วันนี้คือความจริงทำทุกสิ่งอย่างมีคุณค่า
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
12 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
เบื่อการเมือง..แต่หนีได้ไหม?คำตอบคือ ไม่ได้ครับ แล้วจะทำอย่างไร?

เบื่อการเมือง..แต่หนีได้ไหม?..คำตอบคือ ไม่ได้..แล้วเราจะทำอย่างไร?

เบื่อแสนเบื่อ ...แต่หนีไม่พ้น จึงต้องชวนพวกเรามาพิจารณา ต้นเหตุแห่งความวุ่นวายในระบบการเมือง โดยอาศัยหลักอิทัปปัจยา ผลเกิดแต่เหตุ เหตุเกิดแต่ผล เป็นวงจรที่เกิดขึ้นแล้วดำรงอยู่ แล้วดับไป เป็นเช่นนี้มิรู้จบ
เหตุแห่งความวุ่นวายทางการเมือง
1.ผลอันเกิดจาก การดำเนินนโยบายที่เป็นรูปธรรม อย่างไม่เคยมีมาก่อน ของพรรคไทยรักไทย ทำให้เกิดผลกระทบ ต่อ
1.1 กลุ่มหวยใต้ดิน ที่กลัวการยึดทรัพย์
1.2 กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ที่กลัวการล่า กลัวการยึดทรัพย์
1.3 กลุ่มมาเฟีย ที่ดำเนินการทำมาหากินไม่ได้
1.4 กลุ่มผู้รับเหมาที่เอาเปรียบราชการมานาน รับเหมาต่อไปไม่ได้
1.5
กลุ่มอำมาตยา ที่มิอาจครอบงำข้าราชการได้อีกต่อไป
จึงเกิดกลุ่มบุคคลที่เข้ามาต่อต้านอย่างรุนแรง
1. คือกลุ่มการเมืองที่เสียอำนาจ
2.กลุ่มนักธุรกิจที่เคยผูกขาดการทำธุรกิจ
3.กลุ่มอำมาตยาธิปไตยที่สูญเสียอำนาจไป
4.กลุ่มผู้กระทำการผิกกฎหมายทั้งหลาย

วิธีการการที่ดำเนินการกำจัดศัตรูของพวกเขาก็เพียงทำง่ายๆ
1.ใช้กลยุทธทางการสื่อสารมวลชน สร้างข่าวลือ ให้เห็นว่า ผู้นำพรรคไทยรักไทย
-คอรัปชั่น โดยอาศัยช่องว่างช่องโหว่และเงื่อนไขของหัวหน้าพรรคมาตีแผ่
-ไม่จงรักภักดี หมิ่นสถาบัน จะเป็นประธานาธิบดี
2.สร้างเครือข่าย และเคลื่อนไหว เดินขบวน ต่อต้าน
3.ใช้กลยุทธทางกระบวนการยุติธรรม หรือ ที่เรียกว่าตุลาการภิวัตน์
ตรงนี้แหละที่ทำให้เกิดกระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐาน

ฝ่ายตรงข้ามกับเสื้อแดง มีเครื่องมือ และวิธีการอยู่เพียงแค่นี้จริงๆ

ในขณะที่ฝ่ายเสื้อแดง นั้น พวกเขาสรุปบทเรียนในข้อผิดพลาดที่ผ่านมาก็ได้ข้อยุติว่า เหตุแห่งความวุ่นวายทางการเมือง คือ
1.
ระบบอำมาตยาธิปไตย
2.ผู้เสียประโยชน์ในทางการเมือง คือ พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นเอง

ดังนั้น จึงต้องใช้วิธีการ คือ
1.ระดมพลเสื้อแดงขับไล่อำมาตยา ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นต้นเหตุแห่งความวุ่นวาย และพวกเขาเชื่อว่าทำเช่นนี้เพื่อรักษาไว้ซึ่งสถาบันเบื้องสูงอย่างแม้จริงมิให้อำมาตยามาแอบอ้างเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามของพวกตน
2.ขับไล่รัฐบาลประชาธิปัตย์
3.ใช้ยุทธวิธี หนามยอกหนามบ่ง ยืมหอกสนองคืนผู้ใช้ กล่าวคือ พรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตร ทำอย่างไร ก็ทำตามอย่างนั้นแหละ ซึ่งใช้ได้ผลมาโดยตลอด

เหตุเกิดแต่ผล ผลเกิดแต่เหตุ เหตุเกิดแต่กรรม อย่างนั้นแล้วไซร้จะแก้ปัญหาของประเทศชาติได้อย่างไร

มีเพียงทางเดียว คือ ต้อง
ปลดปล่อยให้กระบวนการยุติธรรม และศาล เป็นอิสระเสีย ทั้งอำมาตยา และประชาธิปัตย์ อย่าเข้าแทรกแซง หรือ ทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกว่าศาลถูกแทรกแซง ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อ

1.อำมาตยาทั้งหลายที่ถูกกล่าวหา ลาออกเสีย เพราะความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ และหลักฐานบางอย่าง พฤติกรรมบางตอน ปรากฎชัดว่า ท่านไม่เป็นกลางแม้ไม่เป็นความผิด แต่มัน เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการบริหารประเทศ
2.ท่านจรัล ท่านอักขราทร ก็ควรจะลาออกด้วย ด้วยพฤติการที่เคลือบแคลงใจ เรารู้ว่าท่านไม่ผิด แต่จริยธรรมนั้น ไม่ต้องมีใบเสร็จหรอกครับ เหมือนทักษิณ แม้ไม่ผิด แต่ประชาชนส่วนใหญ่เคลือบแคลง ก็สมควรจะถูกไล่ ซึ่งเราก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง แล้วท่านหล่ะ? จะอยู่ทำอะไร?
เพียงระบบศาลยุติธรรม มีความเป็นธรรมอย่างแท้จริงต่อทุกฝ่าย ประเทศก็เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ....เชื่อผมเถอะ!!!!


Create Date : 12 เมษายน 2552
Last Update : 12 เมษายน 2552 12:15:59 น. 0 comments
Counter : 58 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หมีมุ่ยมน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




การเมื่องช่วงนี้ เป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย เพราะทุกคนต้องการประชาธิปไตย แต่ว่า ไม่เคารพกฎหมาย อันเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย มันก็เลยวุ่นวายกันใหญ่ แม้จะเบื่อเพียงใด ก็ไม่ควรทอดทิ้ง หรือ ท้อถอย ต้องตามไปอย่างกระชั้นชิด มิฉะนั้นจะมีคนกลุ่มหนึ่งจะนำการเมืองไปเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มของตนเอง ตามทฤษฎีการเมื่อง ไม่ว่าสำนักใดก็ตาม ระบุว่า "การเมืองมันคือการช่วงชิงเพื่อที่จะให้ได้อำนาจรัฐ" เพราะฉะนั้นใครเป็รัฐบาล สิ่งแรกที่เขาทำ คือการสนองตอบผลประโยชน์ของพรรคของเขา เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องปกติ มีแต่พวกดัดจริต หรือไม่เข้าใจระบอบการเมืองเท่านั้นที่บอกว่า รัฐบาลต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน อาจจะมีคำถามว่า เอ..ถ้าอย่างนั้น การเมืองมันก็ชั่วร้ายใช่ไหม? คำตอบก็คือ ใช่ เราจึงต้องคอยควบคุมการเมืองให้อยู่ในร่องในรอย หมายความว่า ทุกคน ทุกผ้ทุกนาม ต้องเล็งหาพรรคการเมืองเหมาะๆ มีนโยบายดีแล้วสมัคร หรือผลักดันให้นั้นเป็นรัฐบาล เพื่อพวกเขาจะได้สนองความต้องการของเรา เป็นเช้นนี้ทั่วโลก เพราะฉะนั้นคนทุกคนต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง จะวางเฉยไม่ได้ ต้องพยายามให้ พรรคตนเองเป็นผู้ที่ได้รับเป็น ส.ส. ให้มากจึงจะได้เป็นรัฐบาล และเป็นรัฐบาลที่สนองตอบความต้องการ พวกชาวไร่ ชาวนา หรือ กลุ่มอาชีพ อยากจะเป็น ส.ส. ก็ต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคและลงเลือกตั้งทั่วไป มิใช่เลือกเฉพาะกลุ่มของตนเอง แล้วไปเป็น ส.ส. ของคนทั้งประเทศ อย่างนี้ไม่ได้ จึงสรุปว่า ป่วยการที่จะคิดเป็นการเมืองใหม่ตามพันธมิตร เพราะมันผิดธรรมชาติ ระบอบประชาธิปไตยเขาไม่ฝืนธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ จะหวังพึ่งกลุ่มนักวิชาการ 24 อธิการ ก็ดูมืดมน เพราะแต่ละท่านที่มาเสนอความคิด ล้วนมีจิตใจอคติเคลือบวิญญาณ จึงไม่เห็นความเป็นธรรมชาติของประชาธิปไตย ปล่อยให้เป็นธรรมชาติเถอะ ระบบมันจะแก้ไขปัญหาด้วยตัวของมันเอง เชื่อเถอะหน่า!
Friends' blogs
[Add หมีมุ่ยมน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.