- 1Q84 - เล่ม 2 พระจันทร์สีเขียวมอส

หลังจากอ่านเล่มสองจบไปแล้ว ...การจบบทของอาโอมาเมะ ทำให้เราห้ามใจไม่ได้จริงๆกับการหยิบเล่มสามมาพลิกหาบทของอาโอมาเมะอ่านก่อน อาจจะเป็นอะไรที่ผิดกติกาอยู่สักหน่อย

...และหลังจากอ่านไปได้ครึ่งเล่ม เราเริ่มสังเกตว่า มุราคามิ ต้องมีอะไรสักอย่างเกี่ยวกับหูแน่ๆ เขาบรรยายลักษณะของหูของตัวละครแต่ละคน โดยเฉพาะตัวละครหญิงอย่างละเอียด เราเพิ่งเริ่มรับรู้ตอนที่ฉากเซกซ์ของ ฟุคาเอริและเท็งโกะ ที่บรรยายเรื่องใบหูของฟุคาเอริซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้เรานึกถึงนวนิยายอีกเรื่องที่เราเคยอ่านสมัยมัธยมปลาย ซึ่งหายไปกับความทรงจำตามกาลเวลา มันเป็นเรื่องที่เพื่อนผู้ชายสมัยมัธยมปลายของเราเคยให้ยืมมา พร้อมคำโฆษณาว่าต้องชอบแน่นอน -นวนิยายมีมือ- ผลงานของนิ้วกลมนั่นเอง(ซึ่งนิ้วกลมเอง ไม่ใช่นักเขียนคนโปรดของเราเท่าไหร่ งานของเขาเราอ่านมาหลายเรื่อง ไม่ได้ไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้ชอบ แต่นวนิยายมีมือ เรายังจำได้ถึงความประทับใจเล็กๆที่มีในตอนนั้นได้อยู่) จริงๆแล้วเราลืมเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปนานมากๆ จำได้แค่อ่านอย่างรวดเร็วตอนกินข้าวเที่ยง เพียงรอบเดียว เท่านั้น แต่เรายังจำได้ถึงใบหูของผู้หญิงคนนั้น ที่สวยขนาดน่าจะเป็นนางแบบหูได้ บางทีเรื่องของหูอาจจะเป็นเรื่องแปลกใหม่จึงทำให้เราจำได้ และ เนื้อเรื่องคร่าวๆเท่านั้น ...แต่ เราจำไม่ได้ถึงคำว่า มุราคามิ ในหนังสือเล่มนั้นเลย จำไม่ได้ถึงความมีอยู่หรือความเกี่ยวข้องใดๆด้วยซ้ำ แต่เมื่อลองหาดูแล้ว หนังสือเล่มนั้นเกี่ยวข้องกับมุราคามิเต็มๆ

นวนิยายมีมือและ 1Q84 มีจุดคล้ายๆกันอยู่ ในด้านของ นวนิยาย และ ใบหูสวยงาม

แม้ว่าเรื่องนวนิยายมีมือจะแต่งก่อนหน้า 1Q84 เป็นเวลานาน แต่การที่เรายังนึกถึงได้อยู่ ก็แปลว่า ทั้งสองเล่มยังคงมีวิถีแห่งมุราคามิเช่นกัน แน่นอนว่า 1Q84 ซึ่งเป็นนิยายของมุราคามิเองต้องเหมือนมุราคามิอยู่แล้ว แต่เราได้ยินจากหลายๆคนมาว่า เรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องอื่นๆของมุราคามิเท่าไหร่ ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น ถ้าเกิดว่าปกติมุราคามิเขียนนิยายเนิบนาบขนาดนี้ล่ะก็ ทุกเรื่องของเขาต้องหนาพันหน้าหมดแน่ๆ

ที่เราเคยพูดถึงในเล่มหนึ่งเรื่องความเฟมินิสต์แล้ว หลังจากผ่านฉากเซกซ์ของฟุคาเอริและเท็งโกะไปนั้น เราก็คิดว่า โอเค ไม่เฟมินิสต์เอาเลย นอกจากมันจะว่างเปล่า ไร้ความรู้สึก(จริงๆอันนี้ก็ไม่ได้แปลกอะไรเพราะเราก็คิดว่า ฟุคาเอริและเท็งโกะเองก็คงไม่ได้รู้อะไรเป็นพิเศษ) และใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมา(จนเกินไป ในความรู้สึกของเรา ซึ่งก็เป็นอย่างนี้ในทุกครั้ง) เราไม่ชอบเลยสักนิด(หมายถึงในทุกฉากเลย) แน่นอนในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเราคิดเอาเองว่า มีความอนุรักษ์นิยมพอสมควร เราชอบความโรแมนติก การให้เกียรติกันในความสัมพันธ์ทุกขั้นตอน ...แต่พอมาถึงฉากที่อาโอมาเมะ มองเท็งโกะที่อยู่ในสนามเด็กเล่น (ฉากที่เท็งโกะเห็นพระจันทร์สองดวงครั้งแรก) ความรู้สึกของอาโอมาเมะ มันโรแมนติกมาก

จริงๆพูดถึงเนื้อเรื่องคร่าวๆ มันโรแมนติกมากๆอยู่แล้ว อาจจะเป็นความโรแมนติกที่ซ่อนอยู่ในเนื้อเรื่องประหลาดๆ และ ฉากเซกซ์ที่เราไม่ชอบ แต่ก็เป็นความโรแมนติกที่โดดเด่น เราชอบตรงจุดนี้มากๆ เนื้อเรื่องแปลกๆเดาทางไม่ได้ ทำให้เราไม่หยุดพลิกหน้ากระดาษ แม้ว่าเราจะไม่ชอบใจในบางฉากก็ตาม

เราชอบตัวละครของอาโอมาเมะมากๆ มันโดดเด่น ดึงดูด เป็นเอกลักษณ์ มีมิติ
"แม้ปลาทองจะตัวเล็ก และดูเหมือนไร้ความคิด ไร้อัตตาและการไตร่ตรอง แต่อย่างไรมันก็เป็นชีวิตรูปแบบหนึ่งที่สมบูรณ์ในตัวของมันเอง เธอรู้สึกว่าการจ่ายเงินเมื่อซื้อชีวิตนั้นมาเป็นของตนนั้นเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม" -อาโอมาเมะ- 1Q84

อาโอมาเมะ นักฆ่ามืออาชีพที่ลงมือฆ่าผู้ชายหลายคนได้อย่างไม่ลังเล แม่นยำ และเป็นมืออาชีพ
อาโอมาเมะ ที่ร้องไห้ให้กับต้นยางผอมๆเล็กๆต้นหนึ่ง
อาโอมาเมะ ผู้มีความรักเป็นแก่นกลางของชีวิต

เราไม่คิดว่า เราสามารถเข้าใจหนังสือเล่มนี้ในทะลุปรุโปร่ง มันอาจจะมีสัญลักษณ์เชิงปรัชญา หรือ อะไรๆแฝงอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเรื่องนั้นเราดูไม่ออกหรอก ขนาดเราดู Spirited Away มาหลายสิบรอบ เรายังไม่สามารถมองสัญลักษณ์ต่างๆออกได้ด้วยตัวเอง เรารู้แต่มันอบอุ่น และโรแมนติกเอามากๆ

แต่การเริ่มอ่านงานของมุราคามินี้ นักเขียนที่ใครๆหลายคนชื่นชอบ(บางคนอาจจะชอบพูดชื่อของเขา เพราะคิดว่ามันเท่ดีก็ได้ เราแอบคิดว่า ชื่อ ฮารุกิ มุราคามิ เนี่ย เป็นกระแสพอตัว แค่อ่าน แค่เดินถือ ก็คูลแล้ว แลดูเป็นบุคคลมีความคิดชอบอ่านอะไรยากๆเข้าใจยากๆ) เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับเรา เหมือนตอนที่เราอ่านแดนดาวของแก้วเก้า หรือ ตอนที่อ่านเทวากับซาตานของแดน บราวน์ (จริงๆแล้ว สองเรื่องหลังนี้ไม่ได้แปลกหรอก แต่ว่า แดนดาวเราอ่านตอนอยู่ประถมซึ่งทำให้เราขนลุกขนพองพอตัว ถึงขนาดยังจำความรู้สึกนั้นได้มาจนถึงทุกวันนี้ และ เทวากับซาตาน ก็มัธยมต้น เราพูดได้เลยว่า เทวากับซาตานครั้งแรก ตอนเด็กๆนั้นให้ความรู้สึกเหมือนหนังแอคชั่นที่มาได้รูปตัวหนังสือ เรารู้สึกจริงๆว่า มันตื่นเต้นชนิดหยุดหายใจ และหวังให้ตัวเองอ่านเร็วขึ้นกว่านี้อีกนิด เพื่อที่จะพลิกกระดาษไปยังหน้าถัดไปให้เร็วที่สุด)

แต่กับ 1Q84 มันประหลาด คาดเดาไม่ได้ แม้เราจะคิดว่าเราก็อ่านหนังสือมาหลายร้อยเล่มอาจจะถึงพันเล่ม ก็ยังคงแปลกในระดับนึงอยู่ดี ตัวละครก็แปลก แต่มีเอกลักษณ์และมีลักษณะที่ชัดเจนมากๆ รองจากอาโอมาเมะแล้ว เราชอบทามารุมากๆ

"เมื่อได้จุดยืนแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ต้องปกป้องมันไว้ เป็นกฏเรื่องจุดยืนในชีวิตของผม ผมจึงทำตามกฏนั้น อย่างเช่นถ้ามีคนแกล้งดึงมีดแกะสลักไป ผมจะออกไปซัดมันจนหมอบ ถึงจะอายุมากกว่า ตัวใหญ่กว่า หรือมาหลายคน ผมไม่เกี่ยง ผมจะซัดเต็มที่ แน่นอนว่ามีเหตุกลับกลายเป็นคนถูกซัดจนหมอบก็หลายครั้ง แต่การแพ้ชนะไม่ใช่ปัญหา ไม่ว่าจะซักเขาหรือถูกเขาซัด ผมจะเอามีดแกะสลักคืนให้เขาเสมอ นั่นคือเรื่องสำคัญ เข้าใจไหม" -ทามารุ- 1Q84

ทามารุเป็นผู้ชายผู้ซึ่งผ่านชีวิตมามาก เห็นอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่คนทั่วไปอาจจะไม่เคยพบเคยเห็นตลอดชั่วชีวิตหนึ่ง แต่ภายนอกที่แข็งแกร่งเหมือนภูเขา มีสายน้ำเยือกเย็นนิ่งสงบไหลอยู่ สายน้ำเยือกเย็นที่เมื่อยอมรับคุณแล้ว คุณจะเป็นส่วนนึงในครอบครัวเขาไปตลอดกาล

เทงโกะนั้นก็ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษ แต่กับฟุคาเอริ เรารู้สึกว่าได้ถึง ความสวย บริสุทธิ์ ที่ทะลุผ่านตัวอักษรออกมา (โดยเฉพาะในช่วงแรก เล่มหนึ่ง เรารู้สึกอย่างนั้นมากๆ)

"เขาไม่ได้เป็นอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ที่ถูกคาดหวังว่ามีอนาคต หรือนักกีฬายูโดที่มีอนาคตอีกแล้ว เป็นแค่อาจารย์โรงเรียนกวดวิชา แต่เท็งโกะรู้สึกดีใจที่เป็นเช่นนั้น ในที่สุดเขาก็ได้หยุดพักหายใจ สามารถใช้ชีวิตอิสระคนเดียวได้โดยที่ไม่ต้องเกรงใจคนอื่นได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา"
ตอนที่เท็งโกะเล่าเรื่องตัวเองให้พ่อฟัง เป็นฉากที่เราชอบมาก และรู้สึกได้เรียนรู้เกี่ยวกับใครสักคนที่มีตัวตนจริงๆ พร้อมๆกับรู้สึกอิจฉาเท็งโกะไปด้วย ที่ได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองทำได้ดี อยากใช้ชีวิตอยู่กับมัน และสามารถใช้ชีวิตทำสิ่งที่ว่าต่อไปได้ เราว่าคงไม่ใช่คนส่วนใหญ่ในโลกที่เป็นแบบนั้น

ถึงจะคิดว่าแปลก ประหลาดดี และคิดว่าไม่ได้เข้าใจตัวหนังสืออะไรมาก เราก็อ่านเรื่อยๆ แต่เราคงไม่อ่านเป็นรอบที่สองแน่นอน ...แม้ว่า อายุที่มากขึ้นอาจจะทำให้เข้าใจอะไรๆได้ดีขึ้น แต่ก็นั่นแหละ เราคงไม่อ่านเป็นรอบที่สอง ส่วนงานอื่นๆของมุราคามิ เราก็ยังไม่แน่ใจ ถ้าเล่มสามน่าประทับใจมากกว่านี้ก็อาจจะอ่านต่อ จนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่แน่ใจว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่ามันกินพื้นที่การทำงานของสมองไปเยอะอยู่ แบบไม่ได้เข้าใจนะ แต่มันทำให้ฟุ้งซ่านและคิดวนไปวนมา
ช่วงหลังๆมา เราไม่ค่อยได้อ่านนวนิยายเท่าไหร่ โดยเฉพาะ ประเภทที่ไม่ได้บันเทิง เบาสมองนี้ ถ้าไม่ว่างจริงๆ หรือเราไม่พร้อม เราก็ไม่อยากจะเริ่ม

...วันก่อนเห็นภาพยนตร์ของ Norwegain Wood มีแต่นักแสดงหน้าตาคุ้นเคยทั้งนั้น
Kenichi Matsuyama เป็นนักแสดงคนนึงที่เราคิดว่า ได้รับแต่บทดีๆ โอกาสดีๆทั้งนั้น
ส่วนนักแสดงหญิง Rinko Kikuchi เราเคยดูเธอใน Liar Game2 และ Babel (ถ้าเราจำไม่ผิด เธอน่าจะได้เข้าชิงออสการ์จากเรื่องนี้ด้วย)

มีคนถามเราหลายครั้งว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร
เราตอบไม่ได้เหมือนกัน
... เกี่ยวกับโลกที่มีพระจันทร์สองดวง องค์กรคลั่งศาสนาประหลาดๆ การข่มขืน นักฆ่า นักเขียน นวนิยาย และ รักแรกซึ่งเป็นรักเดียวของชีวิต
จริงๆเราแอบสงสัยอยู่ว่า คนที่เขียนเรื่องประเภทนี้ เป็นคนแบบไหน บุคลิกอย่างไร มีรสนิยมแบบไหน เพราะไอเดียบางอย่างในเรื่องก็ทำให้เราคลื่นไส้เบาๆมึนๆเล็กๆv




Create Date : 28 มีนาคม 2556
Last Update : 8 กรกฎาคม 2557 17:37:09 น.
Counter : 1017 Pageviews.

1 comments
  
นางเอกของมูราคามิ จะมีลักษณะด้อยบางอย่างเช่นเป็นโรคแปลกๆ แต่ก็จะเด่นบางอย่าง เด่นแบบแปลกๆ อีกนะแหละ แต่จากหลายๆเรื่องบุคลิกของตัวละคร เหตุการณ์ต่างๆจะมีจุดร่วมที่เหมือนๆกัน เป็นแนวของเค้าเลย....รวมๆแล้วก็อ่านเพลินค่ะ
โดย: primwarin วันที่: 28 มีนาคม 2556 เวลา:22:49:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

marina_rain
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



มีนาคม 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
29
30
31
 
 
All Blog