Group Blog
 
 
เมษายน 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
25 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
แก้กรรม : แก้โดยปัญญา

กรรม โดยปกติเราเข้าใจกันว่าทำสิ่งใด ก็จะมีผลตอบแทนจากการกระทำนั้นเสมอ
ในทางศาสนาพุทธแล้ว เป็นเรื่องค่อนข้างซับซ้อน และเห็นที่มาที่ไปได้ยาก
จึงเป็นเรื่องลึกลับที่น่าค้นหาสำหรับหลายๆคน
ยิ่งดูลึกลับ ยิ่งน่าแสวงหา
ก่อเกิดสำนักที่ทำโน่นทำนี่กับกรรมให้วุ่นวายไปหมด

ตัดเข้าประเด็นดีกว่าครับ

ถามว่า ถ้าคุณเป็นมะเร็งอยู่ จะทำอย่างไร?
แก้กรรม? แม้ตระเวณแก้ แต่ถ้าไม่หาหมอ ไม่รักษาสุขภาพ ก็จะตายเร็ว อันนี้เป็นปกติธรรมดา

แล้วถ้ามีปัญหาเก็บเงินไม่อยู่ล่ะ? จนล่ะ? ทำงานแค่ไหนเงินก็หายหมดล่ะ?
แก้กรรมไหม? แก้ไปเถอะ ถ้าไม่ทำบัญชีรายจ่ายและประหยัด อย่างไรก็หมด อันนี้ก็เป็นปกติธรรมดา

สำหรับท่านที่แสวงหาการจัดการกับกรรม
สิ่งหนึ่งที่ท่านทั้งหลายอาจไม่ทันสังเกต
ลองดูใจตัวเองเสียสิครับ
ท่านเป็นทุกข์ เจอสิ่งที่ไม่ต้องการ
ท่านไม่เห็นถึงที่มาที่ไปของทุกข์
ที่สำคัญที่สุด ซึ่งต้องขอให้ท่านทั้งหลายถามตัวเองตามความเป็นจริงด้วยนะครับว่า
"ต้องการออกจากทุกข์โดยเร็วที่สุด" จริงหรือไม่
ท่านไม่สนซึ่งวิธีการ ขอให้เร็วที่สุดเป็นพอ
จุดนี้เป็นช่องทางให้วิธีการจัดการกรรมทั้งหลายขายดิบดี
เพราะต้องการออกเร็วๆ กับเอาแต่โทษว่ากรรมเก่าบรรดาลให้เกิด

ว่ากันตามจริงแล้ว ถ้าท่านหยิกตัวเอง ก็เจ็บแป๊ปเดียว
ถ้าท่านตบคนอื่น แล้วโดนตบตอบ น่าจะชาแก้มไปหลายนาที
อันนี้เป็นปกติธรรมดาใช่ไหมครับ
นึกย้อนดูกับทุกข์ที่ท่านเจอสิ มันนานไหม?
นั่นแหละคือสิ่งที่ท่านได้เบียดเบียนคนอื่นไว้
ตอนท่านทำ ท่านให้ทุกข์กับผู้อื่นเป็นเวลานาน
แต่ตอนรับผล ท่านอยากให้โดนแป๊ปเดียว
ยุติธรรมหรือเปล่าครับ?

ว่ากันตามจริงอีกเช่นกัน
ท่านลองสังเกตุดูสิว่า
ที่จริงแล้วทุกข์หลายๆอย่าง มันทุกข์แค่แป๊ปเดียว
แต่การที่ท่านเก็บมาคิด นั่นแหละทำให้ทุกข์มาก
เงินหายหรือ? ตอนจังหวะที่เงินหายนั่นแหละ ทุกข์
เพราะไปยึดมันไว้
แต่หลังจากนั้น จะเอาแต่วนเวียนว่า เสียดายจังเลย หลายบาท
ซื้อโน่นได้ด้วย ซื้อนั่นได้ด้วย
และถ้าท่านเดินชนเสาไฟอีกล่ะ?
ท่านควรจะโทษกรรมเก่า หรือความขาดสติ ปล่อยให้ใจไปจมกับทุกข์เก่าๆดีครับ?

แล้วทำอย่างไรดี
ศาสนาพุทธแท้ๆไม่เคยมีการแก้กรรมให้วุ่นวาย
กรรมที่เคยทำ แม้จะทำจริง ไม่ได้หมายความว่าใช้อำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งใดๆก็ตาม ดลบัลดาลให้หายไปได้
ถ้าจะบนกับเหล่าเทวดาและพระพรหมล่ะ? ท่านทั้งหลายก็ยังตกอยู่ภายใต้อำนาจกรรมเลย แล้วจะช่วยเราได้อย่างไร
นักบวชล่ะ? ท่านทั้งหลายก็ยังเสวยผลแห่งกรรม ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีอยู่เช่นกัน

เท่าที่เราท่านจะมีได้คือสติและปัญญา
มองเหตุและผลตามความเป็นจริง แล้วจัดการแก้ปัญหาหรือหาทางป้องกันเสีย
จะตีโพยตีพายโวยวายเพื่อโทษแต่กรรมเก่านั้นไม่ถูกต้อง
เราคือพุทธผู้อยู่กับปัจจุบันไม่ใช่ลัทธิกรรมเก่าแต่อย่างใด

เมื่อท่านทุกข์
ขอให้ท่านเก็บรวบรวมสาเหตุของความทุกข์ก่อน พวกเงินเก็บไม่มี คนไม่เห็นความดี รักคนมีแฟน ฯลฯ
แล้วจึงนำมาวิเคราะห์หาวิธีแก้ต่อไปเป็นเรื่องๆ
จะตรงประเด็นมากกว่า และยั่งยืนกว่าการแก้แบบฉาบฉวยเป็นไหนๆครับ
และหากท่านเจริญสติด้วยจะยิ่งดี ท่านจะพบว่า ทุกข์ทั้งหลายมันเกิดจากความทะยานอยากจากกิเลสทั้งนั้น
ยิ่งถ้าเห็นด้วยว่ากิเลสทั้งหลายไม่ใช่ของเรา เป็นเพียงแต่สภาวะหนึ่งเกิดดับตามปกติธรรมดา ไม่ควรยึดมั่น
ผมขออนุโมทนาล่วงหน้าไว้เลยครับ


Create Date : 25 เมษายน 2554
Last Update : 25 เมษายน 2554 19:14:10 น. 1 comments
Counter : 298 Pageviews.

 
สรุปก็คือใช้ปัญญาแก้ปัญหา หรือ ความทุกข์ ส่วนมากคนที่แก้ปัญหาไม่ตกก็เนื่องมาจากระดับความทุกข์มันมากกว่าปัญญา จะเห็นว่าปัญหาระดับเดียวกันเกิดในคนสองคน คนที่มีปัญญามากกว่าก็มองว่ามันไม่มีอะไร ส่วนคนที่มีปัญญายิ่งมีน้อยเท่าไหร่ก็จะมองเห็นปัญหาใหญ่มากเท่านั้น

โชคดีคือ ทุกข์หรือปัญหาเกิดจากกรรม(action)ครับ กรรมไม่สามารถเปลี่นระดับได้ เช่นกรรมเล็กไม่สามารถยกระดับเป็นกรรมใหญ่ได้ ทำกรรมเท่าไดก็ได้รับผลเท่านั้น แต่ปัญญาสามารถยกระดับได้ ด้วยผลอันนี้ปัญญาจึงเหนือกรรม newbadan@hotmail.com





โดย: บาดาล IP: 101.108.238.190 วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:7:53:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Maxymillion
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Maxymillion's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.