ซื้อของเข้าร้าน 1 - คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเปิดร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ เราจึงรวบรวมเงินจากผู้มีอุปการะคุณได้สี่แสนบาท สำหรับคอมพิวเตอร์ 12 เครื่อง และเป็นเงินทุนสำรองในช่วงแรกสามเดือน และเผื่อสำหรับซื้อของเบ็ดเตล็ดต่างๆ เพิ่มเติมในกรณีที่จำเป็น

เราเลือกคอมพิวเตอร์สเป็คกลางๆ เพราะถ้าสเป็คต่ำเกินก็จะไม่ดึงดูดใจลูกค้า ในทางตรงกันข้าม ถ้าสเป็คเทพ จะทำให้ระยะเวลาคืนทุนยืดออกไปอีก แต่ถ้าร้านคุณอยู่ในทำเลทอง มีเงินลงทุนมาก สามารถซื้อเครื่องได้มากตั้งแต่ 20 เครื่องขึ้นไป จะใช้สเป็คเทพก็ยิ่งดี เพราะจะเป็นจุดขายของร้าน จากประสบการณ์ มีร้านสเป็คเทพมาเปิดใหม่ในหมู่บ้าน แต่ลูกค้าประจำของร้านเรายังอยู่ครบ เพราะการดึงดูดใจลูกค้าไม่ใช่เพียงแต่เครื่องใหม่สเป็คแรงอย่างเดียว

1. ตัวเคสและอวัยวะภายใน

ร้านเกมโดยส่วนมากนิยมใช้ CPU AMD เพราะมีราคาถูกกว่าตระกูล Intel ความแรงและอึดไม่แพ้กัน ส่วน Mainboard ให้เลือกใช้ได้ตามอัธยาศัย ของเราใช้ Asrock เพราะราคาถูก คุณภาพ OK การ์ดจอใช้ Innovation เหตุผลก็เหมือนกับ Mainboard และ CPU สำหรับ Harddisk ให้เลือกที่มีความจุสูงหน่อย เพราะเกมเดี๋ยวนี้กินเนื้อที่ค่อนข้างเยอะ หากเราลงเกมน้อยก็จะไม่มีตัวเลือกให้ลูกค้า เพราะลูกค้าแต่ละคน แต่ละกลุ่มก็จะชอบเล่นเกมต่างกัน

นอกจากนี้ยังควรติดตั้ง undo card หรือโปรแกรม recovery ซึ่งเจ้าสองตัวนี้จะมีคุณสมบัติคือ ในกรณีที่ลูกค้าเอาภาพ เพลง โปรแกรม มาลง หรือมีไวรัส เมื่อเรา restart เครื่อง ทุกอย่างจะกลับไปสู่สภาพเดิมเหมือนตอนที่เรา format ลง windows ใหม่ๆ มั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครแอบเอาภาพลามก หรือไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์มาลง แล้วมาตบทรัพย์เราแน่นอน (แต่ก็ไม่ 100% นะ เรามี recovery software ยังอุตส่าห์ติดไวรัสได้เลย TT แต่มีก็ดีกว่าไม่มีละเนอะ)

Computer สำหรับใช้ในร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ มักไม่ใส่ Optical Drive พวก CD-Rom, DVD-Writer เพราะไม่จำเป็น จึงควรมี External DVD-Writer ไว้ ในกรณีที่ต้องลง windows ให้เครื่องลูก หากลูกค้าต้องการใช้งาน CD หรือ DVD ก็ให้เอามาใส่ Drive ในเครื่องแม่ (เครื่องคิดเงิน) แล้วทำการแชร์ไดรฟ์เอง ก็จะ Save Cost ไปได้จำนวนหนึ่ง

สำหรับเครื่องคิดเงินไม่ต้องเสป็คเริ่ดหรุอะไรมาก ใช้เครื่องเก่าหรือเครื่องมือสองที่มีอยู่แล้วก็ได้ เพราะหน้าที่ของมันก็แค่เป็นเครื่องจับเวลาเท่านั้น

2. จอ
สมัยนี้จอ LCD มีราคาลดลงมาก จอ LCD ที่เห็นในท้องตลาดมี 2 แบบคือ จอธรรมดา กับจอ Widescreen ลูกค้าที่นิยมเล่น DOTA มักจะชอบจอแบบธรรมดา เพราะถ้าเล่นกับจอ Widescreen ภาพจะหลอนมาก ที่สำคัญเวลายิงบางคนใช้นับช่องเอา พอมาใช้ Widescreen จะนับช่องไม่ได้ ทำให้พลาด แต่จอ Widescreen จะมีราคาถูกกว่าจอธรรมดา (ซะงั้น) เอาเป็นว่าก็เลือกตามใจชอบ แต่ในอนาคตจอธรรมดาคงหมดไปจากตลาดแน่นอน

ขนาดของจอจะมีตั้งแต่ 19 นิ้วที่แสดงผลที่ 18.5 , จอ 19 นิ้วที่แสดงผลเต็ม , จอ 22 นิ้ว แต่จากการทดลอง แค่ 19 นิ้วก็โอเคแล้วสำหรับการเล่นเกม เพราะใหญ่กว่านั้นถ้าเล่นนานๆ จะปวดตา เลือก response time ที่ 5 ภาพจะได้ไม่ไหว ถ้าสูงกว่านี้เวลาเล่นเกมเช่นปังย่า จะเห็นชัดเลยว่าเวลาลูกกอลฟ์บินมันจะมีเงาๆ แต่เท่าที่ดูจอ 19 นิ้วในท้องตลาดปัจจุบันมักจะมี response time เริ่มต้นที่ 5 อยู่แล้ว (จะเอา response time ต่ำกว่านั้นก็ได้ แต่ราคาจะสูงมาก และให้ผลที่ไม่แตกต่างกันนักเวลาเล่นเกม)

นอกจากนี้จอบางยี่ห้อ จะมีปุ่มที่หน้าจอปรับให้จอแสดงผลแบบ 4:3 ได้ คือกลายเป็นภาพขนาดธรรมดา ไม่อ้วนเหมือนจอ Widescreen แต่มันจะตัดภาพด้านข้างออกเหลือแต่แถบดำ ยี่ห้อที่เราใช้คือ LG แต่ถ้าลูกค้าต้องการดูหนังก็สามารถปรับให้จอแสดงผลแบบ widescreen เหมือนเดิมได้ โดยกดปุ่มที่หน้าจอเพียงปุ่มเดียว

อีกยี่ห้อที่แนะนำคือจอ BenQ หากเราเล่นเกมที่มี Mode support Widescreen และใช้จอ BenQ ตัวจอจะปรับภาพให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ผลที่ได้คือ ตัวละครในเกมจะไม่อ้วน นอกจากนี้ยังประหยัดไฟสูง ที่เราได้ลองซื้อจอ BenQ ขนาด 18.5 นิ้ว มาลองใช้ พบว่าโอเคเลย ภาพสวยกว่า LG แต่ลูกค้าที่เล่น DotA ก็ไม่ชอบอีก เพราะเกม DotA ไม่มีโหมดรองรับจอ Widescreen เมื่อมาใช้กับ BenQ ที่ไม่มีปุ่มปรับ 4:3 ก็จะนับช่องไม่ได้อีก

สรุปว่าตอนนี้ร้านเรามีจอหลากหลายมาก ก็ต้องทดลองใช้ๆ ไป ตอนนี้ที่น่าเล่นอีกตัวคือยี่ห้อ AOC ที่นำเข้าโดย บ.Advice เพราะราคาถูกและเป็นโรงงานที่ผลิตจอ LCD ให้ยี่ห้อชั้นนำเอาไปตีแบรนด์ พอมาทำจอยี่ห้อของตัวเองขาย เลยสามารถขายได้ในราคาที่ถูกและคุณภาพดี ที่สำคัญรับประกันถึงห้าปี ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ รับประกันเพียง 3 ปีเท่านั้น



3. Keyboard & Mouse

อุปกรณ์สำคัญสำหรับคอเกมคือ Mouse และ Keyboard ให้เลือกเม้าส์ที่มีความไวสูง จับถนัดมือ ขอแนะนำ Mouse MD-Tech รุ่น MD-180 ราคา 100 บาท (ซื้อเยอะอาจต่อได้อีก เพราะเพื่อนเราซื้อ 30 ตัว ได้ราคาที่ 80 บาท) อย่าใช้เม้าส์จากจีนที่ขายตัวละร้อย เพราะมันพังง่ายมาก (ลองมาแล้ว) ส่วนคีย์บอร์ดต้องเลือกแบบปุ่มนิ่ม ทนทาน เพื่อรับมือกับคอเกม Audition และสาวก Camfrog เราใช้ Logitech รุ่น Classic Plus ใช้ไปแค่หกเดือนตัวหนังสือลอก ปุ่มแข็งอย่างกะหิน โชคดีเราเอาไปเคลมกับบริษัทแม่เลย คือ บรรเลืองชินอินเตอร์ เค้าเปลี่ยนให้ใหม่หมด เป็นรุ่นเดิมแต่คาดว่าจะเป็นเวอร์ชั่นปรับปรุง เพราะใช้งานได้ดีมาก แอบสังเกตความแตกต่างระหว่างรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่คือ รุ่นเก่าตรงปุ่มที่มี logo windows จะเป็นแค่ screen logo ธรรมดา แต่ตัวใหม่ที่เราได้ จะเป็นวงกลมนูน screen logo ตามรูป



4. หูฟัง

หากต้องการความเงียบสงบ (แต่เด็กเล่นเกมก็โหวกเหวกกันอยู่แล้ว คงไม่ค่อยสงบซักเท่าไหร่หรอก อิอิ) แนะนำให้ใช้หูฟังแทนลำโพงนะจ๊ะ เราซื้อยี่ห้อ Philips รุ่น HLI-50 เป็นหูฟังแบบพับได้ สามารถปรับให้เข้ากับขนาดหัวของเด็กๆ ได้ จริงๆ เค้าไว้ใช้กับเครื่อง mp3 แต่เราเอามาใช้ที่ร้านเพราะน้ำหนักเบา จะได้ไม่เจ็บหูมากนัก รุ่นนี้จะคล้ายกับ HLI-40 แต่รุ่น HLI-40 จะเป็นขาเหล็ก ส่วน HLI-50 จะเป็นขาพลาสติก ซึ่งใส่แล้วกระชับกว่า ข้อเสียคือ หูฟังเป็นฟองน้ำบางๆ ขาดง่าย ต้องซื้อฟองน้ำหูฟังถูกๆ มาสำรองไว้ใช้ แต่ข้อดีคือ เสียงดี และทนทานจ้า



5. Printer และ Scanner

Laser Printer เหมาะกับร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ที่ไม่ได้รับงานพิมพ์เป็นหลัก บางทีอาทิตย์นึงไม่ได้เปิดเครื่องเลย เพราะจะไม่มีปัญหาหัวพ่นหมึกตันเหมือน Inkjet Printer แถมต้นทุนต่อแผ่นยังถูกกว่าอีกด้วย แต่เวลาหมึกหมดทีก็ซีดเหมือนกัน เพราะราคาตั้งแต่ เกือบสองพันบาทขึ้นไป ยังไม่รวมถึง Drum ที่มีอายุการใช้งานจำกัด ของเราตอนนี้ใช้ Laser Color Printer ยี่ห้อ Xerox ซื้อตอนโปรโมชั่น ราคา 9,990 เดี๋ยวนี้ Laser Color Printer ราคาถูกลงกว่าแต่ก่อนมากมาย เมื่อเดือนที่แล้วไปเดินตามห้างไอที เห็นของยี่ห้อ Lexmark ราคาแค่ เจ็ดพันกว่าบาทเอง

ส่วน Scanner ควรมีติดร้านไว้ เอารุ่นธรรมดาก็พอ เพราะเวลาเราต้องสมัครเป็นสมาชิกเกมส์ออนไลน์ต่างๆ มักจะต้อง Scan เอกสารส่งทางเมล์ไป ถ้าเราไม่มี Scanner ก็ต้องส่งไปทางแฟกซ์ ซึ่งจะสิ้นเปลืองมาก

6. Network Item

สำหรับอุปกรณ์ Network ที่จำเป็นต้องใช้ได้แก่ Router, Switch (หรือ Hub)

ตัว Router นั้น ส่วนมากบริษัท Internet ISP จะแถมมาให้อยู่แล้ว ส่วนตัว Switch แนะนำให้ใช้แบบโลหะ เพราะจะระบายความร้อนได้ดีกว่าแบบพลาสติก และควรซื้อ Switch ที่จำนวน port เยอะกว่าจำนวนเครื่อง เผื่อไว้ในกรณีที่ต้องการเพิ่มเครื่อง จะได้ไม่ต้องซื้อ Switch ใหม่

นอกจากนี้ควรมีสายแลนสักกล่อง หัว Lan และคีมเข้าหัวสักชิ้น หากสาย Lan มีปัญหาจะได้สามารถแก้ไขได้เองโดยไม่ต้องพึ่งช่าง วิธีเข้าหัวแลนสามารถดูได้ตามลิงค์นี้
http://www.khumphet.th.gs/web-k/humphet/lan-cable.html

ในที่สุดการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงก็เสร็จสิ้น เนื่องจากเราไม่ใช่ช่างเทคนิคนะจ๊ะ ดังนั้นความรู้ลึกๆ จะไม่มี ที่นำมาบอกกันก็เป็นแค่ประสบการณ์และของที่เราใช้ในร้านเท่านั้น หากใครมีข้อแนะนำ เพิ่มเติม หรือติติง ก็ Comment มาได้เลย ตอนต่อไปจะพาไปดูว่า ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่เค้ามีเกมอะไรที่เป็นเกมฮิตบ้าง แล้วต้องซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ตัวไหนจึงจะปลอดภัย ไม่ถูกจับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์จ้า



Create Date : 17 มกราคม 2552
Last Update : 24 มกราคม 2552 16:54:36 น.
Counter : 1885 Pageviews.

3 comments
  
เก่งจังเลยค่ะ
โดย: เนื้อคู่ประตูถัดไป วันที่: 16 เมษายน 2552 เวลา:22:30:10 น.
  
พี่ครับอัพเดทอีกสิครับ
ในอนาคตผมฝันว่าอยากมีร้านเน็ตเหมือนผมชอบอ่านบทความของพี่มากครับ
โดย: chai IP: 125.24.1.136 วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:21:52 น.
  
ได้มีโอกาสแวะมาอ่านหาความรู้ ต้องขอบคุณในความมีน้ำใจมากๆค่ะ เพราะกำลังสนใจเปิดร้านอินเตอร์เนตพอดี ข้อความของคุณช่วยได้มากจริงๆ ในการตัดสินใจ ขอเป็นแรงใจในการปันน้ำใจสู่คนอื่นๆ ที่จะก้าวเข้ามาในสนามธุรกิจนี้ด้วยคนน้ะค้ะ และเราจะแวะเข้ามาหาความรู้และข้อคิดดีๆ แบบนี้อีกค่ะ ขอบคุณจากจัยจิง
โดย: jukjikjung IP: 124.120.149.120 วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:30:41 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

แมวเหมียวขนฟู
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



มกราคม 2552

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31