เมษายน 2560

 
 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
Freediving : ไม่ใช่กีฬา "ทัามัจจุราช" แต่คนที่ตายๆกันก็เพราะ.... ต้องอ่านค่ะ


ไม่ได้ตามข่าวที่ไทย จนกระทั่งเพื่อนบล๊อกเข้ามาเขียน
บอกเรื่องราวของ สาวรัสเซียที่ไปฟรีไดรฟ์ และ หายตัวไป ที่เกาะเต่า
ที่ทำเอา "พม่า" เอ๊ย ไม่ใช่ๆๆ ทำเอา "แพะ" เอ๊ยยย ไม่ใช่อีกล่ะ!!!
ทำเอา "คนทั่วไป" อกสั่นขวัญหาย..

เราทราบ feedback มาจากเพื่อนๆ blog หลายๆคน
ที่บอกว่า ได้ "แรงบันดาลใจ" มาจากเรื่องราวที่เราเขียน
เกี่ยวกับ กีฬาใหม่ที่เราไปฝึก มาเมื่อปีที่แล้ว นั่นคือ Apnea Freediving



ป้านาตาลี....ที่เป็นแชมป์มาซะหลายสมัยของ สถาบัน AIDA ..
ป้าแกก็ "ต้องมาจบชีวิตในทะเลที่สเปน" จากสาเหตุที่ว่า
"ออกไป ดำน้ำคนเดียว" ไม่ใช้ Fin ตั้งใจจะดำลงไปแค่ 45เมตร

ทำไม แกถึงตาย?? และสาเหตุที่ แกตาย...ไม่ได้ทำให้ ใครเสียใจเลยนะคะ
หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ...​ตายเพราะ อีโก้ ....
ด้วยความคิดที่ว่า "ข้าเก่ง ข้าเป็นแชมป์ ดำน้ำฟรีไดรฟ์แค่จิ๊บๆ 45เมตรในทะเล"
มันดูเหมือนจะ "กระจอกมาก" สำหรับแชมป์โลกแบบป้า อ่ะค่ะ
ป้าแกก็เลย...ไม่สนใจใน กฏข้อที่ หนึ่ง! ของการดำน้ำแบบฟรีไดรฟ์ นั่นคือ
"ห้าม ดำน้ำคนเดียว" !!!!

เรานะสงสารลูกชายคนเดียวของแกมาก Alexi ...ที่ต้องมาเจอสภาพแบบนี้
เพราะทั้ง Alexi และ นาตาลี ได้เดินสาย สอนฟรีไดรฟ์ และสอนนักเรียนว่า
"อย่าออกไปดำน้ำคนเดียว"... แต่ นาตาลี ไม่แคร์กฏข้อนี้...ผลก็อย่างที่เห็นค่ะ



เทคนิคที่จะ ฟรีไดฟ์วิ่ง freediving ให้ปลอดภัยคือ มรึงไม่ควรแหกกฏค่ะ
แค่นี้แหละ... เค้าสอนมาแบบไหน ก็ให้ทำแบบนั้น อย่าเผือกแหกกฏ!
สั้นๆ ง่ายๆ จบมั๊ยอ่ะ?



นาฬิกา..จับความลึก... เครื่องมือ "สร้าง อีโก้ให้แก่นักดำน้ำค่ะ"
นี่คือ ความลึกที่ "โค้ชของฉัน ที่สอน ฟรีไดรฟ์" โพสต์บน FB
อันแรกคือ ตัวเค้า อันถัดมาคือ ของเมียเค้า คนสองคนนี้เป็น นักกีฬาดำน้ำ
และ ลงแข่งทุกปีค่ะ

ฉันเคย...ถาม Tommy Freediver Thailand คนนี้น่ารักมาก
หากใครจองทริปไปเที่ยวกับ Love Andaman อาจจะได้เจอน้องเค้านะคะ
เค้าเป็นทั้ง ไกด์ และสอน freediving แบบเบสิคง่ายๆด้วยนะ
เราถามเค้าว่า ...​"ลึกแค่ไหน ถึงจะพอ???" ในการดำน้ำฟรีไดรฟ์ แบบแนวลึก
คำตอบ เท่ห์ๆ ...จากปากน้องเค้าคือ...

"ก็ ลึก เท่าที่ พี่รู้สึกมีความสุขอ่ะครับ" จบป่ะ....
ปัญหาคือ ...นักฟรีไดรฟ์ หลายๆท่านไม่เคยเจอ "ความสุข" จากการดำน้ำลึกไง
เพราะ ตัวเองจะพยายามกระเสือกกระสน ที่จะ ดำน้ำให้ลึกมากกว่าที่ร่างกายรับได้...



William Trubridge ... ที่เชื่อว่าหลายๆคนที่สนใจการดำน้ำแบบ ฟรีไดรฟ์​ต้องรู้จัก
พี่คนนี้ แกเคยเจอปัญหา diving accident เมื่อหลายปีก่อน...
ที่ทำให้ ประสาทสัมผัสของแกเสียหาย คือจมูกไม่สามารถรับรู้กลิ่น ลิ้นไม่รับรู้รสชาด..
อะไรประมาณนี้ และจนทุกวันนี้ ก็ไม่แน่ใจว่า ประสาทสัมผัสตรงนี้กลับมารึยังนะคะ

การที่จะฝึก "การดำลึก" ให้ได้ "แต่ละเมตรนั้น" ต้องใช้เวลานานมากค่ะ
ปัญหา ไม่ใช่เรื่องของ "การดำลงไปให้ลึก...กี่เมตรๆนะคะ"
ปัญหาคือ "ขากลับขึ้นมาบนผิวน้ำตะหาก"
เพราะ อากาศที่เราหายใจสต๊อกในร่างกายเข้าไปนั้น...มันไม่เหลือพอสำหรับ "ขากลับ" อ่ะค่ะ
เข้าใจนะ ...ตามนั้น...
เรื่อง ลงลึก ใครๆก็ทำได้ค่ะ บอกเลย
แต่ ลงลึกไปแล้ว...ขากลับนี่สิ... ที่อากาศมันจะไม่เหลือพอ...

ตะนี้...เวลาที่ "อากาศมันเหลือไม่พอ เหลือน้อยสุดๆ"
ร่างกายมันจะทำอย่างไรต่อไป??? ร่างกายมันจะ ทำการ "ตัดก่อนตาย..."
หมายถึง มันจะทำการ Shut down อวัยวะที่ใช้พลังงานมากสุด..
นั่นคือ "สมอง" ....​สมองเป็นแหล่งที่ใช้พลังงานมากสุดๆค่ะ
อาหารที่คุณทานๆเข้าไปในแต่ละวันนั้น 30% กว่าๆ
นี่คือ "สมอง" จกเอาไปใช้หมดนะคะ
ที่เหลือจากนั้นถึงจะเผื่อแผ่ลงที่ยังอวัยวะอื่นๆค่ะ

shut down คือ black out แต่ไม่ได้แปลว่า "ตาย"
black out คือ ...หมดสติ...
ที่ร่างกายมันทำแบบนี้ ก็เพราะมันต้องการประหยัดพลังงานค่ะ
นักฟรีไดรฟ์ ที่ลงแข่งๆกัน เจอปัญหานี้มาแล้วแทบทุกคน
ด้วยเหตุที่ อากาศเหลือจำกัดมาก...ในร่างกายเรา
ร่างกายมันต้องทำการ รักษาชีวิตของเราเอาไว้..
มันก็จะทำการ หยุดระบบสมองทั้งหมด..คือ shut down (black out)

ที่ว่า ไม่ได้แปลว่า ตาย...เพราะ ... หากได้รับการช่วยเหลือเอาไว้ทัน..
นำขึ้นมาบนบก ซักพักสติของคุณก็จะกลับมาดังเดิม...

แต่..นึกภาพตามนะ หากดันไป black out
ที่ความลึก 10เมตรสุดท้าย...ก่อนถึงผิวน้ำ
ไม่มีคนช่วย...
คนเราเวลาหมดสติ จะควบคุมอะไรไม่ได้อีก...ก็จะ อ้าปาก...
พอ อ้าปาก...น้ำเข้าปาก คุณก็จะ "ตาย" ..
เพราะน้ำจะเข้าไปอุดทางเดินหายใจค่ะ
เข้าใจตามนี้นะคะ ...สภาพเหมือนคนจมน้ำตายอ่ะแหระ

ในการแข่งขัน...ทุกๆที่ ... เวลา freediving เน้นความลึก ในทะเล
เค้าจะต้องมี Safety diver อย่างน้อยๆ สอง ถึง สามคน
จะรอ นักกีฬา ขากลับขึ้นมาที่ ความลึก 5 เมตร 10 เมตร และ 15 เมตรค่ะ
คนนึง ต้อง ดำลงไป...ที่ 15เมตร และดำน้ำขึ้นมาพร้อมๆกันกับ นักกีฬา
และต้อง "จ้องตากันตลอด" ว่าทุกอย่างโอเค....

Safety diver จะต้องคอยดู หากนักกีฬาดำน้ำขาขึ้นมาแบบ "ผิดปกติ"
เค้าก็จะรีบเข้ามา ช่วยนำตัวขึ้นมาทันที....
ช่วง 10 เมตร ถึง 15 หรือ 20เมตรสุดท้าย เป็นช่วงที่อันตรายมากที่สุด...

อีกสาเหตุ... ที่อันตราย สำหรับคนที่ดำน้ำลึก คือ อาการ​ narcosis
คล้ายๆคน เมา...เวลาลงไปลึกๆ
ซึ่ง ณ วันนี้ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่า "ทำไม"
เพียงแค่รู้ว่า เมื่อเกิดอาการเราจะรู้สึกแบบนี้ๆ ...

เคยมี แชมป์โลก และหนึ่งในผู้ก่อตั้งสถาบัน AIDA freediving
Loic Leferme  ที่ freediving แบบ No limit ที่ความลึกร้อยเจ็ดสิบกว่าเมตรมั๊ง
คือ ลงไปแล้ว... เดินหายไปจาก sldge หน้าตาเฉย...ไม่กลับมาอีก...
อาการนี้ เจอได้กับ Scuba diving ด้วยนะคะ
บางคน ยื่น Reg จากปาก พยายามจะ ยื่นให้ ปลา เฉยเลย...

อาการ Narcosis นี้ สามารถหายเองได้
หากเอาตัวขึ้นมาในระดับที่ไม่ลึกมากกว่าที่เป็นอยู่ค่ะ
ความอันตรายคือ ...เวลา ลงไปลึก แบบ freedving นี้
Freediver จะต้อง ลงไปคนเดียวไง...ไม่มีใครช่วยคุณ!!!

กรณีของ สาวรัสเซีย...ที่เกาะเต่า...
สำหรับวงการ ฟรีไดรฟ์ แล้ว...ถือเป็นเรื่องธรรมดา
เพราะ "ทำตัวเอง"
ไม่ใช่เรื่อง น่าสงสาร หรือ น่าตื่นเต้นแต่อย่างใด

การจะหาศพเจอ คงยากมากๆ
เพราะ กระแสน้ำใต้ทะเล ก็คงจะพัดออกไป ไกลล่ะ
เค้าถึง บอกเอาไว้เลยว่า .... หากจะไปซ้อม ฟรีไดรฟ์ ดำน้ำลึก...

นอกเหนือ จาก Buddy ...
Buddy ที่สามารถ ดำน้ำได้ใน level เดียวกันกับเรานะคะ
ไม่ใช่ level ที่ตื้นกว่าเรา หาก level ที่สูงกว่า นั่นคือเราปลอดภัย
แต่ คนที่คู่กันกับเราจะ "แย่..." เพราะหาก level เค้าสูงกว่า เราจะช่วยเค้าได้ยาก

สิ่งที่ควรใช้...ในการดำน้ำลึกทุกครั้งเลยคือ



Boje ค่ะ ... ใช้ เพื่อเอาไว้ "เกาะ" เวลาขึ้นมาสู่ผิวน้ำ หรือ ก่อนจะลงใต้น้ำ
Boje มันเป็นอะไรที่ สามารถช่วยชีวิตคุณได้ หากมีอันเป็นไปที่จะต้อง search หา...
เค้าก็จะหาตัวคุณจาก อิ Boje นี่ล่ะค่ะ


Lanyard ตัวที่คล้อง ระหว่างเชือกจาก Boje กับมือของคุณ เวลาคุณลงสู่ใต้น้ำ
ตัวนี้ สำคัญโคตร!!!! หากไปฝึกใน "ทะเล" จำเป็นอย่างแรง
เพราะ "กระแสน้ำแรงๆใต้น้ำนั้น"
สามารถที่จะ พัดเอาตัวคุณปลิว....ไปจากจุดที่ดำน้ำได้ค่ะ
เมื่อคุณมีตัวนี้... คุณมีความปลอดภัย
ว่าตัวคุณจะไม่ปลิวกระเด็นไปไกลๆจากจุดเริ่มต้น

แต่ฉันคิดว่า สาวรัสเซีย นี่คงไม่มีอะไรซักอย่าง
นอกจาก อินาฬิกาบอก อีโก้..... ความลึกที่เคยดำๆ มานั่น
และ หน้ากาก กะฟิน (รึปล่าว? อย่าบอกนะว่าไม่ได้ใช้ฟิน อีกตะหากอ่ะ)

Freediving เป็น กีฬาที่....แตกต่างจากกีฬาแบบอื่นๆ
เพราะ เป็นกีฬาที่ "ไม่จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อเลย.....แต่ใช้การโฟกัสจากภายในร่างกาย"
การใช้ ปอดสองข้างอย่างเต็มที่... ที่จะ บรรจุอากาศให้แน่นๆ
จากการหายใจเข้า....แบบเน้นๆเต็มๆ แค่ครั้งเดียวก่อนที่จะ เอาตัวลงสู่ใต้น้ำอ่ะค่ะ

มันไม่ใช่ กีฬาท้ามัจจุราช ...
ไม่ใช่ extream sport
ไม่ใช่ สิ่งที่ทำแล้ว เท่ห์ หรือ เทรนด์

Freediving เป็น "ความสามารถ" ที่มนุษย์มีอยู่แล้วทุกคน
เพียงแค่ ...เราอาจจะไม่เคยได้ นำมันออกมาใช้...
ทุกคนที่ "ฝึกฝนอย่างถูกวิธี" สามารถ freediving ได้ทุกคนค่ะ
เน้นเลยว่า ทุกคน....

ร่างกายคนเรา มันเป็นสิ่งที่วิเศษสุด...
หากคุณลองให้มัน "ทำอะไรสักอย่าง" ช่วงแรกๆอาจจะไม่ง่าย
แต่พอครั้งที่ สอง สาม สี่ ห้า...ร่างกายมันจะ memories เอาไว้
และมันจะพยายาม พัฒนาตัวเองขึ้นทุกครั้งที่คุณให้มันทำในสิ่งเดิมๆค่ะ

เหมือนการวิ่ง....
หากไม่เคยวิ่ง กิโลเมตรแรกนี่คือ โหด สุด
หากไม่ "ยอมแพ้" ตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง อีก...
กิโลเมตรแรก จะสบายขึ้น และค่อยๆ กระเถิบมา กิโลเมตรที่ สี่ ห้า หก ...ไปเรื่อยๆ
ซึ่ง...อย่างที่บอก คือ ร่างกายมันต้องใช้เวลา...
ในการเรียนรู้ การปรับตัว เพื่อที่จะพัฒนาตัวของมันเอง...

เหมือนการกลั้นหายใจ...
พอเห็นบางคน กลั้นหายใจได้ 6นาที ทุกคนร้อง โอ้โห....
แต่คุณต้องเข้าใจว่า คนที่เค้าทำได้นั้น
เค้าไม่ได้จู่ๆ ลุกขึ้นมากลั้นหายใจได้ 6 นาทีนะคะ
เค้าต้องค่อยๆฝึก จาก หนึ่งนาที กระเถิบมาเป็น สองนาที เป็นต้น
เทคนิค การกลั้นหายใจได้ นาน คือคุณต้อง relax ทุกส่วนของร่างกายให้หมด

ฉันมองเห็น "ความดี ของ ฟรีไดรฟ์" ในเรื่องของการ relax นี่ล่ะค่ะ
หากคุณ relax ไม่เป็น คุณ freedive ไม่ได้หรอก เพราะอากาศหมดไว...555
แค่ ขยับ
แค่ คิด
ก็เท่ากับ ใช้อากาศ อ่ะค่ะ ....

ก่อนจาก...
ขออวดรูป แฟนใหม่ ซักกะนิด อิอิ



รู้ปล่าวววว ว่าคนนี้คือใคร ...???



ฟิลม์นี้...เมียเค้าเป็นคนถ่ายทำ..กว่าจะได้มา สามนาทีนิดๆนี่ หืดขึ้นคอ...
ดำผุดดำว่าย มากกว่า 80 ครั้งอ่ะค่ะ สุดยอดมั๊ยอ่าาาาา

ตัวจริง โคตรน่ารัก...บอกเลย
ตอนนี้เค้าอยู่ที่ "เกาะเต่า" มั๊งคะเห็น post on Facebook
ว่าได้ไปงาน Tao Festival
อ่ะนะ ...​

อยากเรียนฟรีไดรฟ์.... ได้ค่ะ แต่ แนะนำว่า หา Buddy ก่อนดีกว่านะคะ
อย่า...กระโจนลงไปเรียนคนเดียว
นอกจากจะหา Buddy แล้ว
คุณควรที่จะ คำนึงถึง เมื่อเรียนจบแล้ว จะไปซ้อมที่ไหน และซ้อมกับใคร
การฝึกซ้อม สำคัญมากกว่าการเรียนค่ะ บอกเลย
หากแค่ เรียน...เฉยๆ ไม่มีที่ฝึกซ้อม
เอาเงินไปเรียน scuba diving ดีกว่าค่ะ ...

ขอบคุณที่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนกันที่นี่นะคะ



จำไว้ๆๆๆๆๆ
วันนี้เยอรมันอากาศดี๊...ดี คร่ะ ไว้เจอกันใหม่นะคะ จุ๊ฟๆๆๆSmiley




Create Date : 01 เมษายน 2560
Last Update : 1 เมษายน 2560 20:32:10 น.
Counter : 589 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสาวไกด์ใจซื่อ

  
หนูว่านอกจากคนถูกถ่ายจะสุดยอดแล้ว เมียที่ถ่ายให้เฮียแกนี่แหละค่ะ สุดยอดไม่แพ้กันเลย

จะจำไว้ให้ขึ้นสมองเลยค่ะว่า ถ้าจะฟรีไดรฟ์ต้องหาบัดดี้ให้ได้ก่อน แฮร่...

หนูคลิกจากหน้าแรกอ่านไม่ได้เฉยเลย

ต้องมาที่หน้าหลักเจ้ ถึงจะอ่านได้ซะงั้น

พรุ่งนี้มาโหวตให้นะคะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 1 เมษายน 2560 เวลา:21:25:04 น.
  
โหวตค่า

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
haiku Art Blog ดู Blog
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 2 เมษายน 2560 เวลา:9:47:38 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 78 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**