....-๐ ลานอักษร ร้อยอักษรา มธุรสแห่ง.. "มารบูรพา มยุรธุชบูรพา" ๐-.... ... .. .
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
3 มีนาคม 2557
 
All Blogs
 
กลบท สารถีชักรถ..-๐ ไม้เรียวจากเสี้ยวใจ ๐



        - กลบท สารถีชักรถ -

     -๐ ไม้เรียวจากเสี้ยวใจ ๐-


๑. ยอดไผ่โค้งปลายทอดอย่างยอดไผ่

เฉลียวใจดวงจิตคิดเฉลียว

ไม้เรียวครูขู่เข็ญเช่นไม้เรียว

ห้วงใจเสี้ยวสำนึก ตรึกห้วงใจ


๒. เคยหวาดหวั่นพรั่นพรึงซึ่งเคยหวาด

รอยไหนฟาดฝากเห็นเด่นรอยไหน

ผิดใดหนอคลอคิดว่าผิดใด

รุนแรงให้เคืองโกรธ โทษรุนแรง


๓. ฟาดหวดดังฟังชัดเสียงฟาดหวด

ใช่แสร้งปวดแปลบปรายหาใช่แสร้ง

ระแวงหวาดมาดแค้นแค่นระแวง

เกลียดเราแกล้งขึ้งเคียด หรือเกลียดเรา


๔. กาลเคลื่อนคล้อยคล้อยผ่านเฟืองกาลเคลื่อน

ภาพเก่าเตือนตอกย้ำย้ำภาพเก่า

เนิ่นเนาล่วงล่วงผ่านนานเนิ่นเนา

สิ้นความเขลารับรู้ รู้สิ้นความ


๕. ครั้งฟาดหวดหวดดังละครั้งฟาด

เข็ดขามขลาดโหยไห้ให้เข็ดขาม

ทุกยามเค้นเคี่ยวอยู่อยู่ทุกยาม

จิตครูตามห่วงด้วย ด้วยจิตครู


๖. เรียวไม้หวดหวดสร้างอย่างเรียวไม้

หยัดสู้ให้หยัดยืนยืนหยัดสู้

รับรู้ถูกผิดได้ได้รับรู้

น้อมนำอยู่ประณตกราบ กราบ.. น้อมนำ ๚ะ๛



- Black Sword -

(มยุรธุชบูรพา)


ขอบคุณภาพจาก Internet

๐------------------๐


กลบท สารถีชักรถ


ข้อบัญญัติ : บัญญัติพิเศษเพิ่มจากกลอนทั่วไป คือ


    - ให้นำ ๒ คำแรกต้นวรรคนำมาเป็น ๒ คำหลังท้ายวรรคอย่างเคร่งครัด 


อ้างอิง : กลบทนี้มีปรากฏที่มาทั้งในตำรากลบท  "ศิริวิบุลกิตติ์"  และ  "จารึกวัดพระเชตุพนฯ"


* หมายเหตุ : กลบทสารถีชักรถใน "ศิริวิบุลกิตติ์" จะมีจุดต่างกับใน "จารึกวัดพระเชตุพนฯ"

คือ ในกลบทศิริวิบุลกิตติ์จะมีการซ้ำคำ (ซ้ำรูปหรือซ้ำเสียง) ในลักษณะชิดติดกันคู่หนึ่งอยู่ภายในวรรคอยู่ด้วย โดยไม่บังคับตำแหน่งวาง ,ให้ดูตามความเหมาะสม


** ในสำนวนนี้ :  บทที่ ๑ ถึง ๓ เขียนตามรูปแบบของตำรากลบท  "จารึกวัดพระเชตุพนฯ"

...........................บทที่ ๔ ถึง ๖ เขียนตามรูปแบบของตำรากลบท " ศิริวิบุลกิตติ์"






Create Date : 03 มีนาคม 2557
Last Update : 4 มีนาคม 2557 13:08:27 น. 3 comments
Counter : 628 Pageviews.

 

ต้นแบบปฐมบท "กลอนกลบทสารถีชักรถ"
โดย หลวงศรีปรีชา (เซ่ง)
จากกลบท ศิริวิบุลกิตติ์ หน้า ๔๓ ลำดับที่ ๓๐

๑ สังเวชจิตรคิดคิดมาน่าสังเวช.........สาหัสเศษเศษสาแสนสาหัส
ต้องมัดผูกผูกจำจองมาต้องมัด.........เป็นริ้วตัดหลังทลายลายเป็นริ้ว
สงสารเอ๋ยคิดคิดมาน่าสงสาร...........ผ่องผิวพาลพาลแต่ก่อนอ่อนผ่องผิว
เป็นนิ้วแนวแนวในกายลายเป็นนิ้ว.....เดินมาหิวหิวหกระเหินด้วยเดินมา
เขาไล่ตีเตะตบหลบหลบเขาไล่.........ร้องหาไห้ไห้รำจวนหวนร้องหา
นิจจาโอ้โอ้น่าอนิจจา.......................เป็นกำม์ข้าข้าได้สร้างอ้างเป็นกำม์
โอ้อกเอ๋ยคิดคิดมาว่าโอ้อก...............ถลำตกตกวาสนามาตกถลำ
ระกำกายกายอุระจะระกำ..................จะนานคร่ำคร่ำแล้วครวญล้วนจะนาน
อำมาตย์สะพรั่งพรั่งพรูหมู่อำมาตย์....เหี้ยมหาญฉกาจฉกาจเกรียมล้วนเหี้ยมหาญ
ทูลการเจ้าเจ้าพิภพนบทูลการ..........พระยาพาลแจ้งว่าจับจับได้พระยา
ให้จำห้าห้าประการท่านให้จำ...........ให้หาอำอำมาตย์วังสั่งให้หา
อาชญาลงลงทันทีมีอาชญา.............กับทัพมามาเข้าเมืองให้กลับทัพ
สั่งให้ใส่ใส่ตรุจำซ้ำสั่งให้................เสร็จสรรพได้ได้รักษาการเสร็จสรรพ
บังคับสั่งสั่งมั่นคงทรงบังคับ.............เรื่องนี้ยับยับยั้งไว้ในเรื่องนี้ ฯ
๑-----------------------๑


---------------------------------
กลอนกลบท สารถีชักรถ
โดย (หลวงนายชาญภูเบศร์ : ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ) หน้า ๕๒๔ / ๒๕๑๐

๐----------๐.......................................สงสารกายหมายมิตรคิดสงสาร
ประมาณจิตร์ผิดเพราะเชื่อเหลือประมาณ..... เสียดายการที่คิดเปล่าเศร้าเสียดาย
สุจริตคิดว่าตรงคงสุจริต...........................ไม่หมายจิตร์เลยว่าใจจะไม่หมาย
กลับกลายเกลื่อนเงื่อนงามความกลับกลาย...สัญาไว้ใยไม่อายคำสัญา
สังเกดกิจผิดหวังที่สังเกด.........................วาศนาอาเพศหนอวาศนา
ให้มารับกลับว่าไม่ได้ให้มา........................นั่งคอยท่าน้อยหฤๅชั่งให้นั่งคอย
ยักเยื้องเรื่องรานรักษทำยักเยื้อง...............ใช้สอยใครไปก็เคืองคนใช้สอย
กลบรอยเก่าเหมือนเต่าใหญ่ใข่กลบรอย.......สบที่คอยพลอยประจบก็สบที
คิดหน้าบ้างหลังนิดเหมือนคิดหน้า...............ภอที่ว่าถึงจะว่าก็ภอที่
ใจดีผีเข้าได้ด้วยใจดี.......................เสียแรงที่พิดไสมไม่เสียแรง
สงวนภักตร์คิดนวลสงวนภักตร์...................ช่างแฝงรักษจนกระจ่างเพราะช่างแฝง
คิดแคลงใจก็ไม่ผิดที่คิดแคลง...................เวียนระวังก็เสียแรงที่เวียนระวัง
ได้เหนใจสอนใจพึงได้เหน........................เช่นหลังเปนจะได้อ้างหย่างเช่นหลัง
กำลังเพลินกระไรเพลินเกินกำลัง................สตรีนี่ใจไม่สัจจังใจสตรี
ถึงรักษพ้องสองเปนหนึ่งไม่ถึงรักษ.............เสียศรีภักตร์คบค้าภาเสียศรี
หย่างนี้เพลงแต่ก่อนกลอนหย่างนี้...............ท่านเรียกสารถีชักรถเอย ฯ

(หลวงนายชาญภูเบศร์ : ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ)


โดย: มยุรธุชบูรพา วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:18:35:24 น.  

 
แวะมาอ่านกลอน เจอขนมเจ้าบ้านพอดีเยยยยย จิ๊กกินดีฝ่าาา ฟิ้วววววววววว


โดย: อโศกน้ำ วันที่: 5 มีนาคม 2557 เวลา:18:21:40 น.  

 
เย้ยย ได้ไงอ่าา พี่ตูน คืนมาน้าาา ชิ้นสุดท้ายพอดีเยย ตามมมม ตึก ๆๆๆ ฟิ้ววววววว


โดย: มยุรธุชบูรพา วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:15:55:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มยุรธุชบูรพา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add มยุรธุชบูรพา's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friends


 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.