Pai By The Way






พิ ง ไ ห ล่ ห น า ว ล ม ห่ ม บ ท ก วี
มาชารี กับบทเพลงเดียวดายของคนเดินทาง






ผมนำรูปเรื่องเก่า ๆ มาให้คุณชม
เป็นโปสการ์ด ที่ผมทำเล่น ๆและกลายเป็นจริง
ชุดแรกชื่อ Pai By The Way มีทั้งหมด ๑๖ รูป
เป็นแบบที่เขาเรียกว่า Book Carte Postale
เก็บเป็นที่ระลึก ของขวัญปีใหม่ วันเกิด หรือฉีกเขียนส่งก็สะดวก
(คิดได้ว่าไม่มีรูปนี้นะครับ อยู่อีกชุด กำลังจัดหน้าตาอยู่)

ส่วนอีกรูปเป็นรูปเก่าชื่อ รอเจ้าของหมวก
และที่เอามาลงเพิ่ม คือหน้าตาของโปสการ์ดที่ผมวงเล็บไว้ข้างบนว่ากำลังจัดหน้าตาอยู่ ผมขออนุญาตเอามาลงให้ชม คงไม่คิดว่าจงใจขายของนะครับ

ผมเพิ่งกลับมาจากปาย เข้ากทม เมื่อวันจันทร์
ช้าไปอีกวัน คงออกจากสุวรรณภูมิไม่ได้แน่
โชคยังดีครับมาถึงตอนเที่ยงคืน กว่าจะปัดกวาดทำความสะอาดรังหนู
เวลาก็ล่วงสองยาม เหนื่อย แต่ก็ชื่นใจที่ได้ไปพบปะกับแฟนพันธุ์แท้ที่นั่น
ไม่อยากจะเชื่อว่า นักเขียน
(ที่น้องนุ่งคนหนึ่งนิยามเยาะหยันเอาซึ่ง ๆ หน้าว่าว่า กำลังอยู่ระหว่างขาลง)
จะยังธำรงอยู่ในความทรงจำงดงามของนักอ่านอยู่...
ใช่แต่แฟนรุ่นเก่า หากรุ่นใหม่ ก็ทำให้น้ำตารื้น
ชื่นใจที่ยังจดจำกันได้ แสดงตัวและบอกเล่าความในใจว่า
หนังสือเล่มไหนที่ทำให้พวกเขามีวันนี้
โอ มันทำให้สะเทือนใจครับ เพราะแต่แรก ผมไม่เชื่อมั่นในตัวเองเลย
ยังห้ามปรามน้องนุ่งที่คิดจะจัดพิมพ์การ์ดชุดนี้
ว่าอย่าเล็งผลเลิศนะ เพราะผมเป็นนักเขียนเกียจคร้าน
ไม่มีผลงานใหม่ออกมาเลยในรอบหลายปี
นักอ่านรุ่นใหม่ก็นับแต่จะไม่รู้จักมักจี่



มีอยู่กลุ่มหนึ่ง จ่ายเงินทั้งหมดเลยทั้งที่ของยังเดินทางจากเชียงใหม่มาไม่ถึง บอกว่าช่วยส่งไปให้ด้วย
จะออกค่าส่งเองอีกต่างหาก ให้ใจกันขนาดนี้ มีหรือจะไม่ซาบซึ้ง

ที่เล่ามา ไม่ได้หมายความจะอวดโอ้ หรือให้ความสำคัญกับเรื่องค้าขาย
เล่าเพื่อสะท้อนให้รู้ว่า จริงๆแล้ว ศิลปะวรรณกรรมนั้น มันมีอิทธิพลต่อชีวิตจิตใจคนมาก ถึงขนาดเปลี่ยนวิถีชีวิตของเขาได้ จึงทำให้ผู้เขียนตระหนักว่า
ยิ่งต้องรับผิดชอบ และรอบคอบยิ่งๆขึ้นในการทำงานชิ้นใหม่ ทั้งยังหันกลับไปทบทวนศรัทธาของตัวเอง(ตอนหลังๆนี้ มีสื่อทันสมัยมากมาย)
ที่เริ่มคลอนแคลนต่อสื่อ หนังสือ วรรณกรรม
รวมทั้งความรัก-ชอบในการอ่านหนังสือของผู้คนยุคดิจิตอลไร้พรมแดน

วันเสาร์นี้ ภาวนาว่าพันธมิตรคงกรุณาเปิดสนามบิน
ให้ประชาชนคนหนึ่ง กลับไปสู่แผ่นดินภูเขา(ของเขา)ได้

บ่ายโมง ผมจะต้องขับรถคดเคี้ยวขึ้นเขากลับไปปาย
ให้ทันงานคอนเสิร์ตวง แม้นศรี เนื่องในโอกาส ครบรอบ ๑ ปี
ของร้านวาวีสะพานปาย (ที่ได้ให้ที่ทางสำหรับความฝันของคนทำงานศิลปะ)
นั่นคือหัวข้อสำคัญที่ผมหมายใจมุ่งมั่น อย่างน้อยปีหนึ่งควรมีคอนเสิร์ตดี ๆ
มีละครสั้น มีการแสดงภาพเขียน มีกิจกรรมทางปัญญา มีห้องสมุด มีแหล่งค้นคว้า มีพื้นที่ฟรีเปิดให้กับผู้คนในชุมชนได้จัด พบปะ เสวนา
พูดคุยถึงปัญหาของชุมชน...ผมส่งสารเมืองเล็กๆแห่งนั้นครับ
การส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบให้เงินเป็นตัวตั้ง
แทนที่จะเอาหัวใจเอาชีวิตของผู้คนที่นั่นเป็นตัวตั้ง
มันน่ากลัวสุดๆครับ ขยะจะเอายังไง
ปัญหาเด็กผมแดงลูกชาวเขา เสียงอึกทึกขย่มเมือง
มลพิษแห่งทุนนิยม ที่ไปข่มชีวิตสงบเงียบของผู้คน
ที่เคยเข้านอนแต่หัวค่ำ ฟังเสียงน้ำค้างเหยาะหยดรดหลังคาใบตองเปาะแปะ

ชาวไตใหญ่ไตโหลง คนมูเซอ คนปากเกอญอ ฯลฯ
ที่ยึดมั่นในพุทธวิถี สงบเงียบเรียบง่าย สันโดษ
ท่ามกลางกระแสคลื่นแห่งการบริโภคธรรมชาติอย่างบ้าคลั่ง
ถั่งโถมโหมกระหน่ำของลัทธิบูชาเงิน

หุบเขาแสงตะวัน
หุบเขาแห่งความฝันสีขาวของผมและพี่น้องชนเผ่า
จะยังเหลือสายหมอกขาว
และดวงดาวสีทองให้ผองชนรุ่นหลังได้ผิงกันอีกไหม
คงยังไม่สาย ที่เราจะหันหน้าเข้าหากัน รับรู้ และร่วมมือกัน
รับมือ ป้องกัน แก้ไข ในทุกสัดส่วนองคาพยพ
ไม่จำเพาะแต่ผู้คนในชุมชนนั้น
หากทุกผู้นั่นแหละ ทุกผู้ที่เขาไปปักหลักที่นั่น
ขุดคุ้ย ค้าขาย แม่น้ำ ลำธาร ป่าเขา
และใบตองมุงหลังคาบ้านทุกใบในป่า
พวกคุณต้องรู้ค่า รักษา ตอบแทน และชดเชยให้
กระทั่งกรวดทรายทุกเม็ดที่พวกคุณกอบโกยเอา
จากบ่อน้ำใสแห่งจิตวิญญาณของพวกชาวถิ่น ชนพื้นเมือง






นั่นคือความหวังเล็ก ๆของคนเล็ก ๆคนหนึ่ง
เขาตั้งมั่นว่าจะตอบแทนความสวยสดงดงามของดินแดนที่ครั้งหนึ่ง
ได้ช่วยหล่อหลอมจิตวิญญาณ วาดฝันปั้นชีวิตเขา
จนเป็นตัวเป็นตนมาในโลกวรรณกรรมจนทุกวันนี้

ไม่มี เมืองสามหมอก ดอกไม้บาน
บ้านขุนเขา.....
ลำเนาถิ่นแม่ฮ่องสอน
ก็คงไม่มีนักเขียนที่ชื่อพิบูลศักดิ์ ละครพล






เรื่องของเรื่องที่นำรูปมาเรียงรำลึก
เพราะจะถือโอกาสบอกเล่า เชื้อเชิญทุกท่านว่า
ผมจะแสดงภาพเขียนในวันที่ ศุกร์ ที่๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ -ถึง ๒๐ มกราคม ๒๕๕๒นี้
(ตั้งใจจะเป็นของขวัญวันเกิดปีนี้ แต่เวลาไม่ลงตัวเลยช้าไปสองวัน)
แต่คุณ ๆ คงสะดวก เพราะตรงวันศุกร์หยุดยาวไปเลย เสาร์-อาทิตย์
คิดว่าไปพักผ่อน
อยากให้คุณไปนอนดูดาวที่นั่น หอศิลป์ริมแม่น้ำน่าน เขาสร้างสรรค์ไว้สวยมากครับ

ใจจริงผมคิดให้เป็นงานรวมพลคนรักสู่ฝัน
ตามที่เพื่อนพ้องเขาเรียกร้องต้องการ มานานปี
แต่ผมมีปัญหาเรื่องสถานที่นิดหน่อย (เหลือแรงอยู่เท่านี้แหละ)
ทำที่กรุงเทพฯ ผมไม่มีพลังทรัพย์พอ

อีกใจ ผมก็ชอบเมืองน่านตรงที่ยังซื่อใสบริสุทธิ์อยู่
และ บรรยากาศยามหนาวโรแมนติกมากจน
ผมเกิดความรู้สึกอยากร้องเพลงรักแสนหวานให้คุณฟังบ้าง
อย่าลืมชวนคนที่คุณรักไปพิงไหล่ใต้แสงดาว และเราก็อ่านบทกวีกัน
ย้อนคืนวันเก่า ๆ สมัยเราล่องเรืออ่านบทกวี
ในทริปแรกของชมรมสู่ฝัน -สะแกกรัง ครั้งกระโน้น ยังจำได้ไหม

คุณลองอ่านที่โดม วุฒิชัยกับปะการังเขาทำให้ผมสิ
คนแรกเขาได้พบรักแต่งงานแต่งการกับภรรยา ก็งานทริปนี้แหละ
ส่วนคนหลัง ต้องขอบคุณที่ไม่ลืมกัน

ผมขอบอกกล่าวเชิญชวน ถ้าคุณมีเวลา
ผมอยากจะพาไปดูวัดไทยลื้อและภาพเขียนฝาผนังที่สุดคล่าสสิคของเมืองน่าน และท่าวังผา ปัว ส่วนคุณจะไปอย่างไรนั้น
ลองปรึกษากันดู ที่แพรว มีคุณชีวี ชีวาเป็นแม่งาน
ที่เนชั่นมีคุณเสรี ทัศนศิลป์ เครือข่ายนักเขียนมีเรืองกิต รักกาญจนนันท์
เช่ารถตู้แชร์กันไปน่าจะประหยัดสุด
ส่วนที่พัก หอศิลป์มีให้
ผู้ชายเอาเต้นท์ไปด้วยก็เจ๋ง มีสนามหญ้า ลานทรายใต้แสงดาว
ให้หนาวลมห่มบทกวี







ภาพแรกชื่อม้าชื่อม็อคค่า ในหุบเขาแสงตะวัน
ภาพหลังชื่อ รอเจ้าของหมวก



ย้ำ วันเปิด งานแสดงภาพเขียนถูกต้องแน่นอนคือ
วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2551เวลาเปิดงานก็เย็นย่ำแดดร่มลมตก


ท่านที่จะไปร่วมงาน กรุณา โทรแจ้ง หอศิลป์ริมน่าน 054 798046
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชื่อ นามสกุล เพศ ไปคนเดียว หรือไปกับคณะไหน
จะเดินทางวันไหน

เพื่อตระเตรียมการรับรองได้ถูกต้อง ไปแล้วจะได้ไม่เคว้งคว้าง
บ้านพักรับรองมีห้องใหญ่ นอนได้หลายอยู่ และข้างบนหอศิลป์
ก็มีโถงกว้าง ทางหอศิลป์มีผ้าห่มให้ คุณผู้ชาย ก็สบายอยู่แล้ว
ห่วงแต่คุณผู้หญิง

กรุณาแจ้งชื่อ ได้เลยนะครับ จะได้เช็คคน ประมาณกำลังได้ถูก
บางท่านไม่ได้ขับรถไปเอง หรือเหมารถตู้ร่วมกันไปเป็นกลุ่ม
จะยุ่งเรื่องขนเต้นท์นอน เราจะคิดหาทาง เช่าเต้นท์มากางรอ
(เรื่องนี้ต้องดูจำนวนคนนะครับ เพราะที่เมืองน่านไม่มีเต้นท์ให้เช่าเลย นอกจากที่อุทยาน ซึ่งก็อยู่ไกลมาก
และเราจะเช่าออกนอกสถานที่จะได้หรือเปล่าไม่ทราบ) ส่วนท่านที่มีเต้นท์แล้ว จะนำไปด้วยก็จะสบายใจหายห่วง
อิสระดี ห้องน้ำห้องท่าก็มีสะดวกใจอยู่ครับ
ถ้าคนมากจนกกลายเป็นมหกรรมวูดสต็อก 555
(ส่วนใหญ่จะไปๆ แต่เอาเข้าจริง หายจ้อย) งานนี้คงเหมาะกับขาลุย ที่กะตะลอนทัวร์ดอยน่าน

แจ่งชื่อเลยนะครับ ไม่ต้องแจ้งมาที่ผม ให้หอศิอลป์เขารับเพียงเจ้าเดียวจะได้ไม่สับสนครับ ย้ำเบอร์ดทร 054 798 - 046

ตัตจัดสินใจได้แล้ว ออกเดินทางกลางคืนวันพฤหัส ถึงเช้าวันศุกร์ จะได้ไม่เหนื่อยนัก หรือจะออกแต่เช้าวันศุกร์ ถึงเย็น เกรีงว่าจะเร่งรีบไป ตามสะดวกใจนะครับ

บทเพลงเดียวดายของคนเดินทาง
คนแต่งคือศักดิ์สิริ มีสมสืบ
คนร้องคือพิบูลศักดิ์ ละครพล
คนนำเสียงมาให้คือนกแสงตะวัน(ขอบคุณครับ)

width="170" height="45" type="audio/x-ms-wma" autostart="true"
loop="true" />








Create Date : 17 ตุลาคม 2551
Last Update : 17 ธันวาคม 2551 9:26:10 น. 103 comments
Counter : Pageviews.

 
สวัสดีครับ
ฝากไปถึงเพื่อนพ้อง พุกไม้ สเลเต และทุกท่านที่ถนัดเรื่องนี้ อยากได้โค้ดบทเพลงเดียวดายของคนเดินทาง สำนวนมาชารี แบบที่ไม่ต้องรอโหลด
เปิดแล้วรันเลย ฟังแบบนี้ เสียอารมณ์ กว่าจะโหลดหมด
ช่วยกรุณาส่งมาให้หน่อยเถอะ

ขอบคุณครับ
ปอน ปอน


โดย: ปอน-ปอน IP: 118.172.131.58 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:08:45 น.  

 
อ๊า... พี่ปอนกลับมาแล้ว
อยากไปร่วมงานด้วยจัง พี่ปอน
แต่คงต้องลางานกันหลายวัน
อยากไปฉลองวันเกิดของตัวเองที่โน่นด้วย (หลังวันจัดงาน 2 วัน)
จัดแสดงเพียงวันเดียวเหรอคะพี่ปอน


โดย: กองฟอน วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:18:52 น.  

 
แบบว่า...รักกันจริง ต้องไป
อยากไปจริง ๆ ก็ต้องลา ขอเวลาเคลียร์แล้วจะรีบแจ้งข่าวนะคะพี่ปอน


โดย: กองฟอน วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:03:16 น.  

 
http:files.cetrine.net/photofunia/b9f9fdb8-837e-4ec1-8765-4a4403b8d4fa.jpg


โดย: บรรณารักษ์ IP: 58.10.149.49 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:19:18 น.  

 


โดย: บรรณารักษ์789 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:58:51 น.  

 
ข่าวดีปลายปีเลยนะคะ


โดย: rainysea IP: 222.123.9.184 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:41:43 น.  

 
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nakderntang&month=29-02-2008&group=16&gblog=1


ชอบเพลงบทเพลงเดียวดายของคนเดินทางมากค่ะ

ทั้งเสียงของน้าปอน
และอ.ศักดิ์สิริ


โดย: NAKDERNTANG_cpe วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:52:14 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ปอน

ภาพเมืองปายชุดนี้น่าชมจังค่ะ
ทำให้นึกถึงเมืองปายที่เพิ่งไปเยือนมา

ดูภาพวาดพี่ปอน นอนดูดาว
น่าสนใจจริงๆ ค่ะ
ถ้าไม่มีคู่รัก จะยังโรแมนติคได้ใช่มั้ยคะ


โดย: พุ่ง IP: 124.121.142.30 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:41:41 น.  

 
ตามลิ้งค์มาจากโอเคเนชั่น
อิอิ.. เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เข้าบล็อกแก๊งค่ะพี่

มันแต่ไปตะลอนๆ ล่องเหนือ ล่องใต้
กับเพื่อน...

อ่านเรื่องงานแล้ว.. คิดถึง... "ขอความรักบ้างได้ไหม"
จริงๆ

สวัสดีค่ะพี่

แจม


โดย: สีน้ำฟ้า IP: 125.24.138.238 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:2:33:12 น.  

 
คุณ..หนูขอโทษที่เมื่อวานมาทำเพิ่นๆ ไว้ที่บล็อกคุณ
มือใหม่กำลังหัดเขียนบล็อก กะว่าจะโพสต์รูปลง กลายเป็นกากบาทไปซะงั้น...ข้าน้อยสมควรตาย ฮือๆๆ

ขอร้องไห้รอบ 2...ในโอกาสที่ควรเสียดายมากๆ ...งานแสดงภาพเขียนของคุณ

ภูเขาจะสูง หุบเหวจะลึก
แม่น้ำจะกว้างเพียงใด
ไม่อาจกั้นขวาง เส้นทางของหัวใจ.....เพียงแต่ลางานนายไม่ได้เท่านั้นเอง ฮือๆๆ

อยากไฟฟังเพลงรักแสนหวาน ในวันที่บรรกาศโรแมนติกจัง
และบุ๊คโปสการ์ดของคุณมีจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไปหรือไม่..อยากได้เก็บไว้เป็นที่ระลึกถึง..จัง


โดย: บรรณารักษ์789 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:47:54 น.  

 
ดีจังค่ะพี่ปอน เลื่อนมาเป็น 19 ธ.ค.แล้ว น่าจะลาได้ค่ะพี่
เดี๋ยวจะหาหนทางไปให้ได้ค่ะพี่


โดย: กองฟอน วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:26:51 น.  

 
ดีใจจังที่หาพี่เจอ เป็นคนอ่านหนังสือของพี่และเก็บสะสมแทบจะทุกเล่ม แต่ชอบจริงๆเลยนะ เรื่องชูมาน ได้อารมร์มากเลยค่ะ ได้มีโอกาสฟังเพลงของพี่ชอบมากค่ะ อืมเที่ยวหน้าจะแวะเวียนมาคุยด้วยนะค่ะ


โดย: กนิชา IP: 203.121.140.242 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:55:10 น.  

 
พี่ปอนคะ
มีคนฝากความระลึกถึงมาถึงพี่ค่ะ ไม่รู้ว่าพี่ยังจะจำ "เพื่อนเก่า" คนนึง สมัยอยู่สนพ.ประพันธ์สาส์นได้หรือเปล่า พี่สกนธ์ แพทยกุลค่ะพี่ เขาฝากบอกว่าถ้าได้ไปเจอพี่ ฝากบอกด้วยว่าคิดถึงค่ะ
ฝากข้อความของพี่สกนธ์มาให้พี่ปอนก่อน แล้ววันที่ 19 ธ.ค. จะหอบเอาไปฝากอีกทีค่ะ
กองฟอน


โดย: กองฟอน IP: 202.90.6.36 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:39:01 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ปอน ปอน
---------------------------------------------------
อยากมีปีกจัง จะโบยบินไปแอ่วเมืองน่าน
เพื่อฉลองวันแห่งความสุขตลอดช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนปีใหม่ ที่น่านนะค่ะ

โอ้มมมมมมม มะลุกกุ๊กก๊ยยยยยยย....
เพี้ยงงงงงงงง อะคึ่ ๆ


โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:50:33 น.  

 
สวัสดีจ้าน้าปอน

ฮ่าๆๆ จัดงานเล็กๆ ในสวนให้ระทึกกับฝนฟ้าอะจ้ะ
อยากไปงานของน้าปอนที่น่านจังเลย ติดที่เปิดเทอมแล้ว อด แง้.....


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:38:21 น.  

 
สวัสดีครับอ้าย...

ยินดีกับอ้ายตวยครับที่มีโอกาสแสดงงาน
แถมเป็นจังหวัดตี้ผมกึ๊ดว่าโรแมนติกมากๆแห๋มจังหวัดหนึ่ง

งานนี้นักคิด นีกเขียนคงไปร่วมชุมนุมมากมายเน้อครับอ้าย

ฝากกำลังใจ๋ไปตวยครับอ้าย







โดย: ก.วรกะปัญญา (กะว่าก๋า ) วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:21:09 น.  

 
คงไม่มีโอกาสไปร่วมงาน

มีความฝันมากพอนะคะ แต่ขาดทุนทรัพย์


โดย: ปณาลี วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:54:24 น.  

 
พี่ใหญ่ที่รัก นกแสงฯเพิ่งกลับจากเมืองหลวง
ส่งโค้ดเพลงมาทางเมล์แล้วค่ะ

ยินดีกับงานแสดงภาพที่จะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้

นับเป็นข่าวดียิ่งค่ะ


โดย: นกแสงตะวัน วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:56:57 น.  

 
ปล.
สำหรับ"บทเพลงมาชารี" ที่ส่งมาฝากพี่ปอน
เป็นทรัพย์สมบัติอันแสนหวงของคุณ LONESOME COWBOY ค่ะ
เธอมีน้ำใจแบ่งปันให้พี่นกแสงตะวันได้ฟังมานานหลายปีดีดักแล้ว

ขอขอบคุณไปยังน้องชายผู้น่ารักคนนี้ด้วยค่ะ



โดย: นกแสงตะวัน วันที่: 8 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:53:47 น.  

 
กองฟอน
ขอบคุณ โปสการ์ดวาดได้สวยมาก
ถ้าวาดทุกวันๆ ก็จะคุมสีได้เอง
ให้ใสปิ๊ง

บรรณารักษ์มีบล็อกแล้วเหรอ
ลองตามไป เจอะอะไรงงๆ
ทำม่ายเป็นจ้า

โปสการ์ดไม่มีวางขายที่ไหน นอกจากที่ร้านกาแฟ
วาวีที่สะพานปาย
พูดก็ทำให้คิดได้ว่า ทำไมไม่วางเนาะ

ก็เพราะมีแต่รูปที่ปาย แม่ฮ่องสอนกระมัง
ตาลืมไม่ขึ้นแล้ว
พรุ่งนี้ตอบต่อจ้ะ ตีสี่มาสามสี่คืน
ขอตัวไปนอนก่อนนะครัย


โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:3:18:27 น.  

 
คุณ...นอนดึกจังเลย งานเยอะหรือคะ
รักษาสุขภาพด้วย เดี๋ยวไม่มีเรี่ยวแรงไว้ต้อนรับแขกวันงานนะคะ เป็นห่วงนะเนี่ย

ดีใจจังที่คุณไปเยี่ยมที่บล็อก แต่ถ้าได้รับคำติชม ด้วยก็จะภูมิใจมากๆ เลย

อย่าว่าแต่คุณเลยที่ทำไม่เป็น หนูก็เกือบเอาตัวไม่รอด
เพิ่งหัดทำไม่กี่วัน ก็ได้เท่าที่คุณเห็น มันแปลกๆ อยู่ หวานๆ แหววๆ ยังไงไม่รู้
เหมือนยังไม่ใช่ตัวเรา แต่ก็ต้องใส่หน้ากากนี้ไปก่อน
ไว้เดี๋ยวชำนาญการเมื่อไหร่ จะหาตัวของตัวเองมาโชว์

เป็นห่วงคุณเหมือนเดิมค่ะ


โดย: บรรณารักษ์789 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:29:40 น.  

 
Kumusta ...
สวัสดีค่ะพี่ปอน

ไม่มีอะไรค่ะพี่ แวะมาฟังเพลงตอนเช้า แล้วแวะเอาความสุขมาฝาก
วันนี้มีความสุขตอนได้เดินข้ามสะพานพระราม 8 เพื่อไปทำงาน...แดดสวย ๆ ตอนกระทบกับแผ่นน้ำ ระยิบระยับไปหมดเลยล่ะพี่ ....จริง ๆ บรรยากาศก็เป็นอย่างนี้ทุกวันนะ แต่อาจเป็นเพราะ..ลมหนาวอ่อน ๆ ยามเช้าที่โชยมาเมื่อเช้านี้ ทำให้มีรอยยิ้ม และมีความสุขมากมายเลย เลยเอามาแบ่งปันค่ะพี่


โดย: กองฟอน วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:54:21 น.  

 
เดือนธันวาคมเป็นเดือนแห่งการเดินทางและงานกิจกรรมแท้เชียว



โดย: ชมจันทร์ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:29:34 น.  

 
สวัสดียามแลงค่ะ พี่ปอน ปอน
-----------------------------------------------

สุขสันต์วันลอยกระทง ขอให้โชคดีนะค๊า
โอมมมเพี้ยง......


ขออธิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้โปรดประทานพรให้ข้าฯ ได้ไปชมภาพวาดงาม ๆ
ณ หอศิลป์ริมน่าน วันที่ 19 ธ.ค.51 ด้วยเทอญ..สาธุ


โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:26:31 น.  

 
นานๆ โผล่มาที

เลยแวะมาฟังข่าววรรณกรรมแถวบ้านคุณปอน

เข้ามาชื่นชมโปสการ์ดสวยๆ เพราะโดยส่วนตัวเป็นคนชอบสะสมโปสการ์ด

เนื้องานน่าสนใจดีค่ะ แต่ดิฉันเป็นคนบ้านอยู่หลังเขา

คงได้แต่ชะเง้อมองตามหลังคนอื่น เหมือนทุกครั้ง

ไว้จะมาชะเง้อดูใหม่นะคะ




โดย: Kala_mydog วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:38:05 น.  

 
โทรไปแจ้งชื่อเรียบร้อยแล้วค่ะ
ลุงเต๋าที่หอศิลป์ฯ ใจดี ช่วยบอกทางให้ด้วย



โดย: กองฟอน วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:15:17 น.  

 
สวัสดีครับอ้ายปอน

มาพร้อมลมหนาวเลยครับ
เหนือเฮาตอนนี้หนาวขนาดเลยเน้อครับ




โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:25:45 น.  

 
สวัสดีพี่ปอน

สบายดีนะคะ


โดย: ปณาลี วันที่: 16 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:49:08 น.  

 


หนาวววววววว...
วังเวง......

อยากไปกอยฮูปอ้ายปอนน๊อ...
อ้ายโดมเปิ้นจวน...ตอนแรกอาสาสมัครว่าจะขับรถไปส่ง
ถึงเมืองน่าน...แต่มีเรื่องราวเข้ามาในชีวิตต้องตัดสินใจ

เลยสงสัย...ซ่าคงบ่อได้ไปกอยฮูปอ้าย


โดย: ปลายแปรง วันที่: 17 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:50:21 น.  

 
"น่าน" คุ้นหน้ากัน แต่ไม่ถึงกับคุ้นเคย

ก้อคงเหมือนกับคนแถวนี้ "แค่คุ้นหน้ากัน" แต่เราดัน "คิดไปเองว่าคุ้นเคย"


โดย: หนูใบข้าว วันที่: 17 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:59:06 น.  

 
พี่ปอน ข้าพเจ้าส่งโค้ดผ่านgmailไปหลายวันแล้วนะคะ เห็นเงียบหายไม่ทราบเปิดรับหรือเปล่า ถ้ามันเป็นตัวยึกยืออ่านไม่ออก ชี้ไปที่ view เลือก encoding เลือก unicode นะคะ


โดย: นกแสงฯ IP: 125.26.187.31 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:45:22 น.  

 
คลิกเข้ามาแบบบังเอิญเพราะชอบชื่อล๊อกอิน แล้วก็ต้องตกใจว่า คือคุณพิบูลย์ศักดิ์ ละครพล!!!!! เจ้าของผลงาน วัยฝัน วันเยาว์ หนังสือที่เพิ่งซื้อมาอ่านเมื่อครั้งกลับเมืองไทยล่าสุด และตั้งใจว่ากลับไปครั้งหน้าจะต้องไปหางานเขียนของนักเขียนท่านนี้มาอ่านอีก หนังสือที่วางไว้หัวเตียงเสมอ เป็นเล่มที่ชอบหยิบมาอ่านก่อนนอนเวลาคิดถึงบ้าน หรือเวลารู้สึกขาดอะไรบางอย่าง

ชอบรูปที่สองกับคำบรรยายจังค่ะ "รอเจ้าของหมวก"

บังเอิญอีกแล้วกดไปอ่านบล้อกก่อนๆ อ่านคอมเม้นเจออันนี้
"ไม่มีสูตรสามขั้น ทางลัดสู่ความสำเร็จ ในการเป็นนักเขียนหรอก...อายุหนูแค่นี้ชีวิตยังไม่ได้ใช้เลยทำได้แค่นี้ก็ดีแล้ว"
เพราะตอนนี้ก็อยากจะขีดเขียนอะไรเหมือนกันค่ะ แต่บางทีมันก็ตัน ประโยคง่ายๆ ต้องคิดอยู่หลายวัน คงเป็นเพราะขาดสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์ชีวิตหรือเปล่าคะ
จะพยายามเปิดพจนานุกรมให้มากขึ้นค่ะ แต่ก่อนเคยเปิดเล่นๆ แล้วจดคำที่ชอบไว้ ตอนนี้ไม่มีพจนานุกรมอยู่ใกล้ๆ คงต้องใช้พจนานุกรมออนไลน์ ตามสมัย

ขอบคุณที่เขียน"วัยฝันวันเยาว์"ขึ้นมานะคะ






โดย: พื้นที่สีเขียว วันที่: 19 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:50:49 น.  

 
ต้องขอโทษนะคะที่พิมพ์ชื่อผิด พอดีว่ามีเพื่อนชื่อพิบูลย์ แล้วก็ติดเขียนชื่อนั้น ขอโทษจริงๆค่ะ

เคยไปน่านมาครั้งหนึ่งค่ะ ไปช่วงสงกรานต์พอดี ร้อนกว่ากรุงเทพเสียอีก แต่เพื่อนบอกว่าหน้าหนาวก็หนาวจับใจ



โดย: พื้นที่สีเขียว วันที่: 19 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:58:27 น.  

 
ยามดอกไม้บาน
หอมหวานลึกซึ้งนัก
ยาวนั้นกว่านั้น
ในความทรงจำมิเคยโรยรา


โดย: กวิสรา วันที่: 19 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:26:26 น.  

 
"ยาวนานกว่านั้น"


โดย: กวิสรา วันที่: 19 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:27:23 น.  

 
คุณ..หนูไปปล่อยไก่ตัวเบ้อเร้อ
หนูจ่าหน้าซองจดหมาย ว่า "พิบูลย์ศักดิ์ ละครพล"
น่าวิ่งชนซองจนหมายตายมากเลย
เขียนไปด้วยความเคยชินว่าต้องมีตัวการันต์
เศร้า....


โดย: บรรณารักษ์ IP: 58.10.149.118 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:13:21 น.  

 
นั่นสิคะคุณบรรณารักษ์
เขียนไปเพราะความเคยชิน มันน่าเศร้าจริงๆ
แถมเวลาพิมพ์อะไรแล้วชอบละเลยไม่กลับมาอ่านซ้ำ กดโพสต์ไปเลย

หวังว่าผู้รับจดหมายจะไม่ถือสา


โดย: พื้นที่สีเขียว IP: 116.232.190.126 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:14:05 น.  

 
สวัสดีครับ ทุกท่านเลย
ต้องขอโทษจริง ๆ ที่ไม่ได้เข้ามาตอบคำถาม
ใช้เน็ตมือถือ มันช้าครับ
และเรื่องที่ยังต้องสื่อสารด่วน ก็แทรกซ้อนเข้ามาทุกที

นี่อยู่ที่ปายครับ มาประดับโคมตกแต่งให้ฤดูหนาวอุ่นขึ้นมาบ้าง วันนี้การ์ดชุด ปาย-สนียบัตร กำลังจะเดินทางมาจากโรงพิมพ์ ถึงที่นี่ ก็สิบโมงเช้า

ปลื้มใจมิตรรักแฟนบล็อกสัญจร ตามมาถึงที่นี่ แม้การ์ดยังไม่เสร็จ เห็นแต่ตัวอย่างปรูฟสี่สี ก็จ่ายเงินทันที
พร้อมควักค่าส่งอีกต่างหาก
เป็นปลื้มจนบอกจะออกค่าส่งให้เอง

เจอแบบนี้ ก็มีกำลังใจขึ้นเยอะครับ
ทำโปสการ์ดนี้
ไม่มีใครเห็นด้วยเลย มีแต่ริดรอนกำลังใจ แบบว่า ถ้าขายได้ให้เอาขี้หมามาเหยียบหน้า ถึงขนาดนั้น น่าน้อยใจครับ
ฝีมือเราต่ำต้อยด้อยค่าขนาดนั้นเชียวหรือ

ทั้งหมด ๘ ชุด ชุดละ สามภาพ ภาพละ ๒๐ บาทให้ฉีกได้สบายกระเป๋าคนรักไปรษนียบัตร (ในงานผมใช้ตัว ส แบบโบราณ)
อย่าคิดว่าเขียนผิดหรือทำภาษาวิบัตินะครับ จงใจ ๆ(ให้โดนด่า ๕๕๕)

แล้วผมจะลงภาพให้ชมกันนะครับ
มาลงให้คุณรับรู้เท่านั้น ไม่ต้องสั่งซื้อมาที่ผมนะครับ
ผมจัดการไม่เป็น ไปซื้อที่โน่นนะขอรับ
ร้านกาแฟวาวี สะพานปาย หากอยากได้ครบเป็นเซ็ท
ก็ นี่เลย ครับ

may_weerawan @ hotmail.com
ชุดละ๕๐บาท (ชุดละ ๓ แผ่น แผ่นละ ๒๐ บาท)
๘ ชุด ๔๐๐ บาท ประหยัดไปเยอะอยุ๋

ตามสะดวกครับ
ส่วนชุด PAI BY THE WAY นั้น เป็น บุ้ค ๑๖ ภาพ
เขาไม่ฉีกขายครับ คุณซื้ออเป็นเล่มไปฉีกส่ง หรือเก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นของขวัญให้ใคร ก็สะดวกใจครับ

ชุดละ ๑๙๙ บาท


หมดพื้นที่โฆษณาแล้ว
ขอตอบขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียนถามไถ่ทุกข์สุข รวมทั้งท่านที่จะไปร่วมงานที่น่าน
กรณาแจ้งชื่อ(เพศ) สำรองที่พักนะครับ
แจ้งไปที่หอศิลป์นะครับ เบอร์โทร ผมลงไว้ข้างบนแล้ว
ลุงเต๋า เจ้าเก่าเจ้าประจำเขารอต้อนรับอยู่

นะครับไปกี่คน กับคณะไหน ยังไง เขาจะได้คิดกะการณ์รับมือได้
มีเต้นท์ไปกางเอง ก็แจ้งเขา จะได้ที่ดีๆ
เพราะเป็นฤดูท่องเที่ยว อาจมีคณะอื่นสัญจรไปเข้าพัก
ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ทั้งนั้น
แต่ที่แน่ๆ วันนั้น เปิดงานสองงานไล่เรี่ยกัน
เรียกว่ามีงานให้ดูคุ้มเหนื่อยเดินทาง

ผมขอตัวก่อนนะครับ
ขอบคุณจริงใจ สำหรับทุกคอมเม้นท์
อ้อ
นกแสงตะวัน ขอโทษ ได้รับ และแจ้งกลับไปแล้ว คงไม่ได้รับเมล์ผมนะครับ
ก็ส่งต่อให้โดมบ้าง มาเปิดที่นี่บ้าง
ประสาคนโลเธค ไม่ว่ากันนะครับ
แปลงสัญญาณสัญญาอะไรผมก็ไม่กระดิกหู ขอบคุณในน้ำใจครับ

นี่รอโรงพิมพ์ให้ทำอาร์ตกราฟฟิค ให้อยู่ เพื่อสะดวกส่งให้คุณที่รัก ส่งต่ออีก (ใช้งานเลยยยย)

สวัสดีครับ


โดย: ปอนปอน IP: 115.67.164.170 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:18:35 น.  

 
เที่ยงนี้ออกเดินทางไปเจียงใหม่
หากมีสารถี..อาจได้เยือนถึงถิ่นค่ะ


โดย: นกแสงฯ IP: 125.26.182.110 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:05:21 น.  

 
เมือหลายปีก่อนได้ภาพสีนำแสนหวานจากคุณ ภาพยังสีสวยนึกถึงที่คุณถามตอนนั้นจะให้เขียนถึงใครไหม ..ไมมีคำตอบเลยไลยเซ็นกับข้อความที่ว่า ฤดูฝนพรำสาย


โดย: อ่อนตา IP: 203.172.49.137 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:33:36 น.  

 
รับทราบค่ะ และเป็นกำลังใจให้..



โดย: ชมจันทร์ IP: 202.29.77.2 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:18:28 น.  

 
ได้รับ Post Card (ใบแรกในโลก) ด้วยความขอบคุณอย่างยิ่งค่ะพี่ และข้าเจ้าฯ จะจดหมายขอบคุณย้าว ยาว ตามไปอีกทีนะคะ
........
ปล.คำที่ริดรอนและทำร้ายจิตใจจากคนอื่นนับร้อยคน หาได้สำคัญไม่ เมื่อเทียบกับคำปลอบใจของคนที่สำคัญที่สุดของเราเพียงคนเดียว ... ยังไงเราก็ทำด้วยใจของเรา ไม่ใช่ทำโดยใช้ใจคนอื่น เนาะพี่เนาะ...
ว่าแต่... ถ้าโปสการ์ดขายได้ พี่ปอนก็ต้องเหนื่อยไปหาอุจจาระสุนัขมาอีกละซี อิอิ


โดย: กองฟอน วันที่: 24 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:06:21 น.  

 
น่าสงสารคุณจัง.. ถ้าอุน-จิ สุนัขไม่พอ สนใจ อุน-จิ วัว ไหมล่ะคะ.. บางทีถ้าคนทีพูดแบบนั้น..ได้ปุ๋ยดีๆ แบบอุน-จิ วัวไป ..รอยหยักในสมองอาจจะลึกขึ้น...หน้าตาอาจจะดูดีขึ้นมาบ้างนะคะ

เป็นกำลังใจให้คุณค่ะ..สู้ๆๆ อย่าไปสนใจคนพรรค์นั้น
มีคนอีกตั้งเยอะ คอยให้แรงใจอยู่ อย่าเพิ่งท้อนะค๊า

ปล. วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิด พี่น้องชาวบล็อคน่ารักมาๆ เลย เข้ามาอวยพรวันเกิดเพียบ ขอบคุณจริงๆ
เหนือสิ่งอื่นใด อยากได้คำอวยพรจากคุณสักคำก็ยังดีนะคะ


โดย: บรรณารักษ์789 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:38:37 น.  

 
สวัสดีค่ะอ้ายปอน ยินดีด้วยนะคะ สำหรับงานแสดงภาพที่หอศิลป์ริมน่าน แต่คงไม่ได้ไปแอ่วแน่เลย ขอเป็นกำลังใจและรอชมจากเพื่อนๆทางบล๊อคแล้วกันนะคะ ปีนี้ต้องประหยัดหน่อยค่ะ


โดย: นักเดินทางพเนจร (นักเดินทางพเนจร ) วันที่: 25 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:24:46 น.  

 
ยินดีด้วยค่ะกับงานแสดงภาพ.....

เชยจังเลยไม่เคยรู้ว่ามีบล๊อกนี้ด้วยค่ะ

ชอบเพลงชุด ในนามของความรัก แต่ชอบที่สุด
เพลง รักความรัก ค่ะ ถ้าใครจะกรุณาเอามาลงให้ฟัง
ก็จะดีมั่กๆๆๆเลยค่ะ เพราะเทปฟังมากเลยยานหมดแล้วค่ะ
เก่ามากๆๆๆด้วยค่ะ เกือบ 20ปีได้มั้ง...นานจิมๆๆ


โดย: yaiper IP: 61.7.134.197 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:01:43 น.  

 
ไป..ไปให้ไกลสุดฟ้ากว้าง
ไปตามเส้นทางของเรา
จะมีบางคนผ่านมา.. จะมีบางคนผ่านไป
ก็ยังมีฉันบนเส้นทาง.. อันเดียวดาย
....
......
........

คงมีสักวัน ฉันจะมีใครข้างเคียง
คงมีสักวัน.. ฉันจะมีคนร่วมทาง
ก็ยังมีฉันที่ท่องไปด้วยดวงใจ ดวงนี้เอง
บรรเลงบทเพลงเดียวดายของ "คนเดินทาง"


โดย: บรรณารักษ์789 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:00:52 น.  

 
ยังไม่เคยไปปายเลยพี่ปอน ไม่รู้ถ้าวันหน้ามีโอกาสไป ยังจะเห็นปาย ในมุมมองเดียวกับพี่หรือเปล่า หรือ "ปาย"จะเปลี่ยนไปซะแล้วก็ไม่รู้
...ว่าแต่post card ชุดนี้ ไปซื้อในวันเปิดงานก็ได้ใช่มั้ยคะพี่ปอน


โดย: กองฟอน วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:05:44 น.  

 
แวะมาเยือน
คนยุ๊ง...ยุ่ง..
เป็นระยะ
เป็นระยะ
เป็นระยะ
อย่างยอบแยบ

...

สบายดีเปล่าคะเฮีย
เค้าโอ เค นิ


โดย: ป้าซ่าส์ วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:58:28 น.  

 
สวัสดีค่ะน้าปอน

น้าปอนสบายดีรึเปล่าค่ะ

ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็น ๆ แล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะค้า

โอ๋พึ่งกลับมาจากแม่ฮ่องสอนค่า ถึงแม้เส้นทางจะชวนเมา แต่ธรรมชาติก็สวยงาม ชื่นตาเย็นใจเหลือเกิน

ไม่เชื่อลองแวะไปดูรูปที่บ้านนะค้า


โดย: oa (rosebay ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:34:19 น.  

 
สวัสดีค่ะ

แม้ไม่มีโอกาสได้ไปชมภาพวาด
อยากไป แต่ ...

ขอชื่นชมภาพสวย ๆ โปสการ์ดไปก่อนแล้วกันนะคะ


โดย: หนอนบ้านนอก วันที่: 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:47:46 น.  

 
ผมรู้จักงานเขียนของคุณพิบูลศักดิ์ ละครพล มามากกว่า 20 ปี วันนี้ยินดีมากครับที่เทคโนโลยี่ทำให้ได้เข้ามาเยี่ยมและชื่นชมผลงานอีกครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:13:59 น.  

 
ว้าว ว้าว แวะมาหา และอัพเดทข่าวค่ะ อ่ะฮ้าๆๆ มิตรรัก แฟนเพลงพี่ปอนตรึมขนาดนี้ โปสการ์ดจะเหลือถึงคนไกลบ้างไหมหนา พี่ปอนสู้ๆๆ รวยแล้วอย่าลืมทำงานต่อไปนะคะ เพราะนู๋รออ่าน รอ ดูอยู่


โดย: วันวิสา IP: 91.176.87.16 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:00:31 น.  

 


โดย: silly วันที่: 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:20:41 น.  

 
สวัสดีครับทุกท่าน
ผมไปไม่ทันช่วยงานคอนเสิร์ต แม้นศรี ที่ปาย
สนามบินโดนยึดเป็นตัวประกันเสียแล้วครับ
ผมมัวแต่ชะล่าใจ
คิดว่าอะไรคงคลี่คลายไปด้วยดี

ที่ไหนได้
ประเทศไทยเป็นของใครไปแล้วก็ไม่รู้
สงสารและแสนสมเพทเวทนา หมูหมากาไก่อุจจาระเหม็น
สาธุ ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง
เสื้อเขียว กากีและเสื้อสีเทา
นี่ก็จวนถึงวันที่ ๕ ธันวาคมแล้ว



โดย: ปอน ปอน IP: 115.67.233.42 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:38:58 น.  

 
อย่าเพิ่งหมดกำลังใจในการมีผลงานออกมา
โปสการ์ด สวยจังค่ะ ชอบๆๆ
ถ้าได้ขึ้นไปปาย ตอนหนาวนี้
จะไปอุดหนุนค่ะ


โดย: ชิงชิง IP: 203.155.186.19 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:49:17 น.  

 
พี่ปอนคะ

หนอนฯ ได้หนังสือ "กระท่อมดิน ทุ่งดาว" จากร้านนายอินทร์ในวันนี้แล้วค่ะ

ดีใจที่ได้เห็นหนังสือเล่มใหม่ของพี่ปอนในร้านหนังสือ
สวยถูกใจค่ะ

ขอให้ขายดีนะคะ

แล้วจะแวะมาคุยใหม่เมื่อบรรยากาศการเมืองคลี่คลาย

ค่ำคืนนี้
เพิ่งได้ข่าวว่า เอ็ม 79 ตกหน้าเวทีพันธมิตรมีคนบาดเจ็บอีกหลายคนค่ะ



โดย: หนอนเมืองกรุงฯ วันที่: 30 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:32:53 น.  

 


ปกหน้า - เดินทางข้างใน





ปกหลัง - เดินทางข้างใน





ปกหน้า - กระท่อมดิน ทุ่งดาว





ปกหลัง - กระท่อมดิน ทุ่งดาว


โดย: หนอนเมืองกรุงฯ วันที่: 30 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:44:13 น.  

 
-ขอบคุณครับหนอน
สมกับเป็นแฟนพันธุ์แท้จริงๆ
ผมเองก็เพิ่งไปซื้อมาหนึ่งเล่ม สงสัยว่าจะก่อนหน้าหนอนนิดเดียว ที่ร้านนายอินทร์ท่าพระจันทร์ มีแห่งเดียวนาทีนั้น
เพราะเด็กบอกว่าเพิ่งเสร็จวันนี้
กะว่าจะถ่ายภาพลงบล็อกเลียนแบบคุณโดมเขาหน่อย
แต่แบตกล้องดันหมด มืดพอดี ก็เลยวางไว้
เน็ตมือถือนี้ไม่สะดวกอัพบล็อกจริงๆ
หนอนมาทำให้ก็ยินดีมาก ๆ แต่มันโตไปหน่อยนะ โหลดเป็นชาติกว่าจะเห็นหน้าตาทั้งหมด สงสารคนไม่มีเน็ตความเร็วสูงจัง

ขอให้สมพรปาก
แค่เขาพิมพ์ให้ ผมก็ดีใจมากแล้ว
เป็นผลงานใหม่ในรอบ ๑๑ ปี ตั้งแต่รวมเรื่องสั้น
การกลับมาของความฝันสีขาว

ก่อนหน้ามีรวมบทกวีร่วมกับกุ๊ดจี่ (ที่ถือว่างานใหม่) แต่ก็ไม่ได้หนาหนักเต็มไม้เต็มมือ เป็นงานลำลอง ๆ
เช่นเดียวกับรวมบทกวีของสำนักพิมพ์เดียวกันที่ชื่อ
ดูสิ นึกไม่ออก..
และสามเล่มที่อะเดพิมพ์ให้

หนอนสบายดีนะ
งานที่น่านจะได้เจอะเจอกันไหม

คงมีการเปิดตัวหนังสือเป็นทางการที่กรุงเทพฯ
พร้อมกับ เดินทางภายใน ของโดม
การที่ได้ออกหนังสือพร้อมกัน สำนักพิมพ์เดียวกัน
ทำให้รู้สึกดีเพิ่มขึ้น ชวนให้นึกไปถึงหนังสือชื่อ วิทยาลัยลูกผู้ชาย ที่สู่ฝันพิมพ์และหนังสือชื่อ-คืนหวานบนโค้งสะพานฝัน...ของชีวี ชีวา

สองคนนี้เขาเดินมาบนถนนหนังสือไล่ๆกัน
คนแรกกำลังละควันไฟไต่สายรุ้ง
คนหลังละสะพานสายรุ้ง มุ่งก่อกองไฟเคี่ยวฝันคั้นหัวกะทิ
ส่งสู่ห้องหนังสือวรรณกรรม

ซึ่งมีคำกล่าวมายาวนานว่า เมื่อได้บรรณาธิการที่สามารถ
ก็ต้องยอมสูญเสียนักเขียนที่ดี
การอ่านแย่งเวลาการเขียนไปแบบไม่รู้ตัว
เงยหน้าขึ้นจากกองต้นฉบับ ไฟแห่งการเขชียนที่คุกรุ่นก็ดับสนิทเสียแล้ว นี่คือสิ่งที่ได้ประสบกับตัวเองในห้วงเวลาหนึ่ง
แต่นี่ก็ไม่ใช่ข้อสรุปกับทุกคน
อดีตเรามีบรรณาธิการและนักเขียนในตัวคนเดียวกันมากมาย
อาทิ ศรีบูรพา
อาจินต์ ปัญจพรรค์ รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นต้น

ขอไปพักก่อน กินยาแก้ไข้ไปสองเม็ด เมื่อตอนบ่ายไปหาซื้อสีที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า กลับที่พักก็รู้สึกครั่นเนื้อตัว จามติดๆกัน
เครื่องปรับอากาศที่ศูนย์การค้าไม่ถูกโรคกับเรา
คนบ้านนอกที่อยู่ทุ่งโล่งดงลม อากาศเทียม(หน้าหนาว)น่าจะเป็นแหล่งรวมเชื้อโรค เช่นไข้หวัดใหญ่ วรรณโรค
โดยเฉพาะร้านรวงแคบๆ ที่ขายอาหาร และเครื่องระบายอากาศไม่พอ แถมเป็นมุมอับที่แสงแดดไม่ถึง ลมไม่พัดผ่าน ที่อันตรายสุดสำหรับคนเป็นโรคแพ้อากาศคือลานจอดรถ เป็นชั้นที่มีก๊าซคาร์บอนมอนน็อกไซค์มากที่สุด
นักตากอากาศในห้าง ระวังตัวให้ดี..







โดย: ปอน-ปอน IP: 115.67.186.41 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:01:48 น.  

 
ยินดีกับหนังสือเล่มใหม่ด้วยครับน้า


โดย: K,kob IP: 58.9.131.154 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:8:20:50 น.  

 
สงสารพี่ปอนจัง
เลยไม่ได้กลับบ้านเลยนิ
เหมือนอีกหลาย ๆ คนที่ตกค้างอยู่ที่นี่...
ถ้าเบื่อ ๆ ก็เปลี่ยนบรรยากาศไปสวนสาธารณะใกล้ ๆ ก็ดีนะพี่ วังสราญรมย์ หรือสวนสันติฯ ตรงถ.พระอาทิตย์ เย็น ๆ กินลม.. ชมแม่น้ำ อาจไม่เหมือนที่บ้าน แต่พอกรึ่ม ๆ นะพี่นะ


โดย: กองฟอน วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:11:33:08 น.  

 
ขอเป็นกำลังใจให้พี่ปอน สำหรับหนังสือเล่มใหม่ครับ
อ่านประจำอยู่ทุกตอนใน "กุลสตรี"
แต่เมื่อออกเป็นหนังสือ พ็อคเก็ตบุ้ค ก็ต้องหาซื้อมา
อ่านอีกรอบ และอีกหลาย ๆ รอบ

และดีมาก ๆ เลยที่ออกมาในช่วงปีใหม่
เพราะกำลังหาของขวัญปีใหม่ที่เป็นหนังสือ
ให้กับญาติสนิทมิตรสหาย อยู่พอดี
ก็เลยมาลงตัวที่ "กระท่อมดิน ทุ่งดาว"

อุดหนุนอย่างน้อย 15 เล่ม แน่นอนครับ


โดย: ทินกร อ่องฯ IP: 58.137.207.237 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:13:54:33 น.  

 
พี่ปอนคะ

ต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ
ที่โหลดภาพปกมาใหญ่เท่ายักษ์

เรื่องของเรื่องมีว่า
ฝากให้ลูกชายคนโตเขาช่วยสแกนให้
เขาก็ทำให้...แบบขอไปที (ขอไปทีจริง ๆ ดูผลงานที่บิดเบี้ยว)
เพราะแกกะจะดูหนังสือสอบ
ที่รีบ...เพราะคนอยู่ห่างไกลอย่างพี่โดมอยากเห็นปกหนังสือ
ก็เลยไปทั้งดิบ ๆ แบบนั้นน่ะค่ะ ไม่ทันได้ปรับแต่ง
พอไปแปะไว้บล็อกพี่โดม
ก็เลยนึกถึงพี่ปอน...เพราะมาดูแล้วเห็นว่ายังไม่ได้เอาปกขึ้น
ก็เลยมาแปะอีกที่ค่ะ
ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ
เดี๋ยวได้ภาพสวย ๆ แล้วจะแวะมาใหม่ก็แล้วกันจ้า

งานที่น่าน...
พี่โดมชวนอยู่
แต่หนอนฯ อาจจะไม่สะดวกเท่าไรค่ะ
รอพบที่กรุงเทพฯ มั่นใจกว่าค่ะ

ชอบหนังสือ กระท่อมดิน ทุ่งดาว
ทำให้คิดถึงหนังสือยุคสู่ฝัน
โดยเฉพาะภาพสีน้ำ...ชอบมาก ๆ ค่ะ

ลูกสาว (หนูแป้ง) ถามหนอนฯ ว่า
"พี่ปอน...วาดภาพเก่งที่สุดเลยเหรอ"
(โปรดสังเกตว่าเรียกพี่ เลยสอนลูกว่าให้เรียกลุงปอน เหมือนเรียกลุงโดม ฮะ ฮ่า อย่าว่ากันนะ)

แป้งเธอชอบภาพวาดสีน้ำฝีมือลุงปอนที่บล็อกพ่อพเยียแปะเอาไว้ค่ะ

ถึงนาทีนี้ดีใจที่เห็นผลงานใหม่ ๆ ของพี่ปอนค่ะ และหวังว่าจะได้เห็นผลงานใหม่ ๆ ติดตามมาอีก

หนอนฯ ส่งหนังสือเล่มนี้ของพี่ปอนไปให้พี่โดมที่เชียงดาวด้วย จะได้ร่วมชื่นชมยินดี เพราะกว่าหนังสือจะไปวางขายที่โน่นก็คงอีกหลายเพลา วันนี้หนังสือเดินทางไปแล้ว ก็คิดว่าวันสองวันนี้คงถึงมือพี่โดมค่ะ

อากาศหนาวเย็นและเปลี่ยนแปลง พี่ปอนรักษาสุขภาพด้วยนะคะ






โดย: หนอนฯ IP: 202.28.180.202 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:15:06:56 น.  

 
คุณ...แล้วถ้าไปซื้อโปสการ์ดที่งานที่น่านจะมีจำหน่ายหรือไม่ค่ะ
-
-
-
แล้ว "กระท่อมดิน ทุ่งดาว" มีขายทุกร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปรึเปล่า
ขายแต่ที่นายอินทร์หรือคะ สาขาใด วานบอก

อยู่กรุงฯ หรือตอนนี้ อากาศที่เมืองกรุงก็หนาวๆ เย็นๆ
คุณคงจะชินที่อากาศหนาว แต่คงไม่ชินที่อากาศมันเน่า ใช่มั๊ยคะ..

-
-
เปิดตัวหนังสือวันไหน ที่ใด อยากไปจังเลย


โดย: บรรณารักษ์ IP: 58.10.149.174 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:15:13:28 น.  

 
รอชมต่อ..


โดย: ชมจันทร์ วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:9:45:05 น.  

 
สวัสดีครับทุกท่านเลย
นี่เป็นสิ่งที่ทำครั้งแรกในชีวิต
คือตอบจดหมายบนรถประจำทาง
มารถบขส.๙๙ ออกตอนเช้า ๗.๕๐ น.มุ่งหน้าสู่ทุ่งดาว
ย้ายมานั่งข้างหลังสุด หน้าห้องน้ำ
ด้วยรำคาญคนที่นั่งข้างและคนที่นั่งรายรอบ
ป่วยด้วยโรคติดโทรศัพท์กันงอมแงม
แบบว่าเอาเวลานั่งรถเป็นการพูดโดทรศัพท์ตลอดรายการ
ขี้หมูราขี้หมาแห้ง แบบโปรโมชั่น
โอ๊ย ข้าพเจ้าจะบ้า ฟั่นเฟือนกันไปแล้ว
ทนได้จนถึงสากเหล็ก จะดูสิว่ามันจะรู้จักคำไว่เกรงใจ
คนบ้างไหม
ไม่ครับท่าน มันยังคงหมุนต่อไปและต่อไปไม่หยุด
พากย์ลาวบ้าง ไทยบ้าง คุยจนเรารู้หมดแล้วว่าแม่คุณ
ทำมาค้าขายอะไร กำลังจะไปเปิดร้านจิ้มจุ่ม ๕๕๕
ไม่ไหวแล้ววุ้ย ก.จ.บ. ลุกดีกว่า
อารมณ์นี้เลยงัดโน้ตบุ้คมาเปิดดูจดหมายแควนๆดีฝ่า

เฮ้อ หายบ้า ใจชื้น
ตื่นเต้น ดีใจ
ขอบคุณทุกท่านที่ส่งสารมาให้หวังกำลังใจ
ขอให้หนังสือขายดี ขอให้งานไปโลด
ขอให้ไปงานเราเยอะ ๆ ขอให้อุดหนุนกันจริงๆเฮอะ
ทินกร อ่อง เขียนในกุลสตรีด้วยกันนี่นา
กลุ่มด้ายสีขาวเนาะ จำไม่ผิด
คิดถูกแล้วที่จะเอาหนังสือเล่มนี้เป็นของขวัญปีใหม่

ทุกคนกรุณาเอาอย่าง เพี้ยง
กะเหรี่ยงลงดอยแล้ว นานทีปปีหนจะมีงานออกมากับเขาสักที
อย่าปล่อยให้เหงาหงอยคอยหาย
สำนักพิมพ์เขาจะได้มีกำลังใจกล้าพิมพ์งานเล่มใหม่ที่จ่ออยู่
หนังสือมีขายทั่วแล้ว เมื่อถึงวันนี้ ยกเว้นต่างจังหวัด
ผู้เขียนมีติดตัวเล่มหนึ่ง โดนจิ๊กไปเสียแล้ว
บรรณารักษ์ หนอน กองฟอน ชมจันทร์
ใครต่อใคร อย่าน้อยใจ ไม่สะดวกพิมพ์
รถมันกระดอนจัง
ชิงชิง กวิสรา พื้นที่สีเขียว
ชมจันทร์ ซิลลี่ ว้าว นักเดินทางพเนจร
ก๋าน้อย ใครอีก ไม่ไหวไปแล้ว ได้กลิ่นห้องน้ำ
ไม่สบายจมูก หากสบายใจ

ไว้คืนนี้ถึงบ้านแล้วคุยกันใหม่ดีกว่า

รถจอดพักกินข้าวกลางวันพอดี


โดย: ปอน ปอน IP: 115.67.68.104 วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:12:26:12 น.  

 
หุ หุ กลับบ้านคราวนี้ พี่ปอนทุลักทุเลจัง
เดินทางปลอดภัยจ้าพี่


โดย: กองฟอน วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:13:44:00 น.  

 
แวะมาส่งพี่ปอนกลับกระท่อมดิน ทุ่งดาว ค่ะ

เมื่อคืนตอนเย็น (ฟ้ายังเป็นสีฟ้าหม่นอยู่)
ยืนรอรถเมล์อยู่ที่เชิงสะพานปิ่นเกล้าฝั่งธนฯ
คิดถึงบางเรื่องสั้นหรือบางบทกวีของพี่ปอน
คิดถึงคำว่า "ลมแม่น้ำ" ด้วย
ถนนสู่ฝั่งกรุงเทพฯ ดูเงียบแปลกตากว่าทุกวัน
คงเพราะเหตุการณ์บ้านเมืองที่ไม่ค่อยปกติ

แหงนมองไปบนท้องฟ้า
เห็นดาวสุกสกาวสองดวงทำมุมกันอยู่เล็กน้อย
มีพระจันทร์เสี้ยวรูปรอยยิ้มอยู่ด้านล่างและอยู่ระหว่างดาวสุกสว่างสองดวง
หันดวงตาดาวและรอยยิ้มไปยังฝั่งกรุงเทพฯ
ที่อารมณ์เมืองกำลังระอุด้วยความขัดแย้ง
ดีใจมากเลยที่ได้เห็นพระจันทร์ยิ้ม
แอบนึกในใจว่า...เฮ้อ...ใครจะเห็นพระจันทร์ยิ้มเหมือนเราบ้างไหมหนอ ?

มองคนอื่น ๆ เขาก็เฉย ๆ กัน
แต่ถ้าคนอื่นมองมาที่ตา (หยี ๆ) ของหนอนฯ
ก็คงเห็นประกายความตื่นเต้นปรากฏในแววตา
ต้องเก็บปรากฏการณ์พิเศษนี้ไปบอกเล่าให้ลูกฟัง

พอมาถึงปากซอยบ้าน
ลูกชายคนกลางวิ่งสวนทางออกมาจากซอย
ถามลูกว่าจะวิ่งไปไหน
ลูกไม่สนใจแม่ บอกว่า
จะรีบไปดูพระจันทร์ยิ้ม
(ที่บ้านเยาวราช...ตึกสูงบังหมด ต้องออกไปหาที่โล่งค่ะ)

มาถึงบ้านจึงได้รู้ว่า
ข่าวเรื่องพระจันทร์ยิ้มบนท้องฟ้า
เป็นข่าวใหญ่มาตลอดวันแล้ว
เขารู้กันไปทั่วบ้านทั่วเมือง

ลูกเลยหัวเราะชอบใจ
ที่เห็นแม่คนเก่ง...ตกข่าวสำคัญของวันไป
นึกในใจว่า...ยังดี แค่ตกข่าว ไม่เป็นคนตกขอบ

ค่ำนั้นจึงได้บันทึกภาพพระจันทร์ยิ้มอย่างง่าย ๆ
ไว้ในสมุดบันทึก
ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ พระจันทร์ และโลก ทำมุมกันอย่างพอเหมาะ
ในสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังต้องการกำลังใจให้ผ่านพ้นห้วงวิกฤตก่อนถึงวันสำคัญของแผ่นดิน (วันพ่อ)

เป็นความงดงามที่ธรรมชาติมอบให้เป็นของขวัญแด่แผ่นดินค่ะ





โดย: หนอนฯ IP: 202.28.180.202 วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:15:48:58 น.  

 
พี่ปอนปอน ได้รับ "ของ" ที่ส่งไปไหมคะ โฟกัสหัวใจฯได้ยืนอยู่ในสายตาพี่โดยสวัสดิภาพหรือเปล่า?

คืนนี้ "ต้องตา" หรือเจ้าดำไม่สบายค่ะ เมื่อคืนนี้ยังดีอยู่เลย แต่วันนี้ไม่วิ่ง ไม่กินข้าว และอาเจียน ทำให้นึกได้ว่า ไม่ได้ตื่นเช้าขึ้นมาเก็บหญ้าหมาดน้ำค้างให้แมวเหมียวหม่ำๆหลายวันแล้ว พรุ่งนี้ต้องจัดการเสียหน่อย

ได้คอมพ์ใหม่มาใช้หลายวันแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางสักทีค่ะ เบื่อๆ เหนื่อยๆ เหนือยๆ กับชีวิต ทำยังไงดีล่ะคะ?

ปล.พี่ติ๊ด...ดดด หนีหนูไปทำงานประจำแล้ว ล่าสุดร่ำลากันว่า "เจอกันปีหน้า" ฮือ...อออ


โดย: หนูใบข้าว วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:23:02:44 น.  

 

lสวัสดีครับทุกท่าน
ถึงบ้านแม่ แต่ยังไม่ถึงทุ่งดาว
หิวข้าวมั่กๆ รถช้าเป็นเต่าคลาน แวะทุกสถานี
ข้อดีก็คือ เรียกอารมณ์เก่าๆสมัยวัยเรียนกลับมา
การเดินทางแบบหวานเย็นนี้ ทำให้เราได้แวะทุกจังหวัด
แม้สถานีละนิดละหน่อยก็ทำให้ได้รู้จักมักจี่ผูกพันกันกับที่อื่นๆโดยปริยาย ก็ได้อะไรแปลกๆ
มาถึงแม่ใจ เกือบๆทุ่ม เรียกว่า ๑๒ ชั่วโมงเต็มพิกัด
นี่ขนาดเป็นรถที่ว่า วีไอพี แล้วที่ชาวบ้านปอ๒ ล่ะ
แบบว่าลุ้นระทึกตลอดเวลาลงจากรถเข้าห้องน้ำห้องท่า
แบบว่ากลัวรถทิ้ง เคยเจอมาแล้ว สมัยก่อนรถน้อย
ไม่ค่อยมีเบอร์ที่นั่งแบบสมัยนี้
(กลับไปอ่านเรื่องสั้น บนราวแห่งความคับแค้น ใน เมืองไทยไม่ใช่ของคุณคนเดียว ดูได้ ถ้ายังนึกภาพไม่ออก)

อ้าว คุยเรื่องไรนี่
หิวข้าว ก็ได้กินข้าวนึ่งอุ่น ๆกะไก่ต้ม 555
นาที่บ้านทุ่งดาวเราเกี่ยวแล้ว มาไม่ทันดูเขาตีข้าว
แต่ทันเก็บฟางกองก็ยังดี
แม่เลี้ยงผีเจ้าทุ่ง เลย จังหวะเหมาะ พุงกาง ไก่ต้มจิ้มน้ำพริกแมงดาตาแดง และผักกาดหัวจอ อร่อยลืมโลก
แล้วก็แปะน้ำตามระเบียบ
หนาวพะยะค่ะ น้ำอุ่นก็ไม่กล้าอาบ

ฟังเรื่องเล่าพระจันทร์ยิ้ม
มื่อคืนเดินลงคอนโดไปหาดู ไม่เห็น
กรุงเทพฯหนอ ไฟสว่าง กระจ่างเจริญ
วันนี้ลงรถเดินต๊อกๆเข้าบ้าน
โอพระเจ้า จันทร์ยิ้มรับแจ่ม กระจ่าง ต่างแต่ว่าตาลงมาอยู่ข้างล่างและเฉไป เป็นรูปคางเอียงๆ

แต่ฟ้ามืดคืนนี้นั้นกลับ แรจันทร์เสี้ยวเกี่ยวฟ้า งามน่าดูนัก
ยืนนิ่งพักดูจันทร์รำพันรำพึงเกี้ยวดาวสองดวงควงข้าง
ทำให้รู้สึกอ้างว้างอยู่ในใจลึกๆ
บอกไม่ถูกว่าเรื่องราวอันใด
รู้แต่ว่าใจไหวๆ ไกวอยู่ระหว่างจริงกับฝัน
ระหว่างจันทร์กับดาวสองดวงนั้น
ระหว่างฉันระหว่างเธอและระหว่างชีวิตเรา
ดวงดาวสีน้ำเงินที่ไร้แสงแห่งตัวเอง โคจรรอบดวงใจตนและดวงตะวันตระเวน
เช่นผู้พเนจรผู้ร่อนเร่ในทะเลใจไม่รู้ฟากฝั่ง

เดินฟังเสียงรองเท้ากระทบพื้นถนน
เสียงเป้กระทบหลังเบาๆ
และเงาหม่นสลัวแห่งคืนจันทร์อันน่าพิศวง
เหนือทุ่งซังข้าว
หนาวสั่นอยู่ครู่ใหญ่ ลมหายใจกรุ่นไอน้ำ
ยินเสียงเพลงค่ำแล้วในฤดูหนาว
เสียงหมาเห่า เสียงเด็กทารกร้อง
แว่วมาจากหมู่บ้านปลายนา

เดินช้าๆ
หันหลังให้ดวงจันทรา
กระซิบบอกเธอในใจว่า
ข้าเพียงเดินทางกลับมา
ตามหาบ้านดวงใจอีกครั้ง

ตามหาบ้านดวงใจอีกครั้ง






โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:23:22:09 น.  

 
"บ้าน"อยู่ในดวงใจ
ดวงใจ จึงมีบ้าน
เรากำลังตามหาดวงใจตัวเอง?

ภาพของอ้ายงามแต้ๆเน้อ งามเหมือนภาษาของอ้ายเสมอ
น้องเอาบทกวีมาฝาก


รอยยิ้มพระจันทร์นั้นแสนหวาน
ชั่วกาลคนเศร้ามิอาจเห็น
ตะวันที่ร้อนนั้นแสนเย็น
เช่นกันยามเศร้ามิอาจรู้

บทเพลงของเธอนั้นแสนแผ่ว
แต่แว่วทำนองดังก้องอยู่
ฉันฟังจนน้ำตาพร่างพรู
อณูความหวานผ่านเศร้านั้น

ดอกไม้ผลิบานหน้าบ้านเธอ
ฉันเผลอเด็ดดอมเมื่อฉันฝัน
บทกวีเธอคว้างในหมอกควัน
ฉันคว้ามาฟั่นเป็นรุ้งราย

ฉันซับเอาทุกความเหน็บหนาว
ปวดร้าวโศกซมทุกความหมาย
ดอกไม้แห้งแห้งที่ร่วงตาย
ฉันพบประกายแห่งชีวิต

หากรอยยิ้มพระจันทร์แม้นแสนเศร้า
กลางความว่างเปล่าเงียบสนิท
เพียงแว่วบทเพลงเธอในความคิด
ทุกภาพได้ต่อติดและกลับกลาย

จึงรอยยิ้มพระจันทร์นั้นแสนหวาน..


กวิสรา ธันวาคม 51



โดย: กวิสรา วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:3:14:02 น.  

 
เดินช้าๆ
หันหลังให้ดวงจันทรา
กระซิบบอกเธอในใจว่า
ข้าเพียงเดินทางกลับมา
ตามหาบ้านดวงใจอีกครั้ง

ตามหาบ้านดวงใจอีกครั้ง

.
.
.



งดงามแต๊ๆเลยครับอ้าย





สวัสดีครับอ้ายปอน

วันตี้พระจันทร์ขึ้นฟ้าพร้อมรอยยิ้ม
ผมก่ยืนดูอยู่กับลูกและมาดาม
อยู่ตี้ชั้น 5 ของโรงแรมในเวียงครับ
พอปิ๊กมาบ้านจะเอากล้องมาถ่ายฮูป
เมฆก็ซ่อนจันทร์เสีย

ก่เลยงามด้วยต๋าอย่างเดียว
เก็บไว้ตี้ใจ๋ 555555


ตะวาไปยืนหนาวสั่น แล้วก็ดูจันทร์แห๋มรอบ
คราวนี้ถ่ายภาพได้ชัดเจน
แต่จันทร์ก่บ่ยิ้มแล้วครับ








โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:7:27:35 น.  

 
เมื่อท้องฟ้าแย้มยิ้มให้กับผืนดิน...
นั่งรถเมล์ตามเส้นทาง
ช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างยามเย็นกับยามรัตติกาล
ค่อย ๆ เห็นเธอส่งยิ้มจาง ๆ
รอยยิ้มเริ่มชัดเจนเมื่อความมืดมาเยือน
ดวงตาเธอ คือดวงดาว.. หรือดวงดาวคือดวงตา
อยากเห็นใคร ๆ ยิ้มแบบนี้บ้างจัง
ยิ้มจากใจผ่านดวงตาที่สุกประกาย
ฉันเผลอยิ้มกลับออกไป.... อุ๊ย
อายจัง ลืมไปว่าตัวเองนั่งอยู่บนรถเมล์


พี่ปอนเจ้า..หนังสือกระท่อมดินฯ ข้าเจ้าฯได้มาแล้วนะ หน้าปกสวย ตัวอักษรก็งาม ตอนแรกกะว่าจะรอไปซื้อวันเปิดงาน แต่พอเห็นที่ร้านหนังสือปุ๊ป...ความคิดก็เปลี่ยนไป ซื้อเลยดีกว่า อยากอ่านแล้ว


ขอบคุณพี่หนอนฯ ที่ช่วยส่งข่าวหนังสือของพี่ปอนนะคะ ไม่งั้นคงไม่ทราบข่าวแน่เลย ขอบคุณหลาย ๆ ค่ะ


โดย: กองฟอน วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:8:52:33 น.  

 
สบายดีน่ออ้าย...
เอาไว้แล้วงานค่ายเยาวชนฯ อาจจะติดไปตวยอ้ายโดมเน้อ ถ้ายังอยู่ตี้เจียงดาวหนะ

เจียงดาว หนาว 9 องศาเลยนิ


โดย: pu_chiangdao IP: 118.175.184.138 วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:9:28:47 น.  

 
เดี๋ยวนี้ทันสมัย ออนไลน์ได้ทุกที่

สวัสดีค่ะพี่ี่ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงๆ เน้อ ใกล้วันจัดแสดงผลงานแล้ว


โดย: ชมจันทร์ IP: 202.29.77.2 วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:16:49:31 น.  

 
คงไม่ช้าเกินที่จะเข้ามาทักทายนะคะ

ตอนแรกจะไปปายตอนปีใหม่ แต่เป็นโรคแพ้คนเยอะ ๆ เลยพับโครงการไปแล้ว

หอศิลป์ริมน่าน ..ชอบบรรยากาศจัง
เคยไปชมสองสามหน
ชอบส่วนที่จัดเป็นห้องพักข้างบนของคุณปราณี
ติดใจแม้แต่ห้องน้ำ เก๋ไก๋....

ไปเดินชมวิว กินบรรยากาศก็ยังคุ้มค่า
อยากไปจัง ทำไงดี

คงยากค่ะ....ช่วงนั้นงานเพียบ...
ส่งใจไปก็แล้วกันนะคะ


โดย: ชิงดวง วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:19:58:14 น.  

 
สวัสดีค่ะน้าปอน

โปสการ์ดสวยมั่กมากเลยค่า ไม่อยากบอกเลยว่าเวลาโอ๋ไปเที่ยวคนอื่นเขาซื้อของมากมายก่ายกอง แต่โอ๋มักจะได้โปสการ์ดติดมือกลับมาบ้านกองเป็นภูเขาย่อมๆเลยค่ะ ไม่ว่าไปถึงไหนสิ่งแรกที่มองหาคือโปสการ์ด แบบว่าไม่มีหัวศิลป์แต่ชอบงานศิลป์นะค่ะ

อยากไปงานจังเลยค่ะ แต่คงหาเพื่อนร่วมทางไปด้วยไม่ได้แน่ ๆ เลย ที่สำคัญคุณพ่อก็เริ่มบ่นแล้วหล่ะค่ะว่าไปเหนือทุกปีเลย ที่จริงกะว่าวันพ่อปีนี้จะไปน่าน อยากไปไหว้พระธาตุแช่แห้ง แต่ก็เกิดเหตุซะก่อน ก็เลยต้องยกเลิกโปรแกรม

วันนี้ตั้งใจว่าจะมาสุขสันต์วันพ่อกับน้าปอนก่อนค่ะ เพราะวันพ่อคงจะไปอยู่แถวแก่งกระจานนะค่ะ

สุขสันต์วันพ่อนะค่ะน้าปอน ขออำนาจคุณพระคุ้มครองน้าปอน มีสุขภาพแข็งแรง และมีความสุขนะค่ะ


โดย: oa (rosebay ) วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:21:10:38 น.  

 
เปิดบล็อกมาเจอคอมเม้นท์ของคุณปอน (ขออนุญาตเรียกตามแควนๆ นะคะ)
ขอบคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยมชม ปลื้มไปนานเลยเชียวค่ะ
ท้องฟ้าสีน้ำเงินในกล่องคอมเม้นท์ มันสีน้ำเงินจัดอย่างนั้นจริงๆ นะคะ บ้านเราไม่ค่อยจะมีให้เห็นเท่าไหร่ แต่ก็ชอบสีฟ้าใสแบบท้องฟ้าบ้านเราเหมือนกัน

ส่วนเพลงที่อยู่ด้านขวามือ เป็นเพลงของวงทีโบนค่ะ ชื่อเพลง แรงดึงดูด ไม่แน่ใจว่าสุเมธแอนเดอะปั๋งเคยร้องเพลงนี้หรือเปล่า ลองคลิกฟังแบบเต็มนะคะ เพราะค่ะ


แต่เข้าไปบล็อกตอนที่กำลังเขียนเรื่องไร้สาระฝันๆ ย้อนอดีต แอบอายค่ะ

ขอบคุณคุณหนอนนะคะ ที่ทำให้รู้ข่าวหนังสือเล่มล่า..
ชอบคำโปรยหน้าปกจังค่ะ ตอบโจทย์ของขวัญปีใหม่ให้เพื่อนๆ ได้ดีจริง กับวิกฤตเศรษฐกิจที่เราต้องเตรียมรับมือในปีหน้า อ่านให้เย็นลงอีกนิด ปกติชอบหาหนังสือให้เพื่อนๆ ในเทศกาลปีใหม่อยู่แล้วค่ะ ถึงปีนี้จะไม่ได้กลับไทยช่วงปีใหม่ แต่กลับช่วงปีใหม่จีน จะให้ตอนนั้นก็คงยังไม่สาย

เห็นมั้ยคะ คุณปอน สมพรปากความเห็นข้างบนแล้ว

ภาพปกก็เป็นฝีมือคุณปอนด้วยใช่ไหมคะ นอกจากฝีมือด้านงานเขียน งานวาด แล้วจากหน้าต่างดอกไม้ที่ห้าสิบแปดยังทำให้ทราบว่าคุณปอนยังเคยเป็นบรรณาธิการด้วย!!

เพิ่งจะติดตามผลงานไม่นานค่ะ จากหนังสือหัวเตียงเรื่องวัยฝัน วันเยาว์ กลับไทยงวดนี้ ลิสต์รายชื่อหนังสือจากเจ้าของนามปากกานี้ไว้หลายเล่มแล้วค่ะ ที่ชอบพิเศษนอกจากสำนวน และมุมมองแล้ว ยังชอบชื่อหนังสือด้วยค่ะ อย่างเล่มล่าสุด "กระท่อมดิน ทุ่งดาว" แค่อ่านชื่อเรื่องก็แอบวาดภาพทุ่งดาวไว้ในใจแล้วค่ะ

แอบอิจฉาคนที่ได้อยู่ทุ่งดาว เพราะตอนนี้อยู่ในดงตึกค่ะ
อากาศเทียมอย่างที่คุณปอนว่า เพราะต้องอยู่ในห้องปรับอากาศทุกวัน ตอนนี้หน้าหนาวก็ต้องเปิดเครื่องทำความร้อนอีก นานๆ ทีไปตากอากาศธรรมชาติ กลับมาหาอากาศเทียมอีก ก็ป่วยไปเหมือนกันค่ะ
ตอนนี้หายดีหรือยังคะ

เห็นด้วยค่ะ ว่าคนสมัยนี้ สมาธิสั้น นั่งรถ นั่งเรือ รอรถเมล์ โทรศัพท์กันตลอดเวลา เหมือนกับว่าจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ที่สำคัญ... แอบสร้างความรำคาญให้คนข้างด้วย เรียกว่าสมาธิสั้นและมารยาทเสีย รวมอยู่ในคนเดียวหรือเปล่าคะ

อ่านบทกลอนของแต่ละท่านที่เขียนประชันกันเรื่องพระจันทร์แล้ว อดยิ้มตามพระจันทร์ไม่ได้ ถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่เห็นพระจันทร์ยิ้ม ก็อาศัยดูรูปที่คนอื่นๆ มาลงในอินเตอร์เน็ต และยิ้มไปกับเรื่องราวของแต่ละคนค่ะ

ปล. คุณปอนน่าจะชอบแปะน้ำมาตั้งแต่เด็ก(วัยฝัน วันเยาว์) โตมาก็ยังเป็นอยู่เหรอคะนี่ อยากจะบอกว่า เป็นเหมือนกันค่ะ (อย่าเอ็ดไปอายเค้า)


โดย: พื้นที่สีเขียว วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:12:22:45 น.  

 
เพิ่งอ่านข้อความใหม่ที่คุณปอนปรับปรุงบล็อก

เคยคิดว่าคนตอนนี้เห่อไปปายกันตามกระแส แบบคนเมืองอยากไปสัมผัสธรรมชาติ ขุนเขา ลมหนาว แสงเดือน
แต่ไปกันแบบไม่เกรงใจจนธรรมชาติตกใจหนีหายหมด

พออ่านถึง คอนเสิร์ตวง แม้นศรี เนื่องในโอกาส ครบรอบ ๑ ปี ของร้านวาวีสะพานปาย แล้ว ทำให้คิดในมุมต่างไปบ้าง
มันยังมีอีกหลายสิ่ง ที่ไม่ใช่แค่แฟชั่นเที่ยวปาย นอนโฮมสเตย์ แช่โคลนอบผิวอยู่ที่นั่น ที่รอเราไปค้นหา

ขอบคุณนะคะ คงจะต้องหาโอกาสไปสักครั้ง แต่คงจะไม่ไปหน้าเทศกาลแน่ๆ

ตอนนี้เค้าย้ายขบวนออกจากสนามบิน
ประเทศของเรา ...... เป็นอะไรไปแล้ว



โดย: พื้นที่สีเขียว วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:12:36:25 น.  

 
แอบอ่านดูดี มีความสุข เล่าเรื่องเก่าให้ฟังบ้างจิ มี hi 5 แอ๊ดมาหน่อยน๊ะ sophontv3.hi5.com


โดย: sophontv3@hotmail.com IP: 203.152.19.170 วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:17:29:07 น.  

 
อยู่ลำปาง แต่เกิดที่ลำพูน.. แถวๆวัดหมูเปิ้งที่เขียนถึงในหนังสือกุลสตรี ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะรู้จัก
ทาหมื่นข้าวเป็นอย่างดี พอได้อ่านเรื่งนี้ก็รู้สึกคิดถึงบ้านเกิดมากอยากให้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปนานๆ...


โดย: เกด IP: 222.123.213.80 วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:21:45:01 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมค่ะ
ที่จันท์ อากาศเริ่มเย็นบ้างแล้ว
ได้ข่าวแล้วอยากมา อยากมา
แต่ติดที่ว่า ต้องพานักเรียนไปออกค่ายทะเล
แงๆๆๆๆๆ


โดย: บอนหวาน IP: 118.172.249.151 วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:23:18:15 น.  

 
สวัสดีครับทุกท่าน
ที่บ้านผม ๙ องศาเหมือนกันครับ
หนาวนักก็ไม่สบาย
ไปรพ. อำเภอมาเมื่อวันพุธ
หมอดูจุดประกายทายแม่นนัก โรคเก่าจะกำเริบ
ก็เย็นซะขนาดนั้น ผิวมันก็แห้งสิครับ
เรียกว่าแห้งพิเศษกว่าใครเขา
หน้าหนาวปีนี้ มีทุกข์ ต้องกินยาแก้แพ้ ที่ทำให้แสนง่วง
สามเวลาหลังอาหาร

อาการนี้ เรียกว่าร่างกายงอนเจ้าของ
คนที่เกิดถิ่นภูเขาจะแพ้อากาศหนาวได้อย่างไร
ไปอยู่แม่ฮ่องสอน ไม่เคยเลยจะมากินยาทายา
อย่างแย่ก็จามติดกัน วันที่ประมาทไม่ทำให่ร่างกายอบอุ่น

พอย้ายเข้าเมืองหลวง
ร่างกายที่ไม่เคยเป็นไร ก็ประท้วง มีอันแพ้อากาศในหน้าหนาวของกรุงเทพฯทุกที.....
ดู้ ดู ดูมันทำ
ทำไมถึงทำกับฉันด้ายยยย
กรุงเทพฯมันเคยหนาวซะที่ไหน
อย่างดีก็แค่หลอกสาว ๆพันคอ ใส่เสื้อหนาวสวยสักวันสองวัน เท่านั้นแหละ แต่ข้าพเจ้าดนเกิดเป็นโรคผิวแห้งตึง
เป็นผดแดง คันคะเยอ ทุกข์ทรมาน ทีเดียวเชียว

เป็นทุกปี ๆ ๆ ๆ ที่อยู่กรุงเทพฯ
จนจำหน้ายาแก้แพ้ ทั้งกินทา มาได้ครบสูตร
ดู้ ดู ดูมันทำ

แต่พอย้ายออกไปอยู่เหย้าริมยม เท่านั้นแหละ
อาการดังกล่าวหายเป็นปลิดทิ้ง
ย้ายไปลำปาง เชียงใหม่ ไม่เคยกลับมาเยี่ยมเยียนอีก
จนไม่อยู่ที่ไหนสักแห่ง อยู่บนรถแทนบ้าน
พี่ท่านก็เข้าใจ ไม่กลับมาทักทาย

จนล่าสุด(ปีก่อน ทำท่าว่าอยู่กรุงวเทพฯ นานเกินเหตุ)
พี่ท่านก็ยกขบวนประท้วง ปิดสนามบิน เอ๊ย เห่อ
กันขึ้นมาทันที

รู้แกว หนีกลับบ้าน ท่านก็เลิกประท้วง
ปีนี้ โชคไม่ดี ไปติดแหง็กเมืองฟ้าแค่สัปดาห์
ติดเชื้อกร่างกล้ามาจากพวกเสื้อเหลืองเสื้อแดงหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ บังคับว่าจะกลับหรือไม่กลับ ไม่ต้องง้อเครื่องบิน
ไปรถบ.ข.ส.นี่แหละ แต่ไหนแต่ไรมายังนั่งได้
ตอนนี้เป็นคนลืมตัววัวลืมตีนรึยังไง
ไป กลับบ้านเดี๋ยวนี้

พอข้าพเจ้าอิดออด ผื่นก็เห่อขึ้นทันที
ไปไม่ไป เจ้าภูมิแพ้มันขู่ฟ่อๆ
พอข้าพเจ้า แก้ต่างว่า นั่งรถทัวร์ทีไร ก็โชคร้าย ติดเชื้อไข้หวัดแทบทุกครั้งทุกที ทรมานด้วยแอร์เย็นที่เปิดกันบ้าทะลุโลก รวมทั้งพวกบ้าโทรศัพท์ พวกบ้าทีวี ทนทุกข์ไปกับปาหี่คาเฟ่บ้าง หนังเกรดบี ทุนต่ำ แผ่นก๊อบ เน่า ๆ
ที่พวกรถเอามาเปิดกรอกหูกรอกตา ฆ่าเวลา ๑๒ ชั่วโมง
ไม่ให้มีไฟอ่านหนังสือที่อยากอ่าน
ไม่ให้มีหูฟังเสียงความสงบเงียบที่อยากฟัง
กระทั่งกินข้าวก็ยังถูกพวกมันบังคับ กับข้าวต้มหมาเมิน ขนมกล่องห่วย แตกที่ถูกบวกไว้ในค่าตั๋ว

ขึ้นไปแล้วต้องนั่งงอก่องอขิงอยู่ตรงนั้น
ห่มผ้าห่มบางจ๋อยนั่นซะ เอาหมอนเหม็น ๆนั่นมารองคอซะ ถ้ากลัวคอเคล็ด แอร์มันเย็นยิ่งกว่าขั้วโลกเหนือ ก็หันไปใส่หัวคนอื่นสิ งั้นก็เตรียมทิชชูมาอุด
(ก็หนูจาเปิดนี่ จาเปิดเย็นซะอย่าง ไม่งั้นไม่ใช่รถทัวร์ ต้องจอดเปิดเครื่องชึ่งๆไว้ ทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศเหรอ อากาศเสียเหรอ โลกร้อนเหรอ จะบ้ารึไง นี่เมืองไทยนะยะ อยากเห็นหิมะไม่ใช้เหรอ จัดให้ ๆ ฉึ่ง ๆ หนาวววววว ตูก็หนาวววว
หนูแอร์โฮสสะเตส ก็หนาวววววว คนขับก็หนาวววววว
อ้าว แล้วเสือกเปิดแอร์กันทำไมไม่ได้ ไม่เปิดไม่ได้ เดี๋ยวไม่ใช่รถทัวร์ พวกท่านทนแข็งตายไปเหอะ 555
ตายเย็นดีกว่าตายร้อนเนาะ....

อ้าว ยังไม่ยอมแข็งตายเหรอ มามะ มาม่า มามะ
จะข่มขืนต่อออออ ด้วยพลพรรครักมือถือ ตีนถือ รวมทั้งพวกปัญญาอ่อนที่ถูกบริษัทมือถือหลอกล่อให้โทรฟรีระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะล็อคคอตีเข่า เอาซะอยู่หมัด ไปไหนไม่รอด เป็นโรคเทเลโฟนวิปลาส
โทรมหาวินาศไม่เคยหยุด จากกรุงเทพฯถึงเชียงรายยันสุไหงโกลก วกขึ้นหนองคาย ย้ายไปอุบล โคราช สิงค์โปร์
ทั้งที่ญาติมันไม่ตายสักหน่อย แค่ผัวอีแอบไปมีเมียน้อย
และอีก็แอบย่องขึ้นไปเพื่อจะจับผิด ขณะเดียวกันอีก็โทรจีบไอ้หนุ่มร้านข้างๆ สลับกับสั่งงานลูกน้องร้านจิ้มจุ่ม และเช็คประดาสายลับที่ร้าน
และรับรายงานการเงิน สูตรอาหาร คิดเงินลูกค้าที่เข้ามา เช็คบิลพ่อครัวทรยศ
สลับกับจีบหนุ่มหล่ออีกร้าน รับรายงานเรื่องนังเมียน้อย
กับอาเฮีย 555 หนุกหนาน

ขณะที่เกย์ข้างหน้า จ้อบ้าประชดเจ๊ข้าง หลัง สามภาษา ไม่ยอมน้อยหน้า
จนฝรั่งที่นั่งข้างลุกหนี ร้องอุทาน ไอ้หยา มาม่าบลูส์
โอมายก้อด มันก็ยังไม่รู้ไม่ชี้จีบปากจีบคอเม้าท์ต่อ

พอกันสาวเสริฟขี้โอ่ด้านหลัง ที่คุยฟุ้ง เรื่องการงาน การเที่ยว กับหนุ่มที่เพิ่งรู้จักแบบไม่คุ้ย ไม่คุยเที่ยวบาร์ทีครั้งห้าหกพัน แชร์กันจ่าย ได้ติ๊ปทีหลายร้อย เงินเดือนน้อยแค่แปดพัน รวมกันก็แค่เดือนละหมื่นห้า...

เจ้าข้าเอ๊ย ยัง มันยังไม่ยอมตาย ยังไง ๆ พวกผู้โดยสารพวกนี้ก็ไม่ยอมตาย เจ้าข้าเอ๊ย มันแอบใฝ่สูง ปันใจให้พวกสาวนกแอร์แลแอร์กี่การบินไทยสลับกัน ด้วยคิดเสียว่า
ไม่เจอะเสือสิงห์กระทิงแรดมือถืออีกเป็นแน่แท้ อย่างน้อยบนเครื่องมีกฏบังคับ แต่ที่ไหนได้

ก่อนขึ้นเครื่องไงครับท่าน
มันระดมโทรกันแบบสั่งญาติเสีย
ละห้อยละเหี่ยเพลียใจ หลบไปนั่งมุมไหน ๆ มันก็ไม่มีวันพ้น โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง โอ แผ่นดินทองของไทย เต็มไปด้วยคนบ้าโทรศัพท์ เข้าระดับมลภาวะทางเสียง

โอ ผมเข้าใจแล้วครับคุณหมอว่าทำไมคนบ้าถึงเต็มเมือง
ผมเข้าใจแล้วครับคุณ ท้ากกกซิน ว่าทำไมพวกคนบ้าพวกนั้นถึงพากันประท้วงคุณ 555
เพราะคุณทำให้พวกเขาเป็นบ้าไงล่ะคร้าบ
บ้าติดโทรศัพท์กันงอมแงม ไม่เว้นพระเว้นเจ้า
ไม่เว้นคนเฒ่าถึงละอ่อนเรียนอนุบาล คุณลูกท่านก็ยังมีโทรศัพท์ 555 กระทั่งนอนในโลงถึงป่าช้า ญาติโยมก็ยังกลัวว่ายมโลกจะหามือถือไม่ได้ ใส่โลงติดมือถือให้ไปด้วย

สาธุ....โอคุณพระคุณเจ้าช่วยด้วยยยยยย
ข้าพเจ้ายกมือถือ(ทั้งห้า) มาอ้าง
นายภูมิแพ้ก็ไม่ยอมฟังเหตุผลใดทั้งสิ้น
เขายินเสียงมือถือบนรถทัวร์ สนามบิน บนรถประจำทาง ห้องส้วมสาธารณะ ท่าเรือ ท้องถนน ทุกหนทุกแห่ง
จนเขาจนมุมในที่สุด
ไม่มีแผ่นดินไหน แม้สักตารางนิ้วให้เขาได้อยู่อย่างสงบเงียบ กระทั่งในป่าช้า เสียงกริ่งโทรศัพท์ก็ยังดังสนั่น
จนผีในโลง(ที่แกล้งตายเพื่อหลีกหลบเสียงโทรศัพท์) ทนไม่ไหว ขัดใจทะลึ่งพรวดขึ้นมาร้องว่า
"ใครวะเสือกโทรมา ตูว่าจะหลับให้เต็มตาเสียสักหน่อย.."

เรื่องของเรื่องที่ข้าพเจ้าต้องไปหาหมอ(ไม่ประสาท)
ก็มีด้วยประการฉะนี้แหละครับท่าน

ดึกแล้ว
ข้าพเจ้า เกล้ากระผม พูดจาหาสาระอันใดมิได้
ท่านอย่าได้ถือสา เพราะข้าพเจ้าโดนโรคภูมิแพ้มือถือเล่นงานเสียงอมพระราม ๕
จนต้องทิ้งนางสีดา แอบมาโทรศัพท์มือถือฟ้องท่านนี่แหละ ได้ข่าวว่าท่านไม่สบาย เสียงแหบเสียงแห้ง เพราะคุยโทรศัพท์มือถือมากไป จริงรึเปล่า
ข้าพเจ้าวางหูก่อนนะ เกรงว่าบัตรเติมเงินจะหมด
เวรกรรมแท้ๆท่านนนนนน
ว่าแต่ว่ามีโปรโมชั่นใหม่ ๆบ้างไหม
แบบว่าโทรฟรีถึงชาติหน้าตอนบ่ายๆ
มีปะ...





โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:23:48:07 น.  

 
อ๊ากกกก โรคภูมิแพ้โทรศัพท์ของคุณปอนกำเริบตอนดึกๆ ปล่อยของซะยาว ทำให้คนอ่านฮา น้ำหูน้ำตาเล็ด
emo

แถมบรรยายบรรยากาศบนรถทัวร์ซะเห็นภาพ น่าจะเขียนเป็นเรื่องสั้นแจ่มๆ ได้เชียวค่ะ
รถทัวร์ไปเหนือลงใต้ คงจะเหมือนกันหมด เพราะล่าสุดปีที่แล้วนั่งรถทัวร์ไปประจวบฯ โดนอาการเดียวกันเลยค่ะ เกือบทุกเม็ด จะขาดแต่ข้าวต้มหมาเมินกับขนมกล่องห่วยแตก (ที่ไม่รู้ว่ามีคนกินหรือเปล่า)

เห็นด้วยค่ะ ว่าดีอย่างที่เครื่องบินเค้ามีกฏห้ามโทรศัพท์ ไม่งั้นเหอๆ แต่สังเกตไหมคะ พอเครื่องแตะรันเวย์ปุ๊บ พร้อมใจกันเปิดเกือบทั้งลำเลยค่ะ ทั้งๆ ที่เค้ายังไม่ให้เปิดซะหน่อย แบบว่า โอ้ยยย ทนไม่ได้แล้ว ใจจะขาดขอเปิดหน่อยเถอะ เดี๋ยวเสียเวลาเม้าท์

ไม่ทราบว่าคุณหมอจ่ายยามาให้ถูกโรคหรือเปล่าคะ เพราะคุณปอนเป็นโรคพิเศษ ภูมิแพ้เมืองหลวงคงจะรักษาให้หายขาดยาก มีแต่รักษาตามอาการให้ทุเลา ภูมิแพ้โทรศัพท์มือถือนี่สิ คงจะต้องจ่ายยาให้คนโทรแทนที่จะให้คน(จำใจ)ฟัง หรือไม่ก็เรียนเชิญคุณทัก... กลับมาเพิ่มราคาค่าโทร!!!!

หายเร็วๆ นะคะ


โดย: พื้นที่สีเขียว (พื้นที่สีเขียว ) วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:7:37:58 น.  

 
Happy Father's Day!



หุ หุ หุ
โธ่ เฮีย เรา แย่ไปแร่ะ
เห็นกันหลัดๆ
ไม่น่าเร๊ยยยยยยย

จ๊ากกกกกก !!
แบร่ แบร่




โดย: ป้าซ่าส์ วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:11:24:34 น.  

 
งานครูเหม หลอกหลอนกันยาวนานจริงๆ นะน้า
ภาพติดตาติดใจ ยิ่งเห็นตอนสมัยความจำยังดียิ่งแย่ แง้


รักษาสุขภาพด้วยเจ๊า ช่วงนี้อากาศหนาวหลอกหลอนพอๆ กัน 55


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:21:59:59 น.  

 


โดย: หนูใบข้าว วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:1:13:50 น.  

 


ก๊อก....ก๊อก....ก๊อก
ตั๋วรถไปเมืองน่านเต็มละยังเจ๊า

สงสัยต้องส่งเพลงเหน็บหนาวไปให้กำลังใจตวยนิ
ถ้าไม่มีอุปสรรคอันใดจะตามไปกอยน๊ออ้าย



โดย: ปลายแปรง วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:8:32:08 น.  

 
สวัสดีครับ ผมได้ลงเรื่องสุวรรณภูมิเพิ่มเติม จะขอความเห็นเล็กๆ น้อยๆ จากคุณพิบูลย์ศักดิ์ครับ
ขอบคุณครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:7:42:45 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ปอน
ไม่ได้มาเยี่ยมพี่ปอนซะนานเลย
เดินสายเดินทางไกลไปมาจนเวียนหัวไปหมดแล้ว

พอกลับมาหยุดอยู่นิ่งๆ ก็ต้องเคลียร์งานที่คั่งค้าง
ชีวิตวนอยู่กับอะไรไม่กี่อย่าง

เดี๋ยวจะเมลล์ไปซื้อโปสการ์ดด้วยคนค่ะ

หนูเป็นอีกคนที่เติบโตขึ้นมาเพราะหนังสือพี่
ถ้าวันนั้นที่รามคำแหง หนูไม่เอาหนังสือปกขาดๆขึ้นมาอ่านก็คงจะไม่มีหนูในวันนี้...

ขอบคุณพี่ปอน
ขอบคุณขอความรักบ้างได้ไหม
ขอบคุณรักจะอยู่กับเรา (หนูเขียนชื่อหนังสือถูกไหมเนี่ย)



โดย: ปณาลี วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:10:25:41 น.  

 
ขอบคุณครับที่มาให้ความเห็น ถูกใจมากครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:19:42:33 น.  

 
อาการภูมิแพ้ พอแก้ได้ด้วยยา
แต่อาการแพ้โทรศัพท์มือถือ ...คงต้องทำใจอย่างเดียว
มังคะพี่ปอน
โอมเพี้ยง.....ให้หายป่วยทันวันเปิดงานนะคะพี่


โดย: กองฟอน วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:11:09:25 น.  

 
เหนื่อยใจแทนคุณ...
แต่มันก็ธรรมดาของ มา-นุษย์ ยุคนี้..ต้องท่องคำว่า " ทำใจ " เพื่อที่คุณจะได้สบายใจ
คิดเสียว่าเค้าอาจจะมีธุระ ปะ-ปัง ขนาดที่ว่าถ้าไม่ได้คุยอาจจะสิ้นลมหายใจตรงนั้น
ดีซะอีกคุณจะได้ไม่ต้องเห็นภาพคนตายเพราะไม่ได้โทรศัพท์ บางทีท่าทางอาจจะน่าเกลียดพิลึก ..มือหงิกงอ น้ำลายฟูมปาก ตาเหลือก.. ชักดิ้นชักงอ แล้วก็สิ้นลมหายใจไปในที่สุด 555
-
-
แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของคุณนะคะ..ว่าน่ารำคาญพิลึกเลย
คุณคงจะเข็ดขึ้นรถ บขส.ไปอีกนานเลยรึเปล่า

หนูก็เคยเจอคล้ายๆ แบบนี้ ทั้งพวกชอบเมาท์ไม่ดูเวลา ทั้งพวกชวนคุยทั้งที่เราอยากจะนอน (จะตายอยู่แล้ว)
ยังเหลือพวกโรคจิตมือมุดผ้าห่มอีก เจอมาสารพัด 555
ก็ใช้วิทยายุทธเอาตัวรอด ตามแต่เหตุการณ์

-
-
วี่แววของการไปงานที่น่านเริ่มมีหมอกหนาเหมือนเมืองน่านแล้ว
ต้องใช้คำว่า อยากไปใจจะขาด (รอนๆ)
แต่ต้องมีอะไรมาขัดซิน่า
พระพุทธเจ้า!
ลูกอยากไป...ทำไงดี
-
-
รักษาสุขภาพด้วยทั้งกายและใจ
เป็นห่วงคุณสม่ำเสมอค่ะ



โดย: บรรณารักษ์789 วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:18:57:08 น.  

 

มาโอมเพี้ยงอีกที หายป่วย หายป่วย นะ คนดี
เพี้ยง หาย ๆ


โดย: กองฟอน วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:21:16:15 น.  

 
พี่ปอน ล่าสุดที่หนูคุยกับพี่กิตติ์ เห็นแกบอกว่าติดงานชุมนุมช่างวรรณกรรมนี่นา เค้ารับปากแน่นอนแล้วเหรอคะว่าจะไปช่วย เพราะถ้าหากเป็นแบบนั้น หนูจะได้ขอต่อว่าสักหน่อย โทษฐานที่ไม่ให้หนูร่วมทาง (ชิชะ...ฮึ่มๆ) ได้กระท่อมดินฯมาจากนายอินทร์-ท่าพระจันทร์เมื่อวันก่อน ดีใจมากมาย นี่ถ้าไม่ได้ไปงานเทศกาลละครที่ถนนพระอาทิตย์คงต้องตะกายหาอีกนาน เพราะแถวบ้านมีแต่ร้านซีเอ็ดค่ะ



โดย: หนูใบข้าว วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:22:35:19 น.  

 
ขอบคุณนะคะที่แวะไปหาที่บ้าน

ดีใจด้วยกับหนังสือเล่มใหม่ ของทั้งคุณปอนและของพี่โดม

สวยทั้งสองปกเลยค่ะ

เรื่องการเมืองไทย ตอนนี้ ยังอึมครึมอยู่มาก แม้สนามบินจะเปิดแล้ว

แต่ค่าความเสียหายและไว้วางใจในการลงทุนคงกู้คืนยาก

นานๆ เข้าบล้อคแกงค์ทีค่ะ

อ้อ ขอบคุณมากที่แวะไปอ่านบทสัมภาษณ์ในประพันธ์สาส์นค่ะ


โดย: Kala_mydog วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:23:13:59 น.  

 
สวัสดีครับอ้ายปอน

สมกำอวยพรของอ้ายนะครับ อิอิอิ
ถือว่าเป๋นโบนัสครับอ้าย
ผมตั้งใจวาดลงบล็อกอย่างเดียวเลยครับ
จนสำนักพิมพ์เปิ้นติดต่อมาครับ







โดย: กะว่าก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:20:28:08 น.  

 

แวะมาส่งยิ้มค่ะ


โดย: กองฟอน วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:8:58:05 น.  

 
คุณ...
กระท่อมดิน-ทุ่งดาว โดนยกเค้าในกุลสตรีเหรอคะ
เห็นแต่จรใจไปในเส้นสี..มาแทน
ได้ไงอ่ะ...หายไปได้ไงอ่ะ ไม่ยอมนะ
-
-
แต่ก็ได้ภาพบางภาพมาให้ประดับในใจอีกภาพหนึ่ง
รูปอ้ายหนุ่มผมยาวกับทุ่งภูเขาเมืองปาย..เอามานอนหนาวในใจแทนการได้ไปเมืองน่าน
-
-
* ลมหนาวพัดมาเมื่อเดือนธันวา พาใบไม้ร่วง
เธออยู่แห่งไหน เธอรู้บ้างไหม ใครเขาเป็นห่วง
ยิ่งยามเย็นๆ ตะวันจะลา เมฆหมอกคลุมฟ้า น้ำตาฉันร่วง..
ครุ่นคิดถึงเธอ.....ในความเดียวดาย


โดย: บรรณารักษ์789 วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:12:55:02 น.  

 
ไม่ได้เป็นแฟนหนังสือ ไม่เคยรู้จักบทกลอนที่รับรู้มาว่าอ่อนหวานและแสนโรแมนติค
เพราะอดีตเคยเป็นคนในอีก "โลก" หนึ่งนะคะ

แต่วันนี้อยากไปร่วมงานค่ะ
แม้ในความเป็นจริงจะไปไม่ได้
ก็ขอฝากชื่อ ความหวัง และจินตนาการร่วมสำหรับวันงานในฤดูหนาวที่ดูน่าจะอบอุ่นอย่างยิ่งนี้ด้วยค่ะ



โดย: กังสดาล IP: 125.25.19.115 วันที่: 16 ธันวาคม 2551 เวลา:8:11:42 น.  

 
ถึง พี่ ส.จ.(สัญจร)
หวังว่าคงหายจากอาการป่วยแล้วนะคะพี่
ถนอมกาย และหัวใจไว้รอรับแขกวันงานด้วยนะพี่
แวะมายิ้มเหมือนเคย
กฟ


โดย: กองฟอน วันที่: 16 ธันวาคม 2551 เวลา:10:43:13 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่ปอน
เตรียมพร้อมออกงานรึยังคะ?

เป๋อจะส่งใจไปร่วมนอนดูดาวด้วยเน้อ
แต่ตอนนี้ ...จะไปเดินหาหนังสือ "กระท่อมดิน ทุ่งดาว" ก่อน น่าอ่านจัง

รักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิตนะคะ อย่าปล่อยให้โรคคนเมืองทําร้าย


โดย: เป๋อน้อย วันที่: 16 ธันวาคม 2551 เวลา:18:04:25 น.  

 
ขอบคุณทุกความห่วงใย
เตรียมใจไปพบกันวันงานครับ

อ้อ เบอร์หอศิลป์ไม่รับแขกเลย ป่วยมาหลายเพลา
ท่านที่โทรบอกเรื่องที่พักคงอึดอัดขัดข้อง
ลองเบอร์นี้นะครับ มือถือคุณวินัย ปราบริปูเจ้าของหอศิลป์เลยครับ
081 3222912


โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 16 ธันวาคม 2551 เวลา:22:40:01 น.  

 
แวะมาเยือนค่ะ
วันนี้เป็นวันงานที่หอศิลป์ริมน่าน
พี่ปอนคงยุ่งน่าดู
ไม่มีโอกาสไปเพราะมีภาระหลายอย่าง
แต่ส่งใจไปช่วยค่ะ
ขอให้งานสำเร็จเรียบร้อยเป็นไปตามเป้าหมายค่ะ



โดย: หนอนฯ IP: 58.9.169.204 วันที่: 19 ธันวาคม 2551 เวลา:7:26:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
สัญจร ดาวส่องทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




บ้านความรัก พิบูลศักดิ์ ละครพล w e l c o m e t o P i b u l s a k L a k o n p o l' B l o g s
"พิ บู ล ศั ก ดิ์ ล ะ ค ร พ ล" มีคนถามพิบูลศักดิ์ ละครพล ว่า คุณเป็นอะไรแน่ ? นักเขียน กวี นักดนตรี คนเขียนรูป คนขายฝัน เขาตอบยิ้มๆว่า "ผมเป็นอย่างที่ผมเป็น"....
.............................
"วัยฝัน วันเยาว์"....... เด็ก ๆ จะสร้างบ้านขึ้นด้วยปุยเมฆ เล่นกับก้อนหินที่เก็บมาจากชายหาด เก็บเอาวิชาเลขคณิตไว้ในกระเป๋ากางเกง และฉีกกระดาษสมุดจดงาน มาพับเป็นเรือกระดาษล่องแม่น้ำ....
..........................
"บ้านดวงใจ" นวนิยายที่ทำให้ทุกหัวใจอิ่มเอม และเต็มไปด้วยความสุข เรื่องราวของความรัก ความผูกพันระหว่างพ่อกับลูกสาว ที่ไม่ต้องบอกว่า "รัก" ด้วยคำพูด ....
............................
"ชูมาน" กาลเวลานั้น ไม่สามารถลดทอน ความสวยงาม น่ารัก เหงา เศร้า และสะทกสะเทือนใจ ของนวนิยายเรื่องนี้ได้เลย....
..............................
"ขอความรักบ้างได้ไหม"..... ระหว่างหญิงหนึ่งชายสองที่มาพบกัน มีชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันในช่วงสั้นๆ จากฤดูร้อนที่ทองกวาว ฉายฉานเต็มท้องฟ้า ถึงฤดูฝนที่เต็มไปด้วยเมฆสีเทาทึบ ล้วนเป็นคนที่มีหัวใจแตกร้าวมากับครอบครัว..
.....................................
"คือวารวันอันแสนอุ่น" ห้วงความรู้สึกอันงดงามในวันวาน ระหว่างฉันกับผู้ที่ฉันศรัทธา มิตรสหายอันเป็นที่รัก น้องๆในวงการนักเขียน และเพื่อนร่วมร้องรำทำเพลง ....
.......................................
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
17 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สัญจร ดาวส่องทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.