ลูกสาว ชาวไร่
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2557
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 

จากดินสู่ดาว

  ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน ตอนนั้นถนนหน้าบ้านยังเป็นลูกรังอยู่ ฉันถือกำเนิดที่บ้าน เกิดตรงถนนหน้าบ้านนั่นแหละ แม่บอกว่าคลอดง่ายมาก ตอนนั้น พ่อจะไปตามย่ามาเป็นหมอตำแยให้ก็ไม่ทัน ฉันคงจะเป็นคนแข็งแรง ชอบช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่ของฉันเป็นชาวไร่ ทำไร่ผักอยู่ที่ ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่บ้านฉันก็เลี้ยงลูกแบบชาวชนบททั่วไป ไม่ได้มีเงินทองร่ำรวย ฉันเองก็ต้องช่วยพ่อแม่ทำงานในไร่บ้าง แม่เป็นคนขยันมากเลย ไม่เคยอยู่ว่าง จะทำโน่นนี่นั่นตลอดเวลา ฉันรู้สึกมีความสุขที่ได้มาเกิดกับครอบครัวนี้ ที่นี่คงเป็นที่ของฉัน ชีวิตในวัยเด็ก ก็เป็นช่วงที่เรายังต้องอาศัยคุณพ่อคุณแม่อยู่ ต้องช่วยท่านทำในไร่ บางครั้ง ฉันก็ขี้เกียจเหมือนกัน บางทีเราก็อยากจะไปวิ่งเล่น เที่ยวเล่นเหมือนเด็กๆ คนอื่นๆ เขา คือ ตอนนั้นมองเห็นว่า เพื่อนคนอื่น ไม่เห็นต้องทำอย่างเราเลย แล้วทำไมเราถึงต้องทำ ทำไมถึงต้องเป็นเรา...ฉันเป็นเด็กที่เรียนเก่งพอดู สาเหตุหลักคือ ตอนป.2 อิจฉาเพื่อนข้างบ้าน เค้าสอบได้ที่ 3 แต่เราได้ที่ 11 ตั่งแต่นั้นเป็นต้นมา ขยันตั้งใจอ่านหนังสือหนังหาเป็นพิเศษ จนป.4 ถึง ป.6 สอบได้ที่ 1 ของห้อง  ถ้ามาถึงจนป่านนี้ แล้วนึกย้อนกลับไป  นั่นคือความอิจฉาที่ทำให้เรามีมานะ ทะเยอทะยาน อยากจะเป็นที่ 1 ให้ได้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าดีหรือไม่นะ ที่เป็นแบบนี้ ฉันเรียนดียังไม่พอ ยังเป็นคนชอบทำกิจกรรมอีกเสียด้วย คือ ครูให้ทำอะไร ก็แทบจะทำได้ทั้งหมด พิศๆ ดูแล้ว ฉันก็ไม่ค่อยจะมีเพื่อนสักเท่าไร จะหาเพื่อนที่รู้ใจจริงๆ สักคน ก็รู้สึกว่ายากเต็มที แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีนะ มีบ้างแต่น้อยเหลือเกิน...


จากชีวิตตอนเป็นเด็ก จนถึงตอนอายุย่างเข้า 21 ก็เริ่มทำงานในโรงงาน ฉันยอมรับเลยว่าการมีชีวิตแบบคนทำงานนั้นมันไม่ง่ายเลย แต่ตอนนั้นถึงแม้จะเป็นแค่สาวโรงงาน แต่ชีวิตของฉันก็ถือว่ามีความสุขมากที่สุดอีกช่วงหนึ่ง ช่วงนั้น ฉันป๊อบปูล่ามาก มีเพื่อนเยอะ เป็นเด็กสาวที่มีชีวิตชีวา น่ารัก มีคนมากมายที่มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ฉัน เพราะฉันอารมณ์ดี ยิ้มแย้มร่าร่าเริงอยู่เสมอตอนแรก ฉันทำงานได้ 7 วัน ก็สอบได้ป็นเสมียนในออฟฟิต ฉันอยู่แผนกส่งออก ได้หัวหน้าดี เพื่อนร่วมงานดี ชีวิตช่วงนี้ จึงมีความสุขมากที่สุด ฉันทำอยู่ที่นั่นได้ 1 ปีครึ่ง ฉันก็ได้ย้ายตัวเองกลับมาทำงานที่บริษัทใน จ.พิษณุโลกบ้านเกิด  เนื่องจากต้องการถีบฐานะตัวเอง จากเสมียนมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ มีตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ฉันต้องทนทำงานด้วยความกดดัน บางวันฉันก็นั่งร้องไห้อยู่ที่โต๊ะทำงาน บางวันฉันก็ไม่ยอมไปทำงาน บางวันฉันก็ขับรถกลับไปบ้านเกิดในตอนกลางคืน เพราะความทุกข์มันบีบคั้นหัวใจ สภาพตอนนั้น เสมือนนกน้อยที่ถูกขังเอาไว้ในกรง เจ้าของไม่อยากให้เราออกไปไหน แต่สุดท้าย ฉันก็ทนอยู่ที่นั่นได้อีก 1 ปีครึ่ง ต่อมา ฉันก็ลาออกจากที่นั่น แล้วเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร มาด้วยกระเป๋า 2 ใบพร้อมหัวใจอีก 1 ดวง...มาอาศัยอยู่กับลูกพี่ลูกน้องได้เดือนกว่า ก็หางานได้ ตำแหน่ง จนท.จัดซื้อต่างประเทศเชียว ดูโก้ไม่เบา ตอนนั้นเรียกเงินเดือนเขาไม่แพง หมื่นสองก็เอาแล้ว แต่พอได้ทำแล้ว อยูไปอยู่มา ก็ชักจะไม่พอใจเงินเดือน ทำงานเท่าไร แต่ก็ยังไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ทุกอย่างดีหมด  
 แต่เงินเดือนมันกระเถิบช้าไม่ทันใจ นอกนั้นถือว่าดีหมด ที่ทำงานนี้เป็นอีกที่หนึ่งที่ทำให้ฉันมีความสุขมาก ฉันเป็นเหมือนเด็กๆ ที่มีพวกพี่ๆ คอยเลี้ยงหลายคน คนโน้นโอ๋ คนนี้โอ๋ เป็นมิตรภาพที่ดีมากๆ เลย แต่ก็นั่นแหละ ไม่เคยมีความพึงพอใจสำหรับฉัน ทำงานที่นั่นได้ 3 ปีครึ่ง ฉันก็ได้งานใหม่อีก ทีนี้เรียกเงินเดือนสองหมื่น ฉันก็ได้สมใจอีก ตอนแรกก็เป็นหัวหน้างาน จนทำต่อๆมา ก็ได้เป็นผู้จัดการแผนก ฉันถนัดทำงานเกี่ยวกับการค้าต่อประเทศ เพราะมันดูโก้ดี และดูมีภาษีกว่างานทั่วๆ ไป ฉันทำอยู่ที่นี่ ด็ดีอีก้หมือนกัน แต่ชีวิตคนทำงาน มันก็เบื่ออีก พักหลังๆ ฉันรู้สึกว่าจะไม่ค่อยพอใจในสิ่งที่ฉันมีอยู่อีกแล้ว ฉันเบื่อการงาน เบื่อเพื่อนร่วมงาน เบื่อชีวิตของการเป็นคนทำงาน ไม่อยากมีสังคมกะเขาสักเท่าไร ฉันว่าที่ทำงานเขาเลี้ยงฉันดีเกินไป ให้เงินเดือนฉันทุกเดือน โดยที่บางครั้งฉันก็ไม่รู้ว่าทำให้คุ้มกับเงินเดือนเขารึป่าว แต่ความเบื่อมันมีมากกว่า ฉันจึงต้องการเสี่ยงภัยอีกครั้ง ด้วยการประกาศลาออกแบบรวดเร็วทันใจ หลังจากทำงานที่นั่นได้อีก 3 ปีครึ่ง ตอนนั้นฉันมีคอนโด 2 หลังที่ต้องรับผิดชอบ แต่ฉันก็ไม่เคยประหวั่นพรั่นพรึงใดๆ เพราะถือตัวว่าเก่ง ว่าฉลาด ว่ามีความรู้ ว่ามีประสบการณ์มาก และฉันก็ทำได้จริงๆ ฉันหางานใหม่ได้แบบสายฟ้าแล่บ สัมภาษณ์ที่ไหน ก็ได้ทุกที่ เป็นคนมีโชคดีด้านการงานเหลือหลาย

แต่แล้ว พอฉันไปทำงานที่ใหม่ได้เพียง 2 เดือนกว่าเท่านั้น ฉันก็มีอันต้องย้ายกลับมาทำที่เดิม แต่ในนามบริษัทใหม่ พราะถูกดึงตัวมา แต่ฉันก็ทำงานที่ใหม่นั้นได้อีกเพียงแค่ 8 วันเท่านั้น ฉันก็ยอมแพ้ ฉันเจอภาวะกดดันหลายๆ อย่างๆ ไม่มีใครมาว่ามาทำอะไรฉันหรอก แต่ฉันกลับรู้สึกว่า ทำไมฉันต้องทุ่มทุกอย่างที่ฉันมี รวมทั้งสุขภาพร่างกายและจิต ให้กับงานมากขนาดนั้น ฉันปวดหัวตลอด 8 วันที่ทำ มันเหมือนกับจะเตือนฉันว่า นี่คือสิ่งที่มากเกินไปกว่าที่เราจะรับไหวแล้ว พอกันทีเถอะ หลายๆ คนที่รู้จัก ต่างก็พากันสงสัยว่าทำไมฉันถึงไม่ไปทำงาน ทั้งๆ ที่ตำแหน่งหน้าที่การงานก็ดูโก้หรูกว่าใครๆ แต่ทำไม ฉันถึงเลือกที่จะหายไป...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันพยายามถามตัวเองว่าฉันเป็นอะไรกันแน่ ฉันไม่มีน้ำอดน้ำทนหรือ...แต่ฉันก็ยังไม่ได้คำตอบว่าทำไม ฉันรู้สึกแต่เพียงว่า ฉันไม่อยากกลับไปทำงานที่นั่นอีกแล้ว และฉันเสียใจ ที่ต้องทิ้งทุกอย่างไปแบบนี้...2 วันหลังจากนั้น แม่ก็เรียกฉันให้กลับมาบ้าน  ให้มาอยู่ใกล้ๆ แกคงเป็นห่วงฉันมาก และฉันเองก็เป็นลูกสาวคนเล็ก แกเคยเห็นเราตั้งแต่ยังเด็กจนบัดนี้กลายเป็นผู้ใหญ่ แต่มาวันนี้ จากที่เคยดูดีมีหน้ามีตา กลับกลายเป็นเด็กหญิงตัวน้อยๆ ที่นั่งเหงาหงอยและเศร้าสร้อยเพียงคนนึงเท่านั้นเอง...ในที่สุด ฉันอยู่บ้านได้ไม่กี่วัน ฉันก็มุ่งหน้าเข้าหาพระธรรม...สถานที่ซึ่งจะชักนำเอาดวงจิตที่หายไปของฉันกลับมา ตอนนี้ฉันยังบวชเป็นแม่ชีอยู่ และอีกหลายวันกว่าที่ฉันจะสึกออกไป ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าดีขึ้นมากแล้ว นึกย้อนกลับไป ฉันก็ยังดีใจที่ฉันยอมสละทุกอย่าง เพื่อเอาตัวเองออกมา เพราะไม่อย่างนั้น ฉันก็คงไม่เคยได้มีเวลาให้กับตัวเองจริงๆ เสียที ชีวิตที่มีคุณค่านั้นคืออะไร มีบ้านหลังใหญ่ๆ คอนโดหรูๆ ทรัพย์สินเงินทองกองท่วมหัวอย่างนั้นหรือ ฉันมาพิจารณาดูแล้ว พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น จริงแท้แน่นอนที่สุดเลย มีเกิดก็ย่อมมีดับ มีทุกข์ก็ย่อมมีสุข มีพบก็ย่อมมีพลัดพราก ทุกข์กาย ทุกข์ใจ เกิดมาชาติหนึ่ง  ฉันก็อยากมีชีวิตที่ดี แต่คำว่าดีในความหมายของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน วันนี้ ฉันอยากมีชีวิตที่รู้จักพอ ความไม่รู้จักพอ ตัณหา ราคะ โลภะ โทสะ และโมหะครอบงำฉันอยู่ ฉันหวังแต่เพียงว่า ฉันจะมีสติปัญญาพอที่จะนำพาตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีๆ ในชีวิตที่เหลืออยู่ของฉัน ใช้ชีวิตที่มีอยู่ให้มีคุณค่ามากที่สุด ให้สมกับที่ได้เกิดมา ไม่ใช่เป็นทาสของเงิน ความไม่รู้จักพอในเงิน การเผยแพร่ประวัติของฉันวันนี้ ก็เพื่อหวังให้ท่านผู้อ่านจักได้มีสติปัญญา รู้จักเรียนรู้ชีวิตที่ผิดพลาดไปบ้างของฉัน เพื่อความเป็นผู้ไม่ประมาทในการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ขออนุโมทนาบุญให้แก่ทุกๆ ท่านด้วยเทอญ สาธุ





 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2557
0 comments
Last Update : 13 กรกฎาคม 2557 12:34:03 น.
Counter : 1921 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Melove_253
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add Melove_253's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.