วันนี้คือความจริงทำทุกสิ่งอย่างมีคุณค่า
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
12 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
มส.และ สำนักพุทธ ทบทวนบทบาทท่านหน่อยเป็นไร?

มส.และสำนักพุทธ? ทบทวนบทบาทอย่างมีสติหน่อยเป็นไร?

รู้ว่าท่านคิดอะไร? รู้ว่าท่านสับสนในบทบาท อยากให้ท่านมีสติพิจาณาอย่างถ่องแท้ อย่าให้อคติมาเป็นตัวกำหนดอารมณ์
กรณีออกมาฮึ่มฮั่ม ใสพระสงฆ์ที่ขึ้นเวทีม็อบเสื้อแดง แน่นอนมันขัดสายตา ไม่ใช่กิจของสงฆ์ แต่ท่านลืมนึกถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อไม่เกิน 2 ปีมานี้ (ไม่น่าจะลืมง่าย)
1.พระมหาบัว ออกมาเทศน์กล่าวหาทักษิณ จะเป็นประธานาธิบดี ใช่กิจของสงฆ์ ใช่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่?
2.พระมหาบัวออกมาปกป้องฯพณฯสมธิ ลิ้มทองกุล นายแป๊ะหัวหมูแก้บน อย่างออกหน้าออกตา ใช่กิจของสงฆ์ใช่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่?
3.พระอิสระ จากนครปฐมขึ้นเวทีม็อบเสื้อเหลือง ใช่กิจของสงฆ์ใช่การเมืองหรือไม่?
4.โพธิ์รักษ์แห่งสันติอโศก นำมวลชนสนับสนุนม๊อบเสื้อเหลืองก่อกรรมทำเข็ญ ด้วยรูปแบบต่างๆ แต่งกายและประพฤติปฏิบัติเลียนแบบเยี่ยงสงฆ์ของ มส.อย่างชัดเจน
ถามว่า
1.มส.ได้ทำอะไร?เป็นชิ้นเป็นอัน หรือ แม้เพียงออกแถลงการณ์สักฉบับมีหรือไม่?
2.สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ทำบทบาทอะไร ที่เป็นการปกป้องพระพุทธศาสนาให้เป็นที่ชื่นอกชื่นใจชาวพุทธอย่างแท้จริงหรือไม่?
3.แล้ว ทำไม? ต้องมาฮึ่มฮั่มใส่พระสงห์ที่ปฏิบัติกิจเพียงเพื่อมองเห็นความไม่เป็นในสังคม แล้วก็ออกมาเพียงแสดงจุดยืนสนับสนุนคนเสื้อแดงเท่านั้น พวกท่านก็จะเอาเป็นเอาตายเชียวหรือ?
มาตรฐานทางสังคม ทำไม 2 มาตรฐานเช่นนี้ แม้ในสถาบันศาสนาก็ไม่เว้นเลยหรือ? คิดให้ดี พิจารณาให้ถ่องแท้ ด้วยจิตที่ไม่มีอคติ ขอบิณฑบาตรเถิด ท่านเจ้ากู


Create Date : 12 เมษายน 2552
Last Update : 12 เมษายน 2552 13:17:37 น. 6 comments
Counter : 72 Pageviews.

 
ทดสอบ


โดย: จิทซึ IP: 115.67.213.244 วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:00:27 น.  

 
บทบาทของพระสงฆ์กับการเมืองที่ต้องทบทวน
ภาพพระภิกษุสงฆ์ในทางพระพุทธศาสนาที่ออกมาเรียกร้องทางการเมืองนั้น ถ้าจะพูดไปมันก็สิทธิของบุคคลคนนั้น แต่สิทธิมันต้องดูที่หน้าที่ประกอบด้วย ว่าหน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์ในทางพระพุทธศาสนานั้น มีหน้าที่ในการไปร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือเปล่า ภาพที่ออกมาสู่สายตาอัตตมาที่ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า บุคคลผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่ามีปัญญา ออกบวชเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนหมู่มาก กลับกลายว่าพระภิกษุอลัชชีเหล่านั้นกลับทำเพื่อคน ๆ กลุ่ม ๆ หนึ่ง อย่างไม่เห็นแก่หน้าของพระรูปอื่น ๆเลย การที่พระสงฆ์ไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนั้นอยากให้ตั้งคำถามว่า การที่พระสงฆ์ไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนั้นได้ประโยชน์อะไรกับพระพุทธศาสนาบาง การที่เราไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนั้นเราต้องระมัดระวังอะไรบ้าง เช่น ภาพพจน์ ความศรัทธา อันนี้พระสงฆ์ต้องควรระวัง การที่พระสงฆ์สนใจการเมืองนั้นยุคนี้สมัยนี้ เรียกได้ว่ามันจำเป็น เพราะอำนาจรัฐสามารถชี้ชะตาพระพุทธศาสนาได้ ถ้าพระสงฆ์เอาแต่นั่งยุบ - หนอ พอง - หนอ ก็เสร็จกัน พระสงฆ์ควรต้องแบ่งสายงานความถนัดและบุญบารมีของแต่ละคนว่า จะเป็นพระป่าสายปฏิบัติหรือ พระที่ดูแลศึกษาทางการเมืองเพื่อจะเอาตัวรอดจากการโจมตี ของศาสนาต่างๆ ที่เขาจะอาศัยกฎหมาย หรือความได้เปรียบทางกฎหมาย มารบกวนต่อต้านพระพุทธศาสนา แต่การที่พระภิกษุสงฆ์จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนั้น ต้องรอโอกาสเป็น ต้องหาจังหวะเข้าไป เข้าไปแล้วเราได้ความศรัทธาจากประชาชนส่วนใหญ่หรือไม่ เข้าไปแล้วเราจะอธิบายกับประชาชนอย่างไง
สรุปว่า การที่พระสงฆ์จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนั้นเฉพาะรักษาผลประโยชน์ของพระพุทธศาสนาและการสนับสนุนพระพุทธศาสนาเท่านั้น ถ้านอกจากนั้นไม่ว่ากรณีใด ๆ พระสงฆ์ไม่มีความจำเป็นเลย เพราะไม่ใช่หน้าที่ของพระสงฆ์ ในกรณีที่สังคมแตกแยกกัน พระสงฆ์ควรต้องออกมาทำหน้าที่ ประสานความสามัคคี เป็นจังหวะที่ดี ที่เราจะใช้ธรรมะของพระผู้มีพระภาคนั้น ออกมาใช้ประโยชน์ให้ชาวโลกเห็นว่าพระพุทธเจ้า คือ พระมหาศาสดาราชา ผู้ที่สร้างความสุข สงบ ให้แก่สังคม ศาสดาผู้มีธรรมละลายจิตใจอันชั่วของมวลมนุษย์ได้ แต่ทุกวันนี้พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาบวชมาไม่ทำหน้าที่ของพระภิกษุ แต่ไปทำหน้าของของฆราวาท ให้คนทั้งหลายได้ติเตียน พระสงฆ์ต้องคิดเสมอว่าที่โกนหัวนั้นเพราะพระพุทธเจ้านั้นทำก่อน ที่มีข้าวกิน นั้นพระพุทธเจ้าสร้างศรัทธาให้ วันนี้พระสงฆ์ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองต้องทบทวนตัวเองว่า การที่ท่านไปประท้วงนั้น ได้ความเคารพ ความศรัทธามากน้อยขนาดไหน เหมาะสมแล้วหรือไม่ การทำสังคมให้แตกแยกเพิ่มขึ้นเป็นกิจของสงฆ์หรือ การที่สังคมแตกแยก เช่นนี้ นักเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไม่ควรทำโอกาสให้เสียไป พระสงฆ์ที่ไปร่วมประท้วงขอร้องให้ถอยออกมา พระสงฆ์ที่เขาจะประสานสามัคคีเขาจะทำงาน เพื่อเป็นการสรรเสริญธรรมะพระพุทธเจ้า และพระศาสดา


โดย: พระ IP: 115.67.91.181 วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:48:52 น.  

 
การที่ใช้คำว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินั้น มันเป็นศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจว่า ศาสนาของพระศาสดาของเรานั้นใด้รับการเชิดชูโดยคนไทย และจะดีใจมากที่แผ่นดินไทยให้การต้อนรับพระพุทธศาสนา ปกป้องเชิดชูพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาขององค์พระผู้มีพระภาค เมื่อเรามองดูสังคม และคำสอนของศาสนาต่าง ๆเรา จะรู้สึกถึงความศรัทธาแด่อง์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ถ้าไม่ได้พระพุทะศาสนา สังคมโลกจะวุ่นวายมากขนาดไหน และถ้าว่าจะถามต่อว่าแล้วศาสนาอื่น ๆ ละ ก็ต้องตอบว่า 95 เปอร์เซนต์ ของชาวพุทธทั่วประเทศ วัฒนธรรมที่ดีงามและความเป็นอิสระ แบบไทยๆ ล้วนมีที่มาจากพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น วันนี้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา แทนประเทศอินเดีย แต่คนไทยไม่ยอมรับด้วยความยินดีว่า ชาติไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ


โดย: ไทย IP: 115.67.91.181 วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:04:36 น.  

 
結婚の後、ながく子に恵まれず、二十幾月の後、ある夜、白象が右
    わきから胎内に入る夢を見て懐妊した。王の一族をはじめ国民としく指折り数えて王子の出生を待ちわびたが、臨月近く、妃は国の習慣に従って生家に帰ろうとし、その送中ルンび二―園に休息した。


โดย: ไทย IP: 115.67.91.181 วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:08:52 น.  

 
第1節 偉大な生涯

1. ヒマラヤ山の南のふもとを流れるローヒニー河のほとりに、
釈迦族の都力ピラヴァスツがあった。その王シュッドーダナ (浄飯 )は 

そこに城を築き、善政をしき、民衆は喜び従ってい他。王の姓はゴータマで

あった。



โดย: ไทย IP: 115.67.91.181 วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:13:16 น.  

 
MP3 ภัยร้ายต่อพระพุทธศาสนา
ช่วยกันส่งlinkต่อ หรือไรท์ CD แจก

http://www.mediafire.com/download.php?cokz4h0zmdq


โดย: ชาวพุทธ IP: 125.27.189.121 วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:21:54:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หมีมุ่ยมน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




การเมื่องช่วงนี้ เป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย เพราะทุกคนต้องการประชาธิปไตย แต่ว่า ไม่เคารพกฎหมาย อันเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย มันก็เลยวุ่นวายกันใหญ่ แม้จะเบื่อเพียงใด ก็ไม่ควรทอดทิ้ง หรือ ท้อถอย ต้องตามไปอย่างกระชั้นชิด มิฉะนั้นจะมีคนกลุ่มหนึ่งจะนำการเมืองไปเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มของตนเอง ตามทฤษฎีการเมื่อง ไม่ว่าสำนักใดก็ตาม ระบุว่า "การเมืองมันคือการช่วงชิงเพื่อที่จะให้ได้อำนาจรัฐ" เพราะฉะนั้นใครเป็รัฐบาล สิ่งแรกที่เขาทำ คือการสนองตอบผลประโยชน์ของพรรคของเขา เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องปกติ มีแต่พวกดัดจริต หรือไม่เข้าใจระบอบการเมืองเท่านั้นที่บอกว่า รัฐบาลต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน อาจจะมีคำถามว่า เอ..ถ้าอย่างนั้น การเมืองมันก็ชั่วร้ายใช่ไหม? คำตอบก็คือ ใช่ เราจึงต้องคอยควบคุมการเมืองให้อยู่ในร่องในรอย หมายความว่า ทุกคน ทุกผ้ทุกนาม ต้องเล็งหาพรรคการเมืองเหมาะๆ มีนโยบายดีแล้วสมัคร หรือผลักดันให้นั้นเป็นรัฐบาล เพื่อพวกเขาจะได้สนองความต้องการของเรา เป็นเช้นนี้ทั่วโลก เพราะฉะนั้นคนทุกคนต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง จะวางเฉยไม่ได้ ต้องพยายามให้ พรรคตนเองเป็นผู้ที่ได้รับเป็น ส.ส. ให้มากจึงจะได้เป็นรัฐบาล และเป็นรัฐบาลที่สนองตอบความต้องการ พวกชาวไร่ ชาวนา หรือ กลุ่มอาชีพ อยากจะเป็น ส.ส. ก็ต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคและลงเลือกตั้งทั่วไป มิใช่เลือกเฉพาะกลุ่มของตนเอง แล้วไปเป็น ส.ส. ของคนทั้งประเทศ อย่างนี้ไม่ได้ จึงสรุปว่า ป่วยการที่จะคิดเป็นการเมืองใหม่ตามพันธมิตร เพราะมันผิดธรรมชาติ ระบอบประชาธิปไตยเขาไม่ฝืนธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ จะหวังพึ่งกลุ่มนักวิชาการ 24 อธิการ ก็ดูมืดมน เพราะแต่ละท่านที่มาเสนอความคิด ล้วนมีจิตใจอคติเคลือบวิญญาณ จึงไม่เห็นความเป็นธรรมชาติของประชาธิปไตย ปล่อยให้เป็นธรรมชาติเถอะ ระบบมันจะแก้ไขปัญหาด้วยตัวของมันเอง เชื่อเถอะหน่า!
Friends' blogs
[Add หมีมุ่ยมน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.