พฤษภาคม 2557

 
 
 
 
1
3
4
5
7
8
9
10
12
13
14
16
17
19
20
21
22
23
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
มนตราซาตาน บทส่งท้าย

บทส่งท้าย


แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ถูกความมืดมิดกลืนกินจนแสงเหล่านั้นเลือนสลาย กลับกลายเป็นโลกแห่งรัตติกาลโลกซึ่งถูกปีศาจตามล่า โลกซึ่งไร้แสงสว่างราวกับถูกสาปตลอดกาล


‘ท่านพี่...เจ้าต้องสละจากร่างนี้เพื่อหลบซ่อนดวงจิตและวิญญาณแห่งรัก’


‘ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น หากไม่มีซันเซ็ทไปกับข้า’


‘เซเลเน่...โปรดจงเชื่อใจข้าไม่ว่าเจ้าจะอยู่ยังที่แห่งใด ข้าจะตามหาเจ้าให้พบ’


‘ข้าไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด หากมีเจ้าอยู่เคียงข้างข้า ซันเซ็ท’


‘จำไว้...ข้าจะคอยมองดูเจ้าไม่ให้คลาดสายตา และข้าจะตามไปพบเจ้า ทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น’


“ไม่นะ!” เสียงกรีดร้องพร้อมดึงร่างบอบบางลุกขึ้นนั่งหญิงสาวหายใจแรงตามจังหวะการเต้นของหัวใจสั่นระรัว เมื่อสัมผัสกับความหวาดกลัวจากเหตุการณ์ที่ได้เห็นเมื่อครู่นี้


“เป็นอะไรไปเลดี้!ฝันร้ายงั้นเหรอ” ชายหนุ่มด้านข้างสะดุ้งตื่นพร้อมลุกขึ้นสำรวจภรรยาของเขาเพื่อปลอบประโลมให้ลดอาการขวัญผวา


“ดี้ฝันเห็นสวรรค์กำลังถูกความมืดมิดปกคลุมจนทั้งโลกกลายเป็นสีดำดวงไฟหลายลูกวิ่งเร็วคล้ายจรวดพุ่งทำลายทุกสิ่งจนเผาผลาญวอดวายดี้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังช่วยดี้หนีจากเปลวเพลิงพวกนั้น แต่...”ศศิชาชำเลืองมองคนด้านข้างที่นำนิ้วมือปาดเช็ดเหงื่อซิบบนหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน


“แต่อะไรของเธอ”


“แต่ซันเซ็ทปรากฏตัวมาช่วยดี้เขาดึงดวงวิญญาณของดี้ออกจากร่างกาย มันร้อนทรมานมากเหมือนตัวดี้กำลังถูกไฟเผาจนเกือบหลอมละลายมือที่จับกันไว้ก็หลุดออกจนดี้สะดุ้งตื่นมานี่ล่ะ”


“ก็แค่ฝันร้ายอย่าคิดมากน่า” ผู้เป็นสามียักไหล่พร้อมเลิกคิ้วสูง อยากให้เธอเชื่อในคำพูดของเขา ทุกสิ่งเป็นเพียงภาพฝันซึ่งไม่มีทางเป็นอย่างนั้นได้อีกแล้ว


“แต่ดี้กลัว...กลัวว่าสักวันเราต้องจากกันอีก”


“จำไว้...ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาต่อให้เราต้องจากกันไกลแสนไกล ฉันจะตามหาเธอให้เจอ” น้ำเสียงทุ้มกล่าวอย่างแผ่วเบาแต่แฝงไว้ซึ่งความหนักแน่นดึงสายตาไหวระริกที่มีแต่ความหวาดกลัวจ้องมองยังนัยต์ตาสีสนิมคู่นั้นจนความอุ่นละมุนวิ่งวนเวียนอยู่ในหัวใจสั่นไหวศศิชาผ่อนลมหายใจ สลัดความวิตกกังวลออกจากสมองในทันที


“ขอดี้กอดหน่อยได้ไหม”ดวงตากลมโตมองสามีอย่างออดอ้อน ฟาโรระบายยิ้มพร้อมกับอ้าแขนรับร่างบอบบางไว้ในอกอย่างเต็มใจ


“ผู้หญิงทั้งโลกต้องอิจฉาเธอแน่ๆที่มีสามีเป็นถึงดาราชื่อดัง ถึงฉันจะอำลาวงการไปแล้ว แต่ก็ยังมีชื่อเสียงขนาดนี้”ทั้งสองพากันหัวเราะขบขันพร้อมกระชับอ้อมกอดจนแน่นกว่าเดิม


หนึ่งเดือนแล้วที่ฟาโรกับศศิชาแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบประเพณีหลังจากฟาโรประกาศอำลาวงการบันเทิงอย่างเป็นทางการเพื่อเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของบริษัทเอสพีโมเดลลิ่งจำกัดโดยมีปรเมษเป็นผู้บริหารและยังคงทุกฝ่ายให้รับผิดชอบหน้าที่ตามเดิมทุกประการ


ศศิชาเงยหน้ามองฟาโรที่จดจ้องเธออยู่ก่อนแล้วแววตาคู่สวยเปล่งประกายความสุข ไม่อยากเชื่อว่าความฝันที่เคยแอบคิดอยากได้ฟาโรมาครอบครองจะกลายเป็นความจริงได้ใช้ชีวิตอยู่กับบุคคลอันเป็นที่รัก พร้อมคอยปกป้องดูแลซึ่งกันและกันอย่างนี้


ฟาโรค่อยๆโน้มใบหน้าอันหล่อเหลาเข้าคลอเคลียริมฝีปากอบอุ่นลากสัมผัสไปตามพวงแก้มนวลเนียนก่อนมอบจุมพิตดูดดื่มแก่ภรรยาของตน


“พรุ่งนี้ต้องไปร่วมงานของวีกับไมเคิลนะ”ศศิชาเบี่ยงใบหน้าหลบความอบอุ่นพร้อมซบซุกไปบนแผงอกกว้างและกระชับวงแขนกอดฟาโรไว้แนบแน่น


“โอเค...ก็ได้เห็นว่าต้องตื่นแต่เช้าหรอกนะ ถึงยอมปล่อยอย่างนี้”ชายหนุ่มระบายลมหายใจพร้อมขยับร่างกายลงนอน โดยมีร่างบอบบางนอนทาบทับบนอกทั้งสองโอบกอดแนบแน่นและหลับไหลไปพร้อมกัน



===== 



บรรยากาศของงานแต่งที่จัดพิธีในโบสถ์เสร็จสิ้นหลังจากบ่าวสาวในชุดแต่งงานสีขาวก้าวเดินออกจากพรมสีแดงสดมายืนอยู่หน้าประตูทางเข้าโบสถ์พร้อมเด็กตัวน้อยจับชายกระโปรงชุดแต่งงานที่ยาวลากพื้นด้วยรอยยิ้มเบิกบาน พาคนมองเห็นยิ้มตามอย่างเอ็นดู


งานแต่งงานจัดอย่างเรียบง่ายแม้ไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ก็รวมแขกเหรื่อกว่าร้อยคนในงานนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้เกี่ยวข้องในแวดวงบันเทิงทีมข่าวและช่างภาพ เพื่อนฝูง รวมถึงครอบครัวและญาติสนิท


ฟาโรถือช่อกุหลาบแดงแซมลิลลี่ขาวพร้อมควงศศิชาเดินเข้าหาคู่บ่าวสาวเพื่อมอบดอกไม้ช่อนี้แสดงความยินดีแก่วรดาเพื่อนสนิทกับไมเคิลเจ้าบ่าวของหล่อน


วรดามองช่อดอกไม้พร้อมแย้มยิ้มก่อนจะรับไปถือไว้หล่อนคลายมือออกจากวงแขนของเจ้าบ่าวพร้อมโผเข้ากอดฟาโรที่จงใจกระซิบบางอย่างข้างหู“รับรองว่าช่อดอกไม้นี้ไม่มีหนอนตัวใหญ่แน่นอน” ดาราหนุ่มหลุดขำ แววตาเป็นประกายหยอกล้อ


วรดานิ่งชะงักหน้าถอดสี เหลือบมองช่อดอกไม้นั้นให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมอย่างที่ฟาโรว่าไว้จริงๆเจ้าสาวเหลือบมองฟาโรอย่างคาดโทษไว้ก่อน ในเมื่อคิดกลั่นแกล้งกันอย่างนี้ สักวันคงได้เอาคืนทำให้ศศิชาและไมเคิลหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นเพื่อนสนิทหยอกล้อกัน


ถัดออกไปไม่ไกลวศินและนลัทยืนเคียงคู่มองทางบ่าวสาวด้วยความยินดีไม่ต่างกับคนอื่นในงานเลี้ยงที่หันมองตามจุดสนใจเดียวกันรอเพียงจังหวะได้เข้าไปร่วมแสดงความยินดีอีกครั้ง


“ไม่อยากแต่งงานกับเขาบ้างเหรอซี”วศินเอ่ยถามเมื่อลอบมองแต่นลัทอยู่ตลอดเวลา โดยไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าน้องสาวคนละสายเลือดที่เขาเคยมีใจให้คือคนเดียวกันกับที่ทำให้นลัทผิดหวังจนทุกวันนี้


“แต่งอะไรซีไม่คิดจะแต่งงานหรอกชาตินี้”


“แน่ใจเหรอว่าไม่สนใจผู้ชายจริงๆ” วศินพูดล้อเลียนพร้อมชำเลืองมองเธอยิ้มๆ


“ไม่รู้สิ...ยังไม่เจอคนถูกใจ”นลัทไม่ทันคิดว่าในคำถามเหล่านั้นของชายหนุ่มจะส่อประกายบางอย่างที่เธอไม่อาจนึกถึงนั่นคือแววตาของความห่วงใยที่พร้อมมอบให้ หากเธอต้องการในสักวัน


สายตาของนลัทจดจ้องไปยังศศิชาทำให้วศินมองตาม ประจวบเหมาะกับบรรดาสื่อมวลชนเคลื่อนที่เข้าหาข่าวพอดิบพอดี


เสียงจอแจดังเซ็งแซ่ล้อมรอบฟาโรและศศิชาเอาไว้ทั้งสองยืนเคียงข้างท่ามกลางแสงสว่างวิบวับจากแฟลชของกล้องที่กำลังเก็บภาพความประทับใจเพื่อเขียนประกอบกับข่าว


“ข่าวลือที่ว่าฟาโรจะกลับเข้าวงการบันเทิงอีกครั้งจริงหรือเปล่าคะ”


“หลังจากแต่งงานคุณทั้งสองเก็บตัวเงียบเป็นเพราะเดินทางไปฮันนี่มูนกันหรือเปล่าครับ”


“รู้สึกอย่างไรบ้างคะกับการที่แฟนคลับร้องขอให้ฟาโรกลับเข้าวงการอีกครั้ง”


หลากหลายคำถามถาโถมทำให้ฟาโรและศศิชาหันมองหน้ากันพร้อมส่งยิ้มโดยไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดี จนกระทั่งฟาโรกระชับมือของภรรยาให้คล้องแขนเขาแน่นขึ้นพร้อมพูดจา


“เมื่อก่อนผมอาจจะเป็นภาพมายาสำหรับใครต่อใครแต่หลังจากนาทีนี้ผมจะมีตัวตนอยู่เคียงข้างเธอคนนี้คนเดียวและตลอดไป”


เสียงโห่ร้องส่งดังจนแขกเหรื่อในงานหันมาให้ความสนใจพร้อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นกว่าเดิมหลายเท่า ทุกคนในงานฉลองอิ่มเอมความสุขที่ตลบอบอวลจนแทบสำลักไม่ว่าจะเป็นคุณศจี ทิพปภาที่อาการดีขึ้นเรื่อยๆ ก็ยืนมองภาพความสุขเหล่านั้น


ดรุนัยวิ่งลงจากรถตู้เบียดเสียดผู้คนในงานแต่งจนชนกระแทกกับเหล่านางแบบที่ยืนอยู่ก่อนหน้านั้นอยากใกล้ชิดคู่บ่าวสาวเพื่อแสดงความยินดี โดยมีอาร์ตเดินตามหลังในระยะห่าง เขาจดจ้องไปยังคู่สามีภรรยาที่ยืนส่งยิ้มให้สัมภาษณ์กับนักข่าวดูทั้งคู่จะโดดเด่นและเป็นจุดสนใจมากกว่าคู่บ่าวสาวด้วยซ้ำ


ความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้น แม้จะเริ่มต้นจากความฝันที่ไม่อาจเอื้อมถึงหากแต่โชคชะตากำหนดไว้ให้คู่กันแล้ว สองหัวใจแห่งรักคงไม่แยกห่างกันแม้จะไกลแค่ไหน ก็ยังตามหากันจนเจอ...



===== 


บทพิเศษ


กลิ่นหอมอ่อนๆของอาหารเมนูหนึ่งลอยแตะจมูกระหว่างฟาโรนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ตรงโซฟาในโถงห้องรับแขกบ้านหลังเล็กที่สร้างไว้ในขอบเขตของคฤหาสน์ เพื่อครอบครัวใหญ่จะได้อาศัยอยู่ยังเขตเดียวกันไม่ต้องแยกย้ายจากไปอยู่ห่างไกล


“กับข้าวเสร็จแล้ว”เสียงหวานแว่วดังจากห้องครัวทำให้ชายหนุ่มละสายตาจากหนังสือพิมพ์และพับมันวางไว้บนโซฟาก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้าวตามกลิ่นหอมของอาหารซึ่งไม่รู้ว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร


วันนี้ศศิชาหัดทำกับข้าวเองเป็นวันแรกตั้งแต่ได้แต่งงานกับฟาโร ทุกวันจะเป็นแม่บ้านประจำคฤหาสน์เสียมากกว่าที่ทำกับข้าวให้ทั้งครอบครัวได้รับประทานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่


“เธอทำอะไรให้ฉันกิน”ฟาโรชี้ไปยังจานกระเบื้องที่มีอาหารหน้าตาเหมือนไข่เจียวสูตรใหม่วางอยู่ “ไข่เจียวใส่โอริโอ้หรือไงถึงได้ดำเป็นหย่อมๆ อย่างงั้น” ฟาโรกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นแววว่าอาหารมื้อนี้อาจจะต้องไปพึ่งฝีมือของแม่บ้านยังคฤหาสน์ใหญ่อีกสักวัน


“ไข่เจียวใส่โอริโอ้มีที่ไหนกัน ลองชิมซะก่อน ถึงหน้าตาไม่สวย แต่รสชาติต้องอร่อยจนติดใจแน่ๆ”ศศิชากล่าวอย่างภาคภูมิใจในฝีมือทำกับข้าวของตน


“ไปหัดทำกับข้าวกับป้าอุ่นมาสองอาทิตย์ทำไมฉันถึงได้กินแต่ไข่ทอดล่ะ แล้วอย่างอื่นไม่มีหรือไง” ฟาโรแกล้งกระเซ้าแหย่


“ทำให้กินก็บุญแล้วนะยังจะบ่น เดี๋ยวก็เอาไปทิ้งซะเลย”


“อย่านะ!”ฟาโรปรามเมื่อเห็นภรรยาเตรียมยกจานไข่เจียวสูตรใหม่ไปทิ้งตามที่กล่าวไว้ “ฉันล้อเล่นฝีมือเธอก็ต้องอร่อยอยู่แล้วล่ะ จริงไหม” ฟาโรสาวเท้าเข้าหาภรรยาพร้อมโอบกอดรอบเอวบอบบางเอาไว้เขาหยิบส้อมในมือของเธอตัดไข่ในจานและตักใส่ปาก


“เป็นไงบ้าง?”ศศิชามองสามีอย่างตื่นเต้น เมื่อเขายังคงนิ่งเฉยระหว่างเคี้ยวตุ้ย โดยไม่รู้ว่าอาการหน้าตายของเขารู้สึกอย่างไรกับรสชาติอาหารบ้าง


ฟาโรได้แต่ฝืนกลืนไข่เจียวฝีมือภรรยาลงคอโดยไม่แสดงอาการใดๆแม้รสชาติของอาหารคำนั้นจะเค็มมากราวกับรถบรรทุกเกลือคว่ำก็ตาม


“ทำไมไม่ตอบอร่อยไหม” ศศิชาถามย้ำอีกครั้ง


“อื้มใช้ได้ เดี๋ยววันนี้จะกินคนเดียวให้หมดแล้วพรุ่งนี้คิดเมนูไว้หรือยังว่าจะทำอะไรให้ฉันกิน” ศศิชายิ้มแฉ่งเมื่อฟาโรเอ่ยชมฝีมือการทำอาหารของเธอทว่าเธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าฝีมือของตัวเองจะเข้าขั้นสมกับที่สามีชื่นชมหรือไม่


เธอคว้าส้อมในมือของฟาโรตักไข่เข้าปากบ้างเพียงเนื้อไข่เจียวสัมผัสถูกลิ้นก็ทำให้เธอรีบคายทิ้งทันที พร้อมสะบัดสายตาเขียวปั้ดให้กับชายหนุ่มด้านข้างศศิชาทิ้งส้อมบนจานเพื่อจะยกมือทุบที่อกของฟาโรโทษฐานหลอกให้เธอดีใจเล่น แต่ข้อแขนกลับถือมือแข็งแรงคว้าไว้เสียก่อนพร้อมรวบมืออีกข้างที่กำลังจะยกทำร้ายเขาเช่นกัน


“ทำไมต้องโกหกกันด้วย!ฝีมือแบบนี้เขาเรียกว่าแย่มากๆ ไม่ใช่ใช้ได้” ศศิชากระฟัดกระเฟียตเป็นฝืนเป็นไฟ


“ฉันไม่ได้โกหกสำหรับฉันต่อให้รสชาติอาหารเป็นไง ฉันก็ไม่สน แค่รับรู้ถึงความรักและการใส่ใจในอาหารนั้นฉันว่ามันดีมากแล้ว” คำพูดเพียงไม่กี่คำก็สามารถดับอารมณ์ร้อนที่เดือดระอุให้เย็นลง


“ถ้าฝีมือดี้ยังเป็นแบบนี้คงไม่ต้องหัดทำแล้วล่ะ ไปอาศัยป้าอุ่นกินก็แล้วกัน” แม้อารมณ์เดือดดาลจะเย็นลงทว่ายังออกแง่งอนในที เธอรู้สึกโกรธเคืองตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้อย่างไร


ศศิชาพยายามดึงมือออกจากการจับกุมแต่ฟาโรไม่ยอมปล่อย แถมยังโอบรอบเอวอ้อนแอ้นไว้แน่น ไม่ให้เธอได้เดินหนีไปไหน


“เธอต้องทำกับข้าวให้ฉันกินทุกวันแม้แต่ตอนเธอกำลังยุ่งกับการดีไซน์เสื้อผ้าใหม่ๆ เธอก็ต้องสละเวลามาทำกับข้าวให้ฉันกินอย่างนี้เข้าใจหรือเปล่า”


“แน่ใจเหรอว่าจะกินไข่เจียวเค็มๆแบบนี้ได้ทุกวัน”


“แน่ใจฉันจะกินอาหารทุกอย่างที่เป็นฝีมือของเธอ ไม่ว่ารสชาติมันจะแย่แค่ไหนฉันก็จะรอกินตลอดไป”


ทั้งสองสามีภรรยาแย้มยิ้มให้กันอย่างเติมเต็มความสุขไม่ว่านานแค่ไหน ความรัก ความอบอุ่น ความเอาใจใส่ จะยังคงอยู่คู่วิญญาณแห่งรักตราบนิจนิรันดร์

The end




Create Date : 25 พฤษภาคม 2557
Last Update : 25 พฤษภาคม 2557 22:07:56 น.
Counter : 403 Pageviews.

5 comments
  
อีกหน่อย .. ต้องมี

เสน่หา .. มนตรา

อิอิ
โดย: โค อัสดง วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 เวลา:2:29:43 น.
  
นั่นสิ ไม่แน่ อาจจะมีนิยายเรื่องนี้ก็ได้
โดย: มาโซคิส IP: 124.121.19.43 วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 เวลา:19:43:03 น.
  
โฉมใหม่ ไฉไลกว่ากว่า
^__^....
โดย: ^__^.. IP: 183.88.249.58 วันที่: 28 พฤษภาคม 2557 เวลา:19:49:26 น.
  
สวัสดียามค่ำครับ


โดย: ก้อนเงิน วันที่: 28 พฤษภาคม 2557 เวลา:20:36:35 น.
  
อิอิ ^---^ ขอบคุณนะคะ

สวัสดีค่ะ คุณก้อนเงิน ขอบคุณที่แวะมาค่ะ
โดย: มาโซคิส IP: 124.121.40.170 วันที่: 28 พฤษภาคม 2557 เวลา:20:55:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

มาโซคิส
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]



เ ร า ต่ า ง กั น แ ส น ไ ก ล

Blood A_Blood Type Series
เรียบง่าย อยู่บนเหตุและผล สันติ ยุติธรรม

ถ้าในฝันนั้น.. ฉันได้มีเธอ.. ขอนอนหลับไม่ตื่นได้ไหม..
เ ว ล า คิ ด ถึ ง ใ ค ร บ า ง ค น ม า ก ๆ อ ย า ก ดึ ง เ ค้ า อ อ ก ม า จ า ก โ ล ก แ ห่ ง ค ว า ม ฝั น แ ล้ ว ก อ ด ซ ะ !! ใ ห้ ห า ย คิ ด ถึ ง





หากวันใด อ่อนแอ ท้อแท้ ผิดหวัง ให้ลองย้อนนึกถึงวันที่เคยตะเกียกตะกาย . .



ถ้าคนๆ หนึ่ง มีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้เรายิ้มออกมาได้โดยไม่ตั้งใจ.. มานก็ไม่แปลกเลยที่เขาสามารถทำให้เราน้ำตาไหลได้โดยไม่รู้ตัว..

Online Now




New Comments