ลูกสาว ชาวไร่
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
17 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 
ไปไหว้เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์...ศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า

ไปไหว้...ศาลเจ้าพ่อเสือ



ศาลเจ้าพ่อเสือ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก edtguide.com และ thailandoffroad.com

"ศาลเจ้าพ่อเสือ" เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มากราบสักการะบูชา ใคร ๆ ก็อยากจะมาขอพรกับ "เจ้าพ่อเสือ" กันทั้งนั้น ขอพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักประวัติ "ศาลเจ้าพ่อเสือ..เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์." กันค่ะ...


ศาลเจ้าพ่อเสือ ตั้งอยู่เลขที่ 468 ถนนตะนาว ใกล้เสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นศาลเจ้าจีนแต้จิ๋วที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง คนจีนเรียกกันว่า "ตั่วเล่าเอี้ย" เป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐาน เฮี้ยงเทียนเซียงตี่, รูปเจ้าพ่อเสือ, เจ้าพ่อกวนอู และ เจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของทั้งชาวไทย และจีนเป็นอย่างมาก



ศาลเจ้าพ่อเสือ สร้างตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เกี่ยวเนื่องกับวัดมหรรณพาราม เดิมตั้งอยู่ริมถนนบำรุงเมือง ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ขยายถนนบำรุงเมือง ได้โปรดให้ย้าย ศาลเจ้าพ่อเสือ มาไว้ที่ทางสามแพร่ง ถนนตะนาว จนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม "เสือ" เป็นสัตว์ที่คนจีนเชื่อว่ามีฤทธิ์เดชมาก สามารถปราบผีหรือสิ่งเลวร้ายของชีวิตได้ หากบ้านใครตั้งอยู่บริเวณทางสามแพร่ง หรือจุดที่ถือกันว่าจะมีวิญญาณเลวร้ายพุ่งเข้าบ้าน จะนิยมเอาเสือคาบดาบไปแขวนไว้ที่หน้าบ้านเพื่อขจัดสิ่งเลวร้าย เคราะห์ร้ายที่จะมากล้ำกรายชีวิตของเราให้พ้นไปหรือว่าบรรเทาลงได้


โดย ศาลเจ้าพ่อเสือ สร้างตามรูปแบบศาลเจ้าที่นิยมทางภาคใต้ของจีน เทพเจ้าประจำศาล คือ เสียนเทียนซั่งตี้ หรือ เจ้าพ่อเสือ การสร้างศาลประดิษฐานรูปเสือ โดยเอากระดูกเสือบรรจุในแท่นปั้นรูปประดิษฐานบนแท่น อัญเชิญดวงวิญญาณเสือขอให้ปกปักรักษาประชาราษฎร์ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข


ทั้งนี้ เจ้าพ่อเสือ มีฐานะเป็นเทพเจ้าชั้นรอง แต่ก็เป็นที่นิยมกราบไหว้ โดยเฉพาะคนที่กำลังมีคดีความ ต้องขึ้นศาล ของบูชาที่ขาดไม่ได้ คือ เนื้อหมูและไข่ และต้องลูบมันหมูใส่ปากเจ้าพ่อเสือด้วย ถือว่าถวายของต้องโฉลกจะมีโชคมีชัยได้ลาภผลพูนทวี

วิธีสักการะ
>

ไหว้ด้วยธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ และพวงมาลัย 1 พวง ส่วนการสักการะเจ้าพ่อเสือ จะต้องซื้อเครื่องเซ่น ประกอบด้วย หมูสามชั้น ไข่สด และข้าวเหนียวหวาน ชุดเล็กราคา 20 บาท และชุดใหญ่ ราคา 50 บาท



คำสวดถวาย "เจ้าพ่อเสือ"

เทียง เอียง เอียง จุ้ย เหมี่ยง เมี้ยง ปัก เทียง จุ้ย เต็ก เหล่ง ขี่ เชี้ยง จิง บู้ สิ่ง เจี่ยง เง็ก ฮือ ห่วย เสี่ยง เต็ง กิม ขวก ตี่ หง่วง เทียง จี๋ เพ้า กิม ตั่ว เง็ก กวง เหยี่ยว โหงว ลุ้ย สิ่ง เปีย หู่ แก่ เปี่ยง หลัก เต็ง เง็ก นึ่ง สุ่ย จอ อิ๋ว โปย สั่วะ เจียง กุง อ่วย เอ่า เชี้ยง โปย ข่วย สิ่ง กู จั่ว เจี่ยง กั่ง หง เซี่ย จก เท้ง ปวย เซี้ยง อุย เฮี้ยง สิ่ง เล้ง ทงสี่ ไฮ่ เสียะ ซี ฮก เจ๊ก บ่วง มิ้ง เตียม เหียง เก็ง หุก เกาะ แจ่ สก สก เจ็ง เล้ง เหียก สิ่ว ห่วย จวง เงี้ยม กิม ซี้ อู้ อี่ ห่ง หุก เสี่ย จี เซียว เล้า เจี๋ย เยี่ยว เชง เฮียง ซำ กุ๋ย กิว ไป่ คึง เค่า เชี่ย เหี่ยง เทียง เสี่ยง ตี่ เกี้ย เหมี่ยว เฮี้ยง ฮก หง่วง ไต่ ชี้ย เทียง จุง กั่ง อี๋ ตื๋อ เอียว ม้อ เจง สุ่ย เซี้ยง กิ้บ กิบ หยู่ หลุก เหลง



เชื่อกันว่าทุก ๆ ปีขาลที่เวียนมาถึงจะเป็นปีที่มีธุรกิจล้มละลายกันมากเป็นประวัติการณ์ บริษัทห้างร้านต่าง ๆ พากันปิดกิจการกันมาก ภาระการค้ามีอุปสรรคมาก อย่างไรก็ตามคัมภีร์โหราศาสตร์จีน (โป๊ยยี่สี่เถี่ยวเก็ง)บันทึกไว้ว่า "ในปีขาล (เสือ) นี้บุคคลที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของเสือแล้ว กลับจะเป็นปีที่มีความก้าวหน้าอย่างมากมายในขณะที่คนอื่นต้องพบกับชะตากรรมที่ถูกผลักดันให้ตกต่ำ ไม่ได้รับการเอาใจใส่ในช่วงเวลาอันวุ่นวายของปีเสือนี้" ดังนั้นผู้เขียน (พ. สุวรรณ) ขอแนะนำว่า ท่านผู้อ่านที่มีเกณฑ์ชะตาไม่ค่อยดีหรือผู้อ่านที่ต้องการความมั่นใจ ท่านควรหาโอกาสไปไหว้เจ้าที่ ศาลเจ้าพ่อเสือ (เสาชิงช้า) ซึ่งชาวจีนเรียกกันว่า "ตั่วเล่าเอี้ย" ให้ได้ในปีขาลหรือทุก ๆ ปีขาลที่เวียนมาถึง เป็นการสะเดาะเคราะห์เพื่อเสริมมงคลให้แก่ตัวเองและครอบครัว เมื่อท่านได้ทำตามที่ว่าท่านลองสังเกตุดูท่านจะรู้สึกว่า ชีวิตของท่านจะดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์จริงๆ (ซึ่งผู้เขียนเคยประสบกับตนเองมาแล้ว) ปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่เคยขัดขวางท่านกลับคลี่คลายและลดลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ



ครอบครัวชาวจีนที่ยังไม่มีลูก ต้องการอยากมีมากๆก็จะไปขอลูกที่ "ตั่วเล่าเอี๊ย" หรือศาลเจ้าพ่อเสือในคืนวันที่ 15 ค่ำ เดือน 1 (ตามปฏิทินจีน) ชาวจีนเรียกพิธีนี้ว่า "จับโหงวแม้" (แปลว่า "คืนวันที่ ๑๕ ค่ำ") โดยนำ "ทึ้งถะ" หรือเจดีย์ที่ทำด้วยน้ำตาลไปไหว้ คนที่อยากมีลูกแล้วไปขอ ท่านแนะนำว่า ต้องให้ฝ่ายชายไปไหว้แล้วขโมย "ทึ้งไซ" หรือสิงโตที่ทำด้วยน้ำตาลกลับมาบูชาที่บ้าน เมื่อได้ลูกสมปรารถนาแล้วปีหน้าหรือปีถัดไปต้องเอาสิงโตที่ทำด้วยน้ำตาลไปไหว้ใช้คืนสองเท่า หรือสองตัวนั่นเอง เผื่อให้ครอบครัวอื่นที่ยังไม่มีลูกจะได้ไปขโมยบ้าง



ปัจจุบันเพื่อความสะดวก ทางคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อเสือ (เสาชิงช้า) ได้อำนวยความสะดวก โดยตั้งจุดขายสิงโตน้ำตาล และเจดีย์น้ำตาล เพื่อลดความแออัดและความชุลมุนวุ่นวาย



ทุกวันนี้มีคนไปไหว้กันมาก เดินแทบไม่ได้แถมยังถูกรมด้วยควันธูปที่คลุ้งกระจายจนแสบตา หลายคนน้ำตานองหน้ากว่าจะเข้าถึงองค์เจ้าพ่อเพื่อให้อาแป๊ะหรือเจ้าหน้าที่ของศาลเจ้าเอาเนื้อหมูสด (ท่านสามารถหาซื้อได้จากแม่ค้ารอบๆศาลเจ้า) ที่ถวายถูที่ปากท่านแล้วพูดว่า "เฮงๆ" นั่นแหละ…ขอให้เฮง หรือโชคดี สมปรารถนาตลอดปีและตลอดไป ที่สำคัญอย่าลืมเช่า "ฮู้" หรือยันต์เจ้าพ่อเสือที่ศาลเจ้ามาติดไว้ที่บ้านหรือสำนักงาน เพื่อความเป็นสิริมงคลอยู่รอดปลอดภัย ส่วนท่านที่เกิดปีขาล ปีมะเส็ง ปีวอกและปีกุน ขอแนะนำว่าในทุกๆปีขาลที่เวียนมาถึงควรไปไหว้เจ้าที่ศาลเจ้าพ่อเสือให้ได้ โดยเฉพาะคนปีขาลและปีวอกต้องขอเน้นเป็นพิเศษ เพราะเป็นปีที่มีอิทธิพลท่านมากจริงๆ และเพื่อความมั่นใจและได้ผลอย่างแน่นอน ควรไหว้ "ไช้ซิ้งเอี๊ย" (เทพเจ้าแห่งโชคลาภหรือเทพเจ้าเงินตรา) ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ ชาวจีนที่มีอายุมากๆ ตลอดจนซินแสทั้งหลายต่างร่ำรือถึงความศักสิทธิ์ว่า ไช้ซิ้งเอี๊ย องค์ที่อยู่ในศาลเจ้าพ่อเสือ (เสาชิงช้า) ใครดวงไม่ดีแต่อยากรุ่งหรือใครที่มีปัญหาเรื่องเงินทอง ท่านจะช่วยดังนั้นชาวจีนจึงนิยมไปไหว้กันมาก

ตำนาน "เจ้าพ่อเสือ"


.......เป็นเรื่องของความเชื่อที่ว่าเสือเป็นสัตว์ที่มีพลังอำนาจมาก สัตว์ทั้งปวงต่างก็มีความเกรงกลัว แต่อีกความเชื่อกลับเขียนบอกว่า เรื่องนี้เป็นนิยายปรัมปรา มีแม่ทัพชาวจีนคนหนึ่ง มีความสามารถในการรบเป็นอันมาก นอกจากจะรบเก่งแล้ว เขายังมีวิชาอาคมสามารถแปลงตัวเป็นเสือได้อีกด้วย ความสามารถนี้เองที่ทำให้คนทั่วไปยกย่องและเชิดชู แต่สิ่งนี้กลับทำให้ฮ่องเต้เกิดความไม่สบายใจ กลัวว่าในวันข้างหน้า แม่ทัพคนนี้จะมาล้มล้างราชบัลลังก์



เมื่อสงครามสงบโดยที่ชัยชนะเป็นของแม่ทัพคนนี้ ตัวของฮ่องเต้ก็ยิ่งหวาดระแวงมากยิ่งขึ้น ในที่สุดฮ่องเต้จึงได้วางแผนการที่จะกำจัดแม่ทัพคนนี้ โดยการจัดให้มีงานเลี้ยงขึ้นภายในพระราชวัง โดยเชิญแม่ทัพคนนี้ให้มางานเลี้ยง



......ฮ่องเต้ได้ผสมยาพิษอย่างแรงใส่ลงไปในเหล้าแล้วให้แม่ทัพดื่ม ซึ่งแม่ทัพก็ดื่มทั้งที่รู้ว่าเหล้าแก้วนั้นมียาพิษผสมอยู่ แต่ด้วยเป็นผู้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้า เหล้าผสมยาพิษแก้วนั้นไม่อาจทำให้แม่ทัพเสียชีวิตตามที่ฮ่องเต้ต้องการ แม่ทัพได้ถามฮ่องเต้ว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร ฮ่องเต้ตอบว่าต้องการจะกำจัดเขาออกไปเพราะกลัวว่าในภายภาคหน้า เขาจะมีความมักใหญ่ใฝ่สูง ต้องการอยากจะเป็นฮ่องเต้ขึ้นมา

ทางฝ่ายแม่ทัพได้ยินเช่นนั้นก็มีความเศร้าเสียใจ ด้วยจิตใจของเขามีแต่ความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อฮ่องเต้มาก ขนาดถึงขั้นยอมตายเพื่อราชบัลลังก์ได้
แม่ทัพพยายามกราบทูลองค์ฮ่องเต้ให้เข้าใจแต่ก็ไม่เป็นผล พระองค์ได้มีรับสั่งให้แม่ทัพพิสูจน์ในคำพูด โดยการให้เนรเทศตัวเองออกไปอยู่ยังเมืองอื่น โดยจะไม่ย้อนกลับมายังแผ่นดินนี้อีกเลย ซึ่งแม่ทัพก็น้อมรับพระบัญชา ยอมออกจากเมืองโดยจะไม่หวนคืนกลับมา



......ทางฝ่ายหัวเมืองต่างๆ เมื่อทราบข่าวต่างก็เริ่มแข็งข้อ พยายามแยกตัวเป็นอิสระจากฮ่องเต้ บางเมืองยังได้มีการจัดทัพเพื่อมาทำสงครามกับทางเมืองหลวง ซึ่งในขณะนั้นขวัญและกำลังใจของพวกทหารหลวงไม่มีเหลืออยู่เลย
สงครามที่เกิดขึ้นฝ่ายเมืองหลวงทำท่าว่าจะเป็นฝ่ายเพลี้ยพล้ำ ฮ่องเต้เตรียมที่จะสละราชบัลลังก์ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสือโคร่งตัวโตปรากฏขึ้น เสือตัวดังกล่าวได้ช่วยองค์ฮ่องเต้ให้รอดพ้นจากเงื้อมือข้าศึกเอาได้อย่างทันท่วงที ทหารของข้าศึกเป็นจำนวนมากถูกเสือตัวนั้นกัดตาย ที่เหลือก็หนีแตกกระเจิงกลับไป



ฮ่องเต้รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของเสือตัวนั้นมาก พระองค์ทรงได้ทำการชุบเลี้ยงเสือไว้ในวัง ต่อมาฮ่องเต้เกิดมีความหวาดกลัวเสือตัวนั้น เพราะคิดว่าในวันข้างหน้าเสืออาจจะมาทำร้ายพระองค์ ฮ่องเต้จึงได้ให้คนมาสังหารเสือตัวนั้นจนตาย
พอเสือสิ้นชีวิตลงเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดฝันก็เกิดขึ้น ร่างของเสือตัวนั้นได้กลายเป็นแม่ทัพกล้าผู้นั้น ฮ่องเต้จึงได้ทราบความจริงว่า ที่ผ่านๆ มาทั้งหมด พระองค์เป็นฝ่ายผิดมาโดยตลอด พระองค์ได้สังหารผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อพระองค์



.......ฮ่องเต้ทรงจัดการกับศพของแม่ทัพอย่างสมเกียรติ ทรงมีรับสั่งให้สร้างรูปปั้นของแม่ทัพไว้ที่หน้าประตูเมือง เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงความยิ่งใหญ่ และจิตใจที่เสียสละของแม่ทัพกล้าผู้นั้น

ต่อมาได้มีหัวเมืองต่างๆ ส่งกองทัพมาเพื่อที่จะตีเมืองหลวง แต่เมื่อกำลังของกองทัพเคลื่อนพลมาถึงหน้าประตูเมือง ความมหัศจรรย์ก็พลันบังเกิดขึ้น ม้าที่ทหารขี่มานั้นแสดงความตื่นตระหนก และสลัดทหารที่ขี่อยู่บนหลังตกลงมา ทัพของข้าศึกจึงต้องแตกพ่ายกลับไปอีกครั้ง



จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ฮ่องเต้ทรงมีความเชื่อว่า วิญญาณของแม่ทัพกล้าผู้ซื่อสัตย์ต่อพระองค์ ยังคงวนเวียนคอยคุ้มภัยให้บ้านเมืองมีความร่มเย็นเป็นสุข ฮ่องเต้จึงทรงพระราชทานนามให้แม่ทัพกล้า ว่า "ขุนศึก-ยอดทหารเสือ"
"ขุนศึก-ยอดทหารเสือ" เป็นที่เลื่อมใสและศรัทธาในหมู่คนจีนเป็นอันมาก พวกเขามีความเชื่อว่ายามที่พวกชาวบ้านมีทุกข์ หากว่าได้ทำการบนบานขอให้ท่านช่วย ทุกข์ภัยดังกล่าวก็จะหมดไปในทันที



......แต่การเรียกนามของแม่ทัพกล้า ว่า "ขุนศึก-ยอดทหารเสือ" เป็นการไม่บังควร เพราะเป็นคำเรียก "เฉพาะ" ขององค์ฮ่องเต้ ดังนั้นพวกชาวบ้านทั่วไปจึงเรียกนามของท่านว่า "พระเจ้าเสือ" ซึ่งเป็นคำเรียกที่ถือว่ามีความเหมาะสมอย่างที่สุด

การบูชาพระเจ้าเสือ

หากว่าท่านมีทุกข์ร้อน หรือมีปัญหาติดขัดใดๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภายในครอบครัว หรือว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหน้าที่การงาน หากท่านบนบานขอให้เจ้าพ่อเสือมาช่วยท่าน สิ่งที่ผู้คนนิยมบนบานมากที่สุด ได้แก่ ไก่ต้ม ไข่ต้ม ดอกไม้สีสด เป็นต้นว่า สีแดงสด สีเหลืองสด หากเป็นผลไม้ให้ถวาย ส้มเขียวหวาน
คุณบักเซียม แซ่แต้ ได้เล่าให้ฟังว่า เจ้าพ่อเสือ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้คนเป็นจำนวนมากนับถือ แต่ก็มีพวกนักเลงกลุ่มหนึ่ง นอกจากจะไม่นับถือเจ้าพ่อเสือแล้ว ยังพยายามทำให้คนทั่วไปเห็นว่า เจ้าพ่อเสือ ไม่ได้มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างที่ชาวบ้านทั่วไปเชื่อกัน

......."มันเป็นพวกนักเลงหลังวัง พวกนี้เป็นแกงค์ก่อกวนจริงๆ พยายามทำตัวเป็นนักเลง ทำให้คนอื่นๆ เกรงกลัว หัวหน้ามีชื่อว่าแดง หลังวัง ไอ้นี่เลวสุดๆ มีอยู่คราวหนึ่งพวกชาวบ้านจัดงานประจำปีเพื่อถวายให้เจ้าพ่อเสือ เป็นงานยิ่งใหญ่ มีผู้คนมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ตอนที่พวกชาวบ้านกำลังเที่ยวกันเพลินๆ อยู่นั้น พวกของ แดง หลังวัง ก็ชักปืนออกมา แล้วยิงขึ้นฟ้าเสียงดังปัง ปัง ชาวบ้านพากันวิ่งหนีเอาตัวรอด ตำรวจได้ยินก็กรูกันมา พวกของไอ้แดงก็แตกหนีกระเจิง ตัวไอ้แดงหนีเข้าไปแอบอยู่ในศาลเจ้าพ่อเสือ ตำรวจจะเข้าไปจับก็ไม่กล้า เพราะไม่รู้ว่ามันจะยิงสวนออกมารึเปล่า ครู่ใหญ่ ก็มีเสียงของไอ้แดงร้องขอความช่วยเหลือ ชาวบ้านและตำรวจได้ยินชัดเลยว่า มันตะโกนบอกว่า เสือจะกัดมัน แล้วมันก็วิ่งหนีออกมา ตามตัวมีรอยข่วน เลือดโชกเต็มไปหมด ไอ้แดงเพ้อเหมือนคนบ้า มันบอกว่ามีเสือตัวโตอยู่ในศาลเจ้า พอตำรวจเข้าไปดูในศาลก็ไม่พบเสือแม้แต่ตัวเดียว จากวันนั้นไอ้แดงก็กลายเป็นคนเสียสติไปเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เจ้าพ่อเสือท่านมีความศักดิ์สิทธิ์มาก"

คงจะเป็นบทเรียนที่ แดง หลังวัง จ่าย…แพง ที่สุดในชีวิต!!!

ศาลเจ้าพ่อเสือ แผนที่


ปัจจุบัน ศาลเจ้าพ่อเสือ เปิดให้ผู้คนเข้ามาสักการะตั้งแต่เวลา 06.00 - 17.00 น. ทุกวัน ควรแต่งกายสุภาพ และเพื่อความสะดวกไม่ควรขับรถมา เนื่องจากสถานที่จอดรถมีจำนวนจำกัด โดยสามารถเดินทางด้วยรถประจำทางสาย 10, 12, 19, 35, 42 และ ปอ. 12

ท่านผู้ใดที่ประสงค์จะไปไหว้เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ ก็ขอเชิญนะคะ ขอให้ร่ำรวยเงินทอง ประสบแต่โชคดีและความสำเร็จทุกประการค่ะ สาูธุ สาธุ...

จาก ลูกสาว ชาวไร่




Create Date : 17 มีนาคม 2555
Last Update : 17 มีนาคม 2555 19:51:15 น. 9 comments
Counter : Pageviews.

 
ขอบคุณความรู้ที่เอามาแบ่งปันมากครับ


โดย: ปาร์ค IP: 110.49.235.18 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2555 เวลา:21:32:48 น.  

 
ศาลพระเจ้าเสือ ปิดให้ผู้คนเข้ามาสักการะตั้งแต่เวลา 06.00 - 17.00 น. ทุกวัน ควรแต่งกายสุภาพ และเพื่อความสะดวกไม่ควรขับรถมา เนื่องจากสถานที่จอดรถมีจำนวนจำกัด โดยสามารถเดินทางด้วยรถประจำทางสาย 10, 12, 19, 35, 42 และ ปอ. เรื่องความรู้ของศาลพระเจ้าเสือ


โดย: รสกรมานี แนิน IP: 171.5.173.4 วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:20:22:53 น.  

 
ศาลเจ้าพ่อเสือ ตั้งอยู่เลขที่ 468 ถนนตะนาว ใกล้เสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นศาลเจ้าจีนแต้จิ๋วที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง คนจีนเรียกกันว่า "ตั่วเล่าเอี้ย" เป็น ศาลเจ้าที่ประดิษฐาน เฮี้ยงเทียนเซียง ตี่, รูปเจ้าพ่อเสือ, เจ้าพ่อกวนอู และ เจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของทั้งชาวไทย และจีนเป็นอย่างมาก

ศาลเจ้าพ่อเสือ สร้างตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เกี่ยวเนื่องกับวัดมหรรณพาราม เดิมตั้งอยู่ริมถนนบำรุงเมือง ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ขยายถนนบำรุงเมือง ได้โปรดให้ย้าย ศาลเจ้าพ่อเสือ มาไว้ที่ทางสามแพร่ง ถนนตะนาว จนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม "เสือ" เป็นสัตว์ที่คนจีนเชื่อว่ามีฤทธิ์เดชมาก สามารถปราบผีหรือสิ่งเลวร้ายของชีวิตได้ หากบ้านใครตั้งอยู่บริเวณทางสามแพร่ง หรือจุดที่ถือกันว่าจะมีวิญญาณเลวร้ายพุ่งเข้าบ้าน จะนิยมเอาเสือคาบดาบไปแขวนไว้ที่หน้าบ้านเพื่อขจัดสิ่งเลวร้าย เคราะห์ร้ายที่จะมากล้ำกรายชีวิตของเราให้พ้นไปหรือว่าบรรเทาลงได้

ทั้งนี้ เจ้าพ่อเสือ มีฐานะเป็นเทพเจ้าชั้นรอง แต่ก็เป็นที่นิยมกราบไหว้ โดยเฉพาะคนที่กำลังมีคดีความ ต้องขึ้นศาล ของบูชาที่ขาดไม่ได้ คือ เนื้อหมูและไข่ และต้องลูบมันหมูใส่ปากเจ้าพ่อเสือด้วย ถือว่าถวายของต้องโฉลกจะมีโชคมีชัยได้ลาภผลพูนทวี

ศาลเจ้าพ่อเสือ

และเนื่องจากปีนี้ปีขาล..อย่างที่รู้กันว่าต้องมีปีชง ได้แก่

1.ปีวอก

2.ปีขาล

3.ปีกุน

4.ปีมะเส็ง

ส่วนเราเกิดปีขาล..ก็เลยนัดแนะกับเพื่อนว่าไปไหว้ซะหน่อย

ออกเดินทางกันช่วงเที่ยงนั่งรถเมล์มาลงเซ็นทรัลปิ่นเกล้าเพราะว่านัดเจอกันนะที่นั่น

กินข้าวกันเสร็จนั่งรถแท็กซี่กันไปเพราะเห็นว่าไม่ไกลไม่น่าจะแพง

ไปถึงที่ศาลเจ้าพ่อเสือด้วยค่ารถประมาณ 60บาท ก็โอเคอยู่แต่ที่มาแอบช็อคเพราะเหตุการณ์ต่อไปนี้

หาซื้อของเซ่นไหว้หน้าศาล เจ้าเจอเจ๊คนนึงยืนเรียกลูกค้าอยู่เราและเพื่อนเดินเข้าไปดูในสวนก่อนว่ามีเครื่องเซ่นขายด้านในไหม ปรากฎว่าไม่มีก็เดินออกมาซื้อที่ด้านนอก และซื้อกับคนที่เรียกเราคนแรก คือ เจ๊คนนั้นนั่นเอง!!

พอเข้าไปถามเจ๊ก็พูดอย่างรวดเร็วประมาณ

เจ๊ A(นามสมมุติ) : น้องเกิดปีอะไรค่ะ

เราและเพื่อน : ปีขาลค่ะ

เจ๊ A(นามสมมุติ) : งั้นน้องเป็นปีชงก็มีของนี่สำหรับเซ่นไหว้ และนี่แก้ชง และ บลา บลา บลา (อย่างรวดเร็ว)

เราและเพื่อน : ตะลึงกับของ2-3อย่าง ว่าไม่เปิดโอกาสให้ตัดสินเลยนะเนี่ย!! พอจะจ่ายเงิน

เจ๊ A(นามสมมุติ) :น้องยังไม่ต้องจ่ายค่ะ ตามพี่เค้าเข้าไปไหว้ก่อนได้เลย

เราและเพื่อน : ตะลึง (รอบ2)

ก็ไม่คิดไรคิดว่าแพงชัวส์งานนี้ แต่ก็เลยตามเลยตามเค้าไป

หลังจากไหว้นู่นไหวนี่เสร็จพี่ที่พาเข้ามาก็พูดอะไรซักอย่าง(คาดว่าเป็นคนพม่าเพระาเห็นคุยกะเพื่อนเค้าด้วยภาษานั้น)

พี่เค้าพูดรัวมาก จนเราฟังไม่ทันแต่พอเดาได้ว่า ขอค่านำทาง(ประมาณนั้น)เป็นจำนวน 99 บาท ตะลึง (เล็กน้อยว่าก็นำพวกฉันมาเองนี่หว่า)

แต่ก็ให้ไป 100บาทและไม่เห็นจะทอน แต่ก็คิดว่าบาทนึงไม่เป็นไร

ออกมาเจอค่าเครื่องเซ่นจากเจ๊คนนั้น

เจ๊ A(นามสมมุติ) : ของที่น้องได้เป็นชุดใหญ่นะค่ะ ประกอบไปด้วยเครื่องเซ่น 190 และ บลา บลา บลา ราคารวมทั้งหมดก็ 490 บาท ค่า

เราและเพื่อน : ตะลึง (รอบ4) ค่าไรฟระมีของแค่นิดหน่อยเอง(คิดในใจ)

เจ๊ A(นามสมมุติ) :เห็นพวกเราหน้าเจื่อนลงมั้งเลยพูดว่า ไม่เป็นไรน้อง ปีนึงทำ1ครั้งไม่แพงหรอก เดี๋ยวตอนเย็นพวกพี่ทำพิธีสวดให้

คุยกันหลังจากแยกจากเจ๊แกมาแล้ว

เราและเพื่อน : สงสัยดวงมันชงเพราะเจอเจ๊นี่ล่ะ


โดย: กานสิณี เทียมแก้ว IP: 171.5.173.4 วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:20:26:03 น.  

 
อยากมีลูกคร๊ ต้องทำไงคร๊


โดย: โย IP: 49.48.215.182 วันที่: 10 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:37:27 น.  

 
ศาลเจ้าพ่อหมูอยู่ที่ไหนหรอคับ


โดย: โจ้ IP: 202.44.4.252 วันที่: 24 ตุลาคม 2556 เวลา:8:24:29 น.  

 
ปกติจะไปไหว้ทุกปีค่ะไหว้มาเป็น 10 ปีแล้ว เมื่อก่อนข้าวของไหว้ไม่ได้แพงขนาดนี้เลย และก็เริ่มมางงๆในปีสองปีหลัง ที่มีการให้คนนำเข้ามาไหว้...ปีนี้มีโอกาสไปไหว้ขอพร เจอยัยแม่ค้าพูดแบบ บลาๆๆๆ หยิบโน่นนี่นั่น ทั้งหมด 190 บาท แต่เราบอกว่าไหว้แบบธรรมดามากๆและไม่ต้องการให้ใครนำไปเพราะมาบ่อยไหว้เองได้ และมีเงินไม่ถึงหรอก....(คนพวกนี้ฉวยโอกาสค่ะ ไม่ใช่ว่าเรา งก ที่จะทำบุญ แต่ว่าพวกนี้มันก็คือโจรดีๆที่มัดมือเราให้สมยอม..)ในที่สุดก็ได้ชุด ธรรมดา 100 บาท ถามว่าถ้าคนมีศรัทธาแต่สตางค์เค้าไม่มี เค้าจะต้องมาจ่ายค่าไหว้เจ้าแพงเกินราคาขนาดนี้....แม่ค้าเคยคิดกันบ้างไม๊ เอาเปรียบจริงๆ ถ้าให้คนของเค้านำเข้าไปนะ เดี๋ยวก็จะมีมุข ว่า พี่ต้องใช้เทียนเล่มใหญ่กว่านี้แล้วจะโชคดีนะเอาไม๊ 200 อะไรประมาณนี้ ...สรุปว่าอยู่ที่ศรัทธาและใจเรา เจ้าพ่อท่านเข้าใจแน่ๆค่ะ ครั้งหน้าไป จะขอเตรียมของไปเอง รับรอง 100 บาทได้อะไรมากมายไว้ถวายให้เจ้าพ่อมากกว่าร้านค้าพวกนั้นอีกค่ะ


โดย: คนปีขาล IP: 223.205.187.44 วันที่: 17 เมษายน 2557 เวลา:2:03:45 น.  

 
เห้นด้วยค่ะเขาจะให้ลูกจ้างที่ไม่ใช่คนไทนเป็นคนนำทางไปและพาไปไหว้ผิดตำแหน่งแทนที่จะพาไปไหว้จุดที่1 ก่อนและค่อยไปตามลำดับ กลับพาสลับไปมาตามสะดวกเขา สุดท้ายก้อขายของมงคล 99 บาท


โดย: คนต่างจังหวัด IP: 58.137.142.43 วันที่: 12 มิถุนายน 2557 เวลา:9:21:15 น.  

 
ช่วงกินเจนำหมูไปไหว้ได้มั้ยคับ


โดย: คุนนพดล IP: 27.55.111.190 วันที่: 28 กันยายน 2557 เวลา:13:05:55 น.  

 
ดูได้ที่ลิงค์วีดีโอนี้ครับ กิจกรรมศาลเจ้าพ่อเสือเสาชิงช้า
http://www.youtube.com/watch?v=JU1vm2CTJwM


โดย: poptepelela IP: 124.120.42.158 วันที่: 9 ตุลาคม 2557 เวลา:0:06:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
BlogGang Popular Award#10


 
Melove_253
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add Melove_253's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.