:04 น.  

 
ขอบคุนนะค๊ะคุณ grappa จะได้เลิกหาฉบับไทยอ่านซักเท - - *

555 ขนาดนั้นเลยหรอค๊ะที่อ่านแล้วชีวิตจะไม่รื่นรมย์ แต่มันก็ไม่แน่เหมือนกัน

เพราะขนาดตอนดูหนัง(the hours)นู๋ยังนอนไม่หลับเลย - -*

แต่มันชอบโคด

เอิ๊กส์ ๆ

^________^


โดย: mew-j IP: 203.113.61.108 วันที่: 16 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:49:54 น.  

 

กรี๊ดดดดดดดดด อดดู กาษานาคา ตอนแรกอ่ะ !!!!!

โฮๆๆๆๆๆ ไม่น่าไปกินหมูกระทะกับเพื่อนเลยยยยยย

ได้ข่าว แตงโมใส่ชุดแดงทั้งเรื่อง โอย อยากดู


ส่วนวันนี้ซื้อ Linkin Park ชุดใหม่มา ...ฟัง Retrospect ยังดีกว่าเลย


โดย: merveillesxx IP: 161.200.255.162 วันที่: 17 พฤษภาคม 2550 เวลา:3:57:54 น.  

 
สวัสดีค่ะ ยังจำเจนนี่ได้ไหมเอ่ย ไม่ได้แวะมาทักทายเสียนาน สบายดีน่ะคะ พอดีวันนี้เจนนี่มีเวลานิดหน่อย เลยแวะมาเยี่ยมเยือนค่ะ

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย รักษาสุขภาพด้วยน่ะคะ

ไปก่อนน่ะคะ ว่างๆเจนนี่จะแวะมาทักทายอีกค่ะ บ๊าย บาย


โดย: สาวอิตาลี วันที่: 17 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:18:31 น.  

 
ช่วงนี้ดิฉันเป็นโรคประหลาดฮ่ะ
ไม่ชอบซักกะอัลบั้ม ทั้ง Travis, Manic, Maroon 5
ยิ่งวงขวัญใจเด็กแว๊นซ์อย่าง Linkin Park ยิ่งเอาไปไกลๆ เลย

แต่ที่น่าแปลกคือหันมาฟังอัลบั้ม Wooo! ของ Four-Mod แทน (ฮา)


โดย: it ซียู IP: 58.10.102.32 วันที่: 17 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:44:24 น.  

 
ถึงคุณ I will see U in the next life.

ยินดีด้วย

แต่ฉันดันเพิ่งเอนท์ติด!!!!!


โดย: initial A IP: 210.1.13.194 วันที่: 18 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:16:02 น.  

 
โอสท์ !!
รออัลบั้ม "รุงรังอย่างเป็นระบบ" (Systematic Chaos - ของแท้ต้องมีมดเก้าตัว) อยู่เหมือนกัน แอบได้ฟัง Leak ที่น้องคนนึงมันโหลดมาแล้ว รู้สึก Petrucci แกกีต้าร์โหดอีกแล้ว


โดย: ShadowServant วันที่: 18 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:01:25 น.  

 
วันนี้พึ่งซื้อ Wolfmother มาฟัง

เจ๋งดี ขอแนะนำ


โดย: zoxmok IP: 124.184.247.228 วันที่: 18 พฤษภาคม 2550 เวลา:20:21:32 น.  

 
ช่วงนี้งานใหม่ๆออกมาแยะมาก
Manics ยังไม่ได้ซื้อเลย
Travis เลยไม่ต้องพูดถึง

เข้าคิวตามสตาค์ในกระเป๋า


โดย: Mesia_82 IP: 203.144.224.162 วันที่: 19 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:23:46 น.  

 
แวะเอาลิงค์เพลงใหม่ของมาดอนน่ามาฝากจ้ะ

http://liveearth.msn.com/green/Madonnadownload?wa=wsignin1.0&wa=wsignin1.0

ชื่อเพลงว่า Hey You โดยเป็นเพลงที่เจ๊แต่งขึ้นมาใหม่ล่าสุด เพื่อใช้เป็นเพลง Theme ของงาน Live Earth ปีนี้โดยเฉพาะ

โดยทาง MS จะให้ดาวน์โหลดฟรีเป็นระยะเวลา 1 อาทิตย์ และทุกๆ ดาวน์โหลด 1 ล้านดาวน์โหลดแรก Microsoft จะบริจาค
25 เซนต์ ให้กับ สหพันธ์เพื่อการปกป้องสภาพบรรยากาศครับ
รวมทั้งสิ้นน่าจะประมาณ 250,000 ดอลล่าร์ หรือเท่ากับ 8,306,553 บาท :D

ป.ล. ส่วนตัวเฉยๆ กับเพลงนี้จ้ะ
ป.ล. 2 เพลงนี้มี Pharrel เป็นโปรดิวเซอร์ร่วมกับอีเจ๊ด้วย!


โดย: it ซียู IP: 58.10.102.243 วันที่: 19 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:48:03 น.  

 
เย้ มีพี่เรนด้วยแฮะ


โดย: coming soon (The Yearling ) วันที่: 27 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:44:53 น.  

 
for now my fave band is the fratellis the indie rock band from glasgow anybody is fan of the fratellis? their music sounds 70's it reminds me when i was a child ... been listening to this kind of music..my family played... my fave track is 'ole black 'n' blue eyes' easy listenin' song sounds a bit pop but if u like its rock try ' chealsea dagger' u'd love it . but no worries u dont have to be chealsea fan for listen to this song haha.
ok merry xmas and happy new year...cheers.


โดย: kit IP: 203.113.61.107 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:02:01 น.  

 
it seems most of my fave bands recently are rock bands from scotland such as snow patrol, franz ferdinand... sigh im waitin' for them to release the 3rd album...travis latest album called ' the boy with no name' brit pop style. they have u guys heard of the song 'selfish jean' such fun song n' lovely mv. isnt it :) ...really cant help it they're awesome. they're rock the real rockers haha all tracks are rock not sound pop like some bands which they call themselves 'rock band'
ps. the song' one night' by travis wot a nice song i have ever heard. at 1st i thought it was sad song but..one night can make everythin' alrite...:)


โดย: kit IP: 203.113.61.107 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:20:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.