มีนาคม 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
สารต้านอนุมูลอิสระ

Smiley เราจำเป็นต้องกินสารต้านอนุมูลอิสระมั๊ย ต้องขอตอบว่า “จำเป็น” แบบไม่มีเงื่อนไข ทุกลมหายใจของเราก่อให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นตลอด ซึ่งอนุมูลอิสระนี้เป็นโมเลกุลที่สามารถทำลายเซลล์ โดยไม่อาจควบคุมได้ ยิ่งพี่น้องมีอายุมากขึ้นเท่าไหร่ สารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายของพี่น้อง ก็ยิ่งน้อยลงไปเท่านั้น เมื่ออนุมูลอิสระสะสมในร่างกาย ร่างกายของเราก็จะเสื่อมสภาพลง ความชราก็จะมาถึงเร็วขึ้น ส่งผลให้พี่น้องเสี่ยงต่อทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่ริ้วรอยไปจนถึงโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรง 

Smiley แม้ว่าเราจะได้สารต้านอนุมูลอิสระจากอาหาร แต่คนจำนวนมากต้องการสารต้านอนุมูลิสระในปริมาณที่มากเกินกว่าที่ได้รับจากการกินอาหารเพียงอย่างเดียว เช่น คนที่สูบบุหรี่ ต้องการวิตามินซีเพิ่มขึ้นอีก 2-3 เท่าของคนที่ไม่สูบบุหรี่ เพื่อให้ระดับสารต้านอนุมูลอิสระในเลือดอยู่ในระดับเดียวกัน 

Smiley ปัจจัยอื่นๆที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระได้แก่ มลพิษทางอากาศ การเจ็บป่วยเรื้อรัง การอยู่ร่วมอาศัยกับคนที่สูบบุหรี่ การกินอาหารที่ก่อมะเร็ง เช่น อาหารที่ทอดด้วยความร้อนสูง หรือ อาหารปิ้งย่างต่างๆ หรือ อาหารที่มีไนไตรท์สูง เช่น เนื้อปรุงสำเร็จ เบคอน แฮม ใส้กรอก ของรมควัน หมูยอ แหนม เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอาหารก่อมะเร็งทั้งสิ้น 

Smiley นอกจากอาหารการกินแล้วการมีกรรมพันธ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคบางชนิด ภาวะติดเชื้อ การออกกำลังกายแบบหักโหมเกินไป วัยหมดประจำเดือน ภาวะเครียด ตากแดดบ่อย รวมไปถึงการเอกซ์เรย์ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องการสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติแทบทั้งสิ้น ดังนั้น การป้องกันอนุมูลอิสระที่ดีที่สุดก็คือ การทำความรู้จักกับสารต้านอนุมูลอิสระ และรู้ว่าเราจะกินอาหารและอาหารเสริมอย่างไร เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการต้านอนุมูลอิสระ 

ประโยชน์ที่จะได้รับจากสารต้านอนุมูลอิสระ

1. ชะลอกระบวนการชรา 

2. ลดระดับคอเลสเตอรอล 

3. ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง 

4. ช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคเส้นเลือดในสมองตีบ 

5. ลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งทุกชนิด 

6. ช่วยชะลออาการของโรคอัลไซเมอร์ 

7. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกชนิดต่างๆ 

8. ช่วยร่างกายในการขับสารพิษที่ก่อมะเร็ง

9. ป้องกันดวงตาจากโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งเป็นสาเหตุของการตาบอดในผู้สูงอายุ

10. ช่วยร่างกายในการต่อสู้กับความเสื่อมที่เกิดจากการสูบบุหรี่ (ยกเว้น เบต้า-แคโรทีน) 

11. ช่วยป้องกันโรคปอดเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง 

12. เป็นเกราะป้องกันมลพิษจากสิ่งแวดล้อม

ก่อนจะรู้จักสารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างต่าง เรามาทำความรู้จักกับ สารพฤกษเคมี (Phytochemicals) กันก่อนนะคับ

ไฟโตเคมิคัล หรือ สารพฤกษเคมี

คือสารเคมีตามธรรมชาติที่พบในพืช เป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพ (บางครั้งเรียกว่า ไฟโตนิวเทรียนต์ หรือ สารอาหารจากพืช) ซึ่งมีหน้าที่ ให้สีสันแก่พืช ให้รสชาติแก่พืช และปกป้อง คุ้มกันโรคแก่ผลไม้ พืชผัก เมล็ดพืช และ ถั่วต่างๆ มันเป็นทั้งระบบภูมิคุ้มกันที่คอยปกป้องพืช และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงอนุภาพ ช่วยป้องกันโรคต่างๆในคนอีกด้วย เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง กระดูกพรุน โรคปอด ไปจนถึงมะเร็ง คับ สารต้านอนุมูลอิสระที่นิยมในปัจจุบัน แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้ 

1. แคโรทีนอยด์ (Caroteniod)
แคโรทีนอยด์ เป็นสารพฤกษเคมีที่ทรงพลัง มีคุณสมบัติเป็นทั้งสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านมะเร็งที่เยี่ยมยอด แคโรทีนอยด์คือเม็ดสีชนิดละลายในไขมัน พบมากในผักและผลไม้ที่มีสีส้ม เหลือง แดง และเขียว ทำหน้าที่ปกป้องพืชจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ในแสงแดด และ ปกป้องสารก่อมะเร็งในสิ่งแวดล้อม ช่ยป้องกันการก่อตัวของอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ในปัจจุบันมีการค้นพบแคโรทีนอยด์กว่า 600 ชนิด และประมาณ 50 ชนิดพบได้ในผักและผลไม้ที่เรากินกัน มีแคโรทีนอยด์ 6 ชนิด ที่เป็นดาวเด่นแห่งศตวรรษที่ 21 คือ แอลฟาแคโรทีน เบต้าแคโรทีน คริปโตแซนทิน ไลโคปีน ลูทีน และ ซีแซนทิน

Smiley แอลฟาแคโรทีน (α - Carotene)
ร่างกายสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นวิตามินเอ เพื่อนำไปใช้ได้ มีการศึกษาพบว่า แอลฟาแคโรทีนสามารถลดขนาดของเนื้องอกในสัตว์ได้ชัดเจน และยังมีประสิทธิภาพมากกว่าเบต้าแคโรทีนถึง 16 เท่าในการป้องกัน ผิว ดวงตา ตับ และเนื้อเยื้อปอด จากการทำลายของอนุมูลอิสระ

ข้อแนะนำสำหรับการกินแอลฟาแคโรทีนเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : แหล่งของแอลฟาแคโรทีนจากอาการที่ดีที่สุดคือ แครอทและฟักทองที่ผ่านการปรุงสุกแล้ว ถ้าเป็นในรูปของอาหารเสริม แอลฟาแคโรทีนมีแบบอัดเม็ดขายเดี่ยวๆ และแบบสูตรผสมรวมแคโรทีนอยด์และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ผมแนะนำให้กินแบบสูตรรวมแคโรทีนอยด์หลายๆตัว 3-6 เม็ด ทุกวัน 

Smiley เบต้าแคโรทีน (β - Carotene)
สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกายต้องการ ส่วนที่ไม่ถูกเปลี่นเป็นเป็นวิตามินเอ จะทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีการศึกษาพบว่า เบต้าแคโรทีนมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคมะเร็ง โดยการยับยั้งการสร้างอนุมูลอิสระ และยังพบว่ามันช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดแข็ง , กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน , เส้นเลือในสมองตีบ และยังช่วยป้องกันโรคต้อกระจกได้อีกด้วย 

ข้อแนะนำสำหรับการกินเบต้าแคโรทีนเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : เบต้าแคโรทีนหาได้จาก ผักผลไม้ที่มีสีสดใส เช่น เอพริคอต มันเทศ บรอกโคลี (หากผ่านการนึ่งจะยิ่งดี) แคนตาลูป ฟักทอง แครอท มะม่วง พีช และ ผักขม แต่ถ้าเป็นรูปแบบของอาหารเสริมแล้ว เบต้าแคโรทีนมีทั้งแบบแยกเม็ดเดี่ยวๆ และแบบสูตรรวม (เบต้าแคโรทีนมี 2 รูปคือ all-trans และ 9-cis ซึ่งรูปหลังนี้ดูดซึมเข้าร่างกายได้ดีกว่า) 

 ข้อควรระวัง
1. หากพี่น้องเป็นโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป (Hypothyroid) ร่างกายของพี่น้องจะไม่สามารถเปลี่ยนแอลฟาหรือเบต้าแคโรทีนให้กลายเป็นวิตามินเอได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงสารอาหารเหล่านี้ 
2. มีข้อมูลว่าการกินเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอ จะไปลดประสิทธิภาพของวิตามินอี ตรงส่วนนี้ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก มันจะไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอนหากพี่น้องไม่กินเบต้าแคโรโทนจนตัวเหลืองตาเหลืองไปซะก่อน 

Smiley คริปโตแซนทิน (Cryptoxanthin)
จะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในตามที่ร่างกายต้องการ มีการศึกษาเปรียบเทียบระดับแคโรทีนอยด์ในเลือดของผู้หญิงที่เป็นมะเร็งปากมดลูกกับผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นมะเร็ง พบว่า ผู้หญิงที่ไม่เป็นมะเร็งมีระดับของคริปโตแซนทิน ในเลือดสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น คริปโตแซนทิน อาจจะช่วยป้องกันมะเร็งประเภทนี้ได้ การสูบบุหรี่ ทำให้ระดับคริปโตแซนทินต่ำลง เมื่อนักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบระดับแคโรทีนอยด์ในเลือด ของผู้ชายที่สูบบุหรี่กับผู้ชายที่ไม่สูบ พบว่า ผู้ที่สุบบุหรี่มีระดับคริปโตแซนทินในเลือดต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ 

ข้อแนะนำสำหรับการกินคริปโตแซนทินเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : คริปโตแซนทินมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ใน ลูกพีช มะละกอ แทนเจอรีน และส้ม ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนั้น คริปโตแซนทินมักพบในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสูตรผสมแคโรทีนอยด์ ขนาดที่แนะนำคือ 3-6 มก. ต่อวันคับ 

Smiley ไลโคปีน (Lycopene)
เป็นแคโรทีนอยด์ที่ไม่มีคุณสมบัติ “วิตามินเอ” หมายความว่า ร่างกายของเราไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ และ มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าเบต้าแคโรทีนมาก ไลโคปีนเป็นสารที่ทำให้มะเขือเทศ แตงโม เกรปฟรุต และผักผลไม้อีกหลายชนิดมีสีแดง พบว่า ไลโคปีนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งหลายประเภท แปลกแต่จริงคือ เค้าไปพบว่าผู้ชายที่กินพิซซ่ามีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง เนื่องจากซอสมะเขือเทศในพิซซ่ามีไลโคปีนสูง ทั้งยังพบอีกว่า ไลโคปีนช่วยปกป้องเราจากสารก่อมะเร็งในควันบุหรี่และอนุมูลอิสระจากรังสียูวีในแสงแดด งานวิจัยใหม่ๆพบว่า มันช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อีกด้วย

ข้อแนะนำสำหรับการกินไลโคปีนเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : ระดับไลโคปีนในเลือดจะลดลงตามอายุ ไลโคปีนเป็นเม็ดสีชนิดละลายในไขมันที่รางกายดูดซึมได้ไม่ดีนัก หากไม่ผ่านกระบวนการปรุงอาหารด้วยความร้อนและการใช้น้ำมันปริมาณน้อยๆ เช่นน้ำมันมะกอกร่วมด้วย จากเหตุผลดังกล่าว ซอสมะเขือเทศที่ผ่านกระบวนการทำอาหารแล้วจึงให้ไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศสดๆ ดังนั้นหากพี่น้องมีอายุ 50 ปีขึ้นไป และไม่ได้กินผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศทุกวัน อาจแนะนำให้กินไลโคปีนแบบเสริมอาหาร ในรูปแบบของแคปซูลขนาด 6-10 มก. และวันละ 1 ครั้งพร้อมอาหาร 

Smiley ลูทีน (Lutein)
เป็นแคโรทีนอยด์อีกชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอได้ แต่มันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประโยชน์ในการปกป้องดวงตา พบว่า ลูทีนช่วยจัดการกับอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อดวงตา และช่วยชะลอการเสื่อมของศูนย์กลางจอประสาทตา ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการตาบอดในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

ข้อแนะนำสำหรับการกินลูทีนเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : ลูทีนพบได้มากในผักขม กะหล่ำใบ ดังนั้น หากพี่น้องที่กินผักเหล่านี้อยู่เป็นประจำ พี่น้องอาจจะไม่ต้องกินลูทีนแบบเสริมอาหารอีก แต่ว่าหากไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว ลูทีนแบบเม็ดหรือแบบผสมในสูตรวิตามินรวม (ซึ่งควรมีลูทีนอย่างน้อย 6 มก.) ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น หากพี่น้องต้องการกินลูทีนเดี่ยวๆ ผมแนะนำให้กินขนาด 6-20 มก. วันละ 1 เม็ดพร้อมอาหาร ข้อควรระวัง : ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ลดการดูดซึมของไขมัน เช่น ออร์ลิสแตท หรือ ไคโตซาน เป็นต้น อาจลดการดูดซึมของลูทีนได้ หากพี่น้องกำลังตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนกินลูทีนเสริม และหากพี่น้องมีประวัติแพ้ดอกดาวเรือง (marigolds) ควรหลีกเลี่ยงการกินลูทีน 

Smiley ซีแซนทิน (Zeaxanthin)
เป็นแคโรทีนที่ให้ผลเช่นเดียวกับลูทีน คือช่วยปกป้องดวงตาจากโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม เนื่องจากถูกอนุมูลอิสระทำลาย (จอประสาทตาคือรอยบุ๋มเล็กๆ บนจอประสาทตาหรือเรตินา ซึ่งมีหน้าที่ในการรับภาพละเอียด หากจอประสาทตาถูกทำลาย ภาพที่เห็นจะมัว และสูญเสียการมองเห็นบริเวณกลางภาพไปได้ในที่สุด แม้ว่าการผ่าตัดจะช่วยชะลออาการของโรคได้ แต่ก็ยังไม่มีวิธีที่จะรักษาให้หายขาด ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด) ซีแซนทิน ยังช่วยป้องกันมะเร็งอีกหลายชนิด โดยการเข้าจัดการกับอนุมูลอิสระ และช่วยลดการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อร้าย

ข้อแนะนำสำหรับการกินซีแซนทินเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : ซีแซนทินพบมากในวอเตอร์เครส ผักสวิสชาร์ด ใบชิโครี ผักบีต ผักขม และกระเจี๊ยบเขียว หากพี่น้องไม่ได้กินผักพวกนี้บ่อยนัก อาจพิจารณาอาหารเสริมสูตรแคโรทีนอยด์รวม หรือ แบบเดี่ยว โดยแนะนำให้กินขนาด 30- 130 มก. วันละหนึ่งครั้งพร้อมอาหาร 

 2. ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid)
เป็นพฤกษเคมีที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ พบในเม็ดสีชนิดลละลายในน้ำ ของผัก ผลไม้ เมล็ดธัญพืช ใบไม้ และเปลือกไม้ (ฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจริงในร่างกายของของคนเราคือ ไบโอฟลาโวนอยด์) ฟลาโวนอยด์มีอยู่มากมายหลายชนิด และพืชแต่ละอย่างจะมีฟลาโวนอยด์แต่ะละชนิดเข้มข้นแตกต่างกันออกไป แท้จริงแล้ว มีการศึกษาหลายชิ้นพบว่า ฟลาโวนอยด์บางชนิดมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่เหนือกว่าวิตามินซีหรือวิตามินอีถึง 50 เท่า และฟลาโวนอยด์ในองุ่นแดงก็มีความสามารถในการยับยั้งปฎิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน LDL (สัมพันธ์กับการอุดตันของเส้นเลือดแดงและการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด) มากกว่าวิตามินอีถึง 1000 เท่า ต่อไปนี้คือรายชื่อบางส่วนของฟลาโวนอยด์ ที่พี่น้องควรรู้จักไว้บ้าง เพราะฟลาโวนอยด์เหล่านี้ มีผลต่อสุขภาพของพี่น้องมากมายเลยทีเดียว 

Smiley คาเทชิน (Catechin)
เป็นหนึ่งในสมาชิกของตระกูลพอลิฟีนอล-ฟลาโวนอยด์ มันมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตอของแบคทีเรียกลุ่ม Staphylococcus ซึ่งดื้อต่อยาหลายชนิด การติดเชื้อจากแบคทีเรียชนิดนี้อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ คาเทชินยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของผู้ที่กินอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง และ ยังช่วยป้องกันฟันผุและโรคเหงือกได้อีกด้วย ยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจตัวหนึ่ง คือเค้าพบว่า คาเทชินอาจช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งปอด , ช่วยป้องกันไม่ให้ DNA ถูกทำลาย และ ชะลอการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งต้ว

ข้อแนะนำสำหรับการกินคาเทชินเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : คาเทชินพบมากในชาเขียว และยังพบได้ในองุ่น และไวน์ที่ทำมาจากองุ่น การกินคาเทชินมากจนเกินไป อาจก่อพิษได้ อย่างไรก็ตาม ผมพบว่า การดื่มชาเขียวันละ 1-2 ถ้วยน้ำปลอดภัยและมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง

ข้อควรระวัง : ในหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้มีประวัติเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรจำกัดการดื่มชาเขียวไม่ให้เกิน 2 ถ้วยต่อวัน (มีชาเขียวแบบอัดเม็ดแบบไร้คาเฟอีนขายเหมือนกัน) 

Smiley เรสเวอราทรอล (Resveratrol)
เป็นสมาชิกอีกหนึ่งตัวของตระกูล พอลิฟินอล-ฟลาโวนอยด์ มีการศึกษาพบว่า มันช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองตีบ โดยการยับยั้งการก่อตัวของลิ่มเลือดและไขมัน LDL (คอเลสเตอรอลชนิดเลว) และยังพบอีกว่า มันช่วยยับยั้งการสร้างเซลล์มะเร็ง และสามาถเปลี่ยนเซลล์มะเร็งร้ายให้กลับคืนเป็นเซลล์ปกติ

ข้อแนะนำสำหรับการกินเรสเวอราทรอลเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : เรสเวอราทรอลเป็นสารที่พบในผิวและเมล็ดขององุ่น เช่นเดียวกับคาเทชิน และ แอนโทไซยานิดินส์ ซึ่งล้วนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้องุ่นแดงมีสีม่วงเข้ม และยังเป็นสารที่อธิบายปรากฎการณ์ "ปฎิทรรศน์ฝรั่งเศส (French Paradox)"  ได้อีกด้วย (เป็นปรากฎการณ์ที่ชาวฝรั่งเศษซึ่งกินอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูงมากเป็นประจำ แต่กลับเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่มีอัตราการเกิดโรคหัวใจต่ำที่สุด นักวิจัยเชื่อว่า ปรากฎการณ์นี้เป็นผลมาจากการดื่มไวน์แดงพร้อมอาหารเป็นประจำ หากพี่น้องไม่ใช่นักดื่ม ไม่ต้องการผลเสียจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ แต่ยังอยากได้ผลดีต่อสุขภาพจากเรสเวอราทรอล พี่น้องก็ยังมีทางเลือกอื่นๆ เช่นการกินอาหารเสริม ผมแนะนำให้กินเรสเวอราทรอลขนาด 1000 มคก. หนึ่งแคปซูลวันละครั้ง หรือ พอลิฟีนอลขนาด 30 มก. วันละสองแคปซูล (ในน้ำองุ่นแดงมีเรสเวอราทรอลเช่นกัน แต่ว่ามีในปริมาณท่น้อยมากๆ) 

Smiley โพรแอนโทไซยานิดินส์ และ แอนโทไซยานิดินส์ (Proanthocyanidins and Anthocyanidins – PCOs) แต่หากมีโมเลกุุลเล็กจะเรียกว่า Oligomeric Proanthocyanidin Complex (OPC)
ฟลาโวนอยด์เหล่านี้ เป็นผู้คุ้มกันผนังหลอดเลือดที่ทรงพลัง และยังโดดเด่นในการเชื่อมโยงและสร้างความแข็งแรงให้เส้นสายโปรตีนคอลลาเจน โดยเฉพาะคอลลาเจนบริเวณเนื้อเยื่ออ่อน เส้นเอ็น และกระดูก ด้วยเหตุผลดังกล่าว PCOs จึงช่วยเสริมสร้างการไหลเวียนของเลือดให้ไปหล่อเลี้ยงต่อมและอวัยวะทั่วร่างกาย (ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและรักษาโรค) ช่วยรักษาเส้นเลือดฝอยที่เปราะแตกง่าย เช่น อาการฟกช้ำ เส้นเลือดขอดบริเวณขา และริดสีดวงทวาร และยังอาจมีส่วนสำคัญในการป้องกันกระดูดพรุน นอกจากนี้แล้วยังมีประโยชน์สำหรับพี่น้องที่ชอบออกกำลังกาย เนื่องจากสมบัติในการละลายได้ดีในน้ำส่งผลให้ PCOs ช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในของเหลวรอบๆเนื้อเยื้อ ซึ่งเกิดจากการออกกำลังกายอย่างหักโหม

ข้อแนะนำสำหรับการกิน PCOs เป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : PCOs หรือ OPCs ส่วนใหญ่สกัดได้จากเมล็ดองุ่นหรือเปลือกสน พิคโนจีนอล(Pycnogenol) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในไม่กี่ตัวที่ผ่านแนวกันสมอง (Blood Brian Barrier) ได้ ดังนั้น มันจึงช่วยปกป้องสมองและเนื้อเยื้อประสาทจากปฎิกิริยาออกซิเดชัน (ในปัจจุบันพิโนจีนอลได้กลายมาเป็นเครื่องหมายการค้าของฟลาโวนอยด์ กับสารสกัดจากเปลือกสน ซึ่งมีแอนโทไซยานิดินส์) นอกจากนี้ก็ยังมีวางขายกันเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผมแนะนำให้กินขนาด 30-100 มก. สามเม็ด ระหว่างมื้ออาหาร หากเป็นชนิดที่สกัดจากเมล็ดองุ่นหรือผิวองุ่นจะดีกว่าจากเปลือกสน 

3. ไอโซฟลาโวน (Isoflavone)
พบในถั่วเหลืองและถั่วอื่นๆ เป็นไฟโตนิวเทรียนต์หรือสารอาหารจากพืชที่ใกล้เคียงกับฟลาโวนอยด์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายมันจะเปลี่ยนไปเป็นไฟโตเอสโตรเจน (เอสโตรเจนจากพืช) ซึ่งเป็นสารที่มีรูปร่างคล้ายฮอร์โมนและช่วยยับยั้งการเติบโตของมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น ไอโซฟลาโวนยังลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ส่งผลต่อการป้องกันโรคหัวใจ และยังอาจช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในหญิงวัยทองด้วย ไอโซฟลาโวนที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ เจนิสทีนและ เดดซีน 

Smiley เจนนิสทีน (Genistein)
ช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งโดยการป้องกันการเติบโตของเส้นเลือดใหม่ที่ไปหล่อเลี้ยงเซลล์มะเร็ง และ อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก

ข้อแนะนำสำหรับการกิน เจนิสทีน เป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : เจนิสทีนพบแต่ในผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองเท่านั้น เช่น น้ำนมถั่วเหลือง เต้าหู มิโซะ และอาหารประเภทถั่วหมักที่เรียกว่า เทมเป้ หากพี่น้องไม่ชอบกินเต้าหู้ และนมถั่วเหลือง อาจหาเจนิสทีนในรูปแบบเม็ดหรือผงผสมน้ำ ซึ่งจะมีเดดซีนและไอโซฟลาโวนตัวอื่นๆด้วย โปรตีนถั่วเหลือง 1 แก้ว หรือ สารสกัดจากถั่วเหลืองเข้มข้นอัดเม็ด ควรประกอบด้วยเจนิสทีนและเดดซีน อย่างละ 10 มก. เป็นอย่างน้อยครับ 

Smiley เดดซีน (Daidzein)
ทำงานร่วมกับเจนิสทีนในการยับยั้งเอนไซม์ที่ช่วยให้มะเร็งเติบโต อาจมีประโยชน์เป็นพิเศษกับผู้หญิง ในแง่ของการควบคุมฮออร์โมนเอสโตรเจน ที่อาจมีมากจนเกินไป จนไปกระตุ้นการเติบโตของมะเร็งเต้านม นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับแอลกอฮอร์ในเลือดและลดอาการเมาค้างได้อีกด้วย

ข้อแนะนำสำหรับการกิน เดดซีน เป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : เช่นเดียวกับเจนิสทีน เดดซีนพบได้มากในผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เนื่องจากคุณสมบัติการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านมะเร็ง ผมแนะนำให้กิน โปรตีนถั่วเหลืองวันละ 1-2 แก้ว หรือสารสกัดจากถั่วเหลืองเข้มข้น 1-2 เม็ด ซึ่งควรมีเจนิสทีนและไอโซฟลาโวนตัวอื่นๆด้วย เดดซีนยังเป็นไอโซฟลาโวนที่พบในสมุนไพรตะวันออกที่ชื่อว่า คุดซู (Pueraria lobata) ซึ่งมีคุณสมบัติลดอาการเมาค้าง และลดความอยากดื่มสุรา คุดซูมีขายในรูปแบบแคปซูล หากพี่น้องอยาก “แขวนแก้ว” หรือ อยากแค่บรรเทาอาการเมาค้าง ผมแนะนำให้กินขนาด 500 มก. 3 เม็ดต่อวัน ก่อนหรือหลังดื่มสุรา 

4. วิตามิน
วิตามินหลักที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี 

Smiley วิตามินเอ 
เป็นตัวเก็บกวาดอนุมูลอิสระที่สำคัญและทรงประสิทธิภาพโดยเฉพาะสารต้นกำเนิดของวิตามินเอคือแอลฟาแคโรทีนและเบต้าแคโรทีน สามารถทำลายสารก่อมะเร็งได้หลายประเภท 

Smiley วิตามินซี 
เป็นวิตามินที่แสนอัศจรรย์ สามารถละลายได้ในน้ำ มีเชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สารต้านอนุมูลอิสระของสารต้านอนุมูลอิสระ” เพราะมันช่วยปกป้องสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆในร่างกาย ช่วยยับยั้งการสร้างสารก่อมะเร็งไนโตรซามีน ลดความเสี่ยงของมะเร็งหลายประเภท เสริมสร้างการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเกิดปฎิกิริยาออกซิเดชันของ LDL (ไขมันชนิดเลว) ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน 

Smiley วิตามินอี 
เป็นวิตามินที่เป็นคู่ต่อสู้กับอนุมูลอิสระ ละลายได้ในไขมัน ช่วยปกป้องเยื้อหุ้มเซลล์และเนื้อเยื่อที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบอื่นๆ พบว่าวิตามินอีช่วยป้องกันต้อกระจก เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันมะเร็งหลายชนิด และ ลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้อย่างมีนัยสำคัญ 

 5. แร่ธาตุ
แร่ธาตุทุกชนิดล้วนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่แร่ธาตุต่างกับวิตามินคือ ร่างกายเราไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นมาได้เองเลย แร่ธาตุทุกชนิดได้มาจากการกินอาหารเท่านั้น ไม่เกินจริงเลยถ้าจะพูดว่า “ร่างกายจำเป็นต้องได้รับแร่ธาตุในประมาณที่เหมาะสมจึงจะทำงานได้” เพระาลำพังวิตามินจะไม่สามารถทำงานหรือดูดซึมได้เลยหากขาดความร่วมมือจากแร่ธาตุ แร่ธาตุที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระหลักคือ ซีลีเนียมและสังกะสี 

Smiley ซีลีเนียม 
ทำงานเข้าคู่กับวิตามินอี คือทั้งสองชนิดช่างช่วยให้อีกฝ่ายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นแร่ธาตุตัวสำคัญที่ช่วยป้องกันมะเร็งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วยป้องกันผลที่เกิดจากการทำลายของรังสีและสารเคมีที่ก่อมะเร็ง ซีลีเนียมยังช่วยกระตุ้นการสร้างสารภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อ ช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เส้นเลือดในสมองตีบหรือตัน และยังช่วยลดอาการปวดและยึดของโรคข้ออักเสบ และคุณสมบัติแถมอีกข้อหนึ่งคือ มันมีชื่อเสียงในเรื่องการเพิ่มกำหนัดในผู้ชายด้วย 

Smiley สังกะสี 
เปรียบดั่วกองกำลังที่ต่อสู้กับโรคหวัด พบว่าสังกะสีช่วยเสริมสรางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์ ซึ่งเป็นเม็ดเลือดที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับการติดเชื้อ โดยเฉพาะในคนสูงอายุ และยังอาจช่วยชะลอการสูญเสียการมองเห็นอันเนื่องมาจากการเสื่อมของศูนย์กลางจอประสาทตา รวมไปถึง ช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย 

 6. พืชตระกลูแอลเลียม (Allium)
มีพืชกว่า 500 ชนิดด้วยกันที่อยู่ในตระกูล แอลเลียม แต่ตัวที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่นระดับซูเปอร์สตาร์ก็คือ กระเทียม หอมใหญ่ กระเทียมต้น ผักเหล่านี้มีสารฟลาโวนอยด์ วิตามินซี ซีลีเนียม และซัลเฟอร์ ซึ่งมีสมบัติในการต้านมะเร็งที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งใชการช่วยเซลล์กำจัดสารก่อมะเร็ง ทั้งยังพบว่าผักในกลุ่มนี้ช่วยป้องกันภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน และเส้นเลือดสมองตีบ โดยการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยลดความดันโลหิต และป้องกันการเกิดลิ่มเลือด นอกจากนั้นแล้วยังช่วยตับทำงาน โดยไปกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับสารพิษออกจากร่างกาย และอาจมีประโยชน์ในการป้องกันโรคภูมิแพ้และหอบหืดอีกด้วย 

ข้อแนะนำสำหรับการกินเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : พี่น้องไม่จำเป็นต้องกินหัวหอมสด หรือ กระเทียมสุดหรอกนะ เพราะแม้ว่ามันจะผ่านการปรุงสุกแล้วมันก็ยังคงมีสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระไว้ได้อยู่ แต่หากพี่น้องไม่อยากเสี่ยงต่ออาการเรอเปรี้ยวหรือมีกลิ่นปาก ก็อาจหาซื้อกระเทียมดอัดเม็ดไร้กลิ่นมากินได้หรือกินคู่กับน้ำมันพาร์สลีย์แบบแคปซูลซึ่งง่ายต่อการพกพา หรือ ก้านพาร์สลีย์ ก็ได้ เพราะ พาร์สลีย์เป็นยาระงับกลิ่นปากตามธรรมชาติครับ 

 7. บิลเบอร์รี (Billerry)
สมุนไพรชนิดนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า บลูเบอร์รียุโรป เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด มีสารแอนโทไซยานิดินส์ ซึ่งช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ป้องกันต้อกระจก ตาบอดกลางคืน และโรคทางสายตาอื่นๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ช่วยต่อต้านการอักเสบและต้านการเกิดมะเร็งอีกด้วย

ข้อแนะนำสำหรับการกินบิลเบอร์รีเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : ผลิตภัณฑ์จากบิลเบอร์รีมีทั้งรูปแบบแคปซูลและแบบน้ำ ถ้าเป็นแบบแคปซูลแนะนำให้กินขนาด 500 มก. ได้ถึงวันละ 3 ครั้งหรือผสมแบบน้ำ 15-40 หยด ในน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ ดื่มวันละ 3 เวลา บิลเบอร์รีจะทำงานได้ดีที่สุดหากกินร่วมกับวิตามินซี 

ข้อควรระวัง : ห้ามกินมากกว่าขนาดที่แนะนำ ถึงแม้ว่าบิลเบอร์รแบบสกัดที่วางขายกันอยู่นั้นจะปลอดภัย แต่ใบบิลเบอร์รีก็อาจเป็นพิษได้หากกินติดต่อกันเป็นเวลานาน 

8. โคเอนไซม์ - คิว 10 หรือ ยูบิควิโนน (CoQ10 or Ubiquinone)
Smiley สารอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้พบได้ในทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต และมีความสำคัญมากต่อกระบวนการสร้างพลังงาน ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย หากเราขาด CoQ10 ไป เซลล์ของเราก็จะหยุดทำงานทันที

Smiley เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น ระดับของ CoQ10 จะลดลงซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลายโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกี่ยวข้องกับความชรา การกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ความเครียด การติดเชื้อ อาจส่งผลให้ร่างกายมีปริมาณ CoQ10 ไม่เพียงพอ 

Smiley CoQ10 มีสมบัติที่หลากหลายคล้ายวิตามินอี ไม่ว่าจะเป็น ช่วยเพิ่มพลังงาน ช่วยเสริมการทำงานของหัวใจ ช่วยรักษาโรคเหงือก และช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน 

Smiley การศึกษาจากสถาบันโรคทางระบบประสาทและโรคหลอดเลือดสมองแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Institute of Neurological Disorders and Stroke) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Archives of Neurology ฉบับเดือนตลุาคม 2002 ได้สรุปว่า CoQ10 ช่วยชะลออาการผิดปกติและการดำเนินของโรคในโรคพาร์กินสันได้ แม้จะยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน แต่ก็ถือว่าเป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะถึงแม้ว่าลีวาโดปาและยาอื่นๆ จะช่วยบรรเทาอาการของโรคได้แต่ยังไม่มีการักษาใดในปัจจุบันที่ช่วยชะลอการดำเนินของโรคได้ นักวิจัยเชื่อว่า CoQ10 ทำงานโดยช่วยให้ไมโตคอนเดรียซึ่งเปรียบเสมือน “ขุมพลังงาน” ของเซลล์ทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการศึกษาในระยะแรกๆ พบว่าระดับของ CoQ10 ในไมโตคอนเดรียของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันต่ำกว่าปกติ 

Smiley ผู้สูงอายุหลายคนมีปัญหาทางด้านการทำงานของหัวใจกล่าวว่า “CoQ10 ทำให้รู้สึกเหมือนได้รับการเสริมพลังอย่างทันทีทันใด” ในขณะที่ผู้มีปัญหากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดกล่าวว่า “CoQ10 มีประสิทธิภาพในการลดหรือบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกมากกว่ายาแผนปัจจุบันที่ใช้อยู่” ยาในกลุ่มสเตตินที่ผู้คนนับล้านๆ กินกันอยู่เพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของโรคหัวใจนั้น กลับทำให้ระดับ CoQ10 ในร่างกายลดลง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้คนนับล้านๆ กินยาในกลุ่มนี้เพื่อลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ในขณะเดียวกัน ยาในกลุ่มนี้ก็เพิ่มโอกาสความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้มากขึ้นด้วย หากพี่น้องเป็นคนหนึ่งที่กำลังกินยาในกลุ่มสเตติน (โซคอร์ พราวาคอล) การกิน CoQ10 เสริมไปด้วยดูจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า

ข้อแนะนำสำหรับการกิน CoQ10 เป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : CoQ10 พบในเนื้อสัตว์ ซีเรียล ผัก ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม แต่ประสิทธิภาพของมันจะลดลงเมื่อเก็บเป็นเวลานาน , ผ่านการแปรรูป และ ผ่านการปรุงอาหารด้วยความร้อน ในการกินเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผมแนะนำว่า ถ้าหากพี่น้องกินแบบแคปซูล ให้กินขนาด 30 มก. ครั้งละ 1 เม็ด ได้ถึงวันละ 3 เวลา แต่ถ้าเป็น CoQ10 ในรูปแบบเจล ซึ่งสาร CoQ10 จะอยู่ในน้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดูดซึมง่ายที่สุดและยังกลืนง่ายที่สุดอีกด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบของน้ำมันจะดูดซึมได้ดีกว่าและมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า เพราะ CoQ10 เป็นสารที่ละลายได้ดีในไขมัน 

 9. ผักตระกูลกะหล่ำ
ผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกลุ่มนี้ (บลอกโคลี กะหล่ำดาว กะหล่ำปลี ผักเคล ฯลฯ) มีวิตามินซี และฟลาโวนอยด์ชนิดอื่นๆ เช่น อินโดล (Indoles) และ ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) โดยอินโดลจะไปช่วยยับยั้งการทำงานของเอสโตรเจน หากเอสโตรเจนทำงานมากไปอาจทำให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ ส่วนซัลโฟราเฟนนั้นไปช่วยกระตุ้นเซลล์เพื่อที่จะสร้างเอนไซม์เพื่อต่อสู้กับมะเร็ง การรวมกันของสารต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ ทำให้ผักตระกูลกะหล่ำช่วยปกป้องมะเร็งได้หลายประเภทเลยทีเดียวคับ

ข้อแนะนำสำหรับการกินเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : ถึงแม้ว่าผักตระกูลกะหล่ำ เช่น บลอกโคลี ผักเคล กะหล่ำดอก กะหล่ำดาว บ็อกชอย จะมีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย แต่ผักเหล่านี้ก็ไม่ใช่อาหารจานโปรดของใครหลายๆคน โชคยังดีที่สารอาหารที่มีประโยชน์จากผักเหล่านี้ได้มีการสกัดมาอัดเม็ดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้ว การกินแบบเม็ดนั้นไม่ได้ให้เส้นใยอาหารและสารอาหารอื่นเท่ากับการกินผักสดหรอก แต่ก็ยังดีกว่าการปล่อยให้ร่างกายของเราไม่ได้รับประโยชน์จากสารอาหารที่เยียมยอดเหล่านี้เลย ตัวผมพบว่าการกินผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้อัดเม็ดที่มีสารสกัดจากบลอคโคลีระหว่างมื้ออาหาร เป็นยาบำรุงกำลังชั้นเลิศ และยังเป็นวิธีที่ทำให้ผมได้รับสารอาหารต่างๆอย่างครบถ้วนด้วย 

10. ใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba)
สารสกัดจากใบแปะก๊วยเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ พี่น้องคงจะรู้ประโยชน์ของมันดี ไม่ว่าจะ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้มีก๊าซออกซิเจนลำเลียงไปเลี้ยงหัวใจ สมอง และอวัยวะอื่นๆทั่วร่างกาย ช่วยในเรื่องของการคิดและสมาธิ ช่วยลดอาการตะคริวหรืออาการเจ็บกล้ามเนื้ออื่นๆ และช่วยบรรเทาอาการเสริมสมรรถภาพทางเพศ อันที่จริงแล้ว ผู้ชายบางคนบอกกับผมว่า สารสกัดจากใบแปะก๊วยนั้นเปรียบได้กับไวอะกร้าจากธรรมชาติ มันยังช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะ เสียงดังในหู และช่วยให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์พัฒนาการับรู้และการเข้าสังคมได้ดีขึ้น ด้วยความสามารถในการปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ จึงเป็นไปได้ว่ามันจะช่วยชะลอกระบวนการชะราและป้องกันโรคมะเร็งได้ การศึกษาใหม่ๆพบว่า สารสกัดจากใบแปะก๊วยช่วยป้องกันและรักษาโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม และยังเป็นยาต้านโรคซึมเศร้าที่ได้ผลในคนไข้ที่ไม่ตอบสมองต่อการรักษาทั่วไป 

ข้อแนะนำสำหรับการกินเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : สารสกัดจากใบแปะก๊วยมีจำหน่ายในขนาด 40-60 มก. พี่น้องสามารถกินได้ถึง 60 มก .3 เม็ดต่อวัน
ข้อควรระวัง : ห้ามกินสารสกัดใบแปะก๊วยกับแอสไพรินเนื่องจากอาจจะทำให้เลือดออกที่ตาขาวได้ 

11. กลูตาไทโอน (Glutathione)
สารต้านอนุมูลอิสระยกกำลัง 3 ตัวนี้ ถูกสร้างขึ้นในตับของเราจากกรดอะมิโน 3 ตัว นั่นก็คือ ซิสเทอีน กรดกลูตามิก และไกลซีน ทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ทั่วร่างกาย รวมไปถึงเนื้อเยื้ออวัยวะต่างๆ และยังช่วยป้องกันมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งที่ตับ กลูต้าไธโอนทำงานคล้ายกับว่าเป็นตัวเพิ่มพลังงานให้กับระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยร่างกายขับโลหะหนักและยาต่างๆ และยังช่วยป้องกันผลร้ายจากแสงยูวี ผลเสียต่อสุขภาพจากการสูบบุหรี่และดื่มสุรา และยังใช้ลดการอักเสบในโรคไขข้ออักเสบและภูมิแพ้อีกด้วย 

ข้อแนะนำสำหรับการกินกลูตาไธโอนเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : กลูตาไธโอนพบในผักและผลไม้ แต่กรรมวิธีการปรุงอาหารอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง ในแง่ของการกินเป็นอาหารเสริม ผมแนะนำให้กินแบบแคปซูลขนาด 50 มก. วันละ 1-2 ครั้ง(แต่ผู้ที่ต้องการผลทางด้านผิวพรรณ ปริมาณเท่านี้มักไม่ช่วยอะไร) กรดอะมิโนเมไทโอนีน ช่วยป้องกันการสูญเสียกลูตาไธโอนได้ ดังนั้นการกินอาหารที่อุดมไปด้วยเมไธโอนีน เช่น ถั่ว ไข่ ปลา กระเทียม ถั่วเลนทิล ถั่วเหลือง และโยเกิร์ต ก็เป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มระดับกูลตาไธโอน การกินกรดอะมิโนเสริมที่มี แอล-ซิสเทอีนและ แอล-เมไทโอนีน ก็สามารถกระตุ้นการสร้างกลูตาไธโอนในร่างกายได้ 

12. กรดไลโปอิก (Lipoic Acid)
สารต้านอนุมูลอิสระที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวนี้ บ่อยครั้งที่ได้รับการขนานนามว่า “สารต้านอนุมูลอิสระครอบจักรวาล” กรดไลโปอิกจะคล้ายวิตามินตรงที่ร่างกายสามารถสร้างได้เองตามธรรมชาติ และต่างจากสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ก็ตรงที่ว่าร่างกายของเราสร้างมันได้เองนี่แหละ กรดไลโปอิกสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและในไขมัน ดังนั้นมันจึงมีความสามารถในการเสริมการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆและทำหน้าที่ทดแทนสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆได้ในยามขาดแคลน ยกตัวอย่างเช่น หากระดับวิตามินซีหรือวิตามินอีลดต่ำลง กรดไลโปอิกสามารถที่จะเข้าทำงานทดแทนได้ชั่วคราว และด้วยความสามารถในการผ่านแนวกั้นของสมอง (Blood Brain Barrier) จึงช่วยบรรเทาผลเสียที่เกิดขึ้นกับเนื้อสมองในยามที่เกิดภาวะเส้นเลือดที่มาเลี้ยงสมองตีบหรือแตกได้ กรดไลโปอิกยังช่วยปรับระดับน้ำตาลใหนเลือดให้เป็นปกติ และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงจากเบาหวานได้อีกด้วย 

ข้อแนะนำสำหรับการกินไลโปอิกเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ร่างกายของเรามักสร้างกรดไลโปอิกได้น้อยลง จนไม่เพียงพอที่จะก่อประโยชน์ได้ หากพี่น้องที่มีอายุเลย 40 ไปแล้ว พี่น้องไม่ควรมองข้ามการกินกรดไลโปอิก เสริมอาหารนะ กรดไลโปอิกมีจำหน่ายในรูปเม็ดเดี่ยวๆ และแบบรวมกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ผมแนะนำให้กินขนาด 50 มก. วันละ 1-2 เม็ดครับ 

13. เมลาโทนิน (Melatonin)
Smiley เมลาโทนินเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งซึ่งผลิตจากต่อมไพเนียลในขณะที่เรากำลังนอนหลับพักผ่อน มันมีหน้าที่ช่วยรักษาจังหวะเวลาชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ด้วยหน้าที่หลักของมันคือการควบคุม “นาฬิกาชีวิต” ภายในร่างกายของเรา (วงจรการหลับและตื่น) 

Smiley มันมีประโยชน์มากในการักษาอาการเจ็ตแล็ก (อาการนอนไม่หลับเมื่อต้องเดินทางเปลี่ยนสถานที่ซึ่งอยู่ต่างเขตเวลากัน) และอาการนอนไม่หลับ 

Smiley เมื่อเราอายุมากขึ้นระดับเมลาโทนินจะลดลง การกินเมลาโทนินเสริมอาจช่วยชะลอกระบวนการชรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการป้องกันเซลล์สมองจากการทำลายโดยปฎิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ รวมถึงโรคอัลไซเมอร์ 

Smiley เมลาโทนินยังช่วยลดอาการปวดศีรษะคลัสเตอร์ และช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยการกระตุ้นเซลล์ที่ทำงานต้านเซลล์มะเร็ง จึงช่วยหยุดกระบวนการแพร่กระจายของมะเร็งได้

ข้อแนะนำสำหรับการกินเมลาโทนินเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : เมลาโทนินพบใน มะเขือเทศ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงสามารถจำหน่ายเป็นอาหารเสริมที่ไม่ใช่ยาได้ แม้ว่าแท้จริงแล้วมันเป็นฮอร์โมนก็ตาม 

Smiley สำหรับบรรเทาอาการเจ็ตแล็กให้กินขนาด 1-3 มก. (ในรูปที่ใช้อมใต้ลิ้น) ปล่อยให้ตัวยาละลายใต้ติ้นซัก ชั่วโมงครึ่ง ก่อนเวลาที่อยากจะนอน

Smiley หากพี่น้องนอนนอนไม่หลับ แนะนำให้กิน 1-5 มก. ก่อนเข้านอน โดยให้เริ่มจาก 1 มก. แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นหากจำเป็น และไม่ควรกินเกิน 5 มก. 

Smiley หากต้องการชะลอวัย ผมแนะนำ 0.5-1 มก. ในรูปอมใต้ลิ้น ก่อนเข้านอนคับ

ข้อควรระวัง :
1. ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS มีผลลดการสร้างเมลาโทนินของสมอง แอสไพรินขนาดมาตรฐานเพียง 1 เม็ด สามารถลดการสร้างเมลาโทนินได้ถึงร้อยละ 75 หากพี่น้องต้องกินยาเหล่านี้ พยายามกินหลังอาหารมื้อเย็น นอกจากนี้ แวเลียม , ซาแนกซ์ , คาเฟอีน , เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ , ยาแก้หวัด , ยาขับปัสสาวะ , ยาลดความดันกลุ่มบีต้าบล็อคเกอร์ หรือ แคลเซียมแชนแนลบล็อคเกอร์ , ยาลดความอ้วน และ สเตียรอยด์ เช่น เพรดนิโซน ล้วนแล้วแต่ไปลดการสร้างเมลาโทนนินแทบทั้งสิ้น

2. เมลาโทนินอาจทำให้พี่น้องง่วงมาก ดังนั้นควรกินก่อนเข้านอนเท่านั้น 

3. หากพพี่น้องมีโรคประจำตัว , กินยาอื่นเป็นประจำอยู่แล้ว , กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร , เป็นเบาหวาน , มีปัญหาฮอร์โมนไม่สมดุลจากโรคอื่นหรืออยู่ในวัยหมดประจำเดือนและกำลังได้รับฮอร์โมนทดแทน หากจะกินเมลาโทนินควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเสียก่อน 

4. เมลาโทนินอาจจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันของพี่น้องมากเกินไป ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านร่างกายตัวเอง (SLE) หรือกินยากดภูมิอยู่ ไม่ควรกินเมลาโทนินเด็ดขาด 

14. ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส (Superoxide Dismutase : SOD)
เป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระได้อย่างทรงพลัง โดยเฉพาะกับเนื้อเยื่อผิวหนัง มันช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงและลดอัตราการทำลายของเซลล์ มีการทดลองที่พบว่า การฉีด SOD ช่วยรักษาโรคหนังแข็งได้ SOD ช่วยให้ร่างกายใช้แร่ธาตุที่สำคัญอย่าง สังกะสี ทองแดง และแมงกานีส แต่หากแร่ธาตุเหล่านี้มีไม่เพียงพอ เอนไซม์ก็อาจทำงานไม่ได้ เมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายของเราจะสร้าง SOD น้อยลงเรื่อยๆ ดังนั้นการกิน SOD เสริม อาจเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยลดริ้วรอยและชะลอวัยได้

ข้อแนะนำสำหรับการกิน SOD เป็นอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : แหล่งของ SOD ตามธรรมชาติได้แก่ ข้าวบาร์เลย์ บรอกโคลี กะหล่ำดาว กะหล่ำปลี และ ต้นอ่อนข้าวสาลี SOD ถูกทำลายโดยน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ดังนั้น หากกิน SOD เป็นอาหารเสริม ต้องกินแบบที่มีสารเคลือบ ให้สามารถลอดผ่านการย่อยของกระเพาะอาหารไปได้ แล้วไปถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก หากกินเพื่อการชะลอวัยแนะนำให้กิน 125 มก. ต่อวันคับ





Create Date : 27 มีนาคม 2555
Last Update : 6 เมษายน 2555 12:50:42 น.
Counter : 4594 Pageviews.

6 comments
  
อ่านจบแล้วค่ะ เจ๋งมาก ^^ จะติดตามอ่านต่อไป
โดย: kira IP: 202.91.19.194 วันที่: 29 เมษายน 2555 เวลา:15:24:53 น.
  
ขอบคุณครับ คุณ kira
โดย: เฟยเฟย (ultramaths ) วันที่: 29 เมษายน 2555 เวลา:17:00:08 น.
  
คุ้นๆ ข้อความเหมือนในหนังสือวิตามินไบเบิ้ล
โดย: เอก IP: 202.60.199.152 วันที่: 20 มิถุนายน 2555 เวลา:8:45:00 น.
  
เก่งจังค่ะ ความรู้ที่มีประโยชน์ มาก อยากให้คนที่งมงาย กินโดยไม่ศึกษา กับพวกชอบแนะนำไปเรื่อย มาอ่านจัง
โดย: จุ๋ม IP: 58.9.218.199 วันที่: 7 เมษายน 2556 เวลา:6:56:27 น.
  
จากหนังสือ วิตามินไบเบิล นี่ครับ

ขอบคุณครับ
โดย: ss IP: 183.89.59.83 วันที่: 22 เมษายน 2556 เวลา:22:04:52 น.
  
ขอบคุณ ค่ะ
โดย: Youngblood IP: 27.55.9.188 วันที่: 2 พฤษภาคม 2557 เวลา:9:36:58 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ultramaths
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]



ผม..เฟยเฟย รายงานตัวค้าบ
ultramaths ขอสงวนลิขสิทธิ์ข้อความทั้งหมดในblogนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
All rights reserved.