พฤศจิกายน 2558

3
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
2 พฤศจิกายน 2558
Land Subsidence due to Salt Mining
สืบเนื่องมาจากประเทศไทยมีแหล่งแร่เกลือขนาดใหญ่มากในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ  และได้มีการให้สัมปทานไปหลายครั้ง และมีการเปลี่ยนบริษัทหลายครั้งก็ไม่สามารถเปิดโครงการได้ เนื่องจากมีการต่อต้านทั้งจากกลุ่ม NGO และชาวบ้าน เพราะกลัวจะเกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามมาในอนาคต 

เมื่อปี 2010 ได้มีโอกาสไปโครงการ STUDY VISIT ด้วยทุนสนับสนุนจาก DAAD  และ Prof.Dr. W. Coldewey ,Westfälische Wilhelms-Universität Münster,Geologisch-Paläontologisches Institüt, ได้ติดต่อวิทยากรจากกรมทรัพยากรธรณีคือ Herr. Johannes Gerardi , Federal Institute for Geosciences and Natural Ressources (BGR)  เพื่อมาบรรยาย อธิบาย เยี่ยมชมสถานที่จริง แม้ในวันที่ฝนตก ที่เกิดปัญหาพื้นดินทรุดใจกลางเมืองอันเนื่องมาจากการทำเหมืองเกลือ ได้มีการแก้ปัญหาและพัฒนาเมืองใหม่ มีการศึกษา วิจัยมากมาย  เพื่อหาทางแก้ปัญหา
รายละเอียดโครงการชื่อ Relinquishing the Old Centre, Staßfurt  (สละเขตเมืองเก่า)
Staßfurt  มีประวัติศาสตร์มากับเมืองเกลือ  และต้องสละเมืองเก่าเนื่องมาจากพื้นดินทรุด  กระบวนการสร้างเมืองใหม่ต้องคำนึงถึงความสูญเสียของเมืองและความเสียหายจากเหมืองที่จะเกิดขึ้นต่อไปด้วย
เมืองเล็กๆนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยกลาง  และมีการผลิตเกลือโดยวิธีระเหยและต้ม  แต่เมืองได้รับประโยชน์จากเหมืองเกลือจริงๆปลายศตวรรษที่ 19  เทคโนโลยีใหม่ในการแยกเกลือได้ปฏิวัติโดยเหมือง “von der Heydt” และ “Manteuffel”   ซึ่งเทคนิคการแยกแบบใหม่ได้เกิดการปฏิวัติโดยสิ้นเชิง   นักเคมี  Dr. Adolf Frank ซึ่งทำงานในเมืองนี้ ได้ตรวจสอบเกลือที่เป็นส่วนพลอยได้ที่กองอยู่ พบว่ามีสี  รสขม   และพบว่าเป็นเกลือที่มีโปตัสเซียม ทำให้สามารถผลิตอย่างอื่นที่มีราคามากกว่า พบว่าสามารถนำมาผลิตปุ๋ยที่ผลิตจากแร่ได้  ทำให้เริ่มต้นยุคอุตสาหกรรมผลิตปุ๋ย และมีโรงงานผลิตปุ๋ยรอบเมือง Staßfurt ถึง 33 โรงงาน
ซึ่งต่อมาเมืองนี้ต้องจ่ายคืนในราคาที่แพงมาก  โดยที่การไม่มีความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของดิน และเส้นทางน้ำใต้ดินทำให้เกิดผลผิดพลาดตามมามากมาย
น้ำแทรกซึมเข้าไปในเหมืองเกลือ ละลายเกลือและโพรงถล่มลงมา ทำให้ยกเลิกปล่องเกลือง  ภายในระยะเวลา 10 ปีพิ้นดินในเมืองก็ทรุดลงเรื่อยๆรวมทั้งบริเวณรอบๆด้วย  จากทะเลสาบเกลือไปจนถึงทางเหนือของแม่น้ำ Bode  พื้นที่ที่ทรุดทำให้เกิด depression centres หลายแห่ง  เช่นที่ “Große Markt” ที่ใจกลางเมือง Staßfurt   หรือเมืองประวัติศาสตร์จมลงประมาณ 6.30 เมตรตั้งแต่ปี 1883  
ในช่วงปี 1960 ตึกประมาณ 800 ตึกรวมทั้งตึกเทศบาลเมืองและโบสถ์ถูกทำลายกินพื้นที่ประมาณ 200 แอคแตร์
ความสูญเสียนี้เป็นจุดบอดมาเป็นเวลานาน โดยไม่มีการพบความสูญเสียนี้ทั้งทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมแม้แต่น้อย อาจจะเนื่องจากความล่มสลาย  Staßfurt กลายเป็นเมืองร้างหลังจากหยุดทำเหมือง ตามมาด้วยโรงงานเคมีก็ปิด   พลเมือง 26,833 คนอาศัยในเมืองนี้เมื่อปี 1988 เหลืออยู่ 22,322 เมื่อปี  2007 
โครงการสร้างเมืองใหม่ IBA Urban Redevelopment 2010 Staßfurt เลือกที่จะทิ้งใจกลางเมืองและสร้างภูมิทัศน์แทนที่  และพิจารณาประสบการณ์ทางเทคนิคเรื่องความเสียหายจากเหมือง   พัฒนาระบบระบายน้ำออกจากจุดกลางเมืองเพื่อทำให้พื้นที่แห้ง  ในปี 2005 สร้างทะเลสาบกลางเมืองเพื่อควบคุมน้ำท่วมในเขต depression cone  ทะเลสาบใหม่นี้เป็นโครงการสำคัญของการสร้างเมืองใหม่ IBA Urban Redevelopment 2010  เป็นการยอมรับการสูญเสียเขตเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์ ทำให้การกลายเป็นพื้นที่ร้างหมดไปจากความคิดของพลเมือง   มีการถมด้วยกรวดรอบๆทะเลสาบเป็นการเตือนใจเรื่องเกลือที่นำมาทั้งความอุดมสมบูรณ์และความสูญเสียของศูนย์กลางเมือง  ในขณะเดียวกันก้อนหินก็ช่วยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ



ได้มีการออกแบบพื้นที่ทรุดทั้งหมดและใจกลางเมืองเก่า ให้สอดคล้องกับพื้นที่เมืองรอบๆ   ได้มีการป้องกันทาวน์เฮาส์บ้างที่อยู่รอบ “Holzmarkt” ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบไม่ให้พังลงมาและได้มีการปรับปรุงใหม่   โดยปฏิเสธไม่ได้ที่ภูมิทัศน์ที่สร้างขึ้นใหม่ทำให้ไม่มีเมืองเก่าอยู่แล้ว  ลานโบสถ์ทางใต้ของทะเลสาบเป็นที่ตั้งของซากโบสถ์ St. John  และหอเอนซึ่งขณะนี้ต่ำกว่าพื้นดินปัจจุบัน 1.5 เมตรจะเก็บไว้โดยไม่แตะต้องเพื่อเป็นอนุสรณ์สำหรับคนรุ่นต่อไป และปล่อยให้เป็นสนามหญ้า   พื้นที่บริเวณสนามหญ้าจะมีลักษณะเอียงเท  เป็นเครื่องหมายแสดงที่ตั้งหอโบสถ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เมือง Staßfurt อกหลายพันปี



Großer Markt  ที่อยู่ทางใต้ของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ เป็นพื้นก้อนกรวดราบเรียบ
สนามสีน้ำตาลทางตะวันตกของทะเลสาบมีการปลูกต้นเชอรี ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายออกได้อีกครั้งถ้าต้องการพื้นที่นี้ในการก่อสร้าง  สวนโปตัสเซียมตั้งอยู่ทางเหนือรอบๆปล่องเหมืองโปตัสเซียมเดิมที่รื้อออกไป


มีการเชื่อมพื้นที่ภูมิทัศน์ใหม่กับถนนโดยรอบโดยผ่านทะเลสาบ เป็นทางเดินเล่นสบายทางตะวันตก
ได้มีการปรับปรุงอาคารที่อยู่อาศัยและตึกการค้าที่ว่างอยู่มากมายและอยู่ใกล้บริเวณพื้นดินทรุดบนถนนชื่อ Steinstrasse  เพื่อให้เช่าใหม่  มีภัตตาคารเข้ามาเปิด  ตึกตรงมุมที่เคยเป็นศูนย์การค้า 2 ชั้นก็ให้เช่าเพื่ออยู่อาศัยและทำการค้า  และในพื้นที่ติดกันก็มีตึกสมัยยุคกลาง ที่เคยเป็นบ้านของนายกเทศมนตรี  ก็เป็นร้านกาแฟที่มีโรงละครและห้องจัดกิจกรรม  


































































 Vielen Dank


SmileySmileySmiley



Create Date : 02 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2558 14:44:43 น.
Counter : 209 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

MAOK
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]