พฤษภาคม 2553

 
 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
22
26
28
29
30
31
 
 
All Blog
รับมือกับเหงา (บนร่องรอยรักร้าว)...
สวัสดี สวีดัด..

บิดขี้เกียจรอบหนึ่งก่อนละ

ช่วงนี้ เจอกันบ่อยนะ โลกออนไลน์เอ๋ย...

ฉันค่อยรู้สึกว่า ไม่ค่อยเหงา และได้จัดสาระ ระเบียบไรให้ชีวิตหน่อย ได้ขีดเขียน ได้ระบาย เป็นช่องทาง หลังจากเก็บกักความคิดอะไรหลายๆ อย่าง ตลอดเวลาที่พอจะคิดได้ ที่ผ่านมา..
ก็ดีไปอีกแบบนะ...

เฮ้อ อยู่ที่นี่ จะไม่พูดถึงความเหงาไม่ได้ล่ะนะ เพราะตั้งแต่ฉันมา ก็มีเจ้าความเหงา ฟ้าประทาน มาเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มาทักทาย อยู่เป็นเพื่อน เด่วก็จากไป ซักพักก็เวียนมาหาใหม่ วนมาทีไร ก็ทำใจฉันหม่นไปทุกที

และก็รู้ใจตัวเองดีพอว่า เจ้าใจดวงนี้ ขี้เหงาซะเหลือเกิน ปากแข็ง แต่ใจน่ะดิ เออ นะไปรับความเหงาเข้าเป็นเพื่อนอยู่เนืองๆ

ฉันซึ้งกับการจมกับความเหงา และรู้สึกว่า มันค่อนข้างกัดกร่อนใจมากทีเดว ความเหงา ฉุดเอาพลังขับเคลื่อนในการใช้ชีวิตให้ลดต่ำลง

อยู่นี่ มองเห็นความเหงาชัดเจนกว่าที่ไทย ชีวิตที่ต้องใช้ตามลำพัง มีเพียงตัวเองเป็นเพื่อนเกือบตลอด 24 ชม.นั้น ก็ทำให้ต้องมีวินัย ต้องจัดการกับอารมณ์ตัวเองเรื่อยเลยสิน่า

ในขณะอารมณ์ที่เหงานั้น ถ้าตอกย้ำมันเข้าไปอีก มันก็จะเหงาจมซ้ำกว่าเก่า เมื่อเรื่องเก่าๆ ความทรงจำเก่าๆ แวะเวียนเข้ามา กัดกินความรู้สึก

3 ปีแล้วสินะ ที่ใจฉันมันก็บอบช้ำซะเหลือเกิน ด้วยถูกใครบางคนเหยียบย่ำมันจมดิน จนแหลกละเอียด ไม่เหลือเศษซากชิ้นดีเลย เวลาเหงาเหรอ ภาพของเขา ความทรงจำต่างๆ ก็ย้อนเข้ามาให้ต้องมีน้ำตาประจำทุกที ชีวิตก็ไม่เคยคิดหนอว่าจะต้องเจอกับคำว่า อกหัก...

เหตุเกิดจากการที่รักใครบางคนฝังลึกเข้าในจิตใต้สำนึกนั่นไง รักสุดใจ มากเกินกว่าชีวิตของตัวเอง ไม่เผื่อใจให้เจ็บเลย ด้วยคิดเพียงว่า รักที่บริสุทธิ์ และจริงใจของเรา ไม่แพ้อะไร และอดทนรอได้เสมอ แต่ความจริงง่ายๆ ที่ทำให้ตระหนักได้หลังจากหลุดพ้นห้วงนั้น ก็แค่ คนมันไม่รัก ดีให้ตาย มันก็ไม่รัก...นี่แหละนิยามของรักเขาข้างเดว..

ไม่ใช่เขาไม่รุ เขาุรุอยุ่เต็มอก แต่ด้วยใจกร้านโลก จิตมันด้านชานัก รักเข้าไม่ถึงหรอก และเขาไม่เห็นคุณค่า ก็ยังจะยื่นให้เขาไปอีก..ไร้ค่าน่า

เจ็บทีก็เลยปางตายเลย ใครว่าช้ำรักไม่ตาย กรุขอแย้งเหอะ ว่า มันกระอักปางตาย โคม่ากันเลยนะเออ พิษรักน่ะ...

มันทำให้ฉันหันหลังจากโลกความจริง ปิดเหลือแต่โลกความทรงจำของตัวเองที่ตัวเองสร้างและอยากให้เป็น..เป็นอย่างนั้นไประยะนึงเลยทีเดว กว่าที่จะค่อยๆ ออกมายอมรับความจริง สู้กับความพ่ายแพ้ในใจได้...

ความเหงาในเวลาที่ใจยังยึดติดกับใครคนเก่านั้น กับความเหงาในเวลาที่ตัดเขาออกไปจากความรู้สึกแล้วเนี่ย รสชาติมันก็ต่างกันอยู่หรอก

เมื่อความรู้สึกเรายึดกับใครบางคนไปแล้วนั้น..

แรกเริ่มที่ settled down ที่นี่นั้น เพราะจิตชินกับการคิดถึงเขาตลอดเวลา มันจึงทุรนทุรายนัก เวลาไม่ได้รับการสนอง ..อยู่ไทยหรอ ส่งข้อความ หรือโทรหาถ้าคิดถึงจริงๆ นานๆ เขาโทรมา ดีใจแทบแย่ หน้าบาน แต่อาการนั้นมันเหมือนหมากระดิกหางหาเจ้าของน่ะ หูชัน หางชู แต่เจ้าของมันจะเอาไปทิ้งวัดเมื่อไหร่ก็ได้ ใครจะรู้

อยู่นี่แรกๆ เดินออกไประเบียงแหกปากบอกฟ้าว่า คิดถึงจังเล้ยยย เธอเอ๋ย เหงาจังเธอจ๋า แล้วถ้าเกิดเปิดเพลงฟังน่ะหรอ เพลงเจ้ากรรมจะเป็นเพลงอกหักซะทั้งหมด แล้วก็จะเศร้าอีกอยู่อย่างนั้น ยังจำได้อยู่เลย อย่าง good bye my lover แล้วก็ร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังเหมือนวนในอ่างเลย...

บ่อยไปที่หลับแล้วฝันถึงเขา มันช่างหวานยิ่งนัก แค่ได้ใกล้เขาแม้ในฝัน นั่นคือความสุขที่สุดแล้ว ตื่นมาน้ำลายไหล..เอร้ย น้ำตาไหล รับรู้อารมณ์ตัวเองว่า นี่แหละหนาผลของการรักใครฝังลึกถึงจิตใต้สำนึก แม้ยามเรามีสติควบคุมตัวเองได้นั้น จะสะกดกลั้นมันได้ แต่เราห้ามจิตใต้สำนึกไม่ได้ ดังนั้น จิตเราก็จะยึดเอาเขามาผูกมาพันด้วย แสดงออกในรูปความฝันนั่นเอง...

เมื่อตั้งใจแล้วว่าเราต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่จมปลักกับชีวิตเก่าๆเช่นนั้น เลือกเดินทางที่เปลี่ยนวิถีชีวิตไปแล้ว ก็ต้องค่อยๆ ปรับใจไปสินะ...

ในเมื่อเราเป็นคนดึงเขาเข้ามาในความคิดเอง ก็ต้องเชิญออกไปเอง จมอดีตอย่างนั้นไม่ดีแน่... และต้องไม่หาตัวแสดงแทน...

ก็คิดใหม่ มองใหม่ หันกลับมารักตัวเองเป็น รักตัวเองให้มากขึ้น
คงเพราะมีเหตุปัจจัยทำให้ฉันเสื่อมศรัทธาในตัวตนเขาด้วย
จริงๆ ตัวละครสำคัญในละครเก่าๆ เรื่องนี้คนหนึ่ง ถามฉันว่า ทนไปได้ยังไง ทั้งที่รู้หลายอย่างเช่นนี้..ก็เพราะรักไง คำเดว จึงได้ทน ..โง่นะ
เมื่อค้นพบว่า ตัวจริงนั้นก็ไม่ได้มีคุณค่าดังที่ฉันได้เคยศรัทธาเลย..สร้างภาพทั้งนั้น แล้วจะเชื่อได้อย่างไรว่า สิ่งที่สอน ที่บอกเรานั้น เป็นความจริง อาจจะไป copy paste จากใครมาก็ได้ แต่ทำพูดดี น่าเชื่อถือ หรือจะอย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่ฉันหมดศรัทธาไปแล้ว มันก็เท่านั้น

แล้วคุณค่าของเขาก็ไม่เหลือในสายตาฉัน ความทรงจำอาจยังมี แต่พอคุณค่ามันลด ความนับถือ ในคุณค่าความเป็นคนที่เราเคยมีให้ ตัวตนที่เราเคยศรัทธา มันก็หมดลงไปด้วย

จากที่เคยนึกถึงแล้วรู้สึกดี มันก็ค่อยๆ มีคำถามตามมาว่า แล้วเราจะไปจำทำไมวะ ไม่ได้มีคุณค่าอะไรให้จดจำเลย ของจริงรึก็ไม่ใช่้ แล้วเราจะไปนึกถึงให้รกความรู้สึกทำไม.. ก็ถามคำถามนี้กับตัวเองบ่อยเข้าๆ เวลานึกถึงเขา แล้วมันก็ค่อยๆ ลืมได้ ใครบอกว่า รักแล้วลืมยาก จริง ฉันเห็นด้วย แต่ไม่ใช่ลืมไม่ได้ ลืมได้ ถ้าใจคิดจะลืม...เพราะทุกอย่างอยู่ที่ใจคิดไง

ให้ไวหน่อยก็แข็งใจหักดิบ ไม่งั้นตราบใดที่ยังมีช่องทางให้ใจเล็ดลอด แล้วใจจอมซอกแซก ก็หาลู่ทางไปเจอเขา เจอความเป็นไปเขาอยู่เรื่อยๆ หาเรื่องจะเจ็บเองทุกที เขาก็อยู่ของเขาบ่ได้เป็นทุกข์เป็นร้อนไรกับเราด้วยซักหน่อย ก็ตัดช่้องทางมันซะ ใจดิ้นพร่าดๆ ทุรนทุรายในช่วงแรก แต่ก็ค่อยๆสงบลงได้เองทีหลัง

แล้วอัดงานมันเข้าไป ทำไรก็ได้ ให้ต้องไปจดจ่อกับงานตรรงหน้า มันอาจจะได้ผล success หรือ failed ไม่ใช่สลักสำคัญเท่าจิตเราที่มุ่งไปตั้งใจกับงานตรงนั้นมากกว่า และจะอันตรายมาก ถ้าหันเหเข้าหาของกิน เพราะมันจะกินไม่ยั้ง ด้วยใจเครียดด้วย ซวยได้ตัวบวม ต้องมาลดกันทีหลังอะ อ่วมไปเลย

เมื่อเราอัญเชิญเขาออกไปได้แล้ว มันไม่เต็มตีนในช่วงแรกหรอก ไม่หลอกตัวเอง ก็รักปักใจซะขนาดนั้น ยังๆ ยังเหลือซาก bug เล็กๆ แอบแฝง แวปเข้ามาบ้าง แต่ก็จับตัวได้ ก็ฮั่นแน่ แวปมาอีกแล้วเร้ออ เธอ ไม่แล้วล่ะ พอกันเท่านี้ล่ะนะ อย่าได้มีเวรกรรมต่อกันอีกเลย ขำๆไป ก็เท่านั้น...

เดินมาจุดนี้ ย้อนมองกลับไป ก็สู้กับความทุกข์ในใจมาเยอะเหมือนกันนี่หว่า เออ ก็ทำให้ใจแกร่งขึ้นได้นี่หว่า...

แล้วจากสิ่งนี้ได้อะไร

รักอย่างมีสติไง ต่อจากนี้ เวลารักใคร ต้องมีเหตุมีผลที่ดี ให้ความรุ้สึกเดินคู่กับเหตุและผลด้วย หนักแน่น อย่าให้มันเบาหวิวนัก ต้องไม่หนีความจริง ต้องรอบคอบและไม่ผลีผลาม รักแล้วต้องไม่ขาดสติ ไม่งั้นก็พังง่ายอีก ที่สำคัญ คุณค่าของตัวเอง ระลึกให้่จงหนัก อย่าได้ดูถูกตัวเองเป็นอันขาด ปร้าดด คิดดีเป็นด้วยเร้อเมิง ทำเอากรุปลื้ม เว้ย เมิงคิดได้...+55

แต่ใช่ว่า เมื่อไม่ยึดใครแล้วเราจะไม่เหงานะ เพราะเจ้าเหงา คือ เพื่อน ย่อมแวะมาเยี่ยมเยือนกันเป็นประจำ ทำไงดีอะทีนี้ ในใจก็ไม่ได้ยึดเขาแล้วด้วย มีมี้กะหมูน้อย ก็โทหาแล...

บางทีก็แวปมาไม่ทันตั้งตัว นึกได้ ทำไมมันเหงาจัึงวะ มากับบรรยากาศอึมครึม ฟ้าหม่น ฝนตก หนาวจัด หิมะตก เป็นแต่จังหวะ โอกาสจะพาไปเจงๆ อัน

บางที ก็เหงาจากความรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง จริงๆ ปกติ กรุก็ไม่ได้อยู่เพื่อนฝูงมากมายไรนะ แต่ก็ไม่วาย บางทีรู้สึกเหมือนถูกทิ้ง โดนแยก เขาไปไหน ไมไม่ชวนเรา น้อยใจ เอ่า เหงาอีก ทำไงดีล่ะ...ออกไปเดินซูเปอร์ Window shopping ไปตามเรื่องของกรุ พอเจอเพื่อน ก็ถาม ว่าไหงไม่ชวนฉานไปด้วยฟระ อ่อ มีอย่างนั้น มีอย่างนี้ ก็ว่าไป เออ จะเหตุไรก็แล้วแต่ กรุก็พ้นอารมณ์เหงาไปแล้ว ก็ไม่จมไปกับอารมณ์มากมายแล้วล่ะว่ะค่ะ

บางทีก็เหงาเป็นอาการต่อเนื่องจากท้อ พอผลออกมาดูท่าไม่ค่อยดี หาทางไปต่อยากเย็น คิดลุ่ทางไม่ออก ก็เอาและ กรู คิดมากจิตตก ก็หยุดมันทุกอย่าง เอาตัวเองไปจากตรงนั้น ไปเดินเล่น ฟังเพลง บ้าบอไรไปซักพัก คิดได้ ผลตรงนี้ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ก็กลับมาตะลุยกับมันใหม่ มันต้องมีทางออกสิวะ ซักทาง ...อารมณ์เรา เอาให้ออกจากความเหงา ความท้อตรงนั้นได้ก่อน ค่อยๆ แก้ไปทีละปม ทีละจุด...

ได้ผลที่สุด คือวิ่ง ก็วิ่งมันรอบอ่างนี่แหละ ระหว่างวิ่ง ก็คิด ก็ทบทวนมันไปด้วย ลืมเหนื่อยด้วย พอจะคิดอะไรออกด้วย ได้ 2 เด้ง แถมลูกชิ่ง ลดน้ำหนักได้อีกตะหาก...แปลกแฮะ อยู่ไทย เกลียดวิ่งจะตาย..

ช่วงนี้อากาศดีๆ ไม่ค่อยเหงาและ.. สำคัญก็มองโลกในแง่ดี ยิ้มได้ หัวเราะบ้าง มีความสุขกับทุกสิ่งรอบตัวให้ได้

ก็จับความเหงามานั่งวิจารณ์ได้เป็นวรรคเป็นเวรไป...ถ้าตอนจมกับความเหงา ก็แยกตัวตนไม่ออก

อีกอย่าง ก็บังเิิอิญ คงเพราะมีคนให้ระลึกถึง แล้วสุขใจที่รู้ว่า เออ เขาสบายดี...

หมดแม็กซ์แล้วกรุวีคนี้ week day คงต้องเขียนงานหลวงจริงจัีงแล้วล่ะทีนี้

งานราษฏร์คงต้องพักไว้ก่อน ไม่งั้น ความซวยจะมาเยือนชีวิตได้

โลกออนไลน์เอ๋ย ตรุจะรีบเขียนงาน จะได้มาขีด มาเขียนไรต่อนะ

ให้กรุครึ้มอกครึ้มใจมากกว่านี้หน่อย อาจจะนะ อาจจะได้เขียนไรแผลงๆ ซักที ..

แต่ตอนนี้ เป้าหมายคือ ผลิตกระดาษ 1 ชิ้นภายใน มิ.ย. ก่อนโปรฯจะไม่อยู่นี่ตั้งปี TT TT

อะ ไหนๆ ก็อ้างถึงมาเยอะและ หนามยอกเอาหนามบ่งมันซะเลย

ยก Entry นี้เป็นอนุสรณ์สำหรับรักฝังใจไปเลยละกัน...

แต่เหอะ 1 ตอนนี้กรุเฉยๆแล้วว่ะ กับเพลงนี้ ไม่ฟูมฟายเหมือนก่อนล่ะน้า
ลาก่อน คนเคยรักของกรุ.. แล้วมันก็ตรงกับในเพลง เธอกลวงจริงๆ ด้วยน่ะสิ...

และ 2 ขอโทษ กรุมีความสุขได้ด้วยตัวเองแล้วว่ะ...




Create Date : 23 พฤษภาคม 2553
Last Update : 30 มิถุนายน 2553 16:24:04 น.
Counter : 277 Pageviews.

5 comments
  
แปะไว้ก่อน...อ่านอย่างคร่าวๆจบไปแล้วหนึ่งรอบ
แต่ว่ามันยังไม่เข้าสมอง...มีบางคำอยากจะเขียน
แต่แปะไว้ก่อนดีกว่า...เดี๋ยวออกไปซื้อของก่อน
แล้วจะกลับมาคอมเมนท์ให้...

ปกติแล้วเป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านเด็กเขียนบล็อก
แบบโวยวายและบ่นกับเรื่องไม่ซับซ้อนน่ะ...นี่อาจจะ
เป็นบล็อกแรก...และกลายเป็นคนเดียวที่ไปคุยเล่นด้วย
ในบล็อกนั้นแฮะ...
โดย: greenvases วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:28:49 น.
  
...

สวัสดี..

ตามบาย เอาให้บายใจ... คนแ่ก่

วันนี้ครึ้มใจตามอากาศ รอฟ้าเปิดคงสดใสขึ้นหน่อย...

อ้อ ลืมบอกไป ที่ติดไว้เมื่อวานว่า เช้าจะออกเก็บรูปสมช.รอบอ่างมาเพิ่มนั้น ฝนตกตั้งแต่คืนเสาร์ คาดว่า พวกตัวเดินได้ คงมุดหลบฝนไม่ยอมโผล่มาให้เห็นแน่เลย ..ไม่ได้ถ่าย
โดย: เลื้อย วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:24:04 น.
  
สวัสดีตอนเช้าค่ะ....วันนี้ที่เมืองไทยอากาศครึ้มๆนิดหน่อย แต่ก็สบายดี เพราะไม่ร้อน
อ่านแล้วนึกย้อนมามาตัวเองที่เคยเจ็บปางตายเพราะความรัก คล้ายกันค่ะ รักเขามาก ก็ดีกับเขามาก แต่ครอบครัวเขาไม่เห็นค่า เน้นนะคะ ว่าครอบครัว ส่วนตัวเขาเห็นคุณค่าเราเต็มๆ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจยอมรับการถูกจับแยก เพราะความกตัญญูต้องมาก่อนความรัก (น้ำเน่าเนอะ รักกันแต่พ่อแม่กีดกัน ) กว่าจะยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็ใช้เวลาเยียวยาอยู่นานพอควร แต่ไม่ได้ลืม หรือเลิกรัก นะคะ รักก็คงยังรักกันอยู่ แต่คิดแค่ว่า คนที่รักกันไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันก็ได้ รับรู้ว่ายังรักกันก็เพียงพอ
ขออวยพรให้คุณเจอคนที่เขารักคุณและคุณก็รักเขาไวๆนะคะ
โดย: nong_paraom วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:51:48 น.
  
กลับมาอ่านอย่างละเอียดอีกรอบ...อืม...เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นมาขึ้น...
คิดว่านะยิ่งรู้สึกผิดหวังในความรักแล้ว...และยิ่งต้องอยู่ลำพัง
ในต่างแดนอีก คิดว่าคงเหงาหนักเป็นเท่าทวีแน่ๆ...

ไอเดียและการเรียบเรียงความคิดเป็นขั้นตอนดีนะ...อ่านดีๆแล้ว
ก็ต้องกลับไปนึกถึงคอมเมนท์แรกที่ได้เขียนลงไป...พอได้อ่าน
ก็เข้าใจนะ...เรื่องของความรัก แตกต่างกันในแต่ละคน ไม่สามารถ
เอาเรื่องของใครมาเปรียบเทียบของใคร...

อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ต้องปล่อยมันผ่านไปแหละ...คิดถึงมัน
แล้วจะรู้สึกเจ็บใจ เสียใจ ก็ปล่อยๆมันไปซะ...มุ่งหน้า คิดเรื่อง
ของวันข้างหน้าดีกว่า....ทำงานเยอะอาจจะเครียดเกินไป...
สนับสนุนให้เอาเวลาไปสร้างสรรค์อย่างอื่นบ้าง...เช่นการ
ออกไปวิ่งเนี่ย...สนับสนุนเต็มที่...ชอบวิ่งเหมือนกัน ไม่ค่อยเห็น
สาวๆที่รู้จักชอบวิ่งเลยซักคน...ปกติชอบวิ่งน่ะ

ช่วงนี้เขียนบล็อกบ่อยมาก...มาอ่านแทบไม่ทัน...แสดงว่าอึดอัด
อยากปลดปล่อยใช่ไหม๊...เขียนได้ก็เขียนไป...ลองเขียนลงกระดาษ
มั่งสิ...แล้วเอาไว้อ่านเองในอนาคต...ถ้าเหงาก็เขียนเรื่อยๆ...
เดี่ยวจะมาอ่าน...

ที่บล้อกโน้นน่ะ เพื่อนเยอะก็เป็นเพื่อนที่เขียนทักทายกันในนี้แหละ
ใครเขียนดีก็คอมเมนท์ แต่ถ้าใครมีเพื่อนเยอะแล้ว ส่วนมาก
จะไม่ค่อยได้เขียนคอมเมนท์เหมือนกันนะ ชอบที่เงียบๆคนน้อยๆ
แบบนี้มากกว่า...
โดย: greenvases วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:03:28 น.
  
สวัสดีค่ะ

#3 ขอบคุณค่ะ

เหอๆๆ เราเจอมาเหมือนกันค่ะ คนที่รักกันแต่ชาตินี้เราไม่สามารถใช้คู่กันได้ แต่เราไม่เข้มแข็งพอ เวลาอย่างเดวเยียวยาไม่ได้ หาตัวแสดงแทน เจ็บไม่เจ็บคนเดว หาคนเจ็บเพิ่มด้วยค่ะ

รออารมณ์ครึ้มๆ วันไหนอาจถ่ายทอดออกมา ก็นึกๆอยู่ค่ะ

คนที่รักเรา เจอแล้วค่ะ แต่ไม่เคยรักค่ะ ชีวิตไม่เสมอกัน...

ตอนนี้เลยเฉยๆ เพราะรู้ว่าตอนนี้ยังไม่พร้อมจะดูแลใครค่ะ ใครรอได้ก็รอไป รักษาแผลใจตัวเองไปด้วย ก็ประมาณนั้นน่ะค่ะ ;)

#4

+55 ขอบคุณค่ะ

เหงาๆ บนความอกหัก มันช้ำนัก หนูซึ้ง ผ่านไปได้ซัีกพัก ดีขึ้นแล้วค่ะ เลยมีความสุขกับตัวเองเนี่ยแหละค่ะ

เรื่องวิ่ง..ปกติ หนูไม่ได้ชอบวิ่งค่ะ วิ่งเป็นกีฬาอย่างเดวที่มันง่าย และไม่ต้องใช้อะไรเลยค่ะ และมีที่มาที่ไปก็ตอนช้ำหนัก ไม่รุทำไงก็วิ่งเนี่ยล่ะค่ะ เอาให้เหนื่อย นอนหลับไม่ต้องคิดมากไร...สงสัยเป็นสาวประหลาดค่ะ

ช่วงนี้ที่เขียนเยอะ เหตุเพราะนึกถึงคนๆนึง แล้วตัดสินใจจะบันทึกขึ้นมา พอรู้ตัวเองแต่แรกค่ะ ว่าถ้าเขียนแล้ว non-stop แบบปล่อยพรวดรวดเดวหมดกั๊กเลยแน่ๆ คงทยอยๆ เขียนไปแหละค่ะ มีความสุขเวลาได้ขีดๆ เขียนๆ นะ ใจมันเต็มที่ อินไปกับความรู้สึกขณะนั้นไปด้วย..
แต่่ชอบเบื่อง่าย หมดความตั้งใจก็คงกลับไปเหงาๆ เงียบๆ เหมือนเดิมแล้วล่ะค่ะ..

สมัยม.ต้น เคยเขียนลงกระดาษแล้วมาอ่านทีหลัง มันรู้สึกเหมือนเบาไปและรุ้สึกว่าไร้สาระ เหมือนวนในอ่่างยังไงไม่รุค่ะ สำนวนก็ห่วย การลำดับขั้นตอนก็ไม่มี นึกได้เขียนเลย ตั้งแต่นั้นมา เลยไม่เขียนบันทึกใดๆ อีกเลยตั้งแต่นั้นค่ะ

อีกอย่างคือ ตั้งใจแต่แรกที่จะปิดกล่องความทรงจำทุกกล่องโดยไม่บันทึกมัน เพราะกลััวจมกัีบความรู้สึกเดิมค่ะ

แต่เมื่อเลือกเปิดแล้ว ก็คงซักพัก จนกว่าอารมณ์เปลี่ยน ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆอีกค่ะ ไม่ค่อยอยู่นิ่งนานๆ...

เรื่องเมนต์ตามสบายค่ะ ดีใจที่ได้แลกเปลี่ยนความเห็น มุมมองดีๆ ค่ะ ;)
โดย: เลื้อย วันที่: 25 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:16:41 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เลื้อย
Location :
Seoul,  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดี ชาวโลก...ออนไลน์

ขอบคุณที่แวะเข้ามาแล้วเยี่ยมชมค่ะ

นานๆ จึงจะได้มาอัพซักกะครั้งแหละ...
ตามแต่ใจจะพาไป

หากเข้ามาอัพบ่อย ตายแน่เลย
งานท่วมหัว เอาตัวไม่รอด..

จะทักทาย ติชม ประการใด ตามสบายละกัน ^^'

ไว้คุยกันค่ะ ;)

ปล. ชักงงๆนิดหน่อย ตรูแปะไว้คราวก่อน
แล้วไฉนจึงหายไปได้ละเนี่ย...งึ่มๆ