น า ย รั ก ษ์
Group Blog
 
 
เมษายน 2559
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
13 เมษายน 2559
 
All Blogs
 

เมรีพี่รักน้อง




ผมพบเธอครั้งแรกเมื่อเหยียบเชียงรายเป็นหนที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว แต่ถ้านับเฉพาะตอนที่ตั้งใจจะมาใช้ชีวิตที่นี่เป็นจริงเป็นจังล่ะก็ ครั้งที่ 3 ในช่วงระยะเวลา 5 ปี ก็คราวนี้แหละ ที่ต้องเอาจำนวนครั้งมาจำแนกก็เพราะอยากจะแยกออกจากสองครั้งก่อนหน้า ที่มาโดยอารมณ์ไม่ปกติ --ในความรู้สึกทั้งมวลที่เกี่ยวเนื่องกับเพศตรงข้าม

แรกเมื่อหน้าหนาวปี 2547 นั้น ผมมาพร้อมภาระยิ่งใหญ่แห่งอนาคตของคนที่กำลังจะเป็นหัวหน้าครอบครัว ตามพันธะและสัญญาใจกับหญิงที่ขึ้นชื่อว่าคนรัก ฝันแกนๆ ที่ถูกคาดหวังให้มี หากบางทีผมกลับรู้สึกเหมือนถูกคาดคั้น ความหนุ่มคะนองยังคงพ่วงนิสัยบางอย่างแบบเด็กๆรอจังหวะที่จะบอกอยู่เสมอว่าจะมาเอาอะไร (กับกู) นักหนา (วะ) ตอนนี้ น่ารำคาญ

         ผมมีครูพี่เลี้ยงอย่างไม่เป็นทางการ 5-6คน เป็นน้ำใจงามจากเจ้าถิ่นที่ก่อคุณูปการต่อการใช้ชีวิตของครูรับจ้างคนไกลบ้านอย่างยิ่งยวด จะหาใดเปรียบคงไม่มี

คนจัดหาที่พักเครื่องนอน เตารีด ถ้วยชามช้อน คนสารถีพาไปเลี้ยงปากท้อง คนทำกับข้าวมาเผื่อหลายๆ มื้อ คนสละรถเครื่องไว้ใช้ประกอบการทำงาน และสำคัญจริงๆที่ลืมไม่ได้คือคนพาไปเลี้ยงเหล้าเคล้านารี-ดนตรี-รำร้อง พอให้หายเซ็งจากนารีประจำใจที่งอแงมาตามสายให้ส่ายหน้าระอาใจอยู่เนืองๆ ครั้นพอได้นารี-ดนตรี-สุรา ที่จับต้องได้ หัวจิตหัวใจก็พลันลิงโลด ที่ควรจะจำกลับลืม

          ลืมคำหญิงคนรักที่ว่า เจ้าสารละลายเอทิลแอลกอฮอล์ในโหมดน้ำสีอำพันรสขื่น ก็คือน้ำบาป บทบัญญัติในพระพุทธศาสนากล่าวว่าดื่มเข้าไปจะทุศีลข้อที่ 5 เป็นข้อห้ามที่เทียบได้กับพันธมิตรแห่งข้อห้าม ล่วงศีลข้อนี้ไป สติสัมปัชชัญญะก็กอดคอหนีตามกันไปด้วย แล้วจะเหลือใครไว้ควบคุมศีลอีก 4 ข้อ ดังจะเห็นว่าคนเมามักพูดไม่เพราะ วาจาอ้อแอ้กวนโทสะคนได้ยิน คิดไม่ดีกับลูกเขาเมียใครก็กล้าทำได้มากกว่าแค่คิด หนักเข้าก็อาจจะหาญกำลังไปลักเอามาเป็นของตัว หากมีการทนไม่ไหวกันขึ้นมาคงได้ชักดาบคาบปืนเปรี้ยงปร้าง โชคดีที่ยิงแม่นก็รอด แต่ยังต้องหนีผู้พิทักษ์กฎหมาย ขับๆ ไปความสามารถในการบังคับพวงมาลัยลดลงตามความแรงของดีกรีที่เสพ จุดจบก็เห็นอยู่ไม่ไกล ( จินตนาการเธอสูงส่งนัก ขอคารวะหนึ่งเหยือกเบียร์)

         ที่สำคัญคือสิ้นเปลืองเงินทอง จะเอาที่ไหนมาเหลือเก็บ หนูรอให้พี่มาขออยู่นะ (ว่าเข้าไปนั่น)

2 เดือนแสนสั้น คะนองใจได้ที่จนน่าหมั่นไส้ และครั้งนั้นก็ไปจบเรื่องราวแห่งเมืองน้ำกกเชียงรายที่เมืองหนองคายแม่น้ำโขง ใครก็คิดว่าคงลงหลักปักฐานแน่นอน ณ บ้านเกิดเมืองนอน การงานมั่นคงออกปานนั้น แต่ใครจะคาดเดาได้ เรื่องราวแห่งบ้านเกิดพญานาคก็จบลงซ้ำรอยอีกครั้ง จบพร้อมหญิงที่ขึ้นชื่อว่าคนรัก ...จากกันไปอย่างง่ายดาย

          เหตุผลก็พอรับได้ เมื่อผมยังเป็นแฟนนานุแฟนผู้ใจภักด์ต่อนารี-ดนตรี-สุรา สม่ำเสมอมิได้ขาด แม้หญิงคนรักเธอไม่เห็นด้วยตา แต่รับรู้ได้ด้วยคำตอบจากคำถามว่า เก็บเงินไปถึงไหนแล้ว

         --ผมอยากบอกเธอว่าตอนนี้รู้โทษของสุราอีกข้อแล้วคือ “คนรักบอกลา” -- หนู(มึง) ทิ้ง พี่(กู) ไป


          แม้เชียงรายครั้งที่สองซึ่งห่างแค่ขวบปี แต่ตลอด 2 เดือนก็ยาวนานเท่า 2 ปี ความทุกข์ทรมานหมดอาลัยในการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ต้นเหตุก็มาจากหญิงคนรักอีกนั่นแหละคนเดิมเสียด้วย แต่ต่างวาระต่างเหตุโดยสิ้นเชิง เสียใจ-เจ็บใจ-ช้ำใจ ช้ำไหนจะเจ็บปวดเท่าหัวใจสลาย โชคดีที่เชียงรายที่ใฝ่หายังช่วยเยียวยาความรู้สึกนี้ได้ในระดับหนึ่ง กวาดเก็บใจร้าวมาปะติดใหม่ พอให้มีแรงไว้เดินบนถนนชีวิตต่อไป

          --ไร้สุราดีกรีใดมาปลุกปลอบ ห่างสตรีฉอเลาะอย่างเคยคุ้น จมดิ่งครุ่นคิด และก็คิดตก .....จะเสียใจอะไรกันนักหนา (วะ) (ห่า)...เศร้าใจพอรึยัง -- (แม่ง)หิว แม่พ่อ(กู)ก็กำลังหิว

          ย้อนคืนเมืองหลวงอีกคราแต่หาใช่เพื่อเยียวยาใดๆ ไม่ หากมันคือการตั้งต้นชีวิตใหม่เพื่อนับหนึ่งอีกที

วิถีชีวิตตลอดสองปีที่กทม. ผมสร้างทักษะ เก็บออมทุนชีวิต พบเรื่องประหลาดๆ นานัปฯ ผ่านได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็ยังเอาตัวรอดมาได้ เรื่องเศร้าเกิดขึ้นเมื่ออิทธิพลเงินครอบงำความนึกคิด กิริยาต่อสังคมทุนนิยมจึงน่ารังเกียจ ทุกสิ่งอย่างผมจับจ่ายเองสบายมือจนเคยมือ ไม่เว้นสุรา-บริการศักดินา-นารี บางหนนึกสมเพชการไร้ซึ่งอำนาจต่อรองซื้อขาย ทะนงตนอย่างคนประสบความสำเร็จ

นารีที่มาพร้อมสุรา เอาความอ่อนหวานมาขอแลกเงิน รู้ว่าเสแสร้งมา แต่ผมเต็มใจให้ไม่เคอะเขิน สบายใจกับทุกวาจาและท่วงท่า ตักตวงความงามที่ถูกหยิบยื่น อำนาจจ่ายยังล้นมือ

วงสุราพาเพื่อนผองน้องหน้าใหม่ๆมายิ้มทักให้หวาดระแวง ผมไม่ใส่ใจอะไรมาก ประเด็นอยู่ที่กลุ่มเกลอเก่าที่เคยเกื้อหนุน อยากตอบแทนให้สาสมที่มีน้ำใจปันมาให้มิได้ขาด บางครั้งคราวพวกเขาก็ติดสอยสาว ๆมาให้วงกระชุ่มกระชวยสำนวนแซว หยอกเย้าบ้าง หยอดคนใจว่างก็มี หนีคนใจง่ายก็เคย สรุปว่าช่วงที่ได้ใช้คำว่า “คิดทึ้ง” แทน “คิดถึง”กับเพศตรงข้ามตามอารมณ์ความรู้สึกอยู่บ่อยๆ ก็คือช่วงเวลา 2 ปีนี้เอง

**************************************

จนเชียงรายคราวนี้ 2551 ช่วงปลายฝน ผมได้พบปะพูดคุยร่วงวงสนทนาประสาคอเหล้ากับเธอหลายครั้ง ครั้งแรกชอบเพราะหน้าสวยแม้ท้วมไปหน่อย ต่อมาจึงรู้ว่าเธอน่ารัก คุยเล่นหัวกันได้ง่ายสบายๆ และได้เห็นชัดๆ ว่าเธอก็ชอบอยู่ในวงเหล้า ดูสำราญผ่านเสียงหัวเราะ ขบขันเข้าขากับเนื้อหานิทานเรื่องเล่าสัปดน

มีเหตุจำเป็นบ้าง บังเอิญบ้าง ให้ต้องตั้งวงที่บ้านผมบ่อยๆ เรามักเตรียมเครื่องดื่มกับแกล้มกันเป็นล่ำเป็นสัน ชักชวนกันแบ่งหน้าที่จับจ่ายจัดหา ใช้เวลาจัดแจงแบบเรื่อยๆ รื่นรมย์อารมณ์ครึกครื้นแท้เมื่อเธอมาอยู่ใกล้ๆ หูคอยเงี่ยจะจับเสียงให้เสนาะ ตาคอยลอบแต่สบหน้างาม แอบมองให้เต็มๆ ให้สมที่อยากเจอ

เธอเป็นผู้ฟังที่น่าเล่าอะไรๆต่อมิอะไรให้ฟังได้แม้เรื่องราวในใจ บทจะออกโรงเล่าบ้างเธอก็ทำได้ง่ายงามชวนประทับใจ คราวเธอเย้าคืนก็เหนือคาดหมายในความใจถึง ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมาเจอ …

วันศุกร์แห่งชาติก่อนสุดสัปดาห์ เธอมาเยี่ยมเยือนพร้อมเพื่อนสนิทของผม มีเหล้าติดมือมาค่อนไปทางเต็มขวด นั่งสนทนาถกปัญหาชีวิตวัยหนุ่มสาวพอหอมปากหอมคอ ครั้นแดดร่มลมตก เราก็ตกลงจะล้อมวงมื้อเย็นกัน จากนั้นจึงยกโขยงไปซื้อหมูซื้อเนื้อ เลือกปลาหมึกหนวดงามๆ เครื่องปรุง น้ำจิ้มผักเคียงผักต้ม ผมติดมือมาอีกหนึ่งขวดเหล้า พร้อมโซดาน้ำแข็งพ่วงกันเต็มสูบ คืนนี้สาวๆ ตั้งใจจะเมา

พวกผมตระเตรียมตำแหน่งนั่งเราจัดที่ทางตรงเฉลียงกว้างหน้าบ้านแทนที่จะเป็นโต๊ะกินข้าวในบ้านอย่างเคยๆ เพื่อนหญิงของผมกับเธอเสร็จจากงานล้างเด็ดผัก หมักเนื้อกับเครื่องปรุงเตรียมขึ้นกระทะย่าง จังหวะที่ราตรีปิดฉากม่านแห่งวัน เราก็ได้เวลาเปิดวงกันทันที

กลิ่นย่างจากของหอมยั่วน้ำลายไหล กระดกเครื่องดื่มนำล่อน้ำย่อย สรวลเสเฮฮาประสาสนุก บทเพลงหวานแว่วรำพึงรำพันเคล้าคลอ ตะเกียบหลายคู่สวนสนามตรงกลางวง ถ้อยทีถ้อยอาศัย ภาพน้ำใจยืนยันความอบอุ่นฉันมิตร

ให้ทำหน้าที่มือชงผมก็ไม่เกี่ยง เมื่อวางใจมาหน้าที่นี้ก็จะขอทำไม่ให้พร่อง แก้วไหนพร่องจึงไม่เคยคลาดสายตา ผมและซี้ขี้เมาขอผสมแค่โซดายืนพื้น เพื่อนหญิงต้องผสมน้ำดำมิได้ขาด น้องสาวอีกคนรับได้แค่น้ำอัดลม แต่แก้วเธอของผม ต้องส่วนผสมโซดาน้ำเท่านั้น

ชะรอยว่ามือชงจะเพลินมือ ไม่ทันที่ของกินของแกล้มจะหมด สาวๆก็สำแดงอาการตามปกติจากฤทธิ์น้ำเมาเข้าแล้ว เพื่อนหญิงเธอกดสัญญาณหาสารพัดกิ๊ก คุยเว้าวอนสารพัดสารพัน แล้วปิดท้ายที่สายสั้นๆ ...ราตรีสวัสดิ์แฟนตัวจริง ต่างกับแม่ตุ้ยนุ้ยขวัญใจผม หัวหู หน้าตาแดงขึ้นเรื่อยๆ ปากจะคอยปรามเมื่อผมจะเติมเหล้าให้ แต่เติมทีไรก็ยกทุกที

ที่เห็นว่าหน้าเธอแดง ก็เพราะผมเพลินมองอยู่แต่หน้าสวยๆ มิได้ขาด คุยกับใครก็จงใจแต่สบตาเธอ หมายจะส่งสัญญาณความในใจ แต่ไยยังไม่กล้าพอ ครั้งเธอสบตอบสายตาความประหม่าก็เฉไฉให้จับโน่นทำนี่อยู่ร่ำไป ยิ่งล่วงดึกหน้านวลยิ่งดึงดูดให้ชวนมองมากขึ้นเรื่อยๆ มโนสำนึกกระซิบมาแว่วๆ ว่าเสียมารยาทนะไอ้หนุ่มจ้องเขาอยู่ได้ อารมณ์หนุ่มก็อ้อแอ้กลับไปว่าช่าง(แม่ง) มโนสำหนอกสำเหนียกสิ กูจะมองคนสวย ... คนสวยหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

ผองเพื่อนพร้อมใจกันไปซี้อเหล้าซื้อกับแกล้ม สวรรค์เปิดทาง เธอยิ้มขวยเขินเมื่อเพื่อนลับตา พลางขยับเข้ามาหยิบน้ำแข็งเองเมื่อเห็นว่าผมไม่ยอมขยับแน่ๆ เอาแต่จ้องหน้า คงจะคิดว่า คนอาร๊าย จ้องเอา จ้องเอา

ตุ้ยนุ้ยเอื้อมมือผ่านหน้า มือผมไวกว่าความคิด (ชั่ว ๆ) เลื่อนมาค่อย ๆคว้าแขนเธอไว้ เธอชะงัก ทำหน้าสงสัย ลังเลว่าจะตกใจหรือไม่ตกใจดี ผมบอกไปว่าเดี๋ยวเราชงให้เอง เธอกลับดื้อแพ่งยื้อยุดจะบริการตัวเอง ยื้อกันไปมาจนได้จังหวะบังเอิญเข้าสู่โหมดบรรยากาศโรแมนติก เราสองหยุดกึกสรรพสิ่งหยุดนิ่งเหมือนรอดูฉากสำคัญ อุปาทานได้ยินเนื้อเพลงพ่อแง่แม่งอนลอยตามลมมาหวิวๆ คำร้องเล็ดลอดดนตรีอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“คะนึงแต่หน้าน้องแม้ยามตื่น หลับฝันทุกค่ำคืนยังโหยหา คิดถึงเอยคิดถึงเอ๋ยแม่แก้วตา แก้มนวลหนาให้พี่ยาขอหอมที” ได้ฟังว่าขอหอมที เป็นจังหวะที่สองตาแป๋วประชิดจนหายใจรดกันได้ นัยน์ตากรึ่มๆ ใสเหมือนเต้นระบำเย้ายวนอยู่ในที สุดจะทานทนมนต์ใดไหว โอ้ปากบางคางเรียวแก้มหอม .... ขออภัยเถิดน้องเอ๋ย

ดวงตาใสเบิกกว้างเลิกน้อย เมื่อแก้มซ้ายแก้มขวาโดนสูดกลิ่นหอมแห่งนวลเนื้อสาว--ข้างละที ครั้นตาคู่คมเปลี่ยนมาสบประสาน ตาคู่ใสก็หลุบหลบ--ทรวงสะท้าน หมายใจหนุ่มจะลิ้มรสหวานจากริมฝีปากนิ่ม แต่ก็ยังสั่งการช้ากว่าตัวที่โน้มเข้าไปหาอย่างช้าๆ สองหัวใจแข่งกันตีกลองร้องระรัว รุกเร้า--รอคอย เสียงสะเทือนตึงตัง เลือดในกายร้อนรุ่ม

ฉับพลัน เธอลืมตาตื่นตระหนก สัญญาณบางอย่างจะพ่นจากปาก แล้วเสียงโอ้กอ้ากก็ถูกส่งได้ยินไปไกล เมื่อหน้ายังจ่ออยู่ตรงหน้า อ้วกจึงกระจายเต็มหน้า เพื่อนๆกลับมายังได้ทันหัวเราะกันจนสร่าง

“แกไปอ้วกใส่หน้าพี่เค้าได้ไงวะ อะไรมันจะทนไม่ไหวขนาดนั้น”

“มึงยื่นหน้าใกล้ๆ ให้น้องเขาเหม็นรึเปล่ามึง”

“หนูว่านะ กำลังจะจูบกันแน่เลย” โห ไอ้เด็กกินโค้ก ทำรู้มาก

ฟากเราสองยังงง-ง่วงงุน พยายามจับต้นชนปลายว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง คลับคล้ายคลับคลาว่า เธอจะเอื้อมมาหยิบน้ำแข็งเอง โงนเงนกำลังฟุบ แล้วก็พ่นอ้วกใส่ผมเต็มๆ หน้า

********************************

         ตอนนี้เธอหลับปุ๋ยบนเตียงที่ผมสละให้อย่างเต็มใจไปแล้ว เพื่อนๆ กำลังช่วยกันย้ายวงไปในครัว ส่วนผมอาบน้ำเสร็จแล้วก็เก็บโน่นกวาดนี่ตรงระเบียงหน้าบ้าน รวมถึงเช็ดอ้วกที่เธอทิ้งไว้ต่างหน้า สารพัดอารมณ์ความรู้สึกประดาหน้ากันเข้ามา ทำตัวเงียบๆ ค่อยๆ ลำดับเหตุการณ์ว่าหลังจากที่เพื่อนๆ ขับรถออกไปแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง (วะ) อันไหนจริงอันไหนเคลิ้ม ยิ่งขบคิดยิ่งดึงอารมณ์ให้หงุดหงิด เสียดายเสียหน้า

          ช่างเถอะ ราตรียาวนานเพิ่งเริ่มต้น ประเดี๋ยวพ่อจะเมาให้ลืมอ้วกให้ได้

.........................................................................................................

ไม่เข็ดๆ ...... ว่าไปทำไมมี 2-3 วันมานี้ ยังนึกถึงน้องเมรีตุ้ยนุ้ยอยู่เนืองๆ สักวันเถอะ เรื่องบางอย่างอาจจะไม่ได้เป็นแค่ฝัน


19.19น. / 26 ต.ค. 51




 

Create Date : 13 เมษายน 2559
0 comments
Last Update : 13 เมษายน 2559 1:23:52 น.
Counter : 134 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


สมาชิกหมายเลข 3115170
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3115170's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.