พฤษภาคม 2555

 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
รีวิว วิตามินอี part 1







วิตามินอี (Tocopherol และ Tocotrienol)





ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาไม่มีวิตามินชนิดใดที่จะเรียกร้องความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์ทางคลินิค ได้เท่ากับ วิตามินอี ได้อีกแล้ว ความสนใจใฝ่รู้ยิ่งขยายวงกว้างขึ้นไปอีก เมื่อนักวิจัยพบว่า การจะให้เซลล์หลีกเลี่ยงการใช้ออกซิเจนนั้นเป็นไปไม่ได้ และ เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตของเรา เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังหลายโรค และมีบทบาทสำคัญในกระบวนการที่ทำให้เกิดความแก่ ใครจะไปเชื่อว่าออกซิเจนเป็นผู้ให้ชีวิต ในขณะเดียวกันก็เป็นอันตรายต่อชีวิตได้เหมือนกันการมีวิตามินอีอยู่ที่เยื้อหุ้มเซลล์นั้นจะช่วยป้องกันการทำลายเซลล์ได้ เนื่องจากวิตามินอีทำหน้าที่เป็นนักเก็บกวาดอนุมูลอิสระ และ เป็นสารจับออกซิเจนชนิดละลายในไขมัน จึงสามารถเข้าถึงเนื้อเยื้อที่ประกอบไปด้วยไขมัน ที่วิตามินซี เข้าไปไม่ถึง 

ประโยชน์ที่จะได้รับจากวิตามินอี

1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยม ป้องกันการเกิดออกซิเดชันของสารในกลุ่มไขมัน ทำงานเหมือนกับวิตามินเอ ซีลีเนียม กรดอะมิโนซัลเฟอร์ และวิตามินซี แต่วิตามินอีทำงานไม่เหมือนกับสารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ กล่าวคือ วิตามินอีไม่มีส่วนร่วมในปฎิกิริยาทางชีวเคมี แต่วิตามินอี กลับทำงานง่ายๆ ในลักษณะฟองน้ำที่ดูดซับอนุมูลอิสระ 


2. พบว่ามันทำงานคล้ายยาขยายหลอดลม และ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด(ป้องกันและสลายลิ่มเลือดได้ แต่ต้องกินมากกว่า 200 IU/วัน) ตามทฤษฎีแล้วมันก็น่าจะป้องกันการเกิดโรคลมปัจจุบัน และ โรคหัวใจกำเริบได้ 

3. ช่วยให้แลดูอ่อนวัย โดยชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์ อันเกิดจากปฎิกิริยาออกซิเดชัน นอกจากนั้นยังช่วยบำรุง เส้นประสาท กล้ามเนื้อ ผิวหนัง เส้นผม ให้มีสุขภาพดีได้อีกด้วย 

4. ช่วยนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย เพื่อเพิ่มสมรรถภาพความทนทาน 

5. ปกป้องปอดจากมลพิษทางอากาศ โดยการทำงานร่วมกับวิตามินเอ 

6. ช่วยป้องกันมะเร็งหลายประเภท เช่น มะเร็งเต้านม เป็นต้น 

7. เพิ่มประสิทธิภาพให้กับเม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์ ในการต่อสู้กับเชื้อโรค 

8. บรรเทาอาการอ่อนเพลีย 

9. ลดโอกาสการเป็นต้อกระจก เนื่องจากเพอร์ออกไซด์ของไขมันมีส่วนอยู่ในกระบวนการเกิดต้อกระจก แต่ก็ยังต้องศึกษากันต่อไปว่า ขนาดที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไหร่ 

10. ป้องกันแผลเป็นที่หนานูน ทั้งภายนอก และภายใน (แผลเป็นภายนอก เมื่อใช้เป็นยาทา จะสามารถซึมผ่านผิวหนังได้) 

11. เร่งให้แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก บริเวณผิวหนัง หายเร็วขึ้น โดยการทาน้ำมันวิตามินอีลงไปบนแผลที่กำลังจะหาย หรือหากมีแผลหายยากวิธีนี้ก็น่าลองนะคับแต่ห้ามทาลงไปบนแผลเปิดโดยเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตามการศึกษาในหัวข้อนี้ก็ยังไม่ได้มีการทดสอบอย่างจริงจัง และ อย่าลืมว่าแผลอักเสบที่ไม่ยอมหายอาจเกิดจากโรคมะเร็งหรือโรคร้ายแรงอย่างอื่นก็เป็นได้ หากสงสัยควรปรึกษาแพทย์ก่อน 

12. ทำงานคล้ายยาขับปัสสาวะ ทำให้ความดันโลหิตลดลง 

13. ช่วยป้องกันภาวะแท้ง 

14. บรรเทาอาการตะคริวหรือขาตึง แต่ยังมีหลักฐานอยู่อย่างจำกัด 

15. ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและอัมพฤกษ์ อัมพาต 

16. ลดภาวะหัวใจถูกจู่โจม (Heart Attack) โดยเมื่อเรากินข้าวมื้อหนักที่มีไขมันสูง จะทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลงนาน 1-2 ชั่วโมง อาหารไขมันสูงส่วนหนึ่งจะถูกสังเคราะห์ให้เป็น กรดอารัชชิโดนิค ซึ่งส่งเสริมการสังเคราะห์ "ไอโคซานอยด์ไม่ดี" ทำให้ผนังหลอดเลือดผลิตเอนไซม์ทรอมโบเซน เอ2  (Thromboxane A2) มีผลทำให้หลอดเลือดแดงบีบตัว และ เกิดการจับตัวของเกล็ดเลือด เป็นผลให้เกิดอาการหัวใจถูกจู่โจม (Hear Attack) --- คือกินข้าวอยู่ดีๆ แล้วก็ล้มคาโต๊ะ --- หากกินวิตามินซีและวิตามินอี ก่อนกินอาหารมื้อหนัก จะป้องกันเหตุการณ์ข้างต้นได้และทำให้อาหารมื้อหนักซึ่งมีไขมันสูง มีค่าเท่ากับอาหารไขมันต่ำ เมื่อกินวิตามินอี และวิตามินซีเป็นประจำ

17. ขัดขวางการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็ง เนื่องจากวิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ดังนั้น มันจึงแทรกซึมเข้าไปในเยื้อหุ้มเซลล์ได้ และกลายไปเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในเยื้อหุ้มเซลล์นั้นเลย (ข้างในเลยนะ) นอกจากนี้ วิตามินอียังสามารถเข้าไปจับ และรวมกับ LDL ได้ ยิ่งวิตามินอีสูงมากขึ้นแค่ใหน การขัดขวางไม่ให้ LDL ถูกออกซิไดซ์ ก็มากขึ้นเพียงนั้น เรียกได้ว่า LDL ไปใหน วิตามินอีก็ไปด้วย

** LDL ที่ถูกออกซิไดซ์จะถูกเม็ดเลือดขาวจับกิน และเกิดกระบวนการอักเสบต่อมา ดังนั้น ผลพลอยได้ก็คือ ช่วยลดคอเลสเตอรอล และ LDL และ ไตรกลีเซอไรด์ นั่นเอง

18. ลดความเสี่ยงและลดความรุนแรงของโรคอัลไซเมอร์ โดยมีการศึกษารายหนึ่งแสดงให้เห็นว่า การได้รับวิตามินอีขนาด 2000 IU เป็นเวลา 3 ปี สามารถทำให้การทรุดตัวของโรคชะลอลง ผลที่ได้จากการกินวิตามินอีขนาดสูงนี้ เทียบได้กับการใช้ยาเซเลจิลีน 

19. ป้องกันและรักษาโรคพาร์กินสัน 

20. ลดพิษต่อหัวใจของยาเดาโนรูบิซิน และ ดอกโซรูบิซิน ซึ่งเป็นยารักษาโรคมะเร็ง 

21. รักษาโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก อันเนื่องมาจากการขาดเอนไซม์ G6PD และ กลูแทไทโอนเพอร์ออกซิเดส

22. บรรเทาอาการผิดปกติก่อนมีประจำเดือน (PSM) เพราะ วิตามินอี สามารถปรับระดับการสังเคราะห์พรอสตาแกลนดินได้ ด้วยฤทธิ์การจับออกซิเจน วิธีนี้น่าจะเป็นกลไกการออกฤทธิ์บรรเทาอาการดังกล่าวก็ได้ 

23. บรรเทาอาการปวดขารุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ซึ่งจะมีอาการเฉพาะคือ เกิดอาการเดินขากะเผลกและเจ็บปวดเวลาเดิน ความเจ็บปวดนี้มากจากมีการแข็งตัวของหลอดเลือดแดงของเส้นเลือดที่ขา ปริมาณการไหลของเลือดจึงลดลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่น่องและที่ก้นได้รับเลือดไม่เพียงพอทำให้เกิดอาการปวดนั่นเอง 

24. ลดอาการหัวสั่น อาการนี้เป็นอาการพิษที่เกิดจากยารักษาโรคจิต อาการนี้มีลักษณะคือ ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของหัวได้ แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องมีการศึกษากันต่อไป 

25. ป้องกันโลหิตจาง

26. ช่วยให้การแข็งตัวของเลือดเป็นปกติ 

โทษที่ได้รับจากวิตามินอี

1. ยังไม่เคยปรากฎอาการพิษภัยร้ายแรงจากการได้รับวิตามินอี จึงถือได้ว่าวิตามินอีเป็นวิตามินที่ปราศจากพิษ เมื่อได้รับในขนาดที่ต่ำกว่า 800 IU 

2. ห้ามกินวิตามินอีร่วมกับ

Smiley ยาลดความหนืดของเลือดชนิดรับประทาน เนื่องจากทำให้ตกเลือด มีรายงานว่าวิตามินอีประมาณสูง ทำให้เลือดไม่จับตัวและอาจจะเสริมฤทธิ์ยาลดความหนืดของเลือดด้วย
Smiley น้ำมันแร่ เนื่องจาก น้ำมันแร่อาจขัดขวางการดูดซึมวิตามินเอ ดี อี และ เค ได้
Smiley ธาตุเหล็กอนินทรีย์ (เฟอร์รัสซัลเฟต) เพราะ มันจะทำลายวิตามินอี หากจะทานคู่กันควรให้ห่างกัน 8 ชั่วโมง  

NOTE เฟอร์รัสกลูโคเนต เฟอร์รัสเปปโทเนต เฟอร์รัสซิเทรต และ เฟอร์รัสฟูเมเรต (ธาตุเหล็กอินทรีย์ ) ไม่ทำลายวิตามินอี 

ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับวิตามินอี



1. วิตามินอี เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน และถูกเก็บสะสมไว้ ในตับ เนื้อเยื้อไขมัน หัวใจ กล้ามเนื้อ มดลูก อัณฑะ เลือด ต่อมหมวกไต และ ต่อมใต้สมอง ซึ่งแตกต่างกับวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ และ วิตามินดี ที่จะเก็บสะสมในไขมันและตับเท่านั้น แต่วิตามินอี จะกระจายอยู่ทั่วไปตามเนื้อเยื้อใสส่วนต่างๆของร่างกาย ดังนั้นวิตามินอีจึงมีอยู่ในเนื้อสัตว์ ถึงแม้ว่าจะมีอยู่น้อยก็ตาม

2. เดิมวัดขนาดเป็นน้ำหนัก แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นหน่วยสากล (IU) ซึ่ง วิตามิน 1 IU = 1 mg 

3. ประกอบไปด้วยสารธรรมชาติ 2 กลุ่มใหญ่ คือ โทโคฟีรอล และ โทโคไทรอีนอลโดยโทโคฟีรอล แบ่งเป็น 4 รูปคือ แอลฟา บีตา แกมมา และ เดลตา ส่วน โทโคไทรอีนอล ก็แบ่งเป็น 4 รูปเหมือนกัน คือ แอลฟา บีตา แกมมา และ เดลตา 

4. ในบรรดาสารทั้ง 8 ตัว แอลฟาโทโคฟีรอล จัดเป็นสารที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพสูงสุด,แกมมาโทโคฟีรอล มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเพิ่มระดับ ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส (SOD) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเกี่ยวกับการอักเสบเรื้อรัง รวมถึงมะเร็ง อัลไซเมอร์ โรคหัวใจ และ ชะลอวัย 

5. ค่า IU ที่ระบุขนาดของวิตามินอีนั้น เป็นค่าของ แอลฟาโทโคฟีรอล ส่วน โทโคฟีรอลตัวอื่นๆ และ โทโคไทรอีนอล ถือว่าค่า IU = 0 

6. ค่า IU ไม่ได้บอกว่าวิตามินอีตัวนั้น มีแอลฟาโทโคฟีรอลตัวเดียว หรือมีโทโคฟีรอลและโทโคไทรอีนอลตัวอื่นหรือไม่ 

7. พิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิตามิน เอ และป้องกันความเป็นพิษของวิตามินเอ แต่กลับพบว่าวิตามินอีขนาดสูง (มากกว่า 2000 IU) จะชะลอการดูดซึมวิตามินเอ และ วิตามินเค จากระบบทางเดินอาหารได้ 

8. วิตามินอี จะถูกขับอออกทางอุจาระ ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน แต่มันก็ไม่สะสมในไขมันยาวนาน เหมือนกับวิตามินที่ละลายในไขมันตัวอื่นๆ มันจะสะสมในไขมันเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะกระจัดกระจายอยู่ตามเนื้อเยื้อต่างๆทั่วร่างกาย แล้วก็จะถูกขับออก 

9. อาหารที่มีวิตามินอีสูง เช่น จมูกข้าวสาลี ถั่วเหลือง น้ำมันพืช ถั่วต่างๆ เช่น วอลนัท พีแคน ถั่วลิสง เป็นต้น กะหล่ำดาว ผักใบเขียว ผักขม ขนมปังโฮลวีท ไข่ 

10. วิตามินอีแบบธรรมชาติ (D-alpha-tocopherol) จะมีประสิทธิภาพดีว่าแบบสังเคราะห์ (DL-alpha-tocopherol) ถึง 2 เท่า โดย 1.46 DL = 1 D 

11. หากพี่น้องกินอาหารที่มีไขมัน “ไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน” เยอะ ต้องกินวิตามินอีเสริม เพื่อป้องกันการทำลายเซลล์ 

12. วิตามินอี เสริมการทำงานของยาต้านการแข็งตัวของเลือด แต่ลดการดูดซึมวิตามิน เค ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว ดังนั้นหากจะผ่าตัดควรงดกินวิตามินอีซัก 2 สัปดาห์ ก่อนและหลังการผ่าตัด 

13. การกิน แอลฟาโทโคฟีรอลมากๆ ⇒ แกมมาโทโคฟีรอลลดต่ำลง ⇒ มะเร็ง อัลไซเมอร์ และโรคหัวใจ

**แกมมาโทโคฟีรอลนั้น มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งอนุมูลอิสระที่มีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบจะสัมพันธ์กับโรค มะเร็ง อัลไซเมอร์ และโรคหัวใจ นั่นเอง 

14. แต่หากกินแกมมาโทโคฟีรอลจะทำให้ทั้ง แอลฟา และแกมมาโทโคฟีรอลในเลือดสูงขึ้น 

15. แกมมาโทโคฟีรอล มีประสิทธิภาพสูงสุดในการยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง 

16. แต่อย่างไรก็ตาม จากรายงานหลายฉบับ รายงานว่า โทโคไตรอีนอล มีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง ปกป้องเซลล์ประสาทไม่ให้ถูกทำลาย และลดคอเลสเตอรอล สูงกว่า โทโคฟีรอลทุกไอโซเมอร์ ที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจากตำแหน่งพันธะคู่ในสายโมเลกุล จึงทำให้ประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่ามาก

17. แหล่งของ โทโคไตรอีนอล 




18. หากพี่น้องกินน้ำที่มีคลอรีน พี่น้องจำเป็นต้องเสริมวิตามินอี 

19. หญิงตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตร รวมไปถึงผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิด หรือ กินฮอร์โมนทดแทน ควรได้รับวิตามินอีเสริม 

20. ออกซิเจนและความร้อนร่วมด้วยช่วยกันทำลายวิตามินอี 

21. เนื่องจากเยื้อหุ้มเม็ดเลือดแดงมีความไวต่อการทำลายของออกซิเจนสูงมาก ผู้ที่ขาดวิตามินอี จึงอาจเกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้ รวมถึงผู้ที่ขาดเอนไซม์ กลูโคส -6-ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนส (G6PD) มักมีแนวโน้มที่จะขาดวิตามินอี ดังนั้นพี่น้องที่มีภาวะ G6PD ควรได้รับวิตามินอีเสริม 

22. ธาตุเหล็กเป็นสารตั้งต้นในการเติมออกซิเจน ดังนั้นผู้ที่กินธาตุเหล็กมากจึงต้องการวิตามินอีเสริม 

23. ผู้ป่วยโรคถุงน้ำดีอุดตันควรได้รับวิตามินอีเสริมอย่างน้อยวันละ 200 IU เนื่องจากผู้ป่วยโรคนี้จะไม่สามารถดูดซึมไขมันไปใช้ได้ ทำให้เกิดการขาดวิตามินที่ละลายในไขมัน 

24. นักกีฬาที่ออกกำลังกายอย่างหักโหมควรได้รับวิตามินอีเพิ่ม เนื่องจากการออกกำลังกายอย่างหนักก่อให้เกิการเพิ่มของไขมันเพอร์ออกไซด์และอนุมูลอิสระ แต่ยังต้องทำการศึกษาอีกมาก 

25. D-Alpha Tocopherol 1 mg = 1.5 IU = 1 TE

วิตามินอีที่ควรเลือกซื้อ

1. ควรเลือกซื้อวิตามินอี ที่มีส่วนผสมของ ซีลีเนียม 25 mcg ต่อ วิตามินอี 200 IU เพราะซีลีเนียมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของวิตามินอีได้ 

2. ควรเป็นวิตามินอีจากธรรมชาติ เนื่องจาก วิตามินอีแบบธรรมชาติ (D-alpha-tocopherol) จะมีประสิทธิภาพดีว่าแบบสังเคราะห์ (DL-alpha-tocopherol) ถึง 2 เท่า โดย 1.46 DL = 1 D 

3. พี่น้องที่มีปัญหาสิวและพี่น้องที่มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป ควรกินแบบผงละลายน้ำ 

4. สามารถกินได้ตั้งแต่ 200 – 2000 IU ต่อวัน (แต่แนะนำ 200 - 800 IU ก็พอแล้ว)  โดยอายุน้อยกว่า 40 ปี ผมแนะนำซัก 400 IU ต่อวัน ก็พอดี สำหรับ พี่น้องที่อายุ 40 ปี ขึ้นไป ก็ควรกินซัก 800 IU ต่อวัน คับ 

5. หากสามารถกินร่วมกับวิตามินซีได้จะดีมาก เนื่องจากวิตามินซีจะชุบชีวิตให้วิตามินอี ให้กลับมามีพละกำลังอีกครั้ง หลังจากที่หมดฤทธิ์ไปแล้ว เนื่องจากการไปจับกับอนุมูลอิสระ

6. อัตราส่วนของ Tocotrienol : Tocopherol = 78 : 22

7. ต้องมี gamma-tocotrienol ในปริมาณสูง ประมาณ 45% - 48% ของ Tocotrienol ทั้งหมด


Smiley view label

Smiley ดูสินค้าที่ร้าน

SOLGAR
         : Natural Vitamin E 200 IU 
POTENCY      : 200 IU / 1 Softgel. 
QUANTITY    : 250 Softgels. 
PRICE             : 1030 บาท 

ส่วนที่ดี
เป็นวิตามินอีธรรมชาติ (d-alpha-tocophyrol)

ส่วนที่แย่
1. ไม่บอกหรือไม่มีไอโซเมอร์ต่างๆของโทโคฟีรอล บอกแต่แอลฟา-โทโคฟีรอล 
2. ไม่มีโทโคไตรอีนอล3. ไม่มีซีลีเนียม 

สรุป
เป็นวิตามินอีพื้นๆ ควรกินคู่กับซีลีเนียมและวิตามินซีครับ


Smiley view label

Smiley ดูสินค้าที่ร้าน

SOLGAR
       : Vitamin E with yeast Free Selenium 
POTENCY    : 250 IU / 1 Capsules. 
QUANTITY  : 100 Capsules. 
PRICE           : 780 บาท 

ส่วนที่ดี
1. เป็นวิตามินอีธรรมชาติ แต่เอาเกลือมาเกาะ ให้เกิดความเสถียร (d-alpha tocopherol succinate) 
2. มีซีลีเนียม 

ส่วนที่แย่
1. ไม่บอกหรือไม่มีไอโซเมอร์ต่างๆของโทโคฟีรอล บอกแต่แอลฟา-โทโคฟีรอล 
2. ไม่มีโทโคไตรอีนอล 

สรุป
เป็นวิตามินอีพื้นๆ ควรกินคู่กับซีลีเนียมและวิตามินซีครับ


Smiley view label

Smiley ดูสินค้าที่ร้าน

SOLGAR
        : Natural Vitamin E 400 IU 
POTENCY     : 400 IU / 1 Vsoftgel. 
QUANTITY   : 100 / 250 Vsoftgels. 
PRICE            : 720 บาท / 2170 บาท 

ส่วนที่ดี
เป็นวิตามินอีธรรมชาติ (d-alpha-tocophyrol)

ส่วนที่แย่
1. ไม่บอกหรือไม่มีไอโซเมอร์ต่างๆของโทโคฟีรอล บอกแต่แอลฟา-โทโคฟีรอล 
2. ไม่มีโทโคไตรอีนอล 
3. ไม่มีซีลีเนียม 

สรุป
เป็นวิตามินอีพื้นๆ ควรกินคู่กับซีลีเนียมและวิตามินซีครับ



Smiley view label

Smiley ดูสินค้าที่ร้าน

SOLGAR
      : Natural Dry Vitamin E 200 IU 
POTENCY   : 200 IU / 1 Vcapsule. 
QUANTITY : 100 Vcapsules. 
PRICE          : 720 บาท 

ส่วนที่ดี
เป็นวิตามินอีธรรมชาติ แต่เอาเกลือมาเกาะ ให้เกิดความเสถียร  (d-alpha tocopherol succinate)

ส่วนที่แย่
1. ไม่บอกหรือไม่มีไอโซเมอร์ต่างๆของโทโคฟีรอล บอกแต่แอลฟา-โทโคฟีรอล 
2. ไม่มีโทโคไตรอีนอล 
3. ไม่มีซีลีเนียม 

สรุป
เป็นวิตามินอีพื้นๆ ควรกินคู่กับซีลีเนียมและวิตามินซีครับ แนะนำสำหรับ พี่น้องที่มีปัญหาสิวและพี่น้องที่มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป


Smiley view label

Smiley ดูสินค้าที่ร้าน

Solgar
              : Natural Dry E 400 IU 
POTENCY     : 400 IU / 1 Vcapsule.
QUANTITY   : 100 Vcapsules. 
PRICE            : 1050 บาท 

ส่วนที่ดี
เป็นวิตามินอีธรรมชาติ แต่เอาเกลือมาเกาะ ให้เกิดความเสถียร (d-alpha tocopherol succinate) 

ส่วนที่แย่
1. ไม่บอกหรือไม่มีไอโซเมอร์ต่างๆของโทโคฟีรอล บอกแต่แอลฟา-โทโคฟีรอล 
2. ไม่มีโทโคไตรอีนอล 
3. ไม่มีซีลีเนียม 

สรุป
เป็นวิตามินอีพื้นๆ ควรกินคู่กับซีลีเนียมและวิตามินซีครับ เหมาะสำหรับพี่น้องที่มีปัญหาสิวและพี่น้องที่มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป


Smiley view label

Smiley ดูสินค้าที่ร้าน

Nature’s Gate
  : Vitamin E 40,000 IU 
POTENCY      : - 
QUANTITY    : 2 fl. Oz. (59 ml.) 
PRICE             : 500 บาท 

ส่วนที่ดี
เป็น Tocopheryl acetate ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้ 
1. Vitamin E acetate เป็นสาร antioxidant ได้เพราะสามารถยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของ lipid ชนิดไม่อิ่มตัว (lipid peroxides) ในผิวหนังได้ 
2. Vitamin E acetate ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวโดยมีผลต่อ elastic fiber ในผิวชั้น dermis และ connective tissue collagen 
3. Vitamin E acetate สามารถยับยั้งกลไกการเกิด free radical เนื่องจากการได้รับแสง UV-B 
4. มีคุณสมบัติการให้ความชุ่มชื้นกับผิว 
5. Vitamin E acetate สามารถลดและบรรเทาการอักเสบที่เกิดกับผิวได้ 

ส่วนที่แย่
ไม่มีส่วนเสีย 

สรุป
จะเห็นว่าวิตามินอี โดยเฉพาะ Vitamin E acetate มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันผิวและช่วยบำรุงรักษาผิว เหมาะกับการนำมาทาบริเวณผิวหนัง เช่น ใบหน้า หรือ บริเวณที่ผิวแห้งกร้าน ได้เป็นอย่างดี


Smiley view label

Smiley ดูสินค้าที่ร้าน

Bluebonnet Nutrition
: Vitamin E 200 IU 
POTENCY                 : 200 IU / 1 Softgel. 
QUANTITY               : 100 Softgels. 
PRICE                        : 610 บาท 

ส่วนที่ดี
1. เป็นวิตามินอีธรรมชาติ ( d-alpha tocopherol) 
2. เพิ่ม Tocopherol ชนิดอื่นๆมาให้อีก ได้แก่ d-beta tocopherol , d-gamma tocopherol , d-delta tocopherol และยังบอกปริมาณอย่างชัดเจน 

ส่วนที่แย่
1. ไม่มีโทโคไตรอีนอล 
2. ไม่มีซีลีเนียม 

สรุป
เป็นวิตามินอีพื้นๆ ควรกินคู่กับซีลีเนียมและวิตามินซีครับ







Create Date : 02 พฤษภาคม 2555
Last Update : 18 พฤษภาคม 2555 17:06:37 น.
Counter : 7507 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ultramaths
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]



ผม..เฟยเฟย รายงานตัวค้าบ
ultramaths ขอสงวนลิขสิทธิ์ข้อความทั้งหมดในblogนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
All rights reserved.