หากวันนี้คือกรวดทรายที่ไร้ค่า แต่วันข้างหน้าจะเจียระไนให้ได้มาซึ่งเพชรแก้ว
ให้แวววาวกระจ่างตา พร่างพราวกระจ่างใจ และแข็งแกร่งยากนักจะทำลาย

Love Stories เรื่องรักซีรี่ย์แรก ตอนที่ 11 จบซีรี่ย์แรก


Love Stories เรื่องรักซีรี่ย์แรก




ซีรี่ย์แรก ...รักบทใหม่กับหัวใจดวงเดิม





11.



ก๊อก.. ก๊อก..


เสียงเคาะประตูก่อนที่คนภายนอกจะเปิดเขามาโดยไม่รอเสียงอนุญาต ไม่ได้ทำให้อนุชแม้แต่จะหันหรือเอี้ยวตัวไปมอง หญิงสาวยังคงนั่งกุมมือภาณุแนบหน้าอยู่อย่างนั้น ไม่สนใจใครก็ตามที่เพิ่งเข้ามา


“เล็กจ๊ะ.. หนึ่งกับสองมาเยี่ยมจ้ะ” นิศากรเอ่ยเรียกเพื่อนสาวเบาๆ ก่อนที่เธอและเพื่อนฝาแฝดเดินเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วยมากขึ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเพียงการหันมามองครั้งหนึ่งแล้วก็หันกลับไปดังเดิมของอีกฝ่าย


“ทำไมถึงไม่พักบ้างนะเล็ก ตัวเองก็เพิ่งจะหายดี เดี๋ยวก็มาล้มไปอีกคนหรอก..” ณิชนันท์..แฝดพี่เอ่ยออกมาก่อนจะก้าวเข้าไปหาหญิงสาว จับบ่าเบาๆ เพื่อจะถ่ายถอดกำลังใจไปให้


“นั่นนะสิ.. หมอก็บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าพี่ณุพ้นขีดอันตรายแล้ว ไม่ได้กำลังจะตายเสียหน่อย แกจะได้มานั่งหน้าเศร้า ข้าวปลาไม่ยอมกินแบบนี้”


“ยัยสอง!!.. ให้มาช่วยกันปลอบเพื่อน ไม่ใช่ให้มาพูดจากวนประสาทแบบนี้ มันน่า..น่าหยิกซะดีไหม..” ไม่พูดเปล่า ณิชนันท์เอื้อมมือไปหยิกแฝดน้องของตนทันที


“โอ๊ย! หนึ่ง.. เจ็บนะ ก็เราปลอบใครไม่เป็นนี่.. อีกอย่างที่พูดไปมันก็จริงด้วย หมอก็บอกว่าพี่ณุรอดตายแล้ว แค่รอว่าเมื่อไหร่จะฟื้นก็เท่านั้น เราก็แค่จะบอกให้ยัยเล็กไม่ต้องกังวลไปมาก เดี๋ยวแทนที่ตื่นมาแล้วจะเจอหน้าสวยๆ ของแฟน จะกลายเป็นเห็นซากศพเดินได้เพราะน้องเล็กของตัวเองอดข้าวประท้วงที่พี่ณุไม่ยอมรีบตื่น..” คำพูดลุ่นๆ ออกจากปากณิชยาอีก ก่อนเจ้าตัวจะรีบหลบหนีลำแขนเรียวของพี่สาวที่ยื่นตรงมาอีกครั้ง ผลุนแผลบไปอีกฝั่งของเตียงคนไข้ให้ณิชนันท์ผละออกจากเพื่อนที่สีหน้าเริ่มจะดีขึ้นเล็กน้อยจากคำเย้าของเพื่อน เพื่อจะตามไปลงโทษน้องสาวปากเสียของตน


“เอ้า.. พี่น้องสองคนนี้ ห้องผู้ป่วยนะจ๊ะ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นจะได้มาวิ่งไล่จับกันเป็นเด็กๆ ..” เพื่อนสาวที่เหลืออยู่อีกคนจึงต้องร้องปรามออกมา กลัวว่าเสียงจะดังรบกวนผู้ป่วย แต่ไม่ทันที่ฝาแฝดทั้งคู่จะหยุดการกระทำดังกล่าวเพราะเสียงเตือนของนิศากร เสียงร้องของคนที่เงียบมาตลอดก็ดังขึ้น ซึ่งเป็นผลให้ทุกคนหยุดทุกอย่างหันมองเป็นตาเดียว


“พี่ณุ!!...”


เพราะรู้สึกถึงการขยับจากนิ้วในอุ้งมือที่กำอยู่จึงทำให้อนุชละสายตาจากเพื่อนหันกลับไปมองร่างบนเตียงคนไข้ และทันทีที่เห็นเปลือกตาที่เคยหลับพริ้มอยู่นั้นเปิดขึ้น สักพักก็ปิดลงอีกเมื่อไม่สามารถสู้แสงภายนอกที่แยงนัยน์ตาได้ ก่อนจะกระพริบถี่ขึ้น หญิงสาวร้องเรียกออกมาด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง


"พี่ณุ!.. พี่ณุฟื้นแล้ว!" อนุชยิ้มทั้งน้ำตา ส่วนเพื่อนสาวอีกสามคนที่เหลือก็กรูกันเข้ามาข้างเตียง หนึ่งในนั้นนึกขึ้นได้จึงเอื้อมมือไปกดปุ่มเรียกนางพยาบาลที่หัวเตียงแทนเพื่อนที่มัวแต่ดีใจอยู่ สักพักพยาบาลจึงเข้ามาขอวัดความดันและออกไปตามแพทย์เจ้าของไข้ให้มาดูคนเจ็บอีกที


"ร้องไห้ทำไม พี่ไม่เป็นอะไรแล้ว.." มือคล้ามยกขึ้นไล้ข้างแก้มที่เปื้อนหยาดน้ำตาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับส่งรอยยิ้มเซียวๆ มาให้


"เล็กดีใจที่พี่ณุฟื้นแล้ว.." หญิงสาวบอก ดึงมือที่อยู่ข้างแก้มตัวเองลงมากุมกระชับแน่นเข้า ส่งยิ้มกว้างตอบรับอีกฝ่ายโดยลืมไปว่าไม่ได้อยู่คนเดียวตามลำพังเพียงสองคน


“อะแฮ่ม.. ตื่นมาก็สวีทหวานแหววกันเลยนะ เกรงใจคนอื่นหน่อย..” แฝดน้องเอ่ยขึ้นลอยๆ ตามนิสัย คนที่อยู่ข้างเตียงจึงสะดุ้ง หน้าร้อนขึ้น รีบปล่อยมือคนเจ็บทันที


“น้องสอง.. นิกับหนึ่งด้วย.. อยู่กันพร้อมหน้าเลยนะครับ” เมื่อหญิงสาวผละออกจากเขา เอี้ยวตัวหลบให้ ภาณุจึงเห็นหน้าเพื่อนของเธอทุกคน และชายหนุ่มก็คิดว่าฝาแฝดคนที่พูดกับเขาเมื่อสักครู่น่าจะเป็นณิชยามากกว่าที่จะเป็นณิชนันท์ ตามบุคลิกที่เขาพอจะจำได้


“สวัสดีค่ะ พี่ณุ..” ทั้งหมดแทบจะเอ่ยขึ้นพร้อมกัน อดจะดีใจที่เห็นเขาฟื้นขึ้นมาวันนี้ไม่ได้


แม้นิศากรจะไปฝึกงานในบริษัทเดียวกันกับอนุช แต่เธอก็ไม่ค่อยจะได้เจอภาณุเท่าไหร่นัก ซึ่งก็เป็นเพราะทำงานกันคนละแผนก แฝดพี่ก็เช่นกัน แทบจะลืมหน้าตาของชายหนุ่มไปแล้วด้วยซ้ำ เว้นก็แต่ณิชยาที่เมื่อหลายวันก่อนเห็นเขาพาผู้หญิงคนอื่นไปนั่งกินข้าว พร้อมๆ กับอนุช ซึ่งก็ทำให้เกิดอคติ แต่มาตอนนี้ก็เปลี่ยนใจและคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันระหว่างทั้งคู่เรียบร้อยแล้ว เพราะถึงขนาดภาณุช่วยเพื่อนพวกเธอแบบนี้ เขาคงรักอนุชจริงนั่นแหละ


มาตอนนี้ทุกคนต่างก็ดีใจไปกับเพื่อนที่มีคนรักและเป็นห่วงเสียจนไม่สนใจกระทั่งชีวิตตนเองเช่นนี้..


ภายหลังจากที่แพทย์เข้ามาดูภาณุอีกครั้ง สามสาวก็ยังอยู่เป็นเพื่อนได้สักครู่จึงขอลากันกลับก่อน ไม่คิดจะคะยั้นคะยอให้อนุชกลับบ้านไปพักผ่อนอีก รู้ว่ายังไงตอนนี้หญิงสาวคงมีเรื่องที่ต้องการคุยกับคนเจ็บอีกมาก ปล่อยให้สองหนุ่มสาวเอาเวลาที่พวกเขาคิดว่าเสียไปคืนมาให้ได้มากที่สุดอย่างที่ใจปรารถนาจะทำเพียงสิ่งเดียวในเวลานี้..



"เล็กนึกว่า พี่ณุจะไม่ยอมตื่นมาเจอเล็กอีกแล้ว พี่ณุหลับไปนานมาก.. นานจนเล็กคิดว่า พี่ณุจะใจดำทิ้งเล็กไปแล้ว.. นี่ถ้าไม่ใช่เพราะสองแฝดนั่นเสียงดัง พี่ณุจะลืมตามาเจอเล็กไหมคะ"


เธออดจะตัดพ้อชายหนุ่มไม่ได้


“พี่ไม่ยอมตายง่ายๆ หรอกนะ พี่ไม่อยากเห็นใครบางคนต้องร้องไห้เสียน้ำตามากไปกว่านี้” เสียงร้องอ้อนวอนที่ได้ยินขณะอยู่ในห้วงความฝัน เรียกให้เขาต้องรีบฟื้นตื่นขึ้นมา “น้องเล็กของพี่ณุกลายเป็นเด็กขี้แยไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เขาพูดยิ้มๆ ถึงแม้จะติดเซียวอยู่บ้าง แต่ก็แจ่มกระจ่างนักในสายตาของหญิงสาว


“ก็ตั้งแต่พี่ณุทำเล็กใจไม่ดีนี่แหละ.. ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วยคะ ถ้าพี่ณุไม่บุกเข้าไปคนเดียวแบบนั้น พี่ณุก็ไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้..” อนุชเลื่อนสายตามองไปที่ชายโครงของเขา แม้จะไม่เห็นแต่เธอก็รู้ ภายใต้ชุดผู้ป่วยก็คือผ้าก๊อซทำแผลกระสุนปืนวันนั้น และต่อให้อีกฝ่ายไม่พยายามแสดงออก เธอก็แอบเห็นสีหน้าเจ็บปวดยามเขาขยับตัวอยู่ดี


“เพราะพี่ไม่อยากสูญเสียเล็กไปนะสิ.. ถ้าวันนั้นพี่ไปไม่ทัน อะไรจะเกิดกับเล็กบ้าง พี่ไม่อยากจะนึกเลย.. พอพี่รู้ว่าจะหาเล็กได้ที่ไหน พี่ก็ไม่สามารถรออยู่เฉยๆ ได้อีกต่อไป .. และยิ่งพี่มาได้ยินยามสองคนคุยกันว่านายศักดาพาผู้หญิงที่หมดสติเข้าห้องไปปู้ยี่ปู้ยำ ใจพี่มันเดือดยิ่งกว่าอะไร พี่แทบอยากจะฆ่าไอ้เลวนั่นให้ตายคามือ .. แต่ก็ยังโชคดีที่พี่ไปทันก่อนจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเล็กมากไปกว่านี้” ภาณุเอื้อมมือไปแตะมุมปากที่เขายังจำได้ถึงภาพรอยเลือดของอีกฝ่าย


“มันไม่ได้ทำอะไรเล็กนอกจากนี้ใช่ไหม?”


“เปล่าค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้า ไม่อยากบอกเรื่องที่ตนเองถูกชกจนกระทั่งตัวงอทำอะไรไม่ได้ ให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกเจ็บแค้นมากไปกว่านี้ บาดแผลจากร่างกายมันคงเทียบอะไรไม่ได้กับแผลทางใจ เพราะจะว่าไปก็คงโชคดีจริงๆ ที่ภาณุไปช่วยตนเองได้ทันก่อนที่จะมีตราบาปให้เกิดแผลที่ไม่มีวันหายได้ “เล็กไม่เป็นอะไรแล้ว..ฟกช้ำนิดหน่อย ตอนนี้ก็หายแล้วด้วย”


แล้วชายหนุ่มก็แย้มริมฝีปากอย่างพอใจที่ได้รับรู้ว่าหญิงคนรักของตนปลอดภัยดีทุกอย่าง ก่อนมือที่ยกขึ้นนั้นจะค่อยๆ ตกลงอีกครั้งเมื่อฤทธิ์ของยาที่หมอเข้ามาให้ตอนหลังเพื่อต้องการให้เขาพักฟื้นร่างกายอย่างเต็มที่ เริ่มทำงาน อนุชจึงค่อยๆ วางมือเขาลง ห่มผ้าห่มให้ จากนั้นจึงถอยออกมานั่งมองเขาเงียบๆ ตั้งใจว่า รุ่งขึ้นจะเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เขาฟัง พร้อมทั้งเอ่ยขอโทษกับความใจร้อนวู่วามของตน จะได้ปรับความเข้าใจกับเขาอีกครั้งเสียที..




“นายศักดาตายแล้ว!..”


วันที่สองของการฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล หญิงคนรักเอ่ยถึงบุคคลที่เขาชิงชังที่สุดขึ้นมา ซึ่งแม้จะโกรธแค้นคนผู้นั้นมากเพียงใด ภาณุก็ยังอดตกใจกับข่าวที่ได้รับไม่ได้


“ค่ะ.. กินยาเกินขนาด หมอล้างท้องให้ไม่ทัน นายศักดาเสียชีวิตตั้งแต่วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ถูกจับตัวแล้ว..” อนุชเล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงที่ชายหนุ่มยังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้ให้ฟัง


ภายหลังจากที่ตำรวจบุกเข้าไปจับตัวนายศักดา พี่ชายของเธอก็ขอให้ทางการทำเรื่องฝากขังไว้ก่อน อเนกตั้งใจว่าจะรอให้ภาณุฟื้นแล้วค่อยดำเนินการทางกฎหมายกับอดีตผู้จัดการฝ่ายผลิต แต่ยังไม่ทันที่จะดำเนินเรื่องอะไรต่อ วันรุ่งขึ้น นายตำรวจท้องที่ก็โทรกลับมาแจ้งพวกเขาซึ่งขณะนั้นยังอยู่เฝ้าอนุชที่โรงพยาบาล รวมทั้งรอผลจากห้องไอซียูด้วย ว่านายศักดาเสียชีวิตแล้ว


..ทางตำรวจเล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ถูกจับ นายศักดานิ่งเงียบไม่พูดอะไรทั้งสิ้น แต่ราวๆ รุ่งสางกลับร้องขอน้ำดื่มจากเจ้าหน้าที่ บอกว่าเป็นโรคประจำตัวจำเป็นต้องกินยา พอตอนสายถึงได้พบว่านายศักดากรอกยานอนหลับที่จิตแพทย์สั่งจ่ายให้จนหมดกระปุก เจ้าหน้าที่ที่อยู่เวรรีบพาเขาไปส่งโรงพยาบาลแต่ก็ไม่ทัน นายศักดาเสียชีวิตเมื่อตอนสายวันนั้นเอง


“พี่ใหญ่เล่าให้ฟังว่า นายศักดาอยู่ในภาวะเครียดอย่างรุนแรง .. ก่อนหน้านี้เขาเคยไปหาจิตแพทย์และได้ยาคลายเครียดมา ซึ่งไม่มีใครรู้เลยว่าวันนั้นเขาพกติดตัวไปด้วย ตำรวจที่เป็นคนส่งน้ำดื่มให้ก็ไม่ทราบ นึกว่านายศักดาพกแค่ตลับใส่ยาแบบที่แบ่งเป็นมื้อๆ อย่างเดียวที่ส่งให้ดู ตอนที่เอะใจเห็นนายศักดานอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น ถึงได้เห็นว่าข้างตัวเขามีกระปุกยาเปล่าๆ กลิ้งอยู่ .. ภรรยาและลูกเขาบอกว่านายศักดามีอาการอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ที่ยังอยู่ด้วยกันทั้งๆ ที่ก็รู้เรื่องพี่เยาว์ด้วยนั้น ก็เพราะสามียังเป็นคนหาเลี้ยง ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมด ยามอยู่ในสังคมนายศักดาสามารถปกปิดอาการป่วยของตัวเองได้ซะมิดชิด แม้แต่พี่เยาว์ที่เป็นชู้รักก็ไม่รู้ พี่เยาว์มาเริ่มเอะใจเอาตอนหลัง เมื่อนายศักดาถูกให้ออกจากงานแล้ว เขาแค้นพี่ใหญ่กับพี่ณุมาก คิดแต่จะแก้แค้น อารมณ์เสียหงุดหงิดง่ายจนคนรอบข้างทนไม่ไหว ภรรยาเขาพาลูกกลับไปอยู่บ้านตัวเอง พี่เยาว์เองก็เริ่มห่างๆ ที่นี้นายศักดาเลยยิ่งคิดว่า ใครๆ ต่างก็ทิ้งเขาไปหมด แล้วยิ่งโทษว่าเป็นความผิดของพวกเรา วางแผนแก้แค้น ทั้งบริษัท ทั้งพี่ณุ.. แต่ที่ใครๆ คาดไม่ถึงก็คือเมื่อแผนการทั้งหมดล่มแล้วนายศักดาจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองหนีโทษความผิดนั้น..”


ถึงจะเคยโกรธเกลียด แต่มาบัดนี้อนุชก็ให้อภัย อโหสิกรรมให้อดีตผู้จัดการฝ่ายผลิตไปแล้ว แล้วยิ่งหญิงสาวมารู้ว่าในอดีต นายศักดากับบิดาตนเคยเป็นศัตรูหัวใจกันมาก่อนจากผู้เป็นมารดา ก็ให้นึกสังเวชใจไม่น้อย .. คนๆ นั้นจมอยู่กับความทุกข์มาตลอดชีวิต.. ทุกข์ทั้งจากไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต.. ทุกข์ทั้งจากไม่สมหวังในความรัก ทำให้เขาอาจทำอะไรเป็นการประชดประชันชีวิตมาตลอดเวลาก็เป็นได้ .. บางทีการที่เขาตัดสินใจอย่างนั้นก็เพื่อที่จะหลีกหนีตะกอนทุกข์แห่งอดีตที่ทับถมจนยากจะขุดรื้อถอนไปแล้วนั่น


“เล็กอภัยให้เขาแล้วล่ะค่ะ และเล็กก็ไม่อยากให้พี่ณุยังนึกโกรธแค้นเขาต่ออีกด้วย..อโหสิให้เขาซะ เจ้าคิดเจ้าแค้นไป รังแต่ตัวเองจะทุกข์จนกระทั่งตาย.. เหมือนเขานั่นแหละ” เหตุการณ์วันนั้นทำเอาน้องสาวประธานบริษัทดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นชั่วข้ามคืน


“แล้วเรื่องของพี่ล่ะ.. เล็กจะให้อภัยพี่ได้หรือยัง” ภาณุยิ้มๆ ให้กับวาจาที่ดูเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นนั้นของอีกฝ่าย เอ่ยถามบ้างเมื่อคิดว่าหญิงสาวอาจจะโกรธเขาไม่น้อยเรื่องที่ทำตัวเงียบหาย ไม่รู้จักแก้ไขความเข้าใจผิดเสียโดยเร็ว


“ทำไมต้องให้อภัยคะ” หญิงสาวถามกลับ ..คำถามที่ทำเอาอีกฝ่ายสลดลงทันควัน พลางคิดไปว่าที่เธออยู่พูดดีๆ กับเขาก็ด้วยความเห็นใจที่เขาต้องเจ็บตัวก็เท่านั้น


“พี่ณุต่างหากที่เล็กต้องขอโทษ ขอให้อภัยในเรื่องที่เล็กใจร้อนดื้อดึง ไม่ยอมรับฟังพี่ณุ” อนุชรีบพูดต่อ เมื่อเห็นสีหน้าที่หุบยิ้มลงบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายเกือบเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไป


“หมายความว่า..” ภาณุมองหน้าหญิงสาว สีหน้าดีขึ้นกว่าเมื่อสักครู่อย่างเห็นได้ชัด


“เล็กรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว.. กานดาเขาเล่าให้ฟังแล้วว่าจริงๆ เล็กเข้าใจผิดพี่ณุไปเอง.. แต่ต่อให้ไม่รู้เรื่องนี้ เล็กก็อยากจะขอโทษพี่ณุอยู่ดี เพราะถ้าไม่ใช่เนื่องจากเด็กดื้อคนนี้ พี่ณุคงไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้..” วันที่เธอทราบความจริงจากผู้ช่วยเลขานั้น อนุชยิ่งละอายตัวเองมากนัก เพราะความเป็นเด็กเอาแต่ใจ ใจร้อน ไม่รู้จักรับฟังอะไรเสียก่อน ก็ด่วนสรุป คิดไปเองเป็นตุเป็นตะ จนเป็นเหตุให้ภัยมาถึงตัวได้โดยง่าย .. นี่ถ้าไม่ได้เป็นเพราะความช่วยเหลือส่วนหนึ่งจากหญิงสาวผู้นั้น เรื่องร้ายคงไม่กลับกลายเป็นดีอย่างวันนี้แน่ คิดดังนั้น หญิงสาวจึงลดความทิฐิของตนเองลง เป็นฝ่ายก้มหัวขอโทษกานดาก่อน ทำให้ความหมั่นไส้หรืออคติที่อีกฝ่ายมีต่อเธอเจือจางเบาบาง แทบจะหายลงในพริบตา


และยิ่งกับคนตรงหน้า ไม่ใช่เพราะเขารักเธอจริงๆ งั้นหรือ ถึงได้เป็นห่วงมากจนยอมเสี่ยง ยอมเจ็บตัวเพื่อเธอ โดยไม่นึกถึงตัวเองแบบนี้ ถ้าไม่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปช่วยทันทำให้นายศักดาไม่มีโอกาสลั่นไกปืนได้มากกว่าหนึ่งนัด จากกระสุนไม่โดยจุดสำคัญ ภาณุอาจจะเป็นอะไรมากกว่านี้ก็ได้ และถ้าเป็นอย่างนั้น.. เธอก็คงไม่มีโอกาสได้กลับมาแก้ตัวอย่างวันนี้แน่นอน


ความรู้สึกที่เกือบจะสูญเสียสิ่งสำคัญตรงหน้า ทำให้อนุชอยากจะทั้งขอบคุณ ทั้งขอลุแก่โทษจากเขา หญิงสาวจึงยกมือไหว้ พนมกราบข้างอกแกร่ง ริมเตียงคนไข้นั่นทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นส่งรอยยิ้มกระจ่างทั้งมือที่ยังประนมอยู่ อีกฝ่ายก็คว้าสองมือนั้นไปแนบกับอกข้างซ้ายข้างดวงใจเขาต่อเช่นกัน


“พี่บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าที่พี่ทำไปทั้งหมด จริงๆ ก็เพื่อตัวพี่เอง.. ให้พี่ตายไปเสียดีกว่าถ้าเล็กจะต้องเป็นอะไรไป เล็กเจ็บแค่ไหน..พี่เจ็บมากกว่าหลายเท่านัก.. เล็กถูกทำร้ายก็เหมือนกับดวงใจพี่ถูกทำลายลงเช่นเดียวกัน” นัยน์ตาของภาณุบอกความจริงใจมากกว่าจะเป็นคำพูดแค่ลมปาก


“โธ่.. พี่ณุดีกับเล็กขนาดนี้ เล็กจะตอบแทนพี่ณุยังไงหมดล่ะคะ” หญิงสาวพูดปนรอยยิ้มเขินกับการแสดงออกของเขา


“ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย.. แค่เล็กรักพี่มากๆ เหมือนที่พี่รักเล็กก็พอแล้ว พี่รักเล็กนะ.. รักมาตลอด ยิ่งรู้ว่าตัวเองรักเด็กดื้อคนนี้เอามากๆ ก็เมื่อเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับเล็กอย่างที่ผ่านมา พี่อยากให้เล็กมั่นใจว่าพี่รักผู้หญิงตรงหน้าคนนี้เพียงคนเดียว รักเต็มหัวใจไม่เหลือที่จะแบ่งปันให้ใครๆ ทั้งสิ้น” ที่ผ่านมาอาจเป็นเพราะเขาไม่ยอมพูดออกไปตรงๆ หญิงสาวจึงได้ไม่มั่นใจ วันนี้เขาจึงพูดทุกอย่างออกมาอย่างหมดเปลือก ความในใจที่เปิดเผยออกมาอย่างสุดซึ้งทำให้อนุชตื้นตัน เธอเชื่อมั่นในตัวเขาตั้งแต่รับรู้จากการกระทำที่ผ่านมาทั้งหมดแล้ว


“ค่ะ.. เล็กรู้แล้ว เล็กเองก็เหมือนกัน.. เล็กอาจจะดื้อ อาจจะเอาแต่ใจตัวเองไปบ้าง แต่เล็กก็อยากให้พี่ณุรู้เช่นกัน ว่าเล็กก็รักพี่ณุนะคะ รักมากก็เลยหึงมาก .. รักจนกระทั่งกลายเป็นคนอ่อนแอไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่เล็กก็จะสัญญานะคะว่าจะไม่อ่อนไหวง่าย เข้าใจอะไรผิดง่ายๆ อีกแล้ว” แล้วหญิงสาวก็ได้รับสิ่งตอบแทนคำสัญญานั้นด้วยการถูกรวบสองมือที่เขาเกาะกุมอยู่นั้นขึ้นจรดจมูกจนทำเอาเธออดจะสะเทิ้นอายขึ้นอีกไม่ได้


อนุชสัญญากับตัวเองว่าจะถนอมรักนี้ให้คงอยู่ต่อไปให้นานที่สุด หญิงสาวได้เรียนรู้แล้วว่าความรักแท้จริงเป็นอย่างไร เพราะเธอรักชายหนุ่มจริงๆ ถึงได้เสียใจมากยามที่คิดว่าเขาหักหลังไม่จริงใจ และยิ่งรู้ว่ารักเขามากก็เมื่อความรู้สึกกลัวที่จะสูญเสียคนที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ เข้าเกาะกินหัวใจจนแทบจะแตกดับสูญสลายตามไปอีกคน .. ถึงตอนนี้อายุของเขาและเธอจะยังไม่มากมายเท่าไหร่ อนาคตวันข้างหน้าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้ แต่เธอก็เชื่อว่าความรู้สึกที่พวกเธอมีให้ต่อกันคงไม่มีทางเปลี่ยนแปรไปง่ายๆ แน่นอน ก็ในเมื่อปัจจุบัน พวกเธอก็ยังรู้สึกเช่นเดียวกับอดีตเมื่อสามปีก่อน แถมยังจะเพิ่มมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม อนุชก็เชื่อว่าอนาคตก็ต้องเป็นเช่นนั้น และก็ยิ่งเพิ่มมากยิ่งๆ ขึ้นไปแน่นอนเช่นเดียวกัน



..


จบซีรี่ย์แรก โปรดติดตามเรื่องรักซีรี่ย์สองต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ




 

Create Date : 29 มกราคม 2550
0 comments
Last Update : 29 มกราคม 2550 18:57:19 น.
Counter : 484 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Katenipa
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






(รายละเอียดข้อมูลอัพเดตเจ้าของบล็อกติดตามได้ในหน้า "สมุดเยี่ยม" เลยนะคะ ^ ^)




ชักเริ่มจะเปลี่ยนแนวจากบ้าซีรี่ย์เกาหลี มาเป็นย้อนยุคกลับไปสู่หนังจีนกำลังภายใน และวกกลับมาคลั่งไคล้แดนปลาดิบ ณ บัดนาว ^ ^





ตัวฉัน(มั้ง) ^ ^"


มนุษย์(ธรรมด๊า ธรรมดา)เดินดินกินข้าวแกง(รวมถึงอาหารอื่นๆ )ไปตามประสา แค่บางวันอาจอยากกินก๋วยเตี๋ยวบ้างก็เท่านั้น เพศคงไม่ต้องบอกกันล่ะเนอะ คิดว่าเห็นจากรูปถ่าย + เวลาพูดคุย ก็น่าจะรู้(หรือเปล่า - -') ส่วนอายุ.. ความลับดีก่า กรั่กๆ .. แบบหยุดไว้ที่ 18 ส่วนที่เพิ่มมาฝากธนาคารทั้งนั้น เหอๆ .. สำหรับอาชีพ.. ตอนนี้ไม่วิจัยฝุ่นเพิ่มภาวะภูมิแพ้อากาศให้กะตัวเองและเพื่อนๆ แล้วนะ ..เพราะตอนนี้คือ pharmacist เต็มๆ ตัวแล้ว เพิ่งจะเปลี่ยนงานโดยลาออกจากเภสัชกรโรงพยาบาลไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็กำลังจะได้งานใหม่ คิดว่าน่าจะสบายขึ้นเล็กน้อยเพราะเลือกทำพาร์ทไทม์ค่ะ แบบอยากหาเวลาว่างในการทำงานอดิเรกที่ชอบ แต่ไหงงานพาร์ทไทม์ที่ได้กลับกลายว่าทำงานอาทิตย์ละ 6 วัน วันละ 8 ชม. ไม่ต่างจากงานประจำเลยง่ะ - -"

แล้วตกลงว่าจะได้ว่างไหมยังไม่แน่ใจเลยนี่ เฮ้อ..


อื่นๆ ก็ไม่รู้จะบอกอะไรอีกแล้วล่ะ ปล่อยๆ ให้มันเป็นไปตามวิถีของมันไปแล้วกันเน้อ.. ^ ^


..........

อัพเดตเพลงใหม่..









ยังไม่มีเพลงติดบล็อกใหม่ๆ ไปฟังเสียงผิวปากของอีวานใน Heaven's tree กันค่ะ (ไม่รู้จะชวนหลับหรือเปล่า ^ ^")






ปล. อัพเดตโปรไฟล์ส่วนตัว 26/10/2006 ค่ะ ^ ^


Guestbook




Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
29 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Katenipa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.