Group Blog
 
 
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
7 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
***บราวนี่ชีสเค้ก***แสนอาหร่อยยย...

สวัสดีครับผม วันนี้จะชวนทำ "บราวนี่ชีสเค้ก" กันครับ เค้กนี้ดองไว้นานมาก อยากทำแต่ก็ลืมทำซะงั้น เมื่อวานฤกษ์ดีงามดีเลยลงมือกันเลยนะครับ

ก่อนที่จะเริ่มขอขอบคุณผู้สับสนุนดังนี้ครับ

สูตร บราวนี่ ของคุณพี่วรรณ ซึ่งลอกหรือปรับ มาจากคุณอ้วนดำ อีกทีครับ
สูตร นิวยอร์กชีสเค้ก จากหนังสือ delicious cake ที่ซื้อไว้นานแต่ยังไม่ได้ลงมือทำซักที
แรงบันดาลใจในการทำจาก คุณความรักทำให้โลกอ่อนหวานครับ

ดูรูปกันก่อนนะครับ

หมือนเดิมครับ ถ่ายรูปยังงึกๆงักๆอยู่นะครับ ลืมซะส่วนใหญ่ เอาเป็นอธิบายละเอียดๆแทนละกันครับ

งั้นก็เริ่มกันเลย....

ขั้นแรกเลยทำตัวบราวนี่ครับ

เนย 160 กรัม
น้ำตาลทราย 220 กรัม
ไข่ 2 ฟอง
แป้ง 75
ผงโกโก้ 60 กรัม
วนิลา 1 ช้อนชา
ช็อคโกแลคชิพ 1 ถ้วงตวง (วันนี้ไม่ใส่นะครับ)

วิธีทำครับ
1.ละลายเนยในไมโครเวฟครับ แล้วพักไว้ให้เย็นครับ
2.ใส่ไข่ไก่ + น้ำตาลทราย ในโถผสม แล้วใช้ตระกร้อมือคนไปเรื่อนจนน้ำตาลลละลายครับ ลักษณะที่ได้จะคล้ายๆน้ำกะทิลอดช่อง ที่สีเหลืองๆเนียวๆอะครับ อิอิ ขั้นตอนนี้ก็ประมาณ 5-8 นาทีครับ
3.ใส่วานิลาลงในส่วนผสมของไข่ครับ
4.ใส่เนยละลายลงในส่วนผสมไข่
5.ใส่แป้ง+ผงโกโก้ (ไม่ต้องร่อนครับ) ลงในโถผสม แล้วก็คนแรงๆ เร็วๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน
**ถ้าคนนานไปเดี๋ยวอบมาขนมจะเหนียวไม่อร่อยครับ
6.เทใส่พิมพ์ครับ อบไฟบน-ล่าง 175 องศา ประมาณ 15-18 นาทีครับ

ลักษณะบราวนี่ที่ได้ครับ สูตรนี้ถ้าจะกินเปล่าๆใส่ถั่วอัลมอนด์สไลด์เพิ่มก็ได้นะครับ



พอได้บราวนี่แล้ว ก็พักบนตระแกรงรอให้มันเย็นครับผม

จากนั้นก็....

ทำฐานชีสเค้กกันครับ

สูตรดัดแปลงจากหนังสือ delicious cake ครับ ขอบอกหน่อยว่าสูตรนี้จะได้ฐานเนียนๆเลยครับ ไม่แตกๆตอนตัดครับ ใช้ได้กับเค้ก 2 และ 3 ปอนด์นะครับ

แครกเกอร์(ริช) 50 กรัม
คุ้กกี้เนย(ซื้อตามโลตัสถุงเล็กๆ) 100 กรัม
เนย 50 กรัม

วิธีทำก็ง่ายๆครับ
เอาแครกเกอร์กับคุ้กกี้เนยลงไปปั่นให้ละเอียดครับ เอาออกมาใส่ชามใส่เนยที่ละลายไว้แล้วลงไปผสม จะได้ส่วนผสมแฉะๆครับ เอาใส่พิมพ์เค้ก(แบบถอดก้น) แล้วเกลี่ยๆกดๆให้แน่นครับ สังเกตุจะได้ฐานที่เนียนมากๆครับ

ถ้าขี้เกียดก็เอาเข้าช่องแข็งให้มันเซตตัวได้เลย
หรือ
ถ้าจะให้หอมๆอร่อยๆเพิ่มอีกหน่อยก็อบไฟบน-ล่าง 160 องศา ประมาณ 10 นาทีครับ พอได้กลิ่นก็เอาออกได้เลยครับ พอให้เย็นซักครู่ แล้วก็เข้าช่องแข็งเลยครับ



ขั้นตอนสุดท้ายแล้วครับ นิวยอร์กชีสเค้ก (ผมไม่ทราบว่ามันต่างจากชีสเค้กธรรมดาอย่างไร ทำไมถึงต้องนิวยอร์ก ผู้รู้บอกผมทีนะครับ)

สูตรจากหนังสือ delicious cake ครับ

ครีมชีส 420 กรัม
น้ำตาลทราย 125 กรัม
ผงวานิลา 1 ช้อนชา (ถ้าไม่มีใส่แบบน้ำก็ได้ครับ ใช้ปริมาณเท่ากัน)
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ (ลูกละ 7 บาทแพงมากก)
ไข่ไก่ 2 ฟอง
วิปปิ้งครีม 50 กรัม
ซาวร์ครีม หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 65 กรัม

วิธีทำครับ

1.ตีครีมชีส (ที่พักไว้ในอุณหภูมิห้องจนอ่อนตัวลงหน่อยนึงแล้ว) + น้ำตาลทราย + ผงวานิลลา ด้วยความเร็วปานกลางจนเนี่ยครับ
2.ใส่ไข่ไก่ครั้งละ 1 ฟอง โดยใส่ 1 ฟองเสร็จตีจนเข้ากันประมาณ 30 วินาทีแล้วค่อยใส่ไข่ฟองต่อไปครับ
3.เติมน้ำมะนาว ตีให้เข้ากัน
4.เติมวิปปิ้งครีม + ซาวร์ครีม ตีให้เข้ากัน
5.หยุดเครื่อง ใช้พางยางคนให้เข้ากันอีกทีครับ
ลักษณะที่ได้จะเหลวหน่อยครับ แต่ไม่เหลวเป็นน้ำครับ อันนี้ไม่รู้ถูกรึเปล่านะครับเพิ่งลองทำชีสเค้กเป็นครั้งที่ 2 เอง



จากนั้นเรามาเตรียมอบกันครับ การอบนี้ไม่ได้ทำตามหนังสือนะครับเพราะในหนังสือเป็นอบแบบแห้งครับ ใช้วิธีตามคุณความรักทำให้โลกอ่อนหวาน + กับการพักเค้กจากหนังสือครับ

เอาฐานแครกเกอร์ที่อยู่ในตู้เย็นออกมาครับ
ห่อพิมพ์ด้วยฟรอยซัก 2 ชั้นให้มิดนะครับ วันนี้จะอบแบบ water bath ครับ
ตัดบราวนี่เป็นชิ้นๆใส่ลงไปครับ มากน้อยตามใจชอบครับ
จากนั้นก็เอาส่วนผสมชีสเค้กใส่ลงไปครับ แนะนำว่าอย่าเทลงไปนะครับบราวนี่กระจายครับ (เหมือนผม) ค่อยๆตักลงไปท่าจะดีกว่านะครับ
จากนั้นก็เอาพิมพ์ไปวางในถาดขอบสูงซักหน่อย อุ่นน้ำร้อนในไมโครเวฟซัก 3 นาที แล้วก็เทลงมาใส่ในถาดครับ เอาเยอะหน่อยแต่ไม่ต้องปริ่มขอบครับ อันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปขอโทษด้วยครับ

เข้าอบครับ 170 องศา ผมอบไป 35 นาที เชคสุกด้วยการแตะๆขอบพิมพ์ดูนะครับ ตรงกลางมันจะยังดิ้นได้อยู่ครับเหมือนยังไม่สุก แต่เนื้อเค้กที่ขอบๆพิมพ์จะแห้งๆหน่อย อันนี้ก็โอเคแล้วครับ

จากนั้นปิดเตาครับ เอาถาดน้ำออกนะครับ แล้วทิ้งเค้กไว้ในเตาอีก 1 ชั่วโมง โดยใช้ช้อนหรือทัพพี แง้มเตาอบไว้หน่อยนึงครับ

หลังจาก 1 ชั่วโมงผ่านไป เอาเค้กออกมาพักบนตะแกรงจนเย็นสนิท แล้วเอาเข้าตู้เย็นอย่างน้อย 6 ชั่วโมงครับ

รูปด้านซ้ายนี่คืออบเสร็จแล้วพักในเตาครบ 1 ชั่วโมงแล้วครับ



เนื่องด้วยผมทำเสร็จก็ 6 โมงเยนแล้วครับ เลยเอาเค้กทิ้งไว้ทั้งคืนเลยมาแกะตอน 6 โมงเช้าครับ

มาตกแต่งกันหน่อยนะครับ
ก็เอาบราวนี่ที่เหลือมาโรยหน้าครับ ถ้าจะให้ดีตอนเอาชีสเค้กออกจากตู้เย็นหน้าจะเปียกๆหน่อย ซับให้แห้งๆหน่อยนะครับ
แล้วก็เอาช็อคโกแลค เนยนิดหน่อย วิปปิ้งครีมนิดหน่อย ไปละลายในไมโครเวฟ อันนี้ไม่มีปริมาณครับ กะๆเอาให้มันเหลวๆพอราดหน้าได้

ก็เอาไปราดบนบราวนี่ครับ

แท่น แทน แท๊น ได้แล้วครับบราวนี่ชีสเค้ก หน้าตาพอไปวัดไปวาได้
** สูตรเป็นแบบ 3 ปอนด์ครับ แต่ผมว่าใส่พิมพ์ 3 ปอนด์ความหนาน้อยไปหน่อย ใส่พิมพ์ 2 ปอนด์น่าจะสวยกว่านี้ครับ

ขอบคุณทุกคนที่มารับชมครับผม




Create Date : 07 เมษายน 2553
Last Update : 7 เมษายน 2553 20:48:59 น. 16 comments
Counter : 2941 Pageviews.

 


โดย: จีนี่ในกระจกแก้ว วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:21:14:49 น.  

 
น่ากิงงงมาก ๆ


โดย: lapat999 วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:21:18:26 น.  

 
ขอบคุณมากครับผม มาเยี่ยมกันเร็วจัง อิอิ รับไปกันคนละชิ้นนะ ฮ่าๆๆ


โดย: ใครชนะได้เป็นไจแอ้น วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:21:28:29 น.  

 
ว๊าว น่าหม่ำจังเลยค่ะ

เอาบลูเบอร์รี่ชีสพายมาแลกนะคะ อิอิ



โดย: หนูเมเปิล วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:22:34:57 น.  

 
ทำแล้ว สวยดีจังค่ะ


โดย: Ab Psy ReinDEAR++ วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:0:11:05 น.  

 
ขอบราวนี่เยอะๆชิ้นนึงค่ะ

ปล.แล้วลองทำสปันจ์ชอคฯรึยังคะ


โดย: ความรักทำให้โลกอ่อนหวาน วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:0:59:24 น.  

 
น่าหม่ำจังคะ บราวนี่ตู้มๆ


โดย: มิคุริ วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:9:07:37 น.  

 
แช่เย็น ๆ น่าอร่อยที่สุด


โดย: แม่อ้วนใจดีที่สุด วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:10:05:38 น.  

 
ชอบกินบราวนี่ ชอบกินชีส เมื่อมารวมกันก็กลายเป็นชอบยกกำลัง 2 เลย ขอจดสูตรเลยนะคะ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:10:54:59 น.  

 
เอา cheesecake มาแลกค่ะ



โดย: ตาโตสุดสวย วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:11:14:28 น.  

 
ทำไงถึงจะอบบราวนี่ได้หน้าสวยๆแบบนี้คะ

ของเรามันชอบพุๆ ที่ขอบตลอดเลย

ไฟแรงไปหรืออะไร


โดย: vekalover วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:17:26:45 น.  

 
ขอบคุณมากเลยครับทุกคน

Sai Eeuu :: จดเลยครับผม ลองทำดูนะครับ เพื่อเป็นสูตรชีสเค้กที่ถูกใจครับ
ความรักทำให้โลกอ่่อนหวาน :: สปันจ์ช็อคของพี่ยังไม่ได้ลองเลยอะครับ ลองทำแต่สูตรของพี่วรรณเด๋วจะเอาสูตรลงครับ
vekalover :: ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับ ลองลดไฟตามสูตรที่ผมทำก็ได้นะครับ หรือถ้าเห็นฟองอากาศก่อนเอาเข้าเตาอบก็เอาไม้จิ้มฟัน จิ้มออกดูนะครับ ได้ผลยังไงบอกกันด้วยนะครับ ผมก็มือใหม่เหมือนกัน


โดย: ใครชนะได้เป็นไจแอ้น วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:21:33:58 น.  

 
Sai Eeuu :: ผมลืมบอกไปครับ ผมของทำ Sour Cream Scone ของพี่ดูแล้วนะครับ รสชาติอร่อยมากครับตอนร้อนๆ แต่ของผมมันไม่ฟูหงะ ไว้วันหลังจะทำใหม่แล้วเอามาส่งพี่นะครับ


โดย: ใครชนะได้เป็นไจแอ้น วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:21:46:58 น.  

 
คุณ ไจแอ้นคะ ตอบเรื่อง sour cream scone ไว้ในบล็อกของป้าอิ๋วค่ะ ถ้ามีปัญหาเรื่องอื่นๆ ก็หลังไมค์ได้ค่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะคะ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 9 เมษายน 2553 เวลา:21:29:50 น.  

 
อื้มม ท่าทางเข้มข้นค่ะ


โดย: ซามอ วันที่: 10 เมษายน 2553 เวลา:3:13:15 น.  

 
เห็นแล้วอยากกินนนนนน.....อะ ขอลืมอ้วนไปชั่วขณะ


โดย: คาร์เนชั่นสีม่วง วันที่: 10 เมษายน 2553 เวลา:9:30:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ใครชนะได้เป็นไจแอ้น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




"แสตมป์" นักเรียนออกแบบที่อยากเป็นพ่อครัว ถึงแม้จะดูไม่ค่อยเข้าทาง แต่ก็อยากทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ใฝ่ฝันอยากมีร้านอาหาร ร้านขนมกับเขาบ้าง ถึงแม้ตอนนี้จะยังนับหนึ่งแต่อีกไม่นานคงถึงร้อย...

: Users Online

Free Hit Counters
Free Counter
Friends' blogs
[Add ใครชนะได้เป็นไจแอ้น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.