มิถุนายน 2551

1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
21
22
24
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
บันทึกเดินทางพาหลานตัวยุ่งไปเยี่ยมญาติที่สก๊อตแลนด์ตอนที่ 2

อันนี้รูปบนเครื่องของ Emirates ค่ะ

หลังจากกินอิ่มหนำสำราญ น้อง Mick ก็ เล่นเกมส์ซักพักก็หลับไป เครื่องบินมาได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ( เวลาบินจาก กรุงเทพถึง ดูไบ ประมาณ 6 ชั่วโมง ) เราก็เริ่มรู้สึกว่า Mick กระสับกระส่าย หลับไปก็ครางไป เราก็คิดว่าอาจไม่ชินกับการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ก็เลยเอามาอุ้มไว้ เกาหลังให้ซักพักก็หลับไปอีก อีก 20 นาทีต่อมาก็กระสับกระส่ายอีก ครวนี้ได้เรื่องเลยค่ะ !!!!
อะไรเหรอ ? ก็อ้วกออกมาไม่บอกไม่กล่าวกันเลย ออกมารดบนตักเราเลย แถมบนผ้าห่มอีก กลิ่นงี้หึ่งเลย ก็ไอ้กลิ่น Pasta บูด ๆ น่ะแหละ ตาเอียนส่งถุงพลาสติกให้ ( ไม่ใช่ Sicky Bag ) เพราะตอนนั้นน่ะคว้าอะไรได้ก็หยิบๆมาก่อน ส่วน Sicky bag น่ะจะอยู่ในที่ใส่ของด้านหน้านั่นล่ะ ตาเอียนส่งถุงให้เราก็เอามารอง
สักพักก็เริ่มรู้สึก ว่ามีอะไรไหลลงไปที่ขาอีก เลยยกถุงขึ้นมาดู

กรี๊ดดดดด!!!!!!!!
อะไรล่ะ ก็ถุงมันก้นรั่วนะซี เราก็โมโห มากกก เพราะกางเกงชั้นน่ะมันเต็มไปด้วยอ้วก ขากางเกงไอ้หมู Mick ก็เหมือนกัน วุ่นวายกันสักพัก Airhostess ที่ดูแลบริเวณนั้นก็เข้ามาช่วย เราเอาผ้าห่มเช็ดเธอก็เอาไปเก็บให้แล้วก็บอกให้เราไปล้างในห้องน้ำ ส่วนเธอก็ช่วยทำความสะอาด บรเวณที่นั่ง เช็ดกางเกงให้น้อง Mick

เราเข้าไปล้างในห้องน้ำ กางเกงก็ไม่มีเปลี่ยนเพราะ Load ไปหมดแล้ว ล้างออกแต่กลิ่นน่ะกำจัดอย่างไร ก็ไม่หมด สุดทนจริง ๆขอบอก
สงสารก็แต่สาวอังกฤษที่นั่งใกล้ๆนั่นแหละ ( ได้ที่นั่งตรงกลางที่มี4 ที่ เราก็เลยนั่งติดกับเธอ ) แต่เธอก็ดีใจหาย ไม่พูดอะไร ไม่บ่น เราขอโทษ เธอก็บอกไม่เป็นไร มันช่วยไม่ได้นี่นา เธอจะไปต่อเครื่องจาก Dubai ไป London Gatwick ส่วนเราจะต่อเครื่องไปลง Heathrow



อันนี้รูปรายการโปรดตาเอียน


หลังจากอ้วกจนหมดไส้หมดพุง Mick ก็หลับต่ออย่างสบาย ไม่มีกระสับกระส่ายให้เห็นอีกแล้ว จนกระทั่งเครื่อง Landing ที่ Dubai Airport ประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ เวลาท้องถิ่น ก็เดินตามป้าย Connecting Flights ไปผ่านเครื่อง X-Ray อีกครั้ง ก่อนจะเข้าไปสู่อาคารผู้โดยสาร
แรกเริ่มเดิมที กะจะแวะ Shopping ที่ duty free ที่นี่แหละ เพราะใครก็พูดกันว่า ใหญ่และราคาถูก โดย Duty Free จะต้องลงบันไดเลื่อนไปชั้นล่าง แต่เราไม่มีอารมณ์จะ ชอปแล้วล่ะ อย่างเดียวที่ต้องการคือห้องน้ำกว้างๆ เข้าไปล้างอ้วกให้สะอาดอีกครั้ง เพราะกางเกงอบกลิ่นอ้วกตัวนี้จะต้องต่อไป ลอนดอน อีก

เครื่องไป London Gate 13 ออกประมาณ 03.10 เลยไปหาที่นั่งรอใกล้ๆ ตาเอียนอยากได้กาแฟซักแก้ว แต่เราไม่ได้ซื้อให้เพราะขี้เกียจแลกเงิน จะรูดการ์ดค่ากาแฟแก้วเดียวก็กลัวเค้าจะเอาแก้วกาแฟเขวี้ยงเอา ก็เลยกินขนม จาก My Snack Box ของน้อง Mick ที่เอามาจากบนเครื่องนั่นล่ะ

นั่งรอไปเรื่อยๆ เราก็เดินไปห้องน้ำบ้าง พาน้อง Mick ไปแปรงฟันบ้าง ดูหน้าจอว่า Gate open รึยังบ้าง ส่วนตาเอียน Mick หลับคาเก้าอี้ไปแล้วทั้งคู่

ประมาณ 02.00 น. Gate ก็เปิด เราปลุกทั้ง 2 คน แล้วก็เอา Boarding pass ที่ได้มาตั้งแต่ Check in ที่ สุวรรณภูมิ ไปแสดง เพื่อเข้าไปนั่งรอด้านใน คนเยอะทีเดียวเที่ยวบินนี้ เด็กก็เยอะ Mick หลับอีกแล้วต้องปลุกตอนเค้าเรียกขึ้นเครื่อง เที่ยวบินนี้ๆด้ที่นั่ง 3 ที่ติดหน้าต่าง ให้น้อง Mick นั่งริมหน้าต่าง รอจนกระทั่งเครื่องเริ่ม Taxi กัปตันประกาศว่าจะใช้ Fast Take off โดยเครื่องจะขึ้นเร็วมาก ใช้เวลา Taxi ไม่นาน ไต่ระดับอย่างรวดเร็วจนหูอื้อไปเลย แล้ว Air ก็เริ่มแจกของว่าง ของเด็กก่อน เจ้าตัวน่ะขึ้นเครื่องปั๊บก็หลับต่อปุ๊บเลย ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 6 นาที จะถึง ลอนดอน ตามโปรแกรม น้อง Mick หลับยาวตลอดทาง เรากับตาเอียนหลับ ๆ ตื่น ๆ

ประมาณตี 5 กว่า ๆ ก็เริ่มเสริฟอาหารเช้า กินได้ไม่เท่าไหร่หรอกแต่ฝืน ๆกินไป บ้างเพราะตาเอียนบอกว่า ใน ลอนดอนอาหารแพงนะ ตามประสาคนงก ก็เลยต้องรองท้องไปบ้าง น้องmick ไม่ยอมกินอะไร เราก็เลยเอาขนม น้ำผลไม้ที่พอเก็บได้ใส่ถุง ใส่เป้ไปไว้เผื่อจะหิวภายหลัง

เครื่องมาถึง London ประมาณ 7 โมง แต่ นักบินก็ประกาศว่าเรายังลงไม่ได้ต้องรออีกประมาณ 10 นาที เครื่องเลยต้องบินวนเหนือ London City อีก 2 -3 รอบ




ขออบอกตอนเครื่องมันเลี้ยว เสียววาบเลยค่ะ



อันนี้รูปเมืองลอนดอนตอนเครื่องมันกำลังเลี้ยว

ก่อนเครื่องลงคุณ Air ก็เอา Landing Card มาให้กรอกเฉพาะเรากับน้อง Mick ตาเอียนไม่ต้อง

เครื่องลง Smooth มาก ๆ ไม่รู้สึกเลยเวลาล้อแตะพื้น

จากนั้นด็เดินไปตามป้าย Arrivals ไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึง Passport Control แยกเป็น UK Passport และ Other country ตาเอียนเลยแยกไปแถวนึง เรากับน้อง มิคต่ออีกแถวนึง แถวที่เราต่อมันยาววววว มากมาก คาดว่าเป็นชั่วโมงแน่ๆที่ต้องรอ แต่ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่สาวแขกที่เห็นเรามากับเด็กเลยบอกให้ตามเธอมา แล้วเราก็ได้ Fast Track ไปต่อแถวด้านหลังอีก 2-3 ครอบครัวด้านหน้า ไม่ถึง 5 นาทีก็ได้เข้าไปตรวจหนังสือเดินทาง เป็นผู้หญิงดูท่าทางใจดี แต่เธอตั้งคำถามละเอียดยิบเลย ตั้งแต่เรามีความสัมพันธืยังไงกับน้องมิค
" He's my nephew,my brother's son "

Where is his parent?

They are in Thaialnd .

Why's he coming here?

Just for visitting his uncle in law family.

Do you have consent for child travel from his parent?

I don't have it with me right now , I already gave it to the UK Embassy in Thailand when we were applied for his VISA .

จากนั้นเธอก็หันไปหาหัวหน้าของเธอ ปรึกษาอะไรก็ไม่ทราบ แต่ได้ยินหัวหน้าเธอบอกว่า This case just fine.

แล้วเธอก็หันมาบอกว่าส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาถ้าไม่ได้มากับพ่อแม่ แต่ Case นี้ โอเค

เราก็แค่ Thank you แล้วก็ออกมาเจอตาเอียนที่รออยู่แล้ว จากนั้นก็เดินไปตามป้าย Reclaim Baggages จนกระทั่งถึงบริเวณสายพานรอรับกระเป๋าก็ต้องมองหาป้ายเที่ยวบิน EK007 ว่าอยู่ช่องไหนจะได้ไปยืนคอยกระเป๋าได้ถูก เมื่อไปถึงมีคนยืนรออยู่แล้วหลายคน รออยู่นานมากกว่ากระเป๋าสองใบจะโผล่มา
หลังจากได้กระเป๋าแล้วก็เข็นไปตามเส้นสีเขียว ไม่มีอะไรต้องแสดง

จากนั้นก็เดินไปตามป้าย Underground ลงบันไดไปตามป้ายเรื่อยๆ ก็จะถึงบริเวณที่ขาย ตั๋ว ( Tickets ) เราก็เดินไปซื้อตั๋ว

" one day travel card 2 adults one child please "
" 14 pounds "
" Thank you "
แล้วก็ได้ตั๋วมา 2 ใบ ใบละ 7 ปอนด์ ก็งงทำไมของน้องมิคไม่มีวะ (นึกว่า ฟรีแค่ต่ำกว่า 5 ขวบ ตอนนั้น จริง ฟรีไม่เกิน 11 ปี )

ก็เดินหน้าตั้งเข้าไปอีกครั้ง
"One nore ticket for a child please "
" how old is he "
" 5 years old "
" Free "
" AHA Thank you "


อันนี้ภาพตั๋ว One day off peak travel card







Create Date : 03 มิถุนายน 2551
Last Update : 8 กรกฎาคม 2551 16:06:57 น.
Counter : 331 Pageviews.

1 comments
  
ยินดีที่มีบล๊อคเป็นของตัวเองนะค่ะ และก็ยินดีที่มีเพื่อนคนใต้เพื่มมาอีกคนค่ะ
จำได้ซิค่ะ ที่คุณเขียนเกี่ยวกับทิปเที่ยวสก๊อตแลนด์เป็นภาษาอังกฤษในไกลบ้านไงค่ะ ภาษาอังกฤษของคุณดีมากค่ะ และเก่งมากเลยที่สามารถเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้
เหมือนไกค์ที่คุณอยากเป็นอ่ะค่ะ ตัวเราเองอยู่ที่อเบอร์ดีน(ไม่ถึงปีค่ะ)ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับที่นี่เท่าคุณเลยค่ะ เวลาไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ก็ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปและไม่ค่อยอ่านข้อความหรอกค่ะ ได้แต่เดินดูไปเรื่อยๆ แย่จังเลยเนอะ
โดย: กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:0:55:18 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

mearnss
Location :
ชุมพร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นเภสัชกร ที่อยากทำงานบริษัทท่องเที่ยว เค้าจะรับมั้ยนี่ ท่องเที่ยวกับอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่โปรดที่สุดของข้าพเจ้า

MY VIP Friend