เมษายน 2559

 
 
 
 
 
1
2
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
All Blog
One MONTH...of (almost) Vegan life! ชีวิต Vegan นางฟ้ามาเกิดชัดๆ เย้ยย ใช่เร้อ?


เดือนกว่านิดๆแล้วนะ...
จากเรื่องราวที่ "ตรวจพบระดับ คอเรสเตอรอลที่พุ่งสูงปรี๊ด 250"
ทำให้ฉันต้องเริ่มศึกษา และ "ปรับเปลี่ยนอาหารที่กิน...."
เนื้อสัตว์ทุกชนิด เป็นแหล่งที่ให้ คอเรสเตอรอล อย่างเข้มข้น
แต่...ไหนๆ จะงด...ละ....เลิก...ทำไมถึงไม่ Go Vegan ซะเลยล่ะ



อย่างที่บอก...Vegetarien มีหลากหลายรูปแบบ
มี Vegetarien ที่ยังกิน นม ไข่ ชีส...แต่ไม่เอาเนื้อสัตว์เลย ..
ในขณะที่ Vegan ไม่เอาเลยสักอย่าง...
พูดง่ายๆ ไม่แตะเนื้อสัตว์ทุกชนิด...ไม่ดื่มนมจากสัตว์
(หันไปกินนมจากพืชแทน เช่น นมถั่วเหลือง)
และไม่กินไข่ ไม่กินชีส..เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์...

Vegan บางคน... เคร่ง...ครัด จัดหนัก!
ไม่แม้แต่จะ "สวมใส่..." ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสัตว์
เช่น กระเป๋าหนังวัวช้างควาย เข็มขัดหนังก็ไม่เอา..

* ซึ่ง * เรายังไม่เห็นตัวเองว่า "จะไปถึงตรงนั้นได้...." บอกเลย! 555
เพียงแค่อยากลอง Vegan แบบไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิดเลย ไม่ดื่มนม ไม่กินไข่ และชีส
แค่นี้อิชั้นก็ "จุกอก" แระ....ฮ่วยยยยย

อ่ะ...ก่อนอื่นใด... ที่คนเราจะเริ่ม "เปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามในชีวิตนะคะ"
เราจะต้อง " มีความเชื่อซะก่อน ว่า ...​เราทำได้แน่นอน!!!!"
ถ้าเราไม่มีความเชื่อตรงนี้ อย่าลงมือทำเลยค่ะ เพราะไม่สำเร็จหรอก..บอกเลย!
คนที่ "อยากจะลดความอ้วน..." อยากผอม อยากโน่นนี่นั่น...
แต่... ป้าอยากจะบอกว่า "มีแค่ความอยากอ่ะ มันไม่พอนะคะ"
มันต้องอาศัย "ความเชื่อมั่นในตัวเองด้วยว่า เราน่ะ ทำได้แน่นอน.."
และเมื่อ "เชื่อมั่นแบบนั้นแล้ว เราถึงค่อยๆคงมือทำค่ะ"

ตอนที่อ่านๆ ศึกษาๆๆ เรื่อง Vegan ฉันบอกตัวเองเลยนะว่า
"เฮ้ย...มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยนะ...เราทำได้แน่นอน..."
แต่... การที่จะทำได้นั้นนะคะ มันคงจะไม่ได้เริ่มนับกันตั้งแต่วันแรกหรอก
ฉะนั้น "ห้ามเว่อร์...คร่ะ!!!!"

ตลอดหนึ่งเดือนกว่า ที่ผ่านมา..
เจออะไรมาเยอะ... กินเนื้อปลาเข้าไปก็หลายหน
เนื้อสัตว์ เป็ด หมู วัว...แจกแหลกแDรกไม่อั้น ในวันเกิดของคุณนายแม่สามี
ห่าาาาาาานนนนนจิก!!!! เลือกไม่ได้ ทำตัว "แตกต่าง" ทำตัว "มีปัญหา" ไม่ได้!!!!
ต้องทำตัว สงบเสงี่ยม เจียมบอดี้...
เพราะงานนี้จะมีแค่ "หนเดียว" one and only time คร่ะท่านผู้ชม
รอไรคะ แDรกๆเข้าไปสิคะ
กินๆๆๆๆๆ แม่งให้ไขมันจุกอกกันไปข้าง...ฮึ่ยยยยยยย

ผ่านงานนรกนั่นมาเสรด.... ก็มาป่วยได้อีก...การป่วยหนนี้ไม่ใช่เล่นๆเลยค่ะ
ป่วยแบบที่ไม่เคยป่วยมาหลายปีล่ะ...ไอแห้งๆแต่ดันมีเสมหะ
หมอผีให้ยาปฏิชีวนะมากิน พรุ่งนี้ก็จะครบ 7 วันแระ อาการเริ่มดีขึ้นมากมาย
แต่ก็ยัง ไม่อาจที่จะ "ลั้นลา ถลาลม เอาตัวไปออกกำลังกายได้"

ถ้า 365วัน...ในหนึ่งปี..มันจะมี "วันห่าาาาาานจิก!"
ที่จำใจ และ จำเป็นเพราะสถานการณ์บีบบังคับ
ให้ต้อง อ้าปากขยับกรามบนล่าง...เคี้ยวเนื้อสัตว์เข้าปาก
แบบ งานวันเกิดแม่ผัว...นี่ เราคิดว่า "โอเคร นะก๊ะ"

อ่ะๆๆๆ ใครอ่านมาถึงตรงนี้ คงคิดว่า..หือ...อิป้า มรึงหาข้อแก้ตัว...
อยากจะกินเนื้อสัตว์ ชิมิคระ!!!! แหมๆๆ อิพวกชอบฟันธง! ฟังGuก่อนนะคะ 555
ล้อมวง ปูเสื่อเข้ามาใกล้ๆค่ะ จะเปิดอกเล่าให้ฟัง...อย่างไม่มีปิดบัง...



ชีวิตสมัยก่อนที่ "กินเนื้อสัตว์"  กับ ชีวิตตอนนี้ที่ "พยายาม...เลิกกินเนื้อสัตว์"
ฉันอยากจะบอกทุกคนเหลือเกินค่ะว่า ...
ชีวิต Vegan นั้น..เป็นชีวิตที่ "ง่าย สบายกว่าตะก่อนมากมายค่ะ"

มีช่วงแรกๆ..ช่วงเริ่มต้นค่ะ ที่ยังอยู่ในภาวะ "โต่ะจายยยยยย"
เฮ้ย! ไม่มีเนื้อสัตว์...กุตาย กุตายๆๆๆๆๆๆๆ
ก็แหกไปหาซื้อ "เต้าหู้" มีทั้งแบบ รมควัน
และแบบปกติ แบบนิ่มๆเหมือนเต้าหู้หลอดนั่นก็มีนะ
เราซื้อมาอัดซะเต็มตู้เย็นเลยอ่ะ .... ฮ่วย...
..............​
สภาพจิต เรายังปรับไม่ได้ทันทีทันใดไง.... ยัง ผวา...อยู่อ่ะ
-----------
* และพอมีบรรดา "เต้าหู้" เต็มตู้เย็น..*
เราก็ไม่ได้สนใจที่จะ "นำพวกมันมาปรุงอาหารหรอกค่ะ"
เพราะ...อย่างที่บอก...เราเชื่อมั่นในตัวเองมากว่า "เราทำได้"
เราเป็น Vegan ได้จริงๆ ...
ปัญหาของ บรรดา "เต้าหู้แช่เย็น" ที่เค้านำเอามาขายๆกันนั้น
คือ.... ทุกครั้งก่อนที่เราจะแงะมันออกมา กิน...
เราจะหงายดู "ส่วนผสม..." ว่าแม่งประกอบไปด้วยไรบ้างวะ?????
และ * ทุกครั้ง *
เราก็จะได้เห็นว่า มันมี สารเคมีห่าๆเหวๆ ปนอยู่อ่ะ แทบทุกครั้ง..

เรื่องนี้ล่ะ ที่ทำให้เรา เริ่ม "ถอดใจ...และ เอาใจออกห่างเต้าหู้ในที่สุด"
คือถ้าคิดจะเป็น "สาวกเต้าหู้"
เราคิดว่า ทางที่ดีสุดคือ " ฝึกทำเต้าหู้เอง....จากเมล็ด soya จริงๆ"
อันนี้คือ "ดีที่สุดอ่ะค่ะ" อย่าไปซื้อแบบ สะดวกๆมากินเลย มันไม่น่าจะดีนะเราว่า
ส่วนตัวแล้วเราชอบกินเต้าหู้นิ่มๆ แต่อ่านเจอเค้าว่า คุณค่าทางโภชนาการน้อยเต็มท๊น
ส่วนเต้าหู้แบบอื่นๆ เรา....เฉยๆอ่ะ บอกเลย..!!!!
คือ ไอ้เต้าหู้เนี่ย มันก็ไม่เคยอยู่ในเมนูบ้านเรามานานแล้วนะคะ
ไอ้ครั้นจะ "จับมันมายืนในเมนู" ด้วยเหตุที่ "ทดแทนเนื้อสัตว์"
เราคิดว่า "ไม่จำเป็นเลย" ค่ะ ไม่มีเนื้อสัตว์ ก็คือไม่มีจบ...ง่ายดีไหมอ่ะ!!!!

เต้าหู้ไม่ได้แปลว่า เป็นแหล่งเดียวของ โปรตีนนะคะ
ถั่วหลากหลายชนิด ให้ทั้งโปรตีน และ ไฟเบอร์!!!
Fiber สำคัญนะ...ทุกวันต้องจัดถึงให้ได้ 30g

.............​ เกิดไรขึ้น...???
เมื่อละ ลด และ พยายามเลิก "กินเนื้อสัตว์" มาระยะหนึ่ง..
สำหรับฉันคนเดียวเลยนะคะ...
เมื่อไม่ได้กินเนื้อสัตว์มาซัก วีค สองวีค
..พอมากินอีกที มันไม่ได้อร่อยอีกแล้วนะ
มันแหยะๆอ่ะ มันเหมือน "ซากศพ" เฮ้ยไม่ได้เว่อร์นะ เรื่องจริงค่ะ!!!!
และก็จะ "ถามตัวเองตลอด"...นี่กุจะกินมันไปทำไมวะ?????

....อารมณ์... ฮอร์โมน....​
อันนี้เราเป็นผู้หญิง..เราต้องหัดสังเกตตัวเองให้ได้นะคะ
ฉันอยากจะบันทึกไว้เลยว่า ...
หลังจาก "ละ เลิกกินเนื้อสัตว์" ...
ฉันหา "อารมณ์ฉุนเฉียว" aggressive ไม่เจอ...
ไม่ได้รู้สึกว่า "ต้องมีอ่ะ"
(ไม่ได้เกี่ยวกับว่า อารมณ์จะต้อง ดี...ตลอดเวลานะคะ อย่าสับสน)

แม้กระทั่งว่า...มีนะ ตอนที่โกรธ...
แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเราจะต้อง "วีน ต้องเกรี้ยวกราด"
แปลกป่ะ....???? เมื่อก่อน...เวลาโกรธ มันจะมาเป็นแพคเกจเลยนะคะ
..เริ่มจาก โกรธก่อน จากนั้นต่อด้วย อาการวีน เหวี่ยง และเกรี้ยวกราด

ยกตัวอย่าง...วันก่อนในซุปเปอร์มาร์เก็ต ..
สามีถามเรื่องน้ำดื่มจะเอายังไง..มันมีสองยี่ห้อ..
ยี่ห้อแรกคือ Contrex >เป็นน้ำดื่มที่
"ให้คุณค่ามากที่สุดในสามโลกนี้" จงไปหาซื้อมาดื่มซะ
และ อิน้ำดื่มยี่ห้อนี้ ฉันต้องพยายามดื่ม
แต่ด้วยความที่มันมีแร่ธาตุมากมายเหลือเกินอ่ะ
ร่างกายมัน "ย่อยยาก...ว่ะ" เข้าใจป่ะ...

และ อีกยี่ห้อคือ Vittel ที่บ้านนี้มีฉันคนเดียวที่ดื่มอยู่ค่ะ
คุณสามี ฮีดื่มแต่ Contrex เท่านั้น
ฉันก็บอกกับสามีว่า คงต้องค่อยๆ
"Mix" ดื่มไปก่อนเพราะร่างกายฉันยังไม่ชินกับ Contrex

อิห่าผัวเว้ย...ดันเข้าใจว่า กุน่ะไม่เอาแล้ว ไม่ดื่มแล้ว Vittel
และเลือกที่จะดื่มแต่ Contrex อย่างเดียว!!! ฮึ่ย!
เดินออกมา จนช้อปเสรดอะไรเสรด ก็ไม่เห็นคุณท่านเค้า หาซื้อ Vittel
ก็สงสัย..ถาม..." ทำไมไม่ซื้อล่ะ ที่บ้านเหลือแค่ หกขวดนะ"
(ฉันดื่มน้ำวันละ สามลิตร ประมาณ สองขวดต่อวัน)

สามีบอก "อ้าวก็เห็นเธอบอกว่า ไม่เอาแล้ว"
"แอร้ยยยย กุบอกตอนไหนวะห๊าาาาา"

ตอนนั้น...* รู้สึกอยากปรี๊ดนะคะ *
แต่...ไม่ได้รู้สึกว่า ต้องวีน หรือ aggressive อ่ะ
ก็เลย "เงียบ......." สามีพูดอะไรก็ "อื่ม...ไม่ตอบ"
และก็พูดบอกสามีไปว่า "ฉันรู้สึกโกรธเธอจังที่เธอไม่เข้าใจชั้นนนนนน"
"น้ำเสียงตอนพูด...ไม่มีสูงต่ำนะ ไม่มีเสียงดัง พูดแบบปกติมาก"
ปกติมาก...ซะจน แอบแปลกใจตัวเอง...ฮ่าๆๆๆ

เอิ่ม..คุณคะ!!!!! บอกเลยนะคะว่า
อาการแบบนี้ ไม่ใช่อิชั้นในอดีตเลยนะฮะ!!!
ในอดีตนี่ออกแนวแรมโบ้...Terminator ...
แต่มาวันนี้ "เฮ้ย เริ่มเป็นคนมากขึ้น ฮ่าๆๆ"

ไม่ใช่เรื่อง มโน นะคะ แต่มันเป็นเรื่องจริง...
มันเกี่ยวอย่างมาก กับ "อาหารที่กิน" เข้าไปนะคะ
....

พูดง่ายๆ ในวันนี้ ฉันมองไม่เห็นตัวเองว่า ตัวเองจะ เกรี้ยวกราด...ได้ยังไง?
เราไม่ได้รู้สึกว่า จะต้องเป็นแบบนั้นอ่ะ...จริงๆนะคะ

............

เนื้อไก่...
เนื้อหมู...
เนื้อวัว...
เนื้อกุ้ง หอย ปู ปลา...อาหารทะเลพวกนี้

แม้ว่า ทุกวันฉันจะเป็นคนทำกับข้าว...และต้องทำให้สามีทาน
แต่น่าแปลกนะ...ที่ฉันไม่ได้รู้สึกว่า "เอิ่มมมม อยากกินๆๆๆ เนื้อสัตว์พวกนี้"
ฉันรู้แค่ว่า "มีหน้าที่ต้องปรุงอาหาร" ก็ทำไปให้ดีที่สุด
อาหารนี้ทำให้ สามีทาน
ส่วนของตัวเองก็จะ ยัง "ไร้เนื้อสัตว์" เหมือนเดิม

* ฉันไม่ได้มอง...เนื้อสัตว์ คือแหล่งของโปรตีน *
ฉันมองเนื้อสัตว์ว่า มันคือ ศพ...ซากสัตว์ที่ตายมานานมากๆแล้ว
และตอนที่มันเคยมีชีวิตอยู่ มันก็โดนอัดสารเคมีซะท่วมตัว
เพื่อตอนขายจะได้กำไรสูงๆ เนื้อวัวที่ถูกอัดไปด้วย "น้ำ"
เพื่อที่จะทำให้ ตัวใหญ่ขึ้น หนักขึ้น และนำมาขายได้ราคา
หมู...ที่ต้องกินยาปฏิชีวินะกันแบบว่าเล่น เพราะห้ามป่วยตาย!
ตายยกครอก เจ้าของคงจะ จนยกตระกูล..!!!
ไก่...ที่เกิดมาพอระยะหนึ่งเริ่มโต ก็จะโดนตัดปาก...
เพื่อไม่ให้ไปจิกกัด ไก่ตัวอื่นจนเป็นแผล..และติดเชื้อ
แถมโดนเลี้ยงในพื้นที่จำกัด...

"ความเครียด" ของสัตว์พวกนี้ มีผลมาก...
หากเราบริโภคสัตว์พวกนี้เค้าไปสู่ร่างกายนะคะ
อันนี้ยังไม่นับ...สารเคมี และ ยาปฏิชีวินะที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายคุณอีกด้วยนะคะ

...................
สิ่งหนึ่ง...ที่ผ่านเข้ามา "รบกวนจิตใจของฉันสิ้นดี!!!"
บางครั้ง และ หลายๆคราว
นั่นคือ " Sushi!!!!! " ฮาาาา ป่ะ!! กุไม่ฮาคร่ะ!
แม้กระทั่ง...รู้มากรู้เยอะ รู้จริงบ้าง...ไม่จริงบ้าง...แฮร่ๆ
ว่า Sushi มันไม่ใช่อาหารที่ฉันควรนำขึ้นแท่น...
ปลาแซลม่อน ถูกเลี้ยงและยัดเยียดให้กิน "สารเคมี"
เพื่อที่ "เนื้อของปลา" จะได้มี "สีส้มสวยงามน่ากิน"
(ไม่มีปลาห่านจิกที่ไหน ผ่าออกมาแล้วมีสีส้มค่ะ !!!!)

แม้จะรู้ทั้งรู้ว่า ... Sushi คือการบริโภค "ของดิบ...ดิบจริงๆ ดิบเถื่อนๆ" 555
ยิ่งใน ประเทศเยอรมัน...บ่อเลี้ยงปลาแซลม่อน คงไม่มีอ่ะนะ
ทุกอย่างที่ กระเดือก ลงคอ...คือ
"เนื้อปลาดิบๆ ที่ แช่แข็ง...." มาเป็นเวลานานแค่ไหน? ใครรู้???
แต่ก็ "มีหลายหนมากๆค่ะ" ที่...จู่ๆก็รู้สึก โอ๊ยยยยยยยยย

อยากกิน Sushi ใจแทบขาด...

* และเชื่อว่า อาการนี้จะหายไป...ในเร็ววัน!!!! *
เพราะ...
ฉันต้องฝึกตัวเองให้ Creative ในการ "ทำอาหาร" มากกว่านี้
และ ....นี่คือแค่ "การเริ่มต้น" ค่ะ....
ปลาแซลม่อน ไม่ใช่อะไรที่ รสชาดเริ่ดเว่อร์
เพราะ ลำพัง เนื้อปลาแซลม่อนเฉยๆ มันไม่ได้อร่อยซักเท่าไหร่นะ เราว่า

เคยถามเพื่อน...ที่มันไม่กินปลาเลย...เน้นว่าไม่กินเลย!
พอพูดถึง Sushi มันร้อง ยี๊....เว้ยเฮ้ย!555
มันบอก ดิบก็ดิบ แDรกเข้าไปได้ไงวะ ไม่กลัวพยาธิเหรอ?
เอิ่ม...​จบเห่ ฮ่ะ!!!!
เพราะนอกจาก สารเคมีสร้างสีสรรให้เนื้อปลาแซลม่อน
สาร mercury ในปลาทูน่า
และสารเคมีต่างๆนานา ยาปฏิชีวนะต่างๆ ที่ยัดให้ปลามันกิน!
เพื่อที่มันจะได้ โตไวๆ ไม่ตายห่าไปซะก่อนที่จะนำมาขาย
ยังดั๊นนนนน มี "พยาธิ" เข้ามาเกี่ยวด้วยอีก ฮ่วยยยยยย ไรเนี้ย แอบเยอะนะ



เห็นไหมคะ????
ถ้าเรา "ตัด" มัน "ง่ายกว่า" และ ง่ายมาก...
ง่ายมากกว่าที่จะ "มาเสียเวลานั่งอาลัยอาวรณ์" มันอ่ะค่ะ
กับอาหารที่ แม่งงงงง ก็ไม่ได้เริ่ดแถมแพรง! อีกตะหาก!!!
เวลาเดินเข้าร้าน Sushi กินกันสองคน เช็คบิล 45-50Euro!!!
ในขณะที่ หากคุณเดินเข้า ร้านสเต็ก...สั่ง Steak แบบเนื้อๆเน้นๆ
เช็คบิลออกมา ราคาก็เท่ากันอ่ะค่ะ

To get this shitty Sushi out of my Thinking system
คงจะต้องใช้เวลากันนิดนุงส์.. I think I will find my Way as always ;)

..............

Be creative !!!!! is all what we need.....

นี่คือ ภาพเมนู ...บ้านๆ...



Cous Cous ยำคนสวย...แซ่บที่สุดใน "สามโลก" ของคนผอม..คร่ะ แฮร่ๆๆๆ

เกิดมาไม่เคยลองกินค่ะ ไอ้คุณ CousCous ไรเนี้ย
พวกตุรกี มอรอคโค เค้าทานกัน เอามาทำเป็น "สลัด"
แต่เราเคยลองทำตามแล้ว ผลคือ "แหลก...ม่าย ล่าย!"

ในเมื่อทำตามๆเค้าแล้วกินไม่ได้...รอไร?
หันมา "ทำตามใจเรา ทำแบบถูกปากเราคนเดียว"
ก็น่าจะเริ่ดเร่อเว่อร์วังได้เหมือนกันนะคะ

จานนี้ถือเป็น จานโปรดจานนึงค่ะ ผักนึ่งมีแซมพอ ขำ ขำ
แถมมี ถั่วแบบ linsen ที่ให้ประโยชน์มากมายอีกด้วย
ยำแซ่บๆ บีบมะนาว พริกขี้หนูสับ โอ๊ยยยย แค่นี้ก็ฟินยันชาติหน้าแล้วค่ะ

....
วันก่อน... เพื่อนที่ทำงานบอก.."นี่เธอลดน้ำหนักอีกเหรอ?"
เพราะมันบอกว่า ตัวเราบางลงไปอีกอ่ะ..
จริงๆแล้วกรูแห้ง แฟ่บบบบบ 
เพราะกรูแก่ลงตะหากล่ะ ฮึ่ยยยยย!!!!

เอาเป็นว่า เม้าส์มอยกันแค่นี้ก่อน ...
Vegan life มันให้อะไรๆมากกว่าที่คิดค่ะ
บอกเลยว่า "ดีใจ...ที่เลือกมาเส้นทางนี้"
และ จะ "เดินหน้า ทำต่อไปค่ะ"

หมอประจำตัว บอกว่า ต้นเดือน มิถุนา...ให้มาเช็คเลือดอีกรอบ
ครั้งนี้...หวั่นใจ เอ๊ยยยย ไม่ใช่ๆๆๆ มั่นใจค่ะว่า ผลควรที่จะออกมาดี(นะยะ)

ไปแล้วค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอยู่ด้วยกันที่นี่นะคะ
จุ๊ฟฟฟฟฟฟฟ!!!!



Create Date : 25 เมษายน 2559
Last Update : 25 เมษายน 2559 18:24:06 น.
Counter : 801 Pageviews.

3 comments
  
อ่านแล้วละอายแก่ใจค่ะ
เคยคิดว่าจะเลิกทานเนื้อ
สงสารน้องวัว
แต่ทุกวันนี้ถ้าเลือกได้คงเป็น "เนื้อ"ครบสามมื้อเลยอะคะ

น้ำหนัก 100 กว่าโล
ไม่เคยเชื่อสักครั้งว่าตัวเองจะลดน้ำหนักสำเร็จ
อ้วนมันต่อไป
สุขภาพห่วยมากก็ได้แต่ทำใจ

ไม่ได้แหละ
ต้องทำใจใหม่ ต้องเชื่อมั่นว่าเราทำได้
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่แบ่งปันมานะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Max Bulliboo Health Blog ดู Blog

โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 25 เมษายน 2559 เวลา:20:58:17 น.
  
น่าสนใจนะคะ ทานวีแกน แล้วทำให้สภาวะทางอารมณ์คงที่ ป้าอิ๋วเคยทานมังสะวิรัติมาช่วงหนึ่ง ไม่ค่อยสังเกตค่ะว่าอารมณ์เย็นหรือไม่ เพราะปกติไม่ค่อยวีนใครอยู่แล้วค่ะ แต่ที่สังเกตได้คือระบบขับถ่ายที่ดีขึ้นค่ะ

แหม๋คุณน้องพูดถึงปลาแซลมอนซะไม่อยากทานเลย ของโปรด แต่ก็ทำเป็นลืมที่มาที่ไปแหละค่ะ อิอิ

เจ้า cous cous นี่ป้าอิ๋วชอบนะคะ ที่เขาทำสไตล์ดั่งเดิมของเขาก็ทานได้นะคะ อร่อยหอมเครื่องเทศ kuemel ดีค่ะ

ป้าอิ๋วอยากโหวตให้ diary blog นะคะ เพราะเหมือนเขียนบันทึกที่มีประโยชน์มากจริงๆ จ้า

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Max Bulliboo Diarist ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: Sai Eeuu วันที่: 28 เมษายน 2559 เวลา:9:38:11 น.
  






เป็นกำลังใจให้ค่ะ ..

ทำได้แน่ๆ ..






โดย: foreverlovemom วันที่: 30 เมษายน 2559 เวลา:14:20:35 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 83 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**