Group Blog
 
 
เมษายน 2548
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
6 เมษายน 2548
 
All Blogs
 
เรื่องของเพื่อนคนแรก

29 ตุลาคม ที่ผ่านมา เป็นวันที่ลูกสาวผมอายุครบ 3 เดือน ลูกสาวผมนะเหรอก้อลูกสาวที่เกิดจากนากะนิ่ม เพื่อนรักของผมที่อยู่เชียงใหม่โน้น ลูกสาวผมชื่อ น้องพีรดา ผมอ่ะเป็นพ่อทูนหัว และก้อเป็นพ่อที่ใจดีที่สุดในโลกเลยแหละ ดีใจที่มีลูกสาวสักทีใฝ่ฝันมานานแล้ว วันศุกร์ที่ 7 นี้ ผมต้องไปเชียงใหม่อีกครั้ง และที่สำคัญผมต้องไปเจอหน้าเจ้าตัวเล็กของผม แต่ผมยังกระวนกระวายใจอยู่เลยว่าจะเอาอะไรไปรับขวัญดี

พอพูดถึง ไอ้นา ก้อคันปากยุบยิบๆ อยากคุยเรื่องของมันสักกะหน่อย

นาเป็นเพื่อนรักของผมคนนึง รักมาก จริงๆแล้วเพื่อนรักของผมมีไม่กี่คน

หรอกครับในชีวิตนี้ และนาเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ผมจะเล่าเรื่องของมัน

ให้ฟัง……………


พูดถึง “นา” “พนา” หรือ “พณสนฑ์ รัตนิทัศน์” เพื่อนอันเป็นที่รักยิ่งของผม นาเป็นลูกชายสุดสวาทขาดดิ้นของป่าไม้จังหวัด เราเจอหน้ากันครั้งแรกในโบสถ์ของมหาลัย ตอนที่มีการปฐมนิเทศน์นักศึกษาใหม่ ปี 2534 บังเอิญผมไปนั่งข้างมันพอดี เมื่อก่อนแรกๆทักทายกันด้วยการพูดคุณ พูดผม แสนจะสุภาพเรียบร้อย แต่ตอนนี้เหรอ เอิ๊กก กู – มึง – +++ - ห่า สารพัด

วีรกรรมแรกที่ไปเผชิญกันคือ ช่วงนั้นสอบมิดเทอม เลยไปอ่านหนังสือใน ห้องสมุดของ ม.ช.กะไปดูสาวด้วย เอิ๊กก พอดีมีนักศึกษา ม.ช.กลุ่มหนึ่ง 4-5 คน สงสัยมันจะท้องอืด พรึมพรำๆกวนตีนโต๊ะที่พวกผมนั่ง วันแรกผ่านไป วันที่สองลองของใหม่ เจออีกแล้วกลุ่มเดิม หนึ่งในนั้นทำเป็นรูดคัตเตอร์แกร๊กๆ กลัวตายละ ก้อเลยหาทางเยียวยาโรคท้องอืดให้ซะหน่อย ผมเดินไปที่โต๊ะเด็ก ม.ช.เปิดฉากเจรจาก่อน “ ถ้ามึงแน่มึงลงไปเจอพวกกูข้างล่าง “ ผมเจรจาสำเร็จ เดินตามลงมาเป็นแถว ปรากฏว่าพวกมันที่รออยู่ข้างล่างอ่ะเป็นร้อย ให้ตายเถอะแบตแมน และก้อได้รู้ว่าพวกนี้อ่ะเด็กรัฐศาสตร์ สงสัยว่าพวกมันคงมากันหมดทั้งคณะเลยมั๊ง ไม่นึกว่าคำเชื้อเชิญของผมจะเข้าตีนมันได้ถึงขนาดนี้ แต่ก้อรอดมาได้หวุดหวิดเพราะอาจารย์ ม.ช.มาห้ามทัพ เกือบไป…………

นาเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง ไม่บ่อยครั้งที่ผมจะเห็นมันเศร้าเลย แต่ก้อมีอยู่ครั้งหนึ่ง เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นน้ำตามัน จากเมื่อมีอยู่วันหนึ่ง นากะผมไปร่ำสุรากัน ที่ร้าน RIVERSIDE ก้อปรากฏว่าบังเอิญมันไปเจอปุ้มสาวน้อยภายใต้กรอบแว่นตากลมๆ ซึ่งปุ้มก้อคืออดีตหวานใจของมัน สองคนนี้เมื่อก่อนวุ๊ย !! รักกันมากแต่อยู่ดีดีก้อมาพลัดพรากกันเฉยๆ ด้วยสาเหตุใดนั้นกองพิสูจน์หลักฐานไม่ได้บอกมา มันไปเจอปุ้มมันคงจะเศร้ามากจนร้องไห้ออกมา เศร้าชะมัดยาด ปลอบมันไปร้องไห้ไปกะมันด้วย ตอนที่นาคบกับปุ้ม นามันดูมีความสุขมากเลย นาเป็นผู้ชายโรแมนติกตัวฉกาจ คนหนึ่งเลย มันมักจะทำโน้นทำนี่ประดิษฐ์โน้นประดิษฐ์นี่ให้ปุ้มเสมอๆ เช่น ตัดเนื้อเพลงใส่กรอบก้อดี อัดเทปเพลงซึ้งๆก้อดี ซื้อ ซีดี เพลงหวานๆก้อดี และยิ่งร้ายไปกว่านั้น พ่อเจ้าพระคุณลุกขึ้นมาปักคอสติสให้ปุ้มครับ โอ๊ย จะบ้าตาย แต่ก้อต้องทึ่งกะมันเพราะมันปักได้จริงๆ ไอ้นากูเชื่อมึงเลย ไอ้บ้า 555 แล้วอีกอย่างหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ความโรแมนติกของมันคือ มันชอบสีชมพูมาก ชอบมากขอบอก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หรือแม้กระทั่งรองเท้าคอนเวิตออลสตาร์ของมัน ยังสีชมพูเลย สำหรับปุ้มมันรักของมัน ก้ออดสงสารไม่ได้ที่มันเลิกกัน เฮ้อ ความเอ๋ยความรักเมื่อก่อนน้ำต้มผักก้อว่าหวาน

ผมจำวีรกรรมของมันได้มากมาย ทั้งดี และเลว ขอเน้น เลวเจงๆ เราไปเที่ยวด้วยกันครั้งแรกที่ดอยสุเทพ ความที่ผมเพิ่งมาอยู่เชียงใหม่ มันก้อเลยอาสาเป็นไกด์นำเที่ยว เราไปสนุกสนานกัน ซึ่งครั้งนั้นถือว่าเป็นการเริ่มต้นสัมพันธภาพที่ดีทีเดียว เหมือนกับรถที่อุ่นเครื่องก่อนวิ่ง หลังจากอุ่นเครื่องแล้ววิ่งฉิว เที่ยวไม่หยุดเลยคราวนี้ ดื่มเหล้าบ้างตามแต่โอกาสจะอำนวย แต่ก้ออำนวยทุกโอกาส เอิ๊กกก

พฤติกรรมการขี่มอไซค์ในมหาลัย ก้อบ้าได้เช่นกัน พาหนะของผมคือ ยามาฮ่า BELL100 สีขาวเก่ามากครับ เคยเอาเพื่อนๆซ้อนๆกันไปเรียน บรรทุกได้กี่คนรู้ป่ะ 6คนครับท่าน รวมผม ก้อนั่งบนเบาะ 3 นั่งหน้า 1 ยืนตรงที่พักเท้าอีกข้างละ 2 โดยเอามือจับกันไว้ เป็นไงใครมองแล้วไม่ด่าในใจให้ถีบเลย เอิ๊กกนี่ถ้าบริษัทยามาฮ่ามาเห็น เค้าคงภูมิใจในรถของเค้าอ่ะนะ ส่วนไอ้นามันขี่ NOVA สีชมพูของมัน สีชมพูจริงๆนะให้ดิ้นตาย ไอ้-อกนามันชอบแกล้งเอารถผมเข็นไปซุกใต้ต้นโพธิ์ ต้นโพธิ์นั้นใหญ่มาก ศักสิทธิ์ด้วย ครั้งหนึ่งไอ้ปืนมันไปโหนเถาวัลย์แล้วหักลงมา ติด F สองตัวเลยครับ ต้นนี้จะอยู่หน้าโรงอาหาร ซึ่งบริเวณนั้นกำหนดให้เป็นซุ้มของพวกเราเหล่าบัญชี จอมแสบ หลายคนคง งง แล้วต้นโพธิ์เกี่ยวไร เข็นไปไว้ใต้ต้นโพธิ์แล้วมีไร นี่ครับไฮไลท์มันอยู่ตรงนี้ ต้นโพธิ์ต้นใหญ่ลำต้นมีลอยแยก แล้วในลอยแยกของต้นโพธิ์จะเป็นที่อยู่อาศัยของตุ๊กแกครับ เพียบเลย โครตพ่อโครตแม่ตุ๊กแกเลยครับ ผมอ่ะเกลียดตุ๊กแกเข้ากระดูกดำ เห็นแล้วจะตายให้ได้ มันอ่ะแกล้งผมครั้งแล้วครั้งเล่า เอารถผมเข็นไปจอดใต้ต้นบ้าง ไม่พอจับแขนจับขาผมไปมัดไว้ที่ต้นโพธิ์บ้าง เป็นที่สุกสนานกัน ขำกันขี้แตกขี้แตน ผมสิน้ำตาคลอเบ้า บางทีต้องทิ้งรถไว้เป็นคืนๆยังไม่มีปัญญาเข็นออกมาเลย และพวกมันก้อไม่ยอมเข็นออกมาให้ด้วย โน้นเลยต้องไปตามยามมาเข็นให้ เอิ๊กกก

ในห้างสรรพสินค้าพวกเราก้อไปถล่มกันมาแล้วโดยเฉพาะพิชซ่าฮัท ช่วงนั้นมีโปรโมชั่น กินเท่าไหร่ก้อได้ 49 บาทโค้กเติมฟรี เสร็จโจร ฟาดซะเกือบตายคาร้าน ไอ้ตี๋เพื่อนผมมันกินเข้าไป 2 ถาด มันอ๊วกแตกหน้าร้านเลยครับ มันเอามือปิดปากเอาไว้แต่เสียใจ พิชซ่าฮัทมันทะลักออกมาตามซอกนิ้วครับ ตัวใครตัวมันกระเจิงไปคนละทิศละทาง ปล่อยไอ้ตี๋ผจญชะตากรรมคนเดียว และนั่นเป็นเหตุให้ผมเลิกกินพิชซ่าจนถึงทุกวันนี้

ตอนเราอยู่ปี 2 ได้ไปเที่ยวด้วยกันบ่อยขึ้น น้องๆอยากไปไหนพี่นากะพี่หนุ่มสามารถพาน้องๆที่น่ารักไปได้หมด พอดีช่วงนั้นมันมีเหตุการณ์บังคับต้องไปด้วยกันคือ รุ่นน้องชื่อชมพู่เค้าแอบชอบพี่นา ส่วนน้องหลิงแอบชอบพี่หนุ่ม เอิ๊กกก ว่างเป็นไม่ได้แห่กันไปเขื่อนบ้าง อ่างเก็บน้ำบ้าง แล้วแต่ความอยาก ก้อไม่พ้นเมาอีกตามเคย ตอนไปเขื่อนแม่กวง ไอ้นามันเอากีต้าไปด้วย นามันเล่นกีต้าเก่งนะ พวกเราก้อไปนั่งกินกันในแพ ดีดกีต้า ร้องเพลง พอได้ที่ก้อกลับกัน ไอ้นามันก้อหิ้วกีต้าของมันกลับ ขณะเดินบนสะพาน ไอ้ไก่มันวิ่งๆๆ แล้วไปเกี่ยวเอากีต้าไอ้นา ลอยละลิ่ว ตูม!! น้ำกระจาย ความใฝ่ฝันของไอ้นาตอนนั้นคืออยากได้กีต้าหลังเต่ามากครับ ฝันของมันเป็นจริงแล้วครับ กีต้าที่ทำจากไม้เมื่อโดนน้ำมันก้อพองออกพองออก ได้แล้วกีต้าหลังเต่า ขำแทบตาย…

ช่วงเวลารับน้องซ้อมเพลงเชียร์กัน เป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานมากสำหรับผม ผมในฐานะหัวหน้าสต๊าฟว๊าก เวลาจะทำโทษน้องๆทีนึง ก้อจะสั่งลุกนั่งบ้างวิ่งบ้าง และถ้าประชุมเชียร์เมื่อใดอย่าให้ผมได้เห็นไอ้พนาแถวนั้นเด็ดขาด ไม่งั๊นมันต้องเป็นคนนำพาน้องๆวิ่งออกกำลังกายเป็นแน่ ถ้าน้องๆทำผิดแล้วผมสอดส่ายสายตาเห็นไอ้นาปุ๊ป ผมจะสั่งทันที “ วิ่งตามพี่นาไป “ ไอ้นามันก้อจะทำหน้าเบื่อโลก เอิ๊กก ประมาณว่าไอ้-อกหนุ่มแกล้งกูอีกแล้ว เอาวะวิ่งก้อวิ่ง แล้วมันก้อพาน้องๆวิ่งไปรอบสระน้ำหน้าโบสถ์ 555 สะใจผม จริงๆแล้วผมแกล้งมัน

นาเป็นเพื่อนคู่หูที่เล่นเทนนิสกับผมได้คนเดียวเลย เพราะคนอื่นมันเล่นไม่เป็น เวลาไปตีเทนนิสก้อจะต้องเมากลับบ้านทุกทีเลยให้ตายสิ กีฬาๆเป็นยาวิเศษ

มีอีกเรื่องจำได้แม่นยำ ก้อคือวันหนึ่งเรานั่งอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบปลายภาคกัน นั่งอ่านกันอยู่ สองคน เกิดหิวข้าวขึ้นมา ก้อออกไปกินข้าวกันแต่ก้อตกลงกันไม่ได้ว่าจะไปกินที่ไหน เอ่า!! ไปกินที่ โอ2 ( โอ2 คือ โอลิเวีย 2 คาราโอเกะ )ก้อแล้วกันที่นั่นข้าวเค้าอร่อย “ กินอย่างเดียวแล้วกลับนะโว๊ย” เราตกลงกัน “ เอาห้อง vip ดีกว่าจะได้อ่านหนังสือไปด้วยกินข้าวไปด้วยไม่เสียงดัง “ ผมแสดงความคิดเห็น แสดงให้เห็นว่าเราสองคนเป็นเด็กดีที่รักในการศึกษามาก เอาหนังสือไปอ่านด้วย แล้วเราสองคนก้อเดินผ่านเหล่าสาวงาม โฮสเตส ทั้งหลาย เราสองคนมองหน้ากัน ตกลงกันอีข้อหนึ่ง “ เอางี้เรียกน้องเค้าไปนั่งเฝ้าห้องด้วย 2 คน อ่านหนังสือไปด้วยจะได้ไม่เหงาและเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน “ วันนั้นข้าวที่เรากินกันเข้าไปทั้งหมดก้อ 2,500 บาท สบายใจนอนตายตาหลับ ยังมีหน้ากลับมาอ่านหนังสือต่อกันได้อีก น้องๆหนูๆเยาวชนทั้งหลายน่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างมากครับ

นามันเคยมาหาผมที่สุพรรณ ตอนนั้นบ้านผมอยู่สุพรรณ มันมาช่วงปีใหม่พอดิบพอดี อยากมาจังบ้านผมอ่ะ ก้อเลยชักชวนมันมา ตอนนั้นเอาค่าเครื่องบินที่จะกลับบ้านไปกินเหล้าหมด ก้อเลยต้องนั่งรถไฟชั้น 3 แอร์ กลับ อ่านไม่ผิดครับ ชั้น 3 แอร์จริงๆ หนาวโครตๆเลย เรากลับรถกลางคืนกัน กำลังหนาวได้ที่เลย ปกติไอ้รถไฟชั้น 3 หน้าต่างมันมักจะปิดไม่ค่อยได้ แล้ว มันก้อมาปิดไม่ได้ตรงที่ผมสองคนนั่งอยู่ ลมหนาวปะทะหน้าตัวชาสั่นไหว เราสองคนมาตู้เดียวกับพระเลยครับ มีเราสองคนนอกนั้นพระทั้งตู้จีวรปลิวให้ว่อน หนาวก้อหนาวหิวก้อหิว พอรถจอดสถานีแล้วใครมันจะเดินมาขายของให้เราสองคนล่ะที่นี้ ก้อหลวงพี่เล่นตากจีวรกันเต็มตู้ซะขนาดนั้นใครมันจะมาเดินขายของให้พระยามวิกาลหารู้ไม่ว่ามีลูกศิษย์วัด 2 ตัวนอนรอความตายอยู่ หิวไส้แทบขาด เอิ๊กกก ผมชวนนามันมาเที่ยวที่บ้าน แต่กลับพามันมาเข้าโรงงานนรก คือพามันมาช่วยทำขนมมันโดนผมหลอกให้มาช่วยทำขนม เพราะช่วงเทศกาลปีใหม่ที่บ้านผมคุณแม่เค้าจะทำขนมขาย เก่งและคล่องที่สุดของไอ้นาก้อคือ ทาหน้าด้วยไข่แดงบนคุ๊กกี้สิงคโปร์ รองลงมาก้อคือปั้นคุ๊กกี้เม็ดมะม่วง ทำแบบนี้ทุกวัน ไม่ออกไปไหนเลย แล้วมีอยู่คืนหนึ่ง ผมเห็นมันดีใจมากเลย เพราะผมพามันอกมาจากบ้าน ผมพามันขี่มอไซค์มาดูไฟดูถนนลุงบรรหารครับ อันเป็นสิ่งที่เป็นหน้าเป็นตาของเราชาวสุพรรณ ยิ่งนัก มันขอบอกขอบใจผมใหญ่เลย พอกลับเชียงใหม่แม่งบ่น 3 วัน 7 วัน …HAPPY NEW YEAR IN SUPHANBURI ต้องขอโทษเพื่อนรักมา ณ ที่นี้ด้วย วันหน้ากูจะชวนมึงมาอก ผมให้สัญญากับมัน ต่อมาเรื่องที่มันมาสุพรรณบ้านผมก้อเป็น TALK OF THE TOWN ไปอีกนานแสนนาน

วันนี้จะมาเมาท์เรื่อง นาเพื่อนผมต่อ กำลังมันเลย เอิ๊กกก

ในเมืองเชียงใหม่เราจะมีที่สิงสถิตยกันอยู่ สองถึงสามแห่ง หนึ่งในนั้นคือโอ 2 ดังที่กล่าวมาแล้วเมื่อวานนี้ โอ2 ก้อคือโอลิเวีย 2 คาราโอเกะ นั่นเอง โอ 2 ตั้งอยู่ในเชียงใหม่แลนด์ ใครไปเที่ยวเชียงใหม่ก้อแวะเวียนไปเที่ยวได้ บอกว่าผมแนนะนำมาได้ลด 30 % เชื่อป่ะ เอิ๊กกกถามว่าเที่ยวที่นี่บ่อยมั๊ย ก้ออยากจะตอบว่าถ้าเอาเงินที่ผมสองคนมาเที่ยวที่นี่รวมกัน คงประมาณว่าซื้อห้อง VIP ได้ 1 ห้อง พร้อมเครื่องเสียงดีดี 1 ชุดเลยล่ะ นาของเราสร้างความอลหม่าน ใน โอ2 ไว้มากมาย มันเป็นคู่กัดกับพี่ปิง (พี่ปิงแกเป็นชายประเภทพิเศษอ่ะครับ) เรื่องเด็ดๆของมันคือ เรื่องของ REMOTE ครับ รีโมทที่เค้าเอาไว้กดเลือกเพลงอ่ะครับ วันนั้นผมจำได้แม่น ขากลับออกจาก โอ2 เรามักจะแวะกินอาหารเกือบเช้ากันที่ ร้านข้าวเหนียวซ่องครับ ทำไมเรียกข้าวเหนียวซ่อง ก้อร้านนี้เค้าตั้งอยู่หน้าซ่องนี่ครับ ไม่ว่าจะไฮโซขนาดไหนไปเที่ยวมาก้อต้องมานั่งกินที่นี่ ขณะที่เรากำลังเพลิดเพลินกันรสชาดน้ำพริกหนุ่ม ไข่ต้ม อยู่ นามันก้องัดเอารีโมทออกมาอวด เพือ่นๆหน้าตาเฉย ผมนึกในใจแล้วไอ้ห้องนั้นมันจะเอาอะไรกดเพลงวะเนี่ย เป็นที่หน้าสังเกตุได้คือ ครั้งหลังๆที่ไปเยือน โอ2 จะไม่มีรีโมทในห้องเลย ลูกค้ามา บริกรก้อจะเอารีโมทมาให้ พอลูกค้าเรียกเก็บตัง บริกรเค้าก้อจะเอารีโมทไป โอ๊ว แม่เจ้า เพราะมันคนเดียวเลย ทำให้ร้านเค้าเสียระบบหมด มันบอกว่า ของที่ระลึก จ่าสยเงินไปตั้งเยอะ เก็บของมาเป็นที่ระลึกอย่างเดียวจะเป็นไรไป ดูมันดิ และเมื่อไหร่ที่มีบอลคู่บิ๊กแมตย์แตะพวกเราก้อจะไปดูกันที่ โอ2 เช่น มีอยู่คู่หนึ่ง นิวคาสเซิ่ล เตะกับ ลิเวอร์พูล ทั้งห้องเค้าเชียร์ ลิเวอร์พูลกันหมด แต่มีมันคนเดียวเชียร์ นิว ขอย้ำ มันคนเดียวจริงๆ พวกผมจะเชียร์เสียวงดังมาก มันจะเชียรืเงียบๆ และก้อวันนั้นเป็นทีของมัน นิวเอือกชนะ โดนกันถ้วนหน้าเงียบกันทั้งห้อง มีมันนั่งขำพูดเสียงวดังอยู่คนเดียวเลย คราวนี้ทุกคนเงียบฟังมัน ………

นาเป็นศิราณีที่ดีคนหนึ่งเลย เวลาผมมีปัญหาเรื่องของหัวใจ นามักจะให้คำปรึกษาได้ดีทีเดียว กลับกันเวลามันมีปัญหาผมก้อจะให้คำปรึกษาได้เช่นกัน ดังคำที่ว่า ตัวเราเองอาจจะมองไม่เห็นข้อบกพร่องของตัวเอง เช่นเมื่อวันที่ 4 กพ.41 ผมมีปัญหาเรื่องความรัก ผมก้อไปลากมันออกากบ้านพร้อมด้วยเบียร์ 4 กระป๋อง คุยกะมันที่เก้าอี้ไม้ริมน้ำปิง ซึ่งก้อเป็นเก้าอี้ตัวเดียวกับที่ผมและเธอเคยมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กัน นาจะให้ข้อคิดอะไรดีดีกับผมมากมาย จนผมรู้สึกดีขึ้นแล้วผมก้อลากมันกลับบ้านไป แต่ในทางกลับกันหน้ามือเป็นหลังเท้า ผมมักจะวงแตกเพราะมันก้อหลายคราเวลาที่ผมอยู่กะสาว มันมักจะมาในจังหวะที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งพร้อมด้วยวาจาอันแสนเชี้ยของมัน ครั้งหนึ่งผมเคยพาน้องโอ๋ไปนั่งทานข้าวที่ RIVERSIDE สวีตกันมาก แล้วก้อเช็คแล้วว่ามันไม่มาแน่ๆ เพราะ RIVERSIDE เป็นที่ประจำของพวกเรา แต่วันนี้มันต้องไม่มา ชัวร์ ที่ไหนได้ไสยศาสตร์มีจริงมันมาแล้วสครับพนา มาถึงมันใส่ผมเป็นชุดรับกระบวนท่าไม่ทันเลย หาว่าผมมาแล้วไม่ชวนมัน กูจะชวนมึงมาหาพระแสงของ้าวไรวะ จนน้องโอ๋รู้สึกว่าผิดมหันต์เลยที่ผมพาน้องเค้ามา เอิ๊กกก

มีอยู่วันนึงหาที่แปลกๆนั่งกินเหล้ากันบ้าง หลังจากออกจาก RIVERSIDE แล้วก้อตกลงันว้าจะไปปีนหน้าผากัน เอิ๊กกก ตี 2 หน้าผานี้อยู่ระหว่างทางขึ้นดอยสุเทพ เราปีนกับแบบซิลเวสเตอร์ เรื่องหนึ่งเลย เอามือจิกหญ้าขึ้นไป ให้ตายเถอะ แผลเต็มตัว ช็อตเด็ดมันอยู่ตรงที่ไอ้นามันปีนๆอยู่เกิดพลัดตกลงมาไถลลงมาอย่างรวดเร็ว มันก้อเอามือกุมหัว “ หัวฮา หัวฮาแตก “ หน้ามันถอดสี จริงๆแล้วหัวมันไม่ได้แตกหรอกครับ มือมันโดนหญ้าบาดเลือดออกแล้วมันก้อเสือกเอามือข้างนั้นแหละไปกุมหัว พอมาดูมือตกใจก้อนึกว่าหัวแตก ฮากัน!!! หลังจากนั้นสัก 2 วันได้มีโอกาสพาญาติขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพในตอนกลางวัน ก้อผ่านไอ้หน้าผาที่เราไปปีนกันคืนก่อน มองขึ้นไป โอ๊ว อุแม่เจ้า ขึ้นไปได้ยังไงวะเนี่ย หน้าผานั้นเกือบจะ 90 องศาเลยครับบ้าชะมัดสุราพาไปแท้ๆ แต่ก้อไม่วาย วันหน้าเอาอีกปีนอีก มันดี เอิ๊กกก

คืนวันวาเลนไทน์ผมต้องหามมันออกจาก DISCOVERY แล้วก้อต้องขับรถไปส่งมันที่บ้าน เพราะเมาหมดสภาพ นานๆจะเห็นมันเมาได้ขนาดนี้ ตื่นเช้ามาสมองเสื่อม เฮ๊ยกูกลับมาได้ไงวะ หอกหัก

วันสงกรานต์อันนี้เมาตกรถ มันก้อเมาอีกเช่นเคยจากการดื่มเบียร์บ้าง น้ำขาวบ้าง เบียรืบ้าง น้ำขาวบ้าง สลับกันไป พนาของเราเสียงดังเฮฮาที่สุดในรถเลย ไม่รู้อีท่าไหนแม่งตกรถลงมาเลย ดีนะรถจอดอยู่ พนาที่เสียงดีงเฮฮาที่สุดในรถกลับเป็นพนาที่เงียบที่สุดในรถ เลือดโชก แต่ก้อหายซ่าส์ไปไม่กี่วันหรอกครับ

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2541 เป็นวันที่ผมดีใจมาก และเป็นวันที่ครอบครัวมันเป็นสุข ได้เกาะชายผ้าเหลืองมันขึ้นสวรรค์ไป นามันบวช ไอ้นามันบวชครับ ในช่วงที่มันบวชก้อเป็นเวลาที่ผมต้องจากเชียงใหม่แล้ว เพราะภาระหน้าที่ในการศึกษาของผมสิ้นสุดแล้ว เรียนจบแล้ว ผมก้อไม่ได้เจอมันทุกๆวันเหมือนที่ผ่านมา

เช้าตรู่ของวันหนึ่ง จืด รุ่นน้องโทรมาบอกว่า นาประสบอุบัติเหตุรถชนกับรถส่งไก่ ก้อรถเต่าของมันอ่ะครับ หนักขนาดที่ว่าไปตื่นที่โรงบาลโน้น ภาวนาขออย่าให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับมันอีก เพราะสุราอีกนั่นแหละ มันบอกว่ามันหลับ อีก 500 เมตรจะถึงบ้านมันอยู่แล้ว ผมไม่ได้มาเยี่ยมมันเพราะตอนนั้นผมทำงานอยู่บริษัทเดินเรือ ได้แต่โทรมาหามัน “ ไอ้บ้าเอ้ย กูเป็นห่วงมึงนะโว๊ย ขับรถระวังๆหน่อย “

หลังจากผมเรียนจบก้อติดต่อกับนาอยู่เรื่อยๆ เมื่อใดที่ผมไปเชียงใหม่ก้อจะมีนานี่แหละครับเป็นสารัตถี ไม่ว่าผมจะไปไหน จะไปกับมันตลอด เพราะมันเป็นเพื่อนที่ดีของผม บางทีไม่เจอกันนานเลยไปรำลึกความหลังกันถึงเช้าเลยก้อมี บางครั้งก้อเปลี่ยน บรรยากาศ การร่ำสุรา ก้อซื้อของไปเปิดท้ายกินกันที่ระหว่างทางเข้ามหาลัย มืดๆวังเวงๆ เอากีต้าไปเล่นกัน ทางเข้ามหาลัย ครั้งหนึ่งมีรุ่นน้องบัญชีเคยซ้อนมอไซค์แล้วกระโปรงเข้าไปพันกับซี่ล้อรถ หงายหัวฟาดพื้น เสียชีวิต อันนี้คุณผู้หญิงทั้งหลายจงระวัง เราก้อไปนั่งกินเหล้ากันแถวนั้นแหละ สยองขวัญดีครับ

ที่ผมไปเที่ยวกับมันมาราทอนที่สุดมีสองครั้งครับ ครั้งแรกโทรไปให้มันมารับที่สนามบิน พอลงเครื่องได้ก้อใส่กันเลย เมาเละ สว่างคาตา อีกครั้งนึงตอนที่ผมกลับไปรับปริญญา นาไปรับที่สถานีรถไฟ ก้อไปทานข้าวกันก่อนที่ร้าน OLD TRAPFORD ทานข้าวไปดื่มเบียรืไป หมดไปอย่างรวดเร็ว 4 ขวด เอ่า ย้ายๆ เดินต่อไปอีกนิดก้อถึงร้านคุ้นตาคุ้นเคย โอ2 นั่นเอง ก้อเข้าไปทักทายตามประสาแขกวีไอพี หอมซ้ายทีขวาที ตามมารยาท เบียร์หมดไปอีกคนละเหยือก ลากลับ ไปต่อที่ RIVERSIDE หมดไปอีก 2 เหยือก เริ่มออกอาการ แต่มันยยังไม่สุด ร้านปิด ไปแรดต่อที่ DISCOVERY คราวนี้เปิดแบล็ค 1 ขวดแต่ความสามารถไม่พอกินเข้าไปได้ครึ่งขวดเกรงว่าจะบ้วนออกมาหมดเสียดาย ออกมาเกือบสว่าง วันนั้นใครเอาคบเพลิงมาจ่อปาก ผมจะแสดงการพ้นไฟโชว์ เพราะแอลกอฮอล์ทะลักจุดแตก เอิ๊กกก

เมื่อปลายปี 42 นาจะไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ก้อดีใจเฮโลไปกับมันด้วย นามาทำ PASSPORT ที่กรุงเทพ หลังจากทำ PASSPORT แต่ยังไม่เสร็จขาดเอกสารบางอย่าง นามันก้อมาพักกับผมที่บ้านโป่ง ตอนนั้นผมทำงานที่บ้านโป่ง ราชบุรี ตอนเย็นผมจะพานามาดูสาวงามบ้านโป่งทุกวัน พาไปชิมอาหารมากมายในบ้านโป่ง หลังจากที่มันลิ้มรสแต่ข้าวขาหมูข้างบ้านทุกวันๆ บางวันออกนอกเส้นทางข้ามไปกินผัดกระเพรา ฝั่งตรงข้าม มันแน่มากผมอยู่มาจะปียังไม่เคยข้ามไปกินเลย คืนหนึ่งเราอยากกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตกมากเลย บ้านโป่งเมืองอาหารการกินต้องมีให้เรากินแน่นอน ว่าแล้วก้อเหลือบไปเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวน้ำแดง ลาภปากอยากกินก้อได้กิน นั่งปุ๊ปสั่งปั๊ป “ เส้นเล็กน้ำ 2 ครับ “ สักพักมาเลยครับเส้นเล็ก 2 ชาม แต่เอ๊ ไมน้ำมันแปลกๆวะไอ้นา น้ำตกไมเป็นแบบนี้วะ มองหน้ากันแล้วก้อเอาลิ้นแตะๆดู เฮ๊ย เต้าหู้ยี้ นี่หว่า กินกันไม่ได้เลย เต้าหู้ยี้เค้าไว้กินกับข้าวต้มเอามาใส่เตี๋ยวไมวะ ขำกันจะตาย นึกว่าน้ำแดงที่เค้าเขียนคือน้ำตก เอออ และแล้วราดหน้ายอดผักก้อเส็ดเรา ฟาดไปคนละ 2 จาน นอนตายตาหลับ

ปีใหม่ 2543 มาอีกแล้วครับท่าน ไอ้นามาบ้านผมอีกแล้ว สุพรรณบุรี ยินดีต้อนรับเพื่อน ระลึกถึงความหลัง คราวนี้มันมาทำ PASSPORT รอบสอง เพราะรอบแรก ฟาล์วมันเสือกทำหน้าเหมือนผู้ลี้ภัยเลยอดเข้าประเทศเค้าเลย สงสารมัน ระหว่างรอเรื่อง ผมก้อพามันมาที่บ้าน เข้าฟอร์มเดิมดันมาช่วงปีใหม่ จะอะไรอีกละครับ ก้อทำขนมไง แต่มาคราวนี้ดีหน่อยเพราะคุณแม่ผมทำน้อยลงเยอะ ก้อเลยมีเวลาาพามันไปเที่ยวเยอะหน่อย มันมาคราวนี้อยู่กับผมตั้ง 10 วัน ลืมถามมันว่าสนุกมั๊ย คราวนี้

ผมเคยบอกกับมันว่าผมมีแฟนแล้ว มันไม่เชื่อผม มันบอกว่าเขินแทนผม ที่พูดว่ามีแฟน มันบอกว่า มันไม่ได้ยินคำว่าแฟนออกจากปากผมตั้งนานแล้ว มันบอกว่าอย่างผมอ่ะจะรักใครได้ ดูมันพูด ว่างๆผมต้องนัดหมอ ผ่าตัดเอาหมาออกจากปากมัน….

หากสรุปเรื่องของผม กะ นา ในช่วงเวลา ตั้งแต่ มิถุนายน 2534 ถึง ณ วันนี้ 1 พฤศจิกายน 2546 ก้อนับเป็นเวลา 12 ปี 5 เดือน ในระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมาพูดได้เลยว่าผมไม่เคยทะเลาะกับมันสักครั้งเดียว มันเป็นเวลาที่มีทั้ง สุข เศร้า เหงา สนุก เฮฮา บ้าบอและเมา ปะปนกันไป ตามประสาผู้ชาย แต่ที่สุดแล้ว เราก้อมีแต่มิตรภาพที่ดีต่อกัน ซึ่งจะมีให้กันตลอดไปตราบที่ยังมีลมหายใจอยู่ สำหรับเพื่อนคนนี้ “ พนา รัตนิทัศน์ “

ภานุ

หนึ่ง พฤศจิกายน สองห้าสี่หก





Create Date : 06 เมษายน 2548
Last Update : 12 ตุลาคม 2550 17:12:09 น. 0 comments
Counter : 286 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หมุ่ยติ๊ก
Location :
ลพบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หมุ่ยติ๊ก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.