มิถุนายน 2556

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
การ ผ่าตัดเพื่อเตรียมความพร้อม ตอนที่ 2
การผ่าตัดเพื่อเตรียมความพร้อม ตอนที่ 2

วันที่ 1 หลังผ่าตัด => ฟื้นขึ้นมา เจ็บและหนาวจังเลย

ความรู้สึกแรกหลังจากรู้สึกตัวคือ เจ็บ และหนาวมาก ไม่มีความรู้สึกมึนงง จำได้ทันทีว่าเพิ่งผ่าตัดมา และรู้ตัวว่าตอนนี้ตัวแม่เองกำลังนอนอยู่ในห้องพักฟื้นด้วยความที่เจ็บ และหนาว จึงพยายามพูดบอกคุณพยาบาลซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ปลายเตียง พยายามอยู่ 3-4 ครั้งจึงจะมีเสียงออกมา แต่เสียงแหบมาก เพราะว่าตอนสลบไปคุณหมอคงใส่สายเครื่องช่วงหายใจในหลอดลมคุณพยาบาลก็เดินมาดูนิดนึง แล้วก็ไปโทรศัทพ์แจ้งคุณหมอมฆวันว่า คนไข้ของคุณหมอฟื้นแล้วนะคะ ตอนเวลา 19. 50 นาที ความดันปกติ เดี๋ยวจะให้กลับขึ้นไปห้องพัก และก็โทรบอกเจ้าหน้าที่เข็นเตียงกับพยาบาลประจำชั้นห้องห้องว่าจะให้คนไข้กลับขึ้นห้องแล้วตลอดเวลาที่แม่นอนฟังอยู่นั้น มีสติและจำได้ทุกอย่าง แต่ยังหนาวและเจ็บ แถมคลื่นไส้ไม่อยากลืมตาเท่าไหร่ เพราะพอเห็นภาพโลกมันจะหมุนๆ (ไม่เห็นเหมือนที่เคยรู้มาเลย มีแต่คนบอกว่าจะมึนยาสลบ สะลึมสะลือ จำอะไรไม่ค่อยได้)
หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ก็มาเข็นเตียงจากชั้น 6 กลับไปห้องพักชั้น 12 ตอนที่เค้าเข็นเตียงออกไป พยาบาลเค้าลืมถอดสายเครื่องหายใจออก พอเค้าเข็นของไปมันเลยดีดใส่หน้าแม่ แต่ตอนนั้นแม่รู้สึกเจ็บหรอกเพราะว่าเจ็บแผลมากกว่า ระหว่าที่เข็นกลับไปห้องพักนั้น แม่รู้สึกว่ามันนานจังเลย อยากเจอพ่อหนูเร็วๆน่ะลูก พ่อคงเป็นห่วงแม่มากเลยทีเดียว

พอมาถึงห้อง พ่อเดินหลบเข้าไปอยู่ด้านในก่อน แล้วพยาบาลบอกว่าเดี๋ยวจะย้ายเตียง โห แม่คิดในใจ เจ็บจะตายแล้วจะย้ายยังไง คุณพยาบาลบอกแม่ว่านอนนิ่งๆ แล้วพยายาล 3-4 คนก็ยกผ้ายางพร้อมตัวแม่ขึ้นมากอีกเตียง เจ็บมากๆ แล้วคุณพยาบาลก็บอกว่าจะฉีดยาแก้ปวดให้ แล้วถามว่าปวดฉี่ไหม แม่บอกว่ายัง คุณพยาบาลเลยบอกว่าตอนห้าทุ่มจะพาเข้าห้องน้ำ ยังไงก็ต้องฉี่เองให้ได้ ถ้าไม่ได้จะต้องใส่สายสวนปัสสะวะ

พอคุณพยาบาลออกกันไปหมดแล้ว พ่อก็มาลูบหัวแม่ถามว่าเป็นไงมั่ง แม่บอกว่าเจ็บ พ่อบอกว่างั้นพักผ่อนเหอะ อย่าเพิ่งคุยเลย แม่พยักหน้าแล้วบอกว่าโทรไปหาคุณยาย กับคุณย่า ด้วยนะว่าแม่ออกมาแล้ว เดี๋ยวเค้าจะเป็นห่วง แล้วแม่ก็หลับไป แต่หลับไม่สนิทหรอกนะ ที่แขนก็มีเครื่องวัดความดันติดอยู่ตลอด และคุณพยายาบาลก็เข้ามาบ่อยมากๆ จนห้าทุ่มคุณพยาบาลเข้ามาสามคนบอกว่าจะพาไปเข้าห้องน้ำ เปิดไฟในห้องสว่างเลย แล้วทั้งสามคนก็ค่อยๆพยุงแม่ลุกขึ้น พอยืนแค่นั้นแหละ เลือดไหลลงมาตามขาเต็มเลย แม่ตกใจ แต่พยาบาลบอกว่าไม่เป็นไรค่อยๆเดินไป เลือดเลอะห้องเต็มไปหมด พ่อหนูยืนหน้าซีดอยู่ เพราะว่ากลัวเลือด 555 แม่บ้านซึ่งยืนคอยอยู่หน้าห้องก็มาเช็ดพื้นให้ ดูการทำงานเป็นมืออาชีพดีจัง

คุณพยาบาลบอกให้พยายามฉี่แต่อย่าแบ่งแรง แล้วการฉี่ครั้งแรกจะแสบหน่อยเพราะว่าตอนสลบคุณหมอใส่ท่อไว้ นั่งไม่นานก็ฉี่ออก แสบมากๆ เหมือนตอนที่เป็นกระเพาะปัสสะวะอักเสบแล้วฉี่เป็นเลือด ครั้งนี้นอกจากมีเลือดแล้วยังมีน้ำสีฟ้าๆออกมาด้วย เป็นน้ำจากการฉีดสีดูท่อนำไข่ (แม่เดาเอาเอง เพราะว่าคุณหมอเอา DVD การผ่าตัดมาให้ดู เห็นตอนฉีดสีมันสีฟ้าเหมือนกันเลย) แล้วคุณพยาบาลก็ใส่ผ้าอนามัยให้ แม่อยากอ้วกมากแต่อ้วกไม่ออก แถมตอนยืนก็โซเซเกือบยืนไม่อยู่ต้องให้คุณพยาบาลประคอง พอขึ้นเตียงได้ คุณพยาบาลก็มาฉีดมาแก้ปวดพร้อมกับยานอนหลับให้ คราวนี้ก็หลับยาวเลย

วันที่ 2 หลังการผ่าตัด => หิวข้าวที่สุด

สะดุ้งตื่นมาอีกทีตอนตีสี่ เพราะเจ็บแผลมาก นอนกระสับกระส่ายอยู่แป๊ปนึงคิดว่าตัวเองยังทนได้ ไม่นานคุณพยาบาลก็เข้ามาพอดี เห็นแม่ตื่นอยู่เลยถามว่าปวดมากไหม แม่บอกว่ามากแต่ยังทนได้ คุณพยาบาลเลยฉีดยาแก้ปวดให้อีกเข็ม บอกว่ารออีก 10-15 นาทีถ้ายังไม่ดีขึ้นเรียกเค้าอีกที ตอนนี้พ่อหนูก็ตื่นมายืนให้กำลังใจแม่อยู่ข้างๆ ผ่านไป 15 นาที ยังไม่ทันจะเรียกคุณพยาบาลเลย คุณพยาบาลก็เข้ามาถามว่าเป็นไงบ้าง แม่บอกว่ายังทนได้ แต่น้ำตาเต็มหน้าเลย คุณพยาบาลคงคิดในใจว่าอย่ามาโกหก น้ำตาเต็มหน้าขนาดนี้ 555 คุณพยาบาลบอกว่าคงต้องให้มอร์ฟีน แต่จะมีอาการข้างเคียงคือคลื่นไส้นะ หลังจากให้มอร์ฟีนเสร็จคุณพยาบาลก็มายืนเฝ้าเลย โห ! มอร์ฟีนมันดีมาก ฉีดเข้าสายน้ำเกลือเป๊ปเดียว หายเจ็บ ตัวเบาหวิวๆเลย ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีหลับไปตอนใหนไม่รู้ตัว ตื่นมาอีกทีคือ 8 โมงเลย หลับสบายมาก คุณพยาบาลเข้ามาตรวจถามว่าคลื่นไส้ไหม เวียนหัวไหม แม่บอกว่าไม่เลย หิวข้าวอย่างเดียว คุณพยาบาลยิ้มเลยบอกว่ายังต้องงดน้ำงดอาหารไปอีกจนกว่าคุณหมอจะมาตรวจ น่าจะเริ่มจิบน้ำได้ตอนบ่าย และทานอาหารเหลวได้ตอนเย็น (เย็นเลยเหรอ หิวง่ะ งดมาเกิน 24 ชั่วโมงแล้วนะ กินล่าสุดก็เมื่อวานเป็นโจ๊กตอน 7 โมง) ตอนนี้แม่เลยเริ่มสำรวจตัวเองดู ที่ท้องแม่มีแผล 3 แผล ซ้าย กลาง(อยู่ใต้สะดือพอดี) ขวา แผลด้านซ้านคุณหมอไม่ได้เย็บให้เพราะว่าต้องมีสายใส่ท่อระบายเลือดต่อออกมา ดูน่ากลัวนิดหน่อย เวลาขยับตัวก็จะเจ็บตรงนี้ เพราะว่ามันมีท่อเสียบอยู่ข้างใน

ประมาณ 10 โมงคุณหมอดีนา (วสัญญีแพทย์) เข้ามาตรวจถามถึงอาการต่างๆ คลื่นไส้ไหม เวียนหัวไหม แต่แม่ปกติดี มีมึนๆนิดหน่อย แต่หิว คุณหมอเลยบอกว่าอนุญาตให้จิบน้ำเปล่าได้นิดหน่อย อย่าเพิ่งเยอะ เพราะว่ามันจะปวดท้อง แล้วก็ถามว่ามีเรอ หรือผายลมบ้างไหม แม่ตอบว่าไม่ คุณหมอบอกว่าไม่ค่อยดีนะ เพราะตอนที่ผ่าเค้ามรีการอัดแก๊สเข้าไปในท้องเพื่อให้มีพื้นที่สะดวกในการผ่าตัด ถ้าไม่เรอไม่ผายลม ท้องจะอืดมาก

เกือบๆ 11 โมง คุณหมอมฆวันก็เข้ามาตรวจ บอกว่าการผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เสียเลือดไม่เยอะ แล้วก็เปิดแผ่น DVD บันทึกการผ่าตัดให้ดู จึงทำให้รู้ว่าทำอะไรไปบ้าง ก่อนผ่าตัดจากผลอัลตร้าซาวด์เห็นชัดๆคือ ถุงน้ำเล็กๆในรังไข่ด้านขวาอย่างเดียว แต่คุณหมอสันนิจฐานว่าน่าจะเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ด้วย

จาก DVD สรุปว่า
1. เจอถุงน้ำในรังไข่จริงๆ แต่ทั้งสองข้าง ด้านขวาเยอะกว่าด้านซ้าย
2. เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หลายจุดกระจายไปทั่ว
3. พังผืด 2 จุด จุดละประมาณ 4 เซ็นต์ พังผืดติดกันระหว่าลำไส้ใหญ่กับโพรงมดลูก (ในที่สุดก็หาสาเหตุของอาการท้องผูกเจอแล้ว ลำใส้มันไม่ตรงเพราะว่ามีพังผืดไปเกาะอยู่)
4. ฉีดสีเข้าท่อนำไข่ ไม่ตันทั้งสองข้าง แต่ด้านซ้ายน้ำจะไหลออกมาช้ากว่าด้านขวา แต่ถือว่าปกติ

คุณหมอบอกว่าทำไปเยอะเหมือนกัน เคลียร์ชุดใหญ่ แต่ดูแล้วหลังการผ่าตัดก็น่าจะปล่อยให้ท้องธรรมชาติได้ ก็คงต้องลุ้นกันต่อไป

เที่ยงกว่าๆ คุณหมอประพนธ์ (หมอหัวใจ) ก็เข้ามาตรวจ ตอนนี้การทำงานของคลื่นหัวใจปกติดีแล้ว แสดงว่าคาเฟอีนเป็นตัวกระตุ้นจริงๆ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ห้ามกินคาเฟอีนตลอดชีวิต ทำยากจัง 555 คุณหมอตรวจเสร็จก็มีพยาบาลมาเช็ดตัวให้

บ่ายสองคุณหมอดีนาเข้ามาตรวจอาการอีกครั้งบอกว่าเริ่มดิ่มน้ำได้แล้ว ชั่วโมงนึงสักครึ่งแก้วค่อยๆจิบเป็นน้ำหวานก็ได้ เดี๋ยวตอนห้าโมงเย็นจะมีอาหารเหลวเป็นข้าวต้มกับหมูหยอง เย้ !! รออาหารอย่างใจจดใจจ่อ แต่คุณหมอบอกว่าค่อยๆกิน ให้กินแค่ 1 ใน 3 นะอย่ากินหมด เพราะว่าไม่เรอ ไม่ผายลม กินเสร็จให้ลุกขึ้นเดินด้วย ให้ลำไส้ได้ขยับเพราะว่าต้องปวดท้องแน่ๆ

ห้าโมงเย็น ข้าวต้มกับกับหมูหยองมาแล้ว ดีใจมากตักน้ำข้าวเข้าปากคำแรกมีความสุขสุดๆ คิดในใจว่าน่าเสียดายคุณหมอให้กินแค่ 1 ใน 3 เอง พยายามค่อยๆกลืนช้าๆ สามสี่คำแรกยังอร่อยลั้นลาอยู่ แต่หลังจากนั้น โอ๊ยยยย ปวดท้องอ่ะ พยายามกินได้อีกหน่อยเริ่มไม่ไหวแล้ว พ่อเลยพยุงแม่ขึ้นยืนช้าๆเพื่อเป็นการไล่ลม แต่แม่ก็ไม่เรอ ไม่ผายลมอยู่ดี สุดท้ายฝืนใจกินได้ 1 ใน 3 ก็พอ

หกโมงคุณพยาบาลเอายา Air-X มาให้ทาน พร้อมยาบำรุงเลือด ยาคลายกล้ามเนื้อ แล้วก็สามทุ่มยานอนหลับ 1 เม็ด และแจ้งว่าหลังจากนี้ไปจะไม่ฉีดยาแก้ปวดทางสายน้ำเกลือแล้วนะ ถ้าปวดมากให้ขอยาพาราทานเอา คืนนั้นหลับยาวเลย

วันที่ 3 หลังการผ่าตัด => เอาสายระบายเลือดออกแล้ว สบายตัวจัง

เมื่อคืนได้นอนเต็มที่ วันนี้เลยสบายตัว ไม่มึนๆแล้ว อาการเจ็บแผลก็ดีขึ้น ยังคงมีเลือดออกเหมือนประจำเดือนอยู่ มื้อเช้าก็ได้ทานเป็นข้าวต้มกับหมูหยองเหมือนเดิม วันนี้คุณหมอดีนาบอกว่าทานให้ได้ครึ่งชามนะ ถ้าทานได้สายๆ จะเอาสายน้ำเกลือออกให้ มื้อเช้าก็ได้ครึ่งชามปวดท้องเหมือนเดิม ต้องกิน Air-X สักพักพยาบาลก็เอาสายน้ำเกลือออก เที่ยงอาหารเปลี่ยนเป็นก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ อร่อยดี แต่ก็กินไม่หมด ปวดท้อง วันนี้มีอาการผิดปกติอย่างนึงคือ ความดันต่ำมาก 70/30 พยาบาลงงวัดอยู่หลายที ถึงขนาดว่าไปเปลี่ยนเครื่องวัดมาใหม่ แต่ก็ยังต่ำเหมือนเดิม พอตอนบ่ายแก่ๆคุณหมอมาถอดสายระบายเลือดออกให้ กลัวมาก เพราะว่าถอดสด คุณหมอบอกเจ็บนิดเดียว ตอนที่ดึงออกนะ ความรู้สึกคือเสียววาบ แล้วเหมือนมันดังปุ๊ปมีลมเข้า (คิดไปเองมั้ง) พ่อบอกว่าสายที่อยู่ในท้องแม่ยาวประมาณคืบกว่าๆ รู้แล้วว่าทำไมถึงเจ็บเวลานั่งเพราะสายมันยาวทิ่มอยู่ข้างในนี่เอง หลังเอาท่อออกก็ปิดพลาสเตอร์กันน้ำอันให้ และเปลี่ยนอีกสองแผลที่เหลือใหม่ ตอนนี้ก็อาบน้ำสระผมได้ตามปกติแล้ว แต่อย่าถูตรงท้อง แล้วคุณหมอก็บอกว่าท้องอืดมากถ่ายท้องบ้างแล้วยัง แม่เลยบอกว่ายัง ก็ไม่กล้าแบ่งนี่มันเจ็บ คุณหมอเลยบอกว่าสักพักจะให้พยาบาลมาสวนยาเหน็บทวารให้ เพราะท้องอืดมาก หลังเหน็บยาก็เรียบร้อยสบายตัว แถมทอดท่อไปแล้วด้วย ก็เลยอาบน้ำสระผมเองซ่ะเลย สบายตัวมาก

พอทานข้าวเย็นเสร็จ (ทานได้เกือบหมดเลยนะ) คุณพ่อขอรถเข็นมาคันนึงแล้วก็เข็นพาแม่เที่ยวทั่วโรงพยาบาลเลยไปดูห้องเด็กแรกเกิดด้วยนะลูก เมื่อไหร่นะแม่จะได้เห็นหนูนอนอยู่ในนั้นบ้าง มาหาแม่เร็วๆนะลูกนะ ที่นี่รักษาความปลอดภัยดีมาก ชั้นที่แม่พักอยู่เป็นชั้นสำหรับผู้ป่วยพักฟื้นมีแต่ผู้หญิงเกี่ยวกับพวก สูติ-นรี ทั้งนั้น วันนี้ก่อนนอนก็ทานยานอนหลับไปอีก 1 เม็ด หลับสบาย

วันที่ 4 หลังการผ่าตัด => จะได้กลับบ้านแล้ว

วันนี้ตื่นมาสบายตัวขึ้นเยอะ อาจจะเป็นเพราะพักผ่อนเต็มที่ เอาสายน้ำเกลือ ท่อระบายเลือดออก ทานข้าวได้เกือบปกติ สายๆคุณหมอมฆวันมาตรวจเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล การรักษาหลังจากนี้คือต้องฉีดยาไม่ให้มีฮอร์โมนไปอีก 4 เดือน เดือนละเข็ม และก็รออีก 2 เดือนให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ แล้วก็ปล่อยธรรมชาติได้เลย หนูรีบมาหาแม่เร็วๆนะ (รายละเอียดของยาจะขอเล่าตอนต่อไปนะ) คุณหมอนัดตัดไหมอีกทีวันเสาร์ที่ 11 พ.ค. ประมาณบ่ายสองก็มีเจ้าหน้าที่การเงินมาเคลียร์ค่าใช้จ่าย การผ่าครั้งนี้เป็น package 129,000 บาท แต่จะมีส่วนเกินจากการผ่าตัด เช่นค่าแผ่นป้องกันพังผืด เครื่องนวดกระตุ้นขา ยาฉีดไม่ให้มีฮอร์โมน และจิปาถะต่างๆ สรุปรวมออกมาเป็น 165,000 วันนี้พ่อต้องไปประชุมเป๊ปนึง ออกไปตอนเที่ยง แล้วก็มารับแม่กลับบ้านตอนสี่โมงเย็น ระหว่างทางที่พ่อขับรถกลับบ้าน ตัวเกรงเลยล่ะลูก เพราะกลัวแม่จะเจ็บแผล พ่อหนูน่ารักที่สุดเลย



Create Date : 15 มิถุนายน 2556
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 10:18:15 น.
Counter : 2932 Pageviews.

1 comments
  
อยากฟังตอนต่อค่ะ ติดตามอยู่นะค่ะ. เพราะรักษานี้โรคนี้เหมือนกัน. อาการเดียวกัน หมอคนเดียวกัน
โดย: สมาชิกหมายเลข 2486281 วันที่: 11 กรกฎาคม 2558 เวลา:21:29:41 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

touch_sky_like_bird
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]