Bloggang.com : weblog for you and your gang

มาคุยกันกับพิบูลศักดิ์ ละครพล (2)








หน้านี้เราจะมาคุยกัน
ฝากเรื่องอยากคุยไว้
แล้วพิบูลศักดิ์ ละครพล
จะมาคุยด้วย ไม่แน่ อาจจะทุกวัน
(ถ้าเขาว่างและรื่นรมย์ที่จะมานั่งเล่นที่ริมระเบียง)










(ไประเบียงสนทนา หน้าแรก
คลิกที่นี่เลย)

 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2550
Last Update : 29 มกราคม 2551 7:49:47 น.
310 comments
Counter : Pageviews.

 



แวะมาเจิมก่อนใคร.....

 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 14 พฤษภาคม 2550 7:07:58 น.  

 

สวัสดีครับพี่ปอนด์

เมื่อกี้ผมไปเยี่ยมบล็อกพ่อพเยีย ได้ฟังเพลงประจำบล็อกซึ่งพี่ปอนด์ร้อง ดนตรีและเนื้อร้องมีความงดงามมาก

อยากบอกว่า ชอบครับ ฟังแล้วรู้สึกได้ถึงความงดงาม หมดจด สดใสราวกับนั่งในทุ่งหญ้าในยามเช้าเกือบสายที่ดวงตะวันสาดแสงอบอุ่นแก่มวลชีวิตบนโลกใบนี้

อยากทราบว่าพี่ปอนด์ มีแรงบันดาลใจจากสิ่งใดจึงได้เขียนเพลงบทนี้ครับ

 

โดย: ปุถุชน (ปุถุซน ) 14 พฤษภาคม 2550 9:30:05 น.  

 

ซีดีเพลงของพี่ปอนกับมาชารีหาซื้อได้ที่ไหนเอ่ย ทั้งชุดเก่าก่อนหน้านี้และชุดใหม่ๆด้วย ช่วยแจ้งรายละเอียดไว้ตรงนี้ด้วยครับ ทั้งชื่อชุดและราคา แล้วจะแวะเข้ามาดูใหม่
............. เคยมีแต่เทปเพลง ซื้อเมื่อคราวเปิดหมวกที่ท่าพระจันทร์หรือเมื่อครั้งงานสัปดาห์หนังสือที่คุรุสภาก็ไม่แน่ใจ...แต่ที่แน่ๆคือ นานมาก... ฟังไม่ค่อยได้แล้วล่ะ...

 

โดย: อาสา IP: 221.128.72.18 14 พฤษภาคม 2550 16:18:35 น.  

 

ตามอีตาพ่อพเยียมาทักทายทำความรู้จักกับคุณปอนค่ะ สบายดีนะคะ

 

โดย: ปิ่นแก้ว IP: 203.113.45.198 15 พฤษภาคม 2550 16:53:46 น.  

 

กรี๊ดพี่ปอนด์ 555
เข้าไปบล็อกพี่โดมค่ะ
เห็นลิ้งชื่อพี่ เลยตามมา
ข้าคือผู้พเนจรร่อนเร่ของสายธารสีน้ำเงินทำให้หนูตามหาความฝันของหนูเจอ และหนูก็ได้อยู่กับฝันที่เป็นจริงแล้วค่ะ


 

โดย: รุ้งสีที่แปด 17 พฤษภาคม 2550 10:12:11 น.  

 

ตามลิงค์พี่โดมมาเหมือนกันค่ะ
ดีใจ ที่เจอพี่ปอนแถวนี้
อยากรู้เหมือนกันค่ะพี่
ว่าจะหาซื้อเพลงมาชารีเก่าๆ ได้ที่ไหน
อยากได้ชุดที่มีเพลงผิงดาวครั้งแรกน่ะค่ะพี่
ชอบหลายๆ เพลงในนั้น
ชอบเกือบทั้งชุดเลย
เคยมีเป็นเทป ตอนนี้หายไปหมดแล้วค่ะ

อ้อ เกือบลืม
พี่ปอนไม่เปลี่ยนเลยเนอะ
กราบสวัสดีค่ะพี่

 

โดย: 'ปราย พันแสง IP: 58.8.78.50 18 พฤษภาคม 2550 0:47:50 น.  

 

ขอเชิญร่วมงานกลุ่มนักเขียนเชียงใหม่
ฟรี...ยินดีต้อนรับทุกท่าน
กิจกรรมครั้งที่ 1 ประจำเดือนพฤษภา 2550
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2550
เวลา 16.00 -20.00 น.
ณ บ้านอาจารย์เทพศิริ สุขโสภา
จัดโดย คณะทำงานกลุ่มนักเขียนเชียงใหม่

กำหนดการ
16.00-16.30 บอกเล่าที่มาที่ไป
17.30-18.00 เปิดปากพูดคุย “ชีวิตกับงาน ของนักเขียนเชียงใหม่”
โดย ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปล
กริ่มกมล มหัทธนวิศัลย์ นักเขียน
ประวิทย์ พันสว่าง นักเขียน
นำคุยโดย บัณรส บัวคลี่ และ ชลธี ตะพัง


18.00-18.30 ฟังดนตรี “ฮวด สุดสะแนน” พร้อมรับประทานอาหาร
18.30-19.30 เปิดอ่านหนังสือ 5 เล่ม
1. นกเสรีภาพ:ไพฑูรย์ พรหมวิจิตร
2. ดินแดนลม:คำ พอวา
3. อินเดียที่ที่ทำให้เราตัวเล็ก:วดีลดา เพียงศิริ
4. เชว่า ตัวสุดท้าย:โถ่ เรบอ
5. ปีกัสโซ่:อัคนี มูลเมฆ

20.00 ปิดกิจกรรมครั้งที่ 1 ประจำเดือนพฤษภา 2550
โดย อ.เทพศิริ สุขโสภา

ฟรี...ยินดีต้อนรับทุกท่าน
สอบถามรายละเอียด
โทร. 089-8505025 (ปาน) ชลธี ตะพัง ผู้ประสานงาน
อีเมล์ parn2545@yahoo.com

 

โดย: parn IP: 124.157.164.206 18 พฤษภาคม 2550 20:27:14 น.  

 

พี่ปอนด์คะ...แวะมาเยี่ยมค่ะ (มาจากบล็อกพี่โดม)
ในฐานะรุ่นน้องที่ยังจำประวัติศาสตร์การรู้จักพี่ครั้งแรกอยู่ไม่รู้เลือน
ด้วยความประทับใจ...
ปนสนุกสนาน...แกมตลกขบขัน
ในวันวานที่ผ่านไปนานแสนนานจาก ตอร์ตีญ่า แฟลต ของพี่พัว สะพานหัวช้าง ไปจนถึง...ถนนพระอาทิตย์
ลามปามไปสู่ ร้านข้าวต้มหน้าวัดบวร...

ไม่ทราบพี่ปอนด์ลืมหรือยัง...
วันนี้ ถนนพระอาทิตย์ ไม่เหมือนวันนั้นแม้แต่นิด
จากไปเนิ่นนาน จนแทบจะเลือนหายไปกับกาลเวลา
ใช้ชีวิตสุร่ยสุร่ายไปกับการกรำงาน กรำรัก กรำเที่ยว
จนกลับไปทำงานแถวนั้นอีกในยามดึกๆ...
กินข้าวต้มหน้าวัดบวรทีไร ก็แอบยิ้มๆ กับตัวเองเมื่อนึกถึงพี่...ในวันนั้น...

เมื่อ 5 พค. เราก็เจอกันในงานวันนักเขียน...
แต่ไม่ได้ระลึกชาติ...ฮ่า!!!...
ยังไงก็เป็นแฟนคลับตัวอักษรโรแมนติกอยู่เหมือนเดิมค่ะ...

 

โดย: ฮอลล์ - จรินยา ศักดิ์ศิริ IP: 58.8.134.85 19 พฤษภาคม 2550 2:17:48 น.  

 

เอิงเอยครับทุกคน
สารภาพ ผมตอบถ้อยทุกท่านเป็นหนที่สามแล้ว (หึหึ-ทำหาย ๆ แค่คอมมันเอ้อระเหยหน่อย ไปไม่เป็นเลย สม-จริงๆ)

ป้าแอ๊ด ครับ คิดถึงครับ หิวววว...

ปุถุชนครับ ถ้าเราฟังเพลงเดียวกัน(ในห้องพ่อพเยีย)
เสียงของน้าต้อม สองวัยครับ ชื่อเพลงมาลัยหญ้า ผมไม่ขอรับคำชมนะครับ ส่วนแรงดาลใจในการแต่งเพลงก็เช่นกัน คุณขึ้นไปถามแกด้วยตัวเองนะคร้าบ แกอยู่บนโน้น...

อาสา ไม่ต้องไปหาที่ไหนให้เสียอารมณ์ ไม่มีครับ ไม่มีขายที่ไหน ยกเว้นที่ร้านนักสะสมสวนจตุจักร-ในราคาที่คุณอาจจะเดินหัวเสียออกจากร้านและบ่นพึมว่า-ไม่ฟงไม่ฟังก็ได้(วะ)

ว่าที่จริงเทปก็ยังมีอยู่ครบทุกชุดนะ ชุดละเล็กละน้อย แต่อีตาปอนแกเป็นโรคหยิ่ง ไม่สบอารมณ์ยุคสมัยที่หันเหไปหาซีดี เอ็มพีสาม แกก็งอน-งอน หมดอารมณ์ขายซะงั้น อ้างว่า
ขี้เกียจ ขี้เกียจหากล่องส่ง ขี้เกียจไปป.ณ ขี้เกียจรับสตางค์
ขี้เกียจ-โว้ย ประมาณนั้น

เอากะแกสิ ขนาดน้องนุ่งกลุ่มใบไม้ป่า ปรารถนาดี จะให้แกหายขี้เกียจ เอามาสเตอร์ทั้งหมดไปทำเป็นซีดีให้ แกก็
ยังไม่หายขี้เกียจ เอาซีดีกองแทนหมอน นอนอ่านหนังสือศิลปะแห่งการทอดหุ่ย -ซะงั้น
เดือดร้อนน้องนุ่ง ทนไม่ไหว เอาชุดสุดท้ายใหม่ล่าสุด "ดวงดาวข้างหน้าต่าง" ไปปั๊มซีดีให้ หนึ่งพันแผ่นหรือไงนี่แหละ แต่ก็ไม่ได้วางจำหน่าย เพราะติดเชื้อโรคขี้เกียจจากลูกพี่เข้าให้ เทปฃุดนั้นก็จึงกลายเป็นเทปที่ทำไว้ดูต่างหน้า -ว่างั้น

ปิ่นแก้ว
ซำบายดีภาษาเงี้ยว(ตาผม)เขาพูดว่า "อยู่หลี กิ๋นหวาน"

รุ้งสีที่แปด
กรี้ดดดดด (เห็นตุ๊กแกยกหางอึจ้ะ-นิสัยไม่ดี ต้องส่งไปอยู่ในโหลเมืองจีนเสียแล้ว)
ยินดีนะ ที่ผู้พเนจรร่อนเร่ของสายธารสีน้ำเงิน ทำให้หนูค้นหาความฝันของหนูเจอ และได้อยู่กับความฝันที่เป็นจริง
พี่ปอนเขาเคยเขียนไว้ในเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งว่า "หนังสือไม่ใช่ขุมสมบัติ แต่มันคือลายแทงที่นำเราไปหาขุมสมบัติ."

ว่าแต่ว่าหนูทำความฝันหล่นหายใต้ขนตาใครรึเปล่า (หึ หึ)
สีที่แปดของสายรุ้งแน่เลย-สีความฝัน
มันคือสีอะไรน้อ...


 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง (สัญจร ดาวส่องทาง ) 19 พฤษภาคม 2550 16:06:10 น.  

 

อะไรที่เรามี สิ่งดี ดี ไม่ดื่มด่ำ
พรากจากนั่นแหละจำ เจ็บ-เจ็บจิต คิดอาลัย

ขอบคุณน้องปาน (ชลธี) ที่ส่งรายละเอียดงานนักเขียน
เจียงใหม่มาให้ สวนทางกับที่พี่ลงใต้ เสียดายที่ไม่ได้ไปร่วมวงเสวนา
ขอปรบมือให้คนออกความคิดนี้
คึก-คัก เขย่าขวดเข้าไว้
ให้หัวใจเต้นแรง

คราวหน้าแจ้งมาเนิ่น ๆ นะจ๊ะ

 

โดย: สัญจร (สัญจร ดาวส่องทาง ) 19 พฤษภาคม 2550 17:48:02 น.  

 

คุณปอน อยู่หลี กิ๋นหวาน หรือ อยู่หลี กิ๋นขม ล่ะคะ
แหะๆ มั่ยลู้ว่าแปลว่าอะหยัง อู้บ่จ้างก่ะ

 

โดย: ปิ่นแก้ว IP: 203.113.45.198 19 พฤษภาคม 2550 22:37:18 น.  

 

น้องฮอลล์ จรินยา
ได้ข่าวว่าเป็นนักเขียนใหญ่ เขียนนิยายติดอันดับขายดี
ดีใจด้วย
ความก่อนครั้งเก่าเหงาเงียบ สารภาพจริงใจอัลไซเมอร์
งานสมาคมนักเขียนวันนั้น ต้องยอมเสียมารยาท สะกิดถามน้องนุ่ง คนที่พาลูกสาวมาด้วยนั่นใคร
จำไม่ได้จริง ๆ ขอโทษอย่าโกรธเคือง นัยน์ตาโหวง ๆตอนรับไหว้ก็คงบ่งบอกแล้วหละว่าพี่มึนงงจริงๆ...
กระทั่งน้องนุ่งที่หนิดหนม หลายคน วันนั้น ยังนั่งนึกชื่ออยู่ตั้งนานหลังจากรับไหว้แล้ว เออ เคาะหมับ ปวดหมอง
แต่ไม่ตกใจ อาการนี้ เป็นมาแต่ก่อนหน้าที่หนูมาสัมภาษณ์แล้วหละ ชีวิตถึงได้ไม่เอิงเอยจนบัดนี้ ค่าที่จำชื่อคนไม่ได้
แถมจำเบอร์โทรไม่ได้อีกต่างหาก ในแง่จิตวิทยาแล้ว สอบตก ไม่ประทับใจเอาเสียเลย ขอโทษนะ
ฟังหนูเล่ามา สมัยตอร์ตีญ่าโน่นเลยเหรอ ไม่น่านะ
ที่ติดในจอสมองก็คือซันเดย์ แกลลอรี่ คราวพี่แสดงภาพเขียนที่ อ.ธีรยุทธ บุญมีเป็นคนเปิด ครั้งเดียวนั่นแล้ว
จรินยาอยู่หนังสืออะไรสักอย่าง มากับเพื่อนตากล้อง..

เฮ้อ จะเป็นไรไป ยังไงก็ยินดีที่เข้ามาทักทาย
ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ มิตรภาพย่อมอยู่เหนือกาลเวลาว่าไหม ขอเป็นกำลังใจให้ ทำงานเขียนดีดีออกมาอีกนะ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง (สัญจร ดาวส่องทาง ) 20 พฤษภาคม 2550 0:40:40 น.  

 

ปิ่นแก้วครับ
คุณปอนแก อยู่หลี กิ๋นหวาน
จน"มาน" ได้สามเดือนแล้ว
อู้ บ่ จ้าง ก็ไปเปิดสารานุกรมคนเมืองเอาเน้อ
ภาษาเหนือวันละกำ แฮ่...ใคร่หลับแล้วเจ้า..

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง (สัญจร ดาวส่องทาง ) 20 พฤษภาคม 2550 0:46:02 น.  

 

อู้แระก้อมั่ยมีคนจ้างจิงๆเจ้า แฮ่....

 

โดย: ปิ่นแก้ว IP: 203.113.45.196 21 พฤษภาคม 2550 18:57:20 น.  

 

หวัดดีค่า
โห...
พี่สัญจรรอนแรมไปไกลทีเดียวเชียว
จนลืมวันเวลาเก่าๆ ของสองเรา (ฮ่า...ยังๆ ไม่ติดเรท)
เราเจอกันตั้งแต่ฮอลล์ยังเป็นนักข่าวสาววัยใสแถบถนนพระอาทิตย์
ตอนนั้นพี่เพิ่งออกหนังสือเรื่อง 'หน้าต่างสายลม'
ฮอลล์ก็เพิ่งอ่านจบ แล้วไปดริ้งค์ร้านพี่พัว
เพื่อนฮอลล์เพิ่งจบ มช.เลยทักพี่ ในฐานะอาจารย์เก่า
ฮอลล์ก็ปลื้มพี่ตั้งกะรุ่นมัธยม
พอพี่ถามชื่อ เลยโขมยชื่อ นางเอกของเรื่อง 'หน้าต่างสายลม' มาตอบพี่ซะงั้น (ชื่อไรหว่า...อัลไซเมอร์ หนังสือก็หาย หาซื้ออีกไม่ได้ด้วย 'สุดวอน' รึเป่าพี่)
เราคงซัดเหล้าไปพอๆ กัน

ฮอลล์บอกว่า ชื่อสุดวอน (สมมุติว่ามันใช่) พฤติกรรมก็คล้ายๆ กันกับสุดวอนใน หน้าต่างสายลม แต่ไม่เคยทำแท้ง...
พี่ก็นั่งแปะลงมาคุยทันที เอื๊อก!!!
หลังจากนั้น พี่กับเพื่อนๆ ก็ไปนั่งเฝ้ารอเราปิดข่าวถึงบนกอง บก. (คนในกอง บก.ยังพูดถึงกันอยู่ไม่รู้เลือน ลาออกมาแล้วก็ยังพูด คาดว่ามันจะพูดกันไปจนตายตกไปข้างนึง)
เราทำงานไม่ได้เลย...สายตาเจ้าชายโรแมนติกจับจ้องอยู่
เลยขอร้องให้ไปรอที่ร้านข้าวต้มหน้าวัดบวร...
ดึกโข เรากับเพื่อนสาวอีกคนก็ตามไปนั่งดริ๊งค์ด้วยตามสัญญา
แล้วพากันวิ่งหนีขึ้นตุ๊กๆ กลับก่อน โดยมีหนุ่มคนหนึ่งวิ่งตามอย่างหัวเสีย...
หลังจากนั้น เจอพี่ก็ไปสัมภาษณ์บ้าง ทักทายกันตามงานบ้าง ประปราย หลายขวบปี
ไม่เห็นท่าทีว่าจะจำเราได้เล้ยยยยย

เคยคิด คำนึง นะ...
ว่าวันหนึ่งจะนั่งระลึกชาติกะพี่
เพื่อความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องในแวดวง คงอยู่ ให้หัวเราะกันได้ ในยามที่เราเจอกัน ดีกว่ายกมือไหว้แล้วพี่ทำหน้างงๆ

พอมาเจอบล็อกพี่ ก็เลยเข้ามาแหย่ๆ ดูซิ ว่าจะจำเราได้ปะ
ไม่กล่าวโทษ ไม่โกรธเคือง เลยค่ะ

จะรีบผลิตงานดีๆ มาให้สมคำอวยพรของพี่

และ น้องพูกัน เด็กห้าขวบจอมแสบที่ขึ้นไปร้องเพลงในงานวันนักเขียน
ไม่ใช่ลูกสาวนะคะ
เป็นหลานสาวค่ะ...แต่แกแสบ เวลาไปไหนเราแนะนำว่าหลาน ชอบเถียงแซงมาว่า เป็นลู้ก...เป็นลูกค่ะ ลูกจริง จิ๊ง
เฮ้อ...คนเขาก็เชื่อเด็กซินะ...
คร้ายยยย...จะเชื่อเรา...

เราก็รักพูกันซะด้วย...ได้เป็นลูกจริงๆ ก็ดีซินะ...
ได้ข่าวว่าพี่ก็แอบชอบพูกัน

เป็นไงล่ะ คืนนั้น โดนเด็กหลอกจุ๊บแก้ม...อิ อิ

ว่างๆ จะแวะมาใหม่ มาดูซิ ว่าพี่ฟื้นความจำได้แค่ไหน



 

โดย: ฮอลล์ - จรินยา ศักดิ์ศิริ IP: 58.8.144.52 21 พฤษภาคม 2550 19:16:37 น.  

 

ปิ่นแก้ว
นึกว่าเป็นคนเจียงใหม่ จริงนะ
ชื่อแบบนี้ คนเหนือเขาตั้ง ถ้าเป็นผู้ชายก็ อิ่นแก้ว
แม่ญิงเวียงเหนือชื่อไพเราะล้ำ
ข้างบ้านเราสามสาวชื่อ แก้วไล แก้วลา แก้วลูน
ลูน หมายถึงทีหลัง หรือช้า ลูกคนสุดท้องเรียกคนลูน
สำนวน"แก้วมาลูน" หมายถึงคนที่มาทีหลัง เขามีคู่แล้ว
ใช้ได้ทั้งหญิง-ชาย เช่น"อ้ายแก้วมาลูน" "อี(น้อง)แก้วมาลูน"

ภาษาเหนือวันละคำ ก่อนนะ

 

โดย: อ้ายอิ่นแก้ว มาเมื่อลูน (สัญจร ดาวส่องทาง ) 22 พฤษภาคม 2550 0:27:11 น.  

 

สวัสดีน้องสาว-สุดวอน

กล้องใจในจอตาของข้าน้อย
ค่อยโฟกัสชัดขึ้น
ฮ่า ฮ่า กล้องก็เมา คนก็มึน
หลับสักตื่น ไว้ตอนเช้า ค่อยเข้าคุย

ฝากหอมแก้ม น้องพูกันก่อนกล่าวกู้ดไนท์(นะ)
เด็กอะไรก็ไม่รู้น่ารักสุด

 

โดย: พูกัน-จานสี (สัญจร ดาวส่องทาง ) 22 พฤษภาคม 2550 0:39:47 น.  

 

นอนดึกเหมือนกันจ้า
หลังเที่ยงคืน...ตาสว่าง ใจสว่าง
ชาติที่แล้ว หนอนฯ คงเกิดเป็นนกฮูกล่ะกระมัง
มาเรียนภาษาเหนือวันละคำ
เพิ่งรู้ความหมายคำว่า "แก้วมาลูน" อ่ะค่ะ

 

โดย: หนอนฯ IP: 58.9.169.222 22 พฤษภาคม 2550 0:55:30 น.  

 

อ้าว
เข้าไปทักอีกหน้าหนะ ภาษาเหนือวันละคำ
นอนดึก-นอนเดิ้ก
ตาสว่าง-ตาแจ้ง
นกฮูก-นกเก๊า

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 22 พฤษภาคม 2550 1:46:52 น.  

 

ถ้าอาสา ไม่มีซีดีของพี่ปอนกับมาชารีฟังก็ไม่เป็นไร เทปเพลงยังมีอยู่ เดี่ยวจะต่อ Line out เข้าคอมฯแล้วแปลงเป็น Mp3 ออกขายตัดหน้าเจ้าของลิขสิทธิ์เสียเลย ....
ขายถูกๆ แจกฟรีไปบ้าง ถ้าใครอยากได้-หรือ-อยากมีไว้ฟัง ลองช่วยกันนะ
ขอเสียงสนับสนุนหน่อยครับ บังคับให้คุณพี่ปอนแกทำซีดีเสียที ถ้าใครเห็นด้วยช่วยสนับสนุนความคิดนี้ด้วยครับ เผื่อพี่แกใจอ่อน แจกฟรีซีดีประชด..ฮิฮิ..

 

โดย: อาสา IP: 221.128.72.18 22 พฤษภาคม 2550 11:28:19 น.  

 

แวะมาทักทายค่ะ
จะบอกว่าหน้านี้ประสบปัญหาส่งต่อไปให้คุยกับไมโครซอฟอีกแล้ว
วนเวียนจะเอากลอนมาโพสอยู่สองสามวัน
...เบื่อหน้าเจ้าไมโครซอฟนิ เอิ๊กๆ
วันนี้เกิดปัญญาว่าหากเรา กดสต็อปไว้มันคงเขียนได้

ชอบคำนั้นเหมือนกันค่ะ "กระจุ๊บกระจิ๊บในหัวใจ"
ลักษณการคงเป็นแสงเล็กๆ
...ไม่วิบวับเบบประกาย แต่ก็ต่างกับริบหรี่
คิดว่ามันคงเหมือนแสงเย็นนวลเหมือนก้อนหินในใยจันทร์กระมัง

อันนี้พยามแปลงบทสนทนาในหนังเป็นกลอน
มาจากเรื่อง Pride and Prejudice

ดาร์ชี่ปฏิเสธเมื่ออลิซาเบธหรือลิสซี่ชวนเต้นรำ
แถมยังพูดกันท่ากับเพื่อนว่าเธอไม่สวยให้เธอแอบได้ยินอีก
ลิสซี่จึงตอกกลับในบทสนทนาในภายหลังว่า
ความรักนั้น สามารถบอกให้รู้ได้มิใช่เพียงผ่านบทกวี
หากแต่บอกด้วยการที่เต้นรำกับเธอ แม้เธอจะไม่ใช่คนที่มีหน้าตางดงามอะไร


Lizzie
: I wonder who discovered the power of in drieving away love.

คือใครกันที่ฝันรักสลักซ่อน
เกี่ยวอักษรเป็นกลอนกลเมื่อคนหวาน

Mr.Darcy
:I though poetry was the food of love.

ใคร่แถลงแจงจบประสบการณ์
โคลงกวีที่แว่วหวานอาหารใจ

Lizzie
: Of a fine ,stout love. Bur if it only a vague inclination
,one poor sonnet will kill it.

รักอาจคลอนเมื่อซ่อนซ้อนในกลอนหรู

Mr.Darcy
: So ,what do you recommend to encourage affection?

แล้วโฉมตรูเมื่อรักตรู่รู้ไฉน

Lizzie
: Dancing. Event if one's partner is barely tolerable

จงเต้นรำพร่ำพริ้มชิมรสใจ
แม้ร่างร้ายจะพรายยิ้มอิ่มในทรวง

 

โดย: จูน IP: 203.113.76.12 22 พฤษภาคม 2550 11:31:06 น.  

 

อ้าว อาสา จูน ดีจัง ใจตรงกัน
นี่เพลินจนเอ้อระเหยหายไปทีแล้ว
อย่าไว้ใจทางอย่างใจคอมพิวเตอร์(คัดลอกไว้ๆ แต่ก้ลืมทุกที)
ใจคอจะไม่เห็นใจคนหนุ่มบ้างเลยเหรอ ที่คันคะเยออยู่ในอารมณ์น่ะรู้ (มีใครบางคนอยู่ทางบูกิ๊ต บอกว่าจะทำอย่างนี้แหละ แต่ก็เงียบ-เงียบไป หรือเกรงใจไม่กล้าส่งมาก็ไม่รู้

ขอบคุณความหวังดีนะครับ ตอนนี้ไม่คิดมาก ว่อกแว่ก
ไหวหวั่นอะไร ขอประคองใจให้นิ่ง และทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้สำเร็จ ทุกนาที ทุกวัน ๆ ให้ดีเท่าที่ทำได้
ให้ใจสบายไม่ร้อนรุ่นกลุ้มกลัด ไม่อิดล้าระอาอ่อน
เพราะชีวิตควรจะมีความสุข
ถ้าการงานคือความรัก-ปรากฏร่าง
จริงไหมจริง...

เงินทองก็ดี อยากมี ไม่อยากขาด แต่ไม่อยากตะกายป่ายปีนเหมือนตะกวดหนีสุนัขไล่ล่า พอมีพอใช้ไม่เดือดร้อนก็พอใจแล้ว ขอให้หัวใจสบายดี ขอแค่นี้แหละ
ฝากเนื้อเพลงแต่งใหม่ล่าสุดของมาชารีให้อาสา จูน และเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกคนฟังฟัง
(ชื่อเพลง-อยู่ตรงนี้)

อยู่ตรงนี้
กับหัวใจดวงเดิม ที่โดดเดี่ยว
อยู่ตรงนี้
กับสายลมรุนแรงโหมกระหน่ำ ทุกค่ำคืน ทุกค่ำคืน

อยู่ตรงนี้
บนเส้นทางแสงไฟอันเปล่าเปลี่ยว
อยู่ตรงนี้
กับขุนเขา ฟ้าคราม และทุ่งกว้าง
เฝ้ามองดาว เฝ้ามองดาว จำนรรจา

ผ่านร้อน ฝน หนาว ผ่านมา
ผ่านหยาดน้ำตาและรอยยิ้ม
ร่าเริงกับสายลม,รื่นรมย์กับสายธาร
ฤดูกาล ผันเปลี่ยน

เปลี่ยนวันดอกไม้โรย
ชื่นวันดอกไม้ลา
เปลี่ยนไป กลับมา เริ่มใหม่

อยู่ตรงนี้
กับหัวใจดวงเดิม ที่เชื่อมั่น
อยู่ตรงนี้
กับความฝัน ความจริงที่เป็นอยู่
อยู่กับวันนี้

เพลงนี้แต่งที่บ้านทุ่งดาว คืนหนาวเหน็บของเดือนตุลาคม
๒๕๒๘ ร้องเล่นครั้งเดียว ในงานมหกรรมหนังสือมือทำที่
ร้านหนัง-หนังสือไกลกระแส บูกิ๊ต (ปีไหน-นก-ชายน้อย)
คนสงขลาได้ไปร่วมงานกับเขาไหม

เก่งจังนะจูน
ถอดคำถอดความนี้ยากนะ เราทำไม่ได้หรอก ขยันอย่างนี้
คงนกน้อยกำลังร้องเพลงกระจุ๊บกระจิ๊บในหัวใจแน่เลย

อาสา จะไม่ขันอาสาเหรอ เรื่องซีดีหนะ มีน้องนุ่งศิลปกรที่เมืองปายรับปากเรื่องปกแล้วหละ (แค่แง้มๆประตูก่อนนะ...) รอให้น้องสมาธินิ่ง ๆ ก่อน

ขอบคุณทุกคน ที่"รินรักลงเติมใจ"
แล้วพบกันจ้ะ


 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง IP: 125.24.38.166 22 พฤษภาคม 2550 14:06:55 น.  

 

ข้าเจ้าบ่ใจ้คนเหนือแต่เกือบจะเป็นสะใภ้จาวเหนือได้แล้วล่ะกา ปาเอิ๊นป้อจายเปิ้นทำบุญมาดีจั้ดนักก็เลยหูตาสว่างรอดพ้นเงื้อมมือนางแม่มดไปหวุดหวิดเลยเจ้า ฮ่า ฮ่า อ้อข้าเจ้าก็เป็นอี่น้องมาลูนเหมือนกันละเจ้า อิอิ

 

โดย: ปิ่นแก้ว IP: 203.113.45.196 22 พฤษภาคม 2550 19:54:08 น.  

 

นี่ขนาดไม่ใช่นะ ใช่แล้วจะขนาดไหน
อี่น้องอี่นาย-แก้วมาลูน โดนแม่ญิงอื่นตัดหน้าไปก่อน
กาว่าเป็นลูกหล้ามาลูนเจ้า...

 

โดย: อิ่นแก้ว(มาขวาย) (สัญจร ดาวส่องทาง ) 23 พฤษภาคม 2550 12:12:47 น.  

 

เจ้า หล้าก็หล้า อิอิอิ

 

โดย: ปิ่นแก้ว IP: 203.113.45.198 24 พฤษภาคม 2550 23:34:16 น.  

 

มันเออเรอร์ตลอด...ไม่ให้ส่งข้อความ แง้ๆๆๆ หลายรอบแล้ว...

 

โดย: ฮอลล์ - จรินยา ศักดิ์ศิริ IP: 58.8.136.215 25 พฤษภาคม 2550 18:28:42 น.  

 

เออเร่อ หรือ เอ้อระเหย
เอิงเอยทั้งคู่
จะไปธุระอีกแล้ว
ไม่แคล้วกลับมา หน้าว่างเปล่า

สบายดี

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 26 พฤษภาคม 2550 9:03:01 น.  

 

เพิ่งรู้ว่าพี่ปอนเข้ามาเปิดโลกเว็บไซด์
แวะมาเยี่ยมแล้วพี่
ออกแบบเวบไซด์ได้เหมาะครับ
แต่เราไม่ลืมว่ารักออกแบบไม่ได้ แต่รักแอบบอกได้
ขอบคุณที่ลิงก์เว็บไม้ยมกไว้นะครับ
www.myyamok.com
แล้วผมจะลิงก์เว็บพี่ปอนด์ให้ชาวไม้ยมกมาเยี่ยมทักทายนะครับ

 

โดย: `กุดจี่ IP: 203.118.84.86 27 พฤษภาคม 2550 1:05:33 น.  

 

สวัสดี อย่างเป็นทางการตรงนี้ก็แล้วกันค่ะพี่ปอน

บอกอีกครั้งก็ไม่เบื่อ อิอิ.. ดีใจที่มีบล็อกนี้ค่ะ ถ้ายังไงแล้วขออนุญาตทำลิ้งค์เชื่อมมาจากที่เว็บของสีน้ำฟ้าค่ะ

^^

 

โดย: สีน้ำฟ้า IP: 61.7.149.177 28 พฤษภาคม 2550 12:30:41 น.  

 

กุดจี่
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมเยียน
และบอกต่อ
เหมือนรู้นะว่าคิดถึง
เพิ่งไปค้นรูปเก่าเล่าเรื่อง
จำตอนทัวร์แพร่ได้ไหม
หน้ายังใสละอ่อนอ่องอยู่เลย
กี่ปีมาแล้วนี่ (จนกุดจี่กลายเป็นgood g บักเคนนี่ไปเรียบร้อยโรงเรียน100+1)

สีน้ำฟ้า
สวัสดีอย่างเป็นทางการ(อิ อิ)
ทำลิ้งค์ได้เล้ยยยย ยกเว้นทำลิง (ลพบุรี)

 

โดย: ปอน ปอน IP: 222.123.210.96 29 พฤษภาคม 2550 13:06:40 น.  

 

อ้ายนายเจ้า น้องมีเรื่องสงสัยมากๆอยู่ข้อหนึ่งคือ เอ้อ.......ทำไมต้องเป็นสัญจร ดาวส่องทาง ทามมั้ยมั่ยเป็นไต้ส่องทาง...ไฟฉายส่องทาง.....ตะเกียงส่องทาง.......พระจันทร์ส่องทาง...รึ..หิ่งห้อยส่องทาง..ละเจ้า..แล้วดาวง่ะเป็งดาวรัยง่ะเจ้า...อิอิอิ....

 

โดย: ปิ่นแก้ว IP: 203.113.45.196 30 พฤษภาคม 2550 21:39:58 น.  

 

งงเหมือนกันปิ่นแก้ว
ทำไม้-ทำไม ต้องไปถามกวีทั้งหลายดูซิ
(ลองหลับตานึกภาพถือไต้ ส่องทางดูดิ อิ...แต่เพลงน้ำตาแสงไต้ นี้เป็นเพลงเก่งของผมนะครับ ประกวดงานวัดได้ถ้วย-ข้าวหมาตลอด เป็นนักศึกษาละครเวทีพันท้ายนรสิงห์
เลยถูกจับให้ร้องเพลงหลังม่าน อดเป็นพระเอกกกก แง..)

ดาวดวงนั้นชื่อดาวหฤทัย จ้ะ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 31 พฤษภาคม 2550 8:22:01 น.  

 

ฮิฮิ..ดาวหฤทัย...น้ำตาลเรียกพี่ค๊าบ..ๆๆๆๆ

น้องจาเป็งดาวมั่งง่ะ....อิอิอิ....ดาวมฤตยู....ดาวหาง..รึม่ายก็ดาวตก..เป็งอุกกาบาต...รึเป็งผีพุ่งไต้งั้ยยยยยย...ฮ่าฮ่าฮ่า.........

 

โดย: ปิ่นแก้ว IP: 203.113.45.197 31 พฤษภาคม 2550 19:34:04 น.  

 

สวัสดีคะ ...ขออนุญาตเรียกคุณอาปอน (ไหวไหมคะ ^^!)

ขออนุญาตมาแจม ...พี่สาวผู้ใจดี (พี่สีน้ำฟ้า)ส่งลิ้งค์ นี้มาให้ เนื่องจากตอนนี้กำลังอินกับ "ขอความรักบ้างได้ไหม" อยู่ เลยมาขออนุญาติ คุณอาปอนไว้ ณ ตรงนี้นะคะ ว่าตั๊ด ...หยิบเรื่องของพี่มาเล่า มา(อยาก) วิจารณ์ ไว้ด้วยความเคารพคะ ...

47 ม.11 ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ พะเยา56130 <----- ที่อยู่นี้ ...ถึงคุณอาปอนมั้ยคะ? .... อยากเขียนจดหมายคะ

 

โดย: อินทีวร IP: 203.148.137.226 31 พฤษภาคม 2550 21:45:25 น.  

 

สวัสดีอินทีวร
เรียกอะไรก็เรียกเถอะ ขอให้จริงจากใจ
เจอะคนชอบเขียนจดหมาย ก็ชอบใจสองเท่า เข้ามาและเขียนจดหมาย ...ขอบคุณแทนตู้ไปรษณีย์อำเภอใจจ้ะ

 

โดย: (อาว์...)ปอน ปอน IP: 125.24.42.3 2 มิถุนายน 2550 1:40:12 น.  

 



ตกใจหมดเลย ที่พี่ปอนไปเยือนถึงบ้าน
คิดเหมือนกันว่าพี่ปอนใจร้ายไม่ยอมแอดบลอกใคร

ตอนนี้ทราบแล้วค่ะว่ายังไงก็ยังเป็นพี่ชายใจดีเหมียนเดิม

ขอบคุณมากนะคะ

 

โดย: แอ๊ด (addsiripun ) 12 มิถุนายน 2550 10:50:28 น.  

 

555ป้าแอ๊ดเลยย่องมาเงียบ ๆ
ผมอยากไปทุกบ้านแหละครับ อยากแอดไว้หมด แต่จะมีเวลาไปหรือไม่เท่านั้นแหละ
อยากจะฝากไปถึงเพื่อนพ้องน้องพี่ บางท่านผมอาจหลงลืม ก็อย่าคิดเล็กคิดน้อย(ใจ) รักแท้ย่อมอดทนนาน 555

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 12 มิถุนายน 2550 19:23:28 น.  

 


... เมื่อเช้าแวะไปที่ Tuneingarden.com ของพญาอินทรี เพราะห่างหาย ไม่เคยเข้าไปดูมานานมากแล้ว ระลึกถึงลุงปุ๊อยู่เสมอเพราะเป็นหนึ่งในใจเรา...จะรองๆมาก็พี่ปอนนี่แหละ...เชื่อมั๊ย..
......จะบอกว่านานๆทีผมถึงจะแวะเข้ามาดูที่นี่สักที ข้อมูลเลยไม่ต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ยังรองานเพลงที่เป็นซีดีอยู่เหมือนเดิมนะ ตั้งใจว่าจะเขียนจดหมายมาคุยด้วย น่าจะดีกว่าที่ตรงนี้ เพราะจริงๆแล้วเรื่อง blogนี่ มันเป็นการเอาเวลามาทิ้งแท้ๆ ขอคิดดูก่อนก็แล้วกัน เพราะเลิกเขียนจดหมายมานานมากแล้ว เมื่อก่อนเคยมีเพื่อนทางจดหมายที่ได้จากหนังสือสู่ฝันอยู่1คน โอ๊ย..มันดีมากเลยนะ ช่วยเติมเต็มชีวิตช่วงวัยรุนได้ดีมากเลย เค้าเรียนศิลปะอยู่ที่เชียงใหม่ บ้านอยู่ชุมพร ผมเรียนกรุงเทพฯบ้านเดียวกับเป้ สีน้ำ ผมเป็นรุ่นน้องเค้าอยู่ 2-3ปี ...อืม..พอก่อนดีกว่ามั้ง เอาไว้คุยกันใหม่ตอนที่มีเวลามากกว่านี้
..... ด้วยความระลึกถึงเสมอครับ --อาสา --

 

โดย: อาสา IP: 221.128.72.22 13 มิถุนายน 2550 9:56:26 น.  

 

สวัสดีอาสา
ขอบคุณนะที่ยังคิดถึง
นั่นแหละมีเวลาก็แวะมา ไม่ว่ากัน ผมฃักเห็นด้วยเสียแล้วสิ
ทั้งเรื่องซีดี และเรื่องบล็อก
กินเวลาวันหนึ่ง ๆรวดเร็วมาก ราวยักษ์ตะกละ
และเวลาเราก็เหลือน้อยเต็มที
เลิกเขียนจดหมายทำไม วันนี้เพิ่งมีโอกาสได้เขียนจดหมายถึงคุณยายกวี แต่ก็ยังไม่ไปป.ณอยู่ดี ลงว่ามาเปิดปากยักษ์ ก็ขยับไปไหนไม่ได้ กว่าจะตัดใจไปเขียนต้นฉบับ ก็ อ้าว,เวลาออกกำลังกายหมดแล้ว
สบายดีนะ เท่าที่เล่ามา อาสานี่เรียนที่ไทยวิจืตรหรือเพาะช่างนะเนี่ย
วันที่๒๐ นี้จะขึ้นไปสวนทูนอินหรือเปล่า

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 13 มิถุนายน 2550 22:21:07 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ปอน
ขอบพระคุณที่แวะไปทักทายถึงรังน้ำค้างหยาด ฯ นะคะ
อยากบอกซ้ำ ๆ ว่าเป็นปลื้มสุด ๆเลยค่ะ

แต่เพื่อไม่เป็นการทำร้ายผู้สูงวัยด้วยว่าอักษรก็เล็กเท่าแมลงหวี่
ซ้ำยังต้องคลำทางข้ามสะพานไม้ไปเยี่ยมกันลำบาก
สองสามวันที่ผ่านมาเลยถมดินฝังเสาเข็มสร้างกระต๊อบหลังใหม่ขึ้นมา
ไชโย! มีBlogGangเป็นของตัวเองแล้วค่ะ

งานน้ต้องขอบคุณพ่อพเยียเขาที่บอกว่าสร้างบ้านใหม่ ง่ายนิดเดียว

ที่ราบสูงฝนตกช่วงบ่าย ไม่หนัก แต่ก็นานพอที่ต้นไม้ได้ชื่นใจ ผู้คนสัญจรไม่ลำบากนัก
...หัวใจหญิงสามัญคนหนึ่งจึงสดชื่นเป็นพิเศษค่ะ

 

โดย: ใจจร (นกแสงตะวัน ) 14 มิถุนายน 2550 18:31:27 น.  

 

ยินดีครับที่นกแสงตะวันมีรังใหม่

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 14 มิถุนายน 2550 20:25:32 น.  

 

...พูดถึงลุงป๊ ผมอยากให้เด็กรุ่นหลังๆหรือที่ผ่านเข้ามาคุยกับพี่ปอน ลองเข้าไปที่ tuneingarden.com ลองไปอ่านประวัติของลุงดูบ้าง ตั้งแต่จากเด็กแม่กลอง วัยเรียนจนมาถึงพญาอินทรีเนี่ย มันมีเรื่องราวที่ควรรับรู้รับทราบไว้บ้าง โดยเฉพาะน้องๆนักเขียนนักอ่าน
...ส่วนของพี่ปอน ผมขอเสนอหนังสือ"บ้านดวงใจ" อยากให้รุ่นน้องๆได้ลองอ่านดู ผมว่ามันใช้เป็นบทแรกๆของการเริ่มต้นเป็นนักอ่านที่ดีได้ ในนั้นกล่าวถึงหนังสือดีๆหลายเล่มที่ควรค่า และไม่อยากให้ผ่านเลยไป แต่ถ้าไม่หนักหนาสาหัสจนเกินไปก็เป็นหนังสือ 100เล่มที่คนไทยควรอ่าน ค่อยๆหามาอ่านที่ละเล่มนะครับ แล้วที่นี้จะอ่านพวกหนังสือที่ปกสวยๆทั่วไปที่มีขายกันแบบพิมพ์ซ้ำจนเพลทพัง ยอดขายทะลุเป้า เพราะอยากซื้อมีไว้ถือจะได้ไม่ตกยุคสมัย..ก็ลองเปรียบเทียบกันดู อย่างน้อยก็มีติดตู้หนังสือเอาไว้ให้ลูกให้หลานได้เลือกอ่านต่อไปในวันข้างหน้า...
... แถมอีกนิดสำหรับผู้ที่เอาเรื่องสั้นเรื่องเล่าส่วนตัวมาโพสต์แบบยาวๆเนี่ย ไม่อยากจะต่อว่าแต่อยากจะตำหนิว่าไม่เหมาะกับBlogส่วนตัวเฉพาะบุคคล ควรไปตามwebsite ที่ยินดีเปิดกว้างรับเรื่องเพื่อเผยแพร่ แต่Blogเนี่ยควรเป็นเรื่องการสื่อสารของบุคคลทั่วไปกับเจ้าของBlogมากกว่า อย่างดีก็เข้ามาแจ้งได้ว่ามีอยู่ที่ไหน ติดตามได้ที่ไหน ก็น่าจะเพียงพอแล้วครับ
...ฝากความคิดถึงและระลึกถึงพญาอินทรีไปกับพี่ปอนด้วยครับ ...

 

โดย: อาสา IP: 221.128.72.22 15 มิถุนายน 2550 10:58:14 น.  

 

สวัสดีครับ
ดีใจมากที่ได้เข้ามาในเว็บนี้ ผมติดตามงานของพี่ปอนมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยอยู่กรุงเทพ ชอบไปดูพี่ปอนเวลาออกงานไม่ว่าจะเป็นงานแสดงสีน้ำ หรือ งานหนังสือก็ตาม ตอนนี้ย้ายมาอยู่ภูเก็ต ก็ได้มีโอกาสพบพี่ปอนที่ร้านหนังสือถนนถลาง ตอนนี้ได้มีโอกาสจัดรายการวิทยุหลายครั้งก็ได้นำเพลงของพี่ปอนมาเปิดโดยมิได้ขออนุญาต
ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตนำเพลงพี่ปอนมาเปิดให้หลายๆคนได้ซึมซับบทเพลงกวีที่ไพเราะบ้างนะครับ ขอบคุณครับ

 

โดย: นายจอสระเอ IP: 202.29.50.250 17 มิถุนายน 2550 14:08:10 น.  

 



ฝากให้พี่ปอนเข้าไปชม
(อ่นแล้วจะลบคอมเมนท์นี้ก็ได้นะคะ เพราะไร้สาระมาก)

 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 19 มิถุนายน 2550 11:41:51 น.  

 

....

ง่ะ..ลืมลิงค์

http://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J5524539/J5524539.html#4

 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 19 มิถุนายน 2550 11:42:52 น.  

 

เย้! เราเจอแล้ว
แถวนี้คึกคัก อบอุ่นดี กองเชียร์เพียบ
...

ส่งสารมาจากภูเก็จค่ะ
วันนี้ที่นี่เป็นสีเทา
ในลมแรงและสายฝนเส้นเฉียงๆ
...
แวะดูโน่นนี่ในเว็บจนทั่วแล้ว
น่าอบอุ่นดีค่ะ

ต่อไปจะเข้ามาบ่อยๆ
"ระลึกถึง"

 

โดย: ขมิ้นศรีและพี่สาว IP: 202.29.50.249 19 มิถุนายน 2550 17:59:34 น.  

 

อาสา..
ขอโทษที เลอะเลือนเลื่อนเปื้อนใหญ่แล้ว..
มันตั้งแต่ 22 พ.ค.โน่นแล้ว พฤษภา รงค์อุไร
เฮ้อ อัลไซเมอร์จริง ๆ

โห......
จากภูเก็จมานี่นานจริงเนาะ
หลงทางในห้องวิทยาการจัดการสิท่า
มาแล้วก็ดีใจ เอ้า, "She love you เย้ เย เย....."

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 19 มิถุนายน 2550 22:47:37 น.  

 

"ขมิ้นศรี" พาอืดอาด ต้องออกแรงถีบ
จากภูเก็จถึงแม่ใจ.. ไกลเอาเรื่องอยู่นา
แต่ยังไงก็เร็วกว่าเรือเกลือค่ะ

เมื่อวานเตรียม postcard ไว้ในสมุด กำลังตั้งท่าอยู่...
ตอนเย็นๆ แวบขึ้นมาว่ายังไม่ได้เข้าเว็บตามคำแนะนำเลย
ปรากฏว่าเมื่อวานอยู่ที่ทำงานจนค่ำมืด
นั่งอ่านเว็บนี่แหละค่ะ ก็มาช้ากว่าใครนานเป็นเดือน
(ดูเหมือนขยัน อยู่ทำงานจนค่ำ)

ยังรู้สึกแปลกๆ กับการเขียนอะไรๆ ในเว็บ
ช่วยบอกหน่อยค่ะว่า..
ถ้าต้องการเอาภาพมาแปะบ้างต้องทำยังไง
พยายามหาวิธีการอยู่ แต่จนปัญญา
จะได้ส่งภาพถ่ายที่คิดว่าน่าจะพอดูได้มาขึ้นบอร์ดค่ะ

take care ค่ะ

 

โดย: ขมิ้นศรีและพี่สาว IP: 202.29.50.249 20 มิถุนายน 2550 17:28:55 น.  

 

.....

ขอบคุณค่ะ พี่ปอน
ที่เข้าไปอวยพรวันเกิดให้

วันเสาร์นี้ไปค้างที่ ลำตะคอง ราชสีมา ค่ะ
กับคุณลุง และลูกน้อง(ที่อยากตามไปกิน) อีก 10 คน

จะเก็บภาพมาฝากเหมือนเคยนะคะ

.......

 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 21 มิถุนายน 2550 9:39:07 น.  

 

พี่ปอนคะ
อยากบอกว่า "ขำ ขำ"
เมื่ออ่าน "คำ" ที่ตอบมิตรรักนักเขียน
"อารมณ์ดี มีสุขใจ" ช่วยให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ (แก่น้อย)
อะคึ่ ๆ

 

โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น 21 มิถุนายน 2550 19:10:39 น.  

 

ขมิ้นศรีและพี่สาว
ลองดูคำแนะนำของ"สีน้ำฟ้า" ที่มีต่อ"ซีแมน"ใน"ทะเลหน้าฝน"นะคะ สีน้ำปอน ยกให้เป็นวิทยากรประจำแก๊งค์ไปแล้วจ้ะ แต่ถ้ายากไปส่งทางเมล์มาที่นี่ก็ได้จ้ะ จัดให้...
ทางดีสุดสมัครเป็นสมาชิก http://www.BLOGGANG.COM
ลงทะเบียนเปิดบล็อกของตัวเอง ก็สบายบรื๋อออออจ้ะ

ป้าแอ๊ดครับ
ลูกน้องตามไปแสวงกินเหรอ โถ.....นึกว่าไปแสวงบุญ


อยากบอกจ.สระเอ ผมตอบคุณอีกหน้า มาเจ๊อะคุณนั่งเอ้เต้ที่ระเบียง โตะใจโหมะเลย เช่นเดียวกับสาวขอนแก่น ยังบ่ เคยมีแฟน ขำ ขำ คิดไปได้ คนเขาอารมณ์ดีโดยธรรมชาติจ้ะ

ฝากบอกเพื่อน ๆ ที่ไปคอมเม้นท์ออนอัพ ผมตามไปดูหมดนะครับ (บางครั้งก็ตอบ บางครั้งเหน่อยๆก็ไม่ได้ตอบ) กรุณาวางใจ ขอบคุณจริง ๆ จากใจ สำหรับเพื่อนมิตรทุกท่านที่ เข้ามาเยี่ยมเยียน
ส่วนการสนทนาพาที สะดวกดี ก็มาเอกเขนกริมระเบียงนี้แหละครับ ลมมันเย็นนนนน...

 

โดย: สัญจร IP: 125.24.58.133 21 มิถุนายน 2550 20:59:18 น.  

 


สบายดีค่ะ

แวะมาเอกเขนก ริมระเบียงด้วยคน ลมเย็นนนนน ดีนะคะ

พรุ่งนี้ไปปากช่อง ลูกน้องบอกว่าจัดให้ไปทำบุญเพลด้วย ที่วัดวชิราลงกรณ์
จากนั้นก็เที่ยวไปตามทาง แล้วเข้าที่พัก
พวกที่ตามมากินนั่นแหละค่ะ เป็นฝ่ายทำอาหารให้กินซะเอง เขาอยากได้อย่างนั้นอ่ะ

คุณลุงบอกว่า อยากได้ ก็จัดให้ (เหล้าเพียบ)

วันรุ่งขึ้น กะว่าจะไปชมทุ่งดอกกระเจียวที่ ชัยภูมิ
ออกจากปากช่องแต่เช้าๆ คงทันดู ดอกกระเจียวที่ยังเต่งตูม เบ่งบาน

นี่ถ้ามีกวีไปด้วย คงร่ายกันตรงนั้นเลยนะ ทัศนียภาพงามๆ อย่างนี้

พี่ปอนเคยไปหรือยังคะ

ป้าแอ๊ดไปเกือบทุกปีเลยค่ะ แล้วก็หอบต้นดอกกระเจียวกลับมา 4-5 ต้นทุกครั้ง
ปีนี้ ต้นที่บ้านเหลือต้นเดียว ยังมะยอมออกดอกเลย

ผ้าทอพื้นเมืองที่นั่นสวยมากค่ะ ป้าแอ๊ดหอบมาเป็นฟ่อนเหมือนกัน
ตามประสา บ้าหอบฟาง

ไม่รู้จะเจอฝน เหมือนที่พี่ปอนไปนครปฐมหรือเปล่า..??


 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 22 มิถุนายน 2550 9:28:04 น.  

 

เหนื่อย ๆ น่ะป้าแอ๊ด (ถือโอกาสแก้คำผิด)
ป้าแอ๊ดไม่เหนื่อยบ้างเหรอ ไปนั่นมานี่มันเป็นนิสัยอยู่แล้ว
แต่ที่เหนื่อยคือตอนที่คิดว่าจะไปหรือไม่ไปนี่แหละ เหนื่อยใจ(หลายใจ จับจด โลเล) นี่นาฑีหน้านี้อาจจะอยู่ที่เชียงใหม่ หรือไม่อีกที พรุ่งนี่ ราชบุรี..
เก็บดอกกระเจียวปักใจไว้ดีกว่า มันสวย แต่ดอกข่าอร่อยกว่า ทางบ้านเอามาดองกินกับ"หลู้" แต่เราชอบกินสด ๆ รสร้อนกลิ่นรมย์ แก้ท้องอืด บำรุงหลายใจจ้ะ
ป้าแอ๊ดไปชัยภูมิ อย่าลืมร้องเพลง ชัยภูมิมีรถุยนต์วิ่งผ่าน....วนอุทยานแห่งชาติที่นั่นเคยไปจัดสัมนาวรรณกรรมกันครั้งหนึ่ง สวยแปลกตาตรงเนินลาดเชิงเขาและสวนหิน

เที่ยวให้สนุกนะครับ ฝนหนะ พยากรณ์เขาว่า ตกหนักทุกภาค-คนขับครับ คนขับห้ามดื่มเด็ดขาด ไล่เข้านอนแต่หัวค่ำ....

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 22 มิถุนายน 2550 10:29:05 น.  

 

สวัสดีครับ
ผมพึ่งเข้ามาพบเวปนี้ ปกติไม่ค่อยเจอกับอินเตอร์เน็ตบ่อยนัก รู้สึกดีใจที่คุณมาเขียนในนี้ (แต่ผมยังชอบที่จะอ่านจากกระดาษอยู่ดี)
แล้วผมจะแวะเวียนมาให้บ่อยครับ
****ชอบคอลัมน์ของคุณในจุดประกายวันอาทิตย์ แต่หาซื้อยากครับ เพราะคนขายหนังสือบอกว่าหนังสือพิมพ์ธุรกิจไม่ค่อยมีคนอ่าน เลยไม่เอามาขาย ผมก็ต้องเข้าเมืองไปซื้อ ก็เลยได้อ่านเป็นบางอาทิตย์ แต่ก็จะติดตามผลงานของคุณต่อไป
สวัสดีนะครับ
****ผมชอบประโยคของคุณที่ว่า
"ปีกหัวใจ บินไกลกว่าปีกนก" ครับ

 

โดย: เทอดพงษ์ นันตา heartfly13@hotmail.com IP: 222.123.69.197 22 มิถุนายน 2550 16:01:55 น.  

 

คึดฮอดอ้ายเด้อ

 

โดย: รุ้งสีที่แปด IP: 124.157.228.7 22 มิถุนายน 2550 16:23:19 น.  

 

ตอนนี้พี่ปอนด์ อยู่ กทม. หรือเปล่าคะ...

โพสต์มาทีไร มันหายไปทุกทีเลยค่ะ

นี่ก็มาลองโพสต์ใหม่อีกที...

 

โดย: ฮอลล์ - จรินยา ศักดิ์ศิริ IP: 58.8.138.77 22 มิถุนายน 2550 16:34:14 น.  

 

สวัสดีค่ะ
เก้าอี้ริมระเบียงบ้านพี่ปอน หวานจัง ชวนนั่งคุยกับใครบางคน

ข้าพเจ้ามีความฝัน
บ่มเพาะมาจาก สู่ ฝัน มากมาย

ฝันหนึ่งที่กำลังดูแลให้ถึงจุดหมาย คืออยากมีเก้าอี้ไม้(ตัวแบบนี้แหละค่ะ)วางใต้ร่มเงาของต้นเมเปิล..ของตัวเอง

ปลายปี 48 มีโอกาสไปเยือนดอยอ่างขาง ที่นั่น ข้าพเจ้าได้กล้าเมเปิลมาสองต้น ระหว่างทางคอยดูแลไม่ให้ช้ำ กระทั่งเดินทางมาถึงที่ราบสูงอีสานอันร้อนแล้ง อย่างปลอดภัย

นำลงปลูก ลงดิน1 ลงกระถาง1
ต้นที่ลงกระถางโตกว่า ใบสวย แตกกิ่งก้าน ปีนี้ย้ายไปลงดินหน้าบ้านแล้ว สูงสัก3ฟุตแล้วค่ะ อีกต้นยังเล็กอยู่
คอยดูแลทุกวัน
ดีใจว่าเมเปิลเติบโตได้ในความร้อนแล้งของที่นี่

และอีกกี่ปีกันหนอ มันถึงจะเป็นไม้ใหญ่ให้วางใจได้ว่ามันจะอยู่กับเราตลอดไป
อีกกี่ปีกันหนอ มันจะให้ใบสีต่าง ๆ ตามสายพันธุ์ของมัน
และร่วงลงเกลื่อนเก้าอี้ไม้ที่เราจะเตรียมมารองรับใบที่ร่วงพรูนั้น

....
แวะมาเยี่ยมค่ะ

 

โดย: นกแสงตะวัน IP: 203.188.51.136 23 มิถุนายน 2550 10:49:10 น.  

 

หวัดดีค้าบบบบบ........

 

โดย: ปิ่นแก้ว.......ผีพุ่งไต้...... IP: 203.113.45.198 23 มิถุนายน 2550 20:36:01 น.  

 

สวัสดีครับคุณเทิอดพงษ์
ผมก็ชอบอ่านบนกระดาษ นอนอ่านท่าไหนก็ได้ ไม่แสบตา
ว่างก็แวะมาครับ
ยินดีต้อนรับ
ได้ยินคนบ่นเรื่องหาซื้อจุดประกายวันอาทิตย์ยาก
จนชินแล้วครับ ผมเองก็ต้องขับรถ๒๖กม.เข้าตัวจังหวัด
สงสัยว่าฝ่ายจัดจำหน่ายหนังสือฉบับนี้จะหูตึงหรือไงไม่ทราบ.. อ้อ เห็นนามสกุลนันตา ผมเดาว่าคุณเป็นคนเหนือ
ใช่เปล่าครับ และเป็นชาวไทยลื้อ ยอง แถบเชียงคำ ไม่ก็ลำพูน คุณตาผมชื่อพ่อส่างนันต๊ะ ครับ ผมมีสายเลือดเงี้ยวปนยองและไชนิสครับ

รับทราบครับ-รุ้งสีที่แปด

ตอนนี้อยู่ราชบุรีครับคุณจริยา
คนอื่นเขามาจนกระดานเลื่อมแล้ว แปลกนะครับ

นกแสงตะวัน ความฝันแปรรูปเป็นจริงได้ไม่ยากหรอก
ถ้าเราไม่เรื่องมาก ต้นตะขบ ไผ่สีทอง โตเร็วชั่วกระพริบตา ม้านั่งก็ราคาถูกๆ โหล ๆ หาได้ทั่วไป ไม่ต้องรอชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ใต้ต้นเมเปิ้ลหรอกครับ....

คับ......หวัดดี ผีพุ่งไต้

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 23 มิถุนายน 2550 21:39:59 น.  

 

ใบตะขบไม่สวยนี่คะ เปล่าเรื่องมาก

เมเปิลโต เปลี่ยนสี และร่วงเกลื่อนเมื่อไหร่ จะเชิญพี่ปอนไปนั่งเจิมเป็นคนแรก

แหม..มะให้กำลังใจกันมั่งเลยเนี่ย

 

โดย: นกแสงตะวัน IP: 125.25.6.205 23 มิถุนายน 2550 21:53:57 น.  

 

มาอีกที

'คนอื่นเขาเข้ามาจนกระดานเลื่อมแล้ว'

เหม่ๆ...
เน็ตเราเป็นอะไรไปเนี่ย....
ทำเราโดนดูถูกเอาปานนี้...

อายนะเนี่ย

มันส่งไม่ไป (เอ..รึ ไม่มา...) จิงๆ ค่า
เอาเป็นว่า พี่ปอนมา กทม. เมื่อไร
จะชวนไปรายการได้ไหมคะ....


ลป (ลืมไป)
อ่านของทุกคน บล็อกนี้น่ารักจัง....
คิดถึงตอนวัยรุ่น
ฮืมมมม.... ยุคสู่ฝัน...

 

โดย: ฮอลล์ - จรินยา ศักดิ์ศิริ IP: 58.8.134.124 26 มิถุนายน 2550 3:23:02 น.  

 



สวัสดีค่ะ

กลับมาแล้วค่ะ
กลับมานอนเอกขเนกที่ระเบียงเหมือนเดิมดีกว่า เมื่อยจังเลย

ไปเที่ยวมา 2 วัน ถ่ายภาพมาเกือบ 300 ภาพ
ดีว่าเป็นกล้องดิจิตอล เมมเมอรี่ 2 กิ๊ก ไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องล้างฟิล์ม
ไม่งั้นคงกระเป๋ากลวงแน่ๆ

ยังไม่ได้อัพบล็อกตัวเองเลยค่ะ

เมื่อวันวานก็มัวแต่ทำสไลด์โชว์ ให้คุณลุง
วันนี้จะนำไปให้ลูกน้องดูที่สำนักงาน
ก็ภาพที่ไปถ่ายมานั่นแหละค่ะ ม่วนชื่นมากกก

ลูกน้องตัวแสบทั้งหลาย แอบเซอร์ไพร์ HBD
ด้วยการปิดไฟ ยกเค้กมาให้เป่าพร้อมเสียงเพลง

ซึ้งดีค่ะ นึกไม่ถึง พูดไม่ออก หุ หุ

แล้วจะส่งภาพมาให้ดูบ้างนะคะ


 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 26 มิถุนายน 2550 11:41:54 น.  

 

ผมทำบลอคเรื่องราวเพื่อชีวิตต่างๆไว้ด้วย

...ถ้าสนใจ แวะชมได้ที่..

http://www.oknation.net/blog/kontummadha

บางทีอาจจะขอเรื่องราวของพี่ปอน และ มาชารี ไปลงไว้ด้วยนะครับ...



ความทรงจำเก่า ๆ ครับ
ผมยกคอมเม้นท์คุณมาไว้ที่นี่
เต็มใจและยินดีครับ ที่มาชารี ยังอยู่ในความทรงจำ(เก่า ๆ)ของคุณ

วันหลังเข้ามาคุยตรงระเบียงนี้ดีกว่านะครับ
แดดร่มลมตก นกร้อง และแถมดอกไม้บาน...

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 26 มิถุนายน 2550 13:42:35 น.  

 

คุณจรินยาครับ
ขอโทษนะครับ
ไม่ได้ตั้งใจให้ใครขายหน้าเลยจริง ๆ

ยินดีและเต็มใจ ไม่เคยขัดเลยถ้าเป็นการร้องขอของน้องนุ่ง จังหวะเหมาะ โอกาสมี เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละนะ
ขอบคุณสำหรับคำชมและฝากให้เพื่อนๆทุกคนด้วย
มีคนชมว่าน่ารัก และ-เธอทำให้ฉันคิดถึงเมื่อตอนสิบสี่..."
(อิ อิ กรุณาร้องเพลงนี้ของพี่เสกโดยพร้อมเพรียงกัน..)

ป้าแอ๊ดครับ
ต้องยกให้เป็นหญิงเก่งหัวใจแกร่งประจำสัปดาห์นี้เลยนะครับ
วันหลังหานวดแผนโบราณมาไว้ที่เรือนชานนี้ดีไหมครับ
ไว้หายเมื่อยแล้ว ก็จะได้ล้อมวงดูรูปกัน
สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งครับ
ขอให้มีความสุขกาย-สบายใจ พอกิน พอใช้ พอใจ
พอเพียง

 

โดย: ปอน ปอน (สัญจร ดาวส่องทาง ) 26 มิถุนายน 2550 23:02:02 น.  

 



มานอนเอกขเนกรับพรจากพี่ปอน

ซ้าธุ ค่ะ ชีวิตนี้พอเพียงแล้วค่ะ

พี่ปอนหานวดแผนโบราณมาไว้ก็ดีนะคะ

แฟนๆ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ฯลฯ

จะได้แวะมาเอกขเนกสนุกสนานกันมากกว่านี้

หุ หุ

 

โดย: ป้าแอ๊ด IP: 210.246.75.1 27 มิถุนายน 2550 10:56:31 น.  

 

สวัสดีจ๊ะคุณปอนด์
ตามคนบ้านโน้นมา เห้นเขาคุยกันแล้วพูดถึงคุณบ่อยๆ เข้ามาอ่านหลายครั้งแต่ไม่ได้คอมเม๊นท์ไว้
วันนี้เลยขอทักทายเจ้าของบ้านซะหน่อย แต่แหม....ญาติเยอะจัง กว่าจะลากเม๊าท์ลงมาเจอประตูบ้านก็แทบแย่ ไม่ใช่อะไรหรอก...คนแก่อ่ะ ....เข้าใจนะ.....

 

โดย: ป้าชุ IP: 172.189.204.167 28 มิถุนายน 2550 14:07:28 น.  

 

ฝากโฆษณา cd บันทึก "ดนตรีกลางบ้าน"ตุ๊ carry on มีจำหน่ายแล้วจ้า สนใจติดต่อ 0815348408 มีเสียง น้าอยู่ด้วยนะ ส่วนแผ่นของน้า ผ่านทางก็แวะเอาด้วยแล้วกัน
ตุ๊

 

โดย: carry_on.tu@hotmail.com IP: 222.123.175.77 28 มิถุนายน 2550 14:21:42 น.  

 

สวัสดีครับป้าชุ
ไม่ทราบว่าเป็นป้าแต่เมื่อไหร่
ถ้างั้นผมคงเป็นตาแล้วสินี่
ที่ว่าตามบ้านโน้นมาหนะ บ้านไหนครับ
วันหลังก็เชิญขึ้นบ้านเลยนะ แบบว่าย่องมาเงียบ ๆ เยี่ยม ๆ มอง ๆ นกขุนทองร้องฮู้แล้วก็หายวับ ไม่เอานะครับ
คนอยู่มานานก็ญาติเยอะเป็นธรรมดา แต่ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวินาที ถ้านั่งรถด่วน(สี่เหลี่ยมสีส้มขวามือ) ลากปรู้ดเดียวถึงตีนกระไดซี่สุดท้ายเลย....
สบายดีนะครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 28 มิถุนายน 2550 22:28:02 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ปอน
ตามมาทักทายสวัสดีเหมือนกันค่ะ
มาช้าแต่มาแล้ว
คิดถึงและคิดถึงเสมอ

ด้วยความเคารพ

 

โดย: kukoy IP: 84.184.247.178 28 มิถุนายน 2550 23:36:27 น.  

 

สวัสดีตุ๊
ขอโทษที ลงมือเขียนแต่กลับมาจากหางน้ำสาครใหม่ ๆ
เขียนมาเขียนไป เอ๊ะ เรื่องชักใหญ่ทุกที ๆ กะว่าต้องไปอยู่ที่สีสันถึงจะเหมาะ ก็ลงมือต่อเรือเดินสมุทร
ดันมีเรื่องด่วนต้องเดินทาง เรือค้างเติ่งเกยตื้น
(นี่แหละคนโลภ)
ไม่เป็นไร ๆ พรุ่งนี้ได้เห็นแน่นอน ที่นี่แหละ..
อ้อ, เพลงมันอยู่ไกลมือ เพลงโปรดเราเพลงหนึ่ง เท่ารักเธอ หรือไง หรือรักลอยมากับสายลม...สับสน ที่ลงท้ายว่า เหมือนดังที่เคยผ่าน...
ไม่แน่ใจ ส่งเนื้อมาให้หน่อยได้ไหม ทางอากาศ..เลยยย.

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 29 มิถุนายน 2550 0:11:35 น.  

 

สวัสดีจ๊ะคุณปอนด์
ตามมาจากบ้านคุณโดมจ๊ะ เหตุที่เรียกตัวเองว่าป้าชุเพราะ เข้าไปบล็อกเด็กๆ ในพันทิพนี่แหละ เรียกป้ามาตลอดเลยเอาชื่อนี้แหละ ใช้คุยกับทุกบล็อก จริงๆแล้ววัยเราก็เป็นตา และยายแล้ว
ตอนนี้มาใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศกับสามี เมื่อก่อนอยู่เชียงใหม่ แวะมาสวัสดีจ๊ะ
ชอบเก้าอี้ไม้ตัวนั้นจัง

 

โดย: ป้าชุ IP: 172.189.204.167 29 มิถุนายน 2550 0:16:14 น.  

 

โอ้โฮ..
ใครมาเยี่ยมนี่
ยินดี ๆ
หนีไปมีซะมีเสียไกลเนาะ
สบายดีนะแม่กูก้อย (สเต๊ก)

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 29 มิถุนายน 2550 0:18:34 น.  

 

เหมือนที่เคยเป็น
รักลอยไปกับสายลม น้ำตารินหลั่งพรมรดใจ
ร้าวไปทั้งกายและใจ เหมือนดังที่เคยเป็น
หัวใจยังสั่นไหวรัว ร่างกายคงตื่นกลัวหัวใจ
กี่ครั้งที่พานพบผ่านไป เหมือนดังที่เคยเป็น
รักคงเฝ้าสั่นคลอน ขุดถอนความมั่นใจ
ปะทุเป็นกองไฟ เผาใจ
รักคงคือพลัง สร้างสรรค์สิ่งสวยงาม
รักคงถูกถาม รักเป็นเช่นไร
รักลอยมากับสายใย มัดใจเจ้ากับใครสักคน
ให้ทุกข์และสุข เคล้าปะปน...
....เหมือนดังที่เคยเป็น...

สวัสดี

 

โดย: ตุ๊ carry on IP: 222.123.232.41 29 มิถุนายน 2550 10:27:28 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ปอน

ไม่เป็งรายยยย...ค่า...แต่มันเคยเป็นจิงๆ นา...(อัพไม่ขึ้นบอร์ด)
ติดตามอ่านบล็อกพี่อยู่นะ บางวันก็ไม่เม้นท์ บางวันเม้นท์ซะยาว คลิกปุ๊ปก็หายไป ตอนนี้โรคจิตระแวง ก่อนคลิก submit ต้อง copy ไว้ก่อน หุ หุ หุ

ว่างเมื่อไรเราเจอกันแน่ๆ...แฮ่...
ตอนนี้ปล่อยให้พี่ไปสบายอารมณ์ก่อนเถอะ...

และฝากให้พี่ไปเที่ยวบ้านใหม่ของพูกัน
(เด็กหญิงที่หลอกจุ๊บแก้มพี่ในวันที 5 พค. น่ะ)

http://weblog.manager.co.th/publichome/pookun/

เพิ่งสร้างบ้านเมื่อวันที่ 22 นี่เองค่ะ...
อ้อ...
และฝาก link ด้วยได้ไหมคะ
ชื่อ link นะคะ

เด็กหญิงพูกัน...มันบะละเฮ่ย

(พูกันไม่มีไม้เอกนะคะ)

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ...

 

โดย: ฮอลล์ IP: 58.8.141.253 29 มิถุนายน 2550 15:38:09 น.  

 

สวัสดีครับป้าชุ
สวนทางกันครับ ขอบคุณที่แวะมาอีก ประเทศไหนหรือครับที่ป้าชุอยู่ เวลาตอนนี้เป็นกลางวันของที่นั่นรึเปล่า
(เอี ถามจังตานี่)
ขอบคุณครับที่ชม
เก้าอี้สวยน่านั่ง แต่จะนอนก็ไม่ว่านะครับ ตามสบาย

 

โดย: ปอน ปอน IP: 125.24.37.72 29 มิถุนายน 2550 22:34:56 น.  

 

คุณจริยา(ฮอลล์-รสมะนาว-ไม่ผสมน้ำผึ้ง)
ครับ ขอบคุณครับ ที่ให้ลิง (ชื่อพูกัน)
ยินดี เต็มใจครับ
เมื่อไหร่ ก็เมื่อนั้น
ฝันไปเหอะ (เอ๊ะไง)
ขึ้นบ้านใหม่ ไม่เลี้ยงเหรอครับ

 

โดย: จานสี IP: 125.24.37.72 30 มิถุนายน 2550 0:12:06 น.  

 

สวัสดีครับ
แวะมาทักทายอีกครั้ง ครึกครื้นดีนะครับ
ขอบคุณและดีใจมากครับที่พี่ตอบหน้าต่างของผม (รวมทั้งของคนอื่นๆ ด้วย)
ทำให้เกิดแรงผลักบางประการ ให้เข้ามาเปิดหน้าต่างที่นี่เพิ่มอีกบานหนึ่ง ทั้งที่ปกติก็ไม่ได้คิดจะลงความคิดเห็นอะไรต่างๆ ลงในเวปที่ไหน แต่ก็ต้องยกเว้นให้กับที่นี่
ที่ว่าผมอาจมีเชื้อสายยอง หรือลื้อนั้น ผมก็ไม่แน่ใจครับ เพราะไม่เคยสืบสายตระกูลดู แต่ผมเป็นคนจังหวัดเดียวกับพี่ครับ บ้านอยู่ดอกคำใต้ แต่ตอนนี้ทำงานอยู่แม่สรวย
หวังว่าคงได้คุยกันอีกนะครับ และยังคงติดตามงานของพี่เสมอครับ

 

โดย: เทอดพงษ์ นันตา heartfly13@hotmail.com IP: 222.123.29.37 30 มิถุนายน 2550 15:27:15 น.  

 

ดอกคำใต้นั่นแหละ
ยองปนเยอะ
เผลอ ๆ เรานับญาติกันแหง จริง ๆ ทางแม่นั้น นามสกุลเดิมคือ ใจ-นันตา
คือลูกส่างนันต๊ะ ที่มาอยู่ล่มน้ำแม่ใจ
อำเภอนี้ รุ่นที่อพยพมาจากลำพูนพร้อม ๆ ยายผม นามสกุล ใจมิภักดิ์ ความก็บอกแล้ว มาอยู่ที่ไหนก็รักที่นั่น
คนเช่นกันกับแม่น้ำนะครับ ไหลผ่านที่ไหน ก็เป้นแม่น้ำของคนที่นั่น ชื่อนั้น
รากเง่าของคนเราสำคัญ เพราะมันทำให้เรารู้จักตัวเอง
รู้ว่าเรามาจากไหน บรรพบุรุษเราเป็นใคร
พอเรารู้ราก ก็รู้รัก รู้ว่าจะอยู่อย่างไร แบบไหน ดำรงรักของเราต่อไปยังไงไม่ให้สาบสูญสลาย....
ว่าง ๆ ลองทำไม้คานโยงใยดูระหว่างพี่น้องสิครับ
ไล่ไปทั้งสองฝ่ายแม่พ่อ ปู่ย่าตายาย.....

ขอบคุณที่ติดตามอ่านงานของผม
ลองหาสาเหตุดูสิครับ ว่าคุณชอบเพราะอะไร.....(เหมือนหาราก)
สวัสดีครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 1 กรกฎาคม 2550 12:47:13 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่จานสี เอ๊ย! พี่ปอน

ขอบคุณนะคะ ที่ลิ้งค์ บล็อก พูกันให้ค่ะ

ฝากไปเที่ยวบ้านพูกันบ่อยๆ นะคะ จะพยายามอัพทุกวัน
(ถ้า แม่ และ ป้าๆ ว่าง)

เรื่องนั้น ต้องโทรคุยกันค่ะ...โทรแน่ๆ

 

โดย: ฮอลล์ IP: 58.8.142.185 1 กรกฎาคม 2550 22:40:37 น.  

 

ลืมไปค่ะ ให้ลิงค์ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

อันนี้ก็น่ามีที่ซู้ดดดดค่ะ

http://www.thaiwriterassociation.org/

 

โดย: ฮอลล์ IP: 58.8.142.185 1 กรกฎาคม 2550 22:45:01 น.  

 

พี่ปอน

อยู่ไม่ไกลแค่อยู่ไม่ใกล้
เดี๋ยวนี้โลกมันใกล้ไกลใจเราสั่งได้
อยู่ใกล้ก็อาจไกล
อยู่ไกลก็อาจใกล้
เอิ๊กๆ

 

โดย: ükoy IP: 84.184.234.68 2 กรกฎาคม 2550 3:54:03 น.  

 

พูกัน ลองไม่มีจานสีสิ
ของเขาคู่กัน
เข้าไปดูแล้ว เงียบๆ คุณป้าเขียนเรื่องหลานได้น่ารักมาก
จอนแก่นแสนซน แบบนี้"โดน..."ใจคนอ่านวงกว้างเลยหละ

ขอบคุณที่ส่งสมาคมนักเขียนมาให้ลิงค์
ทำงานสมเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์

จริงจ้ะกูก้อย
อยู่ใกล้ ก็อาจไกล อยู่ไกลก็อาจใกล้
ให้เลือกจะเอาแบบไหนล่ะ ระหว่าง
ใกล้ตา แต่ไกลใจ
และใกล้ใจ แต่ไกลตา
เอิ้ก ๆ...

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 3 กรกฎาคม 2550 16:05:09 น.  

 

สวัสดีค่ะอาจารย์ปอน(ขออนุญาตเรียกลุงปอนนะค่ะ)
ยังจำลูกศิษย์ค่ายนักเขียนที่ ร.ร.ขุนตาลอ.ขุนตาล จ.เชียงรายได้ไหมค่ะ ตอนนั้นหนูพึ่งจะเรียนชั้น ม.5เอง
ตอนนี้หนูเรียนคณะพยาบาลปี 1 ที่ว.พ.พะเยาค่ะ แต่ยัง
ไม่เลิกความคิดที่อยากเขียนหนังสือนะค่ะ
ช่วงก่อนนี้ก็มีปัญหาเรื่องไม่อยากเรียนเพราะมีสิ่งที่
อยากเรียนมากกว่าพยาบาล แต่ไม่กล้าบอกคนทางบ้านกลัวท่านเสียใจ
โชคดีที่พกสมุดที่เคยไปเข้าค่ายนักเขียน ในนั้นมีเมล
ของลุงโดม เลยได้ปรึกษาลุงโดม ทำให้รู้สึกดีขึ้น ใช่ว่าเรียนพยาบาลแล้วจะเป็นนักเขียนไม่ได้
ตอนนี้หนูกำลังสนใจเรื่องบล็อกอยู่ ถ้าลุงปอนมีคำแนะนำดีๆก็เมลบอกหนูที่ yellyjam@hotmail น่ะค่ะ
แล้วตอนนี้ค่ายนักเขียนเป็นอย่างไรบ้างค่ะ ยังมีการจัดกิจกรรมอยู่หรือเปล่าค่ะ
ด้วยความเครพ

 

โดย: เบญจวรรณ IP: 61.7.231.130 3 กรกฎาคม 2550 17:20:27 น.  

 

สวัสดีหนูเบญจวรรณ
เป็นครูที่แย่จัง จำลูกศิษย์ไม่ได้ เห็นใจเถอะนะ แต่ละรุ่นก็เยอะแยะ แต่พอได้ยินชื่อก็คุ้น ว่าหนูคือคนที่เขียนเรื่องสั้นเก่งๆ(คนนั้นแน่ๆ) เล่ามาอย่างนี้แสดงว่าสิ่งที่หนูอยากเรียน
ต้องเกี่ยวขีดๆเขียนๆแน่ๆ( ครูทายถูกไหม)
พยาบาลก็ดีนะ อย่างน้อย เครื่องแบบสะอาดสะอ้านน่ารัก ครูเคยมีลูกศิษย์เป็นพยาบาลเยอะมาก
บ่นเสียงเดียวกันกันว่า-เข้าเวรบ่อยมาก ไม่มีเวลาได้พักยาวหรอก บางคนแฟนระอา หนีไปหาคนใหม่ก็มี..

อ้าวพูดงี้ หนูยิ่งไม่อยากเรียนใหญ่ หนูน่าจะพูดตรงๆกับพ่อแม่นะ ของอย่างนี้จะเก็บไว้ไม่ได้ ชีวิตของเรา อนาคตของเรา อะไรที่ใจไม่ชอบไม่อยาก เราจะทำมันไม่ได้ดี
แต่คิดอีกที สมัยนี้ เรียนให้จบดีที่สุด บางทีสาขาวิชาที่เรียนมาก็ไม่ได้ใช้หรอก เอาปริญญาไปใช้อย่างอื่น (แต่พยาบาลนี่ ครูยังนึกไม่ออกว่าจะเปลี่ยนไปทางไหนได้
ครู ตำรวจ ทหาร ได้รึเปล่าไม่รู้ ...

ลองพูดความจริงในใจให้ผู้ปกครอง ปรึกษาหารือกัน ดีที่สุดนะ ที่ลุงโดมว่านะถูกแล้ว เป็นพยาบาลก็ใช้ประสบการณ์นั้นมาเขียนหนังสือได้ ถ้าเรารักจริง เพราะ
นักเขียนนี่ไม่ต้องจบอะไรนอกจากมหาวิทยาลัยชีวิต
อิสระเสรี แต่มักไม่มีกิน ทั้งยังไม่มีหลักประกันมั่นคง
ต้องเขียนจนตายแหละ นักเขียนจึงมักมีอาชีพอื่นเป็นหลัก
เอางานเขียนเป็นงานรอง

ค่ายนักเขียนก็จัดกันประจำสม่ำเสมอ ค่ายนั้นค่ายนี้และที่โรงเรียนจัดเอง...
ว่างๆหนูก็หัดเขียน ฝึกซ้อมมือ นั่นแหละหนูก็เข้าค่ายนักเขียนเหมือนกันล่ะ

ขอให้โชคดี
ครูปอน-ปอน

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 4 กรกฎาคม 2550 3:15:41 น.  

 

แฮ่ม พี่ปอน สวัสดีเช้าวันพุธค่ะ

เห็นด้วยกับคำของครูปอนปอนจริงๆเลยค่ะ
แม้จะเป็นนักอยากเขียนวันยันค่ำอยู่ทุกวันนี้ก็ตามที

 

โดย: kukoy IP: 84.184.246.119 4 กรกฎาคม 2550 5:12:31 น.  

 

ครับสวัสดีนักอยากเขียนวันยันค่ำ
ยันดึกวันพุธ ยังไม่ได้หยุดเลย
กะคืนนี้จะนอนเช้าสักหน่อย
(หมายถึงนอนก่อนเที่ยงคินให้ได้)
เข้ามาทักทายเหมือนเล่นซ่อนแอบเนาะ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 4 กรกฎาคม 2550 23:18:33 น.  

 



สวัสดีค่ะ พี่ปอน

ไม่ได้แวะมาเยี่ยมซะหลายวัน

เพราะมีเหตุให้ต้องรีบบึ่งไปพิษณุโลกเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

งานสูญเสียญาติ อีก 1 ชีวิต ที่ไม่ไปงานนี้ไม่ได้(ญาติที่เหลือ ตื้บแน่ๆ)

กลับมาเมื่อเย็นวันจันทร์

วันอังคาร ก็เลยนอนพักผ่อน

วันพุธไปหาหมอตามนัด ครึ่งวัน

วันนี้ก็เลยแอบแว่บมาคุย

บล็อกไม่ได้อัพเลย ไม่มีเวลา

ขอทำใจ ทำสมาธิ ปลงกับชีวิตที่สูญเสียก่อน สักพัก

แล้วจะมาคุยใหม่.......


 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 5 กรกฎาคม 2550 9:31:09 น.  

 

สวัสดีครับป้าแอ๊ด
เสียใจด้วยนะครับ
ผมเองพักนี้ก็มีงานเศร้าโศกถี่ ๆ
การไปร่วมงานแบบนี้ ทำให้เรามีสตินะผมว่า
เตือนให้ไม่ประมาทกับชีวิต(นิดน้อย)
หายเหนื่อย สมาธิดีแล้วก็มาคุยกันนะครับ

ชีวิตคือการจาก
พบเพื่อพราก จากเพื่อพบ
........ทำใจเถอะครับ นี่เป็นสัจจธรรมของชีวิต..

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 5 กรกฎาคม 2550 11:42:52 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ปอน

เดือนหน้าฮอลล์จะโทรจิกพี่อีกนะคะ...
ขอบคุณที่เข้าไปแอบอ่านบล็อกน้องพูกันอย่างเงียบเชียบ ไม่กระโตกกระตาก ไม่มาที่นี่เป็นไม่รู้เด็ดขาด
อ่านแล้วต้องอ่านทุกวันนะคะ เพราะป้าๆ กับแม่ ตั้งใจอัพสุดๆ มีเรื่องใหม่ทู้กกกก...วัน เพราะพูกันมีเรื่องให้เล่าเยอะมาก สักวันจะเล่าเรื่อง น้องพูกันหลอกจุ๊บแก้มเจ้าชายโรแมนติก...ฮ่า!!!....

 

โดย: ฮอลล์ IP: 58.8.136.60 7 กรกฎาคม 2550 2:57:43 น.  

 

ทักทายมากับฝนใต้ค่ะ

 

โดย: ดุสิตา (ดุสิตา ) 7 กรกฎาคม 2550 21:11:14 น.  

 

น่ากลัวจังคุณจริยา ฮอลล์
ยังไม่มีเวลาไปหาน้องพูกันเลย
เดี๋ยวจะไปให้จุ๊บอีกจ้ะน้องพู่กัน

ดุสิตา
ฝนใต้เยียบเย็นนะ
เกิดอะไรขึ้น

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 9 กรกฎาคม 2550 10:33:56 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ปอน ปอน
ปอม ปอม แวะมาเยี่ยม มารายงานว่า อ่านสาวชูมานกับหนุ่มประดับใจไปถึงบทที่ 6 แล้ว ชอบจังตอนบรรยาย เล่าโยงเรื่องหนัง หนังสือ กับความคิดของตัวละคร ทำให้อยากตามอ่านหนังสือที่เล่ามา อยากอ่านงานของเฮมมิงเวย์ให้มากกว่านี้ เคยอ่านแต่เรื่องสั้นบางเรื่อง และหนังสือภาคบังคับอย่าง Old man and the sea เท่านั้นเอง

แต่นักเขียนในดวงใจปอมคือ จอห์น สไตน์เบ็คค่ะ อีกไม่นานว่าจะไปเยือนถิ่นของเขา ที่ Monterey อยากไปดูCannery Row จากบ้านที่อยู่ขับรถไปก็ราวๆ 4-5 ชั่วโมง ถ้ามีโอกาสได้ไปจะมาเขียนเล่าให้อ่านค่ะ

 

โดย: ปอมปอมเกิร์ล 9 กรกฎาคม 2550 11:52:22 น.  

 

 

โดย: นก IP: 125.24.132.188 9 กรกฎาคม 2550 15:57:49 น.  

 

สวัสดีค่ะลุงปอน
ขอโทษนะคะที่มีแต่หน้า
นกเองค่ะ แม่น้องปาย พิษณุโลก
วันก่อนที่ได้คุยกับลุงปอน
น้องปายโทรมาถามแม่ว่า
น้องเห็นใครคนหนึ่งจะใช่ลุงปอนไหม
เพราะที่นี่ ท่าน้ำนนท์ ไม่ใช่ พะเยา
พอลูกบอกลักษณะ การแต่งตัว ก็ใช่เลย
ลุงปอนแน่ ๆ ทักได้เลย
ได้อ่าน blog นานแล้วค่ะ แต่ยังไม่กล้าจะเข้ามาทัก
แฟนคลับเยอะเหลือเกิน


หนังสือ สู่อ้อมแขนแผ่นดินลานนา
พิมพ์ใหม่แล้วโดยสำนักพิมพ์ศรีปัญญา พ.ศ.2549
รูปเล่มสวยงาม ราคา 225 บาท
อ่านครั้งแรกในสกุลไทย
มาตามหาฉบับรวมเล่มได้ที่เมืองหนังสือ นครสวรรค์
เมื่อหลายปีแล้ว สำนักพิมพ์ปาสิโก้ ราคาปก 25 บาท
แต่ราคาซื้อร้อยนึง กระดาษกรอบเหลืองหมด
พิมพ์ใหม่สวยค่ะ ทั้งรูปเล่ม การจัดหน้า ภาพประกอบ

 

โดย: นก IP: 125.24.136.32 10 กรกฎาคม 2550 16:38:48 น.  

 

สวัสดีปอมปอม
เยี่ยมเลย ตอร์ตีญ่า แฝลต แห่งมอนเทอเร่ คือมนต์เสน่ห์
ที่กรุ่นอยู่ในฃีวิตเรา ชาตินี้เคยปวารณาว่าขอให้ได้ไปสักครั้ง เช่นเดียวงกับฉากมิชิแกนของปาป้า สไตน์เบ็คก็คืออีกหนึ่งคนโปรดของเรา นอกเหนือจากเรื่องที่เอ่ย มีงานชิ้นเล็กๆที่งดงามกว่าเรื่องใดในความรู้สึกของเราคือ The Red Pony ไม่รู้สิ เราไม่ใคร่ชอบงานที่มีสูตรการเขียนตายตัวในหลายเรื่อง(ไม่ต้องเอ่ยนามดีกว่านะเดี๋ยวตะแกจะเคืองเอา..)
ว่าแต่ว่าปอมปอมอ่านเรื่องสั้นขนาดยาวของนักเขียนเกรดบีคนนั้นยังไม่จบอีกเหรอ เชื่อเลยยยยย..
อ้อ เกือบลืม ไปแล้ว ก็อย่าลืมเที่ยวดูให้ฉ่ำใจเลยนะ(แทนคนไม่มีวาสนา) และถ่ายรูป เล่าเรื่องมาด้วย ให้ละเอียด
ไม่งั้นโป้ง....ขอบอก

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 10 กรกฎาคม 2550 20:38:52 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ปอน ปอน
อ่านชูมานจบแล้ว วันนี้เอง ระหว่างพาลูกไปเดินเล่น อิอิ (ปล่อยลูกเล่นดิน เล่นทรายไป แม่อ่านหนังสือ) ถ้าได้อ่านเรื่องนี้ตอนอกหักใหม่หมาด สงสัยน้ำตาแตก แต่ตอนนี้หัวใจด้านชา เอ้ย หัวใจแข็งแกร่งแล้ว เพราะแก่วัย เลยอ่านอย่างเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของตัวละคร ชอบภาษาที่พี่เขียนค่ะ ละเมียดละไม อ่านแล้วไม่น่าเบื่อ

เรื่อง The Red Pony หรือม้าน้อยสีแดง เคยอ่านนานมากจนจำไม่ได้แล้วค่ะ งานที่อ่านหลายรอบของเขาคือ Of Mice and Men อ่านทีไรก็ไม่วายร้องไห้ทุกที สงสารชะตากรรมของตัวละคร เป็นละครเวทีก็ได้ดูตอนสมัยเรียน และตอนที่คณะลูกศิษย์อ.ชนประคัลภ์ จันทร์เรืองแสดง

แต่ถ้าพูดถึงงานที่ชอบมากๆ แล้วก็จะเป็น Totilla Flat กับ Cannery Row ชอบงานสไตล์ที่อารมณ์ทั้งขัน ทั้งขื่น อ่านคู่กับ เสเพลบอยชาวไร่ ของ คุณรงค์ วงษ์สวรรค์ด้วยก็ได้อารมณ์คล้ายๆกันเลยค่ะ ชอบ

ถ้าได้ไปเยือนถิ่นสไตน์เบ็ค จะเก็บเรื่องราวมาเขียน และถ่ายรูปมาเยอะๆ แน่นอนค่ะ กลัวพี่ปอน ปอน โป้ง

 

โดย: ปอมปอมเกิร์ล 11 กรกฎาคม 2550 14:37:34 น.  

 

สวัสดีปอม ปอม
ดีจัง นึกภาพหนูน้อยเล่นทรายที่ฃาบหาด
แม่นอนที่เก้าอี้ผ้าใบ อ่านหนังสืออย่างมีความสุข
จู่ ๆ ตัวละครในหนังสือก็กระโดดออกมา เกี่ยวก้อยกันเดินเล่นกินลมชมคลื่นเฉย...ก่อนจะกลับมาและเดินเข้าไปในหนังสือพวกเขาพูดขึ้นพร้อม ๆกัน ขอบคุณครับที่อ่านผมแล้วรมย์รื่น..

อ่านสองเล่มนั้นแล้ว ยังมีชุด ฒ.ผู้เฒ่าของมนัส จรรยงค์อีก อ่านแล้วจะรื่นรมย์เป็นพิเศษ งานเขียนสไตล์ โลกียชน
ของสไตน์แบ็คนี้ยังมีนักเขียนอีกท่าน ถ้าผมจำไม่ผิดชื่อ แกม มหรรณพ หรือไงนี่แหละ ผมเคยอ่าน แต่จำชื่อเรื่อง ไม่ได้ ฉากหมู่บ้านริมทะเล เขียนได้เข้มชนิดได้กลิ่นไอเค็มของคนทะเลรวมทั้งกาเมรสจัดจ้าน

หนอนหนังสือท่านไหนจำได้ มีหนังสือเล่มนี้ กรุณาช่วยขยายความด้วย ว่าผมจำผิดหรือเปล่า -(แอบหว่านการบ้านให้หนอนแรงเหลือทั้งหลายช่วยทำหนย่อย..)

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 11 กรกฎาคม 2550 22:37:39 น.  

 


ป้าแอ๊ดเคยอ่านแต่ "ดื่มชีวิต" ของ "แรมจันทร์ อัฏมาส" ใน "ริ้วป่านสีทอง"
ที่ตีพิมพ์เมื่อ ตุลาคม ปี ๒๕๑๑ ค่ะ

มีข้อความหนึ่งเขียนว่า

"ฉันเพิ่งจะรู้ว่า
เมื่อทุกสิ่งเปลี่ยนไปนั้น ธรรมชาติอย่างเดียวที่มั่นคงอยู่
ธรรมชาติเชื้อเชิญเราและรักเรา
ดวงอาทิตย์ดวงเดียวกับเมื่อหลายปีก่อน ยังส่องแสงวาววับ
....ไม่มีอะไรเลยในธรรมชาติ ที่เปลี่ยนได้ง่ายเท่าใจคน..."

คิดว่าพี่ปอนคงมีหนังสือเล่มนี้
ป้าแอ๊ดก็ซื้อตั้งแต่ปีที่พิมพ์นั่นแหละค่ะ
(บอกอายุผู้อ่านไปในตัว อิ อิ)


 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 12 กรกฎาคม 2550 11:17:56 น.  

 


ขอโทษ เขียนชื่อท่านตกไป ๑ ตัว

ต้องเป็น แรมจันทร์ อัฏฐมาส ค่ะ

 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 12 กรกฎาคม 2550 11:20:05 น.  

 

สวัสดีนก
เป็นตัวที่มาพยักหน้าหงึกๆก่อนนี้เลยใช่ไหม
ดูสิ โลกกลม แม้พบกันกลางอากาศก็ยังสับสน
ข้ามไปได้ไง ขอโทษที กำลังจะจัดระเบียบระเบียงสาม เพราะห้องแคบ(ไม่ได้หมายความว่าแขกเยอะนะ ก็คนคุ้นๆ ที่รู้คอรู้นิสัย เพราะไม่มีเวลาไปเยี่ยมเยียนใคร คนเดินทางหนะนะ ขอถือโอกาสนี้บอกพ้องเพื่อนน้องพี่ ไม่ใช่ว่าจะถือตัวอะไร ที่ไม่ใคร่ได้ไปถามไถ่ทุกข์สุข เพราะไม่สะดวกใช้เน็ทจริง ๆ )

แม่น้องปายยังน่ารักเหมือนเดิมนะ รายงานหนังสือมาให่ทราบ วันนั้นถ้าน้องปายไม่ทัก ก็แหงเลย ลุงอัลไซเมอร์
อยู่ประจำ เสียดายไม่ได้คุย น้องเขามากับเพื่อนกลุ่มใหญ่
ต่างคนต่างรีบ เราจะไปวาดรูปริมแม่น้ำที่วัดเฉลิม

หนังสือสู่อ้อมแขนแผ่นดินลานนา พิมพ์ใหม่ มีนกคนเดียวกระมังที่รู้ สำนักพิมพ์เขาสะดวกขายของเขาเงียบๆแบบนั้น
ผู้เขียนก็จำต้องกินข้าวคลุกน้ำตาไปเงียบ ๆแล้วกัน ไม่ต้องสะเออะไปเสนอไอเดียอะไร เขาว่าเขามีกลุ่มคนอ่านของเขา ขายของเขาเองได้ไม่ขาดทุน เราจะไปว่าอะไรได้

นกไปเห็นหนังสือนี้ที่ร้านไหนในนครสวรรค์ โชคดีมาก ผู้เขียนเอง บอกอย่างไม่อายว่า ไม่เคยมีวาสนา แม้สักครั้งเดียวในชีวิต ที่ได้เห็นหนังสือเล่มนี้วางสง่าอยู่บนแผง เข้าร้านหนังสือไหนก็ไม่เคยเห็น ก็เลยเลิกหา ทำใจว่า เจ้าของสำนักพมพ์ซึ่งมีกิจกรรมหลักคือขายหนังสือเก่า เขาคงเอาไปขายของเขาเองเวลามีงานหนังสือที่ต่าง ๆ-เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

นกสบายดีนะ บ่นอุบอิบ น่าเบื่ออีกแล้ว นึกได้ว่าหนังสือนี้นกเคยหาต้นฉบับให้นี่นา ใช่ไหม นก และ หนอน เออ ประหลาดดีนะ ไว้คุยดีก่าหนยังสือเล่มนี้มีอาถรรพ์( ลองสะตอ-จ้ะ) อื้อ น้องปายหุ่นดีขึ้นเยอะเลยนะ แม่นกล่ะ
มีเวลาบึ๊กจ้ำบึ้กรึเปล่า ระวังเน้อ....บรื๊ออออ...

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 12 กรกฎาคม 2550 12:23:39 น.  

 

สวัสดีค่ะลุงปอน

ได้เห็นหนังสือสู่อ้อมแขนแผ่นดินลานนาครั้งแรก
ไปตามที่หอสมุดแห่งชาติ เพราะตำราเขาจะบอกว่า
หนังสือทุกเล่มที่พิมพ์ในประเทศไทย
ต้องส่งให้หอสมุดแห่งชาติด้วย

เมื่อได้เห็นหนังสือที่หอชาติแล้ว
เวลาไปร้านหนังสือเก่าก็จะพยายามหาดู
ไปได้ที่เมืองหนังสือ นครสวรรค์ ริมถนนสายเอเชียขาขึ้น
ก่อนถึงพยุหคีรี แต่ดูเหมือนว่าเดี๋ยวนี้จะปิดกิจการไปแล้ว

นกเองก็ไม่ได้มีหนังสือของลุงปอนทุกเล่มหรอกนะคะ
เกือบ ๆ จะครบค่ะ

นกสบายดีค่ะ
ตอนนี้ออกกำลังด้วยการขี่จักรยานเสือภูเขา
ขี่ได้สองเดือน น้ำหนักลงไปสองกิโล

ได้ไปปลูกกระต๊อบอยู่บ้านสวนแล้วด้วย
ร่มรื่น อากาศดีกว่าบ้านตึกในเมืองหน่อย
ถ้าลุงปอนมีโอกาสผ่านพิษณุโลกก็เชิญแวะนะคะ

 

โดย: นก IP: 125.24.133.74 12 กรกฎาคม 2550 16:58:44 น.  

 

ป้าแอ๊ดที่น่ารัก
ผมเบลอจริง ๆนะนี่
โอ ริ้วป่านสีทอง แรมจันทร์ อัฎฐมาส
ริ้วป่านสีทอง รวมหลายนักเขียนนักกวีจากรั้วพระเกี้ยว เล่มนี้หรือเปล่าครับ ผมเลือนแล้วจริง ๆ กลับกระท่อมทับจะรีบค้น คนนี้สุดยอดร้อยแก้วครับ แรมจันทร์ อัฎฐมาส ยุคนี้เป็นยุคที่เรียกว่า สายลมแสงแดด ผมนึกไปถึงนักเขียนหญิงอีกท่านหนึ่ง มน เมธี (มน ศุกรศูยานนท์) เขียนเรื่องสั้นเยี่ยมมาก เคยไปอยู่เมืองสามหมอก มีงานร้อยกรองร้อยแก้ว โรแมนติคออกมาชื่อว่า....ดูสิ ๆ ขอติดไว้ก่อน
ตัวหนังสือสวย อ่อนไหวมาก ผมยังเดาว่านามปากกา
ที่ป้าแอ๊ดเอ่ย เป็นคนเดียวกัน...
ขอบคุณที่ช่วยรำลึกความหลัง
เวลาไม่เคยย่ำข้ามงานดี ๆ ไปได้หรอกครับ


แม่นก
ยินดีที่ลดได้ตั้งสองกิโลกรัม
ไม่ใช่น้อยเลยนา ต้องขอปรบมือให้
เสือหมอบขี่มันนะ ทันอกทันใจ
แต่ที่คุณภาพราคาก็ทำเอาสะดุ้ง
เพื่อนคนหนึ่งเคยเอามาให้ขี่ไปตลาด(ตอนอยู่บ้านริมบึง ที่แม่เหาะ เชียงใหม่) ยี่ห้อไจแอ้นท์ ขี่ได้ไม่กี่วัน ก็ต้องรีบเอาไปคืน เพราะห่วงหนัก จอดที่ไหนคนก็มารุม บางคนขอซื้อ ขืนทิ้งไว้ หายจ้อย จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อใช้ เลยหันมา ย่ำต๊อกแทน (แรกไม่รู้ราคา(แพงหูฉี่) งั้นไม่กล้ารับไว้ มาเอะใจตรง เอ๊ะ ขี่ไปไหน ทำไมวัยรุ่นจ้องไม่วางตา หูย...มันรุ่นอินเทรนตอนนั้นเอง )

ได้ผ่านไปพิษณุโลกจะไปแวะบ้ารนสวน ตอนนี้ฝากทำธุระให้หน่อยได้ไหม....ถ้ามีเวลาว่าง ช่วย
ไปดูสารภีที่บ้านเก่า คุณสุวรรณี ให้หน่อย ได้ไหม
เอ๊ะ คนพิษณุโลกรู้เปล่านี่ ว่าบ้านหลังนั้นอยู่ไหน
เรากะจะไปวาดรูปและทำเรื่องบ้านหลังนี้ให้ละเอียด หลังจากไปอย่างรีบร้อนครั้งหนึ่ง...
ฉากในหนังสือรักของเรา (อ่านผ่านตา สารภีเดือนกุมภา จ้ะ) นะ สมองเราแล่นช้า ไปไม่รู้กี่ครั้ง ไหงไม่ตระหนัก
อยากเอาฆ้อนทุบหัวตัวเอง(เลียนแบบสเลเต)จัง

สาธุ ขอให้ยังอยู่ทีเถอะ เรื่องนี้ต่อให้ไปตามที่หอสมุดแห่งชาติ ก็หาเจอไม่ ประเทศนี้ นักเขียนน้อยคนหนึ่งเขาประชดประชันด้วยตั้งชื่อบล็อกตัวเองว่า
"ประเทศ ไร้เดียงสา"
หุย....สะ

อื้อ ถามเพื่อน ๆอาจารย์ภาษาไทย ผ่านหน้าต่างบานนี้
สำนวน"แพงหูฉี่" นี่ไปไงมาไง ไหงต้อง แพงหูฉี่...
อยากรู้จริงจริ้ง ไม่ได้ทะลึ่ง...

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 13 กรกฎาคม 2550 21:34:38 น.  

 

น้าปอนค่ะ

ขอบคุณตัวหนังสือของน้า ที่ฝากทิ้งไว้ในพื้นที่แสนเหงานั้น
ช่วยปลุกร่างอันไร้หัวจิตหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา

ชีวิตที่มีมรสุมเข้า ไม่สนุกเลยค่ะ
และการต่อสู้เพียงลำพังยิ่งทรมานเหลือเกิน

หัวใจดวงนี้ชอกช้ำ สิ้นดี เลยค่ะ
ได้แต่ภาวนา ให้เวลาเยียวยา ให้ดีขึ้นในเร็ววัน
รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ได้หายไปพร้อมการจากไปของใครบางคน

แม้รู้ดีว่า ต่อให้น้ำตาเป็นสายเลือด เขาก็ไม่มีวันกลับมา
แต่ด้วยสมองน้อยๆ มันก็ทำได้แต่จมตัวเองอยู่ในกกองความเศร้า ที่เขาฝากไว้

ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้

แต่ความทรงจำดีดี มากเหลือเกิน

นู๋แพ้ในความผูกพันค่ะ




น้าปอนค่ะ ต้องขอโทษจริงๆ ที่นู่ส่งข่าวร้ายๆ แบบนี้มา

และไม่เคยคิดอยากหล่นหายไปจากที่นี่เลยสักนิด
แต่ไม่พร้อมที่จะมาพบใครๆ

น้ารักษาสุขภาพด้วยนะคะ
และนู๋จะแวะมาอีกทักทายค่ะ
ภาวนาให้หัวใจนู๋สบายดี

 

โดย: แสงแดด IP: 58.8.170.21 14 กรกฎาคม 2550 20:35:47 น.  

 

หวัดดีเจ้า....อยากจาเขียนอะลัยๆหั้ยมันมีสาระเหมือนกับคนอื่นเหมือนกันล่ะเจ้า แต่เผอิญข้าเจ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยมีสาระอะลัยในตัวเองเรอยยยย ยังสับสนเหมือนกันว่าทำไมอยากมีเพื่อนแต่ไม่กล้าพอที่จะเปิดเผยความเป็นตัวตนที่แท้จริงกับคัยเรยยซักคน ....แล้วอย่างเงี้ย..คัยจะมารู้จักเราจิงๆมั่งง่ะ.....เอ้า....อ้ายนายอยู่หลีกิ่นหวานดีหรือเปล่าล่ะเจ้า......

 

โดย: ปิ่นแก้ว....คนชอบงง..... IP: 203.113.45.198 14 กรกฎาคม 2550 21:27:22 น.  

 

แสงแดด สาดส่อง
แตะต้องช่วงไหล่
เธอหอบดอกไม้
ยิ้มฉายบนหน้า
ฉันมองร่างเธอ
ผ่านม่านน้ำตา
ภาพเธอพรายพร่า
เธอกลับมาจริงหรือไร

นานเหลือเกินที่เราจากกัน
หยุดอยู่ตรงนั้น ฉันขอร้องไห้
ช่างนานเหลือเกินที่เธอจากไกล
ช่างนานเหลือใจ ช่างนานเหลือเกิน

ร้องเพลงเศร้าให้แสงแดดฟังสองท่อน
เข้าใจนะ ไม่รู้จะพูดอะไรดีไปกว่า
"กอดตัวเองเถอะน้องสาว"
หายหนาวแล้วก็เดินออกมาจากอ้อมแขนความโดดเดี่ยวแสนเศร้านั้น มาพบปะผู้คนบ้าง เปิดหน้าต่างหัวใจให้กว้าง กว้าง โลกยังไม่ร้างและรักยังไม่ไร้

ฝากถ้อยนี้ถึงปิ่นแก้วด้วยนะ
อย่าขังตัวเองไว้ ในความไม่ไว้วางใจตัวเองเลย
ไม่มีใครรู้จักใครดีหรอก ถ้าเขาไม่ยอมให้รู้จัก
ไม่เปิดประตู ใครเขาจะเข้าไปห้องรับแขกได จริงปะ..
สบายดี อยู่หลีกิ๋นหวาน (บ้าง เปรี้ยวบ้าง ก็ทน-ทนจ้ะ)

 

โดย: ปอน ปอน IP: 125.24.53.60 14 กรกฎาคม 2550 22:16:19 น.  

 



มาชวนพี่ปอนไปเที่ยวด้วยกันอีกแล้วค่ะ
อย่าเพิ่งเบื่อนะคะ ยังมีอีกหลายทริป

ลิงค์ค่ะ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=addsiripun&group=1


 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 15 กรกฎาคม 2550 13:25:45 น.  

 

สวัสดีพี่ปอนค่ะ

เรื่องต้นสารภี บ้านคุณสุวรรณี ๖พี่ปอนไม่ได้ถามปอม แต่อยากเจ๋อ) เดี๋ยวจะคาบความไปถามน้องที่รู้จักคนหนึ่งนะคะ น้องเขาเป็นคนพิษณุโลก และมีความเกี่ยวดองเป็นญาติกับคุณสุวรรณี น่าจะรู้เรื่องเกี่ยวกับบ้านหลังนั้นด้วย ได้ความยังไงเดี๋ยวจะมาเล่าต่อค่ะ

ยังไม่เคยอ่านเรื่อง ฒ ผู้เฒ่า ของ มนัส จรรยงค์ ที่พี่พูดถึงเลยค่ะ สงสัยจะหายากแล้ว

 

โดย: ปอมปอมเกิร์ล 15 กรกฎาคม 2550 15:03:58 น.  

 

ชีวิตที่มีมรสุมเข้า ไม่สนุกเลยค่ะ
และการต่อสู้เพียงลำพังยิ่งทรมานเหลือเกิน

หัวใจดวงนี้ชอกช้ำ สิ้นดี เลยค่ะ
ได้แต่ภาวนา ให้เวลาเยียวยา ให้ดีขึ้นในเร็ววัน
รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ได้หายไปพร้อมการจากไปของใครบางคน

แม้รู้ดีว่า ต่อให้น้ำตาเป็นสายเลือด เขาก็ไม่มีวันกลับมา
แต่ด้วยสมองน้อยๆ มันก็ทำได้แต่จมตัวเองอยู่ในกกองความเศร้า ที่เขาฝากไว้

ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้

แต่ความทรงจำดีดี มากเหลือเกิน

นู๋แพ้ในความผูกพันค่ะ
..........
นกแสงตะวัน มาอยู่เป็นเพื่อนแสงแดดค่ะ

กอดตัวเองไว้
ห่อใจตัวเองด้วยความรักที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจร้าวนั่น
บางครั้งนะ
บางครั้ง
แม้เขาจะหวลกลับมา แสงแดดเองนั่นแหละอาจไม่ต้องการเขาอีกต่อไป



 

โดย: นกแสงตะวัน 15 กรกฎาคม 2550 17:56:35 น.  

 

สวัสดีครับ
ป้าแอ๊ดอุบไว้นะครับ กลัวรอยเท้านักเดินทาง

ปอม ปอม
น่ารักจัง ขอบใจจ้ะ เรื่องนี้ค้างใจเรามาชาติหนึ่งแล้ว
ไม่เคยจดจำ แบบว่าพอหิ้วตะกร้าออกไป
ดอกไม้ก็เฉาโรยร่วง
ปอม ปอม ลองกลับไปอ่าน สวนสัตว์ นะ (ต้องฉบับพิมพ์
ครั้งแรก ตัวเรียงมือ แต่ดูว่าจะแท่นพิมพ์ออฟเซ็ทแล้วนะ)
แล้วจะหลงรักแม่น้ำน่าน และเมืองพิษณุโลก

นกแสงตะวัน
เก่งนะ..เก่งนะ...ศิราณี
.บิดผ้าเช็ดหน้าหน่อยดิ...

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 15 กรกฎาคม 2550 18:34:22 น.  

 

เพิ่งเคยเข้ามาบล็อกนี้เป็นครั้งแรก เนื่องจากพี่ปอมไปตาม(จิก) ให้มาช่วยตอบเรื่องบ้านของย่าแต๋ว(สุวรรณี)ที่พิดโลก

เท้าความก่อนค่ะว่าไปยังไงมายังไง ถึงเป็นญาติ ย่าของดิฉันเป็นหลานน้าของแม่คุณสุวรรณี แม่ของคุณสุวรรณีชื่อแตงอ่อน ขอเรียกว่าหง่อมแตง ตามที่เราๆพี่น้องเรียกกันนะคะ

หง่อมแตงรับพ่อของดิฉันมาอยู่ด้วยตั้งแต่พ่อยังเป็นเด็กหนุ่มรุ่นๆ เพราะปู่กับย่ามีลูกหลายคน หง่อมแตงเลยรับภาระมาดูแลแทน จริงๆเรื่องนี้น่าตามพ่อมาตอบยิ่งนัก เพราะพ่อโตมาในบ้านหลังนั้น

พอพ่อแต่งงาน หลังจากย้ายไปโน่นมานี่ จับพลัดจับผลู ย้ายกลับมาอยู่ที่พิดโลก พ่อของคุณสุวรรณี(ชื่อหง่อมทองย้อย สุคนธ์เที่ยง) เสียชีวิต พ่อกับแม่ และพี่ชายเลยย้ายเข้ามาอยู่กับหง่อม ที่ตอนนั้นก็อายุมากแล้ว พี่สาวและดิฉันก็เกิดและโตในบ้านหลังนั้น หง่อมช่วยเลี้ยงพวกเราตอนพ่อกับแม่ไปทำงาน

พอดิฉันอายุได้ราวๆ 6 ขวบ หง่อมแบ่งขายที่ส่วนหนึ่งให้เราสร้างบ้านของตัวเอง ปัจจุบันนี้บ้านของพ่อกับแม่ก็ยังอยู่บนที่ดินผืนนี้ค่ะ่

ขอเล่าบ้านของหง่อมในความทรงจำของดิฉันก็แลัวกันนะคะ (ซึ่งคือเมื่อสามสิบปีก่อน ส่วนเรื่องสวนสัตวนั้น ย่าแต๋วเขียนขึ้นก่อนหน้านั้นราวๆ 20 กว่าปีได้ค่ะ)

บ้านของหง่อมเท่าที่ดิฉันจำได้เป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง มีสามห้องนอน จากบันไดหน้าบ้าน มีชานบ้านกว้าง ไม้ระแนงรอบชาน มีต้นกระเทียมเถา ที่ปลูกไว้พรางตาคนมองจากถนน

ใต้ถุนของบ้านเป็นที่ทำกิจกรรมส่วนมากค่ะ เพราะโปร่ง ลมเย็นโชยตลอดเวลา เป็นที่นั่งเล่น ผูกเปลระหว่างเสาบ้านไว้นั่งๆนอนๆ คุยกัน

รอบๆบ้าน มีต้นหว้าต้นใหญ่ มีว่านแสงอาทิตย์ดอกสีแดงๆ มีจำปี ต้นมะรุม หง่อมเลี้ยงไก่แ้จ้ไว้หลายตัวด้วยค่ะ มีต้นชมพู่ต้นใหญ่มาก อยู่หลังบ้าน ข้างๆ กันมีต้นมะม่วงหิมพานต์

สวนหลังบ้าน มีต้นไม้เยอะมากอีกเช่นกัน แต่ก่อนสมัยเด็กๆ สวนหลังบ้านนี้เหมือนป่าสำหรับพวกเราไว้เล่น เป็นดินแดนมหัศจรรย์ของเราค่ะ มีต้นมะปรางหวาน มีต้นนุ่นใหญ่ๆอยู่สามสี่ต้น ที่หง่อมจะเก็บฝักนุ่น เอาใยนุ่นมายัดหมอนยัดฟูกให้พวกเรานอน

ในสวนมีต้นกล้วยเยอะ เก็บใบมาทำม้าก้านกล้วยเล่นกัน สุดสวนจะเป็นแนวต้นเดือย มีลูกเดือยไว้ให้เราเก็บมาเล่นกัน มีต้นมะพร้าวเยอะมาก เก็บเอาลูกมะพร้าว มาขูดคั้นกะทิสดๆทำอาหาร

แต่จำไม่ได้ว่าเคยมีต้นสารภี (แอบไปถามแม่มา แม่บอกว่า สมัยเรามาอยู่ไม่มีแล้วลูก)

หง่อมเลี้ยงเราแบบเข้มงวดกวดขันน่าดูเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น เนื่องจากบ้านเป็นบ้านไม้ เวลาเดิน ถ้าเดินลงส้นหน่อยก็ดัง จะถูกหง่อมเีรียกไปเคาะตาตุ่ม และบอกว่า เคยเห็นช้างไหม ตัวออกใหญ่ เวลาเดินยังเสียงเบ๊าเบา เราตัวแค่นี้ทำไมต้องเดินเสียงดัง แล้วถ้าดื้อหรือซนมากๆ จะถูกเรียกให้ไปนั่งกับพื้น แล้วหง่อมจะเอาถ่านมาขีดเป็นวงกลม แล้วบอกว่า ห้ามออกจากวงนี้เป็นเวลาเท่าไหร่ๆก็ว่าไป ทรมานน่าดู ฮ่าๆๆ

แต่พวกเราไม่เคยกลัวหง่อม เพราะหง่อมใจดี ตอนเช้าๆ จะเรียกหลานทีละคน ผลัดกัน นั่งรถสามล้อถีบไปตลาดเช้า ซื้ออาหารมาให้ทุกๆคน เมนูที่จำได้แม่นเลย คือ หง่อมก็เอาข้าวเหนียว ทำกลมๆ ยัดใส่ปลาเค็มทอดบ้าง หมูเค็มบ้างไว้ให้เด็กๆกิน

เล่าไปเล่ามาชักยาวแล้วค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงเรื่องราวพวกนี้อยู่ หง่อมแตงอ่อนเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ดิฉันรักมากที่สุด ช่วงบั้นปลายชีวิตของหง่อม หง่อมมีอาการอัลไซเมอร์ ย่าแต๋วเลยมารับไปอยู่กทม.ด้วย บ้านของหง่อมก็มีญาติๆพี่น้องมาขออาศัยอยู่

ต่อมา พี่ชายของคุณสุวรรณี ตัดสินใจขายบ้านพร้อมที่ดินผืนนั้นไป มีคนมาซื้อแล้วสร้างทาวเฮ้าจะขาย แต่ น่าแปลกมากที่ยังไม่ทันขายก็โดนแบงค์ยึด แล้วที่ดินผืนนี้ก็ยังว่างเปล่าไม่มีใครมาอยู่ จึงเป็นลานโล่งอยู่ข้างบ้านของพ่อกับแม่ทุกวันนี้

ถ้าผ่านไปแล้วอยากรู้ว่าอยู่ตรงไหน ดิฉันบอกให้ได้ค่ะ คืออยู่ตรงสี่แยกวัดคูฯ บนถนนสายเอเชียผ่านตัวเมืองพิษณุโลก สี่แยกนั้นมีป้อมประตูเมืองอยู่ค่ะ บ้านสีเหลืองคือบ้านของพ่อแม่ดิฉัน ส่วนที่ดินโล่งๆด้านข้างคือที่ดินที่เคยเป็นบ้านเก่าของคุณสุวรรณี

แต่ไม่อยากให้ไปดูเลยบอกตรงๆ เพราะเห็นแล้วมันเศร้าค่ะ สู้เก็บความทรงจำ อ่านข้อความจากหนังสือ แล้วจินตนาการเอาจะดีกว่า

ถ้าคุณพิบูลศักดิ์ อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับบ้านไปเขียนหนังสือ ดิฉันมั่นใจว่า พ่่่อของดิฉันจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับบ้านนั้นได้เยอะกว่าดิฉันแน่นอน หากว่าช่วยได้ก็ยินดีช่วยค่ะ

 

โดย: offita 16 กรกฎาคม 2550 11:37:11 น.  

 

ตามมาถูกคนเลยไหมคะ เลยได้อ่านเรื่องเก่าๆ ไปด้วยเพลินเลย วัยเด็กของอ๊อฟ ท่าทางจะสนุกจริงๆ คนเล่าได้รำลึกความหลังเลยสิ

ชักอยากอ่านหนังสือเรื่องสวนสัตว์แล้ว ตอนเป็นเด็กไม่เคยอ่านอ่ะ

 

โดย: ปอมปอมเกิร์ล IP: 67.174.34.163 16 กรกฎาคม 2550 11:52:42 น.  

 

อ่ะ มาเพิ่มหลังจากไปหาข้อมูลจากแม่มาค่ะ แม่บอกว่า

"วิวที่ย่าแต๋วเขียน คือบ้านหลังเก่ายุคปู่ย่าแต๋ว คือที่ย่าแต๋วอยู่สมัยเป็นเด็ก อยู่ขยับไปทางหลังศาลากลาง ส่วนบ้านหลังที่เราอยู่สร้างตอนพ่อยังเด็กๆ พ่อเล่าว่าช่วยหง่อมย้อยเอาน้ำรดต้นเสาปูน ตอนมาอยู่บ้านนี้ย่าแต๋วเรียนมัธยมแล้ว"

แหม อุตส่าห์เล่ามายาว กลายเป็นว่าพูดถึงบ้านคนละหลังกับที่คุณถามถึงซะนี่ เสียหน้าจริงค่ะ

 

โดย: offita 16 กรกฎาคม 2550 12:18:39 น.  

 

^
^
เข้ามาขำคนข้างบน ดีนะมาเย็บหน้าได้ทันท่วงที แต่ที่เล่ามาแล้วก็น่าสนุกดีนะอ๊อฟ

 

โดย: ปอมปอมเกิร์ล IP: 67.174.34.163 16 กรกฎาคม 2550 12:34:54 น.  

 



มารำลึกความหลังด้วยคนหนึ่งค่ะ
ป้าแอ๊ดเคยเรียนอยู่ที่ โรงเรียนจ่านกร้อง พิษณุโลก เมื่อ ปี 2507 (ป.7)

จะนั่งรถสามล้อที่จ้างประจำ ผ่านสะพาน นเรศวร เลี้ยวขวามาทางศาลากลางจังหวัด
แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน (จำชื่อไม่ได้) มาโรงเรียนทุกวัน

มาทราบทีหลังว่า ถนนนั้น ผ่านบ้าน อ. สุวรรณี ด้วย (จากหนังสือ ที่ อ. เขียน)

จนกระทั่งจบ ม.ศ. 3 ที่ เฉลิมขวัญสตรี เข้ามาสอบที่ เพาะช่าง
มีเพื่อนคุณพ่อมาบอกว่า อยากเข้าศิลปากรไหมจะฝากให้
จะฝากกับ อ. สุวรรณี นี่แหละค่ะ

แต่ป้าแอ๊ดก็ไม่ได้พบกับท่านโดยตรง อาจจะบุญน้อยเกินไป เพียงแต่รู้จักท่านผ่านหนังสือเท่านั้น

และท่านก็ยังเป็นเพื่อนกับ อ. ชาญณรงค์ (แห่งเพาะช่าง)

ได้อ่านชีวิตสนุกๆ ของท่าน ผ่านตัวหนังสือมากมาย

ยังจดจำได้อยู่ค่ะ.....

 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 16 กรกฎาคม 2550 14:38:35 น.  

 


(กระซิบ)

พี่ปอน...ไปเที่ยวด้วยกันอีกเถอะ....

ผ่านลิงนี้เลย

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=addsiripun&month=16-07-2007&group=12&gblog=1

อิ อิ

 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 16 กรกฎาคม 2550 14:41:45 น.  

 

สวัสดีค่ะ
เพิ่งตามลิ้งค์มาเจอจากบล็อกคนอื่น
นั่งดีใจอยู่คนเดียวพักใหญ่
ก่อนจะตัดสินใจฝากข้อความทักทายบ้าง
...
ติดตามงานเขียนอยู่เงียบ ๆ ค่ะ
ชอบห้องสีขาวใต้หลังคาเป็นพิเศษ
ไปได้มาจากร้านหนังสือที่เชียงใหม่นู่น
อ่านและขีดนู่นนี่ไว้เต็มเล่ม
และแบ่งไปให้เพื่อนร่วมอ่านและขีดกันอีก
ตอนนี้ตามอ่านจากกรุงเทพธุรกิจวันอาทิตย์อยู่
ดีใจมาก ๆ ค่ะที่เข้ามาเจอ
...
งานเขียนของน้าปอน(ขออนุญาตเรียกน้าปอนนะคะ)
เป็นแรงบันดาลใจให้มากมายเลยค่ะ
ไว้จะเข้ามาคุยใหม่ค่ะ
ว่าง ๆ แวะไปเยี่ยมกันได้นะคะ
ohnaam.exteen.com

 

โดย: ระหว่างทาง IP: 58.64.75.140 16 กรกฎาคม 2550 23:06:08 น.  

 

แวะมาเยี่ยมค่ะ

 

โดย: ฮอลล์ IP: 58.8.133.53 18 กรกฎาคม 2550 2:13:50 น.  

 

ขอโทษที ปอมปอมและน้องออฟ และแขกรับเชิญ
และรับชิม เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวมาคุยกัน เรื่องน่าสนใจมาก
เรากะลังจะมุ่งพิษณุโลกพอดี สางงานอยู่นิดหน่อย (ก็ดอกไม้ให้แม่ของคุณสเลเต คนสวยนั่นหละค่ะ เดี๋ยวโดนค้อน(ฆ้อน)ทุบหัวแน่ ถ้าไม่เสร็จ แง๊.......

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 18 กรกฎาคม 2550 13:47:56 น.  

 

สวัสดีค่ะ
ขอแจ้งเลื่อนกำหนดการ
ด้วยนกแสงตะวันตั้งใจว่า เมเปิลโต เปลี่ยนสี ทิ้งใบพรู ๆ เมื่อไหร่ จะเชิญพี่ปอนไปนั่งม้าไม้เมืองทรอย โอ๊ย บ่แม่น
เชิญพี่ชายไปนั่งม้าไม้ใต้ต้นเมเปิล(สายพันธุ์อ่างขาง)หน้าบ้าน ที่ราบสูง
แต่อนิจจา เจ้าตัวซนที่บ้านเตะบอลไปโดนยอดที่กะลังสูงท่วมหัว ให้หักงอทิ่มดิน
จะดุก็ไม่ได้เพราะยังไงก็หักไปแล้ว

ด้วยเหตุนี้จึงขอเลื่อนกำหนดการจากเดิมที่ไม่มีกำหนด ออกไปเป็นไม่มีกำหนดกว่า ค่ะ



กลับจากการเดินทาง หายเหนื่อยยังคะ

 

โดย: นกแสงตะวัน 20 กรกฎาคม 2550 21:20:23 น.  

 

สวัสดีทุกท่าน มาประจำการแล้ว ทักทายสนทนาประสา
คนชอบเต้าทึง(รวมมิตร)แล้วกัน

คุณหนูออฟครับ
ผมชอบเรื่องเล่าของคุณมาก แม้จะเป็นบ้านคนละหลังก็ตามที ครั้งหนึ่งที่ผมไปที่บ้านคุณสุวรรณีหลังนั้น (ปีไหนหนอความจำเอ๋ย...) จำได้ว่าไปกับวาณิช จรุงกิจอนันต์
พี่เนาวรัตน์ เอ๊ะเที่ยวนั้นพี่เนาว์ไม่ไป อ้อ ชาติจ้ะ ชาติ กอบจิตติ เราไปพูดกันที่ร.ร.ประจำจังหวัดพิษณุโลก
คนนำทางไปเป็นเจ้าของร้านหนังสือที่นั่นแหละ(จำชื่อจำร้านไม่ได้เลย ดูเถอะ) ข้ามสะพานไปฝั่งตรงข้ามร.ร. แล้วเลี้ยวขวาไปไม่ไกลเท่าไหร่ เรือนไม้หลังนั้นยังจำติดตา ได้สนทนากับญาติที่อาศัยอยู่ด้วย แต่รูปที่ถ่ายไว้ หาฟิล์มต้นฉบับไม่เจอ
ถ่ายมุม(ตามที่เคยอ่าน ในหนังสือเลย ) ห้องครัว หน้าต่างบานที่เปิดไว้ อีกามาฉก และสารภีต้นใหญ่นั้น...โอ๊ย ปลาที่เราทำตกน้ำไปนี่ตัวใหญ่ขึ้นทุกที เสียดาย เสียดาย....
จะต้องกลับหาให้พบ ต้องยังอยู่สิน่า ฟังคุณออฟเล่ามา
สงสัยเสียแล้ว คนที่พาไปสับสน เป็นบ้านหลังที่คุณว่ารึเปล่า มันนานจริงนะ เอาแค่บ้านที่อาศัยในกรุงเทพฯในเวลาใกล้ ๆนี้(ที่บางกะปิ) เข้าใจว่า อย่างน้อยลูก ๆ ก็น่าจะเก็บโต๊ะเขียนหนังสือไว้บ้างหรอกน่า...

ป้าแอ๊ด เพิ่งรู้เคยเรียน(หรือเป็นคนพิษณุโลก) ร.ร.จ่านกร้อง ผมเคยไปพูดนะ แต่อยู่ที่กำแพงเพชรนี่ หรือว่าเป็นสาขา ที่กำแพงเป็นร.ร.รัฐบาลนะครับ ใหญ่โตมาก ป้าแอ๊ดเขียนเล่าเห็นภาพเลยครับ ในเรื่องสวนสัตว์เด๊ะเลย สามล้อข้ามสะพาน ร.ร.สตรีเฉลิมขวัญ (ผมไปพูดสองครั้ง มีเรื่องประทับใจทั้งสองครั้ง-ครั้งแรกพากลุ่มนักเขียนนักกวีไปทัวร์เชียงใหม่ และมีรายการพูด เล่นดนตรี อ่านบทกวีกันไปตามจังหวัดรายทาง พิษณุโลกเป็นแห่งแรก ร.ร.สตรีเฉลิมขวัญนี้แหละ เรานั่งรถไฟไป (ก่อนจะต่อรถยนต์ไปสุโขทัย) ที่ประทับใจคือเรานั่งรถตุ๊กๆจากสถานีไป ข้าวของพะรุงพะรังเลย เด็กๆครูตื่นเต้นกันใหญ่ นี่ทัวร์ประสาอะไร ซำเหมามาก แถมกำลังเล่นกันบทเวที อ้าวมีตุ๊กๆ ปุเลง ๆเข้ามาอีกคัน เพื่อนนักข่าว-นักจัดรายการ ที่ขอติดตามพวกเราไปทำข่าวการ"เปิดหมวกทัวร์"ครั้งแรกนี้ เธอตกรถไฟขบวนที่เรามา เรานึกว่าเธอไม่มาแน่แล้ว ที่ไหนได้ ไม่สิ้นความพยายาม ตามมา และหาร.ร.จนเจอ-เก่งจริง ๆ

คืนนั้นคณะซำเหมา อันประกอบด้วย ข้าพเจ้า นายไพวรินทร์ ขาวงาม นายจตุพล บุญพรัด นายจามิกร แสงศิริ นายวสันต์ สิทธิเขตต์ นาย โอ๊ยจำไม่ได้แล้ว เยอะมากและนักจัดรายการที่ชื่อศุภมาส เสนาเวส (นามสกุลขออภัยถ้าผิดพลาด) พักที่บ้านคุณแม่คุณนกฟ้า ข้างโรงพยาบาลประจำจังหวัด คุณครูนกฟ้า นักกวี- ที่เราขอร้องให้ช่วยตามหาบ้านคุณสุวรรณีตอนนี้นั่นแหละ บ้านหลังนั้นเป็นบ้านพักพยาบาล หรือหมอ ก็จำไม่ถนัด แต่จำประตูห้องน้ำที่มีรูโหว่แบบว่า คนเข้าต้องส่งเสียงดังไว้เป็นยันต์กันคนทะเร่อทะร่า)
ยังมีอีกยาว ไว้เล่าต่อเมื่อเจอภาพแล้วดีกว่า ให้เป็นเรื่องเป็นราว
ส่วนที่ประทับใจครั้งที่สองก็คือไปพูดที่ร.รเดิมและได้ไปดูบ้านเก่าที่อยู่ในเรื่องสวนสัตว์ นี่ตื่นเต้นสุด ๆ

เหนื่อยแล้ว ขอพักทักทายคุณ"ระหว่างทางกะคุณฮอลล์
หน่อย ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะครับ ทั้งสองท่าน
คุณระหว่างทาง ดูเหมือนจะเพิ่งเคยมา แต่ก็ทำให้คนเขียนเป็นปลื้ม แม้จะบอกว่าแอบอ่าน แอบติดตามงานเขียนอยู่เงียบ ๆ

แอบอ่าน นักเขียนไม่รู้นะครับ ส่งเสียงมาดีแล้ว เป็นกำลังใจใหญ่หลวง อย่างน้อยก็ได้รับรู้ว่า งานของเขายังประโยชน์อยู่บ้าง แม้ไม่ยิ่งใหญ่ เทียบแค่มาลัยดอกหญ้า หากตึงตราอยู่ในใจชนแม้คนหนึ่ง ก็พึงพอใจแล้วล่ะครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 20 กรกฎาคม 2550 21:57:47 น.  

 

อ้าว สวัสดีนกแสงตะวัน
คงมาตอนแก้คำผิดพอดี
เสียใจด้วย บอกแล้ว อย่าใฝ่สูงหมายปองเมเปิ้ล
ตะขบ ลมแล้ง ตาเบบูญ่า หูกวาง ก็หรูสุดแล้วต้นหลังนี้มีหนอนก็จริง แต่เวลาเปลี่ยนสี ก็สวยนะจะบอกให้ ร่วงเกลื่อนเก็บไม่ทันเหมือนกัน เสียตรงนี้ ตรงที่เอาไปทับในสมุดไม่ได้สิ

ที่ดีสุดขอแนะนำ ไผ่ครับ กินกะได้ ทากะได้-
ไผ่สีสุก ไผ่บง ไผ่ไร่ ไผ่ซาง ไผ่ซางดำ ซางแดง หรือไผ่สีทอง ก็สนุกจ้ะ สมบัติ อรัญญา หรือว่ามิตร เพชราก็จำไม่ได้แหล่วววว

ยังไม่หายเหนื่อยเลย นอนดึกอีกแล้วคืนนี้....อัพบล็อกเสียทีจ้ะ อายคนข้างบ้านจ้ะ....คนอะไรไม่รู้ขยันจัง.

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 20 กรกฎาคม 2550 22:08:46 น.  

 

ยังไม่มีอะไรคุยหรอกค่ะ
แวะมาทักทาย
และขอบคุณค่ะที่แวะไปทักทาย
พร้อมถ้อยคำอบอุ่นของมิตรภาพ

 

โดย: ระหว่างทาง IP: 202.139.223.18 20 กรกฎาคม 2550 22:32:04 น.  

 

คุณปอนคะ (ขออนุญาตเรียกคุณปอน) บ้านย่าแต๋วที่บางกะปิ ครั้งสุดท้ายที่อ๊อฟได้ไปคือเมื่อสักแปดเก้าปีก่อนค่ะ ตอนนั้นพี่น้องหนู (คุณเบญญา ลูกคนสุดท้องของคุณสุวรรณี) ย้ายออกไปอยู่บ้านที่ร้านไวท์คาเฟ่ที่สุขุมวิทแล้ว ไม่แน่ใจว่าตอนนี้บ้านยังเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกๆ คุณสุวรรณีหรือเปล่าค่ะ

ป.ล. ศิษย์เก่าขออนุญาตแก้นิ๊ดนึงค่ะ ชื่อโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีค่ะ ไม่ใช่สตรีเฉลิมขวัญ

 

โดย: offita 22 กรกฎาคม 2550 9:51:46 น.  

 

คุณออฟครับ
ยกโทษให้คนเบลอนะครับ เรียกชื่อโรงเรียนผิดนี่สมควรตายจริงๆ แง้...
แล้วตอนนั้นที่พวกเราไป เฉลิมขวัญ(สุภาพ)สตรี เนี่ย
คุณออฟทันเปล่าครับ
อ้อ,ผมแอบย่องไปเยี่ยมบ้านใครก็ไม่รู้ ทำสบู่เองด้วย
เก่งจัง เห็นทิวทัศน์โดยรอบแล้ว น่าขี่ม้าเล่นนะครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 22 กรกฎาคม 2550 15:00:10 น.  

 



สอบถาม คุณออฟ ค่ะ

บ้าน อ. สุวรรณี ที่บางกะปิ อยู่ตรงไหนคะ

ตอนนี้บ้านป้าแอ๊ดอยู่บางกะปิเหมือนกัน อาจจะไปเยี่ยมๆ มองๆ ให้ได้

อาจจะมีภาพถ่ายมาให้ หากเป็นบ้านลูก อ. แต๋วอยู่

 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 23 กรกฎาคม 2550 12:09:40 น.  

 

ป้าแอ๊ด น่ารักจัง

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 23 กรกฎาคม 2550 16:01:55 น.  

 

สวัสดีค่ะลุงปอน
ขอเล่าสืบนื่องจากหน้าต่างดอกไม้ 120 นะคะ
ครั้งแรกที่ลุงปอนไปพูดที่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี
เป็นปี 2532 กับคณะใหญ่
โดยมีคุณไพวรินทร์ ขาวงาม คุณจตุพล บุญพรัด
คุณวสันต์ สิทธิเขตต์ ตอนคุณวสันต์อ่านบทกวีให้เด็กฟังเด็กฮากันทั้งหอประชุม ที่หลับอยู่ข้างหลังยังตื่นมาฮาด้วย
คุณน้อย ชูเกียรติ ฉาไธสง คุณจามิกร แสงศิริ และ
คุณแพท ศุภมาส เสนะเวสน์ (ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่าจะเขียนนามสกุลถูกไหม)
กลับไปพักที่บ้านพักท้ายโรงพยาบาลพุทธชินราช
เดี๋ยวนี้บ้านหลังนั้นถูกรื้อทิ้งไปแล้ว
ทั้งบันไดผุ ห้องน้ำทรุด (ที่เห็นเป็นรูโหว่นั่นล่ะค่ะ)
นอกชานผุ หักหลุดเป็นแผ่น ๆ เดินเหยียบไม่ดีอาจตกใต้ถุนได้
วันรุ่งขึ้นเดินทางไปสุโขทัย พูดที่โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม
สมทบด้วย คุณไพฑูรย์ ธัญญา

ครั้งหลังที่ลุงปอนได้ไปหาบ้านคุณสุวรรณี
คิดว่า คุณพิสิฐ อาภัสระวิโรจน์ เจ้าของร้านหนังสือสิทธา
เป็นผู้พาไป
ตัวนกเองยังไม่เคยไปค่ะ
แต่ถ้าเป็นหลังที่คุณออฟเล่า เคยเห็น แต่จำไม่ได้แล้ว
รื้อไปหลายปีมากแล้ว
คิดว่าเป็นทรงเดียวกัน กับบ้านคุณออฟใช่ไหมคะ

ขอแก้ที่ลุงปอนบอกว่า คุณครูนกฟ้า - นักกวี
ไม่ใช่นะคะ
เป็นครูนก - นักอ่านค่ะ
ศิษย์เก่าเฉลิมขวัญ รุ่น พะยอม

 

โดย: นกฟ้า IP: 125.24.134.249 24 กรกฎาคม 2550 10:18:30 น.  

 

ขออนุญาตเข้าบ้าน เจ้าของบ้าน คุณสัญจร ดาวส่องทาง ก่อนคุยกับแขกคนอื่นๆ ที่มาเยี่ยมเยียน บ้านนี้นะคะ

ลูกสาวสอบถามมาก็ตอบให้ข้อมูลเล็กน้อย ตามประสา คนพอจะรู้

เพิ่งเข้ามาอ่านยามว่าง ๆ ใจ อ่านไปมาแล้วก็นึกและอมยิ้มเมื่อเห็น คุณนกฟ้ายืนยันข้อมูลว่า ปี2532 เพราะคนหน้าต่างดอกไม้ หน้าต่างที่ 110 น่ะ กำลังเรียนอยู่ที่นั่นเลย แล้วนี่ลูกสาวฉันไปไหน ทำไมไม่ได้เข้ากิจกรรมดี ๆอย่างนี้ หรือว่าเธอลืมอะไรขนาดนั้น
ตกลงดิฉันได้เข้ามาเช็ค นักเรียนไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม

ถ้ามาปี 2532 นะคะ แล้วไปเยี่ยมบ้านคุณสุวรรณี โดยไม่ได้เข้าบ้านหลังล่าสุดแล้วน่ะ ผิดแน่ เพราะอิฉันไม่รู้จักบ้านหลังในเรื่องสวนสัตว์ แต่รู้จักบ้านนี้มาตั้งแต่ปี 2507 เป็นแฟนกะหลานบ้านนี้ค่ะ

และมาอาศัยอยู่กับยายแตงอ่อนเมื่อปี 2514 เพราะพี่แต๋ว เคี่ยวเข็ญให้สามีดิฉันมาอยู่กับยาย เพราะไม่มีใครอยู่ด้วย มีแต่เด็กสาวๆรุ่นๆ ที่เป็นหลาน (ลูกของอาพี่แต๋ว) บ้านใกล้เคียงกัน

ช่วงประมาณปี 2509-2512 ลูกพี่แต๋ว 3 คน (น้ำพุ หนูแดง น้องหนู) ก็มาอยู่กับยาย (พี่แต๋วไปอิตาลี หรืออย่างไรก็ชักลืมนิดๆ ) ตอนนั้นดิฉันแต่งงานแล้ว เคยแวะเวียนมาเยี่ยมยาย แล้วก็พบกับ 3 คนนี้เสมอ พุอยู่จร. แต่ 2 สาวอยู่อนุบาลพิษณุโลก

พอปี 2521 ดิฉันแยกบ้านสร้างบ้านอยู่หลังบ้านยาย แต่หันหน้าบ้านสู่ถนนทางเข้าค่าย ( เพราะบ้านยายหันหน้าไปที่ถนนใหญ่ ชื่อถนนสิงหวัฒน์ไปตลอดสาย ถึงสุโขทัย ) เมื่อมาอยู่ใหม่ๆ ไม่มีชื่อ เรียกถนนหลังค่ายฯ ปัจจุบัน ชื่อถนนพระร่วง เดินไปทางค่ายก็ถึงโรงเรียนจ่านกร้อง ซึ่งมีถนนเล็ก ๆอีกสาย เรียกว่าถนนจ่านกร้อง เดินทะลุถึงริมแม่น้ำน่าน เฉียดศาลากลางไปเลยค่ะ ซึ่งถ้าไปยืนริมน้ำตรงนั้นตรงกับวิหารหลวงพ่อ พอดิบพอดี

เคี่ยวเข็ญถามสามี ว่าบ้านหลังเก่าที่พี่แต๋วเขียนถึงอยู่ตรงไหน บอกว่า อยู่ประมาณ หลังธนาคารกรุงเทพฯสาขาสี่แยกวัดคู ถามต่ออีกว่า มีต้นสารภีไหม เค้าก็หันมาบอกว่า เฮ้ยยย!!!ลืมไปแล้ว


เอ๊!!! ตกลงผู้หญิงกะผู้ชายนี่ใครลืมง่ายกว่ากัน ฟ่ะ...



คุยแค่นี้ก่อนนะคะ ยินดีที่ได้เล่าค่ะ

 

โดย: วันจัน IP: 203.113.115.141 24 กรกฎาคม 2550 13:50:10 น.  

 

สวัสดีครับนกฟ้า

นึกว่าไม่บินโฉบมาแล้ว คงงานยุ่งสิ ยังแอบไหว้วานอีก
ใช่เลยเจ้าของหนังสือร้านสิทธา ที่พาเราไปเยี่ยมบ้านคุณสุวรรณี...

ครั้งนั้น น่าจะประมาณปีพ.ศ ๒๙-๓๐ นี่แหละ เรายังไม่ริเริ่มโครงการ ดนตรีกวีสัญจร สู่สถานศึกษาทั่วประเทศ
เพิ่งออกนิตยสารสู่ฝันเล่มแรกและเทปเพลงชุดแรก...

ครั้งนั้นไปในนามร้านหนังสือบูรพาสาส์น อันมีคุณดนัย
ศิริวรางกูร เจ้าของผู้จัดการ เป็นโต้โผจัด พานักเขียนสัญจรไปพูดโรงเรียนต่าง ๆ (ตามคำขอ) ขาประจำก็มีเรา- วาณิช ชาติ และพี่เนาว์ เที่ยวนั้นมีสามคนแรก และนักเขียนนักแปลญี่ปุ่นอีกคนคือคุณอิวากิ ซึ่งสนิทสนมกันดีกับชาวคณะ เทศกาลซีไรท์(ทุกปี)แกก็จะมาเมืองไทย
พักประจำที่โรงแรมใกล้หัวลำโพง ผูกขาดกันยาวนาน จนรู้จักมักคุ้นกับพนักงานโรงแรมแทบทุกคน

สวัสดีครับ(คุณแม่หนูออฟ) วันจัน(เล่าให้ฟังพร้อมกันเลยดีกว่า)
ผมเล่ามาข้างต้นก็ไม่มีสาระอันใด นอกจากบอกเล่าความสับสนอลหม่านของผมเอง เนื่องด้วยไปกันหลายที่ ไปทุกปี ๆ ก็เลยเบลอ พิษณุโลกนี่ ไปจนจำมุขกันได้หมดหนะครับ เช่นว่าถึงคิวของคุณอิวากิพูด (เขาจะเริ่มต้นเหมือนทุกแห่ง )สไตล์ของเขาก็คือต้องชมความน่ารักของเมืองนั้นก่อนเป็นการเอาใจแควนๆ ซึ่งก็มักได้ผลทุกครั้ง
พิษณุโลกนี่เขาจะเริ่มด้วยมุขเสียงประกาศ"ที่นี่สถานีพิษณุโลกๆ.." ด้วยสำเนียงญี่ปุ่นพูดไทย ก็เรียกเสียงฮาได้แล้ว แล้วก็ตามด้วย "ผมรักเมืองพิษณุโลก...." พวกเราก็จะหันมาสบตากันยิ้ม ๆกับญี่ปุ่นปากหวาน

(แอบนินทาเพื่อนให้ฟัง มาเที่ยวนี้ไม่หิ้วสาเกมาฝากแน่)

ถ้าตอนนั้นลูกสาวยังเรียนอยู่ ผู้เล่าเรื่องนี้ตอนนี้ยังอายุ
๒๘ อยู่ได้ยังไงนี่(Ha) ถือเสียว่ามาฟื้นความหลังนะครับ
เมืองพิษณุโลกนี่ผูกพันรัญจวนกันมาแต่ชาติปางไหนก็ไม่รู้
ทั้งที่การจราจรในตัวเมืองก็เข้าขั้นสาหัสสากรรจ์อยู่ แต่ผม
กลับแวะได้ไปดี ถ้าผ่านแล้วไม่แวะนี่ จะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปอย่าง (ประหลาดมาก)ไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็ ไปไหว้พระ ตามวัดวาอาราม
กินก๋วยเตี๋ยวห้อยเท้า(เจ้าเก่าแก่) ชมแม่น้ำ..เป็นเช่นนี้ทุกเที่ยวที่ขึ้นล่องผ่าน ขนาดธุระร้อน ๆ ก็ขอให้ได้วกเข้าไปเฉียดๆวัด ยกมือไหว้พระพุทธชินราชท่วมหัว ก็พอใจ
ผมมาคิดๆดู ที่รู้สึกผูกพันเช่นนี้ น่าจะเป็นเพราะอ่านงานของคุณสุวรรณี นั่นแหละครับ โดยเฉพาะชุดสวนสัตว์ที่ใช้ฉากเมืองพิษณุโลกแทบทั้งสิ้น

นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์เท่าไหร่ จะเรียกว่าอำนาจวรรณกรรม ก็น่าจะใช่ มันเป็นนามธรรมมากๆ แต่มีพลังยิ่งใหญ่ งานเขียนชุดนี้เป็นแรงดลใจให้ผมเขียนวัยฝันวันเยาว์ ก็ว่าได้ ก่อนหน้านั้น (ก่อนที่ผมยังเป็นครูอยู่หุบเขาแสงตะวัน เมืองสามหมอก) เรื่องสั้นที่ทำให้ผมพอเป็นที่รู้จักของนักอ่าน เช่น ถนนสีแดง ฝันถึงทะเลคืนเศร้า แล้วจะเก็บดอกไม้มาฝากฯลฯ ล้วนแล้วแต่ได้ลงตีพิมพ์ที่นิตยสารลลนา ที่มีคุณสวรรณี สุคนธาเป็นบรรณาธิการอยู่ ถือได้ว่า(เรื่องสั้น)ผมเกิดที ลลนา หลังเหตุการณ์ ๖ ตุลา ลงจากภูเขา เข้าเมืองมาเคารพท่าน ยังจำคำพูดประโยคแรกที่ทักทายได้ ท่านว่า"นี่เธออายุเท่าๆลูกชายฉัน(น้ำพุ)เลยนะนี่.."

ผมขอบคุณครับที่มีน้ำใจไมตรี สละเวลามาพูดเรื่องเก่า เล่าเรื่องหลัง ให้ฟัง ผมชอบเรื่องเล่าแบบนี้แหละ ใครจะว่าอย่างไรไม่รู้ ผมรู้แต่ว่ารู้สึกอบอุ่นและชื่นใจบอกไม่ถูก บ้านเรือน ผู้คน สถานที่ สิ่งซึ่งยังดำรงคงคุณค่าอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง แม้กาลเวลาจะย่ำเท้าผ่านไป ไม่รู้สิ ผมรู้สึกว่า"มีราก" รากตัวเองฝังแน่น แข็งแรง และไม่มีวันขาด...วารวันอันแสนงาม ไม่ว่าแห่งไหน กับใคร ในโลกกลมใบนี้ มันต่อชีวิตแห่งปัจจุบันขณะได้นะ-ผมว่า

แน่นอนเราต้อง
มีชีวิตอยู่กับวันนี้ อยู่กับความจริง อยู่กับปัจจุบันขณะที่เราหายใจอยู่ เพราะวันวานผ่านเลยไปแล้ว มิอาจคว้าไขว่ไว้ได้ ไม่ว่าสารภีต้นนั้นหรือสารภีต้นไหน ก็ล้วนแล้วต้องล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา

กาลเวลาคือนิรันดร์ เช่นเดียวกันกับความเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรที่จะฝืนกฏธรรมชาติข้อนี้ สรรพสิ่งล้วนเป็นอนิจจัง ไปทั้งนั้น แต่ในความเปลี่ยนแปลงนั้น เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือเลวลง นั่นต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ

ขอบคุณ"วันจัน" อีกครั้ง(ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ลืมง่ายพอกันล่ะครับ อย่าไปโทษใครเลย สิ่งที่พวกเขาและเธออยากลืมสิ้นแล้วนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่เขากลับจดจำมันฝังแน่นเสมอ)

แล้วเข้ามาคุยอีกนะครับ คืนนี้ขอตัวทำการบ้านก่อนครับ
สวัสดี...

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 25 กรกฎาคม 2550 0:26:06 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ปอน
กรุณาอย่าคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระเลยนะคะ ความที่อ่านลลนามาตั้งแต่เด็ก ๆ แม่เคยให้หัดเขียนนิทานไปที่ลลนา แต่ก็ลงตะกร้าทุกครั้งไป ตอนนั้นมีพี่คนหนึ่งชื่อ มติ จุลเจิม คาดเดาว่าอายุจะราว ๆ 40 ขึ้นไปนะคะ เพราะเราเรียกเขาว่าพี่ ภูเพยียเพียงอยากถามว่า พี่พอจำได้บ้างไหม เพราะช่วงหลัง ๆ พี่เขาเขียนจนกระทั่งคุณสุวรรณีเคยบอกว่า น่าจะเขียนเรื่องสั้นได้แล้ว พี่เขาได้ลงลลนาแทบทุกฉบับน่ะค่ะ หรือเป็นนักเขียนนามปากกาอะไรสักอย่าง
มันเป็นความทรงจำที่ยังแจ่มชัดอยู่เท่านั้นเองค่ะ แต่ถ้าพี่ปอนนึกไม่ออก ไม่เป็นไร ถือว่าภูเพยียแวะมาทักทายนะคะ

สบายดีนะคะพี่

 

โดย: ภูเพยีย 26 กรกฎาคม 2550 9:46:01 น.  

 

สวัสดีครับภูเพยีย

ผมคลับคล้ายคลับคลา ก็แต่นามสกุลนะ
ทำไมผมลืม ไม่น่านะ
พูดเรื่องนี้ แฟนพันธุ์แท้ น้ำตาไหล
ลลนาเป็นหนังสือที่ผมผูกพัน รัก มาก มีตั้งแต่เล่มแรก
ตั้งแต่โปสเตอร์ก่อนหนังสือออก ซึ่งใครที่อยู่ในห้วงเวลานั้นต้องจำได้
รูปดอกทานตะวันในโปสเตอร์นั้น
มาเป็นปกหนังสือ(เล่มแรกเลย)
ของสำนักพิมพ์ดวงตา คือรวมเรื่องสั้นของเหนือ
(นักเขียนนักแปล ที่เกิดจากลลนาเช่นกัน)

ลลนานี้เป็นแดนแห่งงานสร้างสรรค์ก็ว่าได้
เพราะบรรณาธิการเป็นนักศิลปะ
คนในกองก็จึงต้องเป็นศิลปินหน้าพระลานแทบทั้งนั้น
หนังสือจึงสวยด้วยรสนิยม ตั้งแต่ภาพปก
หัวหนังสือที่สวยเด่น(แม้จะมีที่มาจากโว้ค)
ก็ดัดแปลงเป็นไทยได้เนียนสนิทกิ๊บเก๋
ออกตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งถือว่าก้าวหน้ามากในสมัยนั้น
ที่นิยมใช้หัวตัวเซ็ทที่มีขายกันเกร่อไป...

เสียดาย เสียใจ ที่หนังสือที่สะสมไว้ตั้งแต่เล่มแรก
ขนาดที่ย้ายบ้านต้องเป็นกล่องแรกที่จะถูกยกขึ้เนรถก่อน
สิ่งใด
ไปอยู่เหย้าริมยม ชุมแสง ชอนตาวัน ปีที่สาม
โดนน้ำท่วมใหญ่ ขนไม่ทัน เพราะผู้เขียนเป็นนักฝันมากกว่าเป็นชาวไร่ อยากใกล้จุมพิตแม่น้ำ
ทำบ้านเสียจนจูบเนินทราย
แถมไม่ยอมปลูกสูงแบบบ้านชาวบ้านชาวช่อง

เดี๋ยวจะค้นรูปมาให้ดู ยังถ่ายไว้เลย
ตอนกลับไปหลังน้ำลด
เศร้า ๆ หนังสืออื่นไม่เท่าไหร่ ลลนานี่รับไม่ได้เลยจริง ๆ
ที่เห็นมันกองเปื่อยอยู่บนชั้น รักผูกพันกันมา
ตั้งแต่อยู่เมืองสามหมอก คุณสุวรรณีจะส่งหนังสือให้เรา
อ่านเป็นพิเศษ เพราะถือเป็นนักเขียนลลนาที่อยู่บ้านนอก
ลลนาออกเป็นรายปักษ์
หมู่บ้านในหุบเขาแสงตะวัน ป.ณ.ไม่ถึง

จดหมายพัสดุ ต้องลงที่แผนกศึกษาธิการจังหวัดที่ตัวอำเภอเมือง
ส่งระบุนามเรา และวงเล็บว่า(ฝากไว้ที่โต๊ะคุณกิ่งทอง)
เจ้าหน้าที่ที่รักนับถือ ด้วยเกรงว่าหนังสือจะหาย
คิดดูเถอะ
ทุกวันที่๑ และ ๑๕ ใจระทึก
ออกไปตัวจังหวัดได้ก็ต้องสิ้นเดือน
เพราะต้องไปประชุม รับเงินเดือน
เบี้ยกันดาร หน้าฝนต้องเดินเลาะห้วยเลาะเขา
ตัดป่ามาดักรถลากไม้เข้าเมืองกัน
(จากหมู่บ้านข้ามน้ำสิบสามห้วย)
จากปากทางเข้าเมืองก็ไม่ไกล ระยะทางแค่ ๓๖ กม.
แต่เป็นทางดินแดง สะพานยังเป้นสะพานซุง
บ่อยครั้งสะพานโดนน้ำปายเซาะขาดพัง
ต้องนั่งช้างข้ามไปต่อรถกันอีกฝั่ง


มีบางเดือนใจระทึก รอเที่ยวบินที่จะบรรทุกเมล์จากเชียงใหม่มา(เฉพาะหน้าฝน)
ปกติเมล์มาทางรถ
เครื่องลงไม่ได้ ถอนใจกันเฮ้อ
เดินจ๋อยๆกลับหมู่บ้าน
ชีวิตเฉาไปอีกเดือน จดหมาย
หนังสือ ใจจะขาดรอน-รอน....

เล่ามาทำไมนะ ทำไมไม่เขียนเรื่องสั้นน่าอ่าน ๆเนา
ขี้เกียจหลังยาว ไม่มีแรงดาลใจ ขอบคุณนะจ๊ะ
ที่ถามมา
มีแรงใจที่จะทำงานที่มุดโคลนในรู้สึกมานาน
ขอบคุณ
และขอโทษที่จำทุกอย่างชัดแจ่ม เล่มไหน ฉบับไหน
เรื่องใครลง
แต่ดันจำพี่คนนี้ของภูเพยียไม่ได้

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 27 กรกฎาคม 2550 10:21:53 น.  

 

ดึกดื่น ตื่นมา(ฟังผู้ใหญ่)รำลึกความหลัง
ได้รับรู้ความผูกพัน ตื้นตันใจจริง

นี่ยังไงคะ ที่เคยคุยกะคุณภูเชียงดาวไปครั้งหนึ่งว่า ครูดอย เป็นบุคลที่สมควรได้รับการคารวะในความเสียสละ

 

โดย: นกแสงตะวัน IP: 125.24.99.212 29 กรกฎาคม 2550 3:03:33 น.  

 

ทำไมไม่เขียนเรื่องสั้นน่าอ่าน ๆ เนาะ
ถือโอกาสแก้คำผิดคำท้าย
ก่อนที่นกแสงตะวันจะค้อนเอา
ดีแต่พิสูจน์อักษรให้คนอื่น...
จะแก้ตัวว่าแป้นพิมพ์(ถูกๆ)มันชอบค้างก็ฟังไม่ขึ้น

มีเรื่องราวมากมายรอให้เขียน
ขณะที่เราเริ่มเอื่อยช้าในน้ำเชี่ยว
และหวั่นนาวาชีวิตลำนิดเดียว นิดเดียวลงทุกทีๆ...
(เปิดเพลงมาร์ชหน่อยพลทหารไรอัน...)

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 29 กรกฎาคม 2550 15:54:09 น.  

 

สวัสดีครับ พี่ปอน

เราเจอกันครั้งสุดท้าย ธันวา 48 ที่ร้านข้าวต้ม เชียงราย วันนั้นไม่ได้คุยกันเท่าไร แค่ทักทายกัน ใจยังนึกถึงพี่ปอนเสมอ ตั้งแต่จัดงานสีน้ำให้พี่ปอนครั้งนั้น อีก 2 ปีกว่าผมก็เลิกหอศิลป์ มันเป็นความฝันมาโดยตลอด ได้มีโอกาสทำ แต่ได้ไม่เต็มที่ จะด้วยเวลาที่ต้องหารายได้อื่นมาจุนเจือ และเหตุผลอีกมากมาย วันที่ผมปิดตัวลง เหมือนยกของหนักทิ้งไป แต่ใจหายครับ เราโยนความฝันของเราไปด้วย ก็ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งอยากจะไปตามความฝันของเราอีก
พี่ปอนนานๆครั้งผมจะหยิบหนังสือของพี่มาอ่าน นานๆครั้งจะเอาเพลงของพี่มาฟัง บางทีก็ช่วยให้เราได้อยู่กับตัวเอง อยู่กับสิ่งที่เราคิด ตั้งแต่เลิกหอศิลป์ ผมไม่ได้ทำงานศิลปะจริงจัง บางทีความจริงในชีวิตมันกลืนกินเราไปค่อนตัว ก็พยายามจะรั้งเอาไว้ ก็เท่าที่จะมีแรงนะครับ

คราวหน้าจะแวะมาคุยอีกนะครับ มีโอกาสคงได้เจอกันที่เชียงรายอีกนะครับ

 

โดย: วิสูตร SPACE IP: 125.26.28.136 29 กรกฎาคม 2550 16:44:22 น.  

 

สวัสดีครับพี่ปอน

วันนี้มาไล่อ่านคอมเม้นท์ที่ยังไม่ได้อ่าน

อ่านแล้วก็พลอยอิ่มใจกับความสุขเล็กๆเกี่ยวกับความหลังของคนอื่นไปด้วย

ความประทับใจที่อยู่ในความทรงจำของแต่ละคน
แม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่คับโลกหรือดูสลักสำคัญสำหรับใครๆ
แต่ทว่าย่อมมีความหมายกับคนนั้นๆ และทำให้บุคคลนั้นมีความสุขได้เพียงระลึกถึง

ยิ่งเป็นความทรงจำร่วมกันก็ยิ่งขยายความสุขยิ่งขึ้น

อันที่จริงความสุขของมนุษย์ จะว่าไปแล้วผมว่าไม่เห็นจำเป็นจะต้องประสบความสำเร็จอะไรยิ่งใหญ่มากมายเลย

ได้เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองปรารถนา สมหวังบ้าง ผิดหวังบ้างเป็นเรื่องธรรมดา
ระหว่างการเดินทางของชีวิตที่ผ่านมา ยังมีเรื่องราวแห่งความสุขเล็กๆน้อยๆให้ระลึกถึงบ้างเมื่อวันเวลาล่วงเลยไป - - ผมว่าเพียงเท่านี้ก็นับว่าก็ทำให้ชีวิตวันนี้มีชีวาขึ้นได้

 

โดย: พ่อพเยีย 29 กรกฎาคม 2550 20:50:12 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ปอน
ขอบคุณค่ะที่กรุณาย้อนความทรงจำเก่า ๆ
ของพี่ในบางสิ่งบางอย่างที่คนอย่างภูเพยียไม่มีทางจะได้รู
ถ้าไม่ได้มาสัมผัสที่นี่ เล่าเถอะค่ะถ้าเป็นความสุข
เพราะมันเป็นความสุขของคนอ่านด้วย

ความทรงจำถึงใครบางคนที่ค้างคาในใจ ก็อดสงสัยตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงต้องเป็นพี่คนนี้นะ
อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นพี่เขาเก่งกว่าใครอื่น
และเรามีส่วนร่วมในการส่งนิทานด้วยก็เป็นได้
แล้วก็อดชื่นชมพี่เขาไม่ได้ คงไม่มีอะไร
นอกจากอยากติดตามอ่านงานเขาในปัจจุบัน
เพราะไม่คิดว่าพี่เขาจะละทิ้งการเขียนน่ะค่ะ

ส่วนเรื่องนักเขียนรุ่นใหญ่ หรือนักเขียนใหญ่ ๆ
ภูเพยียไม่อาจก้าวล่วงไปถามถึง
สนิทสนมหรือพาดพิงถึงได้
เพราะรู้จักกันเพียงโลกของตัวอักษรเท่านั้น
พี่อย่าเข้าใจผิดนะคะว่าภูเพยียว่าพี่
เพราะเวลาฟังนักเขียนในวงการพูดถึงกันอย่างสนิทสนมอบอุ่นคุ้นเคยน่ะ
สื่อสารระหว่างกันมันส่งถึงใจคนอ่านได้ค่ะ
เราก็ชอบไปฟังเขาคุยกันหน้าเว็บนี่แหละค่ะ

ส่วนตัวนั้น ยอมรับอย่างหนึ่งค่ะว่า
อิทธิพลของนักเขียนที่แม่ชอบมากอย่างคุณสุวรรณี
ยามที่แม่เอ่ยถึงอย่างชื่นชมเสมอ ๆ ลูกฟังก็ซึมซับ
อยากอ่านหนังสือของนักเขียนท่านนั้นขึ้นมาเฉย ๆ
อย่างแม่อ่านพระจันทร์สีน้ำเงิน แม่ก็บอกว่า
ชีวิตแม่คล้าย ๆ คุณสุวรรณี เพราะแม่เองก็เลี้ยงลูกโดยลำพังมาตลอด

จำได้อีกว่าหลังจากอ่านพระจันทร์สีน้ำเงินแล้ว
ยังมาอ่าน วันวาร ที่เขียนค้างไว้ยังไม่จบสมบูรณ์อีก
แล้วก็มีคุณกฤษณา อโศกสินมาสานต่อจนสมบูรณ์
แม่เสียใจมากตอนนั้น ใจก็จะตัดรอนไปเสียดื้อ ๆ
ว่าจะไม่รับหนังสือที่ไม่มีคุณสุวรรณีเป็น บก.
แต่ภูเพยียก็ยังได้อ่านอยู่ค่ะ อ่านมาควบคู่กับ สตรีสาร

แล้วต่อมาภายหลังก็มาอ่านเรื่องสั้นตามฟ้าเมืองทอง
ที่มีอาจินต์ ปัญจพรรค์เป็นบรรณาธิการ
แต่ช่วงหลัง ๆ ที่มาเรียนที่เชียงใหม่ ก็อ่านตามชอบค่ะ
และก็หัดซื้อหนังสือเอง นิตยสารเล่มแรก
ฉบับแรกของภูเพยียที่ซื้อเองคือแพรวสุดสัปดาห์
ฉบับแรกยังอยู่ค่ะ เป็นพ็อกเก็ตบุ้ค เล่มละ 10 บาท

สัมภาษณ์พี่จิก ประภาส สมัยเป็นนิสิตจุฬาฯ
และก็มีนักแปลอย่าง มนันยา
หนังสือไม่ค่อยมีโฆษณาเท่าไรนะคะสมัยนั้น
แล้วก็เป็นเรื่องของพิษณุ ศุภ. เขียน
มีลูกสาวน้องพัดชาวาดภาพประกอบ

งานของอัศศิริ ธรรมโชติ เยอะแยะค่ะ คิด ๆ ไปก็ไหลมาติด ๆ กันอีกหลายท่าน
ก็อ่านตามกระแสนะคะตอนนั้นและก็อ่านตามวัยด้วย
ส่วนหนังสืออื่น ๆ อ่านในห้องสมุด
เหมือนไปตามอ่านเพชรพระอุมาตามห้องสมุด
สมัยนั้นยังไม่มีรวมเล่มเลยค่ะ หนังสือแปลก็ตามแม่อีก
เพราะแม่ชอบอกาธา คริสตี้
ภูเพยียมาเลิกอ่านเองตอนนักสืบปัวโรต์ตาย
ความจริงแล้วอาจจะมีอะไรน่าสนใจน่าอ่านกว่านั้นในช่วงนั้นก็เป็นได้
ยามที่ชอบนักเขียนท่านไหน
ก็ตามอ่านงานเขาเหมือนคนบ้า
แต่ตอนเรียนหนังสือนอกเวลาอย่าง สิทธารถะ ของเฮอร์มัน เฮสเส
นี่เล่นเอาใจแทบขาดเพราะอาจารย์ให้อธิบายเรื่อง “ น้ำ ”

เราจะไปลึกซึ้งอะไร เพราะเรามองชีวิตไม่เป็น
มองอะไรไม่แตกฉาน เข้าใจว่าอาจารย์อ่านไปคงส่ายหัวดิก
ยากค่ะ แต่มาอ่านใหม่ตอนนี้ ก็พอจะบอกได้ว่า ชอบมาก
นคิดว่าน่าจะเป็นหนังสือ 100 เล่มแรกที่คนไทยควรอ่าน ซะงั้น
กว่านั้นก็ต้องอ่าน พันธุ์หมาบ้าของคุณชาติ กอบจิตติ
จากเรื่องนี้ ก็ต้องบอกว่า กว้านซื้องานของนักเขียนท่านนี้อีก
อดขนมซื้อ เพราะตอนเรียนเริ่มได้เงินรายเดือน
เพราะแม่ส่งทางธนาณัติมาให้
เงินทุกบาททุกสตางค์เจียดมาซื้อหนังสือเกือบครึ่ง
( ภูเพยียเป็นรุ่นที่เคยได้เงิน 1 บาทไปโรงเรียนนะคะ
และเก็บเงินสลึง ห้าสิบ หยอดกระปุก
เดินไปฝากออมสินเองทุกวันเสาร์ )

พอมาถึงตอนนี้ การซื้อหนังสือ
เสมือนปัจจัยที่ห้าก็ว่าได้ เพราะพอหาเงินเองได้
ก็อยากมีสมบัติเป็นหนังสือ
คงไม่เฉพาะหนังสือที่รับรางวัลหรอกค่ะที่ภูเพยียสะสม

ส่วนหนังสือของพี่ปอน ภูเพยียมีไม่ครบทุกเล่มหรอกค่ะ พูดตามความจริงแล้ว ก็อยากหาให้ครบ
เพราะไม่ทราบว่าจะตีพิมพ์ซ้ำอีกเมื่อไหร่
ไว้จะฝากเพื่อนหาให้ตามโอกาสจะอำนวย
ยิ่งไปกว่านนั้นไม่เคยมีเพลงของพี่ปอน
หรืองานสีน้ำของพี่ปอนเลยค่ะ เพราะคงหาไม่ได้ง่าย ๆ

แต่เท่าที่มีคือหนังสือของพี่ ยามอยากอ่านเล่มไหนก็หยิบมาอ่านได้
ก็พอใจแล้วค่ะ และชีวิตช่วงนี้จริง ๆ
คือ อ่านหนังสือของลูกกับลูก จะอ่านหนังสืออังกฤษได้
ก็อ่านได้แต่การ์ตูนคลาสสิกของเขา
และก็หนังสือที่เราเลือกว่าเหมาะกับเขา
จะได้ซื้ออีกทีก็งานบุ้คแฟร์ปลายปีที่หน้าหอสมุดมอชอ
ลูก ๆ ก็ชอบค่ะ อยู่กันได้เป็นวัน ๆ
เพราะปกติไม่ค่อยได้เลือกนัก ภูเพยียจะฝากน้องที่เข้าเมือง
ว่าดูเล่มนั้นเล่มนี้ให้หน่อย หรือไม่ก็จดชื่อหนังสือ
ผู้เขียน ฝากซื้อเลย บ้านอยู่ไกล ไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยค่ะ

ภูเพยียจะรอชมภาพบ้านของนักเขียนนักฝันท่านนี้
ที่ปลูกจุมพิตแม่น้ำนะคะ กดดันไปหรือเปล่าคะนี่
แต่วาดภาพและจินตนาการไปพร้อม

อยากเห็นหมู่บ้านหุบเขาแสงตะวันที่ไม่มีตู้ ป.ณ.จริง ๆ
กับตา
ภูเพยียมีแต่บ้านเรือนไทยของปู่ที่อยุธยา
ปลูกริมน้ำเจ้าพระยา บันไดสักสามสิบขั้นนะคะ
เพราะเราวิ่งจากเรือนมาถึงแพลำไผ่มัดกันเหมือนแพบวบ
รู้สึกว่าบันไดหลายขั้นมาก
และเราก็ต้องถูเรือนทุกเช้า ไม้กระดานแผ่นใหญ่ ๆ
มีร่องให้เห็นใต้ถุน เพราะเป็นบ้านเรือนไทยใต้ถุนสูง
ไม่มีไม้ถูพื้นด้วย ต่างก็ก้นโด่งถูพื้นเรือนยาว ๆ
ที่ปลูกขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา

แต่ปัจจุบันนี้ รื้อบ้าน ร่นเข้ามาปลูกด้านในติดกับสวนมะม่วงมากขึ้น
เพราะตลิ่งที่ถูกกัดเซาะริมน้ำ
และช่วงหลังน้ำท่วมสูงถึงใต้ถุนเรือน
ญาติ ๆ ทางนั้นมาเฝ้าบ้านให้ลูก ๆ
ที่กรุงเทพฯกันหมด เหลือแต่คนสูงอายุที่ไม่ยอมไปไหน

และหนักเข้าช่วงหน้าฝนก็นอนในเรือ ผูกเรือไว้กันเท้งเต้งเหมือนกันค่ะ
น้ำท่วมทีไม่เพียงแต่ของรักของหวงหายไปกับน้ำ
แต่เรือกสวนไร่นาก็ไปด้วย
ช่วงหลัง ๆ รุ่นเราโต ๆ กันหมด มีครอบครัวหมดแล้ว
จะมีโอกาสเจอกันก็งานรวมญาติที่นี่ราว ๆ ต้นเดือนพฤษภาคม
ก่อนโรงเรียนเปิด เลยนึกไปถึงที่พี่ปอนเล่าว่า
น้ำ ยามที่ไม่เป็นมิตรก็ยังเอาหนังสือแสนรักและผูกพันอย่างลลนาของพี่ไปด้วย

ยังไงก็อยากเก็บเป็นหนังสืออยู่นะคะ
ภูเพยียย้ายบ้านครั้งแรก ก็เห็นแม่หอบลลนาของแม่เหมือนกัน
แต่ปัจจุบันก็ไม่เห็นแล้ว
เพราะถ้าอยู่ก็คงบางเล่มบางปกเท่านั้น นานมากค่ะ
เคยหอบขวัญเรือนยามย้ายหอ ย้ายบ้านเนี่ย
ตัดใจให้ใครไม่ได้สักที จนถึงที่สุด ก็เอาไปวางที่ห้องสมุดมอชอ แต่ปัจจุบันยังไม่ให้ใครนะคะ

และเคยสะสมเทปเพลงมากมาย
แต่ไม่มีเครื่องเล่นเทปจะฟัง มันกลายเป็นซีดีไปหมดแล้ว
ก็ได้แต่มองปกเทปเพลงอย่างเศร้า ๆ
กลายเป็นของสะสมที่ต้องหาเครื่องเล่นในอดีตมาฟัง
และบางตลับเชื้อราก็มาแอบแนบชิดซะอีก
เพราะขนย้ายกันบ่อย บ้างก็อยู่ในรัง อับชื้น
กว่าจะสร้างบ้านเสร็จ จัดบ้านบ้างก็เผลอลืม
นึกได้เอามาเรียงใส่ชั้นเก็บเป็นของรักก็เห็น
ต่อให้มีเครื่องเล่น เธอก็จะตะกุกตะกักให้เสียอารมณ์ฟัง
เพราะเราไม่รักษาแต่แรกนั่นเอง

ติดลมที่ระเบียงสนทนาแล้วสิคะเนี่ย
เสียมารยาทไปหรือเปล่าคะที่สัพเพเหระเล่าเรื่องตัวเองล้วน ๆ
ภูเพยียจำต้องจบไปโดยมารยาทแค่นี้ก่อนนะคะ
อาจจะรู้สึกอบอุ่นที่เห็นพี่ปอนเป็นกันเองและกรุณาสละเวลามาตอบมาคุยด้วย
ยังไงว่าง ๆ ค่อยอ่านก็ได้ค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะพี่ปอน

นับถือค่ะ


ภูเพยีย 30 กรกฎาคม 2550 11:34:35 น.

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 30 กรกฎาคม 2550 23:29:24 น.  

 

ตอบถ้อยสามกระทู้

-ว่าด้วยเรื่องศิลปะแห่งการใช้ชีวิต
(ไปไหนมาสามวาสองศอก)

สวัสดีครับคุณวิสูตร
ผมไม่ได้ตอบคุณทันที
เพราะต้องการใช้เวลาเรียบเรียง จนแน่ใจว่าที่ไหนแน่
และคุณไปที่นั่นได้ไง อ๋อญาติแต่งงาน ใครสักคนหนึ่งนี่แหละ อยู่ที่เชียงราย
และนั่นเป็นร้านข้าวต้มร้านที่สะดวกสุด ทำปลาอร่อยและอยู่ไม่ไกลจากหอศิลปไตยวนของเพื่อนรุ่นน้องผม

ผมกลับมาจากงานเปิดแสดงภาพของใครสักคนนี่แหละ
นึกไม่ออก นึกออกแต่ว่าคุณดูเป็นอาเสี่ยขึ้น (HA)
และแววฝันในดวงตาอ่อนโรยลง เสียดายที่โอกาสไม่อำนวย
ได้คุยกันนิ่ง ๆ แต่ก็ดีใจที่ได้เจอและคุณเข้ามาทักทาย
แนะนำตัวก่อน (ไม่งั้นผมก็คงต้องนั่งกุมขมับอีกหลายวัน)

ร้านถ่ายภาพ ทำกรอบรูปยังดำเนินอยู่หรือเปล่า
วันนั้นไม่เห็นคุณสะพายกล้องถ่ายภาพ ไม่เป็นไรหรอก
ไม่ได้ทำงานศิลปะ เป็นศิลปิน ก็ไม่เห็นจะต้องถอนใจ
ผมว่าโดยแท้จริงแล้วไม่ว่าจะมีอาชีพอะไร ถ้ามันทำให้เราเป็นสุข ก็ควรพึงใจ เรื่องอื่นๆไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ผมพูดจากใจนะ

ชีวิตนี่มันโคตรๆศิลปินเลย การจะดำเนินชีวิตไปให้มีความสุขสงบและงดงาม ต้องใช้ฝีมือทางศิลปะเป็นที่ยิ่ง ศิลปะแห่งชีวิตนี้มันไม่มีแบบ มีสูตรสำเร็จรูป สไตล์ใครก็สไตล์มัน "เราไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความฝันของคนอื่น" ผมเคยเขียนบทกวีทำนองนี้ไว้ (จำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน)

โดมว่าไง...
คนเรานี่ไม่เหมือนกันจริง ๆนะ เขาเป็นอย่างที่เขาเป็นแหละ ไม่ว่าเขาจะฝืนแค่ไหน พยายามแค่ไหน ถ้าเขาไม่เป็นมันก็ไม่อาจเป็น (โกว้เล้งว่า-มิอาจมิเป็นได้)
ตอนหลังนี้ผมไม่ปลุกเร้า เคี่ยวเข็นใครอีกเลย(เพื่อนรักๆบางคน โดมรู้ดีคนนี้)- ผมปล่อยเลย เรื่องเสือกไปคิดแทนคนอื่นนี่) มันไปกดดันเขามากกว่า เราเองก็ใช่ว่าจะวิเศษวิเสโสมาจากไหน ต้องประคับประคองใจ ไตร่ตรองครองสติอยู่ตลอด
(เข้าทำนองเตี้ยอุ้มค่อมนั่นแหละ)
ความจริงมันไม่ได้ดูดกลืนความฝันเราหรอก ว่างั้นไหม...
มันยิ่งเสริมส่งผลักดันความฝันเราให้สว่างไสวขึ้น
เพราะไม่มีจริงก็คงไม่มีฝัน
พูดภาษาคนรู้ศิลปะงู ๆ ปลา ๆอย่างผม
ผมว่า ความจริงคือทฤษฎีพื้นฐาน หรือวิชาบังคับเลย
ทฤษฏีสี องค์ประกอบศิลป์ ดรออิ้ง
ใครไม่แม่นเส้นนี่อย่าหวังว่าจะแม่นสี แม่นแสง
เส้นคือไวยากรณ์ของศิลปะ
เหมือนโน๊ตคือไวยากรณ์ของดนตรี
และภาษาคือไวยากรณ์ของวรรณกรรม
ชอบไม่ชอบต้องรู้ต้องเรียน มั่วไม่ได้ ก้าวกระโดดไม่ได้
คลังคำน้อย สั่งสมน้อย อ่านน้อย เดินทางไปได้ไม่ไกลหรอก
บางทีไปตั้งครึ่งทาง เพิ่งรู้ตัวว่า เฮ้ยไม่ได้ ไม่ใช่...ไม่จริง
ไม่ใช่ตัวจริงเสียงจริง ก็สายไปแล้ว ระบบเตะโด่งไปนั่งแป้นแล้น
-เก่งอีโก้โชว์อยู่หน้าเวทีชีวิตแล้ว
กลับไม่ได้ไปไม่ถึง จะด้นก็ด้นไม่ได้ จะไปก็ไปไม่รอด
เพราะนั่นเป็นทางของความฝันและจินตนาการ ซึ่งคนที่จะไปถึงระดับนั้นขั้นนั้น ก็ต้องผ่านด่านอรหันต์แห่งความจริงแน่นปึ๊กก่อน

ความจริงความฝันต้องเดินไปด้วยกัน ในจังหวะก้าวที่พอเหมาะพอดีนะ -ว่าไหม มันยากตรงนี้แหละ"รวมความฝันกับความจริงเป็นสิ่งเดียว" แบบที่โอมาร์ คัยยัมว่าไว้ในรุไบยาต
แต่คนเก่งจริง ก็มักจะอ่อนฝัน
เป็นได้แค่ช่างผู้ชำนาญการในวิชาชิพนั้น ๆ มากกว่าจะเป็นผู้สร้างสรรค์หรือศิลปิน

ภูพเยียนั่งยิ้มๆ....โอมาร์ คัยยัม(สำนวนแคน สังคีต)
เมาเหล้า เมาหญิง เมาหยิ่ง เมายอ
เมาครู่รู้พอ ไม่เหมือนเมาสวรรค์
ชีวิตนึ้สั้นนักควรรักกัน
รวมความฝันกับความจริงเป็นสิ่งเดียว
นั่นแหละ ใครเป็นอะไรก็เป็นไป ไม่มีอะไรดีกว่าอะไรจริงไหมครับ
ไอสไตน์คงแต่งซิมโฟนีหมายเลข๒ ไม่ได้หรอก
หรือได้ก็คงไม่มีวันสะเทือนใจ ไพเราะเท่ารัคชิมานอฟ เพราะความอ่อนหวานความไพเราะมีสูตรตายตัวที่ไหน

ไอสไตน์ก็มีคนเดียว รัคชิมานอฟก็มีคนเดียว แวนโก๊ะ
มาเน่ท์ คาฟก้า กอร์กี้ เนรูด้า ฯลฯ ก็เช่นกัน
ไม่มีใครเป็นใคร ไม่มีใครเก่งกว่าใคร ไม่มีใครดีกว่าใคร
ไอสไตน์จะมาชงโอเลี้ยงสู้ตาแปะที่ตลาดเก่าสุพรรณบ้านคุณวิสูตรได้เหรอ ไม่มีทาง
อาจารย์ภาษาไทยเก่งกาจ ต่อให้สอนคณะอักษรศาสตร์ ก็ใช่ว่าจะเป็นนักเขียนได้ทุกคน

เป็นในสิ่งที่ตนเป็นนั่นแหละ เป็นให้ดีที่สุด ประการสำคัญ
มีสันติสุขในดินแดนของหัวใจ รวยไม่รวย สร้างสรรค์ไม่สร้างสรรค์ไม่รู้หละ มันพอเหมาะพอดีกับคุณ ชีวิตคุณมีความสุข ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน- สังคมเดือดร้อน
คุณก็ไม่ต้องไปก้อดอะแดมอะดวย-อะไร...จริงไหม(ขอโทษที่หยาบคาย)

ผมก็ทำปากดีไปงั้นแหละ ชีวิตตัวเองก็ยังหกล้มหกลุกอยู่ ทางที่ดี (คุณวิสูตร)อ่านความคิดเห็นที่อยู่ถัดคุณมานั่นแหละ
คนนี้ของจริง ของแท้-ขุนไมตรีศรีสำราญแห่งบ้านพ่อเพยีย- ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองเชื่อ ไม่ใช่คนแบบว่า มือถือดาบ ปากคาบคัมภีร์ พูดได้เต็มปากอย่างนี้ ก็เพราะเห็นกันมาแต่ตั้งไข่ ก็ว่าได้ (แล้วจะส่งบิลล์มาเก็บค่าโฆษณาหลวงพ่อทีหลัง...)

ผมไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมโดมเขียนหนังสือ คาบโลกย์คาบธรรม กระทั่งเล่มล่าสุดนี้"ห่างไกลไม่ห่างกัน" ที่กำลังจะพิมพ์ซ้ำครั้งที่ ๒(และต้องพิมพ์เพิ่มอีกหลายครั้ง เชื่อสิ)

เพราะโดมเขาใช้ชีวิตตามที่เขาเชื่อไง
และยืนยันที่จะเป็นในสิ่งที่เขาเป็น
แม้แรกๆจะมะงุมมะงาหรา (เซไปเซมา)ไม่รู้ ก็ค้นหาจนรู้
รู้ว่าอะไรดีไม่ดี อะไรเหมาะและควร พอดีกับชีวิตของตัวเอง
เห็น ๆ เลยว่า ชีวิตเขาดีขึ้น มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด
เพราะอะไรเหรอครับ เพราะเขาเป็นนักใช้ชีวิต คนที่ใช้ชีวิตนั้นแหละ จะรู้จักชีวิตและคุณค่าของชีวิต ซึ่งแน่นอน ไม่มีมหาวิทยาลัยที่ไหนเปิดสอนภาควิชานี้ ลองมาพูดกันตรง ๆ ว่า ถ้าโดม วุฒิชัยไม่ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมามาก่อนจะรู้โทษของมันได้ยังไง

ชีวิตนั่นแหละคือครูสอนชีวิต ไม่ใช่หนังสือปรัชญา มหาปราชญ์ มหาวรรณกรรม สำนักไหนสอนหรอก โถ ก็ขนาดพ่อแม่ พระประจำบ้านเราแท้ ๆ สอนสั่ง เรายังไม่ค่อยจะฟังกันเลย ประสาอะไรกับคนอื่น(สำนวนของแม่ผมว่า พระบ้านตั๋ว บ่ ไหว้ ไปไหว้พระบ้านอื่น..)

คัมภีร์ทั้งหลายเป็นแค่แผ่นที่บอกทางขุมทรัพย์ หาใช่ตัวขุมทรัพย์ไม่
มีแผนที่นำทางมันก็ดี แต่แผ่นที่ก็ใช่จะถูกต้องทั้งหมด ว่าไหม
ปฏิพาน ไหวพริบ ความอดทน เพียรพยามยาม กำลังใจที่เข้มแข็ง ตลอดจนความหาญกล้าท้าทาย...ศรัทธาเชื่อมั่น-มันมีอีกหลายองค์ประกอบ ที่จะนำพาชีวิตไปพบขุมทรัพย์แห่งความสุข

พูดภาษาของโดมเองก็คงว่า ธรรมะไม่ใช่คำพูด แต่ต้องปฏิบัติ รู้ก็แค่รู้ แต่ถ้าไม่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบด้วย ก็ไม่ต่างอะไรกับกระโหลกกะลา นกแก้วนกขุนทอง ร้องอวดรู้เจื้อยแจ้วไปให้น่ารำคาญ

ผมก็ประมาณนี้แหละครับ แค่รู้นี่ ก็งูๆปลา ๆ หาได้รู้จริงถึงแก่น แต่ก็ไม่แค่นตัวเอง กดดันตัวเอง ค่อยขัดค่อยเกลากันไป ถ้าตัวเองไม่เป็น
ไม่ใช่ ก็ไม่รู้จะดัดจริตไปทำไมให้ใช่ให้เป็น
ก็เป็นแบบนี้แหละ เป็นแบบที่เราเป็น เป็นตัวของเราเอง เป็นให้เต็มที่ เป็นให้ดีที่สุด....

เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนกองมหึมานี่ ภูพะเยียไม่เบื่อนะครับ วิสูตรอาจจะมึนๆแปลก ๆ แต่โดม เขาชินแล้วหละ
แบบว่าพูดเรื่องง่ายๆให้ยาก พูดเรื่องยากให้ไม่รู้เรื่อง ยอกย้อนวกวนนี่ ต้องยกให้คนนี้แหละครับ

ราตรีสวัสดิ์ทุกท่าน (บ้านจุมพิตทราย ขอติดไว้ก่อนนะภูพะเยีย)

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 31 กรกฎาคม 2550 3:56:57 น.  

 

ขอโทษที ภูเพยีย
ผมเขียนชื่อถูกแล้วกลับไปแก้
สับสนระหว่าง พ่อพะเยีย ตกลงสองคนนี้เขียนชื่อเหมือนกันแล้วเหรอ เอ มึน ภูเพยีย พ่อเพยีย

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 31 กรกฎาคม 2550 4:07:35 น.  

 

เข้ามาอ่านค่ะ

เพิ่งกลับมาจากมอนเทอเรย์ ค่ะ ยังไม่ได้เอารูปขึ้นอัพบล็อก เดี๋ยวเขียนเล่าเสร็จแล้ว จะมาบอกพี่ปอนให้ไปอ่านนะคะ

โดยรวมเป็นการไปเที่ยวที่ประทับใจค่ะ โดยเฉพาะได้ไปเยือน สไตน์เบ็ค มิวเซียม เขาจัดการแสดงผลงาน และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการเขียนนิยายแต่ละเรื่องของเขาไว้อย่างดีมากเลยค่ะ ถ่ายรูปมาบ้าง แต่ข้างในค่อนข้างมืด เลยไม่แน่ใจว่ารูปจะออกมาดีมั้ย

ไปเดิน Cannery Row ซึ่งปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นร้านรวงต่างๆ เสียมาก แต่ก็ได้ดูรูปถ่ายสมับเก่าเทียบกัน ก็ยังคงมีอาคารโรงงานปลากระป๋องเหมือนสมัยก่อน เพียงแต่เลิกกิจการไปแล้ว และโรงงานใหญ่โรงงานหนึ่งก็ถูกดัดแปลงเป็น Aquarium ซึ่งจัดได้ดีมากๆ ค่ะ

ดีใจที่ได้มีโอกาสไป และทำให้อยากหยิบเอางานของสไตน์เบ็คมาอ่านอีกค่ะ

อ้อ เพิ่งรู้ว่า เรื่องม้าน้อยสีแดง หรือ The Red Pony สไตน์เบ็ค เขียนขึ้นโดยอิงจากชีวิตจริงของตัวเองในวัยเด็ก และได้เห็นรูปของสไตน์เบ็คขี่ม้าน้อยกับน้องสาวด้วยค่ะ

 

โดย: ปอมปอมเกิร์ล IP: 67.187.252.144 31 กรกฎาคม 2550 4:09:01 น.  

 

ว้าว,ปอมปอม
จะรอ จะรอ รอตามไปดู.....
เยี่ยมเลย
อยากเห็นเด็กชายสไตน์เบ็คขี่ม้า
จะเปิด บทรักบทที่สอง ว่าด้วยเรื่องที่เราเขียนตอนอยู่ร้าน ตอร์ตีญ่าแฝลต จะได้สอดรับกัน ดีไหม
ไม่กดดันตัวเองแล้ว
ตามสบาย ๆ
ให้ว่าง ๆ สบายอารมณ์และหายเหนื่อยแล้วก็ได้
สำคัญสุด อยากเขียน
อย่างไรก็ต้องขอบคุณที่ไปเที่ยวเผื่อ
หลายเรื่องเราชมทางจออากาศได้ แต่ก็ไม่มีชีวิตเท่าได้
ยินได้ฟังได้เห็นเอง ว่าไหม
ขอให้สุขภาพแข็งแรงจ้ะ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 1 สิงหาคม 2550 11:47:02 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ปอน ปอน

อัพเดทบล็อก เล่าเรื่องไปเที่ยว Cannery Row แล้วนะคะ แต่อาจจะไม่ละเอียดเท่าไร ลืมไปที่สำคัญอีกที่ในเรื่อง Cannery Row ด้วยคือที่ทำงานของ Doc (กำลังหิวๆกันเลยลืมหมดเลย แหะๆ)

ส่วนเรื่อง National Steinbeck Center จะมาเล่าต่อตอนหน้านะคะ

เอารูปด.ช.สไตน์เบ็ค มาฝากก่อนละกันค่ะ (หวังว่ารูปคงไม่ทำให้บล็อกพี่โหลดช้านะคะ)

 

โดย: ปอมปอมเกิร์ล 2 สิงหาคม 2550 13:36:35 น.  

 

ตามมาจากลิงค์ของโดม วุฒิชัย ครับ
สวัสดีครับพี่

มีโอกาสจะเข้ามาอ่าน-เยี่ยมเยือนบ่อยๆครับ

ขอพี่แข็งแรงและมีความสุขนะครับ

 

โดย: โกศล อนุสิม IP: 125.24.19.143 2 สิงหาคม 2550 13:47:01 น.  

 



ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยค่ะ

เรื่องบ้าน อ.แต๋ว กำลังสอบถามน้องคนหนึ่งที่ทำงานอยู่กับลูกสาว อ.แต๋ว
ยังไม่ได้เรื่องเลยค่ะ เพราะติดต่อไม่ได้ เล่นปิดโทรศัพท์ซะนี่
เฮ้อ..เซ็ง

เสาร์หน้าเพื่อนชวนทานอาหารทะเลที่ปากน้ำสมุทรปราการอีก
ไม่แน่ใจว่าได้แวะ เมืองโบราณอีกไหม
ครั้งที่แล้วยังดูไม่เต็มอิ่มเลย

ถ้าได้ไปแวะ..จะพาไปเที่ยว(ด้วยภาพ)อีกค่ะ



ปล.ฝากไปอ่านบล็อก พลทหารไรอันด้วยค่ะ

 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 3 สิงหาคม 2550 23:37:37 น.  

 

ดีใจที่ได้พบบล็อกคุณปอนค่ะ บังเอิญหาชื่อคุณในgoogleแล้วตามมา เคยอ่านหนังสือที่คุณเขียนประทับใจกับภาษาที่คุณใช้ ยังเคยตามไปขอลายเซ็นคุณในงานหนังสือที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์เมื่อประมาณปี 2544
ทุกวันนี้ยังหยิบหนังสือที่คุณเขียนมาอ่านอยู่บ่อยๆอ่านทีไรคิดถึงบ้านทุกทีโดยเฉพาะเรื่องบ้านไร่ปลายแคว บ้านดิฉันอยู่ใกล้ตำบลเกยไชยค่ะ
ขอให้ดอกไม้บานในฤดูกาลชีวิตคุณค่ะ

 

โดย: ต้นชบา IP: 124.121.226.231 3 สิงหาคม 2550 23:54:49 น.  

 

ไม่เลยปอมปอม
ขอบคุณมาก
บทจะเร่งให้เขียนนะ
พอปอมปอมไปมา
กลับง่วนอยู่กับงานนี่แหละ
จะสว่างแล้ว ไม่นอนเลยดีไหม
รอแสงหนะ จะถ่ายภาพเขียน ส่งต้นฉบับกุลสตรี
จวนตัวเหลือเกิน


ขอบคุณและสวัสดีโกศล อนุสิม
นานเหลือเกินนะที่ไม่ได้พบกัน
อ่านแต่บทกวีของคุณในหนังสืออะไรสักเล่มจำชื่อไม่ได้
ดีใจที่มาเยี่ยม
ต่างจากเพื่อนมิตรบางคน
เจอะเจอ รับรู้
แต่กรูไม่ยอมลดเกียรติมาเยี่ยม.....หรอก

ไม่เป็นไร ๆ ป้าแอ๊ด
มันช้ามาร่วมยี่สิบแล้ว
จะช้าไปอีกหน่อยก็คงไม่เป็นไร
ขอบคุณมาก ผมเห็นป้าแอ๊ดไปบ้านโน้นบ้านนี้
เพราะอยากช่วยผม แค่นี้ก็ซาบซึ้งใจแล้วครับ
อย่างไรขาล่องเข้ากทม. ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะแวะพิษณุโลกเพื่อการนี้ลุล่วง

สวัสดีครับต้นชบา
ยินดีต้อนรับสู่บ้านทุ่งดาว แทนบ้านไร่ปลายแคว ซึ่ง
ปลวกรับประทานไปเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณครับที่ชื่นชมงานของผม
หนึ่งคำชมมีค่าเท่ากับสองล้านกำลังใจ
บ้านคุณอยู่ตำบลเกยไชย ผมก็ร้องอ๋อเลย
ต้องฝั่งที่มีถนนเลีบยน้ำและมีต้นชบาและชะอมเยอะ ๆน่ ๆ
ขอให้ดอกไม้บานในฤดูกาลชีวิตของต้นชบาเช่นเดียวกัน

คุณใช้ภาษาดีมาก
ประโยคสุดท้ายนี้
ผมขอไปตั้งเป็นชื่อเรื่องผมได้ไหมครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 4 สิงหาคม 2550 4:53:52 น.  

 

พี่ปอนยังจำได้ คงแก่น้อยลงกว่าคนอื่น
ร้านข้าวต้มนั้น อยู่ปากซอยบ้านแม่ยายผม ไปทีไรก็ได้ฝากท้อง วันนั้นถึงแม้ไม่ได้คุย แต่ก็ดีใจที่ได้เจอ ชีวิตส่วนใหญ่ผมอยู่กับบ้าน นานๆจะออกมาเจอเพื่อนสักที ถ่ายรูป และกรอบรูปยังทำอยู่ครับ ที่เลิกไปก็หอศิลป์ กับร้านหนังสือ

เดี๋ยวนี้ผมคิดถึงใคร ก็ค้นหาเอาในอินเตอร์เน็ต ดูว่าจะเจอเขาที่ไหนบ้าง เขาทำอะไรอยู่ อย่างพี่ปอนผมก็มาเจออีกทีในนี้เหมือนกัน ก็หายคิดถึงได้

แล้วจะแวะมาเยี่ยมอีกนะครับ

 

โดย: วิสูตร IP: 125.26.29.101 4 สิงหาคม 2550 15:50:43 น.  

 

ครับวิสูตร
อินเตอร์เน็ทนี้ดีและไม่ดี
ดีก็อย่างวิสูตรว่า ไม่ดีคือมันเร็วเกิน
ไม่ทันได้ปรับความรู้สึก และทำลายเสน่ห์แห่งการรอ
การเขียนจดหมาย ง่ายจนพลั้งปากพลั้งมือออกบ่อย
ว่างก็แวะมานะ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 4 สิงหาคม 2550 19:27:00 น.  

 

"ขอให้ดอกไม้บานในฤดูกาลชีวิตของเธอ" เป็นประโยคที่คุณปอนใช้ใน หนังสือห้องสีขาวใต้หลังคาไงค่ะ ประทับใจกับประโยคนี้มากค่ะจนดิฉันนำไปใช้เขียนคำลงท้ายจดหมายอยู่บ่อยๆค่ะ

 

โดย: ต้นชบา IP: 124.120.177.29 4 สิงหาคม 2550 22:56:27 น.  

 

โอ ขอบคุณครับ
ถ้อยคำหนึ่ง หากเป็นประโยชน์กับใครสักคนหนึ่ง
ก็นับว่ามันได้ทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว
ต้นชบาเก็บดอกไม้ที่บานแล้วประดับสวนชีวิตต่อไปนะครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 5 สิงหาคม 2550 14:33:26 น.  

 

คนแก่ เพิ่งเจียดเวลามาเข้าห้องลับที่เปิดเผยของตนเอง พบว่านักเขียนใหญ่เข้ามาเยี่ยมเยียน เป็นเกียรติและดีใจยิ่งนัก

อีก 2เดือนจะเกษียณอายุราชการ คงมีเวลาไปรื้อค้นงานเขียน ที่เคยอ่านในอดีต และงานเขียนที่พบเจอแล้วซื้อเก็บไว้ก่อนเมื่อวันมีเวลา จะอ่าน...และจะเขียน...

ระยะหลังนี้ มักแอบๆไปตามตู้หนังสือของลูก แล้วฉวยโอกาส อ่านแบบเอาคืน เพราะ เมื่อยุคก่อนซื้อให้เขาอ่าน ยุคนี้เลยเอาคืนค่ะ

หน้าต่างดอกไม้ ดอกที่ 150 แล้วค่ะ เปลี่ยนทิศของหน้าต่างบ้างก็ดีนะคะ

 

โดย: วันจัน 5 สิงหาคม 2550 16:16:16 น.  

 

สวัสดีครับวันจัน
วันนี้ขึ้นเหนือครับ กะว่าจะไปทางพิษณุโลก
แต่เมื่อคืนไม่ได้นอน เปลี่ยนเป้าหมาย ไปเชียงใหม่ก่อน เชียงรายไกลไป เลยไม่ได้แวะ ขามา- ขากลับ (ไม่รู้ฃีวิตตั้งมั่นอยู่ตรงไหนแน่ เรียกไม่ถูกเอาเสียเลย)

คงไม่เหงาหรอกครับ มีร้านกาแฟ มีเค้กให้ทำ มีกับข้าวอร่อย ๆลองฝีมือ พอแขกติดแล้ว หยุดยากครับ
กลัวจะไม่มีเวลาได้อ่านหนังสือที่ตั้งใจเสียด้วยซ้ำ
ก็ขอให้มีความสุขกับชีวิตครับ
ผมกะว่าเปลี่ยนทีเดียวหมด รอให้ว่างสักนิด
จะสังคายนาหน่อย
แต่เยอะ ๆ ก็อบอุ่นดีนะครับ เข้าไม่ยากหรอกครับสี่เหลี่ยมใต้ศรสามเหลี่ยม ขวาบนสุดนั่นไงครับ ชี้ตรงนั้นกดลากมาคอมเม้นท์สุดท้ายเลย ไม่ต้องหมุนมาทีละคอมเม้นท์หรอก ลายตา
เทคนิดง่าย ๆ นี้ ผมก็เพิ่งรู้ครับ น้อง ๆ เขาสอน อย่างว่าแหละ คุณ(สาย)ตา คนมองการณ์ไกล ก็งี้แหละครับ

อย่างไรก็ขอบคุณที่เตือน

 

โดย: ปอน ปอน (สัญจร ดาวส่องทาง ) 6 สิงหาคม 2550 18:46:38 น.  

 



หึ หึ

พี่ปอนสอนเรียนลัดการใช้คอมพ์ ฯ

บล็อกพี่ปอนสวยดี ทำเองหรือเปล่าคะ หรือว่ามีคนช่วยทำ
ป้าแอ๊ดว่าจะทำบล็อกตัวเองให้สวยๆ ก็ไม่มีเวลา

งานเยอะมากไปหน่อยช่วงนี้
โปรเจคต่างๆ กว้างไกล หลายอย่าง จนจัดระเบียบแทบไม่ได้แล้ว

ต้องขอตัวไปตั้งสติใหม่ซะละมั๊งเรา....



 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 7 สิงหาคม 2550 13:16:03 น.  

 

ป้าแอ๊ดครับ
ขอบคุณที่ชม
ผมได้น้องนุ่งใจดีน่ารักช่วยวางโครงสร้างให้ตอนแรก
กว่าผมจะฮึดขึ้นมาสู้ ก็โดนน็อคสลบไปหลายรอบ
ตอนนี้พอจะจับเม้าท์คล่องขึ้น แต่เข้าเครื่องคนอื่นอย่างตอนนี้ ก็เงอะงะเอาการอยู่
เชียงใหม่ฝนตก อีกอย่างก็อยากพักให้พอ
พรุ่งนี้ขึ้นเวทีต้องใช้พลังเยอะ
ป้าแอ๊ดมีลูกชายคนเก่งอยู่แล้ว
ให้เวลาสักวันก็เรียบร้อยสวยหล่อแน่ผมว่า...

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 7 สิงหาคม 2550 21:07:00 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ปอน
การเดินทางคงเรียบร้อยดีนะคะ เหนื่อยแทนค่ะ

มีใครเป็นเพื่อนเดินทางหรือเปล่าหนอ รอให้ดาวส่องทางในคืนฝนพรำ..ท่าจะลำบากนะคะ
ยังไง ก็...
วางกายไว้ที่ตัก วางความรักไว้ที่ใจ..ใครสักคน นะคะ

 

โดย: นกแสงตะวัน 7 สิงหาคม 2550 21:36:10 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ปอน และทุกๆ ท่าน

อ่านเพลินจังเลยค่ะ เหมือนได้ไปเที่ยวพิษณุโลก (แหม...ไม่เห็นไปอุตรดิตถ์กันบ้างเลยนะ...บ้านฮอลล์ค่ะ)

เหมือนตามรอยจากหนังสือที่อ่าน เรื่องสวนสัตว์ ก็อ่านค่ะ ที่เอ่ยชื่อหนังสือกันมา ฮอลล็ก็อ่านหมดเลยนะ ถึงว่าซิ พวกเราถึงได้คุยกันได้ยืดยาว อ่านหนังสือเล่มเดียวกันนี่เอง...

พูดถึง ลลนา แล้ว ขอบอกอย่างปลื้มใจ ว่า ก่อนที่ฮอลล์จะมาทำงานเป็นนักข่าว / งานเขียน งานอะไรต่อมิอะไรในทุกวันนี้

ผลงานชิ้นแรกในชีวิตที่ได้ลงหนังสือ คือได้ลง ลลนา ค่ะ
ไม่ใช่งานเขียนนะ แต่เป็นภาพวาดค่ะ ในคอลัมน์ 'คุณหนูเขียนรูป' (ฮ่า!!!) ตอนอายุ 7 ขวบ...

ยังจำภาพปก ลลนา เล่มนั้นได้เลยค่ะ แต่เสียดาย ตอนนี้หายไปแล้ว จำได้ว่าเคยไปนั่งร้าน สนุกนึก ที่ ซ.ทองหล่อ ของน้านิวัติ กองเพียร กะพี่บี๋ เทวีรัตน์ ลีลานุช เขามีภาพถ่ายปกเล่มนั้น ใส่อยู่ในโต๊ะ (ที่ทำเป็นกล่องวางกระจกทับ)

ยังบอกพี่ๆ น้าๆ เลยว่า เล่มนี้แหละ เล่มนี้ หนูมีงานลงด้วยนะ...ฮ่า!...ตอน 7 ขวบ

ใครมีกองทัพ ลลนา ขอไปเที่ยวบ้านหน่อยซิคะ จะไปควานหาถ่ายสแกนเก็บไว้...

และที่แปลกมากๆ ช่วงหนึ่งที่ทำงานเอเยนซี่โฆษณา เจ้านายฮอลล์ ชื่อ พี่ปู่ เกษมศักดิ์ ตรานุชรัตน์ เขาเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิ อ.สุวรรณี (เขาจบจิตรกรรมฯ ศิลปากร เสียชีวิตไปเมื่อต้นปี)

คุยกันในวงเหล้า ไปๆ มาๆ พี่ปู่ นี่เอง คือ 'ปู่' นามปากกาที่คุมคอลัมน์ คุณหนูเขียนรูป และเขียนภาพประกอบต่างๆ ในลลนา...

โห...โลกกลมมาก

เด็กหญิงจากอุตรดิตถ์...ร่อนเร่มาทำงานใน กทม. จนได้เจอ คนที่เลือกผลงานของเธอลงตีพิมพ์ ครั้งแรกในชีวิต...และเลือกให้ทำงานด้วยอีกครั้ง

น่าเสียดาย พี่ปู่ชวนฮอลล์วาดภาพอีก และจะให้ร่วมแสดงงานในฐานะ EX- คนโฆษณา แต่ฮอลล์ก็เอาแต่ไปหลงรักคนวาดภาพ (คนแล้วคนเล่า) ไม่ได้วาดเป็นชิ้นเป็นอันซักที จนพี่ปู่ตายไป...

เฮ้อ...บ่นค่ะ...บ่น...

ว่าแต่ว่า พี่ปอนน่ะ มัวแต่ สัญจร ดาวส่องทาง
ไปทั่วประเทศ เมื่อไรจะได้มาเป็นแขกรับเชิญ รายการของหนูซะทีคะ...

จะรอเธอ...ตราบชั่วยังมีรายการอยู่นะคะ...

 

โดย: ฮอลล์ IP: 58.8.143.127 8 สิงหาคม 2550 15:21:33 น.  

 

ขอคุยด้วยคนนะคะเห็นพี่สาคนสวยของอิ๋มชอบคุยเลยตามมาอ่านบ้างอ่านแล้วเพลินดีคะ ถ้าพี่ปอนไปออกรายการพี่ฮอลล์เมื่อไหร่บอกด้วยนะคะจะตามไปให้กำลังใจให้ในฐานะรุ่นพี่ที่เคยออกรายการนี้แล้วคะ

 

โดย: ผู้หญิงไม้เลื้อย IP: 202.47.237.156 8 สิงหาคม 2550 16:31:26 น.  

 

กลับมาดู แต่พี่ปอนคงสัญจรอยู่ เลยยังไม่มีผลกระทบ แต่อุ๊ยตาย...ว้ายกรี๊ด...ยายอิ๋ม...ผู้หญิงสายพันธุ์ไม้เลื้อย โผล่มาได้งัยเนี่ย...

 

โดย: ฮอลล์ IP: 58.8.141.200 9 สิงหาคม 2550 18:57:55 น.  

 

 

โดย: เบ (lukkongpoka ) 11 สิงหาคม 2550 13:38:55 น.  

 

สวัดีค่ะ
หนูจะมาส่งข่าว
ตอนนี้หนูลงมือทำบล็อกแล้วนะค่ะ
ทั้งตื่นเต้นและดีใจค่ะ
และก็เชิญเข้าไปดูเลยก็แล้วกัน
ที่http://lifeandlearn.bloggang.com
แต่ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรค่ะ

ด้วยความเครพ

 

โดย: เบญจวรรณ (lukkongpoka ) 11 สิงหาคม 2550 13:47:16 น.  

 

เขียนดีจัง เหมือนภาษิตติดท้ายรถบรรทุกเลย...
วางกายไว้ที่ตัก วางความรักไว้ที่ใจ ของใครสักคน
ฮู..... นกแสงตะวัน มันไม่ง่ายขนาดนั้น....
ไม่ใช่ ใครสักคน
ต้อง ใครคนหนึ่งนั้น-เท่านั้น

โถ เพิ่งรู้นะนี่ ว่าหนูฮอลล์เป็นคนอุตรดิตถ์
บัญชา อ่อนดี ก็เป็นคนอุตรดิตถ์
ส่วนฉัน(สรรพนามที่คุณสุวรรณีติดปาก)พ่อไปตายที่อุตรดิตถ์ ฝังกระดูกไว้ที่นั่น ลับแล เหตุนี้แน่แท้ ที่ทำให้ฉันผูกพัน -ฝังใจจำเมืองนี้ไม่มีเลือน เป็นอีกเมือง แม้ไม่มีธุระอะไร ก็จะต้องหาเรื่องแวะไปเสมอๆ
เช่นเดียวกับเมืองสองแคว-อกแตก
ฉันเคยไปตามหากระดูกพ่อตอนวัยหนุ่มที่เลือดลมยังรุ่มร้อน ปรากฏว่าได้แต่ตำนานรอยเท้าพ่อ แผ่ขยายมาถึงเวียงแพร่ (เขาล้างฮวงซุ้ยไปแล้ว)

เรื่องมันยาว...ลองอ่านวัยฝันวันเยาว์ ตอนความฝัน ก็คงพอได้รับรู้รายละเอียด

พูดถึงลลนา คลับคลาว่าฉันต้องได้อ่านเรื่องของเธอเป็นแน่
เกษมศักด์ นี่จำได้ชัดเลย ฉันชอบงานของเขานะ เคยสนทนาพาทีกันอยู่ ครั้งที่เธอมาเขียนให้หนังสือ21ของ
ศิเรมอร ฉันจะยกชื่อนักเขียนภาพประกอบให้สำนักพิมพ์สู่ฝัน ฉันก็นึกไม่ออก ผู้หญิงหนะ ดูสิ ทำการ์ดงานฝีมือเขาขายออกเต็มบ้านเต็มเมือง (ติดไว้)
นั่นแหละ ๆ เลือกเขา เพราะเขาสไตล์เดียวกับเกษมศักดิ์ เสียดายจัง คนเก่ง ๆ จากไปเร็วนะ ไม่รู้พระเจ้าขี้อิจฉารึไง
เสียใจ เพิ่งรู้ข่าวจากหนูเดี๋ยวนี้แหละ แย่จังเรา....
โอ๊ย เล่าไปไม่ไหวแล้ว ฟ้าหม่นมัวสลัวเต็มที
โลกมันกลมยิ่งกว่าส้มผลหนึ่ง แต่เราก็ยังพลัดพรากจากกันไกล ไม่สิ้นสุด มาสะดุด หัวใจคะมำคว่ำคะมำหงาย ก็เมื่อได้ข่าวว่า เขาจากไปเสียแล้ว.....

แล้วคงมีเวลาได้คุยกันบนโน่นแหละ
ถ้าไม่ใช่วันนี้ นาทีนี้
เมื่อเอย ก็เมื่อนั้น
ชีวิตมันมีทางของมัน
ทางแห่งฝันที่ต้องใฝ่
ทางแห่งใจที่ต้องฝัน

ชีวิตแสนสั้น
คิดถึงกัน รักกัน ตอนที่ยังมีลมหายใจนี่ ดีกว่านะ...

สวัสดี หญิงไม้เลื้อย
ผู้ชายไม้หลัก(ปักขี้เลน) ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ

แล้วก็ลาเลย บาย...

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 11 สิงหาคม 2550 14:01:54 น.  

 

เขียนดีจัง เหมือนภาษิตติดท้ายรถบรรทุกเลย...

น่าจะเป็นคำชมนะคะ (ฮา)

อ่านตัวหนังสือพี่ปอนในบล็อกที่ตอบเพื่อนมิตรแล้วได้ยิ้มค่ะ คนอาไร้..เขียนได้สนุกสนานพาลน้ำตาไหลรินรดบทกวี ดีเหมือนกัน ล้างฝุ่นให้หนังสือได้สดใสบ้าง

กวี เขียนบทกวี ให้คนอ่านกวีอยากเป็นกวี

 

โดย: นกแสงตะวัน 12 สิงหาคม 2550 0:17:35 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ปอน

กระดูกคุณพ่อพี่อยู่ที่อุตรดิตถ์...โอ...โลกกลมจัง

ก็เพิ่งทราบเหมือนกันว่าพี่บัญชา เป็นชาวอุตรดิตถ์ เจอกันหลายครั้ง คุยแต่เรื่องอื่นค่ะ บางทีก็เห็นแกนั่งจิบ Heineken คนเดียว ท่าทางเหงาๆ ที่ร้านน่ารักๆ ชื่ออะไรนะ ประมาณ Take sit อะไรทำนองนี้แหละค่ะ ฮอลล์แวะไปกินข้าวกับเพื่อน ได้แต่ทัก ไม่ได้ร่วมวง เพราะต้องไปเตรียมตัวทำรายการ (ขืนร่วมดริ๊งค์---พิธีกรคงเมาแประ - ลิ้นล้ม ไปจัดรายการ ฮ่า!!!)

ส่วนพี่ปู่ นั้น ฮอลล์ไม่ทราบว่ารู้จักกัน ถ้าทราบจะส่งข่าวแล้ว เพราะก่อนจะจากไป พี่ปู่รีไทร์ตัวเอง ไปปลูกบ้านสวยยยยย...มาก อยู่ที่เชียงใหม่

บางวันเขาก็ไปสอนหนังสือ ที่ ม.ช.

ว่างๆ ก็วาดรูปมาแสดงงาน ที่ กทม. กับเพื่อนจิตรกรรมฯ รุ่นเดียวกัน ฮอลล์กับเพื่อนก็ช่วยส่งข่าว เชิญนักข่าวให้

เปลี่ยนลุค จาก MD เอเยนซี่หรูย่านสุขุมวิท สูทอาร์มานี เน็กไทเส้นละ สองสามพัน เป็นกางเกงขาก๊วย เสื้อพื้นเมือง สีเอิร์ธโทน สะพายย่าม และไม่เครียดแบบสมัยทำงานใน กทม.

ตอนฮอลล์ไปธุระเชียงใหม่ พี่ปู่ไปรับที่โรงแรม พาไปบ้าน เปิด Heineken เย็นๆ ให้ดื่ม กันที่ระเบียงกว้างขวางร่มรื่น คุยกันประสาพี่น้อง และภรรยาเขาก็เตรียมอาหารให้
หลังจากนั้นไม่นาน พี่ปู่ก็มา กทม. รพ.เซ็นหลุยส์ เราพากันไปเยี่ยม แกเล่าเรื่องถูกหมอตัดปอด...น่ากลัวมาก ตัดแบบเฉือนออกไป แล้วปล่อยทิ้งไว้สดๆ เย็บแผลเลย

หลังจากนั้น เพื่อนพี่ปู่ก็แอบบอกเราว่า หมอเพิ่งพบว่าแกเป็นมะเร็ง (จำรายละเอียดไม่ได้ แต่เป็นหลายที่มาก) ระยะสุดท้าย พี่ปู่ไม่รู้ตัว แต่บอกพวกเราว่า ถ้าเจอใครที่รู้จักพี่ปู่ให้ช่วยๆ กันบอกต่อหน่อยนะ ให้ไปเที่ยวหาแกบ้าง แกใกล้จะจากไปแล้ว
เสียดายนะคะ ที่ไม่ทราบว่าเขากับพี่ปอนรู้จักกัน

พี่ปู่จากไปช่วงปลายปีที่แล้วค่ะ...ที่เชียงใหม่ และทำพิธีที่นั่นเลยค่ะ...
ยก CD เพลงหลายพันแผ่นให้เพื่อนสนิท
เพื่อนเขายังบอกว่า มีสูทอาร์มานี ราคาหลายหมื่น และของแบรนดืเนมหรู อีกมากมาย ที่อยากให้ใครไปใช้ประโยชน์

คนเรานะคะ...ทำงานเหนื่อย เพื่อทำเงินเยอะ สนองความสุข ความต้องการของตัวเอง แต่สุดท้าย ชีวิตก็จากไปเพียงวิญญาน เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง

ดีแล้วหล่ะ ที่พี่ปอน มีความสุขแบบ ผู้ชายไม้หลัก...(ปักขี้เลน) ฮ่า!!! อ่านแล้วฮาแตกเลยค่ะ...

จงสัญจรต่อไป...
ให้แสงดาวส่องนำทาง...
ว่างเมื่อไร...
ค่อยโทรหาน้องบ้างเน้อ...พี่เน้อ...

 

โดย: ฮอลล์ IP: 58.8.141.16 12 สิงหาคม 2550 18:41:29 น.  

 

ทักแค่นี้ก็ดีใจแล้วค่ะ แต่อยากรู้จักพี่มากกว่านี้ ว่างๆ เจอกันที่บล็อกอิ๋มนะคะ จะพยายามเขียนเรื่องมันๆ ให้อ่านค่ะ

http://weblog.manager.co.th/publichome/imkanwara/

ฝากลิ้งค์ด้วยนะคะ

 

โดย: ผู้หญิงไม้เลื้อย IP: 58.8.141.16 12 สิงหาคม 2550 23:53:17 น.  

 

กวีเขียนบทกวี ให้คนอ่านบทกวี อยากเป็นกวี
กีวี มีขายที่เซเว่นจ้ะนกแสงตะวัน

ฮอลล์
แม้อมไม่ได้แต่ก็ให้รู้สึกเย็ลลลลล
เย็นในที่นี้ไม่ได้หมายถึงลมเย็นๆ
แต่หมายถึงอุ่นที่ไม่อบ
อุ่นอยู่ในใจลึกๆ
ขณะเดียวก็วังเวง ว้าเหว่ วิเหว่โหววววว
พูดไม่ออกได้แต่กรอกน้ำ(สีเขียว-เปรี้ยวปากดิ..)
เพราะฉะนั้น จึงดื่มกันเช่นฉะนี้
เพราะเรายังมี วันก่าว ๆ
มิช่ายมีแต่เพียงดอกม้ายยยย
มีรอยย้อยและกำลังจายยยยย
วันที่กรูไม่หวายยยย
มรึงงช่วย ปรา คองงงง
เอ้าดรื่มมมมมมม เอื๊อกก..

ซาหวัดดี นอร่า โจนส์ เอ๊ย หนูอิ๋ม
ชื่อหนูทำให้พรี่ นึกทึงง หุ่นคุณนอร่าโจร ขึ้นมาไงม่ายรุ
แถมหนูยางจาฝากลิ้งค์มาให้พี่อีก
ฝากไรม่ายฝาก ฮึ เจี๋ยวจังงง ผิด อิ เป็น อึ ล่ะก้อ...ยุ่งตาย..ง่ะ

 

โดย: ปอน ปอน IP: 222.123.22.82 13 สิงหาคม 2550 17:12:39 น.  

 

ดีนะคะที่พี่ปอนคิดถึงนอร่า โจนส์ไม่คิดถึงหุ่นของ บอบมาเลย์ อึย! ถึงสองคนนี้จะสไตล์แตกต่างกัน แต่ก็เหมือนกันตรงที่มีใจรักในเสียงเพลงเหมือนกันพี่ว่าจริงไหมค่ะ

 

โดย: ผุ้หญิงไม้เลื้อย IP: 202.47.237.156 14 สิงหาคม 2550 14:10:58 น.  

 

สวัสดีค่ะ
เพิ่งผ่านมาอ่านเป็นครั้งแรก
ได้อ่านหนังสือ บทกวีของสัญจร ดาวส่องทางมาไม่มากแต่เป็นหนังสือที่หวานและเข้าถึงใจดีค่ะ
ถ้าคุณ สัญจร ดาวส่องทาง ผ่านมาบ้าง
ขอความกรุณา ช่วยแนะนำบอกกล่าวได้ไหมค่ะว่า เวลาที่เราจะเริ่มต้นเขียนบทกวีสักบท หรือเขียนหนังสือสักเล่ม เราต้องเริ่มต้นอย่างไรบ้าง
ขอบคุณมากค่ะ
ปริศนา

 

โดย: ปริศนา IP: 203.172.49.174 14 สิงหาคม 2550 19:49:56 น.  

 

พี่ปอนคะหายหน้าไปไหน.....อิ๋มโผล่หัวมาเยี่ยมหลายวันแล้วนะคะ พี่ไม่ขยับเลย อย่าลืมลิงค์ให้อิ๋มด้วยนะคะ


http://weblog.manager.co.th/publichome/imkanwara/

 

โดย: ผู้หญิงพันธุ์ไม้เลื้อย IP: 202.47.237.156 17 สิงหาคม 2550 12:20:44 น.  

 

เอิ๊ก!!! มาอ่านคำตอบแว้วววว มาววววว เอิ๊ก แค่คิดถึงตอนไม่อยากดื่ม ถูกเพื่อนคะยั้นคะยอให้ดื่ม เอื๊อก!...ก็อยากอ๊วก...เอิ๊ก!...อ๊อก!....แหวะ!!!....

เคยไหม ตอนติดลมมันส์ๆ คอยชำเลืองมองขวด ใจหวิวๆ ระแวงว่ามันจะหมด ระแวงว่าเพื่อนจะลากกลับ ระแวงว่าร้านจะปิด งดเสิร์ฟ เรียกเช็คบิล ทำตาดุ แทบจะเห่าใส่ ฮ่า!

อารมณ์มันช่างผิดกันไกลเลยเนอะ พี่...

 

โดย: ฮอลล์ IP: 58.8.142.134 18 สิงหาคม 2550 18:08:14 น.  

 

ปริศนา
ขอโทษครับ
เพิ่งจะมีเวลามานั่งหน้าจอ
ขอบคุณที่ชมชอบ-ถึงใจ-(คำนี้เห็นภาพดีจัง เข้าถึงใจ)
ยินดีที่ได้รู้จัก
เริ่มต้นเขียน ลงมือเขียน
คือคาถาบทแรก สำหรับนักอยากเขียน
เริ่มต้นเลยครับ อ่าน คิด เขียน-เขียน อ่าน คิด
และท้ายที่สุด ส่ง.....

ลิ้งค์ให้แล้วค่ะ
เลื้อยให้ด้วย ทั้งที่ยังไม่ทำค้าง เลื้อยบนดินไปก่อนล่ะกัน
(ขอให้พันธุ์ดี ก็ไม่มีปัญหาว่าจะงดงามเติบโต)

จ้ะ
อากาศแบบนี้ ภูมิต้านทานต่ำ
อมฮอลล์แทนดื่มเมรัย ไปก่อนนะหนูนะ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 22 สิงหาคม 2550 16:27:25 น.  

 

จ้า...พี่ปอน.........เมื่อวานนี้ ไปนั่งกินข้าวต้มบวร หน้าวัดบวรมา.......ไม่เห็นอร่อย แบบเมื่อก่อนเลย..........

 

โดย: ฮอลล์ IP: 58.8.133.177 23 สิงหาคม 2550 4:21:29 น.  

 

(((ยื่นหน้ามาแอบอยู่ข้างวง
ซึมซาบความอบอุ่นจากวงสนทนาประสามิตร อย่างคนนอกวง
- ด้วยไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเหมือนอย่างคนอื่นเขา)))

แหะ ๆ




ปล. หน้านี้เพิ่งอ่านถึงคอมเมนท์ที่ร้อยกว่า ๆ เองค่ะ

 

โดย: ชมจันทร์ IP: 202.29.77.2 23 สิงหาคม 2550 13:36:14 น.  

 



แวะมาสวัสดีพี่ปอนตอนดึกๆ

 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 23 สิงหาคม 2550 22:55:48 น.  

 

........

ตื่นเต้นจัง ไม่รู้ว่าฝากข้อความไว้ในนี้แล้วพี่ปอนจะได้อ่านมั๊ย ไม่ได้คุยกับพี่ปอนนานมาก สบายดีนะค่ะ คิดถึงพี่ปอนเสมอ ดูแลสุขภาพด้วย แล้วจะแวะมาคุยใหม่ค่ะ

........ คิดถึงอีกครั้ง
weeranuch_nuch@hotmail.com

 

โดย: นุช (สาวน้อยที่ภูเก็ต) IP: 202.183.130.163 24 สิงหาคม 2550 10:36:16 น.  

 

แวะมาบอกพี่ปอนว่า อัพบล็อกที่ไปเที่ยว National Steinbeck Center จบแล้วนะคะ มี 2 ตอน เอ้อระเหยลอยลมตามประสาแม่ลูกหนึ่งที่เวลาออนไลน์จำกัด

 

โดย: ปอมปอมเกิร์ล 25 สิงหาคม 2550 17:53:47 น.  

 



หนีพี่ปอนไปวัดมาค่ะ
ไปแล้วสบายใจ อยากไปอีก

 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 29 สิงหาคม 2550 22:02:50 น.  

 

ว่างๆก็มาเยี่ยมร.ร.วังพิกุลวิทยศึกษา

 

โดย: เนย IP: 203.113.17.174 30 สิงหาคม 2550 11:25:43 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ปอน
แวะมาทักทายค่ะ สบายดีนะค่ะ

 

โดย: วิมายา IP: 203.113.50.140 30 สิงหาคม 2550 16:28:18 น.  

 

ขอบคุณสัญจร ดาวส่องทางมากนะค่ะ

 

โดย: ปริศนา IP: 203.172.49.118 30 สิงหาคม 2550 18:52:57 น.  

 

ชมจันทร์
ไปโอเรียลเต็ลวันประกาศผลรึเปล่าครับ

ฮอลล์
รสชาติข้าวต้มเปลี่ยน
หรือไม่ก็คนกินเปลี่ยน

ป้าแอ๊ด
หนีไปเที่ยววัดบ่อย
กลัวไปบวชจัง


หนูเนย ยินดีต้อนรับ มาแปลกนะ เพิ่งเจอก็ชวนไปร.ร.แล้ว
โรงเรียนหนูอยู่ที่ไหนล่ะครับ
ไม่มีรายละเอียด จะไปไงหนอ..

หนูนช
คำว่าคิดถึงนี้
อย่าพูดพล่อยไปนะ
มันคือกระจกส่องใจ

วิมายา
ยินดี ขอบคุณ ที่มาทักทายครับ

ปริศนา ลงมือเขียนบ้างรึยังครับ
จดหมาย บันทึก
คือรูปแบบที่เหมาะสุด สำหรับการเริ่มต้นเขียน...



 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 30 สิงหาคม 2550 20:50:04 น.  

 

...แวบมาทักทายค่ะคุณอาปอน ... แหะ จดหมายยังไม่ได้จรดปลายปากกาเลย เลยเข้ามาทักทายคุณอาทางนี้ก่อน รักษาสุขภาพนะคะ อากาศที่นี่ ท่าจะหนาว?

 

โดย: อินทีวร IP: 203.148.137.226 31 สิงหาคม 2550 3:12:21 น.  

 

อินทีวร
ชื่อแปลกดีนะ
ที่นี่ชื้นครับ ไม่หนาว

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 31 สิงหาคม 2550 11:23:02 น.  

 

สวัสดีค่ะ คุณอาปอน

ชื่ออินทีวร เป็นนามปากกาที่ตั๊ดใช้ในการ (อยาก) เขียนนิยายค่ะ เปิดหาจากพจนานุกรม แปลว่าดอกบัวสีเงินคะ ...แหะๆ

อากาศชี้นนี่ ดีไหมละคะ? ยังไงก็รักษาสุขภาพนะคะ ช่วงนี้กรุงเทพฯ อากาศแปรผัน ตามกระแสเงินสดค่ะ

 

โดย: อินทีวร IP: 203.148.137.226 2 กันยายน 2550 3:59:16 น.  

 

ดอกบัวสีเงิน
นึกภาพออก
หนูตั๊ดทำงานบ.โฆษณารึเปล่านี่
อากาศถึงแปรผันตามกระแสเงินสด
เข้าใจประชดนะ
ครี-เอ -ถีบ-มั่กๆ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 2 กันยายน 2550 11:41:09 น.  

 

หวัดดี ครับพี่ปอน
ผมเต้(เชียงใหม่) ครับพี่
ไอ้หวีเล่าให้ฟังว่าเจอพี่ที่ งานแจกรางวัลเรื่องสั้นนายอินทร์
มันถามถึงผม พี่บอกว่า จะถามถึงมันทำเ-ี้ยอะไร

ขอบคุณครับพี่ 555+

 

โดย: เต้ IP: 125.24.133.76 6 กันยายน 2550 15:26:59 น.  

 

อ้าวเต้
เราดันคิดว่าไม่ผ่านไปตอบไว้ในหน้าล่าสุด (ผ่านตามาตรึงใจ) แสดงว่าเต้เจอหน้านี้เลยใช่ไหม
ดีใจที่เข้ามาทักทาย
ทำงานเกี่ยวกับคอมแท้ ๆ แต่ไม่ใช้งานมันเลย
สบายดีนะ
ลืมถามนายหวี ว่ามันไปทำเห้...อะไรงานนั้น
หรือมันไปทำข่าว....เออลืมจริง ๆ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 8 กันยายน 2550 0:20:29 น.  

 



พี่ปอนคะ
ดอกมอร์นิ่งกลอรี่ที่บ้าน บานแล้วค่ะ

พี่สบายดีนะคะ
ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยค่ะ

 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 15 กันยายน 2550 14:38:19 น.  

 

ครับ
เดี๋ยวหายมึนแล้วจะเข้าไปชื่นชมนะครับ
ดอกนี้สกุลเดียวกับดอกผักบุ้งนะครับ
ผักบุ้งบ้าน ทะเล และดอกจี้หุบริมทางทั้งหลาย
แต่ชื่อฝรั่งมันชวนฝันมากเนาะ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 15 กันยายน 2550 21:21:45 น.  

 


ขอบคุณที่เข้าไปชมดอกไม้พร้อมบทกวีอันไพเราะ

ห้องสนทนาช่วงนี้เงียบเหงา
เพราะพี่ปอนไปตอบในห้องอื่นซะแล้ว ท่านผู้ชม

ตามไปโลด..


 

โดย: ป้าแเอ๊ด (addsiripun ) 20 กันยายน 2550 12:31:36 น.  

 

ชีวิตเหงา เหงา เศร้า เศร้า

 

โดย: o6= IP: 202.183.130.163 21 กันยายน 2550 15:49:59 น.  

 

สวัสดีป้าแอ๊ด
ต่อไปมาตอบแต่ห้องสนทนา ดีไหถ้าเหลือบตาดูข้างบนจะเห็นว่าไม่เงียบเหงาเลยนะ
ป้าแอ๊ดเห็นด้วยกับชื่อดอกไม้ไหม ฮ่า....

ข้างล่าง
ไปไงมาไงนี่ มานั่งเหงา เศร้า
เฮ้อ พาเซตามอลสักสองเม็ดท่าจะดี...

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 22 กันยายน 2550 12:58:52 น.  

 

สวัสดีเจ้าพี่ปอน

" หู
มาเมืองไทย
ไปตักสุราเทราดใจ
ก็ไม่ยักบอก
กลับเมืองนอก
คืนเมืองนา หายหน้าเฉย
แปลกคน"


...หายหน้าจริงๆเจ้าค่ะ
โปรเจ็คงานที่ได้ทำเทอมนี้ มันใหญ่หลวง
ไม่ถามก็จะบอก ... สอนเด็ก ป.10 รำลาวกระทบไม้ !!

รอบหน้า สำหรับตักสุรา ข้าพเจ้า จะเด็ดดอกโมกแซมผม เจ้าค่ะ ( โปรดติดตาม เร็วๆนี้ )

 

โดย: Tante Ta IP: 82.83.224.206 22 กันยายน 2550 22:56:49 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ปอน


กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง
มาพร้อมเสียงจักรยาน
หลังจากอ่าน ..นกฝูงที่บินผ่านบ้านฉัน


รับหนังสือกุลสตรีตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาแล้วค่ะ
ไม่มีเวลานั่งอ่านดี ๆ ผ่านมาสองวัน หนังสือ นิตยสารกองรออ่านอยู่เต็มไปหมด เหมือนคนงกยังไงชอบกล นิตยสาร GM ก็มาออกพร้อมกัน ก็เลยอ่านตามคิว
สงสัยมาพอสมควรว่าคอลัมน์พี่โดม “โลกในเม็ดทราย” หายไปไหน หรือพี่เขาบอกแล้ว ภูเพยียไม่ทราบ

แต่ว่าอ่านครั้งนี้เห็นภาพรถลิ้งกับขนมตังเม
โห..พี่ปอนคะ ภูเพยียเพิ่งรำลึกงานวัดเมื่อตอนเด็ก ๆ ว่าได้กินขนมตังเมอยู่เลย เหมือนพี่มาตอกย้ำอดีตวัยเยาว์เข้าไปอีก จำได้กว่านั้นว่า หลังโรงเรียนสมัยประถม ก็มีลุงแก่ ๆ มาพร้อมกับรถพ่วงที่มีกาละมังทำสายไหมอยู่ข้าง ๆ ขายควบกับตังเม ภูเพยียกับน้องโดนไฟดูดที่อ่างนั่นบ่อยไป สมัยก่อนไม่มีเข้าคิวซื้อ จะรุมกันรอบอ่างนั้น เสียงดังเข้าว่า ลุงจะรีดตังเมเป็นเส้น ๆ และทำเป็นตัวลิงค่ะ มีหลายอิริยาบถ ยิ่งไปกว่านั้น ลุงจะทำเครื่องหยอดเป็นไฟฟ้า ให้เราหยอดเหรียญสลึง แล้วดูว่า เข็มนาฬิกาจะชี้ที่เลขอะไร เหมือนเกมชิงโชคยังไงยังงั้น เด็ก ๆ ชอบกันทุกคน เพราะมันมีแจ็คพ็อตตรงช่องแดง ๆ ได้สามอัน ซึ่งภูเพยียกับน้องไม่เคยหยอดได้สักครั้ง แต่ก็มารอกินทุกวัน เหนียวมาก หวานมาก ยิ่งมีถั่วยิ่งชอบกิน แต่เหมือนเดี๋ยวนี้จะไม่เคยเห็น โรงเรียนลูกก็ไม่มีขนมพวกนี้มาขาย แม้แต่งานวัดก็เหมือนไม่มี และเขาก็ไม่เคยกินกันด้วยค่ะ

น้ำแข็งกด น้ำแข็งใสหรือไอติมนมสดตัดแท่งนี่เคยกินหน้าโรงเรียน ที่เด็ดกว่านั้นก็คงจะพาน้องไปขอซื้อลูกอมเม็ดใหญ่ ๆ สีขาวแล้วเจ้าของร้านไม่ยอมขายให้ มารู้ทีหลังว่านั่นคือ ลูกเหม็นที่เขาไว้ไล่แมลงสาบน่ะค่ะ

แต่เรื่องที่ภูเพยียไม่ค่อยคุ้นเห็นจะเป็นเสียงกริ่งของไปรษณีย์ค่ะ ทั้ง ๆ ที่เขียนจดหมายหาพ่อตอนเล็ก ๆ แต่ไม่ทราบว่าตอนรับจดหมายจากพ่อนี่ มายังไง ตอนส่งแม่ก็ส่งให้ เลยไม่มีความทรงจำร่วมด้วยตรงนี้

แต่ก็ยิ้มมีความสุขที่พี่เล่าเรื่องการรอจดหมาย กลิ่นอายความสุขจากลายมือของคนที่เรารัก และรอจดหมายตอบกลับนั่น เชื่อว่าน่าจะมีประสบการณ์ตรงนี้ทุกคน แต่เล่าออกมาเป็นตัวหนังสือแบบพี่ไม่ค่อยได้ นอกจากอ่านแล้วทำให้นึกถึง

บางครั้งยังคิดว่า จดหมายซ่อนความในใจ ซ่อนความรู้สึกจริงใจของเราไว้มากมาย หย่อนในตู้ซ่อนใจ ซ่อนความลับ มีแต่คนที่เราจ่าหน้าซองถึงเท่านั้นที่จะรับรู้ได้ตรงนี้ อย่างน้อยไม่กล้าพูด แต่ก็กล้าเขียน อย่างกับว่า ความลับมันซ่อนไว้และรอเวลาให้อีกใจหนึ่งรับรู้ ใช่เลยค่ะพี่

จดหมายรักเป็นสมบัติล้ำค่าของหัวใจ คือคุณค่ารอยอาลัยของความอ่อนโยนที่เกิดขึ้นในหัวใจ ในช่วงวัยไร้เดียงสา เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะสัมผัสอารมณ์ตรงนี้ได้เช่นกัน

แต่เดี๋ยวนี้ ส่งจดหมาย ชักไม่แน่ใจว่า ไปรษณีย์จะมาเก็บตามเวลาที่เขียนหน้าตู้หรือเปล่า เพราะบางทีจดหมายที่เราคาดคะเนว่าจะถึงผู้รับวันนั้นวันนี้ ก็คลาดเคลื่อน เนื่องจากไม่มีคนมาเปิดตู้นั้น เข้าใจว่าคนส่งจดหมายน้อยลงเต็มที และตู้ไปรษณีย์ก็จะกลายเป็นของโบราณไปเสียนี่ เพราะเก่า เหมือนจะไขกุญแจเปิดไม่ได้ซะงั้น และตู้แบบใหม่ก็ไม่มีตามบ้านนอกที่ภูเพยียอาศัยอยู่ ยังเป็นตู้ใหญ่ ๆ เหมือนเดิม แต่ต้องขับรถไปส่งที่ตู้หน้าไปรษณีย์ พอมีหวังและเป็นไปได้หน่อย แต่ส่งของอื่น ไปที่ที่ทำการก็ชัวร์ขึ้นมาหน่อยว่าถึงแน่ อาจจะเป็นเพราะการสื่อสารทางอื่นรวดเร็วทันใจมากกว่า ไม่ว่าจะโทรศัพท์ หรืออินเตอร์เน็ตแบบที่เราใช้กันอยู่แบบนี้

ส่วนที่ดี อย่างน้อย เราก็ได้สื่อสารกับใครที่เราไม่รู้จัก และมีโอกาสได้คุยกับนักเขียนสักคน น่าเหลือเชื่อนะคะ ที่นักเขียนที่มีงานมาก ๆ อย่างพี่จะสละเวลามาพูดคุยกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในวงการและคนอ่านหนังสือของพี่อีกหลาย ๆ คน ยิ้มได้ก็ตอนนี้แหละค่ะ

ลืมบอกพี่ไปค่ะว่า นิทานพื้นเมืองเรื่อง เมืองงาว กับเมืองแพร่ ภูเพยียเริ่มจะจำขึ้นใจแล้วค่ะ ภาษาเขียน ภาษาเล่าแบบนี้มีแต่พี่ปอนเขียนให้อ่าน เหมือนอ่านมาตั้งแต่ อ้อมแขนแผ่นดินลานนานั่นแล้ว เล่มนั้นชอบมากค่ะ พี่เล่าเรื่อง เล่านิทานพื้นบ้าน เล่าวรรณคดีหลายต่อหลายเรื่องด้วยภาษาเขียนง่าย ๆ แต่ซึมซับง่าย เข้าใจง่าย
ช่วงนี้เมืองเหนือมีหมอกจาง ๆ คลุมทุกเช้าแล้วค่ะ ได้กลิ่นลมหนาวมาบ้างแล้วทั้งที่ฝนยังไม่ตกทิ้งทวนหรือจะรอออกพรรษา อากาศเย็นสบายดีค่ะ

ไม่ทราบเนาะว่าพี่อยู่เมืองเหนือหรือเมืองนนท์ตอนนี้
พี่ปอนสบายดีนะคะ





 

โดย: ภูเพยีย 24 กันยายน 2550 10:11:30 น.  

 

คุณตา
ยามไร้เด็ดดอกโมกแซมผมเลยหรือครับ
ความหลังบางเรื่องคนอยากลืม
บางเรื่องปลื้มมากหากเล่าซ้ำ
เรื่องดี-ดี คนส่วนใหญ่ ไม่ยักจำ
เรื่องระยำ จำฝังใจ

บทนี้เขียนอ่านให้พี่ปุ๊ฟัง
คราไปไหว้ครูบนสวนทูนอิน
และรำลึกความหลัง
บรรทัดแรกนั้นสำคัญนัก
เดี๋ยวนี้ผมระมัดระวังที่จะคุยความหลังที่ประทับใจกับใคร
เพราะไม่แน่ใจว่าเขาอยากคุยไหม
เป็นบรรทัดหนึ่งที่เขาอยากให้หายไปจากชีวิตหรือเปล่า

ขอให้โชคดีในการสอนเด็ก ๆ รำลาวกระทบเวียดนาม เอ๊ย
กระทบไม้ ถ่ายรูปเด็ก ๆ คุณ กิจกรรม หือตัวคุณมาลงในบล็อกของคุณบ้างสิ
นึกภาพไม่ออกว่าไปชีวิตอย่างไรในเยอรมัน
หนาวก็หนาว นะครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 24 กันยายน 2550 11:31:06 น.  

 

สวัสดีภูเพยีย
ชื่นใจจัง
ที่มีคุณเป็นกำลังใจ

การที่ตัวหนังสือ
ได้ยินเสียงคนอ่านกระซิบคำรัก
นั้นทำให้เขาอยากทำตัวให้ดีสมกับเป็นที่รัก
คงจะดีไม่น้อยหากบรรณาธิการได้ยินเสียงกระซิบนี้
ซึ่งเป็นเสียงที่เขาเชื่อ และชื่นชม มากกว่าตัวนักเขียนเสียอีก งานเขียนกึ่งสาระในนิยสารสตรีที่ให้ค่ากับแฟชั่นและนวนิยาย ได้ทำลายความเป็นตัวของตัวเองของนักเขียนมานักต่อนักแล้ว
นี่เป็นการดื้อแพ่งอีกครั้งของผม
ไม่แน่ใจว่าเขาจะยอมเด็กหัวดื้อไปอีกกี่ฉบับ
คนที่ชื่อเหมือนคุณก็บอกศาลาไปแล้ว
เรายังเป็นท.ทหารเก่าอดทน เพราะเชื่อว่า"เขา"คนนั้นไม่มีวันตายและจะกลับมาอีกครั้ง และอีกครั้ง
แต่ก็นั่นแหละ ในยุคสมัยดิจิตอล ที่โปปะกันดา คือผู้บงการศิลปวัฒนธรรม นิตยสารไม่ใช่สถานที่สร้างนักเขียนหรืองานวรรณกรรมดี ๆ อีกต่อไปแล้วกระมัง
มันอาจจะเป็นเพียงโบรชัวร์สวย ๆวางไว้ในห้องรับแขก..
บนชั้นร้านทำผม ให้คนหยิบดูฆ่าเวลา หาใช่การอ่านอย่างกระหาย เอาจริงเอาจัง

อืม...ท้องฟ้าวันนี้อึมครึมจัง ขอโทษที
เพราะสนิทใจจึงเล่าความนัย
ประสาคนรักในสิ่งเดียวกัน เออ ที่ปั้นเป็นรูปสัตว? สีแจ๋นๆ
ที่เรายังพอเห็นได้ในปัจจุบันนี้ เรียก ตังเม ด้วยหรือ
เพิ่งรู้จริง ๆ รสชาติมันไม่มีนมอยู่เลยนะ
ภูเพยียลองสืบให้ที
มีขนมอีกอย่าง ผมไม่เคยเจออีกเลย
เด็ก ๆเเรยกว่าขนมพริก
คือเป็นลูกชุบ หรือเปล่า เลือนเลอะไปแล้วจริง ๆ
เคยเจอะไหม
รุปร่างหน้าตาเป็นรูปพริกเลย สีแจ๋น เคลือบน้ำตาลหรือเปล่า ไม่แน่ใจอีกแหละ เราจะอมไว้ในปากนะ(มีไม้เสียบให้ถืออม)
เอ๊ะหรือว่าลูกชุบ แต่ความรู้สึกบอกว่ามันเป็นคล้ายลูกอม
รูปพริก ข้างนอกแข็ง ๆ ไม่นุ่มถั่วเหลิองแบบลูกชุบ

พูดแล้วก็ อยากกินตังเมอีกจัง
ได้กินไอติมทุเรียนเจ้าเก่าแก่ที่ศรีย่าน ย่านเก่าเคยเนาแนบตอนเรียนหนังสือ และท่อม ๆไปร้านโปรดอีกหลายร้านย่านศรีแห่งนั้น กระทั่งเดินเข้าไปในซอยสีคราม ที่เต็ม
ไปด้วยจิ๊กโก๋ยืนขอนาฬิกาขอสร้อย กลางๆซอย
หอพักเก่า
เราว่าย้ายไปเป็นเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์แทนที่จะเป็นนักเขียนเลยดีไหม หรือไม่ก็เขียนเที่ยวหาที่กินแบบหม่อม
ถนัด ศ.
อยู่นนท์จ้ะ จะจรลีไปเชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ปาย
ในเร็ววันนี้
ขอบคุณภูเพยียคนดีที่ให้พลังใจเสมอมา
ขอบคุณ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 24 กันยายน 2550 12:25:38 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่ปอน

พอเข้าใจบ้างแล้วค่ะ เพราะมีเวลาไปพินิจพิเคราะห์ดูก็เห็นคอลัมน์ที่เคยอ่านหายไป
นั่นเป็นเพราะมีเหตุนี่เอง น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับคนอ่านนั้น ยอมรับค่ะว่าเลือกอ่านอะไรที่ชอบก่อน
แต่ก็ไล่อ่านจนหมดเล่ม คิดว่าคุ้มนะคะสำหรับตัวเองนั้น
และการรับนิตยสารเล่มใดไว้อ่านประจำก็จะยิ่งอาลัยกับคอลัมน์ที่ต้องปิดตัวลง
ก็ต้องทำใจ

บอกตามตรงค่ะว่า ตั้งแต่อ่านขวัญเรือน หญิงไทย กุลสตรีหรืออะไรก็ตาม
ไม่เคยเขียนจดหมายหาบรรณาธิการเลยค่ะ ไม่เคยเขียนไปคุย
อ่านก็อ่าน ไม่ทราบว่ามันดีหรือเปล่านะ ที่เงียบเกินไป
รอแค่เวลาหนังสือออก และก็ละเลียดอ่าน เป็นคนแบบนั้น
ไม่อยากเชื่อว่าเสียงของคนอ่านจะมีอิทธิพลต่อการทำหนังสือ

ก่อนหน้านี้เคยสมัครเป็นสมาชิกนิตยสารเล่มหนึ่ง
เพียงเพราะชอบงานเขียนหนังสือของเขามาก่อน และเห็นเขามุ่งมั่นทำหนังสือ
แต่ไม่เก่งทางธุรกิจ แรก ๆ คุณภาพคับแก้วมาก เปิดหน้าไหนก็ต้องหยุด
มาปีหลัง ๆ หนังสือเล่มนี้ก็เต็มไปด้วยพื้นที่โฆษณา
มากเสียจน จับหนังสือแล้วเบื่อหน่าย
แต่ไม่ได้ปฏิเสธเสียทีเดียวค่ะ พยายามเข้าใจต่างหากค่ะว่า ต่างต้องพึ่งพากัน
และที่สำคัญ ไม่มีคอลัมน์ไหนถูกตัดออกไป
ที่ยังอ่านอยู่ก็อาจจะเป็นตรงนี้ก็ได้ค่ะ

และยังอดรู้สึกใจหายไม่ได้ว่า วันหนึ่งจะไม่เห็นคอลัมน์ของพี่ปอนที่นั่นอีก
แค่คิดก็ไม่อยากคิด เพราะตัวเองยังชอบกับการอ่านอะไรเป็นรูปเล่มในหนังสือ
เพียงแต่ว่า ถ้าอยากสนทนากับนักเขียนก็จะมาช่องทางนี้บ้าง ตามแต่เวลาจะอำนวย
ภาวนาอย่าให้เป็นแบบนั้นเลย จะเสียดายมาก

เมื่อวาน ภูเพยียคุยกับลูก ๆ เรื่องขนมสีแจ๋น ๆ ที่พี่ว่านั่นแหละค่ะ
มันคงเป็นน้ำตาลซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีกลิ่นนมอะไรนักหรอก
สีที่ผสมนั่นก็คงไม่มีมาตรฐานอะไร ถ้าเจออะไรเกี่ยวกับขนมพวกนี้ ภูเพยียจะมาเขียนไว้ที่นี่ละกันค่ะ
ไม่แน่ใจ เพราะไม่ค่อยเห็น รร.เจ้าคนโตก็ไม่มีขายเหมือนกัน พี่เรียกว่าขนมพริกเหรอคะ ไม่แน่ใจ คงไม่รู้จักแหง ๆ แต่ไม่น่าจะใช่ลุกชุบนะคะที่มีไส้ถั่วนั่น

เราก็ไม่เคยเห็นลูกซื้อมากินด้วยค่ะ อย่างดีหน่อยก็คง จูจุ๊บมีหลายรสของเค้านั่นแหละค่ะ
ภูเพยียไม่ได้ห้ามเรื่องลูกกินท๊อฟฟี่ ขนมอมต่าง ๆ อมแล้วก็แปรงฟันซะ
และที่รร.เขาไม่มีขนมพวกนี้ขาย จะกินยังไงแม่ก็ต้องรู้ เพราะต้องมาขอตังค์ไปซื้อ


ส่วนตังเมหอม ๆ หนืด ๆ อร่อย ๆ ลูกก็ไม่รู้จักหรอกค่ะ ไม่เคยเห็นขายที่ไหนนะคะ
เล่าให้ฟังก็คงไม่เท่าได้ชิมไปด้วย
ไม่เหมือนกับตอนลูกดูไอ้มดแดง ไอ้มดเขียวแปลงกายนั่น
ไม่น่าเชื่อว่าหนังที่เราดูและแปลงกายตาม ลูกก็มาได้ดูตอนอายุเท่า ๆ กับเรา
อันนี้แหละขำ เพราะลูกไม่ยอมจะเชื่อว่า มันเก่าขนาดนั้น นานขนาดที่พ่อกับแม่เคยดูตอนเด็ก ๆ


ส่วนขนมลูกชุบนั่น คงจะเป็นขนมไทยที่หากินยากพอสมควร
ไหนจะทำมาจากถั่วเหลือง และยังต้องมาปั้นเป็นรูปผลไม้ ก่อนไปชุบสีอาหาร ชุบวุ้นอีกรอบ
กว่าจะได้กิน แต่ขนมนี้ยังมีอยู่
ในเชียงใหม่ก็ยังมีขนมไทย ๆ นอกจากลูกชุบอยู่ค่ะ หาไปฝากญาติผู้ใหญ่ได้บ้าง
มีร้านขนมไทยอร่อยอยู่หลายร้านค่ะ ร้านเมืองเพชร หน้ามอชอ
ข้างร้านข้าวมันไก่ ศาลากลางนั่นก็ที่นึงที่มีร้าน “หวานละมุน”
ทำขนมไทยอร่อย
และก็ที่กาดวโรรส กาดหลวง ใต้บันไดขึ้นชั้นสองก็มีขนมไทยเจ้าอร่อย
เจ้านี้ขึ้นชื่อค่ะ ขายขนมส่งลูกเรียนเมืองนอกทั้งสองคนเลยค่ะ
ภูเพยียซื้อประจำล่ะ ถ้าได้เข้าเมือง
แต่พี่ปอนอยู่เมืองหลวง น่าจะสะดวกอยู่นะคะถ้าอยากจะทานขนมไทยพวกนี้อยู่ ส่วนเมืองกรุงย่านที่พี่เล่า ภูเพยียนึกไม่ออกค่ะ ไม่รู้จักที่ไหนสักเท่าไหร่


พี่เดินทางไปหลายที่จังค่ะ
เดินทางเป็นว่าเล่นเลย คงเพราะงาน
อีกใจนึงก็คิดว่า พี่มีงานที่ชอบและได้ทำอยู่ ก็ดีใจ
แต่ก็ยังอยากเห็นพี่เขียนหนังสือไปเรื่อย ๆ เช่นกัน
อุ่นใจว่า ยังพอได้เจอกันบ้างตามหนังสือที่พี่เขียน

ขอให้พี่เดินทางไปกลับอย่างปลอดภัยทุก ๆ ที่ที่ไปนะคะ


ปล. พี่มีร้านที่พี่รู้จักพอจะแนะนำมั้ยค่ะ เผื่อจะได้ไปเมืองปาย เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือที่พักที่พี่ไปบ่อย ๆ
มีเพื่อนชวน ๆ กันอยู่ ช่วงหน้าหนาวเขาอยากไปเที่ยวเมืองปายกับครอบครัวภูเพยียน่ะค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ




 

โดย: ภูเพยีย 25 กันยายน 2550 12:42:35 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ปอน

พอดียีนส์อ่านเจอนิยายของพี่ที่ชื่อ ขอความรักบ้างได้ไหม ไม่ทราบยังมีขายไหมค่ะ? พอดีเห็นชื่อเรื่องและไตเติ้ลของเรื่องแล้วอยากอ่านค่ะ คิดว่าคงสนุก เศร้า ซึ้งน่าดูค่ะ

ยีนส์ไม่เคยอ่านงานของพี่มาก่อนคะ แต่พอเข้ามาอ่านหลายๆ อย่างในบล็อก แล้วรู้สึกชอบและประทับใจมากค่ะ ชื่นชมผลงานและความสามารถของพี่จริง ๆ ค่ะ ภูมิใจที่เห็นคนไทยเรามีงานวรรณกรรมดี ๆ และมีความสามารถหลายอย่างค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

 

โดย: roslita 26 กันยายน 2550 8:48:50 น.  

 

ถ้าจำงามตาได้ติดต่อกลับมานะคะ
085-368-4541
ta.ngamta@hotmail.com

 

โดย: งามตา วงค์ปิ่นแก้ว IP: 125.25.74.51 26 กันยายน 2550 22:07:23 น.  

 

ภูเพยีย
ขอบคุณมากสำหรับความห่งใย
ได้แง่คิด (หลายแง่)ในความคิดเห็นครั้งนี้
สำคัญสุดงานเราต้องดีก่อน
อย่ามัวแต่โทษนั่น-นี่อยู่เลย
นั่นเป็นข้อสังเกตส่วนตัวของผมเท่านั้น
นักเขียนท่านอื่น คงไม่ต้อง
การเดินทางไกลไปหลายแห่ง
เป็นธรรมชาติของผมไปแล้ว
ไม่รู้สึกว่าต้องลำบากอะไร แต่ก็ระมัดระวัง ไม่ประมาท
กลางคืนงดเดินทาง
ไม่ชอบไฟที่สาดใส่หน้า
อีกอย่าง มันว้าเหว่นัก
มองไปทางไหนก็มืดมน
กลางวันได้แวะเที่ยว ถ่ายภาพ วาดภาพไปตามใจปรารถนา

คุณยีนส์ครับ
เข้าไปอ่านการผจญภัยในวอลมาร์ท สนุกครับ
เหนื่อยนะเป็นดาวในต่างแดน
แต่คุณยีนส์กลับรื่นรมย์กับชีวิต ทำงาน พักผ่อนเขียนรูป
นับว่าเป็นคนใช้ฃีวิตเป็น
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมเยือนและสนใจอ่านจริง ๆ
หนังสือผมยังมีครับลองติดต่อที่นี่นะครับ

www.amarinpocketbook.com

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 27 กันยายน 2550 11:42:28 น.  

 

งามตาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อัลไซเมอร์เล่นงานแล้วครับ
ขอประทานโทษจริง
สี่ปี......................
สี่ปี.....................
?????????????????

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 27 กันยายน 2550 11:53:39 น.  

 

งามตาที่เป็นเพื่อนพี่เต๊ะจำได้หรือยังคะ...
งามตาอยากคุยกับคุณปอนมาก

 

โดย: งามตา วงค์ปิ่นแก้ว IP: 125.25.89.24 28 กันยายน 2550 14:43:39 น.  

 

เราเคยคุยกันที่ราชภัฏพระนคร..งามตายังจำความรู้สึกเหล่านั้นได้ไม่เคยลืมเลือน
ติดตอกลับมานะคะ

 

โดย: งามตา วงค์ปิ่นแก้ว IP: 125.25.89.24 28 กันยายน 2550 14:53:35 น.  

 

สวัสดีค่ะ ขอเข้ามาทักทายนะค่ะ ไม่เคยเจอพี่หรอกค่ะ แต่ก็มีหนังสือของพี่ไว้ในครอบครองหลายเล่มทีเดียว ยินดีที่ได้รู้จักข้างเดียวค่ะ

 

โดย: มะลิ IP: 125.27.130.107 29 กันยายน 2550 23:03:39 น.  

 

ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณมะลิ
ว่างก็มานะครับ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านงานของผม

 

โดย: พ.ศ.พอใจ IP: 202.91.19.205 2 ตุลาคม 2550 13:42:53 น.  

 

เอาละ ปอนจ๊ะ
มีเรื่องต้องขอรบกวนหน่อย
คือ ลืมชื่อหนังสื อที่ เล็ก มนต์ทิวา เขาไปพิมพ์
เอง อยู่ช่วงหนึ่ง ไม่ใช่คลังสมองจ้ะ
ปอนช่วยสักหน่อย ช่วยเข้าไปดูกระทู้
พันทิป อันนี้ หน่อย ลืมสนิทจ้ะ

target='_blank'>http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W5874969/W5874969.html



tiki
X -Creative Ted bates จ้ะ

ป.ล.
มีเวลา ช่วย ไปดู กระทู้นี้ด้วยนะคะ ที่หน้าบทกวี


target='_blank'>http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W5878590/W5878590.html


ยินดีค่ะ ปอน

 

โดย: tiki_ทิกิ 4 ตุลาคม 2550 23:56:11 น.  

 

สูด..ลมหายใจของสายน้ำ..กับตัวอักษรของพี่ปอนแล้วค่ะ
ลมปลายฝนปนกลิ่นลมหนาวก็ใกล้เข้ามาแล้ว

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
นับถือค่ะ

 

โดย: ภูเพยีย 10 ตุลาคม 2550 13:06:52 น.  

 

เพิ่งได้กลับมาเยี่ยมจ้า คอมมังประชวรมาเป็งเดือนแระ....หวัดดีเจ้า..อ้ายปอน ปอน....ขอบคุณจั๊ดนักเจ้า หวัดดีกั๊บ..

 

โดย: ปิ่นแก้ว IP: 117.47.91.120 11 ตุลาคม 2550 16:22:29 น.  

 

ขอบคุณภูเพยียและปิ่นแก้ว
ใจแป้ว ๆ ไงไม่รู้
คงเป็นช่วงที่ต้องตัดสินใจ
แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้สักอย่าง
ก็เลยคราง ๆ ครวญ ๆ
อาจจะลาพักยาว กว่าเน็ตจะเข้าที่เข้าทาง
หรือไม่ก็หยุดไปเลย

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 12 ตุลาคม 2550 11:52:26 น.  

 

อ้าววววว
พี่ปอนเป็นอะไรไปคะ

แหม...อุตส่าห์โชคดีได้เจอบล็อคพี่โดยบังเอิญ
แต่พี่กลับไม่อยู่ซะนี่

ไม่รู้พี่จำได้ไหม ผู้หญิงที่เป็นคนถ่ายรูปคู่พี่กับนักเขียนคนนึงในงานแต่งพี่ไพ-บ้านไผ่ ที่พี่เลือกโลเกชั่นให้เรากดชัตเตอร์เป็นรถขายปลาหมึกย่างน่ะ

มาชวนไปบล็อคที่เนชั่น ไปมั้ยคะ
เดินไปเดินมาเจอพี่ๆ กวีนักเขียนเยอะเชียวค่ะ

บ้านที่บล็อคแก็งค์นี่ปลายเอาไว้บ่นพร่ำน่ะพี่
ที่นี่...เพราะที่นี่ใครบางคนที่มีอิทธิพลกับหัวใจไม่รู้จัก
ส่วนที่เนชั่นเป็นเหมือนที่พบปะสังสันทน์กับพี่ท่านทั้งหลาย ให้คลายเบื่อ ยามที่อยู่โดดเดี่ยวเช่นนี้

 

โดย: ปลาย (เพลงฝนต้นลมหนาว ) 18 ตุลาคม 2550 10:11:40 น.  

 

สวัสดีครับคุณปลาย
ผมเป็นมึนหนะ
มึนงงตัวเอง ทำไมเชื่องช้าเหมือนเต่า
และแกะตัวเองไม่ออกจากกระดองความขี้เกีบจ
คาดหวังกับตัวเองสูงเกินไป พอทำไม่ได้ก็เลยอึดอัดขัดข้อง ก็เท่านั้น
คงต้องออกไปปะทะสังสันทน์กับเพื่อน ๆตามที่ชวนบ้างแล้วหละ เผื่อจะสดชื่นรื่นรมย์กับเขาบ้าง

เวลามันเร็วนะ
นึกภาพเท่าไรก็นึกไม่ออก
ไปถ่ายรูปกับนักเขียนคนไหน
ขอโทษจริง ๆ
แต่ก็ขอบคุณที่ทักทายก่อน

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 20 ตุลาคม 2550 0:40:58 น.  

 

อย่าเรียกคุณสิพี่ปอน

หนูเด็กกว่าพี่หยิ่งอีกนะคะ

ไม่ต้องนึกก็ได้ค่ะพี่ ไว้ถ้ามีโอกาสได้เจอกันอีกเดี๋ยวปลายเข้าไปให้พี่เห็นหน้าเอง

ใช่แล้วค่ะในเมื่อคิดอะไรไม่ออก ก็หาเรื่องออกไปเฮฮากับเพื่อน เติมความรื่นรมย์ให้ชีวิต

นกสีฟ้าตัวนั้นมันมีปีกอิสระมานานแล้วไม่ใช่เหรอคะ

 

โดย: ปลาย-เพลงฝนฯ IP: 125.26.106.81 20 ตุลาคม 2550 19:48:34 น.  

 




สวัสดีค่ะพี่ปอน

วันนี้อ่าน ลมหายใจของสายน้ำ เป็นตอนที่ ๒ ต่อเนื่องจากครั้งที่แล้ว แต่รายละเอียดเยอะมาก ไม่ว่าจะเรื่องเรือ เรื่องสล่า ชาวประมง ที่ทำให้เห็นภาพบ้านของปลา ป่าของนกได้ แต่ครั้งนี้คอลัมน์ของพี่ไม่อยู่บนกระดาษมัน (เรียกว่าอะไรไม่ทราบ) ภาพสีน้ำที่พี่เลือกมาเลยดูไม่ค่อยสวยมากเท่าที่ควร อยากเห็นภาพบึงบัว เรือหาปลา ภูเพยียเลยลองมาค้นหาดูภาพสีน้ำสวย ๆ อีกครั้งในกูเกิ้ล เผื่อจะเจอ

ชอบหลายประโยคเลยนะคะ ไม่ว่าจะ “ เรานั่งทับสิ่งไหนอยู่ เราก็จะมองไม่เห็นสิ่งนั้น”
พี่ปอนเองก็หนึ่งในศิลปิน กวี หรือนักเขียนที่เข้าถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และยังถ่ายทอดออกมาได้ทุกรูปแบบ แม้นว่าตัวเองจะถ่อมตัวว่าทำได้ไม่ทั้งหมดก็ตาม
เคยได้อ่านเรื่อง “จำ” หรือที่ ๆ มีผีอยู่จากคุณมาลา คำจันทร์ หรือที่ไหนสักที่ ไม่ทราบว่าเป็นคำ ๆ เดียวกันกับจ๋ำหรือเปล่า แต่ หลง หรือบวก นี่เข้าใจค่ะ เพราะเชียงใหม่นี่เคยมีรถเมล์สาย บวกครก ซึ่งใครไม่ใช่คนพื้นที่จริง ๆ จะอ่านคำนี้ไม่ได้ แปลไม่เข้าใจแน่ ๆ อยู่ไปนาน ๆ ก็ได้เพื่อนอธิบายให้ฟังบ้าง

ชอบชื่อที่บรรพบุรุษชาวบึงตั้งชื่อมากเลยค่ะ ภูเพยียจดเก็บไว้ในสมุดโน้ตไว้ เรียกแปลก ๆ ดีค่ะ ว่าไปแล้ว ภาษาเหนือเวลาตั้งชื่อหรือเปรียบเทียบอะไรกับอะไร มักจินตภาพตามเข้าไป และเห็นชัด ได้อารมณ์ตาม บางครั้งเขียนอธิบายเป็นภาษากลางก็ยังไม่เห็นภาพเท่า
คาดว่า คงได้อ่านไคร้ผีคราง ในฉบับต่อไปนะคะ เพราะทิ้งท้ายไว้ให้ชวนติดตามซะขนาดนั้น

รักษาสุขภาพด้วยค่ะพี่ปอน

 

โดย: ภูเพยีย 24 ตุลาคม 2550 10:11:47 น.  

 

ขออภัยค่ะ เพิ่งมาอ่านทวนที่เขียนไป
เดี๋ยวท่านอื่นอ่านจะเข้าใจผิดไป
จำ ที่เป็นพื้นที่แฉะ ๆ หรือที่ ๆมีตาน้ำน่ะค่ะ
ภูเพยียข้ามไปเป็นจำที่ ๆ ที่ผีอยู่
เพราะคนรุ่นเก่ากลัวเราไปทำลายที่กำเนิดน้ำใส ๆ
เลยบอกว่าจำคือที่ ๆ มีผีอยู่

 

โดย: ภูเพยีย 24 ตุลาคม 2550 13:02:30 น.  

 

สวัสดีหนูปลาย
การใช้นามจอมันก็ไม่ดีตรงนี้
เหมือนคลุมหน้าคุยกัน ฟังดูหนูเป็นผู้ใหญ่เกินอายุนะ ไม่น่าเชื่อว่าจะอ่อนกว่าหนูหยิ่ง

ภูเพยียครับ
ผมอายจัง อุตส่าห์ตามไปค้นกูเกิ้ล
ภาพส่วนใหญ่มาจากสูจิบัตรสะสมของผมครับ
ตอนนี้ไม่ค่อยสวย สีน้ำมีปัญหาครับ ไม่ว่าหนังสือเล่มไหน
โดยเฉพาะที่นั่น เขาจะเร่งสีจนเพี้ยน
อยู่บยกระดาษบาง ก็ไปกันใหญ่
แบบที่เราชอบ เขาไม่ชอบ หาว่าซีดเซียว
ก็เลยเปลี่ยนมาใช้ภาพจิตรกรรมสีน้ำมันให้ฉูดฉาดไป
อีกอย่างก็เพราะ สภาพบึงมันเปลี่ยนไปแล้ว
ที่ผมวาดไว้ก็เจอะกรณีดังว่า เลยเอาภาพถ่ายลง
ไว้เฉลยตอนท้ายว่ามันเปลี่ยนไปไง
ดีใจที่คุณตามอ่าน แต่อายจัง
รู้ตัวว่าเขียนแย่มาก
มันลักลั่นกันระหว่างเรื่องแต่ง กับสาระ
ใจอยากจะเขียนเรื่องนิเวศน์วิทยาตรง ๆ แต่ก็ติดขัด เกรงใจหน้ากระดาษเขา พอลังเล มันออกที่งาน แก่วงๆ
จะทุ่มไปทางเรื่องแต่ง
ก็เกรงจะมีแต่น้ำโจ๋งเจ๋ง (ยิ่งตอนต่อไปนี้ยิ่งต้องขอสารภาพว่า หารูปประคองเรื่องไม่ได้เลย ถัดจากนั้นก็ขอจบก่อน) มีภูเพยียให้กำลังใจคนหนึ่ง ก็ทำให้มีแรงและตามความมั่นใจคืนมาได้ระดับหนึ่ง นี่แหละครับ ต่อไปก็จะทำงานด้วยความสุขและยืนยันมั่นคงในตัวเองดีที่สุด

บ่นให้ฟัง คงไม่เบื่อนะครับ อีกตอนก็จบแล้ว ทน ๆ นิด...
คิดถึงที่มีคนพูดว่า การมีชื่อเสียงนั้นยากแล้ว
แต่การรักษามันไว้นั้นยิ่งยากกว่า
เหมือนหมาล่าเนื้อสู้รบปรบมือกับเงาในน้ำ

จำ คนละคำกับ จ๋ำ ครับ
จ๋ำ หมายถึง ยอ ไปตั้งจ๋ำ คือไปยกยอ เครื่องมือหาปลาพื้นบ้านมี ตุ้ม จ๋ำ แซะ ไซ แหลน(ฉมวก) ฯลฯ

ขอบคุณภูเพยียที่ใส่ใจในรายละเอียด
ทำให้มีกำลังใจที่จะทำงานให้ละเอียด ๆไม่สุกเอาเผากิน
ช่วงนี้มีพลังและมีโชคในการเขียนแล้วครับ
ก่อนหน้านี้ ป้อแป้เลย
อะไรไม่ว่า คนใกล้ ๆไม่เห็นค่านี่หละ ตัวบั่นทอนศรัทธา

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 25 ตุลาคม 2550 23:45:39 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ปอน

รู้สึกเป็นเกียรติทุกครั้งที่พี่ปอนใส่ใจมาตอบ
ด้วยความที่เข้าใจเป็นอย่างยิ่งในเรื่องที่พี่ไม่สามารถพูดคุยกับมิตรรักนักอ่านของพี่ได้ถ้วนทั่ว
แม้ว่าอยากจะพูดคุย แนะนำ ให้กำลังใจคนรุ่นใหม่ที่อยากเขียนหนังสือก็ตาม

กุลสตรีเล่มล่าสุดนี้ พี่คงได้อ่านแล้วนะคะจากแฟนพันธุ์แท้ที่อยู่สวิสเซอร์แลนด์
ที่เธอชื่นชอบที่สุดคือคอลัมน์กระท่อมดิน-ทุ่งดาว
ขออนุญาตคัดคำมาให้พี่อ่าน ไม่แน่ใจว่าพี่จะมีเวลาได้ติดตาม

“ มันเป็นบทความที่จับต้องได้
เห็นความมีคุณค่าของสมอง มือ และความสามารถ
บอกความจริงจังที่มนุษย์สร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง
อยู่อย่างพึ่งพิงตนเอง
และเข้าใจวิถีที่มนุษย์จะอยู่อย่างมีความผาสุก
(ที่จับต้องได้จริง ๆ ) ร่วมกับธรรมชาติและเข้าใจธรรมชาติ
อ่านแล้วมีความสุข(อย่างลึกล้ำจริง ๆ ค่ะ)
อย่าต้องให้จบเร็วไวนะคะ ขอให้เขียนต่อนาน ๆ ต่อไป”

เชื่อว่าใครอ่านก็รู้สึกปลาบปลื้มอย่างเหลือล้น
รู้สึกดีมาก ๆ แทนพี่ที่มีนักอ่านของพี่อยู่ทั่วทุกแห่ง
เป็นกำลังใจ เพราะเขาอ่านอย่างใส่ใจ
และเห็นสิ่งที่พี่กำลังทำอยู่
ไม่ใช่แค่รักษาชื่อเสียงเท่านั้น
พี่ปอนไม่ใช่คนเขียนหนังสือฉาบฉวยเลย
ยืนยันจากความรู้สึกของตนเองที่ตามอ่านหนังสือของพี่
คนเขียนหนังสือดี มีคนเห็นค่ะ
ทุกอย่างมันมีรางวัลในตัวของมันเองอยู่เสมอ

ภูเพยียได้อ่าน “ จาก Blog สู่ Book ”
จากสกุลไทย รายงานวรรณกรรม โดย กว่าชื่น บางคมบาง
ดีใจที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ และแนวคิดต่างในการเขียนบล็อกของพี่ พี่โดม และคุณจรินยา
เข้าใจในข้อดีและข้อเสีย
แม้ว่าเราใช้พื้นที่สาธารณะตรงนี้เขียนอะไรก็ได้
มันคือการฝึกการเขียนไปในตัว และเข้าใจที่พี่หมายความด้วยว่า
ทำไมไม่เขียนให้มันดี ๆ ไปเลย

ส่วนตัวแล้ว..เราหาตรงกลางหรือความพอดีเอาเองจะดีกว่าค่ะ
เรื่องส่วนตัวก็เป็นเรื่องส่วนตัวอยู่วันยังค่ำค่ะ
ต่างคนมีข้อจำกัดในเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว
แม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือบุคคลสาธารณะแค่ไหนก็ตาม
อยากบอกแค่ว่า ภูเพยียมองว่า ถึงใครจะเป็นคนพิเศษของเราแต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาต้องวิเศษเสมอไป
ชีวิตส่วนตัวของเขา ก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ควรก้าวก่าย ไม่ล้ำเส้นอยู่แล้ว
การที่ใครสักคนใส่ใจในเรื่องที่ตนเองเขียนก็เท่ากับให้เกียรติผู้อ่านมากแล้วค่ะ
คิดแบบนี้แล้วก็สบายใจ
พี่เองก็ไม่ต้องฝืนเขียนในสิ่งที่ไม่อยากเขียนอยู่แล้ว
สิ่งที่พีสื่อ ส่วนใหญ่ผู้อ่านได้ประโยชน์เต็ม ๆ
ส่วนเรื่องใครชอบ หรือไม่ชอบ ก็เป็นเรื่องของสองคนยลตามช่องละกันค่ะ
เราคิดแทนใครไม่ได้


เรื่องภาพสีน้ำที่พี่ปอนเอามาประกอบการเขียนน่ะ
ภูเพยียเห็นชื่อศิลปินท้ายภาพน่ะค่ะ เลยคิดไปเองว่าน่าจะมี คิดง่ายไปหน่อย เพราะตัวเองไม่ค่อยได้ไปไหน
เลยเอากูเกิ้ลเป็นห้องสมุดส่วนตัว ที่ต้องหาอะไรก็เจอ

และกว่าจะได้ดูในเว็บไซต์ของกุลสตรี ก็ต้องรอไปก่อน
ขืนลงให้อ่าน ให้ดูภาพสีน้ำสวย ๆ ตอนนี้ นิตยสารขายไม่ออกกันพอดี

กลัวนะคะ กลัวว่าหนังสือจะขายได้น้อยลง
ถ้าทุกอย่างนำมาลงเว็บหมด
เพราะยังชอบจับหนังสือเป็นรูปเล่มอยู่
จะหามุมที่ชอบอ่าน ก็ยังเป็นสุขเหลือล้นที่ได้จับต้องหนังสือกับบรรยากาศจริง ๆ
ที่สำคัญชอบสะสมหนังสือด้วย

ขอให้พี่มีพลังและกำลังใจในการสร้างสรรค์งานค่ะ
สุขภาพสำคัญที่สุด กรุณาอย่าละเลยนะคะ


นับถือค่ะ

 

โดย: ภูเพยีย 29 ตุลาคม 2550 9:29:33 น.  

 

ขอบคุณมาก-มากเลย
รู้ไหมว่าภูเพยียมาครั้งใดก็ให้มีแรงใจขึ้นสองเทม่าทุกที
วันนี้ต้องทำงานได้ดีแน่ ๆ
ขอบคุณครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 31 ตุลาคม 2550 12:38:49 น.  

 



หนีไปเที่ยวมาอีกแล้วค่ะ
คราวนี้ไปเยือน หนองคาย เบิ่งบั้งไฟพญานาค
ปรากฏว่าสถานที่ไปรอคอย ตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงสามทุ่ม
ไม่มีบั้งไฟเลยแม้แต่ลูกเดียว..เซ็ง

วันรุ่งขึ้นก็เลยไปเที่ยวเวียงจันทน์ อีก 1 คืนซะสะใจ

ปลอบใจตัวเองว่า ไม่เป็นไร..ปีหน้าไปใหม่
ฝากไว้ก่อนเถอะบั้งไฟ ฮึ่ม ฮึ่ม

พี่ปอนไปเขียนรูปที่เขาพิงกันมาเหรอคะ
ที่นั่นบรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง

ป้าแอ๊ดเคยไปภูเก็ต-พังงามา ก่อนที่จะเกิดสึนามิ 2 ปีค่ะ
คงจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ไม่มากก็น้อยนะคะ

อากาศเย็นลงแล้ว รักษาสุขภาพด้วยค่ะ




 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 31 ตุลาคม 2550 18:13:23 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ปอน

ได้อ่าน “ลมหายใจของสายน้ำ” ตอนที่ 3 แล้วค่ะ ดีใจจัง
เดี๋ยวจะเล่าความรู้สึกให้พี่อ่านนะคะ

ก่อนอื่น ต้องบอกพี่ว่า ชอบกุลสตรีฉบับนี้พิเศษ เพราะมีสัมภาษณ์คุณมุกหอม วงษ์เทศด้วยค่ะ (เกี่ยวมั้ยนะ) ด้วยความที่ชอบอ่านงานเขียนบทความ หรือที่คุณมุกหอมเธอเรียกความเรียงของเธอเป็นทุน และเธอก็ตอบอะไรแบบสาวมั่น ผู้หญิงที่มั่นใจตัวเองดูมีเสน่ห์มากค่ะ อันนี้เป็นความชอบส่วนบุคคล ชอบจริงชอบจังก็ว่าได้

อีกคอลัมน์ที่ชอบอ่านก็ระเบียงเรื่องสั้นของคุณ ศตฆนี นั่นแหละค่ะ ไม่ได้ชอบเพราะวิจารณ์งานของนักเขียนหรอกนะคะ แต่ชอบอ่านมันเป็นประโยชน์มากสำหรับนัก(อยาก)เขียนทั้งหลาย อย่างน้อยเวลาเขียนก็มีการติ ชม มีการให้คำแนะนำ วิจารณ์ด้วยความปรารถนาดี ประโยชน์มันตกกับผู้เขียนจริง ๆ เราผู้อ่าน ยังรู้สึกว่าดีจัง ที่มีการแนะนำแก่นักเขียนแบบนี้ ส่วนเรื่องที่ผ่านการคัดสรรแล้ว ก็ได้ลงในนิตยสาร เราก็ได้อ่าน เรื่องสั้นในครั้งนี้ก็น่าอ่านมาก ๆ (บ้านล้ำจินตนาการ) เวลาอ่านอะไรดี ๆ ก็อยากให้เพื่อน ๆ อ่านด้วย

แต่อย่างไรก็ตามยังรู้สึกว่า งานเขียนเป็นงานที่ยากที่สุด สอนได้ แต่สอนกันให้เขียนดี เขียนเก่งไม่ได้ เห็นด้วยกับคำพูดของ เออร์เนส เฮมมิงเวย์ด้วยค่ะที่ว่า “งานเขียนเป็นอะไรบางอย่างที่คุณไม่สามารถทำมันให้ดีได้อย่างที่คุณเคยทำมาแล้ว มันเป็นความท้าทายหลายหลากและแปรเปลี่ยนต่อเนื่องกันไปและเป็นงานที่ยากกว่าอะไรทั้งหมด”
แต่พี่ปอนอาจไม่คิดแบบนี้นะคะ เพราะพี่เขียนอะไร ก็น่าอ่านไปหมด เขียนร้อยแก้วทำนองบทกวี ซาบซึ้งกินใจ ยิ่งเขียนประกอบภาพด้วย ทำเอาเขียนอะไรต่อไม่ได้ เพราะแม้แต่จะเขียนชมจากใจก็ยังไม่ได้เสี้ยวความรู้สึกที่อยากบอกเลยค่ะ

คอลัมน์ของพี่ปอนน่ะ สำหรับภูเพยีย มีสองอย่างคือ เปิดก่อนใครเพื่อน แล้วอ่านก่อนเพื่อน
กับอีกอย่างคือ เปิดก่อนเพื่อน แต่เก็บไว้อ่านทีหลัง กลัวมันจะจบ แล้วต้องรออีก 15 วันกว่าจะได้อ่านเล่มต่อไป คิดเองก็ขำค่ะ อยากให้มีให้อ่านเยอะ ๆ แต่ก็มีแค่ 4 หน้าเอง มีภาพประกอบเยอะเชียวฉบับนี้ รอบนี้ ภูเพยียคงไม่เปิ่นไปค้นหาแบบทุกครั้งหรอกค่ะ คิดว่าพี่มีโปสการ์ดหรือภาพสวย ๆ เหล่านี้เป็นของส่วนตัวเป็นแน่แท้
อยากบอกว่าภาพหนองน้ำยามเย็น หรือนกน้ำในบึงสงัด ทำให้รู้สึกวังเวง น่ากลัว บางภาพก็หลอน ๆ ได้บรรยากาศหนองน้ำผีดุจังค่ะ

เรื่องเล่าพื้นบ้านเหล่านี้ ดูเป็นวิถีชีวิตที่พี่เขียนแล้วรู้สึกกลมกลืน เห็นภาพตามไปด้วย ภาคไหน ๆ ก็คงมีเรื่องเล่าเช่นนี้เช่นกัน แม่ของภูเพยียเป็นครูเช่นกัน แม่เขียนเรื่องนิทานพื้นบ้านเยอะแยะไปหมดสอนเด็ก ๆ ทั้งเขียนกลอนสี่ กาพย์ยานี ๑๑ อ่านเข้าใจง่าย ๆ มีภาพประกอบด้วย ถ้าภูเพยียกลับบ้านเกิด จะขอแม่มาสักชุดส่งมาฝากพี่อ่านนะคะ ลูก ๆ ได้อ่านกันแล้ว แต่ยกให้พี่ตอนนี้ไม่ได้น่ะค่ะ
จำได้ว่ามาใหม่ ๆ ไม่รู้จักปลาเหยี่ยนค่ะ ไม่ทราบว่าจะเดาว่าเป็นปลาอะไรดี พอ ๆ กับไม่รู้จักคำว่า “ตีนเป็นหอ” ยืนอ้ำอึ้ง ไม่ทราบจะหยิบยาอะไรให้คนไข้ดี บางครั้งเด็ดกว่านั้นก็ยังมีคำว่า “ฮดน้ำหอมมา ปวดเนื้อปวดตัว” ภูเพยียก็สงสัยเหมือนกันว่า น้ำหอมยี่ห้ออะไรหนอที่พรมบนตัวเราแล้วทำให้ปวดเมื่อยได้ กว่าจะถึงบางอ้อว่า ไปรดน้ำ หอม กระเทียม จึงได้ปวดเมื่อยร่างกาย พยายามเรียนรู้ภาษาคำเมืองมาตลอดค่ะ ตอนนี้แพ้เด็ก ๆ ไปแล้ว เพราะเด็ก ๆ ใช้ภาษาถิ่นด้วยความภาคภูมิใจมาก

“ขึด” อีกคำ คำนี้ได้ยินมาเสมอ ๆ และเข้าใจเป็นอย่างดี แต่วลีหนึ่งที่ฟังแล้ว กว่าจะเข้าใจก็คือคำว่า “มันมีฮั่นอย่าง” โหย .. ภูเพยียรบเร้าถามว่า มันคืออะไร มันแปลว่าอะไร เพื่อนก็ชอบเปรย ๆ กัน แล้วก็ไม่อธิบายอะไร จนกระทั่งรู้เอง

ส่วน ห้าว คำนี้คนอีสานก็ใช้ค่ะ ความหมายใกล้เคียงกับที่พี่เข้าใจ แต่เราเองก็ไม่สามารถเรียกคนเหนือว่าลาวเหนือได้ เกรงว่าจะเข้าใจว่าดูถูกกันซะเปล่า ๆ แต่ใครว่าภูเพยียเป็นลาว ก็เฉย ๆ นะคะ เป็นแสลงไปซะอย่างนั้น จนต้องอธิบายให้เพื่อนต่างชาติฟังบ่อย ๆ
ไคร้ผีคราง สงสัยจะน่ากลัวมาก ยิ่งถ้าเด็ก ๆ ฟัง ก็น่าจะกลัว ไม่ไปเที่ยวเล่นที่ต้องห้ามเหล่านั้น สงสัยจังค่ะว่า เดี๋ยวนี้เด็กท้องถิ่นยังมีเรื่องเล่าเหล่านี้จากบรรพบุรุษบ้างหรือเปล่า มันจะเลือนหายไปไหม และใครจะเป็นคนเล่า เพราะเด็กท้องถิ่นที่นี่ ครอบครัวคนเมืองไม่ค่อยให้ลูกพูดคำเมือง ไม่เข้าใจนัยยะที่แท้จริงของเขาเช่นกัน ในเบื้องต้นก็คิดว่ากลัวเขียนไทย ใช้ภาษากลางไม่ดี ถ้าเรียนสูง ๆ ไป แล้วที่แปลกมากคือ มีหลักสูตรสอนภาษาคำเมือง และให้นักเรียนอู้กำเมืองในวันศุกร์
มันอะไรกันนี่ เราอยู่ในถิ่นคนเมืองแท้ ๆ ไม่เห็นน่าอายเลยค่ะ พูดคำเมืองได้ เราไม่อนุรักษ์ภาษาเราเอง จนกระทั่งต้องมีการบรรจุหลักสูตรแล้วหรือ

เรื่องเลี้ยงผี ตามชนบทคิดว่ามีกันอยู่นะคะ ที่ ๆ ภูเพยียอยู่ เคยไปดูพิธีเขาเลี้ยงผีเช่นกัน แต่ไม่เคยไปตามหนองน้ำ ที่นี่เวลาจัดพิธีเซ่นไหว้ผี เขาทำจริง ๆ จัง ๆ เราไม่ได้ลบหลู่นะคะ ดูเฉย ๆ ที่เราไม่เห็นด้วยก็เรื่องการรักษากระดูกหัก ใช้หมอบ้านรักษานี่แหละ หรือรักษาโรคงูสวัด บางทีเห็นแล้วก็อึ้ง ๆ

ความเชื่อหรือศรัทธาอะไรบางอย่าง ต่อให้วิวัฒนาการก้าวหน้าแค่ไหน ก็เปลี่ยนความคิดบางอย่างไม่ได้เลยค่ะ จนกว่าจะเปลี่ยนเจเนอเรชั่นของคนก็ว่าได้ มันยากจะเข้าถึง
เดี๋ยวนี้ยังมีพิธีเลี้ยงผีอยู่หรือเปล่าคะ ได้แต่นึกถึงเสียงผีครางตามพี่เล่า แต่คงไม่อยากไปพิสูจน์เสียงเหล่านั้นด้วยตัวเองหรอกค่ะ

ใช้พื้นที่ตรงนี้เยอะมาก อาจดูน่าเกลียดไปหน่อย แต่ก็อยากมาทักทายตรงนี้ค่ะ เปิดใจตรง ๆ เพราะเป็นคนตรง ๆ เกรงใจทุกท่านที่รักพี่ปอน กรุณาลากผ่านได้ค่ะ

เข้าใจเองว่า พี่ใช้คอมพ์ และคงเปิดเอ็มเอสเอ็น และความรู้สึกบอกว่าพี่ทำงานอยู่แถว ๆ นี้แหละ ว่าง ๆ ก็มาอ่านเล่นละกันค่ะ ภูเพยียคงไม่ไปรบกวนเวลาทำงานและเวลาส่วนตัวพี่กว่านี้หรอกค่ะ แค่อยากมาคุยด้วยที่นี่เท่านั้น
เรื่องการดูแลสุขภาพ ก็เชื่อตามที่พี่โดมยืนยันว่า พี่ดูแลตัวเองอย่างดีอยู่แล้ว ภูเพยียแอบอ่านมาแบบนั้น ทางเหนือหนาวมากค่ะ เห็นหมอกหลังฝนหมาดฟ้าเหมือนภาพที่พี่วาดเลยค่ะ ( ทัศนียภาพภายใน) สวย ขรึม มีเสน่ห์มาก

ขอให้พี่ปอนมีความสุขทุกวันนะคะ

นับถือค่ะ


 

โดย: ภูเพยีย 14 พฤศจิกายน 2550 9:15:05 น.  

 



มาชวนไปเที่ยว เวียงจันทน์ค่ะ

พี่ปอนเงียบไปเลย พักนี้เนตใช้งานไม่ได้เลยหรือคะ

 

โดย: ป้าแเอ๊ด (addsiripun ) 18 พฤศจิกายน 2550 20:45:26 น.  

 

สวัสดีค่ะ หนูเพิ่งเข้ามาเป็นหนึ่งในเว็บของพี่ เคยอ่านผลงานของพี่มาบ้าง ถูกใจคะ และก็คิดว่าจะติดตามงานเขียนของพี่ต่อไป เพราะเพื่อจะเป็นไกด์ให้หนูได้ เพราะหนูอยากเป็นหนังเขียนบ้างคะ ^_^

 

โดย: bb IP: 203.146.116.101 19 พฤศจิกายน 2550 9:31:48 น.  

 

เห็นบล็อคของพี่ปอนโดยบังเอิญ ดีใจมากค่ะ รีบคลิกทันที พี่ปอนคงสบายดีนะคะ ดีใจมาก ต่อไปคงติดหนึบอยู่แถวนี้ล่ะค่ะ มีเรื่องราวให้อยากรู้อยากอ่านมากมาย และบล็อคก็สวยหวานค่ะ ภาพประกอบก็สวย ๆ จะแนะนำให้เด็ก ๆ ที่โรงเรียนมาชมค่ะ

 

โดย: ครูชนบท IP: 125.26.188.251 19 พฤศจิกายน 2550 13:53:14 น.  

 

ขอบคุณครับทุกท่าน
ภูเพยียสบายดีนะครับ ผมซาบซึ้งใจมากครับที่ติดตามอ่าน"ละเอียด" ทำให้รู้สึกว่ามี"นักอ่านที่ไว้ใจ พึ่งพาได้เพิ่มมาอีกคนหนึ่ง มีแรงขับลึก ๆ ในใจว่าจะทำงานให้ดีเท่าที่จะทำได้ ต้องขอโทษที่ไม่ค่อยมีเวลามาเสวนาในบล็อกเท่าไหร่ หมู่นี้ อยากจะป้องปากว่า คำชื่นชมต่องานเขียนถ้าไปปรากฏหน้าจดหมายถึงบรรณ(จริง-จริงาธิการจะเป็นประโยชน์มากสำหรับนักเขียนไม่ฮิตในนิตยสารที่วัดความนิยมงานจากปฏิกิริยาคนอ่าน...(อย่างน้อยก็ หนึ่ง โหวต)

ป้าแอ๊ดก็คงเข้าใจดีหละเขียนเรื่องหนักสมองในนิตยสารตลาดๆได้ ก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์แล้วหละ ที่นั่นเขาอ่านกันแต่นิยายครับ(จุ๊ จุ๊)
ป้าแอ๊ด เล่นแอบไปเที่ยวทั่วไทยให้อิจฉานี่ ที่
เวียงจันทร์ มีความประทับใจและมีความหลังสำคัญอยู่หลายเรื่องล่ะ...จะไปเยี่ยมนะ ให้เน็ตมันเข้าที่ก่อนจ้า ยังไม่มีแววเรือด่วน นั่งเรือเกลือไปพลางๆ และพยายามยิ้มๆเข้าไว้ (ไม่บ้า)

บี บี เชิญตามสบายจ้ะ ดีจังถ้าสัพเพเหระนี่จะเป็นประโยชน์กับหนูได้ ยินดีจ้ะ นักเขียนนะ ไม่ใช่หนังเขียน
นักเขียนรุ่นพ่อผม เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานพิสูจน์อักษร ถือเป็นกุศโลบาย ให้เรียนรู้เรื่องภาษา และฝึกหัดเป็นคนละเอียดละออ ประณีต อันเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้ที่จะเข้ามาเดินในสวนอักษร...

ครูชนบทเห็นด้วยไหมครับ
เชื่อว่าคุณครูต้องสอนสายศิลป์ หรือภาษาไทย
ขอบคุณที่เชิญชวนลูกศิษย์มาอ่าน
อยากรู้ว่าเห็นโดยบังเอิญ เป็นแบบไหน เข้ากูเกิ้ล หรือ...
ขอประทานโทษ สอนที่โรงเรียนไหน จังหวัดอะไร ผมเคยนำคณะนักเขียนไปทัวร์หรือยัง ฟังน้ำเสียงดูว่าเคยรู้จักกันมาแล้ว ใช่ไหม่เอ่ย...

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 20 พฤศจิกายน 2550 21:43:17 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ปอน
พี่ปอนทายถูกต้องแล้วค่ะ หนูเป็นครูภาษาไทย พี่ปอนเคยพาคณะไปร้องเพลงและอ่านบทกวีให้เด็ก ๆ ฟังที่โรงเรียนค่ะ โรงเรียนเชียงใหม่ประชานุสรณ์ จ.ร้อยเอ็ด ถือว่ามีวาสนา และเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมรับประทานอาหารกับพี่ปอนครั้งนึง (ไม่ทราบว่าพี่จะจำได้หรือเปล่าเนาะ) เจอพี่ครั้งสุดท้ายที่งานแต่งงานของคุณไพวรินทร์ ขาวงาม อ.บ้านไพ่ ขอนแก่น ค่ะ... ประทับใจภาษาและการใช้คำของพี่ค่ะ เรียบง่าย และงดงาม หนูจะขออนุญาตนำบทกวีของพี่ปอนไปสอนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ "ดนตรีในดวงตา" และอีกหลาย ๆ เรื่อง หวังว่าพี่คงอนุญาต...
หนูเห็นลิงค์บล็อคของพี่ปอน จากบล็อคของคุณโกศล อนุสิม ใน oknation ค่ะ ดีใจมาก ๆ รีบคลิกทันทีเลยค่ะ

 

โดย: ครูชนบท IP: 125.26.189.124 21 พฤศจิกายน 2550 12:14:54 น.  

 

ยินดีครับคุณครู
ขอบคุณที่เห็นค่า
แวะมาอีกนะครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 22 พฤศจิกายน 2550 8:36:09 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ปอน
ที่บ้านพี่หนาวแล้วยังคะ ร้อยเอ็ดหนาวมากเลยวันนี้ เลยฝากกลอนหนาว ๆ มาให้ค่ะ

ลมหนาว...
ลมหนาว หนาวลมโชยผ่าน
หัวใจเบ่งบานความฝัน
กรุ่นกลิ่นไม้ดอกนานาพันธุ์
สีสันแต้มแต่งจินตนา.

 

โดย: ครูชนบท IP: 125.26.189.124 22 พฤศจิกายน 2550 15:54:41 น.  

 

ชอบจัง

ลมหนาวโชยผ่าน
หัวใจเบ่งบานความฝัน

ขออนุญาต รู้สึกตรงข้าม....

หนาวโชย
ใจโรยดอกฝัน
นานมากจากกัน
ใจฉันหนาวเปลี่ยว เดียวดาย...

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 23 พฤศจิกายน 2550 0:09:22 น.  

 

คิดถึงค่ะพี่ปอน

มัวแต่ยุ่ง ๆ เตรียมความพร้อมโรงเรียนเพื่อรับการประเมินเลยไม่ได้มาเยี่ยมพี่ปอนเสียหลายวัน...คิดถึงมั่ก ๆ

ขอบคุณที่รู้สึกตรงข้าม...หวานเศร้านะคะ

เพราะมีความต่าง...โลกจึงน่าอยู่
มีกลางวัน...มีกลางคืน
มีมืด...มีสว่าง
มีสวย...มีขี้เหร่ (ถ้าไม่มีคนขี้เหร่จะรู้ได้ไงว่าใครสวยที่สุด)
...ฯลฯ...
มีผู้หญิง...มีผู้ชาย
มีเธอ...แหละฉัน แต่ไม่มีเขาคนนั้น (หุ ๆ)

ปายแล้วค่ะ

 

โดย: ครูชนบท IP: 125.26.189.94 1 ธันวาคม 2550 1:06:59 น.  

 

หึ หึ
หัวเราะทีหลัง
ระวังนะ....

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 2 ธันวาคม 2550 21:24:14 น.  

 

คิดถึงค่ะ ดีใจจังค่ะที่มีโอกาสคุยกะพี่ปอน

ดูแลสุขภาพนะคะ

 

โดย: โมกสีเงิน 4 ธันวาคม 2550 15:22:55 น.  

 

แวะมาเยี่ยมค่ะคุณกวี อิอิ สุขสันตวันพ่อย้อนหลังนิดนึง ค่ะ
ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงมั๊กๆๆๆๆๆค่ะ พ่อเดี๋ยวนี้เขาเล่นHi5กันแล้วนะ (เวลาไปเร็ว) http://wanwantong.hi5.com ฝากไปเยี่ยมด้วยนะคะ คุณกวี ทำฉลองวันพ่อให้พ่อเลยนะ
พี่หยิ่งก็ทำ เห็นรึยังเอ่ย ไปดีกว่า ไว้จะมาเยี่ยมใหม่นะคะคุณกวี รักพ่อมากมายนะคะ

 

โดย: ลอมฟาง ลูกกวี IP: 125.24.20.74 8 ธันวาคม 2550 20:21:04 น.  

 

เพราะคิดถึงจึงมาหา...สบายดีนะคะพี่ปอน อากาศแถวร้อยหนึ่งก็อบอุ่นขึ้นค่ะ ที่บ้านพี่ปอนก็คงอบอุ่นเช่นกันนะคะอากาศหนาวรักษาสุขภาพ

ด้วยรักและห่วงใยค่ะ
บายยย

 

โดย: ครูชนบท IP: 203.153.189.2 9 ธันวาคม 2550 14:50:06 น.  

 



เพิ่งกลับมาจากลำปางเมื่อเช้านี้ค่ะ

ไปเยี่ยมเพื่อนที่ผ่าตัดค่ะ

อากาศที่นั่นหนาวถึงใจจริงๆ

กลับมากรุงเทพฯ เลยเป็นหวัดตามระเบียบ(ที่ไม่ใช่ เจ๊)

รักษาสุขภาพนะคะ



 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 14 ธันวาคม 2550 21:35:37 น.  

 

สวัสดีครับป้าแอ๊ด
ขอบคุณที่เป็นห่วง
เพิ่งจะโงหัวได้บ้างก็วันนี้ (นี่ยังรุม ๆอยู่)
ตั้งแต่วันที่ ๙ เจอไข้หวัดเข้าเต็มเปา
จึงบอกว่า รักษาไม่ทันแล้ว ไปฉีดยาเจอะหมอมือหนัก
เดินเขยกซ้ำเข้าอีก
ว่าแต่เพื่อนป้าผ่าตัดปลอดภัยดีนะ
อย่าลืมอย่าปล่อยหวัดเรื่อรังเหมือนผม
รีบไปหาหมอด่วน

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 14 ธันวาคม 2550 21:44:11 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ปอน

ไม่สบายเหรอคะ...แย่จังช่วงนี้อากาศเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็คงแบบนี้มั้งคะ

โชคดีที่ตอนลมหนาวแรกมา...อยู่บ้านกับแม่ แม่เลยจัดการแกงส้มดอกแคให้กินแก้ไข้หัวลม

รักษาสุขภาพนะคะ

 

โดย: เพลงฝนต้นลมหนาว 16 ธันวาคม 2550 23:47:22 น.  

 

ให้พี่ปอนมีสุขภายกาย-ใจแข็งแรง
Happy Birthday รอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย
อย่านับเลยเนาะ

 

โดย: ขมิ้นศรีและพี่สาว IP: 202.29.50.249 18 ธันวาคม 2550 10:07:23 น.  

 

ขอบคุณครับ
อยากกินแกงส้มดอกแคแก้ไข้หัวลมจัง
จนป่านนี้ยังไม่สร่าง

แกงเลียงขมิ้นศรีก็น่าจะกินดี
ใส่พริกไทยจัดๆ
แล้วนั่งนับนิ้ว หึ หึ..

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 19 ธันวาคม 2550 21:02:46 น.  

 

เปลี่ยนเป็นแกงไตปลา
หรือน้ำพริกกุ้งเสียบน่าจะพอได้
ถ้าไม่เบื่อไม่เซ็ง
จะจับใส่กล่องแต่ไม่รู้จะให้ส่งไปที่ไหนค่ะ
...
หายป่วยหายไข้ไวๆ นะคะ

 

โดย: ขมิ้นศรีฯ IP: 202.29.50.249 20 ธันวาคม 2550 11:25:46 น.  

 

... นาน นาน แวะมาทีเน้อพี่ท่าน
พี่ปอน มีเรื่องอยากรบกวนแบบเป็นทางการ(อีกแล้ว)
อันแรกเรื่อง บทเพลงมาชารี ผมอยากให้พี่ปอนเอาเนื้อเพลงของพี่ปอนและมาชารี เอาตั้งแต่ชุด ขอความรักบ้างฯเลยก็ได้ครับพร้อมกับคอร์ดกีต้าร์ มาใส่ใว้บ้าง ไหนๆก็ไม่มีซีดีให้ฟังแล้ว เอาเนื้อเพลงกับคอร์ดกีต้าร์ก็น่าจะดีเหมือนกันนะ มาชารีสอง สามชุดแรกๆนั้นพอจะร้องได้ แต่เล่นไม่ได้ เพราะและหวานแบบนี้น่าเอาไว้เล่นให้ลูกหลานฟังเน้อ
ฝากพี่ปอนไว้ด้วยครับ และอยากจะให้มีหน้าอัพเดทเรื่องกิจกรรมที่เกี่ยวกับพี่ปอนและมาชารีด้วยครับ ไปทำอะไรที่ไปไหน เมื่อไหร่ให้เอามาโพสต์ไว้ด้วยครับ
และ ซีดีเพลงของมาชารี ทำขายสำหรับสมาชิกเถอะครับ คนมันเสพติด ถ้าไม่ได้ฟังมันจะลงแดงตาย ถ้ำกระบอกก็ไม่รับรักษา ฟังในIjigg ก็ไม่ได้เรื่อง ขาดๆหายๆ
..... นะพี่นะ ระลึกถึงเสมอและสวัสดีปีใหม่ไว้ล่วงหน้าด้วยครับ

 

โดย: อาสา IP: 221.128.72.22 25 ธันวาคม 2550 10:38:16 น.  

 

ลุงปอนคะ
อาทิตย์นึงแล้ว
เป็นไข้หายหรือยัง

ดูแลตัวเอง รักษาสุขภาพนะคะ

 

โดย: นกฟ้า IP: 125.25.50.16 25 ธันวาคม 2550 14:17:01 น.  

 

ขมิ้นศรี
ขอบคุณมาก
ยังไม่หายเลย ไข้ขึ้นทุกวัน
เพราะมัวดื้อไปสระผมอาบน้ำ
ทนไป ใจเย็น ๆ
อยากกินแกงส้มแบบเกาะยาวจัง

อาสา
รับไว้พิจารณานะ
มันไม่สะดวกเลย
เรากับเน็ต
ขอบคุณที่ให้กำลังใจ
นะ
ขอให้มีความสุขกับการฟังเพลงตะกุกตะกักไปก่อนนะ
(กลับมาเที่ยวสอง มันจะไมใตกุกตะกักนะ -เคล็ด)

นกฟ้า
ขอบคุณจ้า
ยังไม่หายเลย
วันที่ ๓๐ ต้องบินไปปาย
ตอนนี้มีแต่เรื่องต้องทำ
รอหายไข้ไม่ได้แล้ว
เรื้อรัง เหมือนรักเก่าที่แผลยังไม่ตกสะเก็ดเลยเนาะ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 28 ธันวาคม 2550 10:18:08 น.  

 


ขอมาร่วมวงเผ่าพันธ์
สร้างสรรจิตญาณขามขัน
ขอมาร่วมด้วยช่วยกัน
สร้างสันตฺชาติไทยให้เจริญ

 

โดย: เงาะหวาน IP: 118.172.24.138 28 ธันวาคม 2550 21:24:00 น.  

 

ลุงปอนคะ

ที่ปายเป็นอย่างไรบ้าง
อากาศหนาว ได้บรรยากาศรับปีใหม่
เดินทางบ่อย ๆ สนุกไหม
หรือมีแต่งาน

สุขภาพดี มีพลัง กาย ใจ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ

 

โดย: นกฟ้า IP: 125.25.48.219 31 ธันวาคม 2550 13:03:24 น.  

 



สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่ปอน

แอบอ่านคอมเม้นท์ของท่านอื่น ๆ จึงทราบว่าพี่ปอนไม่ค่อยสบาย และยังต้องเดินทางอีกช่วงก่อนปีใหม่ ถึงตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าอาการคงจะดีขึ้นเป็นลำดับนะคะ
ภูเพยียเพิ่งกลับจากบ้านแม่มาค่ะ ครั้งแรกตั้งใจจะไปห่มหนาวที่ปาย แต่เลื่อนไปเป็นกุมภาพันธ์แทน เพราะเด็ก ๆ อยากกลับบ้านไปเยี่ยมคุณยาย งานนี้ไปค้นหนังสือเก่า ๆ เจอหนังสือของพี่ปอน ทั้งที่แม่ซื้อ เพื่อนรักซื้อให้ภูเพยีย และที่ตัวเองซื้อเองด้วยค่ะ มีหนังสือรวมเรื่องสั้นของพี่ปอนกับนักเขียนท่านอื่นเยอะเลย ที่ภูเพยียเอามาอ่านใหม่ตอนนี้ มีเรื่อง “นกสีฟ้า” พิมพ์ครั้งแรกน่ะค่ะ เดือนธันวาคม ๒๕๒๑ ภูเพยียยังไม่สิบขวบเลยค่ะ ไม่ทราบว่าตอนนี้หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ไปกี่ครั้งแล้ว เหมือนไม่เคยเห็นหน้าปกใหม่ ๆ นะคะ
เอาเรื่องนี้มาอ่านอีกรอบ ยังกรุ่นไปด้วยอุดมการณ์อันดีเลิศของของหนุ่มสาวในเรื่อง ทั้งแนทและน้อย ภูเพยียอึ้งไปหลายต่อหลายครั้งตั้งแต่แนทจำต้องลาเด็ก ๆ ที่เขารักและจริงใจกว่าผู้ใหญ่หลาย ๆ คนเพื่อเดินไปกับคนรัก มีนักเขียน นักคิดหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะสวิฟท์หรือวอลแตร์ที่มักจะมองโลกอุดมคติที่มีแต่ความสุขเป็นนิรันดร์ซึ่งมันขัดแย้งกับความเป็นจริงเสมอ ๆ เศร้าลึก ๆ ที่มีคนที่มีเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์เพียงไม่กี่คนพยายามจะฝ่าอุปสรรคนานัปการให้อะไรต่อมิอะไรในโลกที่มันแล้งด้วยจิตสำนึกและมโนธรรม แต่ก็อยากคิดอีกว่าในขณะที่เราเปลี่ยนโลกไม่ได้ แต่โลกก็เปลี่ยนอะไรเราไม่ได้เหมือนกัน
ภูเพยียชอบนะคะ ชอบการเขียน เคยรู้สึกว่าตัวจริงพี่ปอนเป็นแบบแนทในเรื่องนี้ หรืออาจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะสิ่งที่ทำให้คนอ่านคนหนึ่งเชื่อจากสิ่งที่พี่เขียนนั่นคือ “จุดยืน” ของพี่ ไม่ใช่อุดมการณ์ที่เพียงแต่พูดแต่ไม่ได้ลงมือทำอะไร
แต่ที่ประทับใจสุดเห็นจะเป็น “จาก อ.ไชยวรศิลป์ ถึง พิบูลศักดิ์” พี่ยังจำได้หรือเปล่าคะ
อีกเรื่องที่เอามาอ่านใหม่ก็ “เพราะเธอคือเพื่อน” เล่มนี้พี่ปอนเป็นบรรณาธิการค่ะ แมกไม้แปล หน้าปกรูปจักรยานเคียงคู่กันน่ะค่ะ เล่มนี้เพื่อนรักของภูเพยียซื้อให้เช่นกัน และมีอีกหลายเล่มที่เห็นแล้วดีใจมาก ไม่คิดว่าจะเจอเนื่องจากเราย้ายบ้านกันบ่อยมาก
แต่ที่แม่รักมากคงจะเป็นหนังสือของคุณสุวรรณีนั่นแหละค่ะ ของรักของหวงเชียวล่ะนั่น

จริง ๆ แล้วก็อยากจะถามพี่ว่า หนังสือพี่ปอนมีการตีพิมพ์ใหม่บ้างหรือเปล่าคะ บางทีก็อยากหาให้เพื่อน โดยเฉพาะบทกวีเก่า ๆ ทั้งหลาย เพราะเคยไปตามร้านหนังสือ หาไม่ค่อยได้แล้วหรือไม่จับจังหวะก็ไม่ทราบ
ผลงานพี่ตามคอลัมน์ต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน ไม่แน่ใจว่าจะมีการรวมเล่มเมื่อไหร่เหมือนกัน เพราะไม่ค่อยมั่นใจว่าพี่จะเขียนอะไรให้ได้อ่านตรงนี้นานมั้ย อยากอ่านเป็นรูปเล่มอย่างต่อเนื่อง ดีใจที่ได้อ่านลมหายใจของสายน้ำ ตอนที่ ๕ จบแล้วค่ะ ว่าจะมาเขียนคุยด้วยก็หาเวลาไม่ได้ซักที วันนี้เลยขอรวบยอด
และไม่ทราบว่าพี่แวะไปที่บ้านทุ่งดาวหรือเปล่าหนอ...อยากให้แวะจังค่ะ

วันนี้ตั้งใจเข้ามากราบสวัสดีปีใหม่พี่ปอนค่ะ
ภูเพยียเคยเขียนอะไรล่วงเกินพี่โดยไม่ได้ตั้งใจ
ต้องกราบขออภัยด้วยค่ะ
เพราะบางทีเป็นเรื่องด้อยในการสื่อสารของภูเพยียเอง

หากขอพรใดได้ และเป็นได้ดั่งใจ
ก็ขอให้พี่ปอนมีสุขภาพที่ดี
มีความสุข
ทำในสิ่งที่พี่รักไปนาน ๆ ค่ะ


นับถือค่ะ


:)

 

โดย: ภูเพยีย 3 มกราคม 2551 13:23:36 น.  

 

ภูเพยียครับ
ไม่สะดวกตอบ
เอาเป็นว่าจดหมายยอาจจะเดินทางช้า
ให้ภูเพยียส่งงานไปบุ้คอินดี้นะครับ
งานดีมาก
เชื่อว่าเข้ารอบ ได้รางวัลแน่
หาสมุดมือทำ ลงลายมือ หรือพิมพ์ จัดรูปเล่ม เข้าเล่มใหม่
20 40ชิ่น พอแล้วครับงานภูเพยีย
รูปที่วาดประกอบก็น่ารักมาก

เรื่องหนังสือลองสตอร์เบอรี่ครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 9 มกราคม 2551 15:00:51 น.  

 



สวัสดีปีใหม่ สวัสดีวันครูและอีกหลายๆ วันที่กำลังจะตามมาค่ะ

ดีใจมากที่พี่ปอนแวะไปเยี่ยมเยียนและชมดอกไม้สวยๆ ที่บ้านค่ะ

เข้าใจความรู้สึกของพี่ปอนดีนะคะว่า "หุดหิด" เพียงใดกับการใช้เนต

ไม่ว่า ไม่บ่น กับการที่ไม่ได้เห็นพี่ปอนไปเยี่ยม

เพราะแอบมาอ่านที่บล็อกพี่ปอนเกือบทุกวันอยู่แล้ว

คิดถึงเสมอค่ะ

 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 18 มกราคม 2551 14:48:47 น.  

 



ไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ที่วังน้ำเขียวมา 2 วันค่ะ

อากาศที่นั่นดีที่สุด สมดังคำร่ำลือจริงๆ

สดชื่นมาก อยากอยู่ที่นั่นนานๆ แต่...

ไงก็ต้องกลับมาอยู่กับอากาศเน่าๆ ในกรุงต่อไป เฮ้อ....



 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 6 กุมภาพันธ์ 2551 0:58:58 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ปอน

เหมือนเพิ่งอ่าน “แม่น้ำ : บ้านเก่า ในเหย้าหัวใจของวันวาน” ฉบับที่แล้วไปหมาด ๆ อารมณ์ที่อ่านไม่ทันจาง วันนี้รับเล่มใหม่มา นั่งอ่านตอนเช้า ที่พอจะหาเวลาว่างอ่านได้ วันนี้ยิ้มกับดัชนีความสุขที่พี่เขียนและค้นพบ บางทีมันเป็นแค่สิ่งที่โลกค้นหาและไม่เคยพบเพราะมันอยู่ที่เราเปิดใจไปหามันหรือเปล่า แท้แล้วความสุขมันอยู่ที่ใจเราเห็น อ่านแล้วก็มีความสุขนะคะ เข้าใจว่าวิถีชีวิตริมน้ำ คงคล้าย ๆ กันหมด พี่เล่าเรื่องแม่กลอง..สายน้ำแห่งความสุข มันรู้สึกไปถึงวิถีริมน้ำเจ้าพระยาของภูเพยียเมื่อเยาว์วัยเช่นกัน ยังนึกถึงพระพายเรือมาบิณฑบาตตามแพตลิ่งริมน้ำหน้าบ้านและย่าแคะลูก ๆ หลาน ๆ จากที่นอนมาตักบาตร หรือไม่ก็นั่งชะเง้อคอรอกินก๋วยเตี๋ยวเรือ ชาเย็นกาแฟเย็นที่มีเสียงแตรกดดัง ๆ ที่เราคุ้น ไม่ว่าจะเรือหาปลาขายปลาไม่ทราบว่ายังมีเหลืออยู่หรือเปล่า
ไม่แปลกใจเช่นกันค่ะยามที่เราไปไหนแล้วไม่รู้สึกแปลกถิ่นแปลกที่แปลกทาง ยามที่หันหลังให้ความยุ่งเหยิงไปเยือนถิ่นเก่า สายน้ำ สายลม ผู้คนโบร่ำโบราณแล้วอิ่มความรู้สึกล้ำลึกได้ แท้แล้วเรามักซ่อนความทรงจำและซึมซับน้ำจิตน้ำใจของกันและกันมานาน ไม่มีวัฒนธรรมที่ใช้เงินเป็นที่ตั้งมันก็เลยได้น้ำใสไมตรีเต็ม ๆ รอยยิ้มจริงใจก็ยังมีเสมอ ๆ แต่ภูเพยียเองคิดว่าเราก็มักเจออยู่นะคะไม่ว่าที่ไหน
เข้าใจว่าพี่คงได้สเก็ตช์ภาพไว้เยอะพอสมควรนะคะ อยากเห็นภาพที่พี่วาดเหมือนกัน วิถีสายน้ำยามฟ้าสางนั่นน่ะ หากมีโอกาสก็คงจะได้เห็นในบล็อกนะคะ
ฉบับแล้วยังได้โยงเรื่องโหมโรงกับวัดเก่า ฉบับนี้ก็ทราบว่าพี่เคยหาข้อมูลเกี่ยวกับบ้านเรือนไทยที่อ.บางแพ ที่แผลเก่าเคยใช้เป็นฉากถ่ายทำ ทำให้อยากดูหนังขึ้นมา แผลเก่านี่คงจะหาดูยากสักหน่อย แต่โหมโรงนี่ดูหลายรอบเลยค่ะ เพราะเป็นหนังไทยที่ชอบมาก และก็ซื้อแผ่นไว้ ไว้ว่างจริง ๆ ค่อยดู บางทีมีของตายไว้ที่บ้านก็จะเป็นของตายอยู่อย่างนั้นได้เช่นกัน เอาไว้ก่อน ๆ ว่าจะดู ๆ แต่ก็ไม่ได้ดูซ้ำสักที
ความจริงภูเพยียมีความสุขเพิ่มอีกมากเมื่ออ่านกุลสตรีสามฉบับหลังติดต่อกันนี้ เพราะรับรู้เรื่องราวของเพื่อนสาวที่เป็นเคยใช้ชีวิตเป็นนางกำนัลแห่งราชวังลอยฟ้า เคยทราบแต่ว่าเพื่อนเป็นแอร์โฮสเตสที่สายการบินแห่งหนึ่งแต่ติดต่อกันไม่ได้ ไม่ทราบข่าวคราว เราเคยเล่นกีฬามาด้วยกันค่ะตอนเรียนมหา’ลัย จบแล้วต่างแยกย้าย เราต่างขาดการติดต่อ พออ่านก็ดีใจที่เห็นเธอมีความสุขกับชีวิตการงาน มีธุรกิจอยู่กับครอบครัวพร้อมลูกเล็ก ๆ ในเชียงใหม่นี่เอง คิดว่าเราคงได้เจอกันในสักวันข้างหน้า ตลกที่พบเพื่อนเก่าจากการท่องโลกในหนังสือ
และก็อดที่นึกตามเรื่องการงานของพี่ปอนทีสัญจรไปทุกที่เช่นกัน เชื่อแต่ว่าพี่คงไม่เลิกการเดินทาง มันเหมือนกับว่าโลกของพี่เป็นโลกของการเดินทาง
หากว่าการเดินทางของพี่ทำให้โลกเย็นขึ้น อบอุ่นขึ้น แบ่งปันความสุขให้คนรอบข้างเสมอ ๆ ไม่เพียงแต่พี่เป็นผู้ให้แต่ภูเพยียว่าพี่ย่อมได้รับความเอมใจนี้กลับเช่นกันค่ะ

อากาศช่วงนี้กำลังสบาย
หวังว่าพี่คงสบายดีนะคะ
รักษาสุขภาพด้วยค่ะพี่

:)

 

โดย: ภูเพยีย 6 กุมภาพันธ์ 2551 13:46:10 น.  

 

ป้าแอ๊ดครับ
ผมชอบลายผ้าต่ออินเดียนจัง
อยากทำเป็นเนาะ
จะได้เลือกเอาแบบที่เราประสงค์
ผ้าทอปาเกอกาญอสมัยสอนหนังสือที่ในหุบเขาแสงตะวันนั่น
เก่าโรยไปตามเวลา ไม่ยอมทิ้ง
วันหนึ่งเด็ก ๆ ไม่รู้เอาไปรองรีดผ้า
โอ๊ย รุ่ยขาดไปไม่มีชิ้นดี ได้แต่กล้ำกลืนน้ำตา
ไม่มีใครรู้หรอกว่า ความรักความผูกพันของคนเรานี้
เหนียวแน่น หนักหนาแค่ไหน ของบางชิ้นเล็กจ้อยไร้ค่า แต่ราคาหัวใจมันประเมินค่าไม่ได้
แต่นั่นแหละ จะโกรธใครได้ลง
เขาไม่รู้ค่าก็หาใช่ความผิดไม่

ภูเพยียครับ
ขอบคุณมากมายสำหรับหนังสือนิ้วกลม
และหลายสิ่งหลายอย่าง
หนังสืออ่านสนุก ได้แง่มุมที่มีประโยชน์หลายอย่างในการเขียนหนังสือในยุคสมัยใหม่นี้
หนังสือที่พิมพ์สิบสี่สิบห้าครั้งในรอบสองปีนี้ ย่อมยืนยันถึรสนิยมการอ่านของคนสมัยใหม่และชั้นเชิงฝีมือคนเขียนได้พอสมควร...
สไตล์สั้น กระชับ มมมองแหลมคมไม่ซ้ำใคร มีลายเซ็นส่วนตัว
และหาจุดร่วมแห่งปรารถนาแห่งคนรุ่น x พบ
ผมยังอ่านไม่จบ น้องนุ่งที่กำลังไปเฝ้าไข้บิดาที่สงขลา
หาหนังสือไปอ่านในโรงพยาบาลอยู่พอดี สนใจเล่มที่กำลังอ่าน ก็เลยแบ่งปันไป -ตัวเองคงไปหาซื้อใหม่
คุณค่าทางใจก็คงเสียไปนิด ตรงที่เป็นเล่มที่ภูเพยียมอบให้
แม้จะไม่มีลายเซ็นก็ตามเถอะ ต้องขอโทษด้วย

ตอนหลังนี้ส่งเสริมการอ่าน ไม่หวงหนังสือ(ยกเว้นเล่มที่มีลายเซ็นผู้เขียน สำคัญๆในวาระต่างๆ อันนี้ให้ไม่ได้ กระทั่ง
ให้ยืมก็ไม่ได้ ซื้อให้ใหม่เลยดีกว่า ถ้าเป็นหนังสือที่ยังมีอยู่บนแผง)

ฝอยมายาวยืดนี่เพราะเป็นปลื้มที่มีคนชม
ชื่นใจ อยากคัดไปอวดบ.ก.หนังสือจัง จะได้ขึ้นไปอยู่บนกระดาษอาร์ตบ้าง กระดาษบางรูปสีมันเหลื่อมทะลุกัน ไม่สวยเท่าที่หวังไว้ อย่างไรก็ขอบคุณที่ชื่นชม จะดีถ้าชี้ข้อด้อยบ้าง งานรีบเร่งนัก รู้ตัวเลย เพราะมาอ่านทีหลัง พบว่ามีความไม่ต่อเนี่องทางอารมณ์เยอะอยู่

ต่อไปจะพยายามทำล่วงหน้าไว้เยอะ ๆ แก้แล้วแก้อีกจนพอใจ อย่าเกรงใจเลยมีคนอ่านเราอย่างจริงจังหนึ่งคน
ดีกว่าอ่านผ่าน ๆ ผิวเผินร้อยคนนะ เราว่า

ดีจังที่ได้เจอเพื่อนเก่า เราเป็นคนห่างเหินเพื่อนเก่ามาก
ไม่ใช่ไม่คิดถึงกัน แต่ไม่รู้เป็นไง กลัวอะไรก็ไม่รู้
เวลากระมัง...มันทำให้ใจหาย อือ น่าจะเป็นแบบนี้
เหมือนกลับไปนับหนึ่งใหม่ ...ทำไม่เป็น

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ไม่รู้ด้วยเหตุบังเอิญ-หรือใจอ่อนอันใด
เพื่อนเก่า ห้าคนพาครอบครัวมาเจอกันที่ร้านอาหารแถวท่าพระอาทิตย์
ทุกคนอุ่นหมด เฮฮาร่าเริง เราคนเดียว ไปยืมตัวลูกสาวมาจากแม่เขามันเลยเศร้าไงไม่รู้
พอเพื่อนซัก ก็ไม่รู้จะเล่าไง
เพราะพวกเขารู้เห็น ผูกพันมากับเรื่องยาวเรื่องแรกของเรา
ไม่ใช่เรื่องสั้นขนาดยาว และเรื่องสั้น ๆ และบทกวีวัยหวาน

เฮ้อ เราจึงป็นคนเดียวที่ล้มเหลวในชีวิตคู่
เป็นผู้พเนจรของหัวใจ (อยู่นั่นแล้ว -ในสายตาเพื่อน)

แต่เรารู้ว้าเราเหมาะกับความโดดเดี่ยวเดียวดายแบบนี้แหละ เพราะเราเป็นคนไม่น่ารักสำหรับความรัก

พอถึงจุดลงตัว เราก็ ไม่เอาแล้ว เห็นแก่ตัว ไม่ยอมเสียสละเมฆในท้องฟ้า การเดินทางร่อนเร่ ผ้าทอของคนรัก จดหมายเก่า วันเวลาแสนงามและความทรงจำของหีวใจ ไม่ได้เลย ถนอมรักษา
โลกส่วนตัวเหล่านี้ไม่มีเสียล่ะที่จะให้ใครล้ำแดน
แต่ก็ชอบเปิดเผย จูงใจคนเดินเข้าไปในกล่องมหาสมบัติ โดยที่คิดว่าเป็นคนซื่อสัตย์จริงใจที่สุด
(ชอบอ้างพระคำภีร์ เคร่งศาสนารักอย่างยิ่ง)
หึๆ หารู้ไม่...-เป็นความซาบซึ้งที่แสนโศกศัลย์
โถคนอย่างเราไปไม่พ้นสันดอนบ้า ๆ บอ ๆ เหล่านี้
ไง่ หยิ่ง และไม่อยากให้ใครมาสงสารเห็นใจ
สงสารแต่คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่ เดินเข้ามา และที่สุดก็กระเด็นกระดอน กระเซอะกระเซิงออกไป
โดยไม่มีใครจับโยน

สงบเงียบ งดงาม เรียบร้อย เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มปริ่มน้ำตา แต่ทว่าบาดเจ็บเชือดเฉือนที่สุดทั้งสองฝ่าย- กระอักเลือดที่ไร้รอยแผล

การทำร้ายกันโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เป็นโศกนาฏกรรมซ้ำซากที่น่าเศร้า น้ำเน่า
น่าเบื่อ และไม่สมควรให้เกิด

แต่ก็นั่นแหละ
ใครจะไปฝืนชะตาฟ้าดินได้
โดยเฉพาะมนุษย์จ้อยที่ใจอ่อนแอ

เล่าเรื่องนี้ทำไมก็ไม่รู้ ขอโทษ.. เหมือนสนิทกันมาสามสี่สิบปีรู้สึกวางใจ เสียจนเสียดายอารมณ์
เสียดาย เรื่องที่น่าจะเขียนได้เป็นเรื่องสั้น ซึ่งเขากำลังทวงเหย็ง ๆ อยู่ เฮ้อ เขียนไม่ได้ ๆ ๆ ๆ เขียนไม่ออก
มันจริงเสียจนไร้หัวใจ

สบายดีนะ อากาศที่นี่ไม่สบายนัก
ร้อน ฝน หนาว อึมครึม สลับกันทุกวัน
เหมือนอารมณ์แปรผันของคนเราไงงั้น




 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 7 กุมภาพันธ์ 2551 15:11:00 น.  

 


สวัสดีค่ะพี่ปอน

เรื่องหนังสือที่มอบให้พี่อ่านยามเดินทางน่ะ ไม่อยากเซ็น เพราะไม่ใช่หนังสือของตัวเอง และบางทีเผื่อพี่แบ่งใครอ่านด้วยค่ะ ให้พี่แล้ว แล้วพี่คิดว่าเป็นประโยชน์ยังไงก็แล้วแต่พี่ค่ะ เสียดายที่พี่อ่านไม่จบเท่านั้นเองเลยไม่ทราบว่ามันเกี่ยวอะไรกับชื่อ โตเกียวไม่มีขา

เลือกเล่มนี้ให้พี่อ่านเพราะคิดว่าไม่น่าจะมีใครซื้อให้พี่อ่าน หนังสือที่เลือกไว้เผื่อพี่ก็มีหลายเล่มค่ะ ไว้ค่อยทยอยส่งมาให้ ช่วงนี้มีงานยุ่ง ๆ หลายอย่าง แต่ไม่ค่อยชอบบ่นให้ใครฟัง วันไหนที่ได้เขียนกลอนก็เหมือนการนั่งทำสมาธิ ช่วงเวลานั้นก็เป็นอิสระอย่างที่สุด เฟื่องฝันและสงบ อิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก สำหรับคนที่ไม่เลือกการเดินทางไปไหนต่อไหนหรือบ้านใคร ภูเพยียเหนื่อยกับการอยู่ในสังคมคนหมู่มาก เพราะเป็นคนนิ่งเงียบเกินไป ถ้าพูดก็พูดอะไรตรง ๆ แต่กลับตรงกันข้ามกับเวลาเขียนกลอน กลับชอบเดินอ้อม เขียนอะไรอ้อม ๆ แปลกใจตัวเองเหมือนกันค่ะ
คนที่เป็นเพื่อนรัก คนรัก ก็มักเป็นคนที่เข้าหาเราก่อน มาละลายโลกส่วนตัวของเราและแสนจะเข้าใจในความเป็นเรา เพราะจริง ๆ แล้วเราไม่มีอะไรหรอก แต่ขี้เกียจพูดหรือสร้างบทสนทนากับคนแปลกหน้าไปเรื่อย ๆ เพียงเพราะอยากมีเพื่อน หากว่าในใจอุ่นแล้วก็จะเฉย ๆ ไม่ได้ปฏิเสธโลกอย่างที่ใครยัดเยียดให้เราเป็น
มาอยู่บ้านนอกแล้ว ก็ค่อนข้างสบาย น้อยคนที่จะรู้ว่าเราเรียนหนังสือหรือเคยทำงานมาก่อน เพราะบุคลิกลักษณะเชย ๆ และแต่งตัวเชย ๆ โดยรวมก็เชย กลืน ๆ ไปกับความธรรมดาของคนแถวนี้ อาจเป็นเพราะเราเจอคนที่ “มี” และไม่แสดงว่ามี เราชอบวิถีง่าย ๆ ของเขา ดูมันสงบ ๆ ดี เขาไม่อวดและโชคดีด้วยซ้ำที่ได้รู้จักและคบหาคนเหล่านี้ เปิดโลกให้เราเยอะเหมือนกันค่ะ

ส่วนเนื้อหา มุมมองของนิ้วกลม เขาเป็นตัวของตัวเอง เขียนความคิดคม ๆ สั้น ๆ เหมาะกับรสนิยมคนยุคใหม่หรือไม่ ฟันธงไม่ได้ทีเดียวค่ะ ภูเพยียอ่านงานเขาก็เกือบทุกเรื่อง แต่ไม่ได้ชอบทุกเรื่อง อาจมีเรื่องนี้ กับเนปาลประมาณสะดือ ส่วนเรื่องการพิมพ์ซ้ำ ๆ นั้น มันตอบยากนะคะ บางทีคนเขียนก็ไม่ทราบหรอกว่าเล่มนี้หรือเล่มไหนคนอ่านจะตอบรับ และถูกตีพิมพ์ซ้ำ ๆ มันหลายปัจจัยน่ะค่ะ เหมือนกับบอกว่าบทกวีของใครดีกว่าของใครกับทุก ๆ วาระที่มีการประกวด มันแล้วแต่ว่าช่วงนั้นมันเป็นเวลาของใครด้วย

ส่วนเรื่องการปลื้ม การชมงานของพี่น่ะ มันจริงมากกว่า คิดเองว่านักเขียนเขียนเรื่องแต่ละครั้ง เขารู้เองแล้วล่ะว่าเนื้อหามันลักลั่น ขาด ๆ เกิน ๆ เรื่องนั้นเรื่องนี้มีมากที่อยากเล่า และเวลามาบีบคอรออยู่ ในขณะที่อารมณ์ไม่พร้อม มันก็เป็นงานที่ไม่ค่อยจะกลืนกัน จนกว่าจะได้เลือกเรื่องมารวมเล่มและอ่านซ้ำทีหลังก็จะรู้ว่าอยากเก็บหรืออยากตัดทอนส่วนไหน คงต้องทิ้งงานให้อุ่น ๆ ไว้ก่อนสักพัก เพราะงานดี อ่านเมื่อไรมันก็อ่านได้ ทันสมัยอยู่เสมอ
แต่ที่ไม่ค่อยติติงเพราะเมื่อค้นหาสิ่งที่เขาค้นมาใส่แล้วก็ต้องเข้าใจ มาตรฐานของเขามีอยู่แล้ว เว้นแต่อยากติงจริง ๆ เรื่องเนื้อหาที่เราเคยรู้และมีประสบการณ์นั้น ๆ แต่ไม่ใช่การวิจารณ์แบบแหว่ง ๆ วิ่น ๆ ขาดความรู้เพียงเพื่อให้โลกมันร้อนกับถ้อยคำที่ดูเหมือนฉลาดแต่อวดโง่เสียเต็มประดา มีงานที่ภูเพยียอ่านแล้วชอบน้อย ๆ รู้สึกมันไม่ครบรสตั้งเยอะ แต่ก็เป็นสิ่งที่ได้อ่านอยู่ประจำ เราจะเอาเครดิตอะไรจากตัวเองไปติงเขาคะ ในเมื่อเนื้องานเราก็ไม่มีอะไรสักอย่าง เป็นแค่คนอ่าน ดีที่เลือกซื้อเลือกเก็บสิ่งที่ชอบอ่านได้และแบ่งปันคนอื่นเท่านั้น

ถ้าบอกว่า ข้อด้อยในเรื่องล่าสุดที่เห็นก็มีค่ะ อ่านแล้วไม่เนียนเท่าเรื่อง แม่น้ำ บ้านเก่า ฯ ในฉบับที่แล้ว เพราะในเรื่องนี้พี่เขียนได้ดีมาก ๆ หวานมากและกรุ่นไปด้วยความคิดถึงบ้านพร้อมกับเพื่อนเก่าจริง ๆ แต่ภูเพยียรออ่านไงคะ รอว่าพี่จะเขียนอะไรมากกว่าการจับผิด

ส่วนหนังสือน่ะซื้อเท่าไรก็ไม่รู้สึกแพง ยามเก็บหนังสือพี่หรือนักเขียนหลาย ๆ ท่าน เราก็รู้แต่ว่าคุ้มสุด ๆ
พี่เคยเขียนแบบดีสุด ๆ ประทับใจสุด ๆ ก็ในบ้านดวงใจ สู่อ้อมแขนแผ่นดินลานนา (ซึ่งภูเพยียอยากแย้งว่าทำไมเป็นลานนา แทนที่จะเป็นล้านนานะ ) วัยฝัน วันเยาว์ ที่สั้น กระชับ น่าอ่านมาก และที่มีเก็บไว้แม้แต่บทกวีที่พี่เขียนกับคุณกุ๊ดจี่ นั่นก็ชอบ แต่รสนิยมเราก็ไม่ตรงกับใคร เพราะเราเอาให้เพื่อนนักอ่านของเราอ่านงานพี่ เขาก็บอกว่า อ่านไม่ค่อยไป ทั้ง ๆ ที่เขานักอ่านตัวเอ้เลยค่ะ บอกพี่แบบนี้พี่อาจจะเสียใจ แต่มันสรุปได้หรือคะว่าหนังสือพี่ไม่ดีเพราะอีกคนที่ไม่ชอบ

ปีใหม่ที่ผ่านมา ภูเพยียเลือกซื้อหนังสือให้แม่เป็นของคุณกนกพงศ์ เท่าที่หาให้แม่ได้ ชอบหนังสือเล่มเดียวกันอีกคือ นิทานประเทศ ที่รวมเรื่องสั้นไว้ แค่อ่านก็คุ้มสุด ๆ ไม่อ่านผ่านสักอักษรเดียว เพราะทุกอักษรมีรายละเอียดละเมียดละไม ช่างสังเกต มีดวงตาที่สามที่เรามองไม่เห็น ฉากที่เขียนเหมือนภาพศิลป์สีสันหลากอารมณ์ เขียนชีวิตของคนตัวเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ทุกมุมโลก ถ่ายทอดจน “เห็น” เศร้า สะเทือนใจกับอีกหลายชีวิตบนโลกนี้ที่มันจริง

อยากจะบอกพี่ว่า คนอ่านหนึ่งคนคนนี้ อ่านหลากหลายพอควร และไม่ทราบว่าอยากได้อะไรหลังจากชื่นชมพี่ไปแล้ว เป็นได้แค่กำลังใจให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการไม่ใช่การแค่นชม ภูเพยียทราบว่าพี่ไม่ได้เป็นบก. ที่ไหนแล้วจึงอยากเขียนมาคุย สมัยพี่เป็นบก. สู่ฝัน ก็ไม่เคยอยากเขียนไปคุย ตอบไม่ได้ว่าทำไม พี่สำคัญพี่ไม่ใช่สะพานดาวของภูเพยีย เพราะภูเพยียไม่เคยส่งงานเขียนใด ๆ ไปที่ใด ๆ เลยในชีวิต แต่มาคุยเพราะเราต่างมีสะพานมิตรภาพที่เชื่อมโยงกันอยู่ ไม่ได้ต้องการเป็นเชือกมาร้อยกัน ผูกกันให้แน่นด้วยคำว่ามิตรภาพจนทำให้ใครอึดอัด และไม่อยากละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวพี่ด้วย รู้จักพี่และชื่นชอบจากตัวอักษรงดงามเหล่านั้น
หลังจากอ่านที่พี่ตอบ ภูเพยียก็รู้สึกเหงา ๆ ไปด้วย ไม่ใช่สงสาร ไม่ใช่เห็นใจ แต่เข้าใจความหมายที่พี่เคยเขียนตอบไว้ว่า “บางทีผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ก็หนาวข้างในเหมือนกัน”
เข้าใจในขณะที่ก็รู้สึกเสียใจอยู่ที่ทำให้พี่ต้องบอกเรื่องที่อาจไม่จำเป็นต้องบอกภูเพยียก็ได้ ภูเพยียถือเป็นเรื่องส่วนตัวพี่ ที่คนใกล้ชิดเท่านั้นที่จะรู้ แต่ก็คิดว่าจะเป็นกำลังใจอยู่ห่าง ๆ แบบนี้ ไม่ทำให้พี่อึดอัดด้วย แต่ถ้าพี่จะเก็บอารมณ์นั้นมาเขียน ภูเพยียก็จะรออ่านอีกเช่นกันค่ะ ไม่ได้กดดันนะคะ

เขียนน้ำโจ๋งเจ๋งมาเยอะแล้ว ใช้พื้นที่ตรงนี้เยอะจัง
แต่มันสบายใจมากกว่าน่ะค่ะยามมาที่นี่

อากาศที่บ้านนอกค่อนข้างดีค่ะ เห็นแดดแล้ว
วันนี้มาทำงานอยู่ เพราะมาเฝ้าเด็ก ๆ วาดรูปค่ะ เขาว่าเขาจะเอาไปขายเพื่อน
ภูเพยียก็ถามว่า ขายยังไง แผ่นเท่าไร แม่ขอซื้อได้ไหม
เขาบอกว่าไม่ขายค่ะ
งั้น..ลูกขายรูปละเท่าไรล่ะ
“5 แผ่น 1 บาท”
ก็เลยถามว่า เพื่อนจะซื้อไปทำไม แพงขนาดนี้
“ถ้าใครบ่ซื้อ ก็จะบ่เล่นโตย” น้องตะวันตอบ
โฮะ โฮะ พี่... ลูกสาวภูเพยียเป็นมาเฟียไปแล้วค่ะ

มีความสุขในวันหยุดนะคะพี่







 

โดย: ภูเพยีย 9 กุมภาพันธ์ 2551 12:26:58 น.  

 




สวัสดีค่ะ พี่ปอน

ย่อง ๆ มารายงานอากาศทางดินแดนเหนือว่ายังหนาวอยู่ ทั้งลมและฝนที่กระหน่ำตกมาสองสามวัน เมื่อคืนก็ทั้งคืน หมอกคลุมดอยหน้าบ้านอยู่เลยค่ะตอนนี้ หนาวลมห่มฤดูอย่างแท้จริง

รับหนังสือกุลสตรีล่าสุด ยิ้มแป้นเลยค่ะพี่
เล่มนี้สุดยอดจริง ๆ พี่สัมผัสอักษรจริงใจนี้ได้ เพราะเชื่อเช่นกันว่าหลาย ๆ คนต้องชอบ มันเป็นเรื่องของดอกไม้
“ดอกไม้ในฤดูใจของชายพเนจร” แค่ชื่อก็รออ่านทีหลังไม่ได้แล้วค่ะ

ที่บ้านภูเพยียตอนนี้ ก็อยากเอารูปถ่ายมาอวดพี่เหลือเกิน เสียแต่ว่าเอารูปลงคอมพ์เองไม่เป็นสิคะ ต้องรอให้ลูกสาวเอามาลงให้ ตอนนี้ ฝ้ายคำที่บ้านซึ่งมีสามต้น ออกดอกเหลืองเต็มต้นเลยค่ะ อาจจะเพราะแล้งไปพักใหญ่ ๆ ใบสีเขียว ๆ จะไม่มีเลย มีแต่ดอกเหลืองอร่ามทั้งต้น ต่างกับฝ้ายคำที่ที่ทำงานของแฟน เขาดูแลกันดี ใบเยอะกว่าดอกค่ะที่นั่น

ว่าไปแล้ว ที่บ้านภูเพยียเองมีดอกไม้สีขาวเยอะที่สุด แต่ยามที่มีดอกเหลือง ๆ อย่างต้นนี้หรือช่อเหลืองของเหลืองปรีดิยาธร บ้านก็ดูสดใสขึ้นค่ะ ข้างบ้านเขาปลูกตาเบบูยา ยามออกดอกสะพรั่งก็เห็นสีชมพูสวยดี แต่ยามร่วง มันโกร๋นเลยค่ะพี่ ราวกับว่าให้เราเก็บภาพไว้ก่อนกะพริบตายังไงยังงั้น ปล่อยให้เราถวิลหากว่าฤดูเธออยากจะออกดอกให้ชม จะปลูกดอกสีส้ม ๆ อย่างหางนกยูงเพื่อจะตัดกับสีน้ำเงินของหลังคาบ้าน คนที่บ้านก็บอกว่า ฝักมันใหญ่ไปหน่อย เลยได้ต้นศรีตรังมาปลูกแทน สีม่วงกำลังออกดอกเช่นกันค่ะ แต่เช้านี้ดอกช้ำ ๆ เพราะชุ่มน้ำฝน ร่วงบนต้นโกศลที่ปลูกไว้หลายพันธุ์ค่ะ ใบโกศลหลายแบบสวยดี แปลกตา พวงครามก็ปล่อยเลื้อยไปที่หลังคาโรงรถ แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าดอกมีกลิ่นหรือเปล่า ดอกสวย ๆ มักไม่มีกลิ่น หรือเรากล่าวร้ายเกินไป เพราะดอกไม้สวยส่วนใหญ่กลิ่นหอมเฉพาะตัว คุณค่าทางใจมากล้ำ ภูเพยียรักทั้งไม้ใบและไม้ดอกนั่นแหละค่ะ

โม้มากเหมือนทุกครั้ง เป็นเพราะกำลังหาข้อมูลไปเขียนกลอนด้วย เห็นดอกไม้ที่พี่หยิบยกมาแต่ละดอก ฉบับนี้คุ้มค่ามาก ๆ สำหรับภูเพยียค่ะ
แอบยิ้ม ๆ กับความสะเหร่อที่พื้นเพไม่ใช่คนเมืองแท้ ๆ ทำให้ไม่เข้าใจคำว่า “เป็นชู้กัน” ยามที่อาหารหรืออะไรที่ต้องมาเข้าคู่กัน อย่างแกงส้มต้องกินกับปลาทอด เนื้อทอด
นึกไปถึงน้ำเงี้ยวดอกงิ้วที่เคยทานที่เชียงราย เราทำน้ำเงี้ยวทานเองแต่ก็ไม่เคยใส่ดอกงิ้วหรอกค่ะ แถวบ้านไม่ค่อยมีด้วย มาเข้าใจเรื่องดอกงิ้วก็จากที่พี่เขียนเล่านี่เอง

อ่านเล่มนี้จุใจ ถูกใจ อิ่มใจค่ะ
จะมาบอกขอบคุณพี่ด้วย บางทีสิ่งที่ค้นหากลับไม่ค่อยเจอ บทจะเจอก็เจอง่าย ๆ ซะงั้น
ดอกไม้เหล่านี้สลับกันเติบโตและร่วงโรยไปตามฤดูกาล มีบ้างบางดอกที่ไม่ค่อยสามัคคีกัน เช่น ต้นอะไรนะ ภูเพยียกำลังนึกชื่ออยู่ค่ะ นึกออกแล้วจะมาบอกทีหลังนะคะ ที่มันมักออกดอกไม่พร้อมกัน ไอ้ที่ออกก็ออกไป ที่ออกแล้วก็พร้อมร่วงก็ร่วงไป ขำ ๆ ดีค่ะ

พี่รักษาสุขภาพด้วยนะคะ มันเป็นคำที่ดูเฝือ ๆ แต่รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ เพราะอาจจะเนื่องจากตัวเองมีภาระเยอะ ก็จะรักษาเนื้อรักษาตัว ไม่อยากเจ็บไม่อยากป่วย เพราะต้องดูแลชีวิตอื่น ๆ อีก
ภูเพยียคิดว่า ถ้าร่างกายเราแข็งแรง มันก็ทำงานได้สมบูรณ์ขึ้น งานพี่ก็เช่นกันสัญจรไปทุกที่ สุขภาพก็น่าจะสำคัญมากที่สุด ร่างกายล้า สมองมันก็ล้าไปด้วย
เอาใจช่วยกับทุก ๆ เรื่องนะคะ


:)


 

โดย: ภูเพยีย 22 กุมภาพันธ์ 2551 10:11:48 น.  

 

สวัสดีภูเพยีย
ย่องมาตอบ
กำลังคอขาดเรื่องต้นฉบับ
เพราะวันมะรืนจะเดินทางไปงานศพพ่อเพื่อนที่ปัตตานี
ดีใจที่ภูเพยียชอบ
บอกความลับให้ว่า
หลังจากนั้นมาอ่านทวน
แก้ใหม่เพียบ
อารมณ์มันล้นไป
เป็นกวีเกิน ร่ายยาวจนเท่ากันไปหมด
ไม่เว้นว่าง ปล่อยขาว ธรรมดา ๆ
เพื่อผลักจุดเด่นเลย
ลองอ่านอีกครั้ง จะเห็นจริง
โดยเฉพาะช่วงแรก
สัมผัสกันไปหมด
ต้องทิ้งบ้าง

ขอบคุณ มีกำลังใจแล้ว จะเขียนฉบับใหม่ต่อแล้วนะ
บ๊าย บาย อ้อ ขอบคุณที่เป็นห่วงสุขภาพ
เป็นคนไม่ระวังตรงนี้
วันก่อนกินเปรี้ยวหวาน ของเสาะท้องไปพร้อมกัน
แถมกลางคืนกินม่าเหมี่ยว รวมทั้งขนมปังกรอบหมดอายุ
สงสัยเชื้อราเพียบ มองไม่เห็น ลืมไปว่ามันนานมาแล้ว อยู่ในกล่อง ฮึๆ จวนสว่าง นอนครางบิดไปมา ปวดท้องครับ
หยิบจับอะไรไม่ได้
พาราสองเม็ดสุดท้าย
พร้อมน้ำแก้วโต
ประคองชีวิตรอดครับ
แต่เชื้อราคงกำลังหาจุดอ่อนแอในร่างกาย รอไปเพาะเชื้อ
อยู่เป็นแน่

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 23 กุมภาพันธ์ 2551 12:43:59 น.  

 


กระเป๋าฉีกเพราะหนังสือ
ดีกว่าไปกระเป๋าฉีกเพราะอย่างอื่นค่ะ

อย่างน้อยๆ หนังสือยังหยิบมาอ่านได้ทุกเมื่อ
แม้กระทั่งเวลาที่เรากำลังมีทุกข์

จริงไหมคะ


 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 8 มีนาคม 2551 13:37:57 น.  

 

ครับ ป้าแอ๊ด
เห็นรูปชมรมสู่ฝันแล้ว
จะเอามาให้ดู
ดันถ่ายเบลอ
ต้องรอถ่ายใหม่
สบายดีนะ หมู่นี้ได้ไปเที่ยวไหนบ้าง

 

โดย: ปอน ปอน IP: 58.9.162.53 8 มีนาคม 2551 20:56:54 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ปอน
กำลังจะไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนค่ะ 13-16 นี้
ครั้งแรกนัดกับเพื่อน ว่าจะไปตั้งแต่ธันวา ปีที่แล้ว
แต่เพื่อนไม่สบาย ต้องเข้าผ่าตัด (คนที่อยู่ลำปาง)

จนกระทั่งเพื่อนสบายดีแล้ว จึงจัดโปรแกรมกันใหม่
นอนไปบนรถไฟ คืนที่ 13 ถึงลำพูนเช้าที่ 14
ทัวร์เอารถตู้มารับ แล้วไปทางออบหลวง เข้าแม่ฮ่องสอน
(เที่ยวตลอดทางด้วย)
นอนใบหยกชาเลย์ เช้าเที่ยวต่อ ไปดูกระเหลี่ยงคอยาว
ที่เขาว่าจะไม่ให้ดูแล้ว เที่ยววัดต่างๆ แล้วนอนที่ปาย
วันรุ่งขึ้นไปห้วยน้ำดัง เขาคงพาดูอีก 2-3 แห่งแล้วเข้าเชียงใหม่
กลับรถไฟอีกตามเคย นอนไปถึงกรุงเทพฯ เช้าค่ะ

ไปกัน 6 คนค่ะ เหมารถเลย 1 คัน พร้อมคนขับและไกด์

แล้วจะโพสรูปให้ชมนะคะ



ปอลิง...." ป้าแอ๊ดครับ
ผมชอบลายผ้าต่ออินเดียนจัง "

มันคือไรอ่ะ บอกได้ไหม...

ถ้าทำให้ได้ก็จะทำให้นะ บอกเต๊อะ...


 

โดย: ป้าเเอ๊ด IP: 124.120.15.186 8 มีนาคม 2551 23:06:04 น.  

 

สวัสดีครับป้าแอ๊ด
ดูรายการท่องเที่ยวแล้ว
เหมาะเหม็งครับ
คนจัดฉลาด
ถ้าไปทางปายก่อนจะเหนื่อยหนัก
เพราะโค้งปายนั้นเด็ดสะระตี๋กว่าโค้งแม่สะเรียง
เที่ยวให้สนุกนะครับ
ขากลับนั่งรถไฟ
นั่งข้างหน้าต่างไว้
จะเห็นสะพานรถไฟสีขาวสวยที่สุดในโลก
ช่วงสบทา ให้นั่งหันหน้าไปทางหัวขบวน
ที่นั่งด้านขวา ผ่านทาชมพูแล้ว กรุณาอย่าละสายตาจากบานหน้าต่าง สะพานระไฟจะปรากฏแก่สายตาในไม่ช้า ตัวเราจะถูกโอบกอดด้วยอ้อมแขนสีขาวของสะพาน
มหัศจรรย์ใจในรู้สึกยิ่งนัก ต้องนั่งด้านขวานะครับ
จะมีเวลาตั้งตัวกดชัตเตอร์ ถ้าอยู่ด้านซ้าย
กว่าจะรู้ตัว เราจะอยู่กลางสะพานแล้ว
ภารกิจนี้ สำคัญนัก
เอารูปมาฝากให้ได้
ถ้าพลาดจะเสียใจไปตลอดชีวิต
ขอบอก

ปอลอ ไม่ใช่ปอลิง
หมายถึงลายผ้าทอแบบอินเดียนแดง
ไปแม่สะเรียง แม่ลาน้อย เชื่อว่ามีในเมนู โดยเฉพาะถ้ำเพชร สาละวิน
ขุนยวม ก็สุดๆ แต่มีนานี่น่าจะควันห่มหุบแล้วนะ
บัวตองโรยแต่ก็มีดอกไม้ฤดูร้อนเริงแทน
วัดม่วยต่อ
ขอเขาไปดูผ้าพม่าโบราณ
และคนขับใจดี ให้ขับไปในหมู่บ้าน ขุนยวมยังดีอยู่มาก
บ้านเงี้ยวล้วน ๆ มีแร้วจ้วงน้ำจากบ่อดินกี่
มีหลังคาใบตองตึง และหิ้งพระแบบไทยใหญ่ สวยมั่ก ๆ
เที่ยวแม่ฮ่องสอน ของจริงมักอยู่นอกรายการ
และตาดีได้ ตาร้ายก็เห็นอย่างที่เขามาแบให้เห็น ผ้าทอปกากญอ ลายทาง แดงขาว ด้ายย้อมสีธรรมชาติ ยังมีให้เห็น (นั่นหละลายอินเดียนของผมที่ทำน้ำตาร่วง-เรามาเจาะเป็นแบบปอนโชของแมกซิกัน เท่ซะ...)

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 11 มีนาคม 2551 0:25:42 น.  

 



หึ หึ อยากเห็นสะพานรถไฟเหมือนกันค่ะพี่ปอน

แต่...ขากลับก็นอนมากับด่วนนครพิงค์

กว่าจะถึงสะพานแม่ทา ก็มืดตึ๊ดตื๋อแหล่ว

ไม่เคยไปเชียงใหม่กลางวันเลยค่ะ

รู้งี้ ...ต้องหาโอกาสไปใหม่นะ แล้วกลับกลางวันให้ได้ เอ...ขบวนไหนดีนะ


สำหรับผ้านั้น ถ้าเจอะเจอ คงเรียบ(เงินในกระเป๋า) เพราะชอบมาก

แล้วจะมาแปะรูปให้ดูนะคะ


 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 12 มีนาคม 2551 21:53:25 น.  

 

รู้จักคุณพิบูลศักดิ์ ละครพลครั้งแรกในคราที่ไปเปิดตัวที่โรงเรียน
ตอนนั้นยังเรียนมัธยมอยู่เลยค่ะ

...ถ้าพรุ่งนี้ฉันเอ่ยลา
เธอจะมีน้ำตาให้ฉันใหม
ความรู้สึกเธอจะเป็นเช่นไร
จะโดดเดี่ยวเดียวดายหรือไม่เลย
เพลงรักสำหรับฉัน
เธอจะขับร้องมันอีกใหมเอ่ย
อุ้งมืออบอุ่นฉันคุ้นเคย
จะปล่อยมันเปล่าเฉยอีกกี่วัน

 

โดย: ช้องมาศ IP: 58.10.64.91 13 มีนาคม 2551 13:07:39 น.  

 

สวัสดีครับป้าแอ๊ด
เที่ยวให้สนุกนะครับ
เรื่องผ้าทอ สวยทุกถิ่นหละครับ
ขอให้เป็นของพื้นบ้านพื้นเมือง

สวัสดีคุณช้องมาศ
ขอบคุณครับที่มาเยี่ยม
เวลานั้น นานแสนนาน
โรงเรียนอะไรครับ
ที่ร้อยเอ็ดใช่หรือเปล่า
เพราะบอกว่าเปิดคัวครั้งแรก
เรื่องบทกวี เก่งมากครับที่จำได้
มีเคลื่อนไปบ้าง เช่นบาทที่สี่

จะเจ็บปวดแปลบใจหรือไม่เลย

แสดงว่ามีเทปเพลงชุดแรก แน่นอน...
แล้วแวะมาอีกนะครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 16 มีนาคม 2551 23:36:22 น.  

 



กลับมาแล้วค่ะพี่ปอน
ไปเที่ยว 3 วันเต็มๆ สนุกมาก

กำลังย่อภาพและเลือกที่จะนำลงบล็อกค่ะ
เสร็จแล้วจะมาเชิญพี่ปอนไปชมนะคะ

ของที่แม่ฮ่องสอนสวยมาก ซื้อผ้า ซื้อของหมดไปหมื่นกว่าๆ

เพราะว่าคงจะไม่ได้ไปอีกแล้ว ถูกใจสิ่งไหน ซื้อหมดค่ะ
เป็นบ้าหอบฟางไปเลย กระเป๋างอกออกมาอีกหลายใบ

เฮ้อ...คุณสามีได้แต่ทำตาปริบ ปริบ

 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 18 มีนาคม 2551 23:39:21 น.  

 

แวะมาอีกครั้ง
เจ้าของบล็อกไปหนหนอ.....

Glitter Graphics

Weekend Glitter



 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 22 มีนาคม 2551 21:07:49 น.  

 

สวัสดีป้าแอ๊ด
ขอบคุณที่แวะมาส่งข่าว
ไปเที่ยวเผื่อแล้วด้วย
ว่างใจเมื่อไหร่จะแวะไปเยี่ยมนะครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 23 มีนาคม 2551 10:25:13 น.  

 


สวัสดีค่ะพี่ปอน
ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมพี่ที่นี่พักนึง แต่ก็ตามอ่านงานพี่อยู่อย่างสม่ำเสมอ

ภูเพยียเพิ่ง กลับจากพาเด็ก ๆ ไปเยี่ยมคุณตาของเขาน่ะค่ะ มีนิตยสารนอนรอให้เปิดอ่านอยู่หลายเล่ม เลือกกุลสตรีก่อนละกัน(สังเกตว่าแต่ละหน้ากระดาษในกุลสตรีคงมีฝ่ายศิลป์มาปรับโฉมสีสันสดใสให้น่าอ่านขึ้น หลายฉบับแล้วนะคะ ทันสมัย ดูจะล้ำหน้านิตยสารที่คล้าย ๆ กันแล้วนี่ ) เพราะอยากทราบข่าวคราวพี่บ้าง ว่าช่วงนี้พเนจรไปแห่งใด ก็ทราบว่าไปปัตตานีมา พี่ยังได้ไปอ่านบทกวีให้นักศึกษาฟังอีกด้วย อบอุ่นใจไปกับน้ำมิตรที่เป็นโชคลาภของชีวิตพี่ มีใครเก็บภาพต่าง ๆ เหล่านี้ให้พี่หรือเปล่าคะ

ภูเพยียเคยไปแข่งกีฬามหา’ลัยที่ปัตตานี เกือบ20 ปีที่แล้วค่ะ ตอนนั้นปัตตานีเป็นเจ้าภาพ เรานั่งรถไฟไป หลายโบกี้เหมือนกัน พักตึกใหม่ของมอ. ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นอาคารเรียนอะไรในตอนนี้และไม่มีโอกาสไปที่นั่นอีก นอกจากเมืองฝนแปดแดดสี่อย่างระนองหรือแร่นองนั่นแหละค่ะ เพราะพ่อเคยไปประจำที่ระนองอยู่ 2 ปีก่อนพ่อเกษียณ เมืองเงียบ สงบและเป็นธรรมชาติอยู่มาก ๆ แต่สำหรับเราในตอนนั้นคือความเงียบเหงา เพราะเรายังหลงใหลในเมืองแห่งแสงสีอยู่เยอะ อายุมากขึ้นก็รู้ว่าชอบที่เงียบ ๆ มากกว่า มันเหมาะกับนิสัยใจคอตัวเองมากกว่า

ภูเพยียชอบจังค่ะ คำว่า “สายลมโบราณ...” (ได้กลิ่นบรรยากาศมาก รูปถ่ายสวยค่ะ เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมที่อายุมาก ๆ ของตึกรามบ้านช่องทำให้มองไปถึงรากวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นที่นั่น แต่ก่อนนั้นพี่เล่าว่าล่องใต้บ่อยสมัยหลังหกตุลาและไม่ได้น่ากลัวแบบปัจจุบัน บอกตามตรงค่ะยังไม่ค่อยคิดว่าจะได้ไปทางใต้อีกเลยยิ่งบ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจแบบนี้ เขาอยู่กันอย่างไรหนอท่ามกลางความน่ากลัวและคนหมดความไว้เนื้อเชื่อใจกันแบบนี้ ภูเพยียอาจจะติดภาพความเป็นอยู่ของเขาชัดขึ้นจากการอ่าน “แผ่นดินอื่น”ของคุณกนกพงศ์ด้วยแหละค่ะ

ใกล้ปีใหม่เมืองแล้ว พี่คงยังทำงานอยู่นะคะ ภูเพยียไม่เดินทางไกลช่วงนี้ค่ะ ปล่อยเด็ก ๆ เล่นน้ำหน้าบ้านหรือไม่ก็จะพาดูบรรยากาศรอบคูเมืองในเชียงใหม่ แต่เดาได้ว่ารถติดสนั่นเมือง เพราะคนต่างถิ่นมาเที่ยวทางเหนือกันเยอะ
ครอบครัวเราก็ทำตามประเพณีทางเหนือค่ะ สบายใจดีด้วย ชอบเทศกาลนี้นะคะ ไปดำหัวผู้ใหญ่ที่นับถือ และเราก็ต้องเป็นคนที่น้อง ๆ มาดำหัวด้วยแล้วเช่นกัน

ลืมเล่าพี่ไปว่า หากรุงเทพธุรกิจวันอาทิตย์ยากนักแล ขนาดอยู่ในเมืองแท้ ๆ เพราะที่บ้านนอกน่ะไม่ต้องหาเลยค่ะ คงต้องสมัครสมาชิกนั่นแหละค่ะพี่ถึงจะได้อ่าน อาจเป็นเพราะเราไม่ไว้ใจระบบขนส่งทางไปรษณีย์ด้วย เป็นอันฟาวล์ไป ฝากใครซื้อมาให้ได้อ่านก็ถือว่าโชคดี
แล้วพี่ไม่มีผลงานอะไรรวมเล่มหรืองานหนังสือของพี่ในปีที่แล้วหรือคะ อยากอ่านเป็นหนังสือค่ะพี่ กดดันงานประจำพี่หรือเปล่าเนี่ย
เอาเป็นว่า มีเมื่อไหร่ช่วยแจ้งหน้าบล็อกพี่ด้วยนะคะ จะได้หามาอ่าน

พี่สบายดีนะคะ





 

โดย: ภูเพยีย 10 เมษายน 2551 12:08:00 น.  

 

 

โดย: NAKDERNTANG_cpe 10 เมษายน 2551 22:53:26 น.  

 

สวัสดีครับภูเพยีย
ขอโทษทีที่ตอบช้า
เพิ่งจะมีโอกาสเหมาะ
ก่อนจะคุยเรื่องอื่นขอบคุณก่อนเลบ สำหรับสิ่งของที่ส่งให้ หนังสือบทกวีที่น่าอ่าน

แปลกใจว่าไม่เห็นชื่อภูเพยียในรายการงานบทกวีที่ส่งเข้ารอบในประกาศเครือข่ายนักเขียน
ตกลงไม่ได้ส่งเข้าประกวดหรือยังไง
เพราะเป็นไปไม่ได้ว่าจะไม่เข้ารอบ
งานไม่ได้เยอะอะไร
และพอคลาดเคลื่อนเลื่อนเวลา
ก็มีคนถอนงานออกไปเยอะ
งง ๆ ถ้าไม่ส่งก็ไม่เป็นไร เพียงเสียดายโอกาส
และงานดี ๆ แต่ก็นั่นแหละ
ไว้ปีหน้าฟ้าใหม่ก็ส่งดีกว่า
เล่มที่หนาๆยังไม่ได้อ่านละเอียด
ยังแสดงความคิดเห็นไม่ได้

งานมือทำก็ไม่ได้หมายว่าจะใช้พิมพ์ดีดไม่ได้นะ
ใช้พิมพ์ดีด(คอม) แต่เราเข้าเล่มมือทำเอง ในความหมายการประกวดคือส่งเสริมหนังสือนอกกระแสหลัก
หานักเขียนกวีหน้าใหม่ ๆเข้าวงการ
ต้นฉบับจึงเสมือนภาพร่างคร่าวๆของความคิดมากกว่า
เอาเถอะไว้อ่านที่ส่งมาหมดแล้ว
จะบอกว่าทำอะไรกับมันได้บ้าง
ที่ดูคร่าวๆคือหนามาก ขยันจริงๆนะ
คนเขียนไม่ออก ก็เขียนไม่ออก
การเขียนได้และเขียนดี
ถือเป็นโชคดีที่หาได้ยาก เป็นพรพิเศษ
ขอให้เขียนและเขียน

เรื่องประกวดมาทีหลัง
มีสนามเยอะมากปัจจุบันนี้

ขอบคุณที่ติดตามอ่านงานอันไม่ค่อยปะติดปะต่อได้เรื่อง
ได้ราวนัก
กรุงเทพฯธุรกิจยังไม่ได้รับเป็นสมาชิก
ฉบับอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ยังไม่ได้อ่านเลย
บ้านนอก สั่งรับก็ต่อจากจังหวัดอีกที ยับเยินแน่กว่าจะถึงมือเรา ไว้คอยอ่านตอนรวมเล่มนะ
กำลังค่อยคัดทิ้ง เอาที่มีเอกภาพสักยี่สิบชิ้นพอ
ขอให้มีคนกล้สพิมพ์เถอะ
แปลกนะ งานที่มีคนกล้าพิมพ์
เรากลับยังไม่กล้าให้พิมพ์
งานที่อยากพิมพ์ ก็ไม่มีคนจะพิมพ์ เพราะขายยากกกก

ไม่มีงานใหม่ออกมาเลย
เศร้าจัง เหมือนเกียจคร้านไงไม่รู้...

ไว้คุยยาวๆนะ
ชิงคอมชาวบ้านมา นั่งไม่สะดวกเหน็บกิน
ไปล่ะนะ..

ขอบคุณนักเดินทาง ที่ส่งรูปนี้ให้
แสดงว่าเป็นคนที่เข้าค่ายคืนอาขยานสู่ห้องเรียน
ใช่รึเปล่า
ยินดีที่ได้รู้จัก..














 

โดย: ปอน ปอน IP: 222.123.81.151 18 เมษายน 2551 13:24:34 น.  

 


สวัสดีค่ะพี่ปอน

ภูเพยียส่งหนังสือทำมือไปนะคะ
ส่ง ems เพราะกลัวหาย ตั้งแต่วันที่๑๔มกราฯ
ส่งไปพร้อมกับอีกเล่มที่ส่งให้พี่ค่ะ
ใบรับฝากยังอยู่เลยค่ะ
แจ้งให้พี่ทราบที่หน้าบล็อกด้วย
ยังขอให้พี่ลบเลย เพราะเราไม่เคยทำอะไรส่งแบบนี้
ไม่ว่าที่ไหน คิดแค่เข้าร่วมงานด้วยก็ดีใจแล้ว
เพราะเป็นเล่มแรกของเราแม่ลูก ลูกวาดภาพให้
ไม่ถึงที่เครือข่ายฯไปรษณีย์ต้องตีกลับ
แปลกใจจังค่ะ

อยากได้คืนนะคะ แม้นจะยังไง..
เราก็เขียนขึ้นด้วยความรัก
และอยากเก็บไว้ให้ลูก
หวังว่าพี่คงได้รับเล่มนี้แล้วนะคะ

อีกสองเล่มหลัง
ลูกพิมพ์แล้วรวมเล่มเข้าเล่มให้
เขาว่างพอดี
อ่านง่ายหน่อยค่ะ


ตอนนี้งงค่ะ..ไม่ทราบจะพูดอะไรดี


 

โดย: ภูเพยีย 18 เมษายน 2551 16:49:44 น.  

 

ขอบคุณทุก ๆ อย่างค่ะพี่
เข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดี
ผ่านไปแล้วก็แล้วไป
ไม่ติดใจอะไรอีกแล้วค่ะ
อยากบอกว่า เข้าใจจริง ๆ

ตอนนี้ภูเพยียมีอะไรที่อยากทำมากมาย
ไว้จะเล่าให้พี่ฟังที่นี่นะคะ

.................................


เดือนหน้ายังเป็นเดือนชีพจรลงเท้าอยู่
หลังจากกลับจากทำบุญที่บ้านปู่
จะพาเด็ก ๆ ไปสิงคโปร์ค่ะ
เด็กบ้านนอกก็อยากเที่ยวห้าง
อยากเห็นเทคโนโลยีทันสมัยทำนองนั้นแหละค่ะ
เราเองพาเขาไปดูหินเก่า ๆ อย่างนครวัด นครธม
เขาอาจชอบที่ไปกับพ่อแม่ แต่มันก็ยังไม่ใช่วัยของเขา
ที่จะซึมซับอดีตหรือรอยวัฒนธรรมอย่างที่เราชอบ เรารู้สึก




รักษาสุขภาพด้วยค่ะพี่
นับถือ..


 

โดย: ภูเพยีย 24 เมษายน 2551 9:18:53 น.  

 


รบกวนพี่ปอนเช็คเมลด้วยค่ะ
ตอบข้อข้องใจที่พี่ถามไว้ที่บล็อกเมื่อวานนี้ค่ะ

 

โดย: ภูเพยีย 22 พฤษภาคม 2551 8:22:30 น.  

 

สวัสดีครับพี่ปอน
(ขอเรียกพี่นะครับ)
"พรุ่งนี้อาจต้องจากลา บอกดวงตาว่าอย่าร้องไห้
เก็บความทรงจำที่ดีเอาไว้ ยามห่างไกลจะได้คิดถึงกัน"
เนื้อเพลงท่อนนี้ผมยังจำได้ดี
สมัยเรียนแถวสยามต้องไปหาซื้อ "มาชารี" ที่ร้านโดเรมีครับพี่
ผมมีอยู่สี่ห้าชุด เสียดายที่ตอนนี้หายไปหมดแล้วครับ
(เสียดายมากๆด้วยครับ เพราะไม่รู้จะหาใหม่จากไหน
และไม่รู้ว่าจะมีเป็นแบบซีดีหรือไม่)
ส่วนหนังสือผมอ่านของพี่หลายเล่มครับ
ชอบ "ขอความรักบ้างได้ไหม" มากครับ
มีหลายเวอร์ชั่นเลย ออกปกใหม่ก็ซื้อแล้วแจกเพื่อนอ่าน

ดีใจมากจริงๆครับที่ได้เจอบ้านหลังนี้
ดีใจที่ยังสามารถสื่อสารกับศิลปินในดวงใจได้
โลกไซเบอร์ฯก็ดีอย่างนี้

สวัสดีครับพี่

 

โดย: คีตกวี IP: 125.27.43.220 31 พฤษภาคม 2551 16:36:28 น.  

 

พี่ปอนถูกลักพาตัว???

คิดฮอตเด้อค่าพี่ปอนปอน มะไหร่จาได้ป๊ะกั๋น มาหลายจังหวัดเลยนู๋ คริคริ

 

โดย: tidds 5 มิถุนายน 2551 23:16:31 น.  

 



สวัสดีค่ะ พี่ปอนปอน

จรดปากกาแต่ขาดกะจิตกะใจจะเขียนมาหลายรอบแล้วค่ะ วันนี้เอาจริงซะที ความจริงก็ไม่ได้ห่างหายไปไหน มาหน้าจอวันละชั่วโมงถึงสองชั่วโมงทุกวัน เหมือนมารอจดหมายที่ตู้รับจดหมายประมาณนั้น เมื่อไม่มี เราก็อ่านอะไรที่อยากอ่าน แล้วก็อ่านหนังสือของเราดีกว่า นอนรออยู่หลายเล่มทีเดียว

ภูเพยีย ชอบนะคะ “มีฤดูดอกไม้เสมอ” ฤดูร้อนของฉัน ฤดูร้อนของเธอ วรรคที่พี่เขียน ภูเพยียเอามาเขียนกลอนได้หนึ่งเรื่องเหมือนกัน โดยใช้ว่า ฤดูฝนของฉัน ฤดูฝันของเรา ฮ่า ฮ่า ฮ่า ความจริงแล้วฤดูฝันมันก็ของฉันคนเดียวอยู่ดี เพราะโลกแห่งตัวหนังสือมันเป็นฝันส่วนตัวของเราคนเดียวมาแต่ไหนแต่ไร

เนื้อหาในนั้นก็เป็นสิ่งที่ภูเพยียเคยอยากเขียนนะคะ ประเพณีทางนี้ในวันสงกรานต์น่ะ แต่นึกไม่ออกว่าจะเขียนอย่างไรให้ไม่น่าเบื่อ เราเห็นเราอยู่ตรงนี้แท้ ๆ ช่วงใกล้สงกรานต์ที่บ้านนอกของเรา ทุกเช้าจะมีลุงหนานชัยให้ความรู้เรื่องเหล่านี้หลายอย่างจนน่าทึ่ง เป็นภาษากำเมือง เคยถามลุงว่า ทำไมลุงไม่เขียนออกมาบ้าง หลายอย่างเราฟังก็ลืม อยากให้ลูกได้รู้ด้วย ลุงว่า คนบวชเรียนแล้วจะเข้าใจและซึมซับไปเอง ลุงพูดได้แต่เขียนไม่เป็น เออหนอ..เสียดายค่ะ

พี่เล่าเรื่องการมองชีวิตคนอื่นแล้วเอามาเล่า ฉากชีวิตคนที่นี่มีหลายอย่างที่มันแปลก ทั้งเรื่องวิธีการคิด วิถีชีวิตค่อนข้างเป็นเอกเทศพอสมควร ความคิดต่อการเลี้ยงลูก การมีลูกสาวกับลูกชายให้ค่าไม่ค่อยเหมือนกัน หรือเราคิดอคติไปเอง ทั้งที่พ่อแม่ต่างก็รักลูกเหมือนกัน แต่ค่านิยมบางอย่างสิคะ มันไม่เท่าเทียม หรือมันปกติไปแล้วก็ไม่ทราบ เขียนตรงนี้ก็ดูไม่งามเพราะเป็นความคิดเห็นส่วนตัว และเรารู้จักหลายต่อหลายครอบครัวที่มีลูกสาวและแต่งงานกับต่างชาติ มีบ้านใหญ่โตเลี้ยงดูพ่อแม่มีหน้ามีตา ขับรถโก้ ต่างบอกต่อ ๆ กันในวิถีที่ไปมา หลายต่อหลายครอบครัวที่สมหวัง บ้างก็หอบหิ้วสามีต่างชาติที่ตัดสินใจมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่นี่ เขาจบชีวิตแบบไม่มีใครเหลียวแลก็เยอะ มันคือชีวิตจริง ๆ เพราะบางคนก็สุรุ่ยสุร่ายกับสิ่งที่ได้มาเหมือนจะง่าย แค่เลือกชีวิตของคน ๆ เดียวเขียน เราก็รู้สึกผิดน่ะค่ะ เหมือนเราฉกฉวยชีวิตรันทดเขามาเขียน นี่ไม่ใช่ข้ออ้างที่ตัวเองชอบเล่าแต่เรื่องตัวเองหรอกนะคะ เพียงแค่รู้สึกกับชีวิตคนอื่นจริงจังมากไปหน่อย บางทีเลือกเขียนทางดีของเขา ก็เหมือนด้านเดียว เขียนด้านมืดของตัวเองก็ดีไปอย่างไม่ค่อยกระทบใครนัก
ลึก ๆ แล้วก็สะท้อนสะเทือนใจไม่น้อยกับรอบตัว ดีที่คนที่นี่เริ่มให้ลูกเรียนสูง ๆ กันเยอะ เสียดายหลายคนที่เด็กเรียนดีแต่ยากจน ก็บวชเรียนกัน ที่ว่าเสียดายหมายความว่า เขาจะไปได้ไกลกว่านั้นหากได้รับ “โอกาส” ในการศึกษา โกรธรัฐบาลตรงนี้แหละค่ะที่ไม่เน้นเรียนฟรีอย่างจริงจังสักทีโดยที่ไม่ต้องมีเบี้ยใบ้รายทางระหว่างการศึกษานะ มีลูกที่ต้องจับเข้าระบบก็ต้องคิดมากหน่อย แต่เอาเถอะก็ยังใจชื้นเมื่อได้อ่านคำว่า ฤดูดอกไม้เวียนมาเสมอ เข้ากันมั้ยเนี่ย แต่ก็จริงนะพี่ ปลายทางมีดอกไม้ ระหว่างทางก็ดอกไม้ให้เลือกเก็บมากมายเช่นกัน คิดมากเป็นบางเวลา ผีเข้าผีออกได้ ก็ไม่นาน

อ่านฉบับนี้แล้วก็ทราบว่าคุณสัญจรคงได้สรงน้ำพระเป็นสิริมงคลในเทศกาลที่ผ่านมา ทางอำเภอที่ภูเพยียอยู่ก็ไม่ได้อัญเชิญพระประจำอำเภอมาให้สรงน้ำพระหรอกค่ะ องค์ท่านใหญ่มาก ต้องยกเครน แต่มีหลายองค์อยู่ บ้านเราก็สรงน้ำพระด้วยน้ำสะอาดค่ะ ไม่ได้ใช้ขมิ้นส้มป่อยเช่นกัน

เช้านี้ก็มีเวลาได้อ่านคอลัมน์ของพี่กับของเพื่อน (เพราะฝนตกหนัก ไม่มีคนเข้าร้านทั้งที่วันนี้เป็นวันกาดนัดวันศุกร์ คนต้องเยอะ) แสนดีใจ เมื่ออ่านจดหมายของคุณพิมพิลาเขียนหาคุณสัญจรด้วยความเป็นห่วง อยากอ่านหนังสือมากน่ะค่ะช่วงนี้ ตัดชีวิตออกจากหน้าหนังสือพิมพ์และทีวีสักพัก ฟังเรื่องปัญหาปากท้องของคนบ้านนอกของเราดีกว่า ให้กำลังใจกันไป
อ้อ..เมื่อวานภูเพยียฝากลูกไปหาหนังสือของพี่โดมที่ซีเอ็ด เขาว่าไม่มีรายชื่อ จะสั่งจองก็ไม่ได้ด้วย เพราะยังไม่มีในลิสต์ คุณสามีเข้าเวียงก็หาให้ไม่ได้ คงต้องรอไปก่อนสักเดือนสองเดือน ว่าจะขอให้น้องซื้อจากกทม.ส่งมาเหมือนกันค่ะ ขี้เกียจรอนาน
อีกเรื่องก็คือภูเพยียแจ้งเจตจำนงกับทางร้านหนังสือว่าจะขอรับ กรุงเทพฯวันอาทิตย์ กับร้านหนังสือประจำ เขาบอกว่า มันออกทุกวันนะพี่ จะให้จัดส่งเฉพาะวันอาทิตย์อย่างเดียว กลัวลืม..ฮั่นแน่ ช่างหาทางออกเนาะ เหมือนรู้ว่าเราไม่ชอบอ่านทางเน็ต เลยถือโอกาสกระตุ้นรวมเล่มของคุณสัญจรสักที เอาหนา ๆ หน่อยนะพี่ จะได้คุ้มค่าการรอคอย อยากอุดหนุนแล้วค่ะ รวมหนังสืออะไรก็ได้ มันมีคุณค่ากับแฟน ๆ นักอ่านอยู่แล้วค่ะ

อ่าน แสงเดือนในฤดูวสันต์ (วสันต์นี่มันไม่ใช่ฤดูฝน? หรือเปล่า มันน่าจะวรรษามั้ยพี่ หรือไม่ค่อยมีคนใช้ เข้าใจตรงกันไปเองว่าวสัต์เป็นฝน อย่าเคืองนะคะ สงสัย ๆๆ)
อ่านแล้วเหงา ๆ เหมือนกันนะคะ ดูทะเล อ่านความเป็นอยู่ เคยคิดเหมือนกันว่า ฤดูฝนเมืองท่องเที่ยวภาคใต้เป็นอย่างไรหนอ ในภาวะที่ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมไม่เป็นพิษนัก นี่ไม่รวมถึงภัยธรรมชาตินะ ก็อยากให้คนอื่นมีรายได้กันบ้าง ช่วงนี้ก็อินไปกับข่าวคราวภัยพิบัติหลากหลายเหมือนกับคนอื่น ๆ แหละค่ะ ภูเพยียเขียนโศกนาฏกรรมลุ่มน้ำอิระวดีเช่นกัน เป็นกลอนสั้น ๆ เพราะกลั่นมากไม่ได้เท่าใจรู้สึก เสียอารมณ์คนอื่นเปล่า ๆ เลยอ่านที่โน่นที่นี่ไปเรื่อย ๆ
มีเพื่อนสนิทคนนึงค่ะเป็นวิศวะกร บินไป-กลับอาทิตย์ละครั้งเพื่อไปอบรมการใช้เครื่องไม้เครื่องมือให้กับพม่า กลุ่มหัวหน้าที่พอใช้ภาษาสื่อสารกันได้ เหตุการณ์จริงเลวร้ายกว่าที่รับรู้กัน พูดมากก็ไม่ดี ได้แต่สงสารคนพม่า
ที่บ้านนอก มีแรงงานต่างด้าวเยอะค่ะ พี่เลี้ยงของลูกเพื่อนก็เป็นชาวพม่า ขอกลับบ้านทีก็เป็นเดือน เพราะต้องเดิน เน้นว่าเดิน..เลาะตามฝั่งแม่ใจกลับบ้าน เอาเงินไปให้ทางบ้านใช้ และลูกจ้างสวนใหญ่ ๆ ก็เยอะ จับกันจนขี้เกียจจับแล้ว เขามาตายเอาดาบหน้าจริง ๆ บางทีภัยนาร์กีสอาจไม่ร้ายจากภัยที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกันหรอกค่ะ

ไม่รู้มาชวนพี่ปวดขมองหรือเปล่าเนี่ย แต่ก็หวังว่าพี่จะไม่เครียดกับมันมากนัก เขียนหนังสือกับตัวจริงของเรา ก็ไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไรหรอก เขียนเหมือนคนคุยเก่ง เขียนเรื่อย ๆ เพราะไม่ต้องคุย สบายกว่า วัน ๆ พูดกับคนอื่นมากแล้ว มาส่งจดหมายด่วนหน้าจอบ้าง เพราะจะส่งจดหมายฝากไปรษณีย์ก็คงไปนอนรอคนอ่านที่บ้านทุ่งดาว ไม่ทราบด้วยว่าพี่ทำงานอยู่ที่ไหน เพราะขึ้นเหนือล่องใต้ตลอด แต่ก็ขอให้ปลอดภัย เขียนงานใหม่ได้เยอะ ๆ สบายดีมีสุขใจนะคะ
ไว้แวะมาคุยด้วยอีกค่ะ



 

โดย: ภูเพยีย 6 มิถุนายน 2551 10:53:18 น.  

 

สวัสดีครับคีตกวี
ยินดีเช่นกันที่ได้เจอแฟนพันธุ์แท้
พูดถึงหนังสือเก่า ก็แทงใจดำตัวเอ ง
ไม่มีงานใหม่ออกมาเลย มันทรมานใจมาก มองหน้าใครก็ไม่ค่อยติด อาย...เป็นนักเขียนประสาอะไรก็ไม่ทราบ
เรื่องเพลงก็เช่นกัน
ชุดใหม่ก็ไม่ได้จัดการทำอะไรสักอย่าง
เรียกว่า เสร็จ เรื้อรัง ก็ว่าได้
คุณมีผลงานมาชารีทั้งหมดเลยนะนั่น
จนหมดยุยสมัยเทป ย่างเข้าซีดี
ว่าแต่ว่าคุณมีเทปฟังอยู่รึเปล่า
ถ้ามีผมพอจะหาเทปให้คุณได้
แต่ไม่แน้ใจเรื่องคุณภาพเสียง เมื่อหลายวันก่อน
เดินทางด้วยรถเพื่อนเข้าปาย
ความดีเขาอยากให้ผมแปลกใจ
แอบเปิดบทเพลงเดียวดายของคนเดินทาง แล้วอำว่าเพลงของใครเอ่ย..ระบบเสียงดีมาก ผมนึกว่าเขาเอาไปทำเป็นซีดีแล้ว เขาบอกว่าเปล่าเลย เทปนี่แหละ ของเก่าเล่ายี่ห้อ ที่ผมเคยมอบให้เขา ร่วมสิบปีมาแล้ว( พระเจ้าช่วย)
เขาเลยเกทับบลัฟแหลกว่า รถแพง ๆ เครื่องเสียงมันก็ดีอย่างนี้แหละ แม้กระทั่งเพลงห่วยๆก็เพราะได้

นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ได้กลับไปฟังเพลงของตัวเอง (สงสารคนแต่งคนร้องจัง)
โม้ยาว เอาเป็นว่าคุณตอบมาก่อนว่ามีเครื่องเล่นเทปไหม
ขอบคุณมาก ที่ส่งเสียงสื่อสารมา
แล้วอย่าหายหน้าไปเฉยๆนะครับ.


 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 6 มิถุนายน 2551 20:04:50 น.  

 

สวัสดีหนูติ๊ด
เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละจ้ะ ได้เจ๊อะเจอกัน
แอบเห็นคอลัมน์ใครไม่รุ ที่หนังสือโหวตตตตตตต
เที่ยวแล้วได้งาน ก็ดีนะหนูนะ
ได้งาน ได้เงิน ไม่เพลินรึไง เผลอ ๆ ก็ได้ นายทหารเรือหนุ่มอีกตะหากกกกก คริ คริ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 6 มิถุนายน 2551 20:09:01 น.  

 

สวัสดีครับ พี่ปอน

ผมชัยวัฒน์ จันธิมา คนเมืองจุน พะเยา
ติดตามงานพี่มาตั้งแต่สู่ฝันยุคแรกๆ
และได้อ่านงานของพี่บ้างประปรายในระยะหลัง เพราะหาหนังสือยากสักหน่อย เจอที่ไหนก็พยายามหยิยบมาอ่าน
รู้ว่าพี่มาที่พะเยา-แม่ใจบ้าง อยากไปพบเจอและขอคำแนะนำในหลายๆเรื่อง
ตอนนี้ผมทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นชื่อ พะเยารัฐ
อยากสัมภาษณ์พี่ในแง่มุมต่างๆ เกี่ยวกับบ้านเกิดเมืองนอนของเรา ไม่ทราบว่าจะสะดวกอย่างไร
ใจจริงอยากให้พี่เขียนช่วยเขียนหนังสือด้วย แต่คงรบกวนมากไปหรือเปล่า
ผมอ่านงานชุดลมหายใจแห่งสายน้ำแล้วชอบมาก เพราะเคยไปทำงานเก็บข้อมูลในหนองเล็งทรายมาก่อน
ได้อารมณ์ ได้ความรู้สึกดี
งานเขียนของพี่มีคุณค่ามากสำหรับท้องถิ่นจังหวัดของเรา ไม่ทราบว่าจะมีคนพะเยาสักกี่คนได้อ่านมัน
น่าเสียดาย สื่อมันไม่กระจายไปถึงท้องถิ่นได้

สุดท้ายผมอยากติดต่อพี่เป็นการส่วนตัว
ไม่ทราบจะขัดข้องหรือไม
e-mail:phayaorat@hotmail.com

ตัวอย่างหนังสือพิมพ์ผม พี่โหลดอ่านได้ที่
http://www.phayaorath.com-a.googlepages.com/

ขอบคุณครับ
ชัยวัฒน์ จันธิมา 054-451059
*ผมเคยทำงานอยู่ผู้จัดการรายวัน ยุค "ผ่อเหนือ"พี่อุดร พี่มาลา พี่แสงดาว พี่ไพฑูรย์ ช่วยเขียนคอลัมน์ให้ครับ

 

โดย: ชัยวัฒน์ครับ IP: 125.24.80.140 12 มิถุนายน 2551 11:21:15 น.  

 

สวัสดีครับภูเพยีย
ตั้งใจว่าจะเขียนจดหมาย ยังวุ่นวายกับต้นฉบับ
ทักทายกันตรงนี้ก่อนนะ
ให้รู้ว่า ขอบคุณ ยินดี
ที่อ่านอย่างละเอียด
อยากให้เขียนนะ ชอบแบบสามดรุณหนะ
นั่นแหละ เล่าเรื่องประเพณีอะไร ๆสอดเข้าไปได้เลย
ไม่เบื่อแน่

พูดแล้วเขิน
เรื่องจดหมายรัก ก็เคลือบบรเพ็ดนั่นแหละ
มันขม ข้อมูลเป็นดุ้น ๆ
ก็ต้องเคลือบหน่อย
ไม่ได้หมายความตามนั้นหรอก
แต่ต้องระวังนะ มันเป็นสาธารณะไปแล้ว ทำไงล่ะ..
ภาพเรา มันร่อนเร่พเนจร เป็นนกขมิ้นเหลืองอ่อนเหลือเกิน
ทำไงดี งานเขียนเป็นตอนๆ ก็เป็นเหมือนฟืนหุงข้าว เลี้ยงปากท้อง ต้องมาเหนื่อยอีดิท บางเรื่องก็เกรงใจบรรณาธิการ มันจุกจิกอยู่นะ

วรรณกรรมก็อยากมีกรรมกับเขาเหมือนชาติปางก่อน
ไม่มีกรรมใหม่ ๆเลย
ที่จะรวมเล่มก็ยังไม่มีอะไรให่ตัวเองตื่นเต้นเลยจริง ๆ สาบาน เพียงรู้ตัเวว่าหายไปนานไม่ได้ กลุ่มคนอ่านเรา นับวันก็ล้มหายตายจาก ยังไม่ฝากของขวัญอะไรให้เขาเลย
พูดไปก็ไม่ดี เหมือนดูหมิ่นตัวเองคือ..
มันยังไม่เต็มที่ เต็มมือ หรืออีกที คงมีแรงแค่นี้แหละ
นี่กำลังจะปักหลักสู้ แบบว่าดันหลังตัวเองชนฝา (ฮาฮา)
มาวันแรกก็โน่นเลย ไปช่วยดูงานให้น้องนุ่งที่เชียงราย เฮ้อ ไม่รู้ว่าทำหน้าที่อะไรแน่
ท้องถิ่น สังคม ก็อยากช่วย
ในฐานะที่เกิดมาเป็นคน
ไม่อยากถ่มถุยลมหายใจไปวัน ๆ
บทกวีก็ไม่ได้เขียนเลย มันต้องนิ่งและใช้พลัง เวลา มาก
งานบรรณาธิการก็รออยู่เป็นตั้ง ค่อยทำค่อยไป
พูดมากก็เหมือนบ่น ชวนรำคาญเปล่า
มืออาชีพแล้ว จะปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตาให้ใครเห็น
ขอบคุณที่อาทรเสมอมา

สบายดีนะครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 18 มิถุนายน 2551 0:28:01 น.  

 

สวัสดีครับคุณชัยวัฒน์
ขอบคุณครับที่มองเห็นผม ยื่นไมตรีมา
ที่จริง
ผมอยู่ทางนี้ พยายามสุงสิงกับคนน้อยสุดครับ
เผื่อจะทำงานได้สะดวก ไม่อึดอัด เกรงใจกัน
แต่ก็ไม่วายไปเดินที่แจ้งนะครับ
เพราะต้องการข่าวสารข้อมูลภาคสนาม

พะเยาพึ่งพิงอะไรได้น้อยมากครับ
สมาคมชาวประมงพื้นบ้านอะไรนั่น
พบแต่ป้ายเปล่าๆ มีตุ๊เจ้าคนเดียว แกก็เบลอแล้ว

ไว้คุยกันยาวๆวันหลังนะครับ
หมดแรงแล้ว วันนี้นั่งหน้าจอทั้งวัน
ส่งงานแล้ว ก็มาตอบจดหมายในบล็อก

ขอบคุณหนังสือครับ
ดูว่าน่าสนใจมาก ผมโหลดฉบับล่าสุด
อ่านดูหยาบๆ ก็ได้ความรู้เยอะ
ลูกสาวลุงเพียวส.ส.เจ็ดสมัยนั้นเรียนรุ่นเดียวกับผมที่ศิริมาตย์เทวี
แต่อยู่คนละห้องกัน นั่งรถเมล์ขาวพะเยากลับแม่ใจพร้อมกันทุกเย็น พอจบแล้วก็ไม่เจอกันอีกเลย
ผมไม่สุงสิงใคร อย่างที่บอก เลยเพิ่งรู้ว่าเธอเป็นส.ส.
และพอเห็นหน้าพี่ชาย ก็เพิ่งนึกได้ว่า เคยเป็นกำนันที่แม่ใจ
ใช่ไหม คนเดียวกันหรือเปล่า

เรื่อง ถ้าคุณชอบคิดว่าเป็นประโยชน์ก็เอาทะยอยลงได้เลยครับ
ผมยกให้ฟรี ๆ แต่ไม่ต้องบอกว่าคนเขียนเป็นใคร อยู่ไหน
แล้วคุยกันยาวๆนะครับ
ขอตัวก่อน ไม่ไหวแล้ว

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 18 มิถุนายน 2551 0:47:36 น.  

 

blue never be red..
เริ่มจะเห็นคล้อยตามไปด้วยแล้วค่ะ
แซวเล่นนนนค่ะพี่

แม่น้ำ แสงจันทร์และดวงตะวัน
ของคนอ่อนไหว..
บนถนนหนทางแห่งความหลัง
เหลือพลังไว้ให้เล่าอยู่

แต่ถนนที่จะตัดไปในที่ที่เงียบสงบนี่สิ
อ่านแล้วเริ่มจะเศร้า..
หนีไปไหนก็ไม่พ้นความเจริญ?ไล่ล่า
อยู่บนฟ้าก็ยังกลัวน้ำจะท่วมถึง
บนเขาสูงหรือจะรอดอย่าง(เพื่อน)พี่ว่า
แหงะ..หนอโลกของเรา


อ่านไปก็วาดภาพหุบเขาแสงตะวัน
เหมือนเหลือเป็นที่แห่งความฝันให้เล่า
บางทีถ้าเป็นนิยายขึ้นมา
คร้านจะมีคนอยากเห็นความโรแมนติก
ผสมกับกลิ่นผจญภัยอย่างไวท์ฮันเตอร์
โฮะ โฮะ..ถ้าพี่เขียนคงอ่านเพลิน
ว่าแต่จะออกใจเขียนเมื่อไหร่ไม่รู้ 555

บางทีนะคะพี่
เราผจญกับโลกร้อนยังไม่เท่ากับ
ผจญกับไซโคลนความคิด
สีฉูดฉาดฟาดฟันกันอยู่เลย
ความจริงเราไม่เคยอยู่บนโลกที่ปลอดภัย
มันมีวิกฤตตลอดเวลา เพียงแต่ไม่มีเวลาจะใส่ใจ
เกิดมหกรรมโศกกับชีวิตก็เหมือนจะสำนึกสักที
เพียงแต่อย่าเผลอไม่ใส่ใจบ่อย ๆ ละกัน


ไม่ได้เล่าเมืองเนรมิตที่ไปมาให้พี่ฟังเลยค่ะ
เมืองที่ถูกจัดอันดับว่าน่าอยู่
แต่เหมือนไม่ค่อยมีอะไรให้เก็บเกี่ยว
มีมุมดี ๆ น่ารักน่าเล่าอยู่บ้างเหมือนกันค่ะ
แต่เมื่อเทียบกับเมืองหวาน ๆ เย็น ๆ ของหลวงพระบาง
ก็ต่างกันมากโดยเฉพาะวิถีชีวิต
หรือเหมือนกันในความแตกต่าง..

บางอารมณ์..หลวงพระบางก็เหมือนเมืองปาย
รักเมืองเล็ก ๆ อย่างนี้มากกว่า
ได้เก็บภาพสะอาด ๆ ที่ไม่แน่ใจว่าอีก10ปีข้างหน้า
จะเปลี่ยนแปลงไปอีกมากแค่ไหน..เชื่อว่าเปลี่ยนแน่

โลกของความเปลี่ยนแปลงเนาะพี่
ไม่แน่เหมือนกันนะคะ
สีฟ้าอาจกลายเป็นสีแดงก็ได้
ใครจะไปรู้..




เชื่อว่า ใจพี่คงสบายดี
หวังให้เป็นเช่นนั้นนะเจ้า



 

โดย: ภูเพยีย 20 มิถุนายน 2551 13:36:05 น.  

 

แวะมาเยี่ยมพี่ปอนครับ ผมห่างหายมานานกับอินเตอร์เน็ต
กลัวมันขโมยเวลาไปทิ้ง เลยไม่อยากเอาชิวิตมาผูกติดไว้กับมัน แต่ก็กลัวจะห่างกับพี่ไปด้วย ลำบากนะ ตอนนี้เลยต่อไม่ค่อยติด ขาดๆหายๆ ฝากความระลึกถึงพี่ปอนเสมอด้วยเป็นมิตรรักและแฟนเพลงคนหนึ่งเหมือนกัน อ้อ..ยังฝากเรื่องเนื้อเพลงกับคอร์ดกีต้าร์ในหน้าเวปบทเพลงมาชารีด้วยนะครับ ..หลายวันก่อนดูรายการดนตรีกวีศิลป์ มีพี่ศักดิ์สิริ นึกว่าจะมีพี่ปอนด้วย..เสียดายจังเลยครับ แต่ไม่เป็นไร สักวันคงได้มีโอกาสได้ดูด้วยตัวจริงๆเองสักที ..แล้วจะแวะมาใหม่ครับ สวัสดีครับ...

 

โดย: อาสา IP: 202.149.25.225 13 กรกฎาคม 2551 23:16:34 น.  

 



บ้านเล็กในทุ่งกว้าง



มิวาดหวังวางแผนให้ชีวิต
มิเคยคิดตรองเจตหาเหตุผล
จึงลอยไปลอยมาสาละวน
เหมือนเจียมเนื้อเจียมตนหนอคนไพร

รักขุนเขามาหลบยุ่งที่ทุ่งกว้าง
รักแม่น้ำสายร้างกลางป่าใหญ่
มองพระจันทร์ก็เห็นจะเป็นใจ
ลอยดวงเรี่ยมาใกล้ที่ชายคา

ดูร้อนรนกระวนกระวายกระส่ายกระสับ
ยังไม่หลับนอนหงายมือก่ายหน้า
ร้อง Full Moon And Empty Arms ท่ามพนา
ใจเหว่ว้าคราคำนึงคิดถึงคุณ

ต้นเหตุแห่งห่วงหาอารมณ์ฝัน
อ่าน ลอร่า อิงกัลล์ฯ แสนอบอุ่น-
บ้านเล็กในป่าใหญ่ด้วยใจละมุน
ขณะปัดฝุ่นบนชั้นบ้านทุ่งดาว

พรรคมดดำย่ำร่างเที่ยววางไข่
บนบ้านไม้ สนามหญ้าอย่างฮึกห้าว
อยากกำจัดอยากชนะแม้ชั่วคราว
ใจหนึ่งร้อนนอนหนาวกลัวสารเคมี

ร้องหาสูตรสมุนไพรกำจัดมด
ปลวกทรหดรบสู้อยู่ที่นี่
ตามหลืบซอกกล่องกระป๋องท้องธรณี
ขณะเขียนจดหมายนี้มันเดินขบวน

มักยักแย่ยักยันยืนยิ้มยั่ว
ผมหยิบพร้าปีนครัวหัวเราะร่วน
ตัดหูกวางย้ายที่แกล้งตีรวน
อพยพย้ายรังด่วนจากกระท่อมดิน

“แม่ซ่อนยิ้มเปรยเสียงมาเบา ๆ
หมดหน้าน้ำพวกเขาก็หมดสิ้น
มดปลวกนกหนูนาก็หากิน
เหมือนพวกเราทุกชีวินต้องดิ้นรน”

...........................................
...........................................
...........................................
...........................................


ยังเงียบอ่านงานพี่ตรงที่เก่า
มีหงอยเหงาซึมซับในสับสน
“ศิลปะยังรับใช้ชีวิตคน”
จินตนาการขานบ่นก็คนกันเอง

สติมา ปัญญามี..
สมาธิ เสริมราศี บารมีเปล่ง
โลกต่างมีทำนองร้องบรรเลง
เราต่างร่วมร้องเพลงให้กันฟัง




***

สวัสดีค่ะพี่ปอน

มือซนค่ะ..
แอบหยิบบทความพี่มาร้อยเรียง
เขียนไว้หลังจากอ่านงานนี้
ไม่มีโอกาสจะนำมาลง
ได้เห็นกระท่อมดิน ทุ่งดาวกลางดอยหลวง
มีบ้านไม้หลังหนึ่งอยู่ข้าง ๆ
เห็นบ่อน้ำกลางทุ่ง พี่อาบน้ำกลางทุ่งไม่มีฝากั้นหรือเปล่าเอ่ย
ท่าทางจะหอมกลิ่นดินกลิ่นฟ้านะคะ

รอ่านเล่มใหม่ ยังไม่มาเลย


ฝากกลอนมาด้วยความระลึกถึงเสมอ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
นับถือ





 

โดย: ภูเพยีย 5 สิงหาคม 2551 11:27:11 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ๆ หนูอยากจะขอคำปรึกษาค่ะ หนูไม่ค่อยมีความรู้อะไรเกี่ยวกับพี่ๆ เลย แต่ว่าหนูอยากที่จะหาเทป หรือ ซีดีเพลงของพี่พิบูลศักดิ์ ละครพล และพี่ชูเกียรติ ฉาไทสง เพื่อให้เป็นของขวัญพี่ๆ ของหนูค่ะ พวกพี่ๆ เค้าชอบเพลงของพี่มาก ว่าหนูจะหาเพลงพี่ได้ที่ไหนบ้างค่ะ แล้ววงมาชารีหละคะ พี่สองคนเค้าเป็นสมาชิกด้วยหรือเปล่า ขอบคุณมากค่ะ สำหรับพี่ที่จะช่วยตอบหนูหน่อย หนูมี emailค่ะ Benz4193@hotmail.com การติดต่ออาจมีปัญหาบ้าง เพราะหนูเป็นพวก Lo-Tech ค่ะ แต่จะพยายามคอยเช็ค Email ทุกวัน และเข้ามาดูใน Blog นี้บ่อยๆ ค่ะ ขอบคุณพี่ๆ มากค่ะ

 

โดย: น้องนู๋ IP: 125.24.87.237 23 สิงหาคม 2551 18:32:06 น.  

 

ติดตามผลงานของคุณพิบูลศักดิ์มานานมั่ก รักชอบฝีมือการเขียนของคนมีกึ๋นกลั่นกรองอารมณ์เรียงร้อยถ้อยคำออกมาเป็นตัวหนังสือบรรยายได้สดสวยจินตนาการได้ชัดเจนจนบางครั้งคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนคนในเรื่องราวนั้นๆ มาเยี่ยมชมบ้านนี้มานานหลายเพ-ลา แล้ว วันนี้ขอโทษจริงๆที่แอบเข้ามาในห้องรับแขก ไม่ได้จิ๊กไรไปนะนอกจากฝากความระลึกถึงไว้ที่หน้าประตูบ้าน รักษาสุขภาพนะคะ

 

โดย: กุญแจ IP: 58.147.43.90 9 กันยายน 2551 15:37:39 น.  

 

หน้าต่างดอกไม้ 279 ตรงกับทะเบียนรถของคนรู้จักเป๊ะเลย ขอตัวไปฟังคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญคดี ชิมไปด่าไป ยกโขยงโกงชาติ ก่อนคะ

 

โดย: กุญแจ IP: 58.147.43.90 9 กันยายน 2551 15:50:02 น.  

 

สวัสดีครับคุณพิบูลศักดิ์ วันนี้สิงสถิตย์..
ลุยงานอยู่ที่ไหนครับ ไม่ได้เห็นหน้าค่าตามานานมาก
ได้แต่แอบเข้ามาเยี่ยมชมบ้านคุณประจำเท่านั้นเอง
วันนี้ขอมาทักทายให้หายคิดถึงหน่อยครับ
เช้านี้ อากาศที่นี่ดีมากคือครื้มฟ้าครื้มฝนเมฆลอยต่ำ
หากอยู่ บนเนินคงหอบเมฆมาอยู่ในอ้อมอกได้
ฟ้าสวยก็จริงแต่ไม่อยากเห็นกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากโถมซัดบ้านเรือนชาวบ้านเลย
จะมีใครทำจริงกันมั่งนะอนุรักษ์ป่า รักษ์ต้นน้ำ..
น้ำไม่เสียไม่เน่า....มิใช่ทำแต่ปาก.ปาวๆ.ๆๆๆ.
.ให้เป็นข่าวไปวันๆเท่านั้นเอง

 

โดย: มอมแมม IP: 58.147.43.90 10 กันยายน 2551 9:49:15 น.  

 

สวัสดีครับ คุณพิบูลศักดิ์ สบายดีมั้ย ดื่มกาแฟ หรือยังครับ
ที่บ้านเช้านี้ อากาศหนาวเย็น( สายลมจอยแฮงๆ)
คงเป็นเพราะคืนที่ผ่านมาฝนกระหน่ำลงมาอย่างเมามัน
สายฟ้าฟาดกระจัดกระจาย
เสียงฟ้าร้องคำรามฮึ่มฮั่มสนั่นเมือง
เหมือนฟ้ารับรู้สถาณการณ์การเมืองของไทย
ที่นับวันฝูงแร้งฝูงกาจะรุมทึ่งรุมย่ำยีประเทศไทย
คำที่กล่าวกันว่า "รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์" หายไปไหน
ทำให้คิดถึงประโยคหนึ่งในอดีตว่า
"ไม่ดึงฟ้าต่ำ ไม่ทำหินแตก ไม่แยกแผ่นดิน"
ขอผู้รักอุดมการณ์ใฝ่หาสันติมาช่วยกันกอบกู้ศํกดิ์ศรีประเทศไทยให้กลับคืนมาโดยไว เย้..
อะห่ะ..ว่าแล้วก็ขอไปกอบกู้สนาหญ้าหน้าบ้านที่ถูกน้ำท่วมขังเมื่อคืนก่อนครับ...

 

โดย: มอมแมม IP: 58.147.46.243 12 กันยายน 2551 9:31:53 น.  

 

โลกต่างมีทำนองร้องบรรเลง
เราต่างร่วมร้องเพลงให้กันฟัง

สวัสดีภูเพยีย
ขอบคุณนะครับ
ถือว่าเป็นโชคที่มีแฟนหนังสือชื่อภูเพยีย
บทกวี ลื่น และรื่นรมย์ดีจัง
บอกอารมณ์คนเขียนว่าสบายๆเพียงใด
ได้ไปนั่นมานี่ อารมณ์ดี จริงไหม
ได้ข่าวว่าพ่อเพยียไปที่นั่น
และยึดเชียงดาวเป็นห้องทำงาน
ต้องขอโทษนะครับ
นั่งอยู่ห่างคอมไปหลายวัน
เนื่องด้วยงานที่ปาย ไม่ได้เข้าดูระเบียงบ้านตัวเอง
ตอบถ้อยช้าไป ไม่ว่านะครับ
นับถือ ถ้าไม่ถือ

น้องนู๋
ยินดีที่เข้ามารู้จัก
เทปไม่มีวางที่ไหนครับ
ไม่อยากบอกว่า รับปากคนไปก็ไม่ได้ทำให้
เลยคิดว่าไม่มีดีกว่า สบายใจไม่ต้องโกรธกัน
ไม่มีเวลาจัดการจริงๆครับ
พี่ชูเกียรติ ฉาไธสง เคยอยู่วงมาชารี เช่นเดียวกับพี่อีกคน
ตอนนี้เหลือเพียง พี่อีกคน คนเดียว
ว่าแต่พี่ของหนูเขาชอบวงมาชารีเหรอ
ให้เขาเข้าไปหาในไอมีมนะ มีแน่นอน
คุณสเลเต เธอไปฝากโชว์ไว้ที่นั่นทั้งชุด
ดวงดาวข้างหน้าต่าง มีครบ เฮ้อ...

สวัสดีครับ กุญแจ
ขอบคุณครับสำหรับช่อดอกไม้
หน้าต่างใจเปราะบาง
ไม่ขว้างก้อนหินใส่
ก็ซึ้งใจแล้ว
รักษาสุขภาพเช่นกันครับ

สวัสดีครับมอมแมม
เอ๊ย กุญแจ
เอาให้แน่เน้อ
ตกลงจะเป็นหญิงหรือชายดีครับ
หรืออยู่วงดนตรีไทย


 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 17 กันยายน 2551 20:21:38 น.  

 

สวัสดีครับ/คะคุณพิบูลศักดิ์ ดีใจที่ได้รับคำตอบ
ไม่ได้อยู่วงดนตรีไทยหรอกแต่จ้า
วันนี้เข้าตั้งใจจะเข้ามาขอเป็นเพื่อน แต่วาสนาน้อยไปหน่อยเข้าHOtmailไม่ได้ป้อนรหัสกี่ครั้งก็ผิดๆๆๆ
สงสัยคงแก่เกินแกงนั่นเองคะ
ต้องวิ่งมาจากHI5.comเหนื่อยแย่เหมือนกัน
IP: 58.147.46.243 รหัสนี้จำไว้อีกนานนะนี่ไม่ได้เจตนาลวงโลกคะ
ใช้ชื่อวนเวียนไปมา บางครั้งงงเอชื่อไรหว่า

นนทกานต์คือหมาตัวที่สองที่รักมากมันตายไปด้วยพิษยาของนังมารร้าย

มอมแมมคือหมาตัวที่สี่อยู่เป็นเพื่อนยามเราแก่งอมแงม มันชอบซุกซนไปตามบ้านเพื่อนบ้านจนถูกขับ(ไล่)บ่อยๆ

กุญแจคือหมาน้อยคนล่าสุดเป็นหลานสาวคนแรกที่ทำให้ต้องจากบ้านมาเลี้ยงเจ้าหล่อนที่เชีบงใหม่หลายเดือนแล้วคะ

ช่วงนี้คุณพิบูลศักดิ์ทำงานอยู่ที่ไหนคะ ติดต่อไม่ได้เลย ปลดปล่อยอารมณ์หวานหยดไว้ในหนังสืออะไรบ้างจะได้ติดตามอ่านให้หายคิดถึง อยู่ชม.ก็หอบหนังสือของพี่มาอ่านด้วยมีประโยชน์มากเลยคะข้อความบางตอนสามารถนำไปเป็นข้อคิดให้เด็กๆ เขาคิดได้ด้วย ต้องขอบพระคุณมากคะ

วันนี้เข้าบ้านไม่ได้
ขอฝากดอกไม้หอบใหญ่ประดับหน้าต่างใจที่(ไม่)เปราะบาง
ฝากความคิดถึง แขวนไว้ที่รั้วหน้าบ้าน
รักษาสุขภาพให้มากๆ นะคะ
เป็นห่วงคะ

 

โดย: นนทกานต์ IP: 58.147.47.230 18 กันยายน 2551 10:42:31 น.  

 

แวะมาทักทายหน่อยค่ะ
สบายดีนะคะน้าปอน...หายไปเลย
ได้ข่าวว่าไปอยู่ปาย
เอื้องก็เพิ่งกลับมาจากปายเหมือนกันค่ะ
ระลึกถึงเสมอนะคะ

 

โดย: meenna 18 กันยายน 2551 21:21:33 น.  

 

สวัสดีครับคนหลายชื่อ
แต่ละชื่อก็เป็นน้องสุนัขสุดรัก
ไม่ได้ว่ากล่าวให้กระทบใจ
เพียงแต่เป็นงงเท่านั้น
ขอบคุณสำหรับช่อดอกไม้
ขอบใจสำหรับความคิดถึงและเป็นห่วง รวมทั้ง
เป็นแฟนหนังสือของผม
ขอให้จริงเสมอไปนะครับ


ปายสบายดีครับ แต่ไม่ได้อยู่
ไปช่วยงานเพื่อนพ้องน้องพี่
ประสาคนหาเรื่องยุ่งใส่ตัว
เรื่องของเรื่องคือ เก็บเล็กผสมน้อยข้อมูล
มาใช้ในงานเขียนนั่นแหละ
กำลังทำเรื่องหวนย้อนสู่หุบเขาแสงตะวัน
ภาพมันเลือน จึงต้องตามไปเก็บภาพ ประมาณนั้นแหละ
ขอบคุณ สำหรับความระลึกถึง
สบายดีเนาะ

 

โดย: ปอน ปอน IP: 202.91.19.204 24 กันยายน 2551 22:04:56 น.  

 

สวัสดีค่ะ...

ดีใจที่ได้มาเจอสิ่งที่คุ้นเคยในอดีต...


..ขอความรักบ้างได้ไหม...แค่ระลึกถึง ใจก็ยังกระตุก

ปล.แล้วจะแวะมาบ่อย ๆ นะคะ

 

โดย: เต่าตัวลาย 28 กันยายน 2551 9:26:13 น.  

 

สวัสดีคะคุณพิบูลศํกดิ์
ดีใจที่ได้เห็นปอนปอนนั่งจิบกาแฟที่ระเบียงอีกครั้ง
ขอบคุณค้า

...นานมากเคยมีอารมณ์ประมาณนี้... ..

ฟ้าหม่นเมฆหมองน้องหาย
เสียดายดวงดาวร้าวฉาน
คืนค่ำเงียบเหงาทรมาน
ซมซานซึมโศกอกเดียว
สูญเจ้าหนาวเหน็บเจ็บจิต
โลกไร้ชีวิตเล็งเหลียว
ดวงใจซึมกรีดซีดเซียว
อกเขียมขมข้าวซาวกลืน.........

.ที่มา.......จากสกุลไทย นานหลายปีแล้ว.....
จำไม่ได้ว่าท่านใดเขียน
ขออภัยด้วยค่ะ .......

เดี๋ยวนี้นนทกานต์คนใหม่ใจใสสด
...ก็โดน...ตรงประโยคนึงในหนังสือของคุณของพิบูลศักดิ์
ที่มาดัดแปลงพูดเล่นๆ ว่า

ความรักมักเดินระทดระทวยนวดนาดเข้ามาทางประตู
แล้วมันก็โผทะยานลอยลิ่วออกไปทางหน้าต่างทิ้งไว้แต่หยดน้ำตา..น้ำตา

ทำให้มองเห็นภาพแล้วยิ้มได้
ขอบคุณหนังสือดีๆเล่มน้อยที่ทำให้ใจสว่างวาบ หวามไหว และยืนหยัดอยู่ได้มาจนทุกวันนี้
ไงคะความดีของหนังสือพี่ จะไม่ให้เป็นแฟนคลับตลอดไปได้ไงครับ

ตอนเมษายนปี42หรือ43ได้นำหนังสือของพี่ชุดหนึ่ง ไปให้เพื่อนรุ่นพี่ที่อยู่ในห้องขังอ่านเพื่อระงับสติอารมณ์
(โดยตัวเองต้องเข้าไปนั่งคุยเป็นเพื่อนกับเขาด้วย)โอยมันหดหู่หัวใจที่สุด
เขาก็ขอปากกา+กระดาษวาด
ใช้หมึกดำเขียนวาดภาพอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่เอนเอียง
สาดด้วยหมึกสีแดงแทนสีของเลือด
และมีกลอนสั้นๆให้ บทนึง
เขาบอกว่าพี่ให้เอ็งที่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนคุยหาข้าวหาน้ำให้กินมีหนังสือให้อ่าน
ปัจจุบันยังเก็บภาพนี้ไว้
ส่วนตัวพี่เขาเมื่อเร็วๆนี้ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต
มาถึงวันนี้มีเหตการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศ
ทำให้คิดถึงภาพวาดของพี่เขาตะหงิดๆ

ขอบคุณครับ
ทำงานมากก็รักษาสุขภาพให้ดี
เดินทางด้วยความระมัดระวังนะคะ
คิดถึงคะ
นนทกานต์



 

โดย: นนทกานต์ IP: 58.147.43.127 29 กันยายน 2551 18:58:48 น.  

 

โลกต่างมีทำนองร้องบรรเลง
เราต่างร่วมร้องเพลงให้กันฟัง
...............................
ก็คงใช่อย่างที่พูดไว้แหละครับ แม้เราไม่ได้ร้องเพลง มิได้ร่วมร่ายกวี และทุกครั้งทุกทีที่เราเงียบ โลกก็ไม่ขาดสำเนียง ผมเชื่อเช่นนี้เหมือนกัน...
วันก่อนดูรายการ ดนตรีกวีศิลป์ ออกงานดนตรีเกี่ยวกับโรงเรียนที่ภาคใต้ เรื่องครู นักเรียน เหตุการณ์ไม่สงบ ได้เห็นรูปที่พี่มอบให้ไปเพื่อประมูลหารายได้-สวยงามมากครับ ...

 

โดย: อาสา IP: 118.174.42.32 5 ตุลาคม 2551 23:46:19 น.  

 


แวะมาส่งข่าวถึงพี่ปอน

เคยส่งหลังไมค์มาถึงพี่ปอนแล้ว แต่คิดว่าพี่ปอนคงจะเปิดอ่านไม่เป็น ตามประสาคนโลว์เทค

ก็เลยมาบอกกล่าวอีกครั้ง ไม่ทราบว่าจะยังสนใจอยู่หรือเปล่า

คือว่า ป้าแอ๊ดพบกับน้อง(ลูกอา)ที่ทำงานกับ น้องหนู ลูกสาว อ. สุวรรณี สุคนธา แล้วค่ะ

และวันที่ 1-2 พฤศจิกายนนี้ ป้าแอ๊ดจะไปพิษณุโลก น้องเธอก็ไปด้วย ไปงานกฐินของครอบครัวเราค่ะ

แล้วจะเอาเบอร์โทรฯ ของ น้องหนู ลูกสาว อ. แต๋ว มาฝากนะคะ

น้องเธอบอกว่า บ้านที่บางกะปิ น้องหนู อยู่ที่นั่นค่ะ ทุกอย่างเหมือนเดิม

แล้วยังไงคุยกันอีกครั้ง ถ้าพี่ปอนยังอยากจะไปเยี่ยมเยียนบ้าน อ. แต๋ว นะคะ

 

โดย: ป้าเเอ๊ด IP: 124.120.16.89 17 ตุลาคม 2551 19:20:21 น.  

 

สวัสดีครับคุณ เต่าตัวลาย
เชิญครับ
แวะมาก็อุ่นใจเช่นกัน

สวัสดีครับคุณนนทกานต์
นานมากสินะ
เรื่องที่เล่าทำเอาใจเหี่ยว
เขียนเป็นเรื่องสั้นสิครับ
น่าอ่านแน่ ๆ แค่ฟังว่าไปนั่งในห้องขังด้วย
และเก็บประโยคว่า เขาโดนตัดสินประหารชีวิตไว้ม้ายสุด

ขอบคุณเช่นกันครับที่มาเยี่ยมเยียนกัน
ตอบช้าไม่ว่ากันนะครับ
ต่อเน็ตทางโทรศัพท์มันช้าครับ
เข้าบล็อกไม่สะดวก
ช้ามาก



สวัสดีป้าแอ๊ด
เข้าใจถภูกจริง ๆครับ ลืมนามแฝง พาสวเวิร์ดไปแล้ว
บ้านนอกจริง ๆ เปลี่ยนมาใช้โน้ตบุ้ค ก็ยังไม่เข้ามือ
ข้อมูลเก่า ๆ อะไรก็ยังไม่ได้โหลดใส่ไทม์ไดร์ฟไว้
มันติดขัด ขอโทษจริง ๆ
วันที่ ๑ ผมจะอยู่ที่ไหนหนอ อ้อ คงกทม.
งานที่เมืองทอง
ป้าแอ๊ดครับ ไปพิษณุโลกทั้งที
มีน้องที่รู้เรื่องดี น่าจะแวะไปนะครับ
แหะ ๆ ไปเก็บรูป เก็บเรื่องเล่ามาก็จะเป็นพระคุณทูนหัว
ถ้าตั้งต้นไม่ถูก ให้ไปที่ร้านหนังสือ นึก ๆๆๆๆๆๆ
ของอ.ชื่อ....โอพระเจ้า ไม่ไกลจากโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด

เออ...ดูเถอะ เป็นหนอนหนังสือตัวยง ร้านไม่ใหญ่นะครับ
เก่าแก่ของจังหวัด

บ้านที่กทม.ผมยังไม่นึกไปเยี่ยม เพราะไม่มีความหลังและภาพให้เทียบจากเรื่อง
ผมอยากไปบ้านที่พิษณุโลก

ขอบคุณครับแล้วจะนึกชื่อ เสาะหามาบอก นะครับ
คืนนี้ดึกแล้วโทรหาใครเกรงใจเขา

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 18 ตุลาคม 2551 0:57:04 น.  

 

ป้าแอ๊ด
ร้านชื่อสิทธา ครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 18 ตุลาคม 2551 1:56:05 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่ปอน

วันนี้ไม่ได้เข้าเนตเลย จนกระทั่งเวลานี้

เพิ่งอ่านหลังไมค์ แล้วตามมาอ่านที่บล็อกค่ะ

ไปพิษณุโลกคราวนี้คงไม่มีเวลาไปไหนมากมาย เพราะต้องรีบไปรีบกลับค่ะ

ไปถึงโน่นก็บ่ายแล้ว วันรุ่งขึ้นก็ทอดกฐิน ที่ อ. บางกระทุ่มบ้านเกิดคุณพ่อ

แล้วก็กลับกทม. ในตอนบ่ายเลย คงถึงบ้านดึกนิดๆ

ถ้ามีเวลาพอจะไปที่ร้านหนังสือนั้นนะคะ คราวนี้พกกล้องไปด้วยค่ะ คงมีภาพมาฝากพี่ปอนบ้าง



 

โดย: ป้าเเอ๊ด (addsiripun ) 18 ตุลาคม 2551 21:06:18 น.  

 

สบายดีน่ออ้าย...อยู่ไหนนิ อยู่เจียงใหม่ก่อครับ
วันที่ 26-28 ตค.นี้ผมลงกรุงเต๊บครับ
ว่างๆ แวบมานอนหุบเขาผาแดงบ๋อ
ว่ากำลังเซาะหาคนเฝ้าบ้านอยู่ครับ ha

 

โดย: pu_chiangdao IP: 118.175.184.138 23 ตุลาคม 2551 14:05:10 น.  

 

ตั้งใจตามหา มน.เมธี อยากได้หนังสือ"มาคนเดียว,น้ำใจไหลเชี่ยว,ยายแปลก"เพราะทำหาย เสียดาย รักมาก จับพลัดจับผลูมาเจอพี่ปอนด์พอดี คิดถึงพี่โดมด้วยนะ รู้...ว่าจำกันไม่ได้แล้ว แต่ไม่เป็นไร... อ่านๆไป..มีเรื่องบ้านคุณสุวรรณี....สมัยเป็นนักเรียนเฉลิมขวัญก็ขี่จักรยานไปเที่ยวแถวนั้นบ่อย..อ่านของคนโน้นคนนี้ก็เพลินดี คิดถึงเคยเขียนเรื่องสั้นๆไปลงลลนาตอนเรียนอยู่มช. ก็..มันท่าจะตลกไปมั้ง เลยโดนมือดีลอกไปลงในขายหัวเราะซะนี่...เลยเลิกเขียน..
มาเป็นครูอยู่แม่ฮ่องสอนเกือบจะยี่สิบปีแล้ว ไม่เคยกลับออกไปพบเพื่อนเก่าเลย กะว่าจะย้ายเข้าไปอยู่ในป่าให้ลึกกว่านี้อีกสักหน่อย
ดีนะ..ดูแต่ละคนดูยังมีความฝันกันอยู่ มีโลกที่สดใสอยู่เสมอ
อ้าว..ว่าจะทักทายนิดเดียวเอง ไม่รู้คราวหน้าจะกลับมาตรงนี้ถูกหรือเปล่าก็ไม่รู้ (จริงๆ)

 

โดย: ตูน IP: 118.172.57.253 1 พฤศจิกายน 2551 2:33:01 น.  

 

สวัสดีครับทุกท่าน
ผมก็สับสนอลหม่านอยู่
ป้าแอ๊ด ไม่มีเวลาไม่เป็นไรครับ

ภู
คงกล
บแล้วหละบางกอก
จะรีบไปนะ ผาแดง แรงฤทธิ์

ตูน
ยินดี
เรารู้จักกันทางใจก็ตื้นตัน
ฟังน้ำเสียงคุณเหนื่อยๆ ท้อๆ
ดีที่ยังอ่านหนังสืออยู่
บ้านป่า มักจะกลืนอารมณ์คนเหงวา
จนไม่เอาอะไรสักอย่าง
ตอนนี้ผมลงมาบ้านทุ่งดาวครับ

สองสามวันเข้าเขียงใหม่
ไม่ได่อยู่ปายครับ
ไปทำงาน
มาถูกสิน่า
เข้ากูเกิ้ล ถ้าจำอะไรไม่ได้
สัญจร ดาวส่องทาง Biogggang.com แค่นี้เองครับ
ขอใหหามน เมธีให้เจอนะครับ
ที่คุณเอ่ยมา ผมมีแต่น้ำใจไหลเชี่ยว
แต่ไม่แน่ใจว่ายังอยู่ไหม
ต้องเข้าบ้านทุ่งค้นหา
ตอนกลางวันไปมา
มดไปทำรังในเทปที่เก็บไว้ในตู้พลาสติกสี่ชั้น
เศร้าสุด มันไปไข่ไว้ในรตลับเทปแทบทั้งหมด
อยากร้องไห้ เทปเพลงหายาก เก็บมานานเป็นหลายสิบปี
นี่ยังกองอยู่เลย
หมดแรง
ลงไปกระท่อม เจอปลวกเจาะผนังอีก
โอ ประเทศเขตร้อนชื้น
ทำไงได้
รับกรรมไป...

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 4 พฤศจิกายน 2551 19:58:41 น.  

 

สวัสดีค่ะลุงปอน

ถ้าไม่ค่อยอยู่บ้าน
เวลาจะออกไปไหนก็ฉีดยาฆ่าแมลงสักหน่อย
ตามซอกตามมุม
ตามตู้ตามชั้นหนังสือก็เอาลูกเหม็นโยนไว้หลังชั้นบ้าง
แต่ถ้าอยู่บ้าน ก็เปิดประตู หน้าต่าง กว้างกว้าง
เคาะ เคาะ บอกเขาว่า อย่ามายุ่งแถวนี้
น่าจะได้ผลบ้างนะคะ

ได้ทราบข่าวลุงปอนจะแสดงผลงานที่เมืองน่าน
อยากไปมากเลย ไม่เคยไปเที่ยวเมืองน่านด้วยสิ
ได้แต่ตามไปใน " ผ่านตา มาตรึงใจ"
หาคนช่วยขับรถก่อน ถ้าเขาตกลงว่าว่าง
คงได้พบลุงปอนค่ะ

ที่พิษณุโลก โรงเรียนปิดกีฬาแห่งชาติ 10 วัน
14 - 24 ธันวาคมค่ะ

 

โดย: นกฟ้า IP: 118.172.134.23 11 พฤศจิกายน 2551 11:35:18 น.  

 

นกฟ้า สวัสดี
ถ้ามีใจไป ก็ไปได้แหละ พิษณุโลกใกล้กว่ากรุงเทพฯ-น่าน
คนขับรถประจำตัวไปไหน คนนั่งรถประจำใจ ก็ไปอยู่แล้ว
งานรวมมิตร หวานเย็น
ริมฝั่งน้ำยามราตรี
นานทีจะมีสักครั้ง
เอาเต้นท์ไปด้วยนะ

 

โดย: ปอน ปอน IP: 118.172.88.52 20 พฤศจิกายน 2551 16:38:37 น.  

 

คิดถึงครับ...
เจ้าชายโรแมนติกของผม เมื่อกระโน้นนานมาแล้ว
ขอบคุณที่เคยทำให้ผมได้มองไ้้ด้ลึกซึ้งกับอีกด้านของชีวิต
แม้จะนานมาแต่ก็ยังเป็นอยู่เสมอเสมอถึงวันนี้

ดีใจมากที่มาเจออีกหน
จะแวะมามาอ่านเสมอเสมอครับ

คิดถึงครับ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

ปล. จดหลายถ้อยหลายคำจากหนังสือห้องสีขาวใต้หลังคา
เก็บไว้ในสมุดสีแดงเล่มเล็ก...
บางช่วงของชีวิต... ของการเขียนถึงใครสักคน
ใครคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้ว่าเราเขียนถึง...

"ฉันเคยเสียดมเสียดาย โอกาสที่ไม่อาจหวนกลับมาอีก
และความใจแข็งของเราสองคน ที่ปิดกุญแจลั่นดานหัวใจตัวเอง
ไม่ใ้ห้เยี่ยมหน้าออกมาเกินกรอบหน้าต่างของความเป็นเพื่อน"

 

โดย: 3319513 IP: 114.128.50.187 14 ธันวาคม 2551 20:34:00 น.  

 

คุณครับ
ขอโทษทีที่ตอบช้ามาก จังหวะมันไม่ลงตัว เดินทางบ้าง เน็ตล่มบ้าง
ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร
ขอให้ได้รับรู้ว่าผมรับรู้และซาบซึ้งใจ
งานเพียงสองสามบรรทัด หรือเล่มเล็กบาง
หากมีคนนำไปวางไว้แค่ปลายเตียง ไม่เคียงใจ
ก็ถือว่าภูมิใจล้นเหลือ
นักเขียนไม่มี
หากไร้นักอ่าน

ขอบคุณครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 7 มกราคม 2552 1:43:12 น.  

 

ดีใจจัง..ที่มาตอบ (ผมที่ใช้ชื่อตอนนั้นว่า 3319513 ครับ)

คิดถึงเสียงเพลงนะฮะ จะมีใหม่ในแบบซีดีหรือเปล่า?
(เอ...หรือมีไปแล้ว, ถ้ามี หาที่ไหนได้บ้างครับ)

ฟังเมื่อนานมา... เหมือนจะห่า่งไป แต่ถึงวันนี้
เหมือนอารมณ์มันย้อนกลับมาใหม่
คิดถึง...เป็นครั้งคราว จนเมื่อมาเจอที่นี่โดยบังเอิญ
คราวนั้นไม่ได้ log in เลยแก้ขัดไปก่อน

...
ผมเป็นคนอุบลครับ, ฟังเพลงของน้าี่ เมื่อตอนใส่ขาสั้นอยู่กรุงเทพ
ระเห็ดไปทำงานต่างถิ่นอยู่นาน แต่ตอนนี้กลับมาอยู่บ้านได้จะสิบปีแล้ว
จากออฟฟิศมีหน้าีมีตา มาเปิดร้านของตัวเอง
ไปได้เรื่อยเรื่อย สุขไม่ใช่เล่น

คิดถึงครับและดีใจมากที่น้ามาตอบ ดีใจครับ...ขอบคุณเสมอ

 

โดย: Mining Old Man 7 มกราคม 2552 9:45:47 น.  

 

แวะมาทักทาย

สบายดีนะคะพี่ปอน

 

โดย: ครูชนบท IP: 125.26.224.149 15 มกราคม 2552 8:33:11 น.  

 

สวัสดีครับ
ทั้งคนเหมืองและครูชนบท
ผมสบายดีแล้วครับ
ขอบคุณที่เป็นห่วง
และมาเยี่ยมเยียน
พบเพื่อนเก่า-เพื่อนใหม่
ก็ดีใจคนละแบบ

เวลาใส่ขาสั้น
ความฝันดันใส่ขายาว
และก้าวไปยืนริมทะเลเวลา

รักษาสุขภาพเช่นกันครับ

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 31 มกราคม 2552 21:00:09 น.  

 

ช่วงนี้กำลังฮิตทำสบู่ใช้เอง
แวะไปดูได้ที่บล็อกเลยค่ะ

ยังคิดถึงอยู่เสมอค่ะ

 

โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) 17 พฤษภาคม 2552 2:37:13 น.  

 

พี่ปอนคะ
รูปนี้ถ่ายที่ร้าน Cafe tea Sapan หรือเปล่าคะ
มุมนี้สวยมากๆค่ะ

 

โดย: น้ำชายามบ่าย (บอนหวาน ) 31 พฤษภาคม 2552 11:51:39 น.  

 




สวัสดีค่ะพี่ปอน

นานแล้วที่ไม่ได้เข้ามาพูดคุยกับพี่ที่นี่ แต่ก็ไม่ได้ห่างหายไปจากหน้าจอ
อ่านงานเขียนที่คิดว่าพี่คงเขียนเพื่อพักผ่อนและทักทายแฟนหนังสือที่นี่
อยากบอกพี่ว่า เพิ่งรับกุลสตรีของเดือนมิถุนายน เป็นการเดินทางของจักรยานสีแดง
ภูเพยียว่าน่ารักตั้งแต่รูปแบบการเขียนจดหมายถึงแม่จางซือยี่ที่รักของชาวบ้าน
หรือแม่จางซือยี่สีชมพูของฉันแล้ว
ดูช่างเป็นคนขี้ตัดพ้อและน้อยใจกับคนรักเสียเหลือเกินนะคะ
แต่กลับตรงกันข้ามกับเนื้อหาข้างในจดหมายที่บอกเล่าในแต่ละวัน
ช่างสนุกสนานและรื่นรมย์กับทุกสิ่งรอบข้างจนน่าอิจฉา
ดีใจค่ะที่พี่เขียนอย่างมีความสุขเหมือนเดิม
คนอ่านก็มีความสุขเหมือนที่เคยได้รับ

ชอบโปสการ์ดและภาพสีน้ำที่พี่เลือกมาลงด้วย
คิดว่าคงมีอีกมากมายที่ไม่ได้เห็นและก็คิดว่ายากที่จะได้เห็น
เนื่องจากว่า หากทำขายคงมีแต่คนอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึกน่ะค่ะ

มาทักทายวันฝนตก ฝนอะไรตกได้ตกดี
แต่ไม่มีฝนไหนที่ตกตลอดเวลาหรอกเนาะ พี่ว่าไม๊

พี่ปอนสบายดีนะคะ
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
ภูเพยียติดตามงานพี่สม่ำเสมอ
แต่เห็นจะเป็นกุลสตรี(เล่มเดียว)และก็จากหน้าจอนี้แหละค่ะ
ไว้แวะมาคุยอีกนะคะ


 

โดย: ภูเพยีย 5 มิถุนายน 2552 13:03:59 น.  

 

สวัสดีภูเพยีย
ดีที่ยังรื่นรมย์ได้
แต่พี่ยังรื่นรมย์ไม่ใคร่ออก
รูปไม่สวยเลย
เราผิดเอง อธิบายเขาไม่เคลียร์
ฝ่ายศิลป์เขาไม่เข้าใจวางรูป
มันต้องเข้าไปอยู่ในกรอบโปสการ์ด
และวางเรียงไม่ต้องเป็นเหลี่ยมๆอย่างนั้น

นี่กำลังฮึดๆหัดทำอาร์ตอยู่
คิดว่า รำไม่ดีโทษหมูไม่กิน แทนปี่กลอง
๕๕๕

สบายดีนะครับ
ขอบคุณมากที่เอาใจลุ้น

 

โดย: สัญจร ดาวส่องทาง 7 มิถุนายน 2552 20:56:37 น.  

 

...

หน้านี้
ก็ยาวเกินไปแล้วเหมือนกันค่ะ

...

 

โดย: lastmoon 9 กันยายน 2552 9:42:31 น.  

 

Novemberrain12009@hotmail.com

 

โดย: สุขาภิบาล ต.ยุหว่า IP: 112.142.30.88 12 ตุลาคม 2552 20:46:20 น.  

 

แหะๆตามมาอ่านค่ะกว่าจะอ่านหมด
ขอกดทีเดียวเลยละกันค่ะ เม้นเลยนี่แน่ะ

 

โดย: momkaam 22 พฤศจิกายน 2552 15:24:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สัญจร ดาวส่องทาง

Location :

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

บ้านความรัก พิบูลศักดิ์ ละครพล w e l c o m e t o P i b u l s a k L a k o n p o l' B l o g s
"พิ บู ล ศั ก ดิ์ ล ะ ค ร พ ล" มีคนถามพิบูลศักดิ์ ละครพล ว่า คุณเป็นอะไรแน่ ? นักเขียน กวี นักดนตรี คนเขียนรูป คนขายฝัน เขาตอบยิ้มๆว่า "ผมเป็นอย่างที่ผมเป็น"....
.............................
"วัยฝัน วันเยาว์"....... เด็ก ๆ จะสร้างบ้านขึ้นด้วยปุยเมฆ เล่นกับก้อนหินที่เก็บมาจากชายหาด เก็บเอาวิชาเลขคณิตไว้ในกระเป๋ากางเกง และฉีกกระดาษสมุดจดงาน มาพับเป็นเรือกระดาษล่องแม่น้ำ....
..........................
"บ้านดวงใจ" นวนิยายที่ทำให้ทุกหัวใจอิ่มเอม และเต็มไปด้วยความสุข เรื่องราวของความรัก ความผูกพันระหว่างพ่อกับลูกสาว ที่ไม่ต้องบอกว่า "รัก" ด้วยคำพูด ....
............................
"ชูมาน" กาลเวลานั้น ไม่สามารถลดทอน ความสวยงาม น่ารัก เหงา เศร้า และสะทกสะเทือนใจ ของนวนิยายเรื่องนี้ได้เลย....
..............................
"ขอความรักบ้างได้ไหม"..... ระหว่างหญิงหนึ่งชายสองที่มาพบกัน มีชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันในช่วงสั้นๆ จากฤดูร้อนที่ทองกวาว ฉายฉานเต็มท้องฟ้า ถึงฤดูฝนที่เต็มไปด้วยเมฆสีเทาทึบ ล้วนเป็นคนที่มีหัวใจแตกร้าวมากับครอบครัว..
.....................................
"คือวารวันอันแสนอุ่น" ห้วงความรู้สึกอันงดงามในวันวาน ระหว่างฉันกับผู้ที่ฉันศรัทธา มิตรสหายอันเป็นที่รัก น้องๆในวงการนักเขียน และเพื่อนร่วมร้องรำทำเพลง ....
.......................................
 
Group Blog

 
<<
พฤษภาคม 2550
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 พฤษภาคม 2550

 
All Blogs

 
Friends' blogs
[Add สัญจร ดาวส่องทาง's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.