วันนี้คือความจริงทำทุกสิ่งอย่างมีคุณค่า
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
3 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
ทฤษฎีเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาความยากจนในสังคม

"ปัญหาของการแก้ไขปัญหาความยากจนในสังคมนั้น คือการเข้าถึงทุน ทุนที่จะสร้างอาชีพสร้างรายได้ "
แต่น่าเสียดาย การเรียกร้องให้เกิดการเข้าถึงทุนอย่างง่ายๆ(สะดวก)และรวดเร็ว ทันกับเหตุการณ์ กลับถูกนำไปเล่นการเมืองว่าเป็นการยัดเยียดให้ประชาชนมีหนี้ เพิ่มหนี้ เศรษฐกิจจึงหยุดชะงักอย่างน่าเสียดาย ประชาชนรากหญ้าจึงต้องเผชิญกรรมกันต่อไป
ใครที่เป็นนักปฏิบัติ หรือแม้แต่ NGO. ที่มุ่งมั่นจะแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในการสร้างโอกาสและรายได้นั้น จะพบว่าปัญหาสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนนั้น คือ "ทุน" พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงทุนได้อย่างสะดวก หรือ ไม่มีโอกาสเลยก็ว่าได้ เพราะพวกเขาไม่มีหลักประกันสินทรัพย์ที่คิดเป็นตัวเงิน ไม่มีเครดิตที่เป็นหลักประกัน มันก็เลยเป็นงูกินหาง พัฒนาฝีมือแล้ว พัฒนาการจัดการแล้ว พัฒนาความรู้ภูมิปัญญาแล้ว พัฒนาวิธีการผลิตแล้ว ทุกอย่างพร้อมแล้ว คำถามสุดท้ายก็ คือ "แล้วทุนหล่ะ!" เอาที่ไหน ด้วยเหตุนี้นี่เองที่เป็นปัญหาของนักพัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาค
ทฤษฎีกระแสหลักแนวคลาสสิค บอกว่า supply ไปผลิต demand ส่วนแนว นีโอ-คลาสสิค บอกว่า demand นั่นแหละ ผลิตsupply โดยแต่ละสำนักก็ยกตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจนมาแล้ว นักเศรษฐศาสตร์ในเมืองไทยก็รู้ก็เข้าใจ แต่ก็เหมือนคนเลือดเย็นที่ใจอำมหิต ปล่อยให้นักการเมืองทั้งภาคปกติ ภาคประชาชน เอาจุดอ่อนทางเศรษฐศาสตร์ของค่ายสำนัก มาเป็นเหตุโจมตีซึ่งกันและกันใทงการเมือง แล้วนักเศรษฐศาสตร์เมืองไทยเอามือเท้าสะเอวยืนดูความหายนะของเศรษฐกิจ ให้มอดไหม้ไปต่อหน้าต่อตา โดยไม่พูดไม่ออกมาชี้แจงแต่อย่างใด น่าเศร้าเหลือเกิน
ในทางเศรษฐศาสตร์นั้น พิจารณาให้ดีเถอะ จะไม่มี"หนี้"หรอกครับ เพราะเขาถือว่า หนี้นี่แหละ มันก่อให้เกิดรายได้ เสมอ การมองเศรษฐกิจอย่ามองเพียงภาพแรกที่เห็น ต้องมองระยะยาว ระยะสุดท้าย ผมไม่เชื่อว่าการเป็นหนี้ จะทำลายเศรษฐกิจ(เป็นทฤษฎีส่วนตัว) เพราะจากการวิจัยไม่ใช่เฉพาะในไทย แม้ต่างประเทศก็มีรายงานวิจัยว่า หนี้ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการผลิตและการกระจายรายได้ ดูตัวอย่างกองทุนหมู่บ้าน ให้ดูอย่างเป็นกลางนะ อย่าดูอย่างพันธมิตร หรือ ดูอย่างพรรคฝ่ายค้าน แม้ว่าภาพของการเป็นหนี้ของประชาชนจะสูงขึ้น แต่ดูภาคการผลิตในหมู่บ้านซีครับ มันแสดงทางตัวเลขให้เห็นว่าการผลิตก็สูงขึ้นด้วย ภาพสวัสดิการทางสังคมก็สูงขึ้นด้วย ภาพความสุขทางสังคมก็สูงขึ้น เมื่อเป็นฉะนี้แล้ว เหตุไฉนจึงบอกว่า ประชาชนเป็นหนี้สินท่วมท้น มากกว่าเมื่อ 10ปี ก่อน ก็แน่นอน คำพูดเหล่านั้น คือ คำพูดทางการเมือง เอามาเป็นข้อพิจารณาทางเศรษฐกิจไม่ได้
ณ วันนี้ "ทุน" ยังจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ในระดับรากหญ้า ไม่ว่าทฤษฎีใดก็ตาม หรือแม้แต่ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ที่พสกนิกรผู้จงรักภักดีน้อมใส่เกล้าใส่กระหมอ่ม ก็ยังต้องพิจารณาถึงทุนที่จะดำเนินการ อย่าลืมสาระสำคัญแห่งพระราชดำรัส "ขาดทุนคือกำไร" เป็นนัยแห่งการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งเหลือเกิน ที่ให้ความสำคัญในเรื่องทุน
จะรังเกียจหนี้สิน ทำไม? หากหนี้นั้นก่อให้เกิดระบบการผลิตที่สร้างรายได้ จริงอยู่ในระยะแรกอาจเป็นหนี้สูญ หนี้ไม่ก่อรายได้ แต่...อย่าลืมว่าชาวบ้านมิใช่พ่อค้า ก้าวแรกอาจพลาด ผิดหวัง แต่ก้าวที่สองของชาวบ้านนั้น ผิดพลาดน้อยเหลือเกิน น้อยกว่านายธนาคารในแบ้งก์ใหญ่ๆเสียด้วยซ้ำ ถ้าไม่เชื่อไปอ่านรายงานการวิจัยเรื่องกองทุนหมู่บ้านดูซีครับว่าน่าชื่นใจแค่ไหน กับความเป็นนายธนาคารของชาวบ้านระดับรากหญ้า
สรุป ......ทุน...กองทุนหมู่บ้าน....SML. กองทุนสุขภาพ..ยังมีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในสังคม อย่ารังเกียจว่าเป็นนโยบายของอดีตนายกเลย พรรคฝ่ายค้านก็รู้ดีว่ามันเป็นประโยชน์ต่อราษฎร มาช่วยกันต่อยอดในทางเศรษฐกิจเถอะนะครับ



Create Date : 03 ตุลาคม 2551
Last Update : 3 ตุลาคม 2551 11:47:33 น. 4 comments
Counter : 106 Pageviews.

 
ประชานิยมไง แจกเงินๆ


โดย: ติ๊ก IP: 61.90.174.226 วันที่: 8 ตุลาคม 2551 เวลา:12:28:32 น.  

 
เห็นด้วยครับ ถ้าไม่มีทุน ก็ต้องเป็นลูกจ้างเขาไปก่อน
น่ายกย่องที่คุณหมีมีน้ำใจคิดช่วยเหลือคนยากจน

มีอีกทฤษฎีหนึ่งน่าจะใช้ประกอบกันได้ เป็นของ Henry George (Sept 2, 1839 – Oct 29, 1897) โดยย่อมีดังนี้ครับ

ปัญหาความยากจนจาก *ระบบ* ของรัฐเอง
1. ความก้าวหน้าอย่างมโหฬารของเครื่องจักรกลที่ช่วยเพิ่มผลผลิต กลับทำให้คนงานยากจนจากค่าแรงต่ำ
2. ค่าแรงทั่วไปมีแต่จะต่ำลงในขณะที่ที่ดินกลับมีแนวโน้มแพงขึ้น เพราะเมื่อการผลิตมากขึ้น ก็ต้องการใช้ที่ดินเพิ่ม
3. การเก็งกำไรกักตุนที่ดินยิ่งทำให้ที่ดินแพง ไปที่ไหน ๆ ก็เจอแต่ที่ดินที่มีเจ้าของแล้ว ทำให้หาที่ดินทำกินและหางานทำยากมากขึ้นไปอีก ค่าแรงยิ่งต่ำ
และทำให้วัฏจักรเศรษฐกิจแกว่งตัวรุนแรง ก่อความเดือดร้อนทุกข์ยากมากขึ้น

สาเหตุ
1. รัฐปล่อยให้เอกชนถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยเก็บภาษีเพียงเล็กน้อย
2. ทำให้รัฐต้องเก็บภาษีจากการลงแรงลงทุนของแต่ละบุคคลเป็นส่วนใหญ่
ยิ่งเป็นการลดรายได้ของเอกชน และเพิ่มต้นทุนการผลิตทำให้ค่าครองชีพสูง
ถ้าปล่อยไว้ ไม่แก้ไข เจ้าของที่ดินยิ่งได้ประโยชน์ คนจนยิ่งเดือดร้อน

วิธีแก้ไข
1. เก็บภาษีการถือครองที่ดินเท่าหรือเกือบเท่าค่าเช่ารายปีที่ควรเป็น
2. ยกเลิกภาษีทั้งหลายที่เป็นภาระแก่การลงแรงลงทุน เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม
[ผมเห็นว่าควรค่อย ๆ เพิ่มภาษีที่ดิน เพื่อมิให้เจ้าของที่ดินเดือดร้อนมากนัก และค่อย ๆ ลดภาษีจากแรงงานและทุนชดเชยกัน อาจใช้เวลา 25-30 ปี]

ขอเรียนเชิญดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บเศรษฐศาสตร์เพื่อความเป็นธรรม http://geocities.com/utopiathai ครับ


โดย: สุธน หิญ วันที่: 4 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:34:28 น.  

 
โชคดีที่มีผู้ทรงภูมิปัญญา แบ่งปันกันในความรู้ที่เป็นจริง สมัยนี้หายากมากแล้วที่จะให้ความรู้โดยสุจริต มองไปทางไหนมีแต่การมอมเมา ครอบงำ ช่วยกันให้ความรู้แก่ผู้คนนะครับ คนละไม้คนละมือ สักวันหนึ่งท้องฟ้าจะสว่างเองนั่นแหละ ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ


โดย: ขอบคุณ คุณสุธน (หมีมุ่ยมน ) วันที่: 4 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:14:51 น.  

 
หลักการเศรษฐิจพอเพียงเหมาะสม และมั่นคงที่สุดสำหรับประเทศไทย ไม่ว่าภาคการเกษตร หรือภาคอุตสาหกรรม ขอเพียงศึกษาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง


โดย: Art IP: 117.121.208.2 วันที่: 17 ธันวาคม 2551 เวลา:15:49:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หมีมุ่ยมน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




การเมื่องช่วงนี้ เป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย เพราะทุกคนต้องการประชาธิปไตย แต่ว่า ไม่เคารพกฎหมาย อันเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย มันก็เลยวุ่นวายกันใหญ่ แม้จะเบื่อเพียงใด ก็ไม่ควรทอดทิ้ง หรือ ท้อถอย ต้องตามไปอย่างกระชั้นชิด มิฉะนั้นจะมีคนกลุ่มหนึ่งจะนำการเมืองไปเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มของตนเอง ตามทฤษฎีการเมื่อง ไม่ว่าสำนักใดก็ตาม ระบุว่า "การเมืองมันคือการช่วงชิงเพื่อที่จะให้ได้อำนาจรัฐ" เพราะฉะนั้นใครเป็รัฐบาล สิ่งแรกที่เขาทำ คือการสนองตอบผลประโยชน์ของพรรคของเขา เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องปกติ มีแต่พวกดัดจริต หรือไม่เข้าใจระบอบการเมืองเท่านั้นที่บอกว่า รัฐบาลต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน อาจจะมีคำถามว่า เอ..ถ้าอย่างนั้น การเมืองมันก็ชั่วร้ายใช่ไหม? คำตอบก็คือ ใช่ เราจึงต้องคอยควบคุมการเมืองให้อยู่ในร่องในรอย หมายความว่า ทุกคน ทุกผ้ทุกนาม ต้องเล็งหาพรรคการเมืองเหมาะๆ มีนโยบายดีแล้วสมัคร หรือผลักดันให้นั้นเป็นรัฐบาล เพื่อพวกเขาจะได้สนองความต้องการของเรา เป็นเช้นนี้ทั่วโลก เพราะฉะนั้นคนทุกคนต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง จะวางเฉยไม่ได้ ต้องพยายามให้ พรรคตนเองเป็นผู้ที่ได้รับเป็น ส.ส. ให้มากจึงจะได้เป็นรัฐบาล และเป็นรัฐบาลที่สนองตอบความต้องการ พวกชาวไร่ ชาวนา หรือ กลุ่มอาชีพ อยากจะเป็น ส.ส. ก็ต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคและลงเลือกตั้งทั่วไป มิใช่เลือกเฉพาะกลุ่มของตนเอง แล้วไปเป็น ส.ส. ของคนทั้งประเทศ อย่างนี้ไม่ได้ จึงสรุปว่า ป่วยการที่จะคิดเป็นการเมืองใหม่ตามพันธมิตร เพราะมันผิดธรรมชาติ ระบอบประชาธิปไตยเขาไม่ฝืนธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ จะหวังพึ่งกลุ่มนักวิชาการ 24 อธิการ ก็ดูมืดมน เพราะแต่ละท่านที่มาเสนอความคิด ล้วนมีจิตใจอคติเคลือบวิญญาณ จึงไม่เห็นความเป็นธรรมชาติของประชาธิปไตย ปล่อยให้เป็นธรรมชาติเถอะ ระบบมันจะแก้ไขปัญหาด้วยตัวของมันเอง เชื่อเถอะหน่า!
Friends' blogs
[Add หมีมุ่ยมน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.