มะลิป่าดอกน้อยกลิ่นหอมละมุนใจ<
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
13 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
รักแรกลุ้น.. ละมุนใจ ตอนที่ 2

อาทิตย์รับผ้าขนหนูมาจากหญิงสาว เช็ดหน้าตา เช็ดผมที่ยุ่งและเปียกไปด้วยน้ำ เขาเดินไปนั่งที่ศาลาแปดเหลี่ยม

“อะไรกัน ไอ้อิส แกมาอยู่ที่บ้านข้าได้ไงเนี่ย แถมยังกลายมาเป็นหนูนิดเด็กรับใช้อีก ” เขาถาม
“นี่บ้านแกหรือ ไอ้อา..ฉันจะไปรู้ได้ไง..อ๋อ! แกเองเหรอ ลูกชายคนกลางของคุณแสง” หญิงสาวถามกลับ
“ เออ แล้วนี่แกคิดยังไงถึงได้มาเป็นคนใช้ล่ะ คุณนายอารีตัดค่าขนมหรือไง” คุณนายอารีที่เขาเอ่ยถึงก็คือแม่ของหญิงสาวนั่นเอง
“เปล่าสักหน่อย ฉันก็ทำงานทุกซัมเมอร์อยู่แล้ว แต่ปีนี้พิเศษหน่อย..ถึงได้มาเป็นคนใช้ไง ..แต่ไหงถึงมาเป็นคนใช้ของคุณเอ็งได้วะ”

“แล้วแกบอกแม่ยังไงถึงได้รับเนี่ย” เขาถามด้วยความสงสัย เพราะแม่เขามักจะหาเด็กนิสัยดี
ที่ลำบากทางการเงินเพื่อช่วยเหลือพวกเขามากกว่าที่จะเป็นนักศึกษาปริญญาตรีที่เรียนเก่งขนาดเพื่อนๆ
ยังลงความเห็นว่ามันต้องจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งแน่ๆ แถมที่บ้านมันก็มีฐานะเป็นที่รู้จักในจังหวัดกระบี่
เพราะร้านของคุณอารีในตอนนี้ถือได้ว่าเป็นศูนย์เสริมความงามที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมากในจังหวัด

“จริงๆ แล้วฉันมาแทนยัยก้อยเด็กข้างบ้านหรอก..แค่สองเดือนช่วงซัมเมอร์นี้ล่ะ...แล้วก็บอกคุณแสงไปว่า..จบภาคบังคับแล้วเท่านั้น
..แกต้องเก็บเรื่องของฉันเป็นความลับนะ ห้ามบอกใครเด็ดขาด ไม่งั้นฉันจะไม่พูดกับแกเลยไอ้อา” หญิงสาวรีบขู่เพื่อนเพราะเธอกลัวจะถูกไล่ออก
“เออ ข้าไม่บอกใครหรอก ดีเสียอีก จะได้เจอแกทุกวันเหมือนตอนอยู่มหา’ลัยไง เย็นนี้ไอ้อาร์ต ไอ้โอ ก็จะมา
คงจะดีใจที่ได้เห็นหน้าแก ..ครบแก๊งค์เลยแฮะ”อาทิตย์พูดอย่างอารมณ์ดี เขาเป็นคนเปิดเผย
คิดยังไงก็พูดอย่างนั้น ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เพื่อนๆ รักเขา

“เฮ้ย! ฉันมาทำงานนะโว้ย...จะเล่นสนุกไปวันๆ แบบพวกแกไม่ได้” นิดแกล้งโวยวายกลบเกลื่อนความดีใจที่จะได้เจอเพื่อน
“นี่..ขึ้นเสียงกับเจ้านายได้ไงวะอิส เดี๋ยวก็หักเงินเดือนซะหรอก” อาทิตย์พูดยั่ว
“เออ..ไอ้อา แกน่ะ ตราบใดที่เรียกฉันว่าไอ้อิส ฉันก็จะถือว่าแกเป็นเพื่อน
เพราะฉะนั้นฉันไม่กลัวแกหรอก...อีกอย่างคนจ่ายตังค์น่ะ คุณแสงต่างหาก”

“เฮ้ย! แต่ข้าก็ลูกแม่นะ” อาทิตย์โวยวายบ้าง
“ไม่รู้ล่ะ อ้อ! อย่าลืมกำชับไอ้สองคนนั้นด้วยล่ะ อย่าเผลอไปพูดมากเข้า เดี๋ยวฉันก็อดได้มือถือเครื่องใหม่พอดี”
อาทิตย์ทำตาโต “อ้าว! ไหนบอกว่าทำงานแทนเด็กข้างบ้านไง ในที่สุดก็เผยไต๋จนได้ นี่แกอย่าบอกนะว่า มาทำงานหาเงินซื้อมือถือ”
“เออ” ตอบสั้นๆ แต่ทำให้อาทิตย์หัวเราะก๊ากใหญ่

“ไอ้แก่รวนล่ะสิ คุณนายอารีก็นะ สอนลูกดีจริงๆ ให้ทำงานหาเงินซื้อของเอง ข้าล่ะนับถือแม่แกจัง “
ลูกสาวคุณอารีได้แต่นั่งทำหน้ามุ่ย “แกก็ทำบ้างสิ”
"ไม่เอา..ยังขี้เกียจอยู่ แล้วก็..ยังไม่อยากได้อะไรใหม่ด้วย..ยังไงก็ขยันทำงานล่ะ หนูนิด”

อาทิตย์หัวเราะชอบใจ รีบเดินออกมาก่อนที่จะมีวัตถุมวลหนาแน่นลอยตามมาด้วยน้ำมือของเพื่อนรักหรือคนรับใช้คนใหม่ของบ้านเขา

“หัวเราะร่วนเชียว อารมณ์ดีอะไรน่ะกลาง” ตะวันเอ่ยถาม “แล้วนั่นไปเปียกอะไรมา”
“โดนฤทธิ์หนูนิดน่ะพี่ ..น่ารักดีนะ ขำดี” ว่าแล้วก็หัวเราะชอบใจ เดินเข้าไปในบ้านปล่อยให้พี่ชายยืนงงอยู่
“เฮอะ..รู้สึกใครๆ ก็ชอบใจเธอเหลือเกินนะนิด ..” ตะวันพูดกับตัวเองพร้อมจุดรอยยิ้มบนใบหน้า เมื่อได้ยินเสียงเพลงดังมาจากในสวนอีก

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
อย่างนี้ยิ่งลำบาก ถ้าปิดปากมันไม่ดีมีหวังเป้าหมายมือถือเครื่องใหม่คงจะฝันสลาย แล้วอาจจะทำให้ก้อยต้องลำบากอีก
อุตส่าห์ทำตัวเป็นปกติให้เหมือนกับเด็กต่างจังหวัดธรรมดาที่ต้องการเข้ามาหางานทำในกรุงเทพเพื่อช่วยที่บ้านแล้วนะ
หากคุณแสงหรือคุณโตรู้ว่าความจริงแล้วเธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยและก็ไม่ได้มีฐานะยากจนอย่างที่ทั้งสองคิด คงจะไม่พอใจไล่เธอออก อนาคตการงานของก้อยก็อาจจะชวดไปด้วย

ก็ใครจะไปคิดล่ะว่าโลกจะกลมได้ขนาดนี้ คุณกลางคือนายอาทิตย์ หรือนายอาแห่งกลุ่มตัวอ.
กลุ่มเพื่อนซี้ที่เรียนด้วยกันในมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่งทางภาคใต้

กลุ่มเพื่อนซี้มีด้วยกัน 4 คน นั่นคือ เธอซึ่งมีชื่อจริงว่า อิสรี อาทิตย์ ปวัน และภัคพล
เพราะในกลุ่มจะเรียกชื่อตัว อ. กัน เป็น อิส อา อาร์ต โอ

ขณะที่คิดอะไรเพลินๆ เสียงเรียกจากอาทิตย์ทำให้เธอตื่นจากภวังค์ อาทิตย์กลับมาในชุดใหม่ที่สะอาดตา
“ไอ้อิส นั่งเหม่อถึงใครวะ เรียกตั้งนาน”เขาเข้ามานั่งใกล้ๆ อิสรี
“ก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ แกมีอะไรเหรอ”
“คือ จะมาบอกหนูนิดให้ช่วยเตรียมขนมนมเนยสำหรับ 4 คนให้หน่อยน่ะ”อาทิตย์ทำเสียงล้อเลียนหน้าทะเล้น
“ค่ะ คุณกลาง” อิสรีรับคำพร้อมค้อนวงใหญ่ให้เพื่อน

“พวกไอ้อาร์ตคงตกใจน่าดูที่เห็นแกสภาพอย่างนี้ เออ! นี่แกไปตัดผมมาเมื่อไหร่น่ะ”เขาถามเรื่องผมเหมือนเพิ่งสังเกตเห็น
“ก็ตั้งแต่ปิดเทอมแหละ อากาศร้อน ฉันรำคาญก็เลยตัดซะ เบาหัวดีด้วย”อิสรีลูบผมตัวเองสีหน้าบ่งบอกถึงความสบายใจ
“ข้าเสียดายแทนว่ะ ผมยาวแกจะได้เหมือนผู้หญิงบ้าง ผมสั้น ยังกะทอมแน่ะ” ไม่พูดเปล่า มือจับหัวเพื่อนโยกไปมา
“ไอ้นี่..ถึงไงฉันก็เป็นผู้หญิงอยู่ดี..ไม่เห็นเหรอ เรื่องงานบ้านงานเรือนฉันเก่งแค่ไหน”เธอโต้ตอบเสียงเข้ม แต่ไม่จริงจังมากนัก เพราะว่าซี้กันมานานถึงสามปีทำให้ต่างก็รู้ดีถึงการกระทำและคำพูดว่าแฝงความนัยอย่างไร
“เออ..ข้าเชื่อ แกเก่ง ไม่งั้น ทั้งแม่ ทั้งนายเล็กคงไม่ออกปากชมหรอก”
“แหงล่ะ..ฉันบอกแกแล้ว อิสรีเสียอย่างสบายไปสิบ” พูดจบก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
อาทิตย์ยิ้ม...ส่ายหัวช้าๆ กับความทะเล้น สดใสของเพื่อน...เพื่อนคนพิเศษคนนี้

“ว่าแต่ แกไม่คิดจะเล่าหน่อยเหรอ ว่าไปไงมาไง ถึงได้กลายมาเป็นหนูนิด เมทพิเศษบ้านข้าได้เนี่ย”เขาถามด้วยความอยากรู้
“เรื่องมันยาว แกอยากฟังเหรอ”อิสรีตอบกลับด้วยสีหน้าทะเล้น
“เออ เล่ามาเถอะน่า”
“เรื่องมันเริ่มตั้งแต่วันที่แกส่งข้อความไปให้ฉันหลังแยกย้ายกันกลับบ้านนั่นล่ะ”อิสรีเริ่มเล่าเรื่อง
“เฮ๊ย! แล้วข้อความข้าไปเกี่ยวอะไรกับการที่แกมาเป็นคนใช้วะ”
“แกนี่ จะฟังหรือเปล่า อย่าเพิ่งขัดสิ ก็เพราะว่าไอ้แก่มันรวนสิ ฉันตั้งใจจะกดอ่านข้อความแต่มือถือมันไม่ทำงาน
กดปุ่มไม่ลงซะงั้น ฉันเลยถวายเคาะมันไปหลายที จนกดปุ่มลง พอจะตอบข้อความก็รวนอีก”
“แกก็เลยถวายเคาะไอ้แก่จนตอบข้อความข้ามาได้เหรอ สาธุจริงๆ น่าสงสารไอ้แก่คงได้ตายคามือแกแน่” อาทิตย์อดไม่ได้ที่จะแซวออกมา
“เออ! มันก็ตายจริงๆ แหละ นิ่งสนิทเลย ที่ร้ายนะ แม่เข้ามาเห็นพอดี ฉันโดนสวดยับเลย ว่าไม่รักษาไม่ถนอมของเลย
โทรศัพท์นะไม่ใช่ต้นกล้วยที่แกไปเตะต่อยทุกวัน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” อาทิตย์ขำก๊ากเมื่อเห็นเพื่อนสาวล้อเลียนท่าทางของแม่ตัวเอง เขาเคยไปเที่ยวบ้านเพื่อนสาวที่กระบี่เคยเห็นหน้าคุณอารีมาแล้วก็พอจะนึกออกว่าเหตุการณ์นตอนนั้นเป็นอย่างไร
“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยแก ฉันน่ะ เกือบตาย โทรศัพท์เจ๊ง อุตส่าห์อ้อนขอแม่ให้ซื้อเครื่องใหม่ให้ก็ไม่ได้
เลยต้องมานั่งทำงานงกๆ หาเงินซื้อเองไงล่ะแก พอดีกับที่ป้าพัชขอให้แม่ช่วยหาเด็กทำงานบ้านให้ แม่ว่าจะส่งก้อยมา แต่น้ากุ้งแม่ของก้อยล้มป่วยเสียก่อน ฉันเลยต้องมาทำแทน แม่บอกว่า ได้ผลประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ฉันก็เลยตกลงแล้วก็มาอยู่ที่นี่ไงล่ะ”

“สุดโหด นี่คุณนายอารีเคี่ยว ขนาดนี้เลยเหรอ จริงๆ ฐานะอย่างคุณนายอารี แค่มือถือเครื่องเดียวก็น่าจะซื้อให้ลูกได้นี่นา”

“ไม่หรอกแก ฉันเข้าใจแม่นะ ที่จริงเราตกลงกันตั้งแต่ต้นแล้วว่าถ้าอยากได้มือถือก็ต้องซื้อเอง เครื่องแรกน่ะ
ฉันก็ทำงานเก็บเงินตั้งนาน แต่ที่สุดโหดก็คือ แม่ไม่ยอมให้ใช้เงินเก็บมาซื้อ เพราะยังไงแม่คงอยากให้ฉันมาที่นี่แทนก้อย
พูดแล้วก็คิดถึงสมัยก่อนน่ะ กว่าเราจะมีฐานะอย่างวันนี้ได้ มันลำบากและผ่านอะไรมามากมายเลยล่ะ” อิสรีมองเหม่อไปไกล

พอพูดเรื่องนี้แล้วคิดถึงแม่ อารีแม่ของเธอเลี้ยงดูเธอมาคนเดียวมีเพียงป้าน้อมญาติผู้ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือดูแล
เพราะแม่มีอิสรีตั้งแต่อายุ 17 ปี ทำให้ต้องออกจากโรงเรียนมาหางานทำเพื่อเลี้ยงดูเธอ แม่ยอมทำงานลำบากทุกอย่างเพื่อให้เธอได้สบาย
แต่เธอก็ไม่เคยทำให้แม่ผิดหวัง ทำตัวเป็นเด็กดีมาตลอด คอยสนับสนุนแม่ทุกอย่าง เช่น เมื่อแม่ต้องออกไปทำงานข้างนอก
เธอก็รับอาสาทำงานบ้านตั้งแต่เล็กๆ พอโตมาหน่อยก็ออกไปหางานพิเศษทำเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระโดยเฉพาะเรื่องการเรียน
จนกระทั่งเธอเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่ง แม่ได้ตัดสินใจเช่าห้องแถวเพื่อเปิดศูนย์ความงาม มีทั้งร้านเสริมสวยและขายผลิตภัณฑ์เสริมความงาม
ซึ่งฝีมือและการบริการที่ดีทำให้มีลูกค้ามากมาย จนในที่สุด ปีนี้ แม่ก็ซื้อที่ดินสร้างบ้านและเปิดศูนย์ที่ใหญ่กว่าเดิมได้ ส่วนเธอนั้นก็เรียนรู้งาน
และช่วยแม่มาตลอด อิสรีไม่เคยถามเรื่องพ่อ เพราะครั้งหนึ่งตอนยังเป็นเด็ก เธอเคยลูกล้อว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ ตอนนั้นจำได้ว่าร้องไห้
ทะเลาะกับเพื่อนคนนั้นจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต พอกลับมาถามเรื่องพ่อจากแม่ ก็ไม่เคยได้รัคำตอบมีเพียงสีหน้าที่ทุกข์ใจของแม่ให้เห็น
ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้อีกเลย

“อิส เป็นอะไรไปแก เหม่ออะไรอีกแล้ว” เสียงเรียกของเพื่อนทำให้เธอตื่นจากภวังค์
“ปะ..ป่าว ไม่มีอะไร เอ่อ! ฉันว่า ฉันไปเตรียมของว่างให้ไอ้อาร์ตกับโอก่อนดีกว่า ใกล้จะมาแล้วนี่”ว่าแล้วก็รีบเดินทันที
ปล่อยให้อาทิตย์นั่งงงอยู่คนเดียว
อิสรีเข้าไปในครัวเพื่อแกะขนมที่ป้าสายซื้อเก็บไว้ออกมาวางในจาน และเตรียมเครื่องดื่มก่อนจะยกทั้งหมดไปวางที่เรือนพัก

“ไอ้อิส คิดถึงแกจังเลย โอ๊ย! แกตัดผมน่ารักว่ะ ยังกะเด็กผู้ชายแน่ะ”เสียงร่าเริงดังมาจาก ปวัน ชายหนุ่มรูปร่างกำยำอย่างนักกีฬา
ความสูง 182 ซม. ทำให้เขาดูโดดเด่น เป็นที่กรี๊ดกร๊าดในหมู่สาวๆ ทั้งสาวแท้และสาวเทียม แต่สำหรับอิสรีแล้วปวันเป็นเพื่อนผู้อารมณ์ดีเสมอ
คอยแต่จะแหย่เธออยู่เรื่อย อย่างตอนนี้อยู่ก็เข้ามากอดคอและจับผมเธอเป็นการใหญ่ อิสรีทำท่าฮึดฮัด ปัดมือออก

“หยุดนะ ไอ้อาร์ต ฉันกำลังทำงานอยู่ แกทำอย่างนี้ ใครมาเห็นเข้าจะว่ายังไง”
“นั่นดิ..แกนี่ทำอะไรไม่คิด “ เสียงเข้มดังมาจากภัคพล ชายหนุ่มผู้มีฉายาว่าคุณชายสมบูรณ์ เพราะความที่กินเก่ง
แต่เขาก็ไม่ใช่คนอ้วน เพียงแต่ท้วมเล็กน้อย ด้วยความที่เป็นคนตัวสูงทำให้ดูรูปร่างใหญ่

“อ้าว !แล้วนั่นแกเป็นอะไรน่ะโอ..เครียดอะไรวะ” อิสรีทักเมื่อเห็นหน้าคุณชายสมบูรณ์ดูเคร่งเครียด
ภัคพลขมวดคิ้ว ..ทำหน้าคิดหนัก อิสรีจึงเข้าไปใกล้
“เป็นอะไรวะ”เธอยื่นหน้าเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง
“ก็คิดถึงแกน่ะสิ อิส” จู่ๆ ภัคพลก็เข้ามาจับผมเธอขยี้ด้วยความหมั่นเขี้ยวพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างผิดกับสีหน้าเมื่อตอนเข้ามา
อิสรีสะบัดศีรษะและพยายามดึงมือเพื่อนออก เมื่อเป็นอิสระ เธอจึงต่อว่า ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหที่ถูกหลอก แต่ก็นั่นล่ะ
มันก็แฝงไปด้วยความรู้สึกดีๆ เพราะรู้ว่าเพื่อนต่างก็ห่วงใยกัน หลายครั้งที่มีการอำ..การเย้า..แต่ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศดีๆ ที่อบอวลไปด้วยมิตรภาพ

อิสรีไม่เคยถือตัวกับเพื่อนกลุ่มนี้ เพราะทั้งหมดนั้นได้ผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่า มิตรภาพระหว่างกันมันสำคัญแค่ไหน
การกอดคอ หยอกล้อ โยกหัวจึงเป็นเพียงการแสดงออกถึงความรักที่เพื่อนมีให้กัน ไม่แต่เฉพาะกับอิสรี ทุกคนเป็นอย่างนี้เหมือนกัน
หัวเราะไปด้วยกัน ร้องไห้ไปด้วยกัน
“ไอ้โอบ้า ฉันอุตส่าห์เป็นห่วง” อิสรีแจกขนมตุ๊บตั๊บให้เพื่อนรัก อาทิตย์กับปวันหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ
“ก็มันดีใจนี่หว่า ไม่เจอแกตั้งนาน...ตั้งแต่สอบเสร็จก็แยกย้ายกันเลย..ตอนไอ้อาบอกว่าแกอยู่นี่.ยังไม่อยากเชื่อเลย”
ภัคพลพูดพลางบีบนวดบริเวณที่โดนกำปั้นเพื่อนสาว
“แกนี่หมัดหนักเสมอนะ”
“เออดิ! ถึงไม่ไปชมรม ฉันก็ซ้อมเตะกับต้นกล้วยหลังบ้านทุกวันล่ะ” ชมรมที่ว่าคือชมรมศิลปะป้องกันตัวที่เธอและเพื่อนๆ เป็นสมาชิกอยู่
“เฮ้ย! แต่บ้านข้าไม่มีต้นกล้วยนะเว้ย” อาทิตย์ร้องบอก
“งั้นแกก็เสียสละเป็นต้นกล้วยให้อิสมันสิ นายอา” ปวันเสนอความเห็น
อิสรีทำหน้าครุ่นคิด มองไปยังอาทิตย์ที่กำลังทำหน้าแหย
“ไม่เอานะโว้ยไอ้อิส ..ไอ้อาร์ตปากแกนะหาเรื่องกันได้ตลอด”อาทิตย์หันไปโวยวายใส่ปวัน
“ดีแฮะ” อิสรีดีดนิ้ว สีหน้าชอบใจ “แกก็จะได้ฝึกด้วยไง ตอนอยู่ชมรมแกก็ชอบโดดบ่อยๆนี่นา ขอบใจว่ะอาร์ตที่ออกไอเดียเจ๋งๆ”
ปวันโค้งงามๆ ให้อิสรีพร้อมกับพูดว่า “ไม่เป็นไรครับ”
“แต่ข้าเป็นโว้ย..มา..ก่อนที่จะเป็นต้นกล้วยให้อิส แกมาเป็นกระสอบทรายให้ข้าก่อน”ว่าแล้วก็วิ่งเข้าไปหมายแจกขนมตุ๊บตั๊บให้เพื่อน
แต่ปวันก็ไวเกินกว่าที่อาทิตย์จะจับตัวไว้ สองหนุ่มจึงวิ่งไล่กันรอบๆ เรือนพัก ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวฟังไม่ได้ศัพท์ อิสรีหัวเราะร่า ...

เธอนึกว่าการมาใช้ชีวิตเป็นคนใช้ในบ้านหลังใหญ่จะเงียบเหงากว่านี้ แต่ตอนนี้คงไม่ต้องห่วงแล้ว
เพราะเธอไม่ได้อยู่คนเดียวแต่ยังมีเพื่อนรักที่จะคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ

อีกมุมหนึ่งของบ้าน ตะวันยืนอยู่ที่ห้องนั่งเล่นมองภาพเหล่านั้นด้วยอาการนิ่ง เขากำลังมองนิด เด็กสาวที่ดูสดใส
และเก่งสารพัด ดูเหมือนใครๆ จะพากันถูกใจสาวน้อยคนนี้หนักหนา แม้แต่เพื่อนนายกลางที่เพิ่งจะเข้ามาก็ดูเข้ากันได้ดีเหลือเกินจนน่าสงสัย

แล้วเขาล่ะ เขารู้สึกอย่างไร ถูกใจเด็กคนนี้หรือเปล่า นิดก็เป็นเด็กในบ้านของเขาคนหนึ่งเหมือนๆ กับกิ่งหรือแก้ว...แต่แปลก..
เด็กคนนี้ทำให้เขารู้สึกว่า ‘ไม่ธรรมดา’ มีอะไรหลายอย่างในตัวเธอทำให้เขามองว่า..ไม่น่ามาเป็นคนใช้ ทั้งอากัปกิริยา คำพูดจา หน้าตาผิวพรรณ

“มองอะไรน่ะโต” เสียงของมารดาปลุกเขาจากภวังค์
“มองตากลางกับเพื่อนๆ แล้วก็เด็กนิดน่ะครับ”
“อะไร ไหนดูซิ.. อุ๊ย! ดูสนิทกันเร็วดีนะ แต่ก็รุ่นราวคราวเดียวกันนี่นา..ดูนิดสิดูไกลๆ อย่างนี้แม่นึกว่าเด็กผู้ชายทั้งสี่คนเสียอีก
..แต่นิดเขาผมสั้นก็น่ารักดีนะ ดูสดใสร่าเริง ..เสียดายที่แม่ไม่มีลูกสาว ถ้ามี แล้วเขาเก่งสดใสร่าเริงได้อย่างนิดก็คงดีไม่น้อย”
แสงระวีพูดทีเล่นทีจริง แต่สายตาที่มองไปยังเด็กสาวนั้น ตะวันพอจะมองออกว่า มารดาของเขาเอ็นดูเด็กคนนี้เพียงใด

“แม่ครับ ยังไงแม่ก็มีลูกชายที่น่ารักอยู่ถึงสามคนนะครับ” ตะวันพูดพลางโอบกอดมารดา
“จ๊ะ ลูกแม่น่ารักทุกคน แม่รักลูกมาก” นางกระชับแขนลูกชายไว้แน่น
“ครับ ผมก็รักแม่”

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@



Create Date : 13 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2550 11:46:09 น. 0 comments
Counter : 173 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ละมุนใจ
Location :
กระบี่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แสบ ซ่า ซน ป่วน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยคร๊าบ


















Friends' blogs
[Add ละมุนใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.