THAILAND
Group Blog
 
 
มกราคม 2549
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
12 มกราคม 2549
 
All Blogs
 
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

พระนามเดิม : พระองค์ดำ
พระบรมชนกนาถ : พระมหาธรรมราชา
พระบรมราชชนนี : พระวิสุทธิกษัตริย์ (ราชธิดาของพระสุริโยทัย)
สถานที่พระราชสมภพ : เมืองพิษณุโลก
วันพระราชสมภพ : พ.ศ. 2098
วีรกรรมสำคัญ : ช่วยให้ประเทศไทยพ้นจากการปกครองกดขี่ของข้าศึก กู้เอกราชของชาติไทยคืนมาได้เป็นผลสำเร็จ


พระประวัติย่อ

สมเด็จพระนเรศวร ทรงพระราชสมภพ เมื่อปี พ.ศ. 2098 ที่เมืองพิษณุโลกพระบรมราชชนนีมีพระนามว่า “พระวิสุทธิกษัตริย์” ซึ่งเป็นพระราชธิดาของพระศรีสุรีโยทัย วีรสตรีที่สำคัญในสมัยพระมหาจักรพรรดิ์

พระบรมมหาชนกนาถของสมเด็จพระนเรศวรได้แก่ “พระมหาธรรมราชา” เจ้าเมืองพิษณุโลก พระนเรศวรมีพระพี่นางทรงพระนามว่า “พระสุพรรณเทวี” และมีพระอนุชาทรงพระนามว่า “พระเอกาทศรถ” พระองค์ทรงมีพระนามครั้งพระเยาว์ว่า “พระองค์ดำ” ส่วนพระอนุชาเอกาทศรถเรียกว่า “พระองค์ขาว”

กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าครั้งแรกในปี พ.ศ. 2112 การสูญเสียเอกราชของชาติไทยในครั้งนั้นนับเป็นความข่มขื่นแก่คนไทยทั้งชาติ

ในปี พ.ศ. 2106 พระเจ้าบุเรงนองกษัตริย์ของพม่า ยกมาตีหัวเมืองฝ่ายเหนือของไทยไว้ได้ ในขณะนั้นพระมหาธรรมราชาอยู่ครองเมืองพิษณุโลก แม้พม่าจะมีชัยยึดเมืองไว้ได้ แต่พระเจ้าบุเรงนอง ก็ทรงมอบให้พระมหาธรรมราชาครองเมืองพิษณุโลกอยู่ต่อไป หากแต่ได้นำเอา สมเด็จพระนเรศวร (พระองค์ดำ) กับสมเด็จพระเอกาทศรถ (พระองค์ขาว) ไปยังพม่าเพื่อเลี้ยงไว้เป็นตัวประกันไม่ให้ฝ่ายไทยกระด้างกระเดื่องต่อหงสาวดี ด้วยเหตุนี้เอง พระนเรศวรจึงเจริญวัยในกรุงหงสาวดีเป็นส่วนใหญ่ รู้จักเมืองพม่าเป็นอย่างดี สามารถพูดภาษามอญและพม่าได้คล่องแคล่ว รู้จักนิสัยใจคอของชาวพม่าได้อย่างดีมาโดยตลอด

แต่เดิมชาติพม่าเป็นชาติเล็ก ๆ ต่อมาจึงได้ทำศึกสงครามขยายลงมาทางใต้ ซึ่งติดต่อกับดินแดนไทย เพราะพม่าต้องการจะหาทางออกทะเล ใช้เป็นเส้นทางติดต่อกับประเทศอื่น

เมื่อพม่าครอบครองมอญไว้ได้ จึงตั้งเมืองหลวงขึ้นมีชื่อว่า “หงสาวดี” เมืองหลวงเดิมนั้นตั้งอยู่ที่เมืองตองอู ครั้นพวกมอญก่อกบฎ พม่าต้องทำการปราบมอญที่เป็นกบฎแต่ฝ่ายพวกมอญกบฎพากันหลบหนีมาอยู่ที่เมืองเชียงกราน

สมเด็จพระนเรศวรวีรกษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชกรุงศรีอยุธยา

เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเป็นครั้งที่ 3 ฝ่ายพม่าหาได้เผาผลาญบ้านเมืองไม่ แต่ได้ทำการกวาดต้อนผู้คนไปเป็นเชลย สำหรับเชื้อพระวงศ์นั้นก็ได้เชิญสมเด็จพระมหินทร์ไปกรุงหงสาวดี แต่สมเด็จพระมหินทร์เกิดอาการประชวรและสวรรคตเสียขณะเดินทาง

พระเจ้าบุเรงนองแห่งกรุงหงสาวดี จึงได้แต่งตั้งให้พระมหาธรรมราชา เจ้าเมืองพิษณุโลก เลื่อนมาครองกรุงศรีอยุธยา เมือปี พ. ศ. 2114 โดยฝ่ายพม่ามีข้อแม้ว่า ให้มีพลเมืองเพียง 10000 คน นอกจากนี้แล้วให้มีกองทัพของพม่าประจำอยู่ด้วย 3000 เพื่อช่วยควบคุมรักษาเมืองพระเจ้าบุเรงนองประทับอยู่ ในกรุงศรีอยุธยาจนตลอดฤดูฝนจึงได้ยกทัพ ไปตีลานช้างเพื่อแก้แค้นพระไชยเชษฐาซึ่งเป็นศัตรูคู่แค้นกันมาก่อน แต่ตีไม่สำเร็จ

เมื่อพระมหาธรรมราชาขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาเรียบร้อยแล้ว จึงได้ขอตัวพระนเรศวร ซึ่งเป็นราชโอรสกลับคืนจากหงสาวดี เพื่อให้ลงมาช่วยราชการบ้านเมือง แล้วพระองค์ก็ส่งพระสุพรรณเทวีราชธิดาขึ้นไปอยู่แทน

พระนเรศวรหรือองค์ดำพระองค์นี้ ทรงเป็นราชโอรสของพระมหาธรรมราชาดังกล่าวแล้วข้างต้น เมื่อปี พ.ศ. 2106 อันเป็นปีที่พระเจ้าบุเรงนองพระจ้าแผ่นดินพม่ายกมาตีเมือง พิษณุโลก ซึ่งพระมหาธรรมราชาปกครองอยู่นั้น พระเจ้าบุเรงนองได้ขอพระนเรศวรไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม และเพื่อดเป็นตัวประกันไม่ให้พระมหาธรรมราชาเอาใจออกห่างหรือคิดร้ายต่อฝ่ายหงสาวดีนั้นเอง

พระองค์ดำได้เสด็จไปอยู่ที่เมืองหงสาวดีตั้งแต่พระชนมายุได้เพียง 9 พรรษาเท่านั้นเอง พระองค์ทรงเป็นผู้ที่มีน้ำพระทัยเป็นรักรบมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวมีน้ำพระทัยกว้างขวางสมกับที่เป็นเชื้อสายของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย แม้พระนเรศวรจะถูกนำไปเป็นตัวประกันถึงหงสาวดี แต่ตลอดระยะเวลาพระองค์มิได้ทรงหวั่นไหว ครั้งที่อยู่ในเมืองพม่าก็ได้แสดงความปรีชาสามารถให้ปรากฎหลายต่อหลายครั้ง ทำให้พระเจ้าบุเรงนองกษัตริย์พม่ารู้สึกหวาดหวั่น แกรงว่าต่อไปภายหน้าอาจคิดกู้ชาติไทยก็ได้

พระเนศวรกลับมาช่วยราชการของพระราชบิดาเมื่อพระชนม์มายุได้ 15 พรรษา และหลังจากนั้นอีก 1 ปีก็ได้รับการสถาปนาเป็นพระมหาอุปราชปกครองเมืองพิษณุโลก ซึ่งในขณะนั้นกรุงศรีอยุธยายังคงเป็นเมืองออกของพม่า พระนเรศวรทรงทำการฝึกทหารที่อยู่ในวัยเดียวกับพระองค์ และความคาดคิดของพระเจ้าบุเรงนองแห่งหงสาวดีก็กำลังจะกลายเป็นความจริงเมื่อพระนเรศวรทรงคิดที่จะกอบกู้อิสรภาพขึ้นในแผ่นดินอันเป็นเมืองที่พระองค์ทรงประสูติ

ความรู้ที่พระนเรศวรเคยศึกษามาจากราชสำนักของพระเจ้าบุเรงนองถูกนำมาถ่ายทองและผสมผสานกับยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ของไทยเดิม ตลอดระยะเวลา 6 ปี ในแผ่นดินพม่าล้วนเป็นสิ่งมีค่าสำหรับชีวิตของพระองค์ ดังนั้นทหารที่พระองค์ทรงฝึกขึ้นในเมืองพิษณุโลก จึงมีความรอบรู้กว้างขวางทั้งยุทธวิธการรบแบบไทยและยุทธวิธีกระบวนศึกของพม่าควบคู่กันไปเป็นอย่างดี

พระองค์ทรงปรับปรุงยุทธวิธีการรบแบบไทย โดยการทำยุทธวิธีการรบแบบก้าวหน้า คือการนำคนจำนวนน้อยเข้าต่อสู้กับคนจำนวนมาก หรือที่เรียกกันว่าการรบแบบกองโจรในปัจจุบัน ดังนั้นตลอดเวลาที่สมเด็จพระนเรศวรอยู่เมืองพิษณุโลก จึงได้มีโอกาสช่วยเหลือพระมหาธรรมราชาหลายครั้ง เช่นครั่งที่ พระยาจีนจันตุ ขุนนางจีนเมืองเขมร เล็ดลอดเข้ามาสืบความลับในราชการกรุงศรีอยุธยา แล้วได้ลอบลงเรือสำเภาหนีพระนเรศวรสืบทราบจึงได้จัดกองเรือออกติดตามไปทันที่ปากน้ำ แล้วทรงใช้พระแสงปืนดังยิงตัดหน้าเรือข้าศึกฝ่ายข้าศึกในเรือก็ยิงโต้ตอบและกระสุนฝ่ายข้าศึกถูกรางพระแสงปืนของพระองค์แตก ครั้นสำเภาข้าศึกได้ลมแรงเรือก็แล่นหนีออกนอกทะเลลึก เรือของพระองค์ลำเล็กกว่าจึงสั่งให้เบนหัวเรือกลับ การครังนั้นทำให้ฝ่ายจีนจันตุหนีรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด

พระปรีชาสามารถในการรบเป็นที่ประจักษ์หลายครั้งหลายคราว ครั้นยิ่งนานวันความกล้าแกร่งของพระนเรศวรยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ความสามมารถในการเป็นผู้นำปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน จนกระทั่งได้รับความนับถือยกย่องโดยทั่วไป

เมื่อพระเจ้าบุเรงนองแห่งหงสาวดีสิ้นพระชนม์ ทางประเทศพม่าจึงผลัดเปลี่ยนแผ่นดินใหม่นันทบุเรงได้ขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระเจ้าบุเรงนอง พระนเรศวรในขณะนั้นก็ได้คุมทัพ และเครื่องราชบรรณาการไปถวายแก่พม่าตามราชประเพณีที่มีมา คือเมื่อแผ่นดินพม่ามีการผลัดเปลี่ยนกษัตริย์ ประเทศราชจะต้องปฏิบัติเช่นนี้

ทางด้านเจ้าฟ้าเมืองคัง ซึ่งเป็นเมืองออกของหงสาวดีแข็งเมือง ไม่ยอมส่งราชบรรณาการไปถวายพระเจ้านันทบุเรง ดังนั้นพม่าจึงจัดกองทัพขึ้น 3 กอง มีพระมหาอุปราชราชโอรสของพระเจ้านันทบุเรง พระสังขฑัตโอรสเจ้าเมืองตองอู ส่วนทัพที่ 3 คือกองทัพของพระนเรศวรแห่งกรุงศรีอยุธยาให้ยกไปปราบปรามเมืองคัง

กองทัพของพระมหาอุปราชบุกเข้าโจมตีเมืองคังก่อน แต่ปรากฏว่าตีไม่สำเร็จ ต่อมาจึงเป็นหน้าที่ของกองทัพพระสังขฑัต แต่การโจมตีก็ต้องผิดหวังล่าถอยกลับมาอีกเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นคราวที่พระนเรศวรจะเข้าโจมตีเมืองคังบ้าง

พระนเรศวรทรงพิจารณาเห็นว่าเมืองคังตั้งอยู่บนที่สูง พระองค์จึงวางแผนการยุทธจัดทัพใหม่ แบ่งกำลังส่วนหนึ่งเข้าโจมตีด้านหน้า กำลังส่วนนี้มีไม่มากนัก แต่กำลังส่วนใหญ่ของพระองค์เปลี่ยนทิศทางโอบเข้าตีด้านหลัง ประกอบกับพระองค์ทรงรู้ทางลับที่จะบุกเข้สู่เมืองคังอีกด้วย จึงสามารถโจมตีเมืองคังแตกโดยไม่ยาก พระนเรศวรจับเจ้าฟ้าเมืองคังไปถวายพระเจ้านันทบุเรงที่หงสาวดีเป็นผลสำเร็จ

ชัยชนะในการตีเมืองคังครั้งนั้นทำให้ฝ่ายพม่าเริ่มรู้ว่าฝีมือทัพไทย มีความเก่งกล้าสามารถน่าเกรงขามยิ่งกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะพระสังขฑัต และพระมหาอุปราชารู้สึกมีความละอายมากในการทำศึกครั้งนี้ นอกจากนี้แล้วต่อมาพวกเขมรยกทัพมากวาดต้อนผู้คนในเมืองนครราชสีมา และหัวเมืองชั้นใน ก็ถูกกองทัพของพระนเรศวรโจมตีแตกกระเจิงและเลิกทัพถอยกลับไป

ความเก่งกล้าสามารถของพระนเรศวรมีมากขึ้นเพียงไร ความหวาดระแวงของหงสาวดีก็เพิ่มทวีมากขึ้นเยงนั้น พระเจ้านันบุเรงเริ่มไม่ไว้วางพระทัยนเรศวร คอยจับจ้องดูความเปลี่ยนแปลง และความสามารถของยอดนักรบพระองค์นี้อยู่ตลอดเวลา คิดว่าหากมีโอกาสเมื่อใดก็จะกำจัดตัดไฟแต่ต้นลม

ดังนั้นเมื่อพระเจ้ากรุงอังวะแข็งเมืองขึ้น และไม่ยอมอ่อนน้อมให้กับกรุงหงสาวดี พระจ้านันทบุเรงแห่งพม่าจึงวางแผนการณ์อันลึกซึ้งทันที พระองค์ทรงเกณฑ์กำลังของประเทศราชที่ขึ้นต่อหงสาวดีทั้งนี้รวมถึงพระนเรศวรแห่งกรุงศรีอยุธยาด้วย เพื่อให้กองทัพดังกล่าวยกไปปราบเมืองอังวะ

พระเจ้านันทบุเรงทรงเห็นว่า “พระนเรศวรผู้นี้เป็นนักรบที่เข้มแข็ง ทั้งยังมีความเฉลียวฉลาดอีกด้วย หากปล่อยไว้ภายหน้าจะกลายเป็นภัยแก่กรุงหงสาวดีโดยแน่นอน” พระองค์จึงวางอุบาย รับสั่งให้พระมหาอุปราชาอยู่รักษาเมืองหงสาวดี

พระมหาอุปราชาวางแผนให้พระยารามยกทัพไปต้อนรับกองทัพของพระนเรศวร ทั้งยังสั่งการไว้ก่อนว่าหากพระมหาอุปราชายกเข้าโจมตีกองทัพพระนเรศวร ก็ให้พระยาเกียรติ พระยารามยกทัพเข้าตีล้อมทางด้านหลัง แผนการครั้งนั้นดำเนินไปตามที่คิดไว้ ในที่สุดพระยารามกับพระยาเกรียรติก็ยกทัพลงมาต้อนรับพระนเรศวรที่เมืองแครง

แต่นับเป็นการบังเอิญที่พระยารามและพระยาเกียรติยกมาได้พบกับพระมหาเถรคันฉ่อง ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของตนเข้าพอดี จึงเล่าความจริงทั้งหมดนี้ให้อาจารย์ฟัง พระมหาเถรคันฉ่องนั้นมีเชื้อสายเป็นมอญซึ่งเจ็บแค้นพวกพม่าอยู่แล้ว จังได้ห้ามปรามไม่ให้แม่ทัพทั้งสองทำตามที่พระมหาอุปราชารับสั่งไว้ นอกจากนี้แล้วยังแจ้งให้พระนเรศวรทรงทราบเสียก่อนอีกด้วย

ครั้นพระนเรศวรทรงทราบว่าบัดนี้ทางหงสาวดีคิดจะกำจัดพระองค์เช่นนั้น พระองค์ก็ทรงตัดสินพระทัยว่าจะไม่ยอมขึ้นกับพม่าอีกต่อไป จึงได้ประกาศตัดไมตรีกับพม่า ความคิดเดิมที่จะช่วยปราบกรุงอังวะครั้งนี้ อยู่ในแผนกลลวงที่จะจัดพระองค์ จึงสั่งหยุดทัพที่เมืองแครงนั่นเอง

พระนเรศวรทรงประกาศทำพิธีหลั่งน้ำทักษิโณทกประกาศอิสรภาพของกรุงศรีอยุธยาที่เมืองแครงเมื่อเดือน 6 ปี พ.ศ. 2127 นับจากนี้ไป ไทยกับพม่าขาดสัมพันธ์ไมตรีต่อกัน กรุงศรีอยุธยาจะไม่ข้นกับกรุงหงาสวดีอีกต่อไป พระนเรศวรได้กวาดต้อนครอบครัวไทยและมอญ พระยาราม พระยาเกียรติ และพระมหาเถรคันฉ่องก็ตามเสด็จมาด้วย ครั้งแรกพระนเรศวรคิดจะยกไปตีกรุงหงสาวดี แต่เห็นว่ามีกำลังน้อย เกรงจะทำการไม่สำเร็จ

ทางฝ่ายกรุงหงสาวดีเมื่อพระเจ้านันทบุเรง ทรงทราบว่าบัดนี้แผนการณ์กำจัดพระนเรศวรล้มเหลว และความคิดที่ว่าพระนเรศวรจะคิดกู้ชาติไทยก็กลายเป็นจริงทุกประการ จึงให้สุรกรรมายกทัพไปติดตามไปปราบพระนเรศวร

กองทัพของสุรกรรมายกติดตามมาถึงฝั่งแม่น้ำสะโตงก็พอดีที่ทัพไทยข้ามฝั่งแม่น้ำไปแล้ว ทั้งสองฝ่ายจึงเกิดยิงต่อสู้กันขึ้นระหว่างสองพากฝั่งแม่น้ำสะโตง สมเด็จพระนเรศวรทรงพระแสงปืนยาว พระองค์ทรงเล็งพระแสงปืนยาวไปยังสุรกรรมมาแม่ทัพพม่าซึ่งบัญชาการศึกล้มซุบลงบนคอช้าง ทำให้พม่าต้องถอยทัพกลับไป พระแสงปืนยาวซึ่งพระนเรศวรใช้ยิงถูกสุรกรรมา จึงได้ตั้งชื่อภายหลังว่า “พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง”

หลังจากที่พระนเรศวรประกาศอิสรภาพแล้ว พระเจ้าบุเรงนองก็ไม่ละความพยายามที่จะปราบปรามกรุงศรีอยุธยา พระองค์ได้กรีฑาทัพยกมาตีกรุงศรีอยุธยารวม 5 ครั้ง พระนเรศวรก็ทรงได้ต่อสู้ต้นทานข้าศึกอย่างเข้มแข็งทุกครั้ง หลายครังที่พระองค์ทรงตีทัพพม่าแตกพ่ายอย่างหนัก นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังได้ยกทัพไปตีเมืองประเทศราชของพม่าเพื่อช่วงชิงดินแดนและขยายอาณาเขตรวม 5 ครั้ง

พระนเรศวรทรงเป็นนักรบกล้าที่มีน้ำพระทัยเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก ในปี พ.ศ. 2127 พระองค์ได้ยกทัพไปตีทัพของพระยาพะสิม ซึ่งยกมาจากหงสาวดี และสมทบกับกองทัพของนรธามังช่อ ซึ่งยกลงมาจากเชียงใหม่เข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ แต่ก็ถูกพระนเรศวรตีแตกพ่ายไปทั้งสองทัพ

ในปี พ.ศ. 2128 ทัพเชียงใหม่ยกมาตีกรุงศรีอยุธยาซ้ำอีก พระนเรศวรก็ตีแตกกระเจิงกลับไปอีก ทัพเชียงใหม่พ่ายแพ้อย่างยับเยิน และต่อมาพระเจ้านันทบุเรงยกทัพใหญ่มาด้วยพระองค์เอง หมายจะปราบกรุงศรีอยุธยาให้ราบคาบทั้งนี้ในกองทัพของพระองค์ก็มีพระมหาอุปราชาและพระเจ้าตองอูเป็นทัพรอง กองทัพพม่ายกเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ สมเด็จพระนเรศวรทรงคาดการณศึกเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า ได้มีการสะสมเสบียงอาหารเตรียมไว้อย่างบริบูรณ์แม้จะถูกพม่าปิดล้อมไว้ยาวนานสักเพียงใดก็ไม่กระทบกระเทือนด้านขาดแคลนอาหาร ด้านการรบกับพม่าของพระองค์ก็เปลี่ยนเป็นวิธีการรบแบบกองโจร

พระนเรศวรนำทหารจำนวนเพียงส่วนน้อย ยอกออกปล้นค่ายพม่าในเวลากลางคืนและตัดเส้นทางการลำเลียงเสบียงอาหารของพม่า ทำให้พม่าอ่อนกำลังลงทีละน้อย นอกจากนั้นแล้วพระองค์ยังทรงออกรบด้วยพระองค์เอง โดยมีอยู่ครั้งหนึ่งพระนเรศวรนำทหารเข้าปล้นค่ายพระเจ้านันทบุเรง พระองค์ทรงคาบพระแสงดาบไว้แล้วปีนป่ายขึ้นค่ายพม่าติดตามกำจัดกำลังของพวกพม่า ถูกทหารของพม่าแทงตกลงมา แต่มิได้เป็นอันตราย (พระแสงดาบที่คาบบุกค่ายพม่าในครั้งนั้นต่อมาภายหลังจึงได้ชื่อว่า “พระแสงดาบคาบค่าย” เป็นพระแสงดาบสำคัญที่พระนเรศวรใช้ปืนค่ายพม่าที่ตำบลบางปะหัน พระนครศรีอยุธยา พระแสงดาบนี้ฝักดาบทำด้วยทอง)

พม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่จนกระทั่งถึงฤดูฝน ก็รบเอาชนะพระนเรศวรไม่ได้ จังต้องยกทัพกลับไป ครั้นต่อมาในปี พ.ศ. 2133 พระมหาธรรมราชา พระราชบิดาของพระนเรศวรก็เสด็จสวรรคต ขณะนั้นพระนเรศวรขึ้นครองราชย์มาได้เพียง 8 เดือน ฝ่ายพม่าก็ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกหลายครั้ง

ในปี พ.ศ. 2133 ทัพพม่าภายใต้การนำทัพของพระมหาอุปราชายกเข้ามาทางเมืองสุพรรณบุรี ครั้นถึงสุพรรณบุรี กองทัพของพระนเรศวรก็บุกเข้าตีแตกยับเยินอีก พระมหาอุปราชาพ่ายแพ้จนแทบจะเองชีวิตไม่รอด พม่าต้องถอยกลับไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2135 พระมหาอุปราชาจัดทัพใหญ่ยกมาตีกรุงศรีอยุธยาเป็นการแก้ตัวอีกครั้งหนึ่ง

กำลังทัพของพระมหาอุปราชาซึ่งยกมาครั้งนี้ประกอบด้วยชาวพม่ามอญ และไทยใหญ่ ได้แก่กองทัพหงสาวดี ทัพเมืองตองอู ทัพเมืองแปร ได้ยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ฝ่ายเมืองกาญจนบุรี หมายเข้าตีกรุงศรีอยุธยา

สมเด็จพระนเรศวรทรงทราบข่าวว่าพม่ายกมาทางด่านเจดีย์สามองค์จึงได้ยกทัพออกไปตั้งรับกองทัพพม่าที่ตำบลหนองสาหร่ย เมือ พ.ศ. 2135 พระองค์ทรงมอบให้พระยาศรีไสยณรงค์ออกลาดตะเวณเพื่อประมาณกำลังศึกว่ามากน้อยเพียงไร ทั้งได้กำชับไม่ให้ปะทะกับกองทัพพม่าแต่ในที่สุด กองลาดตระเวณของพระยาศรีไสยณรงค์ก็ถูกฝ่ายพม่าโจมตีจนกระทั่งถอยร่น พม่าจึงรุกไล่ย่ามใจ

ขณะเดียวกัน ทัพใหญ่ของสดเด็จพระนเรศวรได้ซุ่มอยู่ข้างทาง เมื่อพม่ารุกไล่เลยเข้าสู่วงล้อม สมเด็จพระนเรศวรจึงสั่งให้ทัพไทยบุกเข้าโจมตีพร้อมกัน พม่าไม่รู้ตัวต่างถูกฆ่าฟันล้มตายระส่ำระสายไม่เป็นขบวน

สมเด็จพระนเรศวรกับพระเอกาทศรถพระอนุชา จึงไสช้างเข้าไล่ข้าศึกท่ามกลางการต่อสู้ ขณะที่พระองค์ไสช้างไล่ข้าศึกอยู่นั้น ช้างศึกชื่อพระยาไชยานุภาพ เกิดอาการตกมันและฝ่ากองทัพพม่าบุกเลยเข้าไปถึงทัพหลังของพระมหาอุปราชา แม่ทัพนายกองของฝ่ายไทยติดตามไปไม่ทัน

พระนเศวรและพระเอกาทศรถได้เผชิญหน้ากับพระมหาอุปราชา ซึ่งทั้งสองเคยรู้จักคุ้นเคยกันมาตั้งแต่สมัยอยู่หงสาวดี แม้ว่าพระนเรศศวรจะอยู่ท่ามกลางข้าศึกอย่างโดดเดี่ยวแต่น้ำพระทัยอันกล้าหาญทำให้พระองค์ไม่ทรงตกพระทัยเลยเลยแม้แต่น้อย พระองค์กลับไสช้างเข้าขวางหน้าพระมหาอุปราชาแล้วท้าให้ออกมาชนช้างกัน เพื่อเกียรติประวัติแห่งวีรกรรมของแม่ทัพไทยและพม่า ให้ปรากฏแก่นักรบพม่าและศรีอยุธยากันสักครั้ง

พระมหาอุปราชาทรงรับคำท้านั้นทันที ช้างศึกพระยาไชยานุภาพของพระนเรศวรซึ่งกำลังตกมันไม่รอช้าพุ่งเข้าประสานงากับพลายพัทธกอ ช้างทรงของพระมหาอุปราชาอย่างคึกคะนอง พลายพัทธกอเสยเอาช้างพระไชยานุภาพเสียหลัก เปิดช่อให้พระมหาอุปราชาฟันพระนเรศวรด้วยพระแสงของ้าว พระนเรศวรทรงเบี่ยงพระองค์หลบคมพระแสงของ้าวไปได้ทัน แต่เฉี่ยวไปถูกพระมาลาของพระนเรศวรบิ่นไปเล็กน้อย ในขณะที่ช้างศึกทั้งสองต่อสู้กันอยู่นั้น คราวนี้พลายพัทธกอเกิดเสียหลักบ้าง

สมเด็จพระนเรศวรทรงเงื้อพระแสงของ้าวขึ้นฟันพระมหาอุปราชาที่ไหล่สิ้นพระชมน์บนคอช้างนั่นเอง ส่วนพระเอกาทศรถก็ได้ต่อสู้กับมังจาปะโร จนกระทั่งมีชัยชนะเช่นเดียวกัน กองทัพของพม่าต้องสูญเสียแม่ทัพใหญ่และไพร่พลเป็นอันมาก หมดหนทางจะต่อสู้จึงเลิกทัพกลับหงสาวดี การชนช้างหรือกระทำยุทธหัตถีครังนั้นกลายเป็นอนุสรณ์ดอนเจดีย์ในยุคหลัง ช้างพระยาไชยานุภาพก็ได้ชื่อว่า “เจ้าพระยาปราบหงษา”

หลังจากสงครามยุทธหัตถีผ่านไปแล้ว สมเด็จพระนเรศวรจึงลงโทษแม่ทัพนายกองที่ทหารไล่ตามพระองค์ไม่ทันในครั้งนั้น ซึ่งได้แก่พระยาจักรี และพระยาคลัง โดยพระองค์ทรงมอบให้ยกทัพไปตีเมืองทวายและตะนาวศรีเป็นการแก้ตัว กองทัพที่ออกไปตีเมืองทั้งสองต่างมีชัยกลับมา นับจากนั้นเมืองทวายและตะนาวศรีก็ตกเป็นเมืองขึ้นของไทย

สมเด็จพระนเรศวรทรงสร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า พระองค์ไม่ทรงหยุดนิ่งในการต่อสุ้สร้างกรุงศรีอยุธยา ทรงนำหน้าทหารในสมรภูมิเยี่ยงผู้นำที่ดี พร้อมจะสละพระชนม์ชีพเคียงคู่แม่ทัพนายกองและไพรพลของพระองค์ เมื่อมีชัยชนะในการรบแล้ว พระองค์ก็ทรงใช้เวลาที่มีอยู่ขยายอาณาจักรศรีอยุธยาให้กว้างไกลออกไป ประกาศศักดิ์ศรีของนักรบไทยต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

ในปี พ.ศ. 2138 พระนเรศวรไม่ยอมรีรอให้ข้าศึกยกเข้ามาใกล้ พระองค์ทรงเตรียมทัพศรีอยุธยายกขึ้นไปตีกรุงหงสาวดีเป็นครั้งแรก เป็นการตอบแทนที่พม่ายกมารุกรานไทยหลายครั้งหลายคราว แต่การยกไปในครั้งนั้นกำลังฝ่ายไทยน้อยกว่าจึงกระทำการไม่สำเร็จ

ต่อมา พ.ศ. 2142 พระนเรศวรก็ได้ยกทัพไปตีกรุงหงสาวดีเป็นครั้งที่ 2 การยกไปครั้งนี้พระเจ้านันทบุเรงทิ้งเมืองหนีไปอยู่ที่ตองอู เมื่อพระองค์ยกไปถึงกรุงหงสาวดีปรากฏว่าพวกยะไข่ชิงเข้าปล้นเมืองเสียหายยับเยิน พระองค์จึงทรงกริ้วมากทีมิอาจจะตีกรุงหงสาวดีสมศักดิ์ศรี จึงได้ยกไปตีตองอูแทนทว่ากองทัพของพระองค์ไปจากแดนไกล ทหารเดินทัพก็อ่อนกำลังลง พระองค์จึงยกทัพกลับ

ในปี พ.ศ. 2146 พระเจ้าอังวะ มีพระประสงค์จะขยายอาณาเขตเข้ามาสู่หัวเมืองไทยใหญ่ ครั้นพระเจ้าอังวะบุกรุกขยายดินแดนเข้าสู่หัวเมืองดังกล่าวซึ่งเป็นของไทย พระนเรศวรจึงยกกองทัพไปปราบพระเจ้าอังวะ เพื่อยับยั้งการรุกรานและขับไล่ศัตรูไป แต่พระองค์เกิดประชวรเสียกลางทางและเสด็จสวรรคตลงที่เมืองหาง เมื่อปี พ.ศ. 2148 ขณะมีพระชนมายุได้ 50 พรรษา พระองค์ทรงครองราชย์ปกครองกรุงศรีอยุธยามาเป็นเวลา 15 พรรษา พระเอกาทศรถพระอนุชาได้อัญเชิญพระบรมศพของสมเด็จพระนเรศวรเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา




Create Date : 12 มกราคม 2549
Last Update : 12 มกราคม 2549 13:49:09 น. 104 comments
Counter : Pageviews.

 
อนุสรณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

พระสถูปพระนเรศวร

หลังจากพระนเรศวรมหาราชทรงสิ้นพระชนม์แล้ว วีรกรรมและเกียรติคุณของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์นี้ เป็นที่ยกย่องสรรเสริญแก่อนุชนหลังตลอดมา เพื่อเป็นการระลึกและเป็นอนุสรณ์แก่พระองค์ท่าน จึงมรการสร้างวัตถุถาวรไว้ ในประวัติศาสตร์ของชาติไทย คือ “พระสถูปพระนเรศวร”

พระสถูปพระนเรศวร ตั้งอยู่ที่เมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ตัวพระสถูปมีฐานกว้างประมาณ 30 เมตร สูง 26 เมตร ฐานเจดีย์เป็นรูป 9 เหลี่ยม มีองค์ระฆังเป็นรูปแปดเหลี่ยม มีซุ้ม 4 ซุ้ม ซึ่งใช้เป็ฯที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในท่าประทับยืน ทรงสุวรรณภิงคารหลั่งทักษิโณทกลงบนพื้นดิน

บริเวณรอบ ๆ พระสถูปเจดีย์รั้วคอนกรีตและลานเหล็กโดยรอบ ซึ่งผู้ออกแบบสร้างคือกรมศิลปากร และเริ่มก่อสร้างพระสถูปตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน พ.ศ . 2512 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2513

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปกระทำพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้สถิตย์ที่พระสถูปนี้ เพื่อระลึกถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยในอดีต ครั้งที่พระนเรศวรมุ่งมั่นที่จะไปตีเมืองพม่า ได้ยกมาตั้งทัพที่เชียงใหม่ แล้วย้ายไปที่เมืองหาง ยังมิทันได้ยกเข้าตีกรุงหงสาวดี ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อนเมื่อวันจันทร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง พ.ศ . 2148

อนุสรณ์ดอนเจดีย์

อนุสรณ์สำคัญของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอีกแห่งหนึ่งก็คือ อนุสรณ์ดอนเจดีย์ พระเจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึง วีรกรรมการทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรเมื่อครั้งที่ชนช้างกับพระมหาอุปราชา และทรงชนะพระมหาอุปราชา เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2135

อนุสาวรีย์ อนุสรณ์ดอนเจดีย์ สร้างเป็นรูปช้างศึกจำลอง สมเด็จพระนเรศวรประทับนั่งอยู่บนหลังช้างทรง ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอศรีประจัน จังหวัดสุพรรณบุรี กรมศิลปากร เป็นผู้ออกแปบบและดำเนินการสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปประกอบพิธีเปิดอนุสาวรีย์ “อนุสรณ์ดอนเจดีย์” เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2502

อนุสรณ์ดอนเจดีย์กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย เป็นการเทิดพระเกียรติวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ที่สำคัญองค์หนึ่งของกรุงศรีอยุธยาและประชาชาติไทย เป็นเครื่องเตือนใจแก่อนุชนรุ่นหลังอีกด้วย



โดย: mcpan (mcpan ) วันที่: 12 มกราคม 2549 เวลา:13:51:00 น.  

 
ค่ายนเรสวรมหาราช อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ http://www.bpp.police.go.th/ttdiv5/
ตำนาน พระพี่นาง พระสุพรรณกัลยา
http://members.fortunecity.com/saney/kalaya/kalaya.htm
ประวัติ กษัตริย์ กรุงศรีอยุธยา
http://www.geocities.com/m6_7_mp/new_page_19.htm



โดย: sssk407@yahoo.com IP: 58.9.209.31 วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:20:56:32 น.  

 
ข้อมูลแน่นดีนะ แต่ยือเยื้อไปหน่อยทำให้อ่านแล้วรู้สึกซ้ำไปซ้ำมา


โดย: A IP: 202.28.21.4 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:32:56 น.  

 


โดย: IP: 221.128.112.134 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:10:28:40 น.  

 


โดย: ปูเป้ IP: 203.172.120.6 วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:19:58:52 น.  

 
ชอบพระนเรศวรมาก


โดย: ภนิตา สรรพกิจภิญโญ(ปูเป้) IP: 203.172.120.6 วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:20:00:24 น.  

 
ข้อมูลเยอะดี
สะกดผิดก็เยอะ


โดย: long live king IP: 58.10.167.179 วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:11:22:07 น.  

 


โดย: อู๊ด IP: 203.172.53.93 วันที่: 24 มิถุนายน 2549 เวลา:15:13:52 น.  

 
เรากําลังจะทํารายงานพอดีขอบคุณผู้โพสต์มากนะ


โดย: รักเรียนจ้า IP: 58.8.168.203 วันที่: 29 มิถุนายน 2549 เวลา:19:33:27 น.  

 
src=http://www.bloggang.com/emo/emo19.gif>
รักพระนเรศวรมากเลยนะคะ


โดย: บี IP: 58.147.64.120 วันที่: 8 กรกฎาคม 2549 เวลา:12:41:57 น.  

 
กรุณาใช้ถ้อยคำที่สำรวมเหมาะสมด้วยครับ เป็นการให้เทิดไท้พระองค์ท่าน
<-------------------------------- จากเด็กดอนเจดีย์


โดย: trackerx90 IP: 203.113.41.132 วันที่: 29 กรกฎาคม 2549 เวลา:19:48:36 น.  

 
อยากได้รู้จัก เพราะตอนนี้กำลังรายงานอยู่


โดย: แจม IP: 58.136.208.231 วันที่: 26 สิงหาคม 2549 เวลา:20:49:28 น.  

 
<
อยากให้ประวัติมากๆคร้าบ





src=http://www.bloggang.com/emo/emo9.gif>


โดย: วจนเทพ IP: 203.188.47.158 วันที่: 27 สิงหาคม 2549 เวลา:22:12:41 น.  

 
สวัสดีคร้าบทุกๆคน


โดย: วจนเทพ IP: 203.188.47.158 วันที่: 27 สิงหาคม 2549 เวลา:22:21:56 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะค่ะ กำลังทำรายงานอยู่ ช่วยได้เยอะเลย


โดย: ฟ้าใส IP: 58.147.24.62 วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:20:59:23 น.  

 
เรากามลางทามรายงานอยู่พอดี ขอบคุงมาก


โดย: แนน IP: 222.123.72.73 วันที่: 23 ตุลาคม 2549 เวลา:13:33:37 น.  

 
สวัสดีค่ะ...หนูสายป่านค่ะเรียกป่านก็ได้ อายุ 13 แล้ว

หนูเป็นคนนึงที่ชอบพระนเรศวร...และชอบประวัติศาสตร์

อยุธยา....แต่หาคนคุยไม่ค่อยได้เลยค่ะ...แหะ แหะ ^^"

อยากคุยว่างั้น...ข้อมูลหนูก็พอแน่นอยู่นะคะ 555+

น๊าๆๆ..นะ...แอดมานะคะ parn_33@hotmail.com


โดย: สุดสายป่าน IP: 58.9.161.30 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:22:17 น.  

 


โดย: ghsukfyh IP: 124.120.170.133 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:16:47 น.  

 















โดย: ฝ้าย IP: 203.113.77.8 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:26:52 น.  

 
ขอบคุณช่วยได้เ็ยอะเลย ทำรายงานอยู่


โดย: อาริน IP: 161.246.1.33 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:46:28 น.  

 
ดีจัง ลังทำงานส่งจารย์ เกือบละเอียด ยืดเยื้อปายยย


โดย: โอ๋เอ๋ IP: 125.24.186.110 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2549 เวลา:13:52:34 น.  

 


โดย: 002 IP: 203.113.67.8 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:36:57 น.  

 
เย้เย้เย้ไทยชนะ


โดย: นินิว IP: 125.25.59.170 วันที่: 2 ธันวาคม 2549 เวลา:6:57:29 น.  

 
รักเคารพเทิดทูนท่านมากๆครับ ท่านเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ แม้อยู่ในวงล้อมของศัตรูก็ไม่พรั่นพรึงแม้แต่น้อย สุดท้ายท่านก็สามารถกอบกู้เอกราชได้

ทหารไทยสมัยก่อนน่ารักและน่าเคารพมากครับ พวกท่านทุกๆคนมีความอดทน ยอมพลีชีพเพื่อให้พวกเราได้มีถิ่นที่พักอาศัย

หลวงปู่พระพันรัตน์อาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ท่านก็เก่งมากๆครับ ท่านเป็นผู้ได้ถวายพระคาถาพาหุงมหากาแด่พระองค์ดำ ซึ่งพระองค์ดำท่านก็นำมาสวดทุกวัน ผลปรากฏดังที่เห็นนี่แหละครับ เคารพเทิดทูนหลวงปู่พระพันรัตน์มากๆครับ

แผ่นดินนี้กษัตริย์และทหารองค์ก่อนๆช่วยกันกอบกู้มา ในเมื่อเราเป็นคนไทย เราก็ต้องปกป้องผืนดินถิ่นเกิดให้สุดชีวิต สุดความสามารถนะครับ ดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกท่านจะได้วางใจว่า เออ..ลูกหลานเราก็ใช้งานได้เหมือนกันนะ ไม่ยอมให้ใครเข้ามายึดเอาไปง่ายๆ


โดย: จ๋องแจ๋ง IP: 203.130.159.3 วันที่: 12 ธันวาคม 2549 เวลา:21:08:35 น.  

 
เครพเทิดทูลมาก พระปรีชาสามารถพระเจ้ากรุงศรีอยุธยา ทรงกอบกู้แผ่นดินไทยไว้ให้กับลูกหลาน



โดย: DJ หล้าแสน IP: 81.106.33.135 วันที่: 14 ธันวาคม 2549 เวลา:21:14:02 น.  

 
กําลังทํารายงานอยู่ เนื่อหาดีค่ะ


โดย: ใยฝ้าย IP: 203.188.23.43 วันที่: 17 ธันวาคม 2549 เวลา:10:21:58 น.  

 
ชอบมากค่ะที่มีเนื้อหาละเอียดมาก


โดย: มาช่า IP: 125.24.138.207 วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:8:45:51 น.  

 


โดย: เรณุกา IP: 125.25.0.68 วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:10:21:15 น.  

 
พเพ้ะวอ้-พเอฟไพ่ไพเนพะเย่ภนะเน้-เถ็ฌๆถ


โดย: พเทิอฟาพไ IP: 125.25.0.68 วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:10:23:01 น.  

 
ไม่ละเอียห่วยแตก


โดย: ฎํฏโฆโฌโฎโฌโดเดะเ IP: 125.25.0.68 วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:10:33:11 น.  

 
ข้อมูลดีแต่น่าจะมีรูปบ้างน้า


โดย: เด็กเรียนสังคม IP: 203.107.214.253 วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:12:48:09 น.  

 
ข้อมูลดีแต่น่าจะมีรูปบ้างน้า


โดย: เด็กเรียนสังคม IP: 203.107.214.253 วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:12:48:50 น.  

 
ไจคับ


โดย: บันมาแล้ว IP: 58.9.188.198 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:11:05:20 น.  

 
ขอบคุงคับกำลังหาประวัติ


โดย: เด็กดี IP: 125.24.11.144 วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:17:11:10 น.  

 


โดย: 33+ IP: 203.114.98.7 วันที่: 29 มกราคม 2550 เวลา:18:29:20 น.  

 


โดย: 33+ IP: 203.114.98.7 วันที่: 29 มกราคม 2550 เวลา:18:31:05 น.  

 
ทำรายงานส่งครูครูชมเลยล่ะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: นิรนาม GIRL IP: 125.27.29.16 วันที่: 29 มกราคม 2550 เวลา:18:35:45 น.  

 
กำรังทำรายงานอยู่ช้วยบอกไห้ระเอียดกว่านี้หน่อยได้ปะ


โดย: เด็กที่หน้าร๊าก...ก IP: 124.121.84.137 วันที่: 31 มกราคม 2550 เวลา:19:19:03 น.  

 


โดย: ปราง pizza IP: 203.113.57.100 วันที่: 31 มกราคม 2550 เวลา:19:29:42 น.  

 
อยากได้เรื่องย่อตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจังเลย
แย้จัง
ผู้หญิงนะ



โดย: Prang IP: 203.113.57.100 วันที่: 31 มกราคม 2550 เวลา:19:34:39 น.  

 
ประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ. ๒๐๙๘- ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๑๔๘) หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒ พระนามเดิมว่า พระองค์ดำ โอรสของ สมเด็จพระมหาธรรมราชา และ พระวิสุทธิกษัตริย์ (พระราชธิดาของสมเด็จพระสุริโยทัย) เสด็จพระราชสมภพที่เมืองพิษณุโลก ทรงมีพระเชษฐภคิณีคือพระสุพรรณกัลยาทรงมีพระอนุชาคือสมเด็จพระเอกาทศรถ และทรงเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระสุริโยทัย
พระราชประวัติเมื่อทรงพระเยาว์กับชีวิตและการศึกษาในหงสาวดี
ตลอดระยะเวลาในวัยเยาว์ของพระองค์ดำทรงใช้ชีวิตอยู่ในพระราชวังจันทร์ เมืองพิษณุโลก จนกระทั่งเมื่อพระมหาธรรมราชายอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนองแห่งหงสาวดีและทำให้พิษณุโลกต้องตกเป็นเมืองขึ้นของหงสาวดี และพระเจ้าบุเรงนองก็ขอพระองค์ดำไปเป็นองค์ประกันที่หงสาวดีทำให้พระองค์ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนตั้งแต่มีพระชนม์มายุเพียง ๙ พรรษา
พระองค์ดำไปประทับที่หงสาวดีในฐานะองค์ประกันจากพิษณุโลก และนอกจากพระองค์แล้วยังมีองค์ประกันจากเมืองอื่น ๆ ที่เป็นเมืองขึ้นของหงสาวดีเป็นจำนวนมาก พระเจ้าบุเรงนองนั้นทรงให้เหล่าองค์ประกันได้รับการเลี้ยงดูและการศึกษาอย่างดี พระองค์ทรงใช้เวลา ๘ ปีเต็มในหงสาวดีศึกษายุทธศาสตร์ของพม่า ก็ได้ทรงศึกษาวิชาศิลปศาสตร์ และวิชาพิชัยสงคราม ทรงนิยมในวิชาการรบทัพจับศึก พระองค์ทรงมีโอกาสศึกษา ทั้งภายในราชสำนักไทย และราชสำนักพม่า มอญ และได้ทราบยุทธวิธีของชาติต่าง ๆ ที่มารวมกันอยู่ในกรุงหงสาวดีเป็นอย่างดี ทรงนำหลักวิชามาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับเหตุการณ์ และสภาพแวดล้อมได้เป็นเลิศ ดังเห็นได้จากการสงครามทุกครั้งของพระองค์ ยุทธวิธีที่ทรงใช้ เช่น การใช้คนจำนวนน้อยเอาชนะคนจำนวนมาก และยุทธวิธีเดินเส้นใน พระองค์ทรงนำมาใช้ก่อนจอมทัพที่เลื่องชื่อในยุโรป นอกจากนั้น หลักการสงครามที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เช่น การดำรงความมุ่งหมาย หลักการรุก การออมกำลัง และการรวมกำลัง การดำเนินกลยุทธ เอกภาพในการบังคับบัญชา การระวังป้องกัน การจู่โจม หลักความง่าย ฯลฯ พระองค์ก็ทรงนำมาใช้อย่างเชี่ยวชาญ และประสบผลสำเร็จอย่างงดงามมาโดยตลอด เนื่องจากการที่พระองค์มีชีวิตอยู่ในฐานะองค์ประกันทำให้ทรงมีความกดดันสูงจากพระมหาอุปราชามังกะยอชวา (มังสามเกียด) จึงทรงมีแรงผลักดันที่จะกอบกู้อิสรภาพให้กับบ้านเมืองของพระองค์
ดำรงยศเป็นพระมหาอุปราช
หลังจากที่พระเจ้าบุเรงนองตีกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. ๒๑๑๒ มะเส็งศก วันอาทิตย์ เดือน ๙ แรม ๑๑ ค่ำ และได้สถาปนาสมเด็จพระมหาธรรมราชาครองกรุงศรีอยุธยาในฐานะประเทศราชของหงสาวดีต่อไป หลังจากนั้น พระนเรศได้หนีกลับมาไทยโดยที่บุเรงนองยินยอมด้วยอันเนื่องมาจากพระสุพรรณกัลยาได้ขอไว้ โดยที่บุเรงนองยินยอม หลังจากที่พระองค์ดำกลับมากรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาธรรมราชาได้ทรงพระราชทานนามให้ว่า พระนเรศวร และโปรดเกล้าฯให้เป็นพระมหาอุปราชไปปกครองเมืองพิษณุโลก ทรงปกครองเมืองอย่างดีและทรงเริ่มเตรียมการที่จะกอบกู้เอกราชของกรุงศรีอยุธยา
ประกาศอิสรภาพ
เมื่อปี พ.ศ. ๒๑๒๖ พระเจ้าอังวะเป็นกบฏ เนื่องจากไม่พอใจทางกรุงหงสาวดีอยู่หลายประการ จึงแข็งเมือง พร้อมกับเกลี้ยกล่อมเจ้าไทยใหญ่อีกหลายเมืองให้แข็งเมืองด้วย พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงจึงยกทัพหลวงไปปราบ ในการณ์นี้ได้สั่งให้เจ้าเมืองแปร เจ้าเมืองตองอู และเจ้าเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งทางกรุงศรีอยุธยาด้วย ให้ยกทัพไปช่วย ทางไทย สมเด็จพระมหาธรรมราชาโปรดให้สมเด็จพระนเรศวรยกทัพไปแทน สมเด็จพระนเรศวรยกทัพออกจากเมืองพิษณุโลก เมื่อวันแรม ๖ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะแม พ.ศ. ๒๑๒๖ พระองค์ยกทัพไทยไปช้า ๆ เพื่อให้การปราบปรามเจ้าอังวะเสร็จสิ้นไปก่อน ทำให้พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงแคลงใจว่า ทางไทยคงจะถูกพระเจ้าอังวะชักชวนให้เข้าด้วย จึงสั่งให้พระมหาอุปราชา คุมทัพรักษากรุงหงสาวดีไว้ ถ้าทัพไทยยกมาถึงก็ให้ต้อนรับ และ หาทางกำจัดเสีย
จากนั้นพระองค์ได้สั่งให้พระยามอญสองคน คือ พระยาเกียรติและพระยาราม ซึ่งมีสมัครพรรคพวกอยู่ที่เมืองแครงมาก และทำนองจะเป็นผู้คุ้นเคยกับสมเด็จพระนเรศวรมาแต่ก่อน ลงมาคอยต้อนรับทัพไทยที่เมืองแครง อันเป็นชายแดนติดต่อกับไทย พระมหาอุปราชาได้ตรัสสั่งเป็นความลับว่า เมื่อสมเด็จพระนเรศวรยกกองทัพขึ้นไป ถ้าพระมหาอุปราชายกเข้าตีด้านหน้าเมื่อใด ให้พระยาเกียรติและพระยาราม คุมกำลังเข้าตีกระหนาบทางด้านหลัง ช่วยกันกำจัดสมเด็จพระนเรศวรเสียให้จงได้ พระยาเกียรติกับพระยาราม เมื่อไปถึงเมืองแครงแล้ว ได้ขยายความลับนี้แก่พระมหาเถรคันฉ่อง ผู้เป็นอาจารย์ของตน ทุกคนไม่มีใครเห็นดีด้วยกับแผนการของพระเจ้ากรุงหงสาวดี เพราะมหาเถรคันฉ่องกับสมเด็จพระนเรศวร เคยรู้จักชอบพอกันมาก่อน
กองทัพไทยยกมาถึงเมืองแครง เมื่อวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีวอก พ.ศ. ๒๑๒๗ โดยใช้เวลาเดินทัพเกือบสองเดือน กองทัพไทยตั้งทัพอยู่นอกเมือง เจ้าเมืองแครงพร้อมทั้งพระยาเกียรติกับพระยารามได้มาเฝ้า ฯ สมเด็จพระนเรศวร จากนั้นสมเด็จพระนเรศวรได้เสด็จไปเยี่ยมพระมหาเถรคันฉ่อง ซึ่งคุ้นเคยกันดีมาก่อน พระมหาเถรคันฉ่องมีใจสงสาร จึงกราบทูลถึงเรื่องการคิดร้ายของทางกรุงหงสาวดี แล้วให้พระยาเกียรติกับพระยาราม กราบทูลให้ทราบตามความเป็นจริง เมื่อพระองค์ได้ทราบความโดยตลอดแล้ว ก็ทรงมีพระดำริเห็นว่า การเป็นอริราชศัตรูกับกรุงหงสาวดีนั้น ถึงกาลเวลาที่จะต้องเปิดเผยต่อไปแล้ว จึงได้มีรับสั่งให้เรียกประชุมแม่ทัพนายกอง กรมการเมือง เจ้าเมืองแครงรวมทั้งพระยาเกียรติพระยาราม และทหารมอญมาประชุมพร้อมกัน แล้วนิมนต์พระมหาเถรคันฉ่อง และพระสงฆ์มาเป็นสักขีพยาน ทรงแจ้งเรื่องให้คนทั้งปวงที่มาชุมนุม ณ ที่นั้นทราบว่า พระเจ้าหงสาวดีคิดประทุษร้ายต่อพระองค์ จากนั้นพระองค์ได้ทรงหลั่งน้ำลงสู่แผ่นดินด้วยสุวรรณภิงคาร (พระน้ำเต้าทองคำ) ประกาศแก่เทพยดาฟ้าดินว่า
"ด้วยพระเจ้าหงสาวดี มิได้อยู่ในครองสุจริตมิตรภาพขัตติยราชประเพณี เสียสามัคคีรสธรรม ประพฤติพาลทุจริต คิดจะทำอันตรายแก่เรา ตั้งแต่นี้ไป กรุงศรีอยุธยาขาดไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรร่วมสุวรรณปฐพีเดียวกันดุจดังแต่ก่อนสืบไป"
จากนั้นพระองค์ได้ตรัสถามชาวเมืองแครงว่าจะเข้าข้างฝ่ายใด พวกมอญทั้งปวงต่างเข้ากับฝ่ายไทย สมเด็จพระนเรศวรจึงให้จับเจ้าเมืองกรมการพม่า แล้วเอาเมืองแครงเป็นที่ตั้งประชุมทัพ เมื่อจัดกองทัพเสร็จ ก็ทรงยกทัพจากเมืองแครง ไปยังเมืองหงสาวดี เมื่อวันแรม ๓ ค่ำ เดือน ๖

พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง
ฝ่ายพระมหาอุปราชาที่อยู่รักษาเมืองหงสาวดี เมื่อทราบว่าพระยาเกียรติ พระยารามกลับไปเข้ากับสมเด็จพระนเรศวร จึงได้แต่รักษาพระนครมั่นอยู่ สมเด็จพระนเรศวรเสด็จยกทัพข้ามแม่น้ำสะโตงไปใกล้ถึงเมืองหงสาวดี ได้ทราบความว่า พระเจ้ากรุงหงสาวดีมัชัยชนะได้เมืองอังวะแล้ว กำลังจะยกทัพกลับคืนพระนคร พระองค์เห็นว่าสถานการณ์ครั้งนี้ไม่สมคะเน เห็นว่าจะตีเอาเมืองหงสาวดีในครั้งนี้ยังไม่ได้ จึงให้กองทัพแยกย้ายกันเที่ยวบอกพวกครัวไทย ที่พม่ากวาดต้อนไปแต่ก่อน ให้อพยพกลับบ้านเมือง ได้ผู้คนมาประมาณหมื่นเศษ ให้ยกล่วงหน้าไปก่อน พระองค์ทรงคุมกองทัพยกตามมาข้างหลัง
ฝ่ายพระมหาอุปราชาทราบข่าวว่า สมเด็จพระนเรศวรกวาดต้อนคนไทยกลับ จึงได้ให้สุรกรรมาเป็นกองหน้า พระมหาอุปราชาเป็นกองหลวง ยกติดตามกองทัพไทยมา กองหน้าของพม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง ในขณะที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว และคอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการต่อสู้กันที่ริมฝั่งแม่น้ำ สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนคาบชุดยาวเก้าคืบ ยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่าตายบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นแม่ทัพตาย ก็พากันเลิกทัพกลับไป เมื่อพระมหาอุปราชาแม่ทัพหลวงทรงทราบ จึงให้เลิกทัพกลับไปกรุงหงสาวดี พระแสงปืนที่ใช้ยิงสุรกรรมาตายบนคอช้างนี้ได้นามปรากฏต่อมาว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง" นับเป็นพระแสงอัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภค ยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้
เมื่อสมเด็จพระนเรศวรเสด็จกลับถึงเมืองแครง ทรงดำริว่าพระมหาเถรคันฉ่องกับพระยาเกียรติพระยารามได้มีอุปการะมาก สมควรได้รับการตอบแทนให้สมแก่ความชอบ จึงทรงชักชวนให้มาอยู่ในกรุงศรีอยุธยา พระมหาเถรคันฉ่องกับพระยามอญ ที้งสองก็มีความยินดี พาพรรคพวกสเด็จเข้ามาด้วยเป็นอันมาก ในการยกกำลังกลับครั้งนี้ สมเด็จพระนเรศวรทรงเกรงว่า ข้าศึกอาจยกทัพตามมาอีก ถ้าเสด็จกลับทางด่านแม่ละเมา มีกองทัพของนันทสูราชสังครำตั้งอยู่ที่เมืองกำแพงเพชร จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง พระองค์จึงรีบสั่งให้พระยาเกียรติ พระยาราม นำทัพเดินผ่านหัวเมืองมอญลงมาทางใต้ มาเข้าทางด่านเจดีย์สามองค์
เมื่อกลับมาถึงกรุงศรีอยุธยาแล้ว สมเด็จพระมหาธรรมราชาก็พระราชทานบำเหน็จรางวัลแก่พวกมอญที่สวามิภักดิ์ ทรงตั้งพระมาหาเถรคันฉ่องเป็นพระสังฆราชา ที่สมเด็จอริยวงศ์ และให้พระยาเกียรติ พระยารามมีตำแหน่งยศ ได้พระราชทานพานทอง ควบคุมมอญที่เข้ามาด้วย ให้ตั้งบ้านเรือนที่ริมวัดขมิ้น และวัดขุนแสนใกล้วังจันทร์ของสมเด็จพระนเรศวร แล้วทรงมอบการทั้งปวงที่จะตระเตรียมต่อสู้ข้าศึก ให้สมเด็จพระนเรศวรทรงบังคับบัญชาสิทธิขาดแต่นั้นมา



ยุทธหัตถี
นับตั้งแต่สมเด็จพระนเรศวรประกาศอิสรภาพเป็นต้นมา หงสาวดีได้เพียรส่งกองทัพเข้ามาหลายครั้ง แต่ก็ถูกกองทัพกรุงศรีอยุธยาตีแตกพ่ายไปทุกครั้ง เมื่อสมเด็จพระมหาธรรมราชา เสด็จสวรรคต เมื่อปี พ.ศ. ๒๑๓๓ พระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๑๓๓ เมื่อพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา ทรงพระนามว่า สมเด็จพระนเรศวร หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒ และโปรดเกล้า ฯ ให้พระเอกาทศรถ พระอนุชา ขึ้นเป็นพระมหาอุปราช แต่มีศักดิ์เสมอพระมหากษัตริย์อีกพระองค์หนึ่ง
ตลอดรัชสมัยของพระองค์ทรงกอบกู้กรุงศรีอยุธยาจากหงสาวดี และได้ทำสงครามกับอริราชศัตรูทั้งพม่าและเขมร จนราชอาณาจักรไทยเป็นปึกแผ่นมั่นคง ขยายพระราชอาณาเขตออกไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาลกว่าครั้งใดในอดีตที่ผ่านมา งานสงครามในรัชสมัยของพระองค์ ทั้งในดินแดนไทยและดินแดนข้าศึก ได้ชัยชนะทุกครั้ง ทรงมีพระปรีชาสามารถในการนำทัพ ทรงริเริ่มนำยุทธวิธีแบบใหม่มาใช้ในการทำสงคราม และเปลี่ยนแนวความคิดจากการตั้งรับมาเป็นการรุก และริเริ่มการใช้วิธีรบนอกแบบ
การสงครามกับพม่าครั้งสำคัญที่ทำให้พม่าไม่กล้ายกทัพมารุกรานไทยอีกเลย เป็นเวลาเกือบสองร้อยปีคือ สงครามยุทธหัตถี เมื่อปี พ.ศ.๒๑๓๕ นั่นคือเมื่อหงสาวดีนำโดยพระมหาอุปราชามังสามเกียดยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง สมเด็จพระนเรศวรก็นำทัพออกไปจนปะทะกันที่หนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาจนกระทั่งสามารถเอาพระแสงง้าวแนพระมหาอุปราชาขาดสะพายแล่ง สิ้นพระชนม์อยู่กับคอช้างนั่นเอง

สวรรคต
พ.ศ. ๒๑๓๗ พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงก็ให้พระเจ้าแปรมาตีกรุงศรีอยุธยาแต่ก็แตกทัพกลับไป พ.ศ. ๒๑๔๒ เสด็จออกไปตีกรุงหงสาวดี พระเจ้าหงสาวดีหนีไปเมืองตองอู กองทัพไทยตามไปถึงเมืองตองอูแต่ขาดเสบียง พ.ศ. ๒๑๔๗ ยกกองทัพไปกรุงหงสาวดีอีกครั้งถึงเมืองหาง (ในพงศาวดารบางฉบับว่าเมืองห้างหลวง) อันเป็นเมืองอยู่ชายพระราชอาณาเขตในสมัยนั้น เมื่อปลายเดือน ๕ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๑๔๘ ได้เสด็จประทับแรมอยู่ ณ ตำบลทุ่งแก้ว เกิดประชวรเป็นหัวระลอกขึ้น (บ้างว่าถูกตัวสัตว์พวกแมลงมีพิษต่อย) ที่พระพักตร์แล้วเลยเป็นบาดพิษจนเสด็จสวรรคตที่เมืองหาง เมื่อวันจันทร์ เดือน ๖ ขึ้น ๘ ค่ำ พ.ศ. ๒๑๔๘ เรื่องวันสวรรคตนี้มีรายละเอียดกล่าวต่างกัน พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขากล่าวว่า เสด็จสวรรคตวันจันทร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ เพลาชายแล้ว ๒ บาท ปีมะเส็ง ในหนังสือ A History of Siam ของ W.A.R. Wood กล่าวว่าสวรรคตวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๖๐๕ (พ.ศ.๒๑๔๘) พระชันษาได้ ๕๐ ปี เสวยราชสมบัติได้ ๑๕ ปี


พระราชประวัติโดยย่อ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระราช สมภพเมื่อเดือน 1 ขึ้น 1 ค่ำ ปีเถาะ พ.ศ. 2098 ณ พระราชวัง จันทรเกษม จังหวัดพิษณุโลก เป็นพระโอรสองค์ที่ 2 แห่งสมเด็จพระมหาธรรมราชา และสมเด็จพระวิสุทธิกษัตรี อันเป็นพระราชธิดาแห่งสมเด็จพระศรีสุริโยทัย และพระมหาจักรพรรดิ์ พระองค์ทรงมีพระเชษฐภคินีคือ สมเด็จพระศรีสุพรรณกัลยาณี และพระอนุชาสมเด็จพระเอกาทศรถ
ครั้งเมื่อกรุงศรีอยุธยาแตก หงสาวดีบุเรงนองได้นำสมเด็จพระนเรศวรไปยังหงสาวดีเพื่อเป็นตัวประกัน ขณะเมื่อทรงมีพระชันษาได้เพียง 8 พระชันษา ครั้นหงสาวดีบุเรงนองสิ้นพระชนม์ หงสาวดีนันทบุเรง ขึ้นครองราช ทรงมีพระโอรสองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า มังรายกะยอชะวา (ต่อมาได้สถาปนาเป็น พระมหาอุปราชา) ซึ่งมีนิสัยเย่อหยิ่ง ครั้งหนึ่งมังรายกะยอชะวาเอาไก่ชนมาชนกับไก่ของสมเด็จพระนเรศวรแล้วแพ้ จึงกล่าวกับพระนเรศวรว่า " อ้ายไก่เชลยที่พลัดบ้านเมืองมา ไม่ครนามือกู" พระนเรศวรจึงตรัสตอบว่า "แม้เป็นไก่เชลย แต่ไก่ตัวนี้อย่าว่าแต่ตีเพื่อความสนุกเลย เดิมพันเอาบ้านเอาเมืองก็ยังได้" สมเด็จพระนเรศวรทรงเจริญพระชันษาในราชสำนักหงสาวดี พร้อมกับฝีมือการต่อสู้ที่กร้าวแกร่ง ต่อมาพระศรีสุพรรณกัลยาณีได้เสียสละอย่างสูงสุด เดินทางไปถวายตัวกับพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง เพื่อแลกตัวสมเด็จพระนเรศวรกลับยังกรุงศรีอยุธยา ครั้งหนึ่งพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงได้เรียกให้พระนเรศวรยกทัพไปร่วมทัพที่กรุงหงสาวดี เพื่อจะไปตีเมืองอังวะ แต่ได้ออกอุบายให้ พระยาเกียรติพระยาราม สองขุนศึกมอญลอบปลงพระชนม์ แต่พระยาเกียรติพระยารามได้นำความไปเล่าให้พระมหาเถรคันฉ่องซึ่งเป็นพระอาจารย์ฟัง พระมหาเถรจึงนำพระยาเกียรติพระยารามเข้าเฝ้ากราบทูลเรื่องราวแก่สมเด็จพระนเรศวร พระองค์ทรงมีปฐมบรมราชโองการประกาศอิสระภาพ ณ เมืองแครง ว่า "กูสมเด็จพระนเรศวร ขอประกาศความเป็นอิสระภาพ ไม่ขึ้นกับหงสาวดีอีกต่อไป" หงสาวดีนันทบุเรงทรงพิโรธ สั่งให้สุกรรมา นายทัพคู่ใจ ออกไปสกัดทัพไว้ที่แม่น้ำสะโตง สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนยิงสุกรรมาเสียชีวิตบนหลังช้าง ทรงพระราชทานนามพระแสงปืนนั้นว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง" ในปี พ.ศ. 2133 พระมหาธรรมราชาเสด็จสวรรคต หงสาวดีนันทบุเรงถือเป็นโอกาส จึงสั่งให้พระมหาอุปราชาให้ยกทัพมาตีกรุงศรี แต่ก็ต้องพ่ายแพ้กลับไป จนปี พ.ศ. 2135 พระมหาอุปราชา และ มังจาชโร (พระเจ้าแปร) ได้ยกทัพเข้ามาตีกรุงศรีทางด่านเจดีย์สามองค์ ครั้นถึงบ้านพนมทวน เกิดลมพัดฉัตรเหนือพระเศียรหักลง ซึ่งในคืนวันเดียวกับที่สมเด็จพระนเรศวร ตั้งทัพอยู่ที่ทุ่ง ต.ม่วงหวาน แขวงวิเศษชัยชาญ ทรงสุบินว่า มีสายน้ำหลากมาจากทิศตะวันตก มีพระยากุมภีร์ตัวใหญ่ว่ายตามน้ำมาเข้าทำร้าย พระองค์ทรงใช้พระแสงดาบคู่มือฟันแทงจนถึงแก่ความตาย
สมเด็จพระนเรศวรสั่งเคลื่อนพล 100,000 นายขึ้นไปตั้งทัพที่ หนองสาหร่าย เมืองสุพรรณ ให้พระยาศรีไสยณรงค์เป็นทัพหน้า ตั้งทัพที่ดอนเผาข้าว เกิดปะทะกับทัพของพม่า และพ่ายถอยร่นมายังกองทัพของสมเด็จพระนเรศวร ทัพของสมเด็จพระนเรศวรเข้าช่ายจนเกิดฝุ่นตลบ ครั้นฝุ่นหายไป สมเด็จพระนเรศวรก็ตกอยู่ในวงรอมของกองทัพพม่า พระองค์จึงตรัสแก่พระมหาอุปราชาให้ร่วมทำการยุธหัตถี "ขอพระเจ้าพี่ได้ทำการยุทธหัตถี ด้วยการยุทธเยี่ยงนี้จักไม่บังเกิดขึ้นอีกต่อไป " พลายพัทธกอ(ช้างของพระมหาอุปราชา) ได้ล่างรุนแบกพลายไชยยานุภาพ(ช้างสมเด็จพระนเรศวร) พระมหาอุปราชาเงื้อพระแสงของ้าวฟันถูกปีกพระมาลาของสมเด็จพระนเรศวรขาดกระเด็น (ทรงพระราชทานนามว่า พระมาลาเบี่ยง ครั้นพลายไชยยานุภาพได้ทีรุนพลายพัทธกอเท้าหน้าลอยขึ้น สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงง้าวฟันกระดูกพระพาหาขาดลงไปถึงพระอุระ(อก)ผ่านพระอุทรออกทางพระปรัศว์ (สีข้าง) อีกข้างหนึ่งสิ้นพระชนม์ ส่วนพระเอกาทศรถทรงช้างพระยาปราบไตรจักร ก็มีชัยต่อมังจาชโร(พระเจ้าแปร) ช้างพระที่นั่งไชยยานุภาพ พระราชทานนามใหม่ว่า "เจ้าพระยาปราบหงสาวดี " รับสั่งให้สร้างสถูปขึ้นที่พระองค์ทรงทำยุทธหัตถี พระราชทานนามว่า "เจดีย์ยุทธหัตถี" ณ ตำบลท่าคอย(ปัจจุบัญเป็นตำบลดอนเจดีย์) เมื่อปี พ.ศ. 2147 สมเด็จพระนเรศวรทรงยกทัพไปต่อสู้กับพระเจ้าอังวะ ทรงตั้งค่ายที่เมืองหาง ทรงพระประชวรเป็นพระยอดพิษที่พระนลาฏ และเสด็จสวรรคตที่ เมืองหาง เมื่อวันจันทร์ เดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเส็ง พระชันษา 50 พรรษา รวมเวลาเสวยราชสมบัติเป็นเวลา 15 ปี
พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ เป็นเจดีย์แบบลังกาทรงกลม สูง 66 เมตร ฐานกว้างด้านละ 36 เมตร ครอบเจดีย์องค์เดิม

พระราชประวัติสงครามยุทธหัตถี ย่อ
สมเด็จพระนเรศวรทรงก้าวขึ้นครองราชบัลลังค์ได้เพียงไม่นาน ๔ เดือนเท่านั้น ก็เผชิญศึกใหญ่ พม่ายกเข้ามารุกรานอีก ในช่วงที่ผลัดแผ่นดินใหม่ ด้วยความเข้าใจว่าอาจเกิดความยุ่งยากขึ้นมาตามธรรมเนียมของบ้านเมือง พม่าได้ยกไพร่พลมาครั้งนี้เป็นทัพใหญ่มีไพร่พลถึง ๓ แสน จัดเป็น ๒ ทัพ มุ่งเข้ามาทางด่านพระเจดีย์ สามองค์ เพื่อเข้าตีกรุงศรีอยุธยาอย่างเร็วพลันไม่ให้ตั้งตัวได้

สมเด็จพระนเรศวรทรงปรับกระบวนวิธีการรบใหม่ทันที โดยทรงใช้วิธียาตราทัพไปซุ่มรับอยู่ที่สุพรรณบุรี แล้วส่งกองทัพน้อยไปเมืองกาญจนบุรีทำทีเหมือนจะไปรักษาเมือง พม่าหลงกลรุกไล่กองทัพน้อยของไทย ซึ่งถอยหนีหลอกล่อมาทางที่ทัพหลวงซุ่มอยู่

พอได้จังหวะ ก็พร้อมกันออกตะลุมบอน ตีพม่าแตกยับถูกทหารไทยฆ่าฟันล้มตายนับไม่ถ้วน ส่วนแม่ทัพคือ พระมหาอุปราชาทรงหนีรอดเงื้อมือไปได้

นับเป็นชัยชนะศึกใหญ่ต้อนรับการขึ้นสู่ราชบังลังค์ของสมเด็จพระนเรศวรซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์องค์ใหม่ของชาวไทย ที่ทำให้ขวัญของชาวไทยในเวลานั้นพลันฮึกเหิมขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ซึ่งทำให้พระเกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรเกริกไกรกึกก้องขจรขจาย ไปทั่วทุกทิศานุทิศ ทำให้ไทยก้าวขึ้นสู่ความเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในย่านคาบสมุทรอินโดจีนแหลมทองของไทยนับ แต่บัดนั้นเป็นต้นมา

โดยการทำสงครามยุทธหัตถีในครั้งนั้น เกิดขึ้นเมื่อ วันจันทร์ แรม ๒ ค่ำ เดือนยี่ จุลศักราช ๙๔๕ ( พ.ศ. ๒๑๓๕) ก่อนที่จะได้ทำสงครามยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรทรงพระสุบินว่าได้ต่อสู้กับจระเข้ใหญ่






พระราชกรณียกิจและเหตุการณ์สำคัญ
พุทธศักราช ๒๑๐๗
พระชนมายุ ๙ พรรษา สมเด็จพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ พม่ายกมาตีกรุงศรีอยุธยา ทรงถูกนำไปเป็นตัวประกัน ณ กรุงหงสาวดี ประทับ ๖ ปี
พุทธศักราช ๒๑๑๓
พระชนมายุ ๑๕ พรรษา เสด็จฯ กลับจากกรุงหงสาวดี
พุทธศักราช ๒๑๑๔
พระชนมายุ ๑๖ พรรษา เสด็จขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลก มีอำนาจบัญชาการหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวง
พุทธศักราช ๒๑๑๗
พระชนมายุ ๑๙ พรรษา ทรงยกทัพไปพร้อมกับสมเด็จพระราชบิดา เพื่อสมทบกับทัพหลวงตีเมืองเวียงจันทน์
พุทธศักราช ๒๑๒๑
พระชนมายุ ๒๓ พรรษา ทรงเรือพระที่นั่งไล่กวดจับพระยาจีนจันตุที่ลงเรือหนีไปปากแม่น้ำเจ้าพระยา ในการสู้รบครั้งนั้น พระองค์ทรงแสดงความกล้าหาญอย่างยอดเยี่ยม
พุทธศักราช ๒๑๒๒
พระชนมายุ ๒๔ พรรษา ทรงเป็นแม่ทัพต่อสู้กับพระทศราชาซึ่งคุมกองทัพเขมรเข้ามาตีโคราชและหัวเมืองชั้นใน และทรงได้รับชัยชนะทั้งที่ทรงมีกำลังทหารน้อยกว่า
พุทธศักราช ๒๑๒๔
พระชนมายุ ๒๖ พรรษา พระเจ้ากรุงหงสาวดีสวรรคตได้เสด็จฯ ไปกรุงหงสาวดีในพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์ องค์ใหม่แทนพระราชบิดา
พุทธศักราช ๒๑๒๖
พระชนมายุ ๒๘ พรรษา ได้เป็นแม่ทัพยกไปช่วยเมืองหงสาวดีไปตีเมืองลุม เมืองคัง ในรัฐไทยใหญ่ ตามคำสั่งของพม่า
พุทธศักราช ๒๑๒๗
พระชนมายุ ๒๙ พรรษา ทรงประกาศอิสรภาพของไทย ณ เมืองแครง พระเจ้ากรุงหงสาวดีให้สุระกำมายกกองทัพตามมาไล่จับสมเด็จพระนเรศวร พระองค์ทรงยิงปืนข้ามแม่น้ำสะโตงถูกสุระกำมา แม่ทัพพม่าตายและทรงได้รับมอบอำนาจให้บัญชาการบ้านเมืองสิทธิ์ขาดแต่ผู้เดียว
สงครามไทยกับพม่า พระยาพะสิมยกกำลัง ๑๓๐,๐๐๐ คนมาทางเมืองสุพรรณบุรี พระเจ้าเชียงใหม่มาทางเหนือตีพม่าแตกกลับไป

พุทธศักราช ๒๑๒๘
สงครามไทยกับพม่า ทรงสู้รบกับพระเจ้าเชียงใหม่ที่บ้านสระเกศ พม่า ๑๕๐,๐๐๐ คน ไทย ๘๐,๐๐๐ คน ไทยตีทัพพม่าแตกกลับไป
พุทธศักราช ๒๑๒๙
สงครามไทยกับพม่า พระเจ้าหงสาวดียกกำลังทหาร ๒๕๐,๐๐๐ คน มาล้อมกรุงอยู่ ๖ เดือน ไทยมีกำลัง ๘๐,๐๐๐ คน ตีขับไล่พม่าจนต้องถอยทัพกลับไป ไม่สามารถเข้าถึงกำแพงพระนครได้
พุทธศักราช ๒๑๓๓
พระชนมายุ ๓๕ พรรษา สมเด็จพระมหาธรรมราชาพระราชบิดาสวรรคต พระองค์เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๑๓๓ ทรงสถาปนาพระเอกาทศรถ เป็นพระมหาอุปราชา และมีพระเกียรติยศสูงเสมอพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง
สงครามไทยกับพม่า พระมหาอุปราชายกมาครั้งแรกที่สุพรรณบุรี พม่า ๓๐๐,๐๐๐ คน ไทยมีกำลัง ๘๐,๐๐๐ คน ตีพม่าแตกพ่ายไป จับพระยาพะสิมแม่ทับพม่าที่จระเข้สามพันธุ์
พุทธศักราช ๒๑๓๕
พระชนมายุ ๓๗ พรรษา สงครามยุทธหัตถี พม่า ๒๔๐,๐๐๐ คน ไทย ๑๐๐,๐๐๐ คน รบกันที่เมืองสุพรรณบุรี ทรงมีชัยชนะฟันพระมหาอุปราชามังกะยอชวาแห่งกรุงหงสาวดี ด้วยพระแสงของ้าวสิ้นพระชนม์ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๑๓๕
สงครามเมืองทะวาย ตะนาวศรี ไทย ๑๐๐,๐๐๐ คน ตีได้เมือง
พุทธศักราช ๒๑๓๖
สงครามเมืองเขมร ไทย ๑๓๐,๐๐๐ คน เขมร ๗๕,๐๐๐ คน ไทยตีได้เมืองเขมร
พุทธศักราช ๒๑๓๗
สมครามไทยกับพม่า ไทยตีได้หัวเมืองมอญ
พุทธศักราช ๒๑๓๘
สงครามไทยกับพม่า ยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีครั้งที่ ๑ ไม่สำเร็จ ไทยมีกำลัง ๑๒๐,๐๐๐ คน
พุทธศักราช ๒๑๔๒
สงครามไทยกับพม่า ยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีได้สำเร็จ ไทย ๑๐๐,๐๐๐ คน แล้วไปล้อมเมืองตองอูอยู่ ๒ เดือน เสบียงอาหารหมดต้องยกทัพกลับ
พุทธศักราช ๒๑๔๖
สงครามเมืองเขมร ได้เมือง
พุทธศักราช ๒๑๔๗
สงครามครั้งสุดท้ายของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยกทัพไปตีกรุงอังวะ ไทย จำนวน ๒๐๐,๐๐ คน แต่ทรงประชวร และเสด็จสวรรคตเสียก่อน


โดย: หมิว(ชลกร ขอผล) IP: 124.157.154.139 วันที่: 31 มกราคม 2550 เวลา:20:34:47 น.  

 


โดย: ด ช วรรณประสิทธิ์ เยืองโยธา IP: 203.172.199.250 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:12:57 น.  

 
ผมได้รับความรู้สามารถนำไปใช้ภาษาไทยได้




ผมจะมารับความรู้จากอินเทอร์เน็ตเยอะๆครับ





โดย: ด ช วรรณประสิทธิ์ เยืองโยธา IP: 203.172.199.250 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:20:19 น.  

 
ได้รับความรู้มากขึ้นค่ะ




เรียนดีขึ้นมากค่ะ จากเด็กจริงใจ


โดย: ดญ ศิรินภา ฤทธิกุล IP: 203.172.199.250 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:26:42 น.  

 


โดย: ดญ จิรา ทองมาก IP: 203.172.199.250 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:28:45 น.  

 
ได้รับความรู้มากขึ้นค่ะ




เรียนดีขึ้นมากค่ะ จากเด็กจริงใจ


โดย: ดญ ศิรินภา ฤทธิกุล IP: 203.172.199.250 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:34:31 น.  

 
พอดีกำลังจะต้องจดเกี่ยวกับ พระนเรศวรมหาราช พอดี


โดย: เด็กวัด ใจดี IP: 203.172.205.13 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:18:45 น.  

 
ขอบคุณค่ะ คุณครูกำลังให้ทำรายงานบุคคลสำคัญพอดี
มีความรู้มากค่ะ


โดย: พลอย กระโปรงแดง IP: 58.136.229.160 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:31:45 น.  

 


โดย: สุดหล่อ IP: 222.123.60.16 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:44:35 น.  

 


โดย: เกม IP: 203.188.34.51 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:19:47:31 น.  

 
วันสำคัญที่เกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
พระราชสมภพ : 3 เมษายน 2098
ประกาศอิสรภาพ : 3 พฤษภาคม 2127
คองราชย์ : 29 กรกฎาคม 2133
ยุทธหัตถี : 18 มกราคม 2135 (เปลี่ยนจากวันที่ 25 มกราคมเป็นวันที่ 18 มกราคม เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 )
สวรรคต : 16 พฤษภาคม 2148


โดย: ด.ช.ศรัณย์ หาญบุญเศรษฐ IP: 210.203.180.221 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:19:26:15 น.  

 
ที่มาต่างๆของชื่อพระองค์ดำ
เมื่อพระองค์ไปอยู่หงสาวดีทรงเเช่น้ำว่านการเเช่นำว่านเพื่อให้อยู่ยงคงกระพัน ทำให้พระวรกายเป็นสีดำ


โดย: ด.ช.ศรัณย์ หาญบุญเศรษฐ IP: 210.203.180.221 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:19:29:20 น.  

 


โดย: พรรณนภา แสนอินทร์ IP: 222.123.128.95 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:8:52:52 น.  

 
เอาสั้นๆหน่อย


โดย: เด็กหล่อ จากกรุงเทพ IP: 58.10.231.239 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:59:11 น.  

 
แค่ก็ขอขอบคุณมากครับซึ้ง
ขอบคุณครับ


โดย: เด้กหล่อ จากกรุงเทพ IP: 58.10.231.239 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:01:14 น.  

 


โดย: ดาบ IP: 203.188.36.95 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:42:59 น.  

 
พระนามเต็มของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชคือ
สมเด็จพระบรมบาทบงกชลักษณ์ อัครบุรีโสดม บรมหน่อนรา เจ้าฟ้านเรศ เชษฐาธิบดี


โดย: ด.ช.ศรัณย์ หาญบุญเศรษฐ IP: 202.133.135.45 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:20:37:19 น.  

 
ไม่ค่อยสนุกเลย


โดย: นายเจม IP: 222.123.86.129 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:29:26 น.  

 
รักชาติจัง



โดย: ปุ๊ก IP: 203.156.40.133 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:39:58 น.  

 
หนังสนุกค่ะ


โดย: รสนี IP: 125.26.110.121 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:39:44 น.  

 
ข อถามหน่อยนะคะสงสัยมากๆๆๆเลยหลังจากพระนเรศวรสวรรคตใครเป็นกษัตริย์ต่อพระองค์แล้วมีเรื่องราวอะไรต่อจากนี้อีกช่วยตอบหน่อยคะ


โดย: wwwhf IP: 124.157.133.244 วันที่: 18 มีนาคม 2550 เวลา:22:56:21 น.  

 
สมเด็จพระเอกาทศรถเป็นกษัตริย์ต่อจากสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เลยเพราะในวันที่29กรกฎาคม 2133 สมเด็จพระนเรศวรทรงครองราชย์เป็นกษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระเอกาทศรถเป็นกษัตริย์คู่กันถือว่าในรัชสมัยนี้มีกษัตริย์2องค์ จึงไม่แปลกถ้าพระนเรศวรมีพระราชโอรสก็ไม่ได้เป็นกษัตริย์เพราะเหตุนี้เอง แต่พระราชพงศาวดารไทยไม่ปรากฎพระมเหสีและพระราชโอรสมีแต่หลักฐานของชาวต่างชาติที่ระบุว่าพระองค์มีพระมเหสี เช่น พระมเหสีมณีจันทร์ พระเอกกษัตรีย์ เเละอโยธยามี้พญา มีพระชธิดา(ไม่มีระบุพระนามไว้)


โดย: ศรัณย์ IP: 203.118.84.208 วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:19:35:17 น.  

 
ในรัชสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถไม่ค่อยมีเหตุการณ์สำคัญ


โดย: ศรัณย์ IP: 202.133.135.161 วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:20:15:36 น.  

 
ใครชอบประวัติศาสตร์ไทยทิ้งmailไว้หน่อย หาคนคุยประวัติศาสตร์ยากครับ


โดย: ศรัณย์ IP: 202.133.135.161 วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:20:23:03 น.  

 
พระนเรศวรมีคู่ไหมค่ะช่วยตอบหน่อย


โดย: ซิม IP: 125.26.27.77 วันที่: 9 เมษายน 2550 เวลา:8:33:43 น.  

 


โดย: vaiking IP: 125.24.43.198 วันที่: 26 เมษายน 2550 เวลา:17:12:35 น.  

 
กรุงศรีอยุธยาเเตกครั้งที่3ด้วยเหรอ
















โดย: viking IP: 125.24.43.198 วันที่: 26 เมษายน 2550 เวลา:17:15:01 น.  

 
พระนเรศวรทรงมีพระมเหสี 4 พระองค์ แต่ในพระราชพงศาวดารไทยไม่มีเขียน สรุปว่ามี
กรุงศรีอยุธยาเสียแค่2ครั้ง
ครั้งแรก 29 สิงหาคม 2112
ครั้งที่2 7 เมษายน 2310
ไม่ได้เเสียครั้งที่3 ครับ


โดย: ศรัณย์ IP: 202.133.139.108 วันที่: 28 เมษายน 2550 เวลา:19:24:22 น.  

 
วันนี้3 พ.ค. วันคล้าสยวันประกาศอิสรภาพ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชครบ 423ปี ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนเรศวรไว้เหนือเกล้า


โดย: ศรัณย์ IP: 202.133.135.36 วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:09:52 น.  

 
รักและคิดถึงตลอดไป


โดย: กาญ IP: 58.10.12.201 วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:20:15 น.  

 
V.good


โดย: Benz IP: 203.113.33.13 วันที่: 30 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:48:40 น.  

 
ขอบคุณที่ให้ข้อมูลคะ


โดย: pancake IP: 58.10.155.77 วันที่: 5 มิถุนายน 2550 เวลา:19:43:54 น.  

 
รักเเละเคารพพระนเรศวรมาก ยกเป็นวีรบุรุษประจำใจเเล้ว ชื่นชอบวีรกรรมของพระองค์มาก ชอบประวัติศาสตร์ไทยมาก ใครชอบเเละรักประวัติศาสตร์มาคุยกันหน่อยนะ สมัยนี้หาคนรักประวัติศาสตร์ไทยยากมากเลย มัวเเต่หลงอารยธรรมต่างชาติหมดเเล้วไม่เคยหันมาเห็นความสำคัญ


โดย: เด็กอยุธยา IP: 203.113.76.73 วันที่: 10 มิถุนายน 2550 เวลา:10:29:20 น.  

 
รักเเละเคารพพระนเรศวรมาก ยกเป็นวีรบุรุษประจำใจเเล้ว ชื่นชอบวีรกรรมของพระองค์มาก ชอบประวัติศาสตร์ไทยมาก ใครชอบเเละรักประวัติศาสตร์มาคุยกันหน่อยนะ สมัยนี้หาคนรักประวัติศาสตร์ไทยยากมากเลย มัวเเต่หลงอารยธรรมต่างชาติหมดเเล้วไม่เคยหันมาเห็นความสำคัญเขียนmailไว้หน่อยนะ


โดย: เด็กอยุธยา IP: 203.113.76.73 วันที่: 10 มิถุนายน 2550 เวลา:10:32:03 น.  

 
รักเเละเคารพพระนเรศวรมาก ยกเป็นวีรบุรุษประจำใจเเล้ว ชื่นชอบวีรกรรมของพระองค์มาก ชอบประวัติศาสตร์ไทยมาก ใครชอบเเละรักประวัติศาสตร์มาคุยกันหน่อยนะ สมัยนี้หาคนรักประวัติศาสตร์ไทยยากมากเลย มัวเเต่หลงอารยธรรมต่างชาติหมดเเล้วไม่เคยหันมาเห็นความสำคัญเขียนmailไว้หน่อยนะ


โดย: เด็กอยุธยา IP: 203.113.76.73 วันที่: 10 มิถุนายน 2550 เวลา:10:32:16 น.  

 


โดย: ... IP: 222.123.63.2 วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:19:09:32 น.  

 
ขอบคุณสำหรัญประวัติของพระนเรศวร


โดย: เด็กโรงเรียน แม่จริม IP: 61.19.65.14 วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:15:08:33 น.  

 
เนื้อหาดีมากขอบคุณคะ


โดย: แต้ม IP: 203.113.0.192 วันที่: 11 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:44:00 น.  

 
ขอพระองศ์ทรงพระเจริญ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช


โดย: ขุนพระนายแสนสะท้าน IP: 125.24.141.43 วันที่: 11 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:11:34 น.  

 
รักพระนเรศศวรมาก


โดย: นนท์ IP: 222.123.214.106 วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:00:52 น.  

 
ขอบคุณมากคะ ได้ข้อมูลเยอะเลย


โดย: อา IP: 125.24.137.192 วันที่: 8 สิงหาคม 2550 เวลา:13:13:12 น.  

 
รักพระนเรศวรที่สุดในโลก เย้ๆๆ


โดย: แก้วตา IP: 58.8.9.137 วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:5:26:30 น.  

 
อยากได้ประวัติพระนเรศวร


โดย: ยุวดี IP: 203.113.80.144 วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:18:55:51 น.  

 


โดย: กาย IP: 125.26.247.3 วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:11:36:26 น.  

 
อยากได้ประวัติของท่านหนังสือ พระประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ของกรมพระยาดำรงรารชานุภาพ สำนักพิมพ์มติชน ราคา 190 บาท ดีมากๆ ตามร้านหนังสือทั่วไป
หรือถามไรทิ้งเมล์ไว้เดี๋ยวตอบให้


โดย: ชมรมประวัติศาสตร์พระนเรศวร IP: 124.121.21.114 วันที่: 10 กันยายน 2550 เวลา:11:17:43 น.  

 
ขอบคุงมากๆเลยคะ หาอยู่เลยอิอิ พิมไปก้อเจอแต่เรื่องหนังพระนเรศวร หุหุ ปลื้มสุดๆ นึกว่าจะต้องโดนหักคะแนนหน่วยนี้สะแล้ว am-zaa_amkaew@hotmail.com เราชอบคุยเรื่องประวัติศาสตร์ แอทมาคุยแล้วกัน แล้วนี่ก้อคิวๆเรา 6218887 ส่วนใหญ่เราจะออนคิวๆมากกว่านะอิอิ ขอบคุนคร่าาาาาา


โดย: ยมทูตน้อย IP: 58.136.184.32 วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:20:41:11 น.  

 
ขอบคุนที่ครั้งหนึ่งเคยผูกำนและร่วมทางกันจนสุดหนทาง
จากกันวันนี้ฉันคงผิดหวัง
แต่ดีกว่าต้องทรมาณ
กับสิ่งที่ฉันเป็น


โดย: 5555+ IP: 58.136.184.32 วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:21:05:33 น.  

 
ขอบคุณมากๆที่เอาบทความนี้มาลงนะคะ แต่งงนิดนึงว่าพิมพ์ได้ไงต้งเยอะเนี่ย


โดย: งุงิค่า IP: 222.123.12.24 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:48:37 น.  

 
หนังมา รายงานก็งอก ออกเป็นดอกเห็ด เลยหรือนี่
ฮ่าๆๆๆ น้องๆนักเรียน นักศึกษา ขยันกันจังจร๊ะ ชื่นชมๆ


โดย: โฮ่ๆๆๆ IP: 58.8.14.165 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:4:04:27 น.  

 
ยอดเลย


โดย: .................. IP: 125.27.120.99 วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:18:01:56 น.  

 
พระมเหสีของพระองค์ท่านคือพระมเหสีมณีจันทร์รู้จักอ่ะเปล่า


โดย: อันเก IP: 118.174.52.220 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:10:59:33 น.  

 
ฉันจะเป๊นตำรวจที่ดีของประเทศไทย
พี่ฉันชื่ออันเกเขียนอย่ด้านบน พี่ฉันเก่งอังกฤษสามารถพูดกับคนอังกฤษเกี่ยวกับพระองค์ท่านได้ด้วยน่ะรู้ใหม


โดย: จิ๊บ จังหวัด อ่างทอง IP: 118.174.52.220 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:11:10:28 น.  

 
hallo i,m Ange(อันเก) i like speak english you know .
My sister is Jip (จิ๊บ) bye bye but you can learn with me bye bye.


โดย: Ange (อันเก) IP: 118.174.52.220 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:11:16:46 น.  

 
สวัสดี ครับ ผมเป้นน้อง ของ พี่จ็บหรือ พี่แหม่ม/คือพี่ที่ชื่ออันเกด้านบนนั่นเองผมอยู่ป2ค้าบ ผมคงไม่เก่งอังกฤษแบบพี่ผมหรอกค้าบแต่ผมอยากเป็นนักประวัติศาสตร์ bye bye ค้าบ


โดย: nat จังหวัด อ่างทอง IP: 118.174.52.220 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:11:24:09 น.  

 
สำหรับพระมเหสีของสมเด็จพระนเรศวรคับ มีคือ
1.พระมเหสีมณีจันทร์
2.พระมเหสีมณีรัตนา
3.พระเอกกษัตรีย์
4.อโยธยาหมี้พระยา
5.พระมเหสีที่เสด็จตามไปเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระกฐินที่วัดในกรุงศรีอยุธยา(คุยกับคนชอบประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่สันนิฐานว่าน่าจะเป็นวัดพนัญเชิง เพราะเป็นวัดกลางกรุงศรีอยุธยา เหมือนกับวัดสุทัศน์ที่เป็นวัดกลางกรุงรัตนโกสินทร์)ไม่เอยพระนาม
จากการศึกษาพระมเหสีทั้ง5องค์เป็นพม่าหมด เพราะฉะนั้นสันนิฐานว่าน่าจะเป็นพระองค์เดียวกัน(ไม่เเน่ใจ)ส่วนพระราชโอรสมีกล่าวในหนังพระราชพงศาวดารฉบับหมอบัดเล พระราชประวัติพระนเรศวร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ฯลฯ ว่าทรงสั่งพระเจ้าลูกเธอพระมหาธรรมราชา ไม่ใช่พ่อพระนเรศวรนะคับ ไปตีเขมร และตอนที่พระองค์ไปตีเขมรทรงสั่งพระศรีไชยเชษฐ์ไปตีเขมร(อ่านเพิ่มในหนังสือศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนมีนาคม2551) อย่างน้อยพระองค์ทรงมีพระราชโอรส 2 พระองค์ล้มล้างความคิดที่พระองค์ทรงไม่พระราชโอรสอย่างสิ้นเชิง ที่เข้าใจผิดกันคับ คราวนี้เข้าใจกันแล้วนะคับ ผมอายุ16ปีกำลังศึกษาอยู่ม.5รร.รัตนาธิเบศร์คับ มีไรทิ้งเมล์ไว้ สงสัยอะไรทิ้งไว้ ว่างๆจะมาตอบคับ


โดย: ศรัณย์ IP: 124.121.22.185 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:20:56:41 น.  

 
เคารพท่านจริงๆเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับแผ่นดินนะคะ .....ซาบซึ้ง.....*-*


โดย: มะนาวหวาน IP: 202.57.169.69 วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:16:35:33 น.  

 
เนื้อหาสาระดีชอบในสิ่งนี้เพราะเป้นเหตุการณ์เกิดขึ้นในจังหวัอสพรรณบุรี


โดย: นพรัตน์ IP: 125.26.52.246 วันที่: 29 สิงหาคม 2551 เวลา:11:36:59 น.  

 
♀ดีแหะข้อมูล♀


โดย: รัตนาภรณ์ เฟื่องชูนุช จากสมุทรปราการ ต่างจังหวัดคือสุพรรณบุรี IP: 203.172.130.2 วันที่: 1 กันยายน 2551 เวลา:16:07:23 น.  

 
♀ดีแหะข้อมูล♀


โดย: รัตนาภรณ์ เฟื่องชูนุช จากสมุทรปราการ ต่างจังหวัดคือสุพรรณบุรี IP: 203.172.130.2 วันที่: 1 กันยายน 2551 เวลา:16:08:57 น.  

 
ขอกราบแทบเบื่องพระบาทองค์สมเด็จพ่อพระนเรศวรมหาราชเจ้า ขอเทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเศียรเกล้า


โดย: รวิศวร์ บานชื่น IP: 202.28.7.241 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:11:17 น.  

 
ขอกราบแทบเบื่องพระบาทองค์สมเด็จพ่อพระนเรศวรมหาราชเจ้า ขอเทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเศียรเกล้าพระพุทธเจ้าข้า


โดย: รวิศวร์ บานชื่น IP: 202.28.7.164 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:25:06 น.  

 
ชอบประวัติพระนเรศวรมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: DK IP: 192.168.212.178, 125.26.4.46 วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:13:52:11 น.  

 
ช้างที่สมเด็จพระนเรศวรชื่ออะไรครับ


โดย: แสงชัย พลายชุมพล IP: 110.49.100.197 วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:12:27:24 น.  

 
ลองเข้าไปอ่านที่นี่ดู....มีเรื่องให้รู้อีกมากมาย......

http://www.osotho.com/th/webboard/answer.php?GroupID=&searchKey=&searchFrom=&searchTo=&PageShow=1&TopView=&QID=961

http://www.reurnthai.com/index.php?PHPSESSID=1138ddc8d9797f16f996bf2291e074db&topic=2909.0


โดย: สามยาหยี IP: 125.24.1.119 วันที่: 18 ตุลาคม 2553 เวลา:22:06:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
mcpan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add mcpan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.