ให้ปากกามันพาไป ให้หัวใจมันขีดเขียน
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
22 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
ผจญภัยไป จปร.

ด้วยความจำเป็นทางเศรษฐกิจบังตับ (ยากจน) ทำให้ไอติมต้องรับงานอยู่เวรไปทั่ว อยู่ดีๆก็ไปตกปากรับคำว่าจะมาอยู่เวรที่ โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ทั้งๆที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าไอ้โรงพยาบาลที่ว่ามันตั้งอยู่ตรงไหน จะเดินทางไปอย่างไร และจะได่ค่าเหนื่อยเท่าไหร่

มันก็เลยเป็นที่มาของการผจญภัยเช้าวันอาทิตย์ ที่สนุกสนาน (สำหรับคนอ่าน) และทรมาน (สำหรับคนผจญภัย) ไปในคราวเดียวกัน เริ่มจากไอติมแหกขี้ตาตื่นอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันแต่เช้าตรู่หกโมงตรง โชคดีที่เชื้อขยันสมัยเป็น Extern ยังไม่โดนตัวขี้เกียจกินไปหมด แล้วก็ขี่จักรยานออกมายืนงงๆอยู่ที่ทางหลวงหมายเลข ๓๐๕ หน้าโรงพยาบาล ในใจก็หมายมั่นปั้นมือว่า ไปได้แน่ๆ เมื่อวานถามที่ท่ารถแล้ว รถผ่านตู้เยอะมากมาย ก็เป็นอย่างที่เขาบอกจริงๆคือรถตู้ไปนครนายกผ่านเยอะมาก คือผ่านไปแล้วผ่านไปเลย ไม่จอด ขนาดแท็กซี่ยังไม่สนใจใยดีเลย ไม่รู้จะรีบไปไหนกัน

หลังจากผ่านไปสิบห้านาทีพร้อมกับความหวังที่ริบหรี่ลงเรื่อยๆ ตอนนี้ ไอติมโบกรถทุกคนที่หย้าตาเป็นรถตู้ โดยไม่สนใจแล้วว่าป้สยมันจะเขียนไว้ว่าไปไหน แต่รถตู้ทั้งหลายก็ยังคงผ่านไป ผ่านไป จนกระทั่งรถตู้สีน้ำเงินโทรมๆ เขียนหน้ารถว่าไปกบินทร์บุรีผ่านมา “ผ่านจปร. ไหมครับ” คนขับแม้จะล่วเลยมัฌฌิทวัยมาแล้ว ก็ยังคงจะตอบว่า “ผ่านๆ พี่ขึ้นมาเลย” (ถ้าคุณเป็นน้องผม ผมจะมีหน้าเป็นน้องใครอีกไหมเนี่ย)

พอรถออกไปได้สักพัก “รถผมไม่เข้า จปร. นะ ผ่านตรงสามแยกเฉยๆ พี่ต้องเข้าไปเอง ประมาณเก้ากิโล” เวรกรรม ไอติมนึกในใจ เก้ากิโลนี่จะให้เหาะเข้าไปเองหรือไง “ไม่เป็ฯไร ผมจำว่ามีรถ มีป้ายอนู่เขียนว่าไป จปร.” แน่ะ มีจำได้อีก ตอนนี้ไอติมจะไปทำอะไรได้ ก็อยู่บนรถแล้ว ถ้าน้องไม่ยอมวนรถไปส่ง พี่ก็ต้องเลยตามเลยล่ะครับ น้องจะถีบลงตรงไหนพี่มีสิทธิ์ปฏิเสธไหมล่ะ

หลังจากเดินทางไม่นาน น้องผู้อาวุโสก็ส่งไอติมลงตรงสามแยก จปร. พร้อมๆกับเก็บค่าโดยสาร ว่าแต่ ไหนวะป้ายรถไปจปร. ของน้อง กว่าจะตั้งสติคิดหันไปถาม รถตู้คั้นนั้นก็แล่นออกไปไกลมากแล้ว.... ซวยแล้วไอติม อยู่กลางทุ่งก็แย่แล้ว นี่มันกลางป่ากลางเขา รถก็ไม่มีมีแต่สองขา ชาวบ้านขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาล้วนมองด้วยสายตาแปลกใจระคนสมเพช นี่มันตัวอะไรใส่เสื้อขาวๆยืนงงๆ หลังจากสอบถามคุณป้าคนนึงได้ความว่า มอเตอร์ไซค์ที่มีอยู่เพียงคันเดียวของป้ายรถที่นี่เกิดเบื่อเส้นทางแถวนี้จึงเปล่ยนอาชีพไปขับมอเตอร์ไซค์อยู่แถวๆแดนสุขาวดีเสียแล้ว

ไอติมได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจ “แม่ง...ทำอะไรบ้าๆแบบนี้วะเนี่ย” หลังจากยืนคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรต่ออยู่หลายวินาที รถกระบะเก่าคร่ำคร่าจนไม่น่าจะวิ่งได้ก็บังเอิญขับผ่านมาพอดี “จะไปไหนล่ะ ไปด้วยกันไหม” คุณลุงซึ่งดูท่าอายุไลเลียกับรถถาม “ไป จปร. ครับ” “เออ ไปไม่ถึงหรอก ไปถึงแค่สี่แยกหน้าแล้วเดี๋ยวมีรถมอเตอร์ไซค์เข้าไป” อีกและ ไอติมคิดในใจ แต่ก็ช่างมันเถอะ รีบออกจากที่นี่ไปก่อนดีกว่า สี่แยกหน้าอาจจะมีรถมากกว่านี้ก็ได้ ว่าแล้ว ก็โดดขึ้นหลังกระบะที่ตอนนี้ดูไม่ออกว่าเป็นสีอะไรจับขอบไว้มั่นแล้วก็นั่งรถกินลมไปเรื่อยๆ

ถึงสี่แยก ลุงแกก็จอดติดไปแดงแล้วบอกให้ลงซะเฉยๆงั้นแหละ พลางชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปยังฝั่งตรงข้าม ไม่เห็นมีรถติ่งอะไรซักคัน ไอติมคิด แต่ว่าตอนนี้จะให้ทำอะไรได้ ก็ได้แต่ก้มหน้าห้มตาเดินข้ามสี่แยกไป และขณะเดินข้ามยังไม่ทันพ้นนั้นเอง รถกระบะอีกคันที่ตามหลังมาก็พยายามบีบแตรเรียกและจอดรออยู่ริมเกาะกลางสี่แยก “น้องจะไปโรงพยาบาลที่ จปร. ใช่ไหม ไปด้วยกันสิ เดี๋ยวพี่ไปทำธุระที่นั่น”

น้ำตาแทบจะไหลด้วยความดีใจ ในที่สุดเราก็สามารถไปจนถึงโรงพยาบาลได้โดยไม่บุบสลาย ขากลับค่อยว่ากันอีกที วันนี้ที่ จปร. คลาคล่ำไปด้วยนักเรียนที่มาสมัครเรียนมากมาย ตอนแรกนึกว่าต้องช่วยตรวจน้องๆพวกนี้แล้ว แต่กลายเป็นว่าเราเฝ้า ER อย่างเดียว แล้วก็โชคดีที่มีเคส refer เข้าเมืองพรุ่งนี้ ก็เลยได้นั่งรถ refer กลับ สบายแฮ

โรงพยาบาลที่ จปร. นี้มีขนาดใหญ่มาก แต่ว่ามีคนไข้น้อยจนน่าตกใจ คือมีแค่แปดคน อาจะเป็นเพราะวันหยุดยาวมาก คนไข้ก็เลยกลับ้านไปหมดแล้ว และไม่ใช่เพียงแต่คนไข้ ยาบางตัวก็บังเอิญมาหมดอีกเนื่องจากขาดสต็อกจากหยุดนาน การอยู่เวรเป็นไปอย่างเรื่อยๆ คือมีเคสมาเรื่อยๆทำให้เราได้เรียนรู้รหัสโรค ICD 10 เนื่องจากว่าระบบคอมที่นี่โหดมาก ถ้าไม่ระบุโรคเป็นรหัส ICD 10 เครื่องจะไม่ยอมปล่อยคนไข้ (และหมอ) กลับไปนอนได้ (รหัส ICD 10 เป็นรหัสโรคที่ไม่น่าจดจำของ WHO เช่น ความดันสูง รหัส i 10.0 เป็นต้น)

โรงพยาบาลมีตึกขนาดใหญ่ แต่ว่าปิ่นโตข้าวเวรตอนเย็นมีขนาดเล็ก เล็กแบบว่าก่องข้าวน้อยฆ่าหมอ คือเห็นตอนแรกกะว่ากินไม่อิ่มแน่ๆ ต้องล่อมมาม่ามื้อดึก แต่พอเปิดเข้าไปดู ทางโรงครัวอัดข้าวมาเต็มปิ่นโต ถ้ากินหมดก็คงจุกและถ้ากินมาม่าด้วยคงอึดอัดตาย

ส่วนเรื่องการอยู่เวรนั้นไม่ค่อยมีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นสักเท่าไหร่ เป็นเคสง่ายๆและหลังสองทุ่ม ก็ไมมีอะไรเกิดขึ้นอีกเลย พอเช้า ไอติมก็ไปเฝ้าคนไข้ที่จะ Refer มาที่ มศว. ไม่ใช่เพราะว่าคนไข้อาการหนัก แต่ว่าเป็นเพราะกลัวตกรถแล้วกลับไปทำงานไม่ได้ (คนไข้มีกรามหัก แต่ว่าอาการอื่นๆปกติดี จะไปผ่าตัดดามกรามที่ มศว.)

จนแล้วจนรอด ไอติมก็ไม่ได้รู้อยู่ดีว่าตกลงจะได้ค่าเวรเท่าไหร่และจะไปเอาค่าเวรได้ที่ไหน นับว่าเป็นการผจญภัยไปอยู่เวรที่สนุกเอาการ แต่ไอติมก็ไม่คิดทำเป็นครั้งที่สอง



Create Date : 22 เมษายน 2552
Last Update : 22 เมษายน 2552 12:56:19 น. 1 comments
Counter : 458 Pageviews.

 
ดีแล้วล่ะป๋า


โดนฉุดมาจะยุ่งนะ

อย่าเสี่ยงๆ

ถอยรถเล้ยยยยยยยยยยย


โดย: Play Losz วันที่: 23 เมษายน 2552 เวลา:9:46:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนคนนี้ มีความเหงาเป็นเพื่อน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




ดูเผินเผินเหมือนบ้าปัญญาอ่อน
ดูนานนานแล้วหลอนคล้ายคล้ายผี
ดูดูไปเหมือนว่าไม่มีดี
ดูอีกทีดู"................"

เติมเองตามใจชอบเลยครับ
Friends' blogs
[Add คนคนนี้ มีความเหงาเป็นเพื่อน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.