Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 

เที่ยว...HAMPI...แสนสนุก ตอนสาม

มาเล่าต่อ

หลังจากเดินชมและถ่ายภาพ Stone Chariot จนคนขับออโต้เข้ามาตามเพราะนาน เดี๋ยวพวกเรจะไม่ได้เที่ยวชมทีอื่น เราและปริ๊นจึงขึ้นรถ ให้ออโต้พาชมที่อื่นต่อ ระหว่างทางเห็นสระน้ำ ใสน่าลงไปถ่ายภาพจึงบอกให้ออโต้จอด พวกเราลงไปถ่ายรูปกัน

ออโต้บอกสระนี้ ปีนึงจะเชิญเทพมาสรงน้ำที่สระนี้ หลังจากชมสระน้ำ ก็นั่งรถผ่านไปที่ King's Balance

King's Balance
Hampi is also full of surprises: like the King's Balance where kings were weighed against grain, gold or money which was then distributed to the poor


ปริ๊นถ่ายภาพด้านKing's Balance

มองจากด้านหน้าเขาไปไม่มีไที่จะดึงดูดพวกเราให้เข้าไปชม จึงนั่งรถไปต่อ


อันนี้จำไม่ได้ว่าอะไรแ้ล้ว จำได้แต่ตอนนั้นคิดถึงนุก
นุกชอบทำ่ท่านกบินเวลาถ่ายรูป เลยเลียนแบบ

ผ่านวัด hajara rama temple พวกเราลงไปถ่ายรูป ที่นี่บูรณะเยอะมาก ดูใหม่







และพวกเราก็ไปต่อ จุดที่เที่ยวสำคัญอีกที่นึง Lotus Mahal
Lotus Mahal: shaped like a lotus flower from top, this two-story structure has beautiful arc ways set in geometric regularity. It was an air-cooled summer palace of the queen.
ก่อนเข้าไปด้านใน เราใช้ตั๋วเดิมได้จากที่ซื้อมาจาก วัดวิหารา ไม่ต้องซื้อใหม่
ที่ด้านหน้าทางเข้ามีห้องน้ำให้เข้า สะอาด หลังทำธุระเรากับปริ๊นก็เข้าไปชม Lotus Mahal
ด้านในร่มรื่นมากๆ สนามหญ้าเขียวขจี น่านอน
พวกเราจีงนั่งพัก ให้คลายร้อน









และด้านในมีน้ำมะพร้าวขายด้วย เราจึงให้เค้าเฉาะให้ ดื่มแก้กระหาย เราดื่มสองเลย

โลตัสมาฮาล ก็สวยดี พวกเราก็ถ่ายภายกันไปหลาย

ภาพรอบๆแถวนั้น


และเดินไปอีกหน่อยด้านหลัง อ้าว Elephant Stableอยู่นี่เอง เราดูในแผนที่นึกว่าไกล จึงนั่งดูดน้ำมะพร้าวและมอง Elephant Stable


ดื่มหมดก็ให้เค้าผ่าจะได้กินเนื้อข้างใน
กินหมดก็ถ่ายภาพกันต่อ พวกเราไม่ได้เดินไปใกล้ Elephant Stableด้วยว่าร้อนและบ่ายสองแล้ว กลัวจะไปชมที่อื่นไม่ทันจึงแค่ถ่ายภาพและเดินกลับมาขึ้นรถ

ก่อนขึ้นรถเห็นีไอติมขายเราซื้อมากินอันนึง รสชาติห่วยมาก แต่ก็ดีกว่าไม่มีกิน เพราะร้อน

ผ่านวัดอีก

ก็แวะลงไปดู

ถือไม้ไอติมอยู่ ก่อนเข้าไปในวัด

วัดนี้น้ำท่วม นองเลย

ก็เลยกลับมาขึ้นรถไปต่อ

นั่งไปอยู่ๆออโต้ก็จอด จอดทำไมเนี่ย ไม่เห็นมีไรให้แว ะ ดู

ออโต้บอก sister stones ไหนฟะ เรากับปริ๊นมอง ยังไงก็แค่หินสองก้อน


อดขำกันไม่ได้ ก็เลยถ่ายรูปกับรถออโต้ดีกว่า 55




ออโต้พาพวกเรามาไหว้Ugra Narasimha ทางเข้ารถไม่ให้เขาเค้าเอาต้นมะพร้าวมาขวาง พวกเราจึงเดินเข้าไป ไม่ไกลมาก และร่มรื่น
This image of Lakshmi-Narasimha, popularly called Ugranarasimha, meaning Narasimha of terrifying countenance, is hewn out of a rock in-situ. According to an inscription found here, it was executed in 1528 A.D. during the rule of Krishnadevaraya. Originally, the icon bore a smaller image of Lakshmi sitting on his lap. This gigantic image, 6.7 meters in height, was mutilated and the figure of Lakshmi was entirely damaged and vandalized in 1565 A.D. Narasimha with an articulately chiseled and well delineated mane and large bulging eyes and broad chest still retains His awesome charm. He is seated on the coils of the snake Adisesha, who rises behind him with seven hoods, which serve as a canopy. The entire image is set within a Makara torana, or arch, with a lion-mask above the hoods of Adisesha.


เราถ่ายภาพยากเพราะต้องรอเมฆมาบังพระอาทิตย์ ถึงจะถ่ายได้ ไม่งั้นย้อนแสง ระหว่างรอเรากับปริ๊นก็ไปไหว้ศิวะลิงค์ที่อยู่ไม่ไกล ที่คนเค้าจะอธิฐานโดยการโยนเหรียญ เราโยนรอบแรกไม่เข้า ต้องโยนอีกรอบ


เรากับปริ๊นรอเมฆมาบังเพือ่จะถ่ายภาพUgra Narasimha ก็ โพลสท่ากับศิวะลิงค์กัน


และก็ต้องรีบวิ่งไปที่Ugra Narasimha เพราะเมฆมาแล้ว กดได้สองภาพ เมฆก็เคลื่อนตัวไป




หลังจากนั้นพวกเราก็เดินกลับไปที่รถ

ไปที่นี่
Sasivekalu Ganesha Temple
On the slope of Hemakuta Hill beyond the Krishna Temple, there are two huge stone images of Ganesha. First one is the Sasivekalu Ganesha about 2.4 metres tall and ironically named as Sasivekalu or mustard seed. The God is seated in a large open mantapa with plain rough square pillars. The right hands hold the ankusa and broken tusk, while the upper left holds a looped pasa or noose. The lower left hand and the trunk are broken. The belly is tied with a snake. This Ganesha is fashioned out of a single boulder in sitting position.





ด้านหลังของพระพิฆเณตรแปลก คือเป็นรูปร่างผู้หญิงซ้อน

และที่นี่ออโต้ก็พาเรากลับที่พักเพราะจบโปรแกรมที่เค้าพาเที่ยว

ก็จ่ายเค้่าไป 200เราว่าถูกและคุ้ม หลังจากนั้นปรื๊นขอนอนเพราะ เหนื่อย เราก็ไปนอนด้วย และทุ่มนึงพวกเราก็ออกมาเตร่หาของกิน แต่ดันไปเตร่ที่วัดแทน ไปไหว้พระศิวะ วัด วิรุณปักษา วัดเก่า เาชอบมาเหมือนอยู่สมัยโบราณ

วัดนี้เค้าคิดค่ากล้อง 50 รูปี พวกเราไม่ได้ถ่ายภาพเพราะมืด และตั้งใจมาไหว้พระมากกว่า ถือว่าเคารพสถานที่ด้วย

เราไปวัดเกือบปิดแล้ว พรามทำพธืเกือบเสร็จหมด และมีช้างเข้ามาคุกเข่าไหว้พระด้วย เราและปริ๊น ตะลึงเลย เหลือเชื่อ พรามณ์บอกว่าช้างตัวนี้จะเข้ามาไห้วทุกเย็นก่อนจบพิธี ตอนนั้นอยากถ่ายภาพมากๆ แต่กลัวช้างตกใจ และดูไม่เหมาะสม

หลังจากไหว้พระเสร็จเรากับปริ๊นห็เดินมานั่งตรงลานหน้าวัด อากาศดี และดาวเต็มฟ้าเลย เราสองคนก็เลยนั่งชมดาว ปริ๊นอยากจะนอนที่ลานวัด เราบอกคงไม่ไหวเพราะยุงคงรุมพวกเราแน่ ๆ

นั่งซักพักพวกราจีงเดินออกไปหน้าวัดหาข้าวกิน มีร้านนึงทำข้าวผัดอร่อยมากๆ เราจึงไปกิน และกลับไปนอน เพราะพรุ่งนี้เช้าต้องเที่ยวต่อ




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2549
4 comments
Last Update : 10 ธันวาคม 2549 20:10:06 น.
Counter : 497 Pageviews.

 

สวัสดีค่ะเข้ามาทักทายค่ะ

 

โดย: rayasuree (Jeab) (rayasuree ) 10 ธันวาคม 2549 20:58:39 น.  

 

 

โดย: ฉันทนา จันครา IP: 203.172.199.254 22 ธันวาคม 2549 10:07:59 น.  

 

สวยมากเลยพี่ อยากไป อยากไป

 

โดย: มิค IP: 58.147.94.167 9 สิงหาคม 2550 20:51:21 น.  

 

สวยมากคะ...สถานที่นะ

 

โดย: มิค IP: 202.65.136.178 27 พฤศจิกายน 2550 21:46:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


อยู่ไกลบ้าน
Location :
agra India

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







ชีวิตคือการเดินทาง ...................................

ข้อความและรูปภาพ

ขอสงวน ห้ามนำไปเผยแพร่



Friends' blogs
[Add อยู่ไกลบ้าน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.