เมื่อมนุษย์เงินเดือนตัดสินใจสร้างหนี้สินก้อนโต เพื่อแลกกับความฝันในธุรกิจคอนโดปล่อยเช่า
เมื่อมนุษย์เงินเดือนตัดสินใจสร้างหนี้สินก้อนโต เพื่อแลกกับความฝันในธุรกิจคอนโดปล่อยเช่า

สวัสดีค่ะ ล่าสุดหมีพูเล่าให้ฟังถึงการลงทุน ซื้อป๊อปปูล่าคอนโด เมืองทองธานี ห้องที่ 19 ไปแล้วนะค่ะ ตอนนี้เงินหมีพูก็เกลี้ยงจริงๆ ค่ะ แถมยังติดหนี้คุณแม่สามีอีกแสนกว่าบาท แต่เป้าหมายของหมีพู ยังไม่ถึงเลยอะค่ะ (ก่อนหน้านี้ตั้งเป้าไว้ซัก 30 ห้อง แต่ตอนนี้หมีพูลดลงมาเหลือ 25 ห้องก็พอแล้วค่ะ คุณสามีเริ่มมีบ่น เพราะจำไม่ได้ว่ามีห้องไหนบ้าง ใครเช่าอยู่ แบบว่าเค้าบ่นว่า มีเยอะจัดอะ 555)

แต่ความที่หนี้สินของหมีพูก็เยอะอยู่พอควร คำนวณแล้ว ทั้งหนี้บ้าน หนี้ที่ดิน หนี้คอนโด รวมแล้วประมาณ 5.5 ล้านบาท หมีพูก็คิดว่า ควรจะเป็นหนี้เพิ่มอีกซักก้อนไหม จะได้มีเงินมาลงทุนต่อ ความที่มีคอนโดที่ซื้อด้วยเงินสดอยู่ 6 ห้อง ก็คงจะเอาคอนโดทั้ง 6 ห้องไปจำนองกับธนาคาร แล้วเอาเงินกลับมาลงทุนซื้อคอนโดเพิ่มต่อ รอบนี้ก็กะว่าจะกู้ซัก 2.5 ล้าน รวมกับหนี้สินเดิมที่มีอยู่ 5.5 ล้าน รวมแล้วหมีพูก็จะมีหนี้อยู่ 8 ล้านบาท คิดหนักเหมือนกันนะ หนี้ก้อนโด กับความสามารถของมนุษย์เงินเดือนที่ต้องแบกรับหนี้สิน และดอกเบี้ย หมีพูคิดเท่าไรก็คิดไม่ตกค่ะ ว่าจะกู้ดีหรือไม่กู้ดี

หมีพูเลยโพสกระทู้พันทิพถามความเห็นคนทั่วไปให้ช่วยกันโหวตค่ะ ทุกคนที่ร่วมโหวตให้ความเห็นตรงกันว่าไม่ควรกู้ค่ะ ซึ่งก็เป็นธรรมดานะ เพื่อนๆหมีพูก็ต่างให้ความเห็นว่าไม่ควรกู้ เพราะหนี้ 5.5 ล้านที่มีมันก็มากพอแล้ว แต่มีอยู่ 3 คน และเป็นคนสำคัญที่หมีพูให้ความเคารพค่ะ ทั้ง 3 ท่านสนับสนุนให้หมีพูกู้เงินก้อนนี้มาลงทุนต่อค่ะ (หมีพูคิดว่าเค้าสนับสนุนนะค่ะ คิดว่าไม่ได้มโนไปเอง)

ท่านแรก ครูขวัญ ครูที่สอนเรื่องจิตสำนึกทางการเงินให้หมีพูเมื่อปลายปี 2557 และเป็นแรงบังดาลใจให้หมีพูกู้เงินก้อนโต 2.2 ล้าน ถ้ายังจำกันได้กับบล็อคที่หมีพูตัดสินใจเอาคอนโด 6 ห้องไปยื่นขอสินเชื่อบ้านแลกเงิน เงินก้อนนั้นทำให้หมีพูสามารถเพิ่มคอนโดจาก 13 ห้องเป็น 19 ห้องภายในระยะเวลาประมาณ 6 เดือนค่ะ ปีนี้ครูขวัญก็มาอบรมให้กับพนักงานรุ่นที่ 2 ค่ะ พอหมีพูทราบข่าวว่าครูขวัญมา หมีพูก็เลยลงไปคุยกับครูขวัญค่ะ ครูขวัญบอกว่า ไม่มีใครรู้และให้คำตอบได้ดีกว่าหมีพู ถามคนอื่นไปก็เท่านั้น หนี้สินที่เกิดขึ้น จะเยอะจะน้อยมันก็เป็นแค่ตัวเลข ที่สำคัญคือการบริหารจัดการ ว่าจะสามารถบริหารจัดการรายรับ รายจ่ายได้ดีแค่ไหน ถ้าคิดว่าบริหารจัดการได้ก็ลุยต่อเลย หมีพูก็ถามต่อว่า ถ้าเกิดวิกฤติล่ะจะทำไง ครูขวัญก็บอกว่า ถึงเวลานั้นก็ให้ขายคอนโดออกไป ปกติอสังหาตัวอื่นอาจจะปล่อยยาก แต่ถ้าเชื่อว่าคอนโดที่เราสนใจมีแนวโน้มที่ดี โอกาศที่จะปล่อยขายจะง่ายกว่ามาก

ท่านที่สอง ก็คือ โค๊ชหนุ่ม (Money Coach) หมีพูรู้จักโค๊ชหนุ่มตั้งแต่สมัยไปร่วมเล่นเกมส์เศรษฐีที่ม.เกษตร แล้วค่ะ ตอนนั้นมีคอนโดอยู่ 5 ห้องค่ะ ซื้อสด การได้ร่วมเล่นเกมส์ครั้งนั้นถึงได้รู้ว่า การลงทุนอสังหาด้วยเงินสด เป็นการลงทุนที่ไม่ถูกต้องตามแนวคิดของพ่อรวยสอนลูก ในเกมส์ คนที่จะชนะและมีอิสระภาพการเงินได้ จะต้องกู้เงินมาลงในทรัพย์สินที่ก่อให้เกิดรายได้ และนั้นเป็นที่มาให้หมีพูกู้สินเชื่ออสังหา และซื้อคอนโดได้ถึง 7 ห้องด้วยสินเชื่ออสังหาค่ะ ครั้งนี้หมีพูได้เห็นว่าโค๊ชมี facebook เป็นของตัวเองจึงได้ inbox ไปคุยด้วย หมีพูถามโค๊ชว่า การที่โค๊ช จะสามารถมีรายได้ passive income 1 แสนบาท โค๊ชมีหนี้สินถึง 10 ล้านไหมค่ะ โค๊ชตอบว่า ผมมีหนี้เกิน 10 ล้านครับ คนรวยทุกคน ไม่มีใครไม่เป็นหนี้ แม้กระทั่งเจ้าสั่วทั้งหลายก็กู้เงินมาลงทุนทั้งนั้น คำตอบของโค๊ชทำให้หมีพูมองว่าหนี้สินของหมีพูอาจจะไม่ได้เยอะอะไรเลย

ท่านที่สาม ก็คือ ผู้การธนาคารสีชมพู ก่อนหน้าหมีพูก็ไม่เคยรู้จักท่านมาก่อนนะค่ะ แต่เมื่อครั้งเอาคอนโดที่ซื้อสด 6 ห้องไปขอกู้เงิน ก็มีโอกาศได้คุยกับท่าน หมีพูก็เล่าให้ฟังตรงๆ ว่าหมีพูอยากจะขอกู้ เพื่อซื้อคอนโดปล่อยเช่า และท่านก็ให้หมีพูไปเขียนแผนธุรกิจ จนได้เงินก้อน 2.2 ล้านมา รอบนี้หมีพูก็มีคอนโดอีก 6 ห้องที่ปลอดหนี้ ก็เลยถามท่านผู้การว่า ควรจะกู้เพิ่มอีกดีไหม เพราะหนี้ที่มีก็เยอะพอควร ท่านผู้การบอกว่า หมีพูมีศักยภาพพอที่จะกู้ได้ ก็กู้เลย ยังไงเราก็บริหารจัดการได้อยู่แล้ว หมีพูอึ้งนิดๆ แล้วถามกลับไปว่า ที่ผู้การเชียร ไม่ใช่เพราะต้องการลูกค้าเงินกู้เพิ่มใช่ไหม ท่านก็บอกว่าปล่าว แต่เท่าที่ได้รู้จักหมีพู และได้เห็นการพัฒนาธุรกิจคอนโดปล่อยเช่าของหมีพู ก็คิดว่าดี

เมื่อมีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแล้ว หมีพูก็ต้องมาประเมินศักยภาพของตัวเองค่ะ

1. หมีพูจดรายการทรัพย์สินที่มีของหมีพู ประเมินกลมๆ ไว้ก่่อนนะค่ะ
บ้าน 2.7 ล้าน, ที่ดิน 3.0 ล้าน, คอนโด 19 ห้อง 10 ล้าน
รวมเป็นทรัพย์สินประมาณ 15 ล้าน ส่วนหนี้สินที่มีก็ประมาณ 5.5 ล้าน จะเห็นว่าทรัพย์ที่มี มากกว่าหนี้สินถึง 3 เท่า แสดง. ว่าหมีพูยังมีความสามารถในการสร้างหนี้ได้อยู่

2. รายรับ- รายจ่าย
มาดูรายจ่ายก่อนนะค่ะ ภาระหนี้ที่มี
บ้านที่อาศัยปัจจุบัน วงเงินคงเหลือ 1.1 ล้าน ผ่อนเดือนล่ะ 13,000
ที่ดินเปล่า วงเงินคงเหลือ 1.2 ล้าน ผ่อนเดือนล่ะ 10,300
คอนโด 7 ห้อง สินเชื่ออสังหา วงเงินคงเหลือ 1.1 ล้าน ผ่อนเดือนล่ะ 18,000
สินเชืีอบ้านแลกเงิน วงเงินคงเหลือ 2.1 ล้าน ผ่อนเดือนล่ะ 26,000
รวมผ่อนชำระขั้นต่ำประมาณ 67,000/เดือน แต่่ปัจจุบันหมีพูจะชำระเกินมานิดหน่อยเป็น 73,000/เดือน

สำหรับรายรับ หมีพูมีคอนโด 19 ห้อง ( ปัจจุบันมีผู้เช่าเต็มทุกห้อง รายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3600/ห้อง )
มีเงินเดือนประจำ จากการเป็นมนุษย์เงินเดือน ทั้งของหมีพูเองและคุณสามี

ประเมินได้ว่า รายรับจากคอนโด - รายจ่ายชำระเงินกู้ ก็ประมาณพอๆ กันค่ะ เหมือนทำงานฟรีเนอะ แต่มีรายการบ้าน และที่ดิน ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ แต่ถึงแม้หมีพูไม่มีคอนโดปล่อยเช่า ก็ต้องเอาเงินเดือนมาผ่อนค่าบ้าน ค่าที่ดินอยู่ดี แต่พอมีคอนโด หมีพูก็สามารถเอาเงินเดือนเป็นเงินเก็บเงินออม และกันไว้ใช้ฉุกเฉิน เมื่อผู้เช่าออก และอยู่ระหว่างประกาศหาผู้เช่าใหม่

3. ถ้าสร้างหนี้เพิ่ม จะเกิดไรขึ้น หมีพูกะกู้อีก 2.5 ล้าน และจะซื้อคอนโดเพิ่มอีก 6 ห้อง รวมของเดิม 19 เป็น 25 ห้อง หมีพูจะมีหนี้สินเพิ่มเป็น 8 ล้านบาท เงินที่ต้องทำการผ่อนธนาคารประมาณ 1 แสน/เดือน รายได้จากการให้เช่า (ในกรณีเต็มทุกห้อง ประมาณ 3600 x 25) หมีพูก็ต้องเอาเงินเดือนตัวเองสมทบเพิ่มอีกเล็กน้อย สรุปว่าหมีพูน่าจะมีความสามารถในการบริหารเงิน ได้ไม่ยากนัก ช่วงแรก อาจจะหนักหน่อย เพราะรายได้จาก 6 ห้องที่คาดว่าจะได้รับ ยังไม่เกิด ต้องหาห้องที่ต้องการ รีโนเวด แล้วจึงหาคนเช่า ซึ่งต้องอาศัยเวลา 2-4 เดือนเป็นอย่างน้อย ซึ่งหมีพูประเมินตัวเองแล้วว่ายังรับภาระนั้นไหวอยู่

เมื่อประเมินศักยภาพของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย หมีพูก็ลุยเลยค่ะ เตรียมเอกสารทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการกู้ แล้วก็ไปธนาคารค่ะ ขอยื่นกู้สินเชื่อบ้านแลกเงินค่ะ โดยใช้คอนโด 6 ห้องค้ำประกัน การทำเรื่องกู้ครั้งนี้ใช้เวลายาวนานพอควรค่ะ 2 เดือนถึงเกือบ 3 เดือนน่าจะได้ ปัญหาการขอสินเชื่อครั้งนี้ก็ติดปัญหาเล็กน้อยค่ะ เริ่มจากเอกสารไม่ครบ ขาดสำเนาทะเบียนบ้านของหลักทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกัน (หมีพูต้องไปติดต่อทำทะเบียนบ้านของคอนโดทุกห้องใหม่ เพราะตอนซื้อ ผู้ขายก็ไม่ได้ให้มา) พอเอกสารครบ ธนาคารส่งเรื่องไปที่เขต

เจ้าหน้าเขตก็ติดต่อมา บอกว่า คอนโดที่ใช้เป็นหลักประกันไม่ได้ซื้อมาเพื่ออยู่อาศัยจึงไม่ถือว่าเป็นบ้าน จึงไม่สามารถขอสินเชื่อบ้านแลกเงินได้ แล้วก็เสนอสินเชื่อไทรทองให้แทน (ดอกเบี้ยแพงกว่า mrr. 7.475). หมีพูไม่ได้รับข้อเสนอค่ะ จึงขอให้ทางสาขาเปลี่ยนชนิดสินเชื่อเป็นตัวอื่นที่เหมาะสมกว่า เพื่อให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า mrr. ค่ะ ภายหลังปรึกษากับท่านผู้การ ท่านก็แนะนำเปลี่ยนเป็นสินเชื่อสวัสดืการแทน ซึ่งดอกเบี้ยจะได้ที่ mrr-0.75. แต่เนื่องด้วยที่ทำงานหมีพูมี mou กับทางธนาคารด้วยจึงได้ลดเพิ่มอีก 0.5 จึงกลายเป็น mrr-1.25 (7.475-1.25 = 6.225) ตลอดอายุสัญญา ซึ่งหมีพูก็พอใจกว่าสินเชื่อไทรทองค่ะ เพราะโดยปกติ หมีพูจะพยายามให้ผลตอบแทนจากการลงทุนคอนโดของหมีพูประมาณ 9% หรือมากกว่าค่ะ มิเช่นนั้นก็ไม่สามารถชนะดอกเบี้ยเงินกู้ได้เลย ( ผลตอบแทน = (ค่าเช่าห้อง x 12 เดือน)/เงินลงทุนคอนโด )

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาเพื่อขอประเมินหลักทรัพย์ ราคาประเมินก็แพงมาก เค้าคิดคอนโดห้องแรก 2800 บาท ที่เหลืออีก 5 ห้องคิด 50%. คือ 1400x5. รวมเป็น 9,800 บาท ประเมินโดยบริษัทข้างนอกค่ะ หมีพูต่อรองราคาแต่ต่อไม่ลงเลยค่ะ เลยกระซิบบอกเจ้าหน้าที่ไปว่า งั้นก็ประเมินให้สูงซักนิดก็ยังดีเพราะรอบนี้ขอไป 2.5 ล้าน ธนาคารปล่อยประมาณ 80% ของราคาประเมิน ปรากฎว่าได้ผลค่ะ รอบนี้ราคาประเมินสูงกว่าครั้งที่แล้วมากมายค่ะ สำหรับคอนโด 6 ห้องที่ใช้เป็นหลักประกัน และราคาประเมินที่ได้จากบริษัท เรียงลำดับจากมากไปน้อย เป็นไปตามนี้ค่ะ

1. ป๊อปปูล่าคอนโด T9 ชั้น 14 ด้านใน 38 ตรม ราคาประมาณ 7.1 แสนบาท


2. ป๊อปปูล่าคอนโด T1 ชั้น 7 ด้านใน 38 ตรม ราคาประเมิน 7.1 แสนบาท


3. ป๊อปปูล่าคอนโด T12 ชั้น 14 ด้านนอก 32 ตรม ราคาประเมิน 5.4 แสนบาท


4. ป๊อปปูล่าคอนโด P1 ชั้น 15 ด้านใน 28 ตรม ราคาประเมิน 4.9 แสนบาท


5. ป๊อปปูล่าคอนโด T7 ชั้น 13 ด้านนอก 28 ตรม ราคาประเมิน 4.8 แสนบาท


6. ป๊อปปูล่าคอนโด T1 ชั้น 11 ด้านใน 28 ตรม ราคาประเมิน 4.8 แสนบาท


รวม 6 ห้อง ราคาประเมินประมาณ 3.4 ล้านบาท (มากกว่าที่หมีพูคาดการณไว้ซะอีกค่ะ หมีพูประมาณไว้ที่ 3 ล้าน). ดังนั้น วงเงินกู้ 2.5 ล้าน ที่หมีพูขอจึงผ่านตามที่ต้องการค่ะ

แต่เรื่องก็ไม่ง่ายดายนัก เพราะธนาคารคงเห็นความเสี่ยงในตัวผู้กู้ เพราะหมีพูอายุ 42 คุณสามี 43 ครั้งนี้หมีพูขอให้คุณสามีเป็นผู้กู้หลัก ส่วนหมีพูกู้ร่วมค่ะ หมีพูจำได้ว่าขอกู้ไปที่ 15 ปี แต่ธนาคารอนุมัติมาที่ 10 ปี ไม่พอเจ้าหน้าที่เขตท่านเดิมก็ติดต่อมา ขอให้หมีพูทำประกันคุ้มครอง วงเงิน 1 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยให้หมีพูทำแค่คนเดียว จ่ายเบี้ยครั้งเดียวประมาณ 8110 บาท หมีพูก็เลยตกลงทำไป เพราะคิดว่าถ้าเป็นอะไรขึ้นมา คุณสามีก็จะได้ไม่เครียดจนเกินไป อาจจะสงสัยว่าทำไม ธนาคารถึงให้ผู้กู้ร่วมทำประกันเพียงคนเดียว หมีพูคิดว่า เพราะหมีพูมีรายได้มากกว่าคุณสามีนั้นเอง หากหมีพูเป็นอะไรขึ้นมา ธนาคารคงกลัวที่จะเป็นหนี้ NPL กระมังค่ะ

สำหรับค่าใช้จ่ายในการกู้สินเชื่อสวัสดิการรอบนี้ทั้งหมดมีดังนี้ค่ะ
- ค่าบริการ 2000, ค่านิติกรรมสัญญา 1000, ค่าตรวจสอบหลักประกัน 800, ค่าประกันอัคคีภัย 10ปี 17,300, ค่าประกันคุ้มครองวงเงินกู้ (5ปี) 8110 รวมเป็น 29,200 บาท จ่ายให้ธนาคาร
จ่ายค่าประเมินให้บริษัท 9,800
ค่าจดจำนองจ่ายให้กรมที่ดิน 25,000
รวมค่าใช้จ่ายในการยื่นกู้ครั้งนี้ประมาณ 64,000 บาท

ธนาคารอนุมัติสินเชื่อสวัสดิการให้ 2.5 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 10 ปี ดอกเบี้ย mrr-1.25 (6.225%) ตลอดอายุสัญญา ผ่อนเดือนล่ะ 30,000 บาท


และด้วยเงิน 2.5 ล้านก้อนนี้ หมีพูวางแผนจะซื้อคอนโดเพิ่มอีก 6 ห้องค่ะ (ในวันที่กำลังเขียนบล๊อคนี้ หมีพูก็ได้ซื้อมา 5 ห้องแล้วค่ะ ตอนนี้ก็มีคอนโด 24 ห้องแล้วค่ะ และยังพอมีงปเหลือสำหรับซื้ออีก 1 ห้องค่ะ) ไว้หมีพูจะมาทะยอยเล่าคอนโดที่ได้มาใหม่แต่ละห้องในบล๊อกถัดๆ ไปนะค่ะ และหนี้สินก็ต่ำกว่า 8 ล้านแล้วค่ะ ตอนนี้หนี้สินอยู่ที่ 7.89 ล้านค่ะ ( หมีพูจะคอยบันทึกภาระหนี้สินที่ค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา ด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจค่ะ หวังว่าหมีพูจะเป็นไทภายใน 5-10 ปีค่ะ)

และถ้าหมดเงินก้อนนี้แล้ว หมีพูก็คิดว่าจะหยุดกู้มาลงทุนคอนโดแล้วอะค่ะ แต่จะพยายามขายที่ดินให้ได้แทนค่ะ ถ้าท่านที่อ่านบล๊อกของหมีพู อยากจะให้กำลังใจ และสนับสนุนการลงทุนของหมีพู หมีพูรบกวนช่วยประชาสัมพันธ์หาผู้ที่สนใจจะซื้อที่ดินผืนนี้ให้หมีพูด้วยนะค่ะ ถ้าหมีพูขายที่ดินผืนนี้ได้ นอกจากหนี้สินจะหายไป 1 ล้านนิดๆ หมีพูก็จะพอมีงปมาซื้อคอนโดเพิ่มอีกซัก 2-3 ห้องด้วยค่ะ หรือถ้าท่านใดสนใจจะซื้อเก็บไว้เองก็ได้นะค่ะ ที่ดินสวยมากเลยค่ะ ที่ดินเปล่าสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 224 ตรว เป็นที่ดินในหมู่บ้านจัดสรร อยู่สามโคก ปทุมธานีค่ะ ด้านหลังติดคลอง ด้านหน้าติดถนนเมนของโครงการค่ะ ตรงข้ามกับสโมสร 1 มีทะเลสาบในหมู่บ้านด้วยค่ะ ราคาประเมินกรมที่ดิน 15,000/ตรว หมีพูขายเพียง 13,500/ตรว สนใจคลิ๊กเลยนะค่ะ



******* More information เกี่ยวกับที่ดินจ้า *******




Create Date : 20 กันยายน 2558
Last Update : 20 กันยายน 2558 13:02:49 น.
Counter : 2689 Pageviews.

2 comments
  
ผมขอชื่นชมในความพยายามและความสามารถครับ
แต่ขอแนะนำเล็กๆน้อย(ความความหวังดี)ดังนี้ครับ
1)ปัจจุบันนั่น ทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ในอสังหาซึ่งมีสภาพคล่องต่ำ
หากมีวิกฤตเช่น ขึ้นดอกเบี้ย(ต้นทุนการเงินขึ้น),หรือมีเหตุให้บริเวณ
ย่านคนย้ายออก(ความเป็นไปได้น้อยแต่ก็ต้องคิดบ้าง),อื่นๆ
อสังหาอาจจะไม่สามารถขายได้เร็วในราคาที่เราต้องการ
2)หากไม่ได้กู้เพิ่มสัดส่วน หนี้สิน/ทุน= 5.50/9.50= 0.57เท่าซึ่งสูงแล้ว
หากกุ้8.00ล. D/e=0.84เท่า. ..สูงมากครับสำหรับบุคคล
3)ความเสี่ยงกระจุกตัว(concentration risk)อสังหา อยู่ในทำเลเดียวกันหมดเลย หากมีเหตุไม่คาดคิด(ถ้าคาดการณ์ได้ไม่เรียกว่าวิกฤต)จะเสียหายหนัก
4)ความเสี่ยง กับผลตอบแทนเป็นของคู่กันหากเกิดแล้วโทษใครไม่ได้ตอนนี้ผมคิดว่า หนี้สินราวๆ5ล้าน ทุน10ล้าน กำลังพอดีๆ
5) แต่อย่างไรก็ตามหากพิจารณาไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้ว ก็ต้องไปต่อครับ
โดย: Ando (A n d o ) วันที่: 8 พฤศจิกายน 2558 เวลา:14:05:27 น.
  
ขอบคุณค่ะคุณ Ando

หมีพูก็ทราบนะค่ะ ว่าที่กำลังทำอยู่ ค่อนข้างเสี่ยงมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลงทุนในอสังหาอย่างเดียว และที่เดียว คิดเหมือนกันว่า ถ้าหากมีเหตุให้คนย้ายออกในย่านที่ลงทุน หมีพูต้องแย่แน่ๆ เลย ไหนจะเรื่องดอกเบี้ยอีก ถ้าเกิดวิกฤต ก็คงต้องขอปรับโครงสร้างหนี้กันเลย ถึงบอกว่าคิดมากอยู่เหมือนกัน กว่าจะตัดสินใจกู้เงินก้อนนี้ แต่ก็ตัดสินใจไปแล้วนะค่ะ ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงทุกรูปแบบ ตอนนี้พอรับได้ค่ะ กว่าจะเกิดเหตุ หมีพูคงจะเคลียร์หนี้ไปได้พอสมควรล่ะค่ะ สู้ๆๆๆ ต้องไม่ยอมแพ้เนอะ
โดย: หมีพู (Meepoohchy ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2558 เวลา:10:20:43 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Meepoohchy
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 86 คน [?]



กันยายน 2558

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog