ลูกสาว ชาวไร่
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
17 กุมภาพันธ์ 2556
 
All Blogs
 
มนุษย์เงินเดือนกับชีวิตที่หายไป...

มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ ต่างก็มีวิถีโคจรที่คล้ายๆ กัน เคยถามตัวเองกันบ้างไหมว่า เราทุกคนทำงานกันไปเพื่ออะไร ส่วนใหญ่มักจะตอบว่า..ทำงานเพื่อเงิน ที่ต้องทำงานก็เพราะต้องการเงิน แต่เป็นเพราะเหตุใดกัน สิ่งที่คนทำงานทั้งหลายต่างก็บอกว่าเงินนั้นสำคัญและต่างก็เป็นสิ่งที่เราต้องการ แต่เรากลับพบได้ว่า คนทำงานส่วนใหญ่...เมื่อหาเงินมาได้ในแต่ละเดือนนั้น... ก็มักจะใช้หมดไปในพริบตา บางรายนอกจากไม่มีเงินให้เหลือเก็บแล้ว ก็ยังเป็นโรค Need & Wanted...ต้องเอาเงินอนาคตมาใช้ เิริ่มเป็นโรคจนเรื้อรัง โรคชักหน้าไม่ถึงหลังกันตั้งแต่ต้นเดือนกันเลยทีเดียวก็มี...แล้วอย่างนี้ เราจะยังทำงานเพื่ออะไรกัน

ดิฉันอายุ 29 ย่าง 30 ปีนี้ ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมาก็หลายปี ตอนนี้เพิ่งได้รับตำแหน่งเป็นผู้จัดการ เิงินเดือนที่ได้ นายจ้างก็ให้เพิ่มขึ้น แต่เหมือนทุกวันนี้ อำนาจของเงินตราไม่ได้อยู่ในมือของเราเลย
จากสภาวะแวดล้อมทางการเงินในแต่ละเดือน มันทำให้เราต้องกลับมานั่งคิดอยู่หลายครั้งหลายคราว่า...สิ่งที่เราเรียกว่า ทำงานเพื่อให้ได้เงินมานั้น เราจะมีอำนาจในการบังคับควบคุมเงินให้เหนืออำนาจด้านอื่นได้อย่างไร...

ทุกวันนี้ เรามีคอนโดสองหลัง อยู่แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง 1 หลัง และแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพูอีกหนึ่งหลัง ทั้งสองหลังนี้ เราก็ทำเรื่องกู้แบงค์ซื้อมา และแบ่งให้เช่าอยู่ทั้งสองที่ (ให้เช่าในราคาไม่แพง เพราะไม่ต้องการกำไรอะไรเลย) ทุกวันนี้ก็มีภาระในการผ่อนทั้งสองที่รวมกันก็ประมาณหมื่นกว่าบาทแล้ว ยังไม่รวมภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไหนจะค่ากิน ค่าอยู่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง เครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า อาหาร ภาษีสังคมอื่นๆ อีกจิปาถะ สรุปว่าพอสิ้นเดือนมา ก็จะเหลือแต่เงินไม่กี่พันบาทเท่านั้น ที่จะมาเป็นเงินหมุนเวียนในแต่ละเดือนได้ โชคดีหน่อยที่ดิฉันไม่มีหนี้บัตรเครดิตที่จะต้องให้มาปวดหัวเหมือนเพื่อนๆ รอบตัวอีกหลายคน

ที่เขียนมานี่ก็ไม่ได้เพื่อระบายความในใจอะไรหรอกนะคะ ดิฉันก็ยังรู้สึกว่า การทำงานมันก็เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องทำกันทุกคน ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ เราก็คงต้องฝ่าฟันกันต่อไป แต่สิ่งที่อยากจะสื่อก็คือ เราทำงานแล้วได้อะไร...ทรัพย์สิน เงินตรา ความมั่นคง สังคมมนุษย์...เราจะสามารถทำหน้าที่ของเราได้ดีและมีความสุขมากเพียงไหนกับชีิวิตที่เรียกว่า "คนทำงาน" ดิฉันอ่านหนังสือมาก็มาก มีอยู่ประโยคหนึ่งที่สะดุดหูเอามากๆ ก็คือ "การที่เราหาเงินได้มากเท่าไหร่นั้น..ไม่สำคัญเท่ากับ..การที่เรารู้จักรักษาเงินที่หามาได้ให้เหลือมากเท่าไรในแต่ละเดือน"...คุณว่าจริงหรือไม่คะ:)

โดย ลูกสาว ชาวไร่...







Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2556 23:28:43 น. 3 comments
Counter : 1096 Pageviews.

 
ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร และคุณไม่ต้องรู้ว่าผมคือใคร ขอแชร์ประสบการณ์ ขออุทิศประสบการณ์เพื่อเป็นกุศลบุญในภพนี้แก่ บิดา มารดา ภรรยา ตนเอง และ ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว
ผมจบปริญญาตรีสถาบันเอกชนระดับต้นๆของเมืองไทย
วาดฝันจะโลดแล่นในวงการ ออกแบบโฆษณา แต่ชิวิตพลิกผลัน ฟองสบู่แตก ไม่มีใครรับผมเข้าทำงานเนื่องจากไม่มีประสบการณ์ และไม่มีรางวัลงานมาก่อน มันเสี่ยงเกิน ผมเข้าใจ จึงไปได้รับโอกาสทำงานในสายงานที่ตนเองไม่เคยรู้จักมาก่อน ทุกอย่างไปได้ด้วยดี ได้รับเงินเดือนหมื่นกว่าบาท ในสมัยนั้นถือว่ามากแล้ว คิดก้าวหน้าลาออกไปรับตำแน่งหัวหน้าแผนกในที่แห่งใหม่ เป็นบริษัทมหาชน โบนัส 4 เดือน คิดก้าวหน้าต่ออีก เรียน ป.โท ในขณะทำงาน จนเรียนจบ คิดก้าวหน้าต่ออีก ย้ายไปรับตำแหน่งผู้จัดการฝ่าย บริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง มีผู้คนนับหน้าถือตา เข้าประตูมีคนทำความเคารพ ไหว้ ตลอดทางที่เดินตรวจงาน มีห้องทำงานส่วนตัว ของว่าง กาแฟ อาหารเสริฟทั้งวัน เงินเดือนหลายหมื่น ได้ไปดูงานต่างประเทศ ผมเป็นคนรักลูกน้อง และผมมั่นใจลูกน้องก็รักผม เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตผม?....ผมเริ่มรู้สึกว่าผมจับผีเสื้อในทุกวันที่มาทำงาน ไม่เคยจับมันได้เลย เหลือบสายตาไปมองคนค้าขายข้างถนนเค้ามีผีเสื้อมารุมเกาะ บางคนมีตัวเดียว บางคนมีหลายตัว ผมถามตนเองเกือยสิบปีผมมาทำอะไรอยู่ ผมมาทำอะไรที่นี่? หลังจากนั้นผมเหมือนเด็กน้อยที่ไม่อยากไปโรงเรียน ทุกครั้งที่อาบน้ำ แปรงฟัน เพื่อไปทำงาน ผมไม่อยากไป ผมอยากอยู่บ้าน ผมอยากอยู่ใกล้คนที่ผมรัก ผมอยากทำอะไรที่ผมอยากทำ แม้เพียงแค่ฝึกทำกับข้าว แกะเพลงกีตาร์ เปล่าขลุ่ย วาดภาพสีน้ำ แต่ผมก็ได้สติ และตอบคำถามตัวเองว่า ทุกสิ่งที่ผมอยากทำมันไม่ได้เงิน ซื้อข้าวไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ทำได้ระดับมืออาชีพ ตั้งแต่วันนั้นต่อมาอีกหลายปี งานผมเริ่มแย่ ไม่มีไฟ ไม่มีจิตวิญญาณในการทำงาน ดูนาฬิกาบ่อยขึ้น เมื่อไหร่จะเลิกประชุม เมื่อไหร่จะกินข้าว เมื่อไหร่จะกลับบ้าน เมื่อไหร่จะเสาร์อาทิตย์ เมื่อไหร่จะมีวันหยุดยาว เมื่อไหร่พระอาทิตย์จะขึ้น เมื่อไหร่จะตกได้นอนเปิดเพลงฟัง อ่านดูอาจจะดูเพ้อเจ้อ เพ้อฝัน แต่แน่นอนความรู้สึกผมจริงๆ ล้วนๆครับ อะไรเกิดขึ้นกับผม ผมยื่นใบลาออกครับ เจ้าของบริษัทถามได้งานที่ใหม่เหรอ ต้องการสิ่งไดคุยกันใหม่ดีกว่า เพื่อให้จบการสนทนาที่ไม่สามรถอธิบายให้ใครเข้าใจได้ ผมบอกท่านไปว่าผมศรัทธา ท่าน แต่ผมได้งานใหม่ใกล้บ้าน สรุปผมที่ผมเก็บของส่วนตัวใส่กระเป๋ากลับบ้าน ลูกน้องผมน้ำตาไหล ผมขอโทษที่ไม่สามารถดูแลพวกเค้าต่อไปได้ เป็นสถานที่ที่ผมอยู่ร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาสิบกว่าคนอย่างมีความสุขที่สุด ผ่านมาเป็นปี ผมยังคิดถึงพวกเค้าอยู่และยังนัดกินข้าวกันอยู่ ทุกวันนี้ผมคือคนหาเช้ากินค่ำ ใส่กางเกงขาสั้น ทิ้งสูท เก็บโน๊บุ๊ค เก็บปากการาคาแพง ไม่มีอะไรที่ต้องประดับ ไม่มีอะไรที่ต้องเซ็น ไม่มีใครต้องมาไหว้ ไม่ต้องไหว้ใคร รายได้หายไปมาก เงินขาดมือ สังคมขาดหาย รายได้ไม่ค่อยพอใช้
แต่สิ่งที่เพิ่มทวีทุกวัน คือรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ การเอาใจใส่คนที่เรารักหลาย ๆคน ศึกษาธรรมะ ผมค้าขายเปิดท้ายขายของครับ และรับเป็นวิทยากรอิสระในองค์กรต่างๆ แล้วแต่มีคนจ้าง ขอบคุณเพื่อนๆ และลูกน้องที่แวะมาพูดคุย และอุดหนุน สินค้า ผมเคยอายครับ แต่วันนี้ความอายเปลี่ยนเป็นความเข้าใจในชวิต เหลือที่คนไม่เข้าใจในความคิดเรา เช่น มองผมว่า บ้า ปัญญาอ่อน คิดตื้น ตกอับ ใช้อะไรคิด ใช้อะไรตัดสินใจ ไม่เป็นไรครับ สักวันเค้าอาจตามไล่จับผีเสื้ออย่างผมก็ได้ เพราะมันจะไม่มีวันได้ตัวมัน มีคนเคยบอกว่าอยู่นิ่งๆ ใช้ชีวิตอย่างช้าและแยบคาย แล้วมันจะมาเกาะเราเอง ที่เขียนมานี้ไม่แนะนำให้ปฏิบัติตาม ชีวิตผมวัย 35 ปี มันมีเงื่อนไขที่เป็นแบบนี้ ผมเลือกเอง ทุกคนมีเงื่ิอนไขชีวิตต่างกัน อ่านเป็นแง่คิด แล้วทิ้งมันไว้ตรงนั้นครับ เงินกับความสุขมักเดินทางสวนกันเสมอ มีสิ่งเดียวที่ทำให้สองสิ่งมาพบกันได้คือ พุทธศาสนา และวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันครับ....


โดย: งานตามล่าจับผีเสื้อ(เงิน) IP: 110.169.237.85 วันที่: 10 เมษายน 2556 เวลา:10:56:59 น.  

 
ผ่านเข้ามาด้วยเรื่องของวัดสนามใน

สำหรับตัวเอง พอรู้แล้วว่า เป้าหมายหลักของชีวิตคืออะไร การมีชีวิตอยู่ในแต่ละวัน จึงเป็นเสิ่งที่มีคุณค่า เป็นเรื่องน่าสนุก น่าเรียนรู้

ตอนนี้ ทำงานอะไรก็ได้นะคะเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ ตรงกับความสามารถ แล้วก็ตั้งใจทำไป เป็นมนุษย์เงินเดือนที่ไม่อยากรับความเสี่ยงกับการไปทำอะไรเอง มีความสุขกับการทำงาน กับเพื่อนร่วมงาน กับต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่รอบตัว จะต้องเติบโตเป็นนาย ก็ทำหน้าที่นาย สิ่งที่ยังไม่เสียไปคือ เวลาส่วนตัวให้กายกับใจได้พัก โชคดีที่ไม่ต้องทำงานวันละ 10 ชม.น่ะค่ะ

หาเลี้ยงตัวเอง วางแผนทางการเงินให้พออยู่รอดหากต้องตกงาน มีเงินส่งเสียญาติผู้ใหญ่ มีเงินทำทาน แค่นี้ พอแล้วค่ะ

ปัญหาจากที่ทำงานก็มีมาเรื่อยๆ ปัญหาเรื่องหนึ่ง ความสุข ความทุกข์อีกเรื่องหนึ่ง

แล้วก็เดินไปตามเป้าหมายหลักของชีวิต คือ พ้นไปจากวัฎสงสารให้ได้ เดินทีละนิดเต่เดินทุกวันค่ะ

เดินไปด้วยกันนะคะ เจ้าของ Blog ^__^


โดย: ^_^ IP: 124.121.51.143 วันที่: 10 ธันวาคม 2556 เวลา:19:53:52 น.  

 
คุณ งานตามล่าจับผีเสื้อ(เงิน) มีอีเมลติดต่อมั้ยครับ พอดีผมสารคดีเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์เงินอยู่ ชื่อรายการ 20000 มีกำหนดฉายทางช่องthaipbs
เร็วๆนี้ เรื่องราวของคุณน่าสนใจดี amfinethx.rock@gmail.com *กรุณาติดต่อกลับด้วยครับ


โดย: นัท IP: 171.96.16.72 วันที่: 9 มิถุนายน 2557 เวลา:0:29:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Melove_253
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add Melove_253's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.