ที่เป็นแมวจรเพราะโดนทอดทิ้ง หวังมีสิ่งดี ๆ มาเยียวยาใจ
Group Blog
 
 
เมษายน 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
11 เมษายน 2560
 
All Blogs
 
แมวจรไดอารี่ ตอนที่ 3: ได้เวลาวางโลกที่แบกไว้ลงชั่วคราวแล้วล่ะ!



ปกติพ่อกับแม่จะเป็นห่วงเรามาก ๆ มากกว่าพี่สาวแท้ ๆ ที่เป็นผู้หญิงเสียอีก แบบว่าแทบจะไม่ให้เราออกจากบ้านไปไหนถ้าไม่จำเป็น ไม่ยอมให้เราขับขี่ยานพาหนะใด ๆ ด้วยกังวลเรื่องความปลอดภัย จนทำให้ตอนนี้กว่าจะฝึก ความกล้าก็หายไปแล้ว


...เข้าเรื่องดีกว่า!


สืบเนื่องจากความห่วงใยนั้นทำให้เราต้องรายงานท่านตลอดเวลา และสิ่งที่ได้รับมักเป็นการปฏิเสธและการบ่น ไม่เว้นแม้ตอนเรียน ป.ตรี ก็ยังบ่นเสมอ ถ้าอยู่ใกล้ ๆ คงห้ามเราไปแล้วล่ะ


แหม ๆ ๆ พอพ้นอกพ่อแม่ไม่กี่เดือนหลังรับน้องเสร็จก็แดกเหล้า เที่ยวกลางคืน ดึกดื่นไม่ยอมนอนอย่างนี้ไง (แต่ผลการเรียนไม่ตกนะจ๊ะ หลัง ๆ มาท่านเลยพออะลุ่มอะหล่วยบ้าง) ปี 1 เป็นปีแห่งการสำมะเลเทเมาอย่างแท้จริง


พร่ำบอกท่านเสมอว่าเราโตแล้วตั้งแต่อยู่ปี 1 จนจบปี 4 มีงานทำแล้วท่านก็ไม่อยากให้เราไปไหนไกล ๆ คนเดียวอยู่ดี ทำให้ทริปที่ไปไกลสุดคือที่มาเลเซียเมื่อสงกรานต์ปีที่แล้วต้องไปกับน้องคณะอีกสามคนท่านถึงจะยอม (อีกทั้งบอกตอนหลังจากจองตั๋วเสร็จแล้วด้วย โดนบ่นหูชาเลย แต่ทำไงได้ ก็ต้องไปโดยปล่อยให้ท่านเป็นห่วงตลอดเวลา ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกผิดแฮะ)


ตัดกลับมาที่อายุใกล้ 25 ท่านก็ยังเป็นห่วง แต่เราเข้าใจท่านแล้วล่ะ พ่อแม่ที่ไหนเขาไม่ห่วงลูกตัวเองบ้างล่ะเนอะ


ก่อนสงกรานต์นี้จะมาถึง เรารู้สึกว่าชีวิตเราเครียดเกินไป


...หลังจากที่ความหวังเมื่อปีที่แล้วในการเรียนต่อโทเป็นจริง เราเข้าใกล้วิธีไปสู่ความฝันอีกขั้น เราเร่งเครื่องจากเกียร์ 1 เป็นเกียร์ 2 ตอนนี้เรากำลังบิดเป็นเกียร์ 3 แล้ว เราพยายามมุ่งเข้าหาความฝันตลอดเวลา คิดถึงเรื่องอนาคต ความมั่นคงในชีวิต ชีวิตหลังจากที่ทำความฝันสำเร็จ บลา ๆ ๆ


จนตอนนี้...เรารู้สึกว่าร่างกายเราไม่ไหวแล้ว


มันก็จริงที่เราพยายามดูแลร่างกายอยู่ด้วยการเข้ายิม แต่หลัง ๆ มาด้วยภาระงานที่เยอะขึ้นทำให้เราบ้างานจนเวลาเข้ายิมแทบไม่มี เพราะสมองเราเพลียจนไม่อยากสู้กับอะไรแล้วในวันวันนั้น


ต้นเดือนเมษาที่ผ่านมาเราเลยตัดสินใจว่า...จะไปเที่ยวคนเดียว หรือไม่ก็กับใครสักคนมาเป็นคนพาเราไปที่ที่นั้น


...ในหัวยังคิดถึงเชียงใหม่ แม้จะเคยอยู่มา 4 ปี แต่เราไม่เคยไปไหนเลยนอกจาก หอ มหาลัย ร้านเหล้า ร้านข้าว และโรงพยาบาลสวนปรุง พูดง่าย ๆ ไม่เคยออกจากเขตตำบลสุเทพเลยมากกว่า


ครั้งนี้เลยว่าจะไปสะเมิง หางดง เรามีน้องที่รู้จักอยู่หางดง เราจะขอให้น้องพาไปหน่อยเพราะเราขี่รถไม่เป็น เราจะไปทำอีกสิ่งหนึ่งที่เรารักและคิดว่ามีความสุข...นั่นคือการถ่ายรูป


...เราอยากถ่ายทางช้างเผือก ถ้าทริปครั้งนี้ถ่ายได้ออกมาสวย ๆ คงจะมีความสุขเหมือนได้เติมเต็มชีวิตส่วนหนึ่งเลยทีเดียว


เลยตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ไป ก่อนตัดสินใจคิดแล้วคิดอีกด้วยความกลัวว่าท่านจะไม่ให้ไป ท่านดูไม่ชอบเชียงใหม่มาก ๆ เพราะท่านจำวันนั้นที่เราเลิกกับแฟนเก่าแล้วมีเรื่องที่สภ.ภูพิงค์ได้ไม่ลืม


"ไปเถอะ ดูแลตัวเองด้วยนะ" แม่บอกผ่านทางโทรศัพท์


สั้น ๆ ง่าย ๆ


"ลูกโตแล้ว ถ้าไปแล้วมีความสุขก็ไปเถอะ"


เหมือนแม่จะรู้ว่าตอนนี้เหมือนเราแบกโลกทั้งใบไว้แล้วอยากวางมันลงบ้าง


แล้วเจอกันนะเชียงใหม่!!!




Create Date : 11 เมษายน 2560
Last Update : 11 เมษายน 2560 22:14:15 น. 0 comments
Counter : 182 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สมาชิกหมายเลข 1579900
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชื่อ "นอร์" ครับ
อายุ 24 ปี
หน้าตาไม่ดี แถมยังอ้วนและเป็นบ้า
จบตรีที่ ม.เชียงใหม่ มาต่อโทที่กรุงเทพเพื่อล่าความฝันในการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยครับ
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 1579900's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.