Group Blog
 
 
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
30 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
มะระ

ชื่อ : มะระจีน

ชื่อสามัญ : Bitter cucumber-chinese

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Momordica charantia Linn.

วงศ์ : CUCURBITACEAE



ชื่อ : มะระขี้นก

ชื่อสามัญ : Bitter gourd

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Momordica charantia Linn.

วงศ์ : CUCURBITACEAE



มะระมีรสขม แต่ทำไมคนชอบกิน

คำโบราณที่แพร่หลายว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” นั้นไม่เคยตกยุค เพราะยาอีกจำนวนมากยังคงขมอยู่ บางคนอาจเถียงว่ายาบางชนิดก็หวาน (กินอร่อย) แต่นั้นเป็นการเติมน้ำตาลหรือรสเพื่อกลบรสขมมากกว่าการที่ยานั้นหวานโดยตัวมันเอง

ทำไมสิ่งที่ใช้เป็นยาจึงต้องขม กินก็ยาก ก็คงเพราะขมนี่แหละที่ทำให้เรารู้ว่านี่คือยา ไม่ใช่ของกินเล่นหรือขนม และคงต้องรักษาสุขภาพให้ดีไว้ก่อนที่โรคาพยาธิจะเบียดเบียน และต้องกินของที่ขม ที่แสนขื่นลิ้นอย่างยาทั้งหลาย (อันนี้ผู้เขียนคิดเอง)

แต่ทุกอย่างก็ต้องมีข้อยกเว้น มีรสขมบางอย่างที่อร่อย นั่นคือมะระ

กว่าจะรู้ว่ารสขมนี้แสนอร่อยปานใดก็ต้องรอให้เติบโตจากเด็กเล็กมาสู่เด็กโตสักนิด เพราะอย่างไร ๆ เด็กส่วนมากถึงมากที่สุดก็ไม่ถูกกันกับรสขมอยู่ดี คงฝังใจจากการถูกบังคับให้กินยาเมื่อป่วย ต่อให้มะระนั้นขมน้อยลงด้วยวิธีการต้มก็ตามที

ชนิดของมะระ

มะระที่เราว่าคุ้นนั้นมี 2 ชนิด อย่างแรกคือมะระจีน หรือบางทีก็เรียกมะระเฉย ๆ ผลจะมีลักษณะอวบอ้วน ลูกโต สีเขียวอ่อน และรสขมน้อยกว่าอีกชนิดหนึ่ง คือมะระขี้นก ที่ขมมากกว่า (บางคนอาจบอกว่าขมกำลังดี) ชนิดนี้ผิวตะปุ่มตะปำป้อม ๆ ลูกเล็กกว่า และมีสีเขียวเข้มกว่า มีเนื้อบาง ปลูกง่ายกว่ามะระจีน



มะระชอบดินร่วนซุย แดดแรง สำหรับมะระขี้นกบางทีก็ขึ้นเอง ออกดอกออกผลเองให้เราเก็บกินสบาย ๆ อยู่ตามรั้วตามดิน

ถิ่นกำเนิด

มะระจีนนั้นว่ากันว่าเป็นพันธุ์ที่นำมาจากเมืองจีน ซึ่งก็คงนำเข้ามานานนักหนาแล้ว ลักษณะลำต้น ใบ ดอกนั้นแทบไม่ต่างจากมะระขี้นก เพียงแต่มีขนาดใหญ่กว่า ก็อ่อนกว่าเล็กน้อยและขนาดผลของมะระจีนใหญ่กว่ามาก เส้านผ่าศูนย์กลางประมาณ 6-8 เซนติเมตร เนื้อหนา ผิวขรุขระ มีเมล็ดแบน ๆ สีเหลืองอื่น อยู่ในเนื้อฟ่าม ๆ ตรงกลางลูก เมื่อแก่จัดเนื้อในผลจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม และมักถูกแลงกัดกินได้ง่าย การรับประทานจึงต้องระมัดระวังเรื่องการปนเปื้อนยาฆ่าแมลง และควรใช้น้ำยาล้างผัก หรือด่างทับทิมแช่ไว้สักครู่ก่อนนำมาประกอบอาหาร

ส่วนมะระขี้นกนั้นเป็นผักพื้นบ้านของไทย เป็นที่นิยมรับประทานกันแพร่หลายมานานแสนนานแล้ว และมีความต้านทานโรคดีกว่ามะระจีน

คุณค่าทางอาหาร



คนไทยนิยมกินมะระกันหลากหลายรูปแบบโดยไม่หวั่นต่อความขม เมนูหลัก ๆ ที่เป็นที่ชื่นชอบกันก็ได้แก่ ต้มจืดมะระ ถ้าขมนักก็เติมผักกาดดองเล็กน้อยเพื่อตัดรสขม หรืออาจต้มโดยเปิดฝาหม้อไว้หรือต้มนาน ๆ ท่านผู้เชี่ยวชาญแนว่าจะทำให้รสขมลดลงเล็กน้อยเหลือแต่ความขมอร่อย ต้มจืดหรือตุ๋นมะระยัดไส้หมูสับซึ่งเป็นของโปรดของเด็ก (หมูสับข้างในท่อกลวงของมะระจะถูกเด็ก ๆ เอาออกมากินก่อนเสมอ) แกงคั่วมะระ มะระผัดไข่ ลวกหรือต้มจิ้มน้ำพริก กินกับขนมจีนน้ำยา ส่วนมะระสดฝานนั้นเห็นวางเคียงมากกับหมูมะนาวและกุ้งแช่น้ำปลา อย่างหลังนี้เป็นที่ถูกใจพวกคอเหล้า และคอของสดอย่างยิ่ง นัยว่ามะระสดนั้นช่วยดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสขมที่กลมกล่อมให้กับของสด ๆ เป็นพิเศษ

ส่วนมะระขี้นกนั้นเมนูน้อยกว่า เพราะรสชาติที่ขมมากกว่ามะระจีน โดยมากก็เห็นเพียงต้มหรือลวกจิ้มน้ำพริก แต่หากว่ามีกะทิสดราดมาด้วยก็จะทำให้รสเอร็ดขึ้นมาก ขมนั้นจะเป็นเสนห์ขึ้นมาโดยพลัน นอกจากผลแล้ว ใบของมะระขี้นกก็นำมาทำอาหารได้ อย่างแกงทางอีสานบ้านเรานั้นก็นิยมนำใบมะระขี้นกใส่ลงไปในแกงเห็ดแบบพื้นบ้านจะช่วยให้รสชาติของแกงหม้อนั้นกลมกล่อมมากขึ้นเพราะมีรสขมนิด ๆ มาช่วยทำให้ครทุกรส บางที่ก็นิยมนำมาต้ม หรือลวกจิ้มน้ำพริกเหมือนกัน ครั้งหนึ่งเมื่อผู้เขียนยังเด็ก ได้กินมะระขี้นกยัดไส้หมูสับต้มจืด ต้มนานสักนิดพอให้รสขมเจือจาง

ประโยชน์



ส่วนคำที่ว่าหวานเป็นลมขมเป็นยานั้น สำหรับมะระก็ต้องว่าจริงแท้แน่เทียว เพราะมะระขี้นกนั้นมีพิเศษขึ้นมาอีก คือน้ำต้มรากกินเป็นยาลดไข้ บำรุงธาตุ เป็นยาฝาดสมาน แก้ริดสีดวงทวาร แก้บาดแผลอักเสบ

ใบเป็นยาเจริญอาหาร ช่วยระบาย น้ำคั้นใบกินเป็นยาทำให้อาเจียน บรรเทาอาการท่อน้ำดีอักเสบ ดอกชงกินกับน้ำแก้อาการหืดหอบ ผลกินเป็นยาขม ช่วยเจริญอาหาร บำรุงร่างกาย ขับพยาธิ แก้ตับและม้ามอักเสบ เมล็ดใช้เป็นยาขับพยาธิตัวกลม

เพราะคุณสมบัติที่โดดเด่นเรื่องสมุนไพรนี่เองที่ปัจจุบันมีผู้สนใจรับประทานกันแพร่หลาย ใครที่ไม่ชอบกินสดเพราะความขมก็มีแบบแคปซูลให้กินง่ายขึ้น หรือจะคั้นน้ำมะระมารับประทานสัปดาห์ละไม่เกิน 1 แก้ว เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด และเป็นยาระบาย เคยมีความเชื่อฮือฮาเป็นข่าวมามื่อไม่กี่ปีนี้ว่าผลมะระขี้นกช่วยยับยั้งเชื้อเอดส์ในร่างกายมนุษย์ ช่วงนั้นมะระขี้นกขายดีเป็นพิเศษแทบเกลี้ยงตลาด หากคิดว่าเป็นการปรับสมดุลในร่างกายแล้วก็มีความเป็นไปได้มากทีเดียว

มะระมีฤทธิ์เย็น จึงมีคำแนะนำว่าไม่ควรรับประทานติดกันเกินไป กินแค่พอเย็นๆ ใจ เว้นระยะบ้างแล้วช่วงที่เว้นก็ลองรับประทานอาหารผักอย่างอื่น ๆ ให้ร่างกายเกิดสมดุล แล้วค่อยกลับมากินใหม่ให้ชื่นใจ




ขอขอบคุณข้อมูลจาก อินเตอร์เน็ท





Create Date : 30 สิงหาคม 2554
Last Update : 30 สิงหาคม 2554 17:03:50 น. 40 comments
Counter : 1664 Pageviews.

 
สวัสดีวันร้อนๆอีกวันค่ะพี่โลกฯ



* กลบท สารถีชักรถ ๑,๒ *

หอมสวาทแหนหวงถนอมรสหอมสวาท
เจ็บอกคลาดรอยเหน็บคลายเจ็บอก
รื่นรกหวังซ่านกลืนซึ้งรื่นรก
เลือนลดหมกมุ่นเตือนฟุ้งเลือนลด

ตื่นฝันเคลิ้มเคลิ้มฝืนซ่านตื่นฝัน
หมายหมดพลันคล้ายคล้ายราญหมายหมด
รุ้งพจน์ประสงค์ประสงค์ปรุงในรุ้งพจน์
เมียงพาดระทดเคืองคาดคาดพาดเมียง

ขัดข้องมลายมลายลัดลดขัดข้อง
ใสเสียงจองเพลงไหวใสใสเสียง
คอยเคียงพิสมัยพิสมัยพลอยมาคอยเคียง
ป่าปานเลี่ยงนิทรานิทราไกลป่าปาน

หรรษาด้วยจุมพิตชุ่มหรรษา
หอมหวานพาจินต์ล้อมหวิวหอมหวาน
สำราญหลงไหลร่ำแสนสำราญ
ใจปองน้ำตาลใฝ่คืบใจปอง

หอมขลังซ่านก่อกล่อมให้หอมขลัง
เดินต้องยังพฤกษ์เพลินจิตเดินต้อง
หมายมองหมื่นหอมร่ายเข้าหมายมอง
ละเมอล่องไม่ผละจินต์ละเมอ


โดย: ญามี่ วันที่: 31 สิงหาคม 2554 เวลา:16:07:58 น.  

 
หลับฝันดีค่ะพี่โลกฯ


* กลบทสารถีชักรถ ๒ *

ละอองสายหล่นล่องละอองสาย
สู่ถิ่นฝันผายรินสู่ถิ่นฝัน
สัมพันธ์ฝนเวียนวนส่งสัมพันธ์
จากวารนั้นใฝ่ฝากหวานจากวาร

อักษรรสจำหลักรอยอักษร
พบ,ผ่าน,จรร่ายลบรสพบผ่าน
เนิ่นนานหวังรอยเพลินไกลเนินนาน
หอมนัยหวานครากล่อมยังหอมนัย

จำเผยวันเรียงคร่ำครุ่นจำเผย
สงสัยเอยหักหลงความสงสัย
อาลัยรอยปรารถนายังอาลัย
แพ้พรชัยผ่าวแผลเหลียวแพ้พร

ระเหยกลิ่นแหงนเงยหอมระเหยกลิ่น
นั่งสลอนทอถิ่นพรั่งพร้อมนั่งสลอน
ลีลาจรไคลคลาลีลาจร
ทั่วแดนรอนหล่นรั่วหอมทั่วแดน

สายฝนพิรี้พิไรร่ายท่าสายฝน
ถวิลแสนมนต์หนถิ่นหวงถวิลแสน
ทดแทนหมายในพจน์คิดทดแทน
ไม่มีแม้นผ่าวไหวคล้ายไม่มี


โดย: ญามี่ วันที่: 1 กันยายน 2554 เวลา:20:45:54 น.  

 
คืนนี้หลับฝันดีนะคะพี่โลกฯ


กลบทสารถีชักรถ๒

* หอม๓ *

สัณฐานหอมกัปกัลป์เป็นสัณฐาน
จึงเผาผลาญหวามคนึงใคร่จึงเผา
กล่อมเกลาจันทร์หอมระบายกล่อมเกลา
พลิ้วบางเบาโบยลิ่วทิ้งพลิ้วบาง

ผกาดอกกลิ่นชายช้าชักผกาดอก
ภิรมย์ข้างออกสนิทสนมภิรมย์ข้าง
เคลิ้มคราง..ผะแผ่วเริ่มใจเคลิ้มคราง
ริ้วรอยพรางปรอยปลิวปลอบริ้วรอย

เสน่หาสุมสนิทฤทธิ์เล่ห์เสน่หา
พิศวาสปล่อยกลิ่นพาอำนาจพิศวาทปล่อย
เคียงคอยรัญจวนเบี่ยงหมายเคียงคอย
กลับใจลอยเพลินสดับยากกลับใจ

หวานอ้อยส้อยใจพานในหวานอ้อย
เคลิ้มไหวคล้อยหลงเติมเคล้าเคลิ้มไหว
ละมุนละไมหอมพัดหนุนสู่ละมุนละไม
คว้างคืนไกลจินต์ร่างลอยคว้างคืน

หน้าหลังหอมตรึกตราทั้งหน้าหลัง
เร้นรื่นรั้งหอมเต้นรอเร้นรื่น
หยัดยืนท่ามหลงรัดยอมหยัดยืน
กรองกลืนกลิ่นหอมล่องคิดกรองกลืน


โดย: ญามี่ วันที่: 3 กันยายน 2554 เวลา:22:58:47 น.  

 
วันร้อนๆอาบน้ำแล้วนอนนะคะ..ฝันดีค่ะพี่โลกฯ



* เลวงวางตรวจ๔ *

สรรค์สื่อสุมอักษรจารจรแจ้ง
ปลื้มปรับแปลงเจตต์วัจน์เพิ่มพัฒน์พร่าง
รอยร้อยเรียงฝอยฟุ้งเจนจุ่งจาง
บทเบาบางพลิ้วไหวกวีไกวกล

รินรจเรขสมทบแลหลบหลัง
ฟากฟ้าฟังบรรเลงละเลงหล่น
จ่อมจิตจมเสพสิทธิ์เคลิ้มคิดค้น
หวานแว่ววนรัญจวนชายชวนเชย

พจน์พากย์เพียรเนานานเพลินพานพิศ
เสนอสนิทวรรณศิลป์ผลผินเผย
เลื่อมลายล่องร้อยรื่นเคียงคืนเคย
ฉมฉ่ำเฉยพินิจเชิญชิดชุม

เรืองเรืองรสเขียนบทถักถดถอย
เอมอิ่มอ้อยส้อยสมเกลียวกลมกลุ่ม
หลากลีลาหอมห่อกรายกรอกุม
เนียนนุ่มนุ่มอ่าโอ่เหลียวโล้แล

พจน์พลีพ้นหยาบหยันส่งสรรค์สร้าง
ขับขานข้างดื่มด่ำกล่อมกร่ำแก้
เรียงรสรวมจัดเคลื่อนเชิดเชือนแช
บทเบื้องบนกระแสพร้อมแพ้พอ


โดย: ญามี่ วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:20:16:26 น.  

 
หลับฝันดีค่ะพี่โลกฯ



* เลวงวางตรวจ ๒ *

รสร้อยเรียงฉันทลักษณ์เลือนหลักแหล่ง
ครื้นเครงคลาดหวิดแหว่งกลแกล้งก่อ
พจน์พากย์พลอยสลับแปรเคลียแค่คลอ
ตื่นตกตอหนอเราเรียบเร่าเร้า

เฟื่องฟุ้งเฟ้นฉันทลักษณ์จำจักจิต
มาดมั่นหมายนฤมิตชมชิดเช่า
เจตน์จดจารประเล้าประโลมน้าวโน้มเนา
ฝ่าฝันเฝ้าสำเร็จกฏเก็จกาญจน์

วากย์วัจน์เวียนชวนฉงนทอดทนท่วง
ระรวยรินถิ่นทรวงสู่สรวงสาน
ตามตรึกตราลานทองกล่อมกรองกานท์
มั่นหมายม่านเปรมโปรดอิ่มเอมอวล

แลลอยลำกำกับจะจับแจ้ง
กลไกลการณ์แถลงไขสดใสสรวล
ยิ้มแย้มยามกังสดาลเนานานนวล
แคว้งคว้างครวญอลังการ์พลันพาเพลิน

เบิกบานบ่มฉันทลักษณ์ให้หักหวน
แหนหวงหามวลมั่นเสกสรรเสริญ
หยุดยั้งเยี่ยมหรรษาโดยดาเดิน
คล้อยเคลียเคล้าหยอกเอินใช่เชิญชม


โดย: ญามี่ วันที่: 6 กันยายน 2554 เวลา:23:51:58 น.  

 
สวัสดีค่ะ กลับมาแล้วค่ะพี่โลกฯ เหนื่อยๆ อิอิ





* โคลงผวน๑ *

พลีแทน แผ่นที่ สร้าง............................สอนเสริม
แรงซัด ลัดแซง เติม..............................ตระหนักหล้า
มิตรค้าน ม่านคิด เหิม...........................หักบอก
ในครึ่ง หนึ่งใคร ช้า..............................ชักแล้วทำฉงน

ล้นเฆี่ยน เรียนค้น คิด...........................ความนัย
ผันเปลี่ยน เพียรปัน หทัย.......................ท่ามว้าง
สิ้นบัง สั่งบิน ขัย..................................ขานขื่น
พลันว่าง พรางวัน คว้าง..........................คิดบ้างในสรวง

เกิด,ร่วง กลวง,เลิศ นั้น..........................นับดู
สอนคิด สิทธิ์ค่อน พรู............................เพียบห้อม
ใดหัด ดัดให้ หู.....................................หันสนิท
ฤทธิ์คัด รัดคิด พร้อม..............................เพิ่มรู้อนันต์สนอง

ผองเริ่ม เพิ่มร้อง ไล่................................และถาม
เงียบยก งกเหยียบ ความ.........................เคลื่อนเร้า
ไม่รู้ หมู่ไล้ หวาม...................................แวดยั่ว จิตนา
รู้เถิด เลิศ “ทู้”เฝ้า..................................ฝากซึ้งเสริมศร

เกลียดย้อน ก่อนเหยียด คล้อย...................คืบตรอง
คลาด,ผิด,คิด,พลาด ครอง........................คู่ได้
ไม่หัด มัดให้ ผอง....................................ผลัดสลับ
โง่เหยียบ เงียบโย้ ไห้...............................หัดแกล้งโยกถวิล


โดย: ญามี่ วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:12:57:48 น.  

 
หลับฝันดีค่ะพี่โลกฯ
................................

ใกล้วันไหว้พระจันทร์แล้ว ...
มีโปรแกรมไปไหนกันบ้างไหมคะ?



* โคลงผวน ๒ *

เด่นเลือน เดือนเล่น พริ้ง..................แพรวหาว
พรายหมื่น พื้นหมาย ดาว.................ดาษครื้น
รางวับ รับวาง ขาว............................ขนานขนาบ
ล้วนจั่น รัญจวน ฟื้น..........................ฟ่องฟุ้งกระเซ็นหาย

สาดหาย ทรายหาด ริ้ว.......................เรียงทะยอย
หนามง่วน นวลงาม ซอย.....................ซึ่งซึ้ง
เฉือนดุจ ฉุดเดือน หงอย.....................เงยสนิท สนมเฮย
ฝันง่าย ฝ่ายงัน อึ้ง.............................แอบอ้อยส้อยหวัง

ฝั่งสรรค์ ฝันสั่ง เอื้อ............................อาทร
มิตรใคร่ ไม่คิด จร..............................จากแพร้ว
หาอ้าง ห่างอา วรณ์.............................วุ่นแวด หวานนา
โสมชัก ซักโฉม แคล้ว..........................คลาดคล้ายสนองสม

เสริมลม สมเริ่ม เรื้อง............................ราศี
ดาวหว่าง ด่างวาว มณี...........................ณ พริ้ง
เสี้ยวแรก แทรกเหลียว หนี.....................นัยสวาดิ
อ่อนศัพท์ อัปสร สะอิ้ง..........................อุ่นถ้อยอธิษฐาน

หวานหลง วงล้าน รอบ...........................เรืองโพยม
ในแอบ แนบไอ ประโลม........................ประณีตแก้ว
อ้อมกอด ออดกล่อม โสม......................เสริมกระหวัด
จองไพล่ ใจผ่อง แผ้ว............................ผ่านฟ้ากมลไหว


โดย: ญามี่ วันที่: 10 กันยายน 2554 เวลา:21:54:09 น.  

 


สวัดีตอนเย็นที่ไม่..เย็นค่ะพี่โลกฯ

* โคลงดั้นวิวิธมาลี *

หนาวลมแล้งสวาดิเอื้อ....................อุ่นไอ
นึกซึ่งซึ้งประโลมกมล.....................หมื่นห้อม
เหนือตะวันจักงำไหว......................วนวก
สวาทวาดพจน์พร้อมสร้าง................ส่งเสนอ

เหม่อวันวารรจเรขล้วน.....................ลือประโคม
อวลเอ่ยลำนำเสมอ.........................สบใกล้
จินต์ร่ายตื่นตามโสม........................โสตสดับ
หวานอุ่นโอบไล้ล้วน.........................ลื่อนถนอม

ผลพิศวาสเพลินแต่งต้อง...................ตรึงสรวง
ใจจักรจนาสรรค์หอม........................หัดชม้อย
ครวญถวิลคร่ำในหวง........................หันห่ม
อ้อนออดเรืองร้อยน้อม......................หน่วงไสว

หมายรูปปรารถนาพิลาสพร้อม............พรหวาน
หวามรสผ่องแผ้วใน..........................นิทรว้าง
ฉมดื่นดื่มด่ำผสาน............................ผนึกแน่น
รัตติกาลร้างรู้...................................ร่วมปรารถนา

เพราเพรงพากย์พ้นรุ่ง........................รอคอย
เบาเบี่ยงรังสิมันต์ลา...........................ลับแพร้ว
ปรับเปล่าเปลี่ยวเหงาหงอย..................เงยสนุก ครื้นเอย
รื่นหล่นคืนแกล้วกล้า..........................ก่อขนาน


โดย: ญามี่ วันที่: 12 กันยายน 2554 เวลา:16:00:06 น.  

 
ได้เวลานอนแล้ว...หลับฝันดีค่ะพี่โลกฯ



* โคลงดั้นวิวิธมาลี ๓*

ประจักษ์แจ้งรจเรขไว้...................หวานถวิล
เพียรวับจิตจ่อแจง.......................เจตต์รู้
หวังเกลากล่อมสร้างศิลป์............ศรีศักดิ์
รุกเชี่ยวเหลียวสู้ซึ้ง......................ซึ่งหวาม

หลากกระแสสินธุ์ออดว้าง............วกเวียน
แวดวัจน์วัฏฏะยาม.......................หยาดเฝ้า
ฝันฝากผลักใจเขียน.....................ขับกล่อม
วรรณวับหวานเร้าอ้อน.................อุ่นไหว

จินตนาการสร้างผ่อง-...................แผ้วขยาย
หอมกรุ่นกลิ่นแก้วไกล..................ก่อเกื้อ
มองฟากม่านมืดสยาย..................เยือนจับ
ฉมชุ่มอวลเนื้อเคลิ้ม.....................ค่ำเกษม

สวาดิจรูญจำรัสร้อย.....................รจนา
ปรนปรับอวลไอเอม......................แอบก้าว
รอบกาลใคร่หรรษา.......................ษมาปริ่ม
ประนังร่าเริงอะคร้าวอะเคื้อ.............คืบถึง

พิสมัยจิตพะนอกลิ่นไล้.....................ลมยอ
พานเสน่ห์เคลียเคล้าคลึง..................คาดฟุ้ง
ปรารถนาสัจจ์บทหนอ.....................เนตรสบ รอเฮย
พลิ้วพลิกพรั่งรุ้งล้อม........................เหลือบกราย


โดย: ญามี่ วันที่: 14 กันยายน 2554 เวลา:0:23:46 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่โลกฯ

.........................

สวัสดีวันร้อน ร้อน แต่ไม่ร้อน.. เธอ ค่ะ อิอิ



* โคลงห้าพัฒนา *

เคียงร่วมฟ้า...................ฟากโพยม
แจ่มจันทร์ประโลม..........แหล่งหล้า
จันทร์เลื่อนโฉม...............ฉายฉ่ำ
จวบร้างว้า......................วับมลาย

หมายแม้นคิด..................คอยถวิล
วิเศษปัถพิน....................เพิ่มครื้น
หลากสวยศิลป์................ศานต์สว่าง
โลกช้อยชื้น.....................ชักสมาน

ปานเคลิ้มคืบ..................เคลื่อนพรม
เอมอิ่มระดม....................ดาษแจ้ว
เกษมสรวลผสม................เสริมสวาดิ
เพลินแพร้วแผ้ว..................ผลักไหว

ไหลหล่นล้วน.....................ละเลิงหลง
ใจจ่อมจำนง......................แนบถ้อย
บนรอยประสงค์..................ส่งสนุก
หวามล้ำร้อย.......................เรียบสะสม

ลมแล่นเน้น.........................นัดพิสมัย
หลอมอาลัย.........................เหลือบเร้น
นัยปราศรัย..........................ศีตวาบ
ศุภแจ้งเว้น...........................วาดสวรรค์


โดย: ญามี่ วันที่: 16 กันยายน 2554 เวลา:13:08:50 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่โลกฯ

..........................

สวัสดีวันอาทิตย์ที่ร้อนๆอีกวัน
สงสารคบ้านจมน้ำจังเลย..เฮ้อ



* โคลงห้าพัฒนา ๓ *

มโหรีเตร่เต้น.................ตรึงตาม
หนาวเย็นยาม................ยั่นว้าง
พลิ้วแผ่วถาม..................ถึงสุข
ออดอ้อยอ้าง...................แอบหงอย

ผล็อยข้างขยับ.................เยือนยล
ลึกซึ้งวน..........................แวดล้อม
หลับใหลฝน.....................ฝากฉ่ำ
เพลงริ้วร้อย.....................เรียกหา ระรวยหา

ครามิติชม้อย....................มั่งหมาย
แสงจันทร์กระจาย..............จับหล้า
แววหวานปราย..................ปลื้มปรี่
นำพร้อยคว้า......................ค่ำหวัง

ฟังแผ่วเคลิ้ม......................เคียงดู
พลอยเพลินพรู...................เพิ่มอะคร้าว
หวามแลหรู........................ร้อยสนิท
อนันต์โน้มน้าว.....................เหนี่ยวพิสมัย

ฤทัยวูบเวิ้ง...........................หว่างชะลอ
วรรควาบทอ........................เทิดพริ้ง
กลิ่นหอมหนอ......................นัดเก็บ
ใจคล้ายทิ้ง...........................ทอดหวน ทางหวน


โดย: ญามี่ วันที่: 18 กันยายน 2554 เวลา:15:06:18 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่โลกฯ

ยังไม่ร้อนเลย พราะไทยไม่มีแดดหรือเปล่าหนอ...
น้ำเลยท่วมแล้วท่วมอีก



* กลบทกระแตไต่ไม้ *

(ซ้ำคำจาก ๓,๒,๑(หน้า-หลัง) ทุกวรรคสลับกันตลอด)

หนาวนัยนึกอื้ออึงคะนึงนึกนัยหนาว
หาจะสุดเอ่ยกล่าวผ่าวจะหา
ลาแล้วสิทธิ์หวานหอมคิดอำลา
คลายศรัทธาคราวตระหนักศรัทธาคลาย

ชอบแต่เชิญแรงรอนเฟ้นแต่ชอบ
สายไปแล้วคำตอบดูจะสาย
ปรายคราแปลบปวดเร่าแปลบคราปราย
พัวพันวายเวียนนึกศึกพัน,พัว

หน่ายดูรักคราวตรองรักดูหน่าย
คั่วรสร้อยหมายคลาดร้อยรสคั่ว
ตัวเหลือเพียงซาบซึ้งคราวเหลือตัว
เคียงเกรงกลัวคราวพบมาใกล้เคียง

เหน็บช้ำคำแคว้งคว้างคำช้ำเหน็บ
เลี่ยงแล้วเก็บทรวงสลายคิดแล้วเลี่ยง
เมียงความรักเคยหวามยามมองเมียง
ใจราญเสี่ยงระทดระทวยเสี่ยงราญใจ

รักสิบสูญมลายพลันไร้สิบรัก
ไหม้นัยหมักลืมกักมาพบไหม้
ในรอบโหรงเหว่ว้าโหรงรอบใน
ซมซานไปในเวิ้งอย่างซมซาน..


โดย: ญามี่ วันที่: 19 กันยายน 2554 เวลา:21:13:33 น.  

 
หลับฝันดีค่ะ ...ตื่นมาให้น้ำหายท่วมแล้วนะคะ


ท่วมในหนาวโลกทรุดหนาวในท่วม
ถวิลคิดร่วมมือร่วมคิดถวิล
บินหนีสิ้นมลทินหวังได้บิน
รอนร้าวผ่านจินต์ได้ผ่านร้าวรอน

สอยติดสรวงมืดดับมาติดสอย
หลอนค่อยคอยเข้าพรางร่างร้อยหลอน
นอน,นั่งยังดาษผ่าวยังนั่งนอน
เนาอยู่ร้อนราญรบพบอยู่เนา

ท่วมทุกข์ราวมากเหลือราวทุกข์ท่วม
เขลาสงบสวมโศกเศร้ายากสงบเขลา
เบาสิ้นสุขกระจายหมดสิ้นบางเบา
ยังอยู่อย่างเหงาหงอยเห็นอยู่ยัง

ฝันนิมิตจ่อมเหลือนิมิตฝัน
สั่งเหมือนลางวันดับตรึกตรองสั่ง
ฟังโลกร้อนส่งสารร้อนโลก,ฟัง
ชโลมหวังหยาดหยดไม่อุ่นชโลม

หนอคลาไคลกระบวนสลดผ่านปีหนอ
โหมฮึกเบาร่อยหลอเบาฮึกโหม
โครมคึ่กเสียงไล่ลับเสียงคึ่กโครม
จำประโลมสอนตนคิดประโลมจำ


โดย: ญามี่ วันที่: 20 กันยายน 2554 เวลา:21:17:05 น.  

 




โดย: ญามี่ วันที่: 22 กันยายน 2554 เวลา:0:34:29 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่โลกฯ


กลบทกินนรรำ



โดย: ญามี่ วันที่: 23 กันยายน 2554 เวลา:0:42:42 น.  

 
สวัสดีวันทำงานค่ะพี่โลกฯ



ขอทุกวันอย่าเป็นวันโกรธใครเลย..
........................

การโกรธกันใช้พลังงานมหาศาลนัก ทั้งอารมณ์ ทั้งการหายใจ ทำให้นอนไม่หลับ ความเครียดเข้าแทรก ธาตุไฟปั่นป่วน ความดันพุ่งขึ้น อาหารไม่ย่อย ยามหลับฝันร้าย ความคิดตกต่ำ การงานไหลลง สถิติติดลบ

ถ้าเลิกโกรธไม่ได้นานๆ อาจจะเป็น มะเร็งในอารมณ์

อเปหิความโกรธกันดีไหมหนอ?


โดย: ญามี่ วันที่: 27 กันยายน 2554 เวลา:15:05:24 น.  

 



สวัสดีวันพายุมาค่ะพี่โลกฯ



โดย: ญามี่ วันที่: 29 กันยายน 2554 เวลา:13:44:58 น.  

 
สวัสดีเย็นวันอาทิตย์ค่ะพี่โลกฯ ทานข้าวให้อร่อยนะคะ


อดีตกาลหอมเอยเกินเอ่ยฝัน
สวัสดิ์วันแสนเทวษเสเท็จถาม
คิดถึงเสียงกระซิบลับลิบยาม
ครื้น,เคลิ้ม,คุ้นในความมองตามตรึง

ประหนึ่งลำนำฝันรำพันหา
ปรารถนาทุกอารมณ์ระดมถึง
รับรู้ทั่วหัวใจไฉนคลึง
สำนึกซึ้งค่อยโหมประโลมลง

งามเงียบในความเหงาที่เฝ้าอยู่
ความรู้สึกพ้นผ่านประสานประสงค์
สัญจรแห่งอาวรณ์คิดอ้อนคง
แผ่วบทเพลงลอยหลงประจงจาร

เนิ่น..นาน..ยาวสะท้อนร้ายรอนเร่า
บทบรรเทาร่ำไรหว่างไหวพล่าน
ระโหยหาระงมอารมณ์วาร
ก้องราวปานจินตนาลับลาไกล

หมอกบางเบาลอยกรอชะลอส่าย
เงาเหงาหงอยอออายมิกลายไหว
อดีตกาลเลื่อนลอยค่อยค่อยไป
หนึ่งในใจจ่อมจมตามลมเลือน


โดย: ญามี่ วันที่: 2 ตุลาคม 2554 เวลา:20:42:15 น.  

 


สวัสดีเย็นวันอังคาร ทานข้าวให้อร่อยนะคะพี่โลกฯ


โดย: ญามี่ วันที่: 4 ตุลาคม 2554 เวลา:19:36:21 น.  

 
อากาศเริ่มเย็นอย่าลืมห่มผ้านะคะ...ฝันดีค่ะพี่โลกฯ




กาพย์สุรางคนางค์๓๒

คราบถ้าล้างมลาย................ชื่นคงกลับชาย
ให้ทรวงไร้ระคาย...................หมดขุ่นขมเบา
อารมณ์เป็นสุข.......................ปรับปลุกลบเหงา
วังเวงบรรเทา..........................กลายสงบหลับเพลิน

หากล้างโมหะ..........................เริงร่าชัยชนะ
ทุกครั้งทุกขณะ........................เรื่องรอนหมดเหิน
จัดจินต์ไกลขม........................ระทมคงเขิน
หมดทางมาเดิน......................ฉายยิ้มอวดเรา

เรียนรู้การวาง.........................รู้ชัดจัดทาง
ทุกข์หรือขมขวาง....................ระงับรู้ดับเพลา
วันคืนมีสติ.............................สมาธิคอยเกลา

ปล่อยใจว่างเปล่า......................ท่ามมรสุมลง

ทุกอย่างมองคิด.........................ค่อยไปแต่นิด
ใช้ใจกุมชิด................................ย่อมพ้นในหลง
ความเหนื่อยกระจาย..................วุ่นวายไม่คง
ปรีดิ์เปรมนัยประสงค์...................สุขได้เนินนาน

ระแวงหมั่นคอยปลด.....................ประจงเวียนส่งพจน์
แต่งามไร้สลด...............................ย่อมชื่นหลายสถาน
ทุกข์ร้อนลบไล่..............................เจ็บไข้หมดสราญ
ไม่คิดเวียนวาร..............................สุขจะถาวร


โดย: ญามี่ วันที่: 7 ตุลาคม 2554 เวลา:23:20:34 น.  

 
ขอให้น้ำลดไวๆนะคะ...ฝันดีค่ะพี่โลกฯ


กาพย์สุรางคนางค์๓๒

นับอณูรอนสารพัด...................ธรรมชาติแจงจัด
ให้ลมพาพลัด...........................ได้เห็นพบเจอ
บ้านเรือนจ่อมจม.......................ระทมถึงละเมอ
คืนวันหมองเหม่อ........................วิกฤตพรั่นพรึง

ขอบเขตธรรมชาติ.........................ถึงคราวพินาศ
อุทกภัยคราพาด............................ให้ตรมตราตรึง
นาทีชีวิต........................................หมดทิศคำนึง
ก่อนสิ้นตะลึง.................................จำคว้าสิ่งลอย

อ่อนล้าคลาไคล..............................สูญสิ้นทางไหว
คิดเร่งหนีใด...................................ล้วนสุดทางถอย
สะอื้นกลืนน้ำตา.............................คืนผวาเคียงคอย
กระแสโศกสร้อย.......................คืบใกล้เข้าขวาง

พรั่นหวาดคลื่นซัด......................ดุจล้อมหมายกระหวัด
เข้ามาโอบรัด.............................ขับขื่นครวญคราง
เหลียวทั้งซ้ายขวา......................ข้างหน้าสายกลาง
ต่างมัวเลือนราง.........................ใกล้แล้ว..ขาดใจ

นิจจาความขม............................เจือจิตคอยผสม
ร้าวรานต่างระดม........................รับไหม้มลายไกล
สิ้นแล้วสวรรค์สวาท.....................อำนาจเทพไท้
สูญสลายทางไสว........................มีแค่แววประหาร


โดย: ญามี่ วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:20:33:55 น.  

 
หลับฝันดีค่ะพี่โลกฯ




~โคลงสามสุภาพ~

โปรยดอกฝนละอองสาย..............บรรจบปลายใคร่คว้าง
ดอกหนึ่งหลงเลือนร้าง.................ผ่านฟ้าหงอยเหงา

ม่านหมอกล่องลอยเบา.................หันเหเกลาโสรจหล้า
ดวงเด่นยังลอยฟ้า.........................เลื่อนซ้อนประกายหมอง

ผืนนภาวังเวงครอง........................ขมทำนองหม่นเศร้า
พิศหวั่นวับวอมเย้า........................ยั่วแล้วเลือนถอย

หว่างกระซิบนัยคอย.....................แว่วเวียนรอยวกข้อง
ตาเงียบประสบพ้อง......................จิตเว้นมองสมัย

เพียงหยาดซับขวัญหทัย.................แนวสงสัยลากล้ม
รอนะใจยังก้ม.................................ย่ำเวิ้งรอคอย


โดย: ญามี่ วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:22:50:17 น.  

 
เมื่อน้ำมายุง เชื้อโรคคงเยอะ ระวังสุขภาพหน่อยนะคะ

หลับอย่างมีความสุข..ฝันแต่วันน้ำลดนะคะพี่โลกฯ



~โคลงสาม~

วันคืนแห่งสายฝน...............สบว่ายวนแวดล้อม
วัฏฏะแปรเปลี่ยนพร้อม.........จิตต้องมองเห็น


อนาถกับลำเค็ญ..................มองเห็นเพ็ญสว่างฟ้า
วิชชุครืนคร่ำหน้า..................เหนื่อยร้าวไฉนเหมือน


วังเวงคราโสมเลือน................ทะยานเคลื่อนบอกรู้
เงียบสงัดยากกล่อมกู้.............ข่มร้ายคราเหงา


รอเรื่ออรุณแผดเผา...............ให้น้ำเบาเหือดแห้ง
ลมเอ่ยจงจดแจ้ง...................เหตุนี้หวั่นไหว


จ่อมจมในน้ำไกล...................มอดหัวใจสุดยั้ง
ใครเล่าจะมารั้ง......................รับรู้ช้ำหา



โดย: ญามี่ วันที่: 11 ตุลาคม 2554 เวลา:23:18:35 น.  

 
สวัสดีตอนเย็นที่ฝนเริ่มลงค่ะพี่โลกฯ


เพื่อนทั่วไป . . . ไม่เห็นคุณร้องไห้ เพื่อนแท้ . . . มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาให้ เพื่อนทั่วไป . . . ถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ เพื่อนแท้ . . . จะมาแต่หัววันเพื่อช่วยเตรียมงาน เพื่อนทั่วไป . . . คาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขาเสมอ เพื่อนแท้ . . . คาดหวังที่จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป
สร้างกริตเตอร์
| .postjung.com">ฟังเพลง | ดารา | เกมส์


โดย: ญามี่ วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:17:45:56 น.  

 
หลับฝันดีนะคะพี่โลกฯ




โดย: ญามี่ วันที่: 16 ตุลาคม 2554 เวลา:0:54:30 น.  

 
หลับฝันดีค่ะ พี่โลกฯ
ขอให้บ้านได้เขตรัฐช่วยดูดน้ำให้นะคะ



ขอองค์พระประทานพรอย่าร้อนรุ่ม
ช่วยคลายกลุ้มเวียนวงในสงสาร
ให้เย็นชื่นในทรวงรอดบ่วงมาร
ไร้ไฟผลาญให้ระอามรรคาใจ

ความเป็นจริงปรากฏเป็นบทสอน
น้ำคะนองตอนตื่นยากฝืนไหว
ได้รู้เห็นเช่นทุกข์มาปลุกใด
ยากทำใจกับนิ่งประวิงเย็น

ในวุ่นวายหากเงียบค่อยเลียบคิด
ตรองตามติดประสานในการเห็น
ต้องมีผลปรากฏในบทเป็น
ใช่ลำเค็ญขาดทางดูว่างวาย

ประจักษ์ขื่นแจ้งใจยากไถ่ถาม
ทุกทุกความในการณ์สถานหาย
ล้วนแต่มีที่มาปัญหากลาย
เวลาหมายใช่มั่นมาสรรเรียง

ทุกอย่างโลกแปรเปลี่ยนยามเวียนหา
ในศรัทธาคล้ายยื่นแต่คลื่นเสียง
น้ำโหมมาแล้งนานมาผ่านเคียง
รู้ในเบี่ยงโลกแปรให้แก้พลัน


โดย: ญามี่ วันที่: 20 ตุลาคม 2554 เวลา:23:10:50 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่โลกฯ



โดย: ญามี่ วันที่: 22 ตุลาคม 2554 เวลา:0:11:48 น.  

 


สวัสดีค่ะพี่โลกฯ มีความสุขในวันหยุดมากๆนะคะ


โดย: ญามี่ วันที่: 23 ตุลาคม 2554 เวลา:16:30:12 น.  

 


แม้นว่าพรุ่งนี้ยังมีน้ำ..ท่วม แต่ถ้าเราอดทน
อดทน และอดทน เราก็จะผ่านไปได้ดัง..อดีตอีกหน
ฝันดีค่ะพี่โลกฯ


โดย: ญามี่ วันที่: 24 ตุลาคม 2554 เวลา:22:42:54 น.  

 


หลับฝันดีค่ะพี่โลกฯ

~กลบทก้านต่อดอก~

จันทร์ลดเลื่อนวังเวงเกินจินต์ถวิล
หมายสุบินลืมหมองสงสัยขัย
เมื่อยล้าเหนื่อยนานฝันอาลัยวัย
เหมือนหทัยผูกจิตคิดร่ายชาย

จันทร์พิศวาสสลบไสลอาบองค์หลง
เร้นประสงค์กลบกลัวพรรณรายหาย
เหมือนทุกข์ยามสุดแล้วเคียงคลายปลาย
เรื่องชื่น,วาย ยุคเข็ญขับปร่า,ล้า

จันทร์เรืองฤทธิ์เรียงร่ายเจือสรรค์ฝัน
มณฑาพันหอมให้หรรษาหา
พิสมัยนัยฝันปรายเปลี่ยวมาพา
ให้อุรารับเรียกสนิทในใจ

จันทร์ประเวประวิงเหมือนอารมณ์สม
ไร้รอยตรมชวนสนิทสนมไวไหว
ได้ยิ้มอิ่มเอี่ยมเทียบเทียมในใจ
หอมไม่ไกลแกล้งรำบายลอยคอย

จันทร์กระจ่างแจ่มจรัสถึงหันฝัน
เป็นของขวัญปริศนาให้สอยบ่อย
สนิทในหลงใหลหทัยปล่อยปรอย
ลืมชื่นช้อยตะลึงตะไลร่ำคำ


โดย: ญามี่ วันที่: 6 พฤศจิกายน 2554 เวลา:23:09:29 น.  

 
หลับฝันดีนะคะพี่โลกฯ



โดย: ญามี่ วันที่: 15 พฤศจิกายน 2554 เวลา:18:47:29 น.  

 
อาการไข้ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ขอบคุณกับความห่วงใยนะคะ...ฝันดีค่ะพี่โลกฯ



ในบางห้วงขณะคิดพิชิตมาด
บางอำนาจไกลเกินจะเชิญฝัน
บางช่วงหวังเสพชื่นแห่งคืนวัน
เหมือนโลกบังสรวงสวรรค์ให้หลั่นพาน

บางบาดแผลวาดหวังจะสั่งหาย
กลับมลายเร้นลับเกินนับผ่าน
บางอารมณ์จมลึกแต่นึกวาร
กับเถ้าถ่านควันเพลิงยุ่งเหยิงลวง

บางมรรคาตรึกลึกให้นึกหนาว
ทุกทุกห้วงยามก้าวช่างร้าวช่วง
เหมือนไร้สิ้นไร้มีในที่ปวง
เหมือนหนักถ่วงในฤทธิ์ยามคิดไป

บางความคิดแค่นึกเกินตรึกได้
เหมือนลมไหม้หางควันยากกลั้นไหว
บางกำหนดกฏเกณฑ์ไม่เอนใคร
รับรู้ใคร่สัมผัสกลับพลัดตา

บางกำเนิดยาวไกลเกินใฝ่หวัง
เดียวดายนั่งจองรอชะลอหา
ระบมลึกโศกรำพันได้สรรค์มา
โลกอำพรางเจรจาเมินลาจริง


โดย: ญามี่ วันที่: 25 พฤศจิกายน 2554 เวลา:1:28:26 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่โลกฯอากาศเย็นๆน่านอนจัง อิอิ


~กลบทอักษรบริพันธ์~

หนาวรัตติกาลพัดค่อยเอื่อยเข้าหา
อวลขับหอมทั่วหล้าแผ่วพรมไหว
ผ่านพานเวิ้งรำบายเคล้าร่ำไร
เคลิ้มรอยร่ำกล่อมไปในปฐพี

นานปานพลัดนัดหาโลกความฝัน
เลื่อนคำฝากฉับพลันคล้ายร่นหนี
คอยเรียบนานรำพันหาวที่มี
ให้ทาบเหมือนลึกฤดีหวนครวญคราง

หอมเคลื่อนคลุมทั่วทางตามไม้โยก
ตรึกหมองยามวิปโยคไม่ตรวนต่าง
มองตรมติดพินิจทั่วทุกทาง
ทอดทาบเทียบเคียงพรางยะเยือกใจ

ยามหยาดจินต์โบยบินท่ามเหว่ว้า
ทอดเวียนหวามเอกาช่างแปลกไฉน
ช่วงปลายหนาวล่วงกาลสัญจรไกล
สุมจิตกล่อมกลใดใครวาดการณ์

เคียงวาบกรุ่นละเมอนำพาหวัง
นึกเพลินวกคืนนั่งมองประสาน
เหมือนปรายสุขคราเคลิ้มเสริมสำราญ
สู่สรวงร่ายสะพานคืนฝันเวียน


โดย: ญามี่ วันที่: 3 ธันวาคม 2554 เวลา:14:45:16 น.  

 


สวัสดีวันทำงานค่ะ เริ่มเย็นๆแล้ว อย่าลืมระวังสุขภาพนะคะพี่โลกฯ

~กลบทอักษรบริพันธ์~

อรุณสวัสดิ์ลมหนาวที่ก้าวผ่าน
ท่ามกาลผันความเย็นที่เห็นก่อ
ท่องห้วงไกลยะเยียบที่เลียบคลอ
ทางแหล่งเคียงชะลอละออตา

ละไอตามแผ่วโรยระโหยล้า
เรียงห้อมลับศรัทธาปรารถนาหน้า
ปลื้มนำน้อมบันดาลวิมานฟ้า
หวานเมียงฟากลมพาดอกหญ้าจร

ดื่มญาณจินต์รินไหลอ่อนไหวกล่อม
อกเวียนกลางทะเลเฝ้าเห่สอน
ใฝ่ให้เสริมลีลาจินตนาพร
ใจนึกเพลินอาทรแรมรอนพราง

ร้อยเรื่อยพรายเชื่อมสีบทกวีหวาน
บนแวดวาวสำราญสนุกสนานสร้าง
นึกนึกสู่ลีลาเสน่หาบาง
น้าวห้วงบทกวีกว้างให้ต่างตรึง

ห้วงตามติดสวาทราววาดฝัน
รุ้งแวดฝากกลุ่มวรรณมาสรรค์ทึ่ง
มองสื่อท่ามสายลมที่กลมกลึง
ท่วงใกล้กรายตะลึงเกิดซึ้งพาย


โดย: ญามี่ วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:12:37:50 น.  

 
สวัสดีค่ะ5555วันนี้สู้หนาวคงสบายมาก
เพราะมีทั้งผ้าห่มสองผืนคนขายแกว่า
ต่อให้แค่5องศายังสู้ได้สบายมาก
อิอิ เลยแพงหน่อยแต่คุ้มหนาวค่ะ
อีกทั้งมี่ปิดหน้าต่างประตูแล้วพันด้วย
เอ้ยไม่ใช่!!ติดด้วยกิ๊ปค่ะ(คนแก่เขาสอนมาค่ะ อิอิ)
X’mas ค่ะขอพระเจ้าปกป้องพี่โลกฯนะคะ




ภาพเขียนสีโบราณ
กังวานครวญสวนทิพย์ยะเยือกหนาว
เกสรแก้วแพรวพราย

ผีเสื้อฉลุลาย
ด้วยผ่านเวียนห้วงน้ำกาลไกล
บอกเล่าละครวาร

กวีนิพนธ์เขียน
ณ มุมหนึ่งที่วาดปรารถนา
เภตรากาลสรรพสิ่ง

วันรุ่งคริสต์มาส
ให้พานพบโชคเสน่หา
ทุกสิ่งเหมือนอาทร

ระฆังกังสดาล
โชติช่วงหวังหวานแห่งดวงดาว
ผ่านกาลภิรมย์มา..




โดย: ญามี่ วันที่: 24 ธันวาคม 2554 เวลา:21:37:47 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่โลกฯ
ขอกุศลผลบุญฝ่ายดี
ดลให้ทุกท่านพ้นทุกข์ปีใหม่นะคะ



ตรึงตราอธิษฐาน
หมายนฤมิตมากำหนด
จารจรดวรรณกานท์ศิลป์

รุ่งแล้วสำเร็จโชค
สรรรินรจเรขไว้บูชา
ร่วมสร้างนิจนิรันดร์

จินตนาการไป่สิ้น
หลากพรหวังร่ายไว้วัจน์เวียน
สืบค่าล้ำพรรณนา

วาดพรประจักษ์แจ้ง
ให้สุกใสเจนใจห่อนเว้น
รื่นนี้นิรันดร

จากใจไป่ร้างร้อย
หมายวาดเวียนจ่อจินต์เขียนคิด
สุขสงบจงเรืองรอง


โดย: ญามี่ วันที่: 27 ธันวาคม 2554 เวลา:20:45:52 น.  

 
ในปีใหม่2555นี้ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่สุข,ลาภ,ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บนาๆด้วยเทอญ



ขอปีใหม่ปรากฏ
อารมณ์สมานสรรพสิ่งผล
จ่งได้ปรารถนา

ให้เงินตราโปรยปราย
อีกทองคำร่วงหล่นลานบ้าน
เขนยเลยหลับพลันมา

ทุกที่ทุกแห่งหน
วิไลลักษณ์พิสมัยให้โอบกอด
มิตรสหายเปล่งปลื้มจิต

กับแกล้มคาวหรือหวาน
เชิญเถิดเลือกตามใจมองเห็น
หอมสราญทั่วแดนดิน

ให้ประสงค์ซ้ายขวา
เปิดม่านพบพิสุทธิ์วิจิตร
นิรมิตดังปอง...เทอญ


โดย: ญามี่ วันที่: 30 ธันวาคม 2554 เวลา:21:37:42 น.  

 
สุขสันต์วันตรุษจีนค่ะพี่โลกฯ





โดย: ญามี่ วันที่: 22 มกราคม 2555 เวลา:14:10:05 น.  

 
สวัสดีวันแห่งความสุขอีกวันนะคะพี่โลกฯ




สรรเสกมิตรประจักษ์แจ้ง...............จากทรวง
เก็บบุปผาชาติเฉกดวง...................ด่ำล้ำ
สะพานเรืองรุ่งทอดสรวง.................เสนออยู่
ขวัญหอบหอมเฉกน้ำ.....................เหนี่ยวไว้นานหวาน

พานไมตรีมิตรแก้ว.........................กล่อมหฤทัย
ให้โชคแลพรชัย..............................ชัดแจ้ง
ตราบชีพลับดับขัย...........................ขนานขนาบ
ว่าชื่นมิมีแสร้ง................................สืบสร้างกาลฝัน

ขวัญนี้จะไป่ร้าง...............................รจนา
เทพมอบสิ่งศรัทธา...........................ธเนศให้
จักสรรแบ่งมิตรหา...........................หวงสุข
ตราบโลกสิ้นจักใช้...........................ช่วงรั้งวัจน์เขียน

เวียนตรุษจีนผ่องแผ้ว........................ผลคะนึง
ดลซึ่งซึ้งตราตรึง..............................แต่งหุ้ม
มองหาวท่ามถามถึง..........................ถิ่นวับ หวานแฮ
อวลอุ่นอิงแอบอุ้ม.............................ออดฟ้าประคองหวัง

ฝั่งนี้ขอส่งพร้อม...............................พรดี
ให้พี่,เพื่อนไมตรี...............................ตื่นพร้อม
รับพรตอบท่วงที................................ทอทัก
หอมเมื่อกรุ่นกลิ่นห้อม.......................หอบร้อยเขษมศานติ์


โดย: ญามี่ วันที่: 24 มกราคม 2555 เวลา:16:40:27 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่ ที่แวะอ่าน


โดย: ญามี่ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:43:18 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

โลกของหนึ่งคน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




free counters
Friends' blogs
[Add โลกของหนึ่งคน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.