Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2560
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
18 มิถุนายน 2560
 
All Blogs
 

2017 One day trip in Suphanburi : เที่ยวสุพรรณในหนึ่งวัน



อยู่ ๆ ตอนคืนวันเสาร์อิฉันกะอาเฮียก็นึกอยากขับรถเล่นที่ไหนซักที่ เปิดพันทิปดูว่าไปไหนได้มั่งในหนึ่งวัน ก็เห็นรีวิวไปสุพรรณ มีมังกรตัวใหญ่น่าสนใจ


ไลน์ไปถามเทรนเนอร์ตัวดี ผู้มีถิ่นฐานมาจากสุพรรณ มันก็บอกสุพรรณไม่เห็นมีไร ร้อนนนน   เอ๊าาา  ก็ตรูไม่เคยไป มันต้องมีอะไรมั่งล่ะน่ะ  Smiley


ไม่เชื่อมัน หาข้อมูลเองก็ได้ สรุปว่าในหนึ่งวัน เราจะไปกันหลายที่เลย
นั่งหาข้อมูลเพื่อไปเที่ยวกันประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ได้ Itinerary มาดังนี้

1. ไปดูมังกร และศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
2. วัดป่าเลไลยก์
3. จะไปกินข้าวเช้ากันที่นาเฮียใช้ ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้ชาวนาและมีร้านกาแฟริมทุ่ง กาแฟเสริฟมาอย่างแนว คือใส่มาในหลอดไฟ น่ารักน่าเอ็นดู Smiley
4. หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จะไปดูน้องควายตาหวาน

และจะไปจบกันที่

5. ตลาดสามชุก  ว่าจะช็อปปิ้งและเผื่อหาอะไรกินที่นั่นด้วย

จริง ๆ ที่เห็นคนอื่นรีวิว เห็นมีไปบึงฉวากกันด้วย แต่พอสอบถามคุณ(นัง)เทรนเนอร์ก็ได้รับคำตอบว่าไกลมากนะ ขับรถไปต้องเหนื่อยหลับแน่ ๆ ก็เลยตัดทิ้งละกัน เพราะทริปนี้เราเอาคุณนายแม่ผู้สูงอายุไปด้วย ไปแบบช้า ๆ เนิบ ๆ จะดีกว่า


วันอาทิตย์แต่เช้าตรู่ ก็ออกเดินทางกันตั้งแต่ 7 โมง  
ครบทีมวันนี้ 




ขับไปแป๊บเดียว 2 ชั่วโมงกว่า ถนนเขียว ๆ รถไม่เยอะ



นาวิเกเตอร์พาเราไปถึงที่จอดรถศาลเจ้าพ่อหลักเมือง  จากที่จอดรถจะต้องเดินข้ามสะพานมา และเดินผ่านหมู่บ้านจีน ๆ ซึ่งตกแต่งจี๊นจีน เป็นร้านค้าร้านอาหารมากมาย





ปลาเพียบบบ  มีขายอาหารปลาด้วย







เดินเข้ามามีโคมไฟแดงฉานนน












มาได้นังกุเดะทามะเกาะแก้วที่นี่นี่เอง ตามหามาทั้วกรุงเทพเบย




เดินจนสุดถนนก็จะเจอหอดูวิว สามารถขึ้นไปได้ด้วย แต่พวกเราไม่ได้ขึ้น



มีดอกท้อ กับหญิงงาม(?) ด้วย




หันมาอีกฝั่งเจอมังกรยักษ์ อลังการมาก










ข้างหน้ามังกรมีหุ่นพวกเส้าหลิน




ไม่รอช้า ศิษย์มีครูอย่างพวกเรา เข้าไปแจมทันที  Smiley













น้องเหมียวในศาลเจ้า




ข้างในมีรูปปั้นนักษัตร










มีเทพเจ้าต่าง ๆ มากมาย



มีระฆังขนาดยักษ์ด้วย








จากตรงนี้ไปก็ยังมองเห็นมังกร












สุพรรณนี่มันร้อนจริงๆ เหมือนที่คุณ(นัง)เทรนเนอร์บอกไม่มีผิด อิฉันเกือบจะเป็นลมหลังจากที่เดินรอบศาลเจ้านี้


เป้าหมายต่อไปคือวัดป่าเลไลยก์ ซึ่งเป็นวัดโบราณ มีชื่ออยู่ในขุนช้างขุนแผนด้วย 

วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ อายุประมาณ 1200 ปีเลยทีเดียวขับรถห่างมาจากศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแค่ 3 นาที   ภายในวิหารจะมีหลวงพ่อโตปางป่าเลไลยก์ที่คนเข้าไปไหว้กันมากมาย หลวงพ่อโตเป็นศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ (คือนั่งห้อยเท้า)

หลวงพ่อมีการบูรณะถึง 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 โดยมอญน้อย ครั้งที่ 2 สมัยอยุธยาตอนปลาย และครั้งที่ 3 สมัยรัชกาลที่ 4  ซึ่งสมัยที่รัชกาลที่ 4 ท่านทรงผนวช ก็ได้ธุดงค์มาพบวัดป่าแห่งนี้รกร้างไม่มีคนอยู่ เมื่อรัชกาลที่ 4 ขึ้นครองราชย์จึงกลับมาบูรณะ


หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์


คนเยอะมากและร้อนมาก  อิฉันเกือบ ๆ ลมใส่ละ  จึงเดินออกมาระเบียงด้านหลัง จะมีภาพเขียนในเรื่องขุนช้างขุนแผนอยู่ตามระเบียงพร้อมประวัติต่าง ๆ สวยงามค่ะ 


อิฉันอ่ะ ไม่เคยอ่านขุนช้างขุนแผนจนจบเรื่องหรอก เคยอ่านเป็นตอน ๆ ตามที่นักเรียนประถมจะถูกบังคับให้อ่าน เมื่อมายืนอ่านเรื่องราวบนผนังนี้ รู้สึกว่า สังคมสมัยนั้นออกจะโหดร้ายกะผู้หญิงยังไงไม่รู้  













พลายแก้วชั่วร้ายนะ นางพิมหลับ ก็ย่องเข้าห้องนางสายทอง แถมมีเมียตั้ง 5 คน ทำไมนางพิมกลายเป็นคนโดนก่นด่า เป็นนางวันทองสองใจ ผิดตรงไหนวะคะ Smiley



ได้เวลาไปต่อ เราขับรถไปยังนาเฮียใช้ เรียกซะสนิทสนม  

เฮียใช้เป็นใคร? 


เฮียใช้เป็นคนจีนที่ล่องเรือมาทำมาหากินในเมืองไทย เดิมทำร้านกาแฟขายของชำและเมล็ดพันธุ์ข้าว ตอนนี้ลูกหลานตั้ง ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย  เป็นพิพิธภัณฑ์ชาวนาขนาดย่อมๆ  เก็บอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการทำนา และมีแปลงนาสาธิต มีวัวควายและทุกสิ่งอันที่เกี่ยวกับชาวนาให้ชม  ค่าเข้าฟรีค่ะ และทำได้ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  


แต่ตอนนี้พวกเราหิวมาก รีบพุ่งเข้าไปในร้านกาแฟเฮียใช้กันก่อนเลย


ร้านตกแต่งน่ารักนะคะ มีเค้กมีกาแฟ



ซึ่งจริง ๆ ที่อิฉันมานั้น อิฉันตามรีวิวคนอื่นที่บอกกันว่าร้านนี้เสริฟกาแฟกันน่ารักมาก   


เป็นเยี่ยงนี้



แต่ที่ได้มาจริง ๆ เป็นเยี่ยงนี้ 



เมื่อถามพนักงานเสริฟว่าทำไมเป็นงี้(ว๊อย)  ก็ได้รับคำตอบว่าวันเสาร์-อาทิตย์ล้างกันไม่ทัน แต่ถ้าอยากได้แบบหลอดไฟ ให้บอกก่อน จะจัดให้ได้  Smiley

โมโห  Smiley


เครื่องดื่มรสชาติก็งั้น ๆ ไม่มีไรพิเศษ เสียอารมณ์มากมาย แต่การตกแต่งร้านน่ารักใช้ได้ มีวิวทุ่งนาเขียว ๆ ให้ดู









นั่งตากแอร์เย็น ๆ จนหายยัวะ ก็เริ่มหิว  ที่นี่มีร้านอาหารด้วย แต่ไม่ติดแอร์  ความหิวมีมากกว่า จึงเดินข้ามฝั่งไปหาไรกิน


มีแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว ข้าวไม่มีนะฮับ อาหารเสริฟมาในปิ่นโตน่ารัก  กุ้ยช่ายเจ้านี้ก็อร่อยดี 









เมื่ออิ่ม ก็เริ่มสนใจหาความรู้กันบ้าง  เดินเข้าไปในศูนย์การเรียนรู้เฮียใช้  ที่นี่ดีเลิศประเสริฐศรี ใครมาสุพรรณอยากให้มาเยี่ยมชม Smiley




















ในนั้นทำเป็นหมู่เรือนไทยเก็บสมบัติชาวนา และของใช้สมัยก่อนไว้มากมาย










มีเฮลิคอปเตอร์ด้วย






ขึ้นไปเดินบนบ้านบางหลังก็ขัดไว้เอี่ยมอ่อง ต้องถอดรองเท้า









ดีงามสามโลกฮ่ะที่นี่  อย่าได้พลาดเชียว


สุพรรณร้อนจริงร้อนจัง ก่อนที่เราจะหลอมละลาย  เราตกลงจะเดินทางต่อไปยังบ้านควาย หรือหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย  ไหน ๆ มาถิ่นควายแล้วจะไม่ไปหมู่บ้านมันก็จะกระไรอยู่


ตะก่อนอิฉันกะอาเฮียมักจะคิดว่าเมืองกาญจน์เป็นจังหวัดที่ร้อนที่สุดในประเทศละ แต่ท่าทางจะสู้สุพรรณไม่ได้แฮะ พอบอกอย่างงี้กะคุณ(นัง)เทรนเนอร์ นางก็บอกทันทีว่า ตรูบอกแล้ววว


ขับรถต่อมาอีกพักนึง พี่เนพาเราหลงมาทางด้านหลังของบ้านควาย หาป้ายกันไม่เจอ เห็นแต่รูปปั้นควายและตายาย




พี่เนมันก็บอกอยู่ซ้ำ ๆ ว่าถึงแล้ว ถึงแล้ว แต่พวกเราหาป้ายกันไม่ยักกะเจอ ต้องถามทางชาวบ้านก็พบว่าเรามาเข้ากันทางด้านหลังซะนี่


ซึ่งถ้ามาด้านหน้าจะมาทางถนนใหญ่เลย  จะเจอป้ายนี่



ค่าเข้าคนละ 30 บาท ซึ่งจริง ๆ ฝรั่งราคา 150 บาท แต่คนขายตั๋วคิดอาเฮียเท่าราคาคนไทย Smiley



มีบ่อใหญ่ ๆ ให้อาหารปลา อาหารเป็ดกัน




มีโซนควายอยู่กันเต็มลาน เต็มคอก และมีมุมที่เป็นลานแสดงด้วย แต่ช่วงที่เราไปไม่มีโชว์



น้องควายน่ารักมาก  ตาหวานดูเชื่อง ๆ แต่เขาใหญ่เหลือเกิน Smiley



มีพนักงานเดินมาถามว่าอยากขี่ควายมั้ย ถ้าแต่งตัวทะมัดทะแมงหน่อยก็น่าขี่เหมือนกันนะ Smiley










เดินกันจนหมดแรง  ได้เวลาย้ายไปตลาดหาของกินกันแล้ว จุดหมายถัดไปคือตลาดสามชุก




ที่นี่ของกินของช็อปเยอะ และราคาไม่แพง พ่อค้าแม่ค้าน่ารัก ไม่ดุร้ายข่มขู่ลูกค้าเหมือนตลาดหลาย ๆ ที่


ได้พัดมาราคา 15 บาท



หมวกสานน่ารักๆ ใบละ 19 บาทเท่านั้น



ของกุ๊กกิ๊กทำมือก็มี



ไปเจอร้านน้ำมะนาว ขวดละ 20 บาท ซื้อ 5 ขวดแถมมะนาว 4 ลูกด้วย

ปกติอิฉันไม่ชอบน้ำมะนาว เพราะมันเปรี้ยวเกิ๊นน ไม่ก็หวานเกิ๊นน แต่เจ้านี้ทำรสชาติได้กลมกล่อมมาก ไม่หวานไป และได้รสชาติน้ำมะนาวแท้ ๆ สด ๆ อร่อยมากค่ะ


ชอบตรงที่พยายามสร้างแบรนด์ด้วย  เห็นมีทำเฟสและขยายตลาดด้วย ใครสนใจลองหาในเพสชื่อ อุดมมะนาว  ได้




ร้านค้าของตลาดสามชุกจะเป็นร้านที่ตั้งกันตามบ้านสมัยเก่าตามตรอกซอกซอยอย่างนี้



เดินกันต่อไป  

คุณนายแม่ของอิฉันที่ทำท่าจะหมดแรงเดินไม่ไหวตั้งแต่เช้า พอถึงตลาดสามชุกมีอาหารให้ช็อปปิ้ง คุณนายแม่เดินเหมือนมีนักวิ่งมาสิงร่าง Smiley






นางช็อปทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็น เรียกว่าถ้าเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นมา บ้านอิฉันก็ยังอยู่มีของกินได้อีกนาน




ไอ้นี่ของดี เห็ดเผาะ อิฉันเพิ่งเคยกินจากที่นี่แหละ โลละ 380 ซื้อไป 2 ขีด อร่อยดีจังฮ่ะ  เสียดายน่าเอาไปซักกิโล  Smiley



แม่ค้าคนนี้ขายแอสพารากัสด้วย หน่อไม้ฝรั่ง กำเบ้อเร่อ 20 บาทเท่านั้น

อิฉันเพิ่งมาทราบจากเทรนเนอร์ในภายหลังว่าแถว ๆ สุพรรณเค้าปลูกหน่อไม้ฝรั่งกันเป็นหมู่บ้านเลย  นึกว่าผักนำเข้าซะอีก


ที่นี่ฮิตลูกชิ้นยักษ์มาก  มันจะยักษ์ไปไหน





ได้ข้าวห่อใบบัวมาจากร้านนี้ด้วย อร่อยดีฮ่ะ



พวกเราหิวกันมาก แต่ก็ร้อนกันมากเช่นกัน เราจึงตกลงจะกลับเข้าเมืองไปหาร้านเย็นๆ  กินกัน


มาเจอร้าน Loft 

ร้านนี้อาหารอร่อย ราคาไม่แพง แนะนำค่ะ











เจ้ผู้ไม่กินมะม่วงสุก ก็ยังชอบบิงซูมะม่วงของที่นี่เลย



จบทริปสุพรรณบุรีใน 1 วันไปแบบหมดแรงและสนุกสนานอิ่มหนำกันไป สุพรรณก็มีที่เที่ยวนะคะ อิฉันก็ได้แต่หวังว่าถ้าอากาศมันเย็นกว่านี้หน่อยคงจะมาเดินกันได้สบายใจไปเลย




 

Create Date : 18 มิถุนายน 2560
1 comments
Last Update : 18 มิถุนายน 2560 22:03:18 น.
Counter : 172 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

ขอบคุณที่แบ่งปัน

 

โดย: Kavanich96 19 มิถุนายน 2560 3:37:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


คนดีผีคุ้ม
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




อิฉันทำรีวิวเพื่อที่จะเก็บบันทึกการเดินทางไว้เหมือนไดอารี่ เอาไว้มาดูอัลบั้มการท่องเที่ยวของตัวเองที่ผ่านมา ดังนั้น จึงมีรูปตัวเองและอาเฮียเยอะแยะ ไม่ได้เป็นรีวิวเพื่อแนะนำการท่องเที่ยวซักเท่าไหร่ แต่ถ้าใครผ่านไปผ่านมาและอาจได้ประโยชน์จากบล็อกบ้าง ก็นับเป็นโชคดีของอิฉันที่ยังอุตส่าห์มีอะไรมาแบ่งปันนะคะ
Friends' blogs
[Add คนดีผีคุ้ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.